คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Detective Conan] Good Morning (Heiji x Shinichi)

โดย Em.S.End

ชินอิจิ ไม่สิ เอโดกาว่า โคนัน โดนลักพาตัวไปต่อหน้าต่อตาของเขา มันเป็นความผิดของเขาที่ปล่อยให้คุโด้ไปคนเดียว นึกสิ นึก นึกเข้าฮัตโตริ เฮย์จิ เบาะแส มันต้องมีเบาะแสสิน่า

ยอดวิวรวม

3,970

ยอดวิวเดือนนี้

16

ยอดวิวรวม


3,970

ความคิดเห็น


9

คนติดตาม


136
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  7 มี.ค. 60 / 08:47 น.
นิยาย [Detective Conan] Good Morning (Heiji x Shinichi) [Detective Conan] Good Morning (Heiji x Shinichi) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


“อรุณสวัสดิ์ คุโด้”

“อรุณสวัสดิ์ ฮัตโตริ”

.

.

ผลงานอื่นๆ



ขอบคุณธีมสวยๆจาก





cr.sqw

เนื้อเรื่อง อัปเดต 7 มี.ค. 60 / 08:47


Good Morning

“อรุณสวัสดิ์ คุโด้”

“อรุณสวัสดิ์ ฮัตโตริ”

.

.

.

ปิ๊งป่อง

เสียงกริ่งดังขึ้นก่อนที่ประตูสำนักงานนักสืบโมริจะเปิดออกด้วย แล้วเสียงร่าเริงของสองสาวที่ทักทายกันก็ดังผ่านหูของคนที่ยืนพิงกำแพง ปีกหมวกถูกดึงลงมาปิดใบหน้ากว่าครึ่งเพื่อบดบังดวงตาที่ใกล้จะปิดมิปิดแหล่ เด็กหนุ่มผิวเข้มยกมือปิดปากหาวหวอดเป็นรอบที่เก้านับจากตอนที่ลงจากชินคันเซ็นมา

“เฮย์จิ เลิกทำตัวเป็นคนอดนอนแล้วมาทักทายรันจังซะสิ”

เพื่อนสมัยเด็กของเขาหันมาทำตาดุใส่ทำให้ ฮัตโตริ เฮย์จิ นักสืบม.ปลายชื่อดังจากตะวันตกต้องละทิ้งทำเลดีๆ(?)ในการงีบออกมาทักทายลูกสาวของเจ้าของบ้านอย่างง่วงงุน

“ไม่ใช่ทำเป็น แต่ฉันอดนอนจริงๆต่างหากล่ะ”เขาแย้งตอบคาซึฮะ

“ก็ใครใช้ให้นายอยู่ทำคดีดึกๆเองล่ะ ถ้านายรีบๆไขคดีไม่ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกคุณพ่อก็ไม่ต้องอดนอนจนเกือบตื่นสาย นี่ถ้าฉันไม่ไปปลุกถึงบ้านมีหวังได้พลาดรถไฟแน่ๆ”คาซึฮะสวนกลับเป็นชุด

“คดีมันไม่ใช่แค่บอกให้ไขก็ไขได้สักหน่อย ฉันว่าที่ผิดปกติมันเธอต่างหาก กลับบ้านก็กลับพร้อมกันไม่มีทางที่เธอจะนอนเร็วกว่าฉันสักเท่าไหร่ แล้วทำไมตื่นเช้ามาในวันอากาศน่านอนอย่างนี้ถึงได้ร่าเริงนักเล่า”

“ก็ฉันมีความรับผิดชอบต่อตัวเองพอยังไงล่ะ อีกอย่างวันนี้จะได้มาเจอรันจังทั้งที เนอะ”

“จ้าๆ แต่พวกคาซึฮะจังมาเช้ากันจริงๆนั่นแหละ โคนันคุงกับคุณพ่อก็ยังไม่ตื่นเหมือนกัน เมื่อวานกว่าจะได้กลับบ้านก็ดึกทีเดียวล่ะ นั่งรอกันตามสบายนะ เดี๋ยวฉันไปเรียกสองคนนั้นก่อน”

“เดี๋ยวก่อนอาเจ๊ ยังไงวันนี้พวกเธอก็กะจะไปช้อปปิ้งกันใช่มั้ยล่ะ ไปกันแค่สาวๆคงจะสนุกกว่าเดี๋ยวฉันอยู่กับคุ… เอ้ย อยู่กับเจ้าหนู ว่าจะให้พาเที่ยวสักหน่อย”เขาร้องห้ามเมื่อเห็นว่ารันกำลังจะเดินขึ้นไปข้างบน

“เอ๋? เอาอย่างนั้นจะดีเหรอ”รันมีสีหน้าไม่มั่นใจแล้วหันไปขอความเห็นจากคาซึฮะ

“ดีสิ”เขาพยักหน้าหงึกหงัก อย่างน้อยๆเขาก็ได้มีโอกาสนอนงีบอีกสักหน่อยระหว่างรอคุโด้ตื่นล่ะนะ

“เอาอย่างนั้นก็ได้ ถ้าอย่างนั้นพวกฉันก็ขอตัวล่ะ เชิญไปนอนตามสบายเลยย่ะ”คาซึฮะแขวะอย่างรู้ทันแล้วดึงตัวรันไป

“อารมณ์เสียอะไรของเขา ให้ไปเดินตามพวกเธอเดินช้อปปิ้งแบบนั้นไม่เห็นน่าสนุกเลย”เขาบ่นแล้วก็เดินขึ้นบันได

จังหวะที่กำลังจะเปิดประตูนั้นเอง…

ผัวะ

“ทำดีมากเจ้าหนูคันไซ ทีนี้ฉันก็ไปสนามม้าได้อย่างสบายใจแล้ว ฝากดูเจ้าเด็กแว่นด้วยล่ะ ฮ่าๆ”

โมริ โคโกโร่เปิดประตูผัวะออกมาแล้วก็วิ่งตึกตักลงบันไดพร้อมพูดตะโกนไล่หลังโดยไม่รอแม้คำตอบรับหรือหันมาดูอาการคนที่นั่งยองๆมือทั้งสองกุมดั้งจมูกที่โดนประตูกระแทกเข้าไปอย่างจังเลยแม้แต่น้อย

“อูย”ฮัตโตริร้องโอดโอยในใจนึกต่อว่าคุณลุงหนวดแต่ก็ทำอะไรได้นอกจากนวดคลึงจมูกรอให้ความเจ็บเจือจางแล้วเดินเข้าไปผ่านประตูที่เปิดค้างเอาไว้

สองเท้าก้าวไปยังห้องนอนตามภาพในความทรงจำ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามานอนค้างเสียหน่อย ยังไงก็ของีบสักแปบเหอะ

ประตูห้องนอนเปิดอ้าเอาไว้ไม่ต้องเป็นยอดนักสืบก็รู้ว่าเป็นฝีมือเจ้าของห้องที่เพิ่งวิ่งออกไปเมื่อครู่ แค่เห็นเตียงนอนเขาก็แทบจะกระโดดเข้าใส่ถ้าไม่ติดว่ายังคนนอนอยู่ล่ะก็นะ

จะว่าไปอาเจ๊คนนั้นก็บอกเหมือนกันว่าคุโด้ยังไม่ตื่น

ช่างเถอะ เขาคิดแล้วก็เดินอ้อมไปยังอีกฝากของเตียงเลิกผ้าห่มขึ้นแล้วก็ล้มตัวลงนอนแทนที่คุณลุง มือข้างหนึ่งดึงปีกหมวกให้ต่ำลงมาเพื่อบังแสงอาทิตย์ที่ลอดเข้ามาผ่านหน้าต่าง ไม่นานเปลือกตาหนักๆก็ปิดสนิทลง

……………………………………….

อรุณสวัสดิ์ ฮัตโตริ

เสียงดังขึ้นในหัวฉุดสติของเขาออกจากห้วงนิทรา เขายกหมวกออกจากหน้าหยีตาเมื่อดวงตาต้องแสงอาทิตย์ยามสายแบบกะทันหัน หัวสมองนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า

เขานั่งรถไฟมาโตเกียวกับคาซึฮะซึ่งตอนนี้ออกไปช้อปปิ้งกับรัน คุณลุงโมริฝากเด็กแว่นไว้กับเขาขณะที่ตัวเองไปลั้ลลาที่สนามม้า

เด็กแว่น?

“เด็กแว่นก็คือคุโด้นี่หว่า ตอนเข้ามายังนอนอยู่ ส่วนตอนนี้…”

หันไปมองข้างๆ เด็กชายในชุดนอนแขนยาวขายาวสีเหลืองอ่อนนอนตะแคงข้างหันหลังให้เขา คาดว่าน่าจะเป็นการหลบแสงโดยสัญชาตญาณ

“ตอนนี้ก็ยังไม่ตื่น”

ถ้าสังเกตจากแสงอาทิตย์ เขาว่าเขานอนไปนานเหมือนกันนะ แต่เจ้าคนเด็กแค่ตัวนี่ชักทำตัวเหมือนเด็กเข้าไปทุกทีแล้ว ถ้าไม่ปลุกมีหวังยาวกกว่านี้แน่

คิดแล้วก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ เขายื่นหน้าไปใกล้ ลอบมองเสี้ยวหน้าของเด็กชาย

จะว่าไป พอนอนแล้วนายก็เหมือนเด็กจริงๆเลยแหะ

“อรุณสวัสดิ์ คุโด้”เขาส่งเสียงกระซิบแผ่วข้างหูของคนที่อยู่ในห้วงนิทราพร้อมเป่าลมหมายจะแกล้งให้สะดุ้งตื่น

“อรุณสวัสดิ์ ฮัตโตริ”

เด็กชายวัยประถมที่ยังคงหลับตาอยู่บนเตียงพึมพำตอบเสียงกระซิบที่ข้างหู สร้างความประหลาดใจให้กับเขาไม่น้อยที่เสียงของเด็กชายไปซ้อนทับกับเสียงที่ดังในหัวซึ่งเขาให้เหตุผลง่ายๆว่าคิดไปเอง เรื่องที่พูดชื่อเขาถูกก็เหมือนกัน แต่เจ้านี่คงไม่ได้รู้จักคนที่พูดสำเนียงโอซาก้ามากเท่าไหร่ล่ะมั้ง

“ฮัตโตริ!?

เสียงเรียกชื่อที่ผสมความประหลาดใจทำให้เด็กหนุ่มโอซาก้าเจ้าของนามยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ สายตาที่มองไปยังผู้ที่เรียกตนนั้นเต็มไปด้วยความขบขันแม้ว่าเมื่อครู่จะสะดุ้งเล็กๆเพราะมัวแต่คิดนู่นคิดนี่อยู่

“นายมาที่นี่ได้ยังไงกัน”

“นั่งรถไฟมา”

คนผิวเข้มตอบอย่างอารมณ์ดี เขารู้สึกสนุกเป็นอย่างยิ่งที่ได้แกล้งเด็กชายแม้ว่าจะรู้อยู่เต็มอกว่าร่างจริงนั้นเป็นนักสืบหนุ่มม.ปลายไม่ต่างกับเขาเลย

“โดนคาซึฮะลากมาสิท่า”

“สมเป็นนายนะคุโด้ พูดได้ถูกเผงเลย”

เด็กชายทำหน้าเอือมๆขณะผุดลุกลงจากเตียง แล้วหันกลับไปพับผ้าจัดเตียงให้เรียบร้อย เขานึกย้อนไปถึงคำพูดของคาซึฮะเมื่อสองสัปดาห์ก่อนเรื่องการมาเยือนโตเกียว เขาค่อนข้างมั่นใจว่าคนที่เพิ่งตื่นนี่น่าจะรู้เรื่องอยู่แล้ว แต่คงไม่แคล้วลืมเสียสนิทกระมัง

“แต่จะว่าไป นายอรุณสวัสดิ์ตอบฉันได้ถูกโดยที่ไม่ลืมตามองเลยนะ”ฮัตโตริพูดด้วยรอยยิ้มที่ยังไม่คลาย

“คนพูดสำเนียงโอซาก้าที่ฉันรู้จักก็มีอยู่ไม่กี่คนเอง แล้วนี่รันกับคุณลุงล่ะ?”

คำตอบตรงกับข้อสันนิษฐานที่คิดไว้เลย

“พวกนั้นออกไปกันแล้ว ฉันบอกไปว่าจะอยู่รอนายเอง ยังไงนายก็คงไม่อยากไปเดินช็อปปิ้งกับสองสาวนั่นใช่มั้ยล่ะ ส่วนคุณลุงน่าจะไปสนามม้าน่ะนะ”

“เหรอ”

โคนันขานรับพอเป็นพิธีก่อนจะผลุบหายไปในห้องน้ำ ทิ้งเขาให้มองตามร่างของเด็กชายไปพร้อมความคิดร้สาระอยู่นั่นเอง

จะว่าไปเราเพิ่งเคยเห็นคุโด้ในร่างเด็กถอดแว่นแบบชัดๆแหะ

……………………………………….

“โอ๊ะ ดูเหมือนว่านายจะเตรียมตัวเสร็จแล้วนะ”

เขาพูดหลังจากมองเด็กชายในชุดเสื้อเชิ้ตสีเขียวอ่อนแขนยาวทับด้วยเสื้อกันหนาวสีเหลืองพร้อมกางเกงขายาวสีเทา

“แล้ว…เราจะไปไหนกัน?”

เด็กชายถามหลังจากเดินออกมานอกสำนักงานนักสืบได้ระยะหนึ่ง อากาศข้างนอกค่อนข้างเย็นแถมลมก็แรง แต่เสื้อคอวีขาวทับด้วยเสื้อยีนส์กันหนาวแขนยาวและกางเกงขายาวสีเข้มปิดท้ายด้วยหมวกใบเก่งประจำตัวที่ปัดปีกหมวกไปด้านหลัง ก็อุ่นพอจะทำให้เขาเดินเที่ยวโตเกียวได้ทั้งวัน

“นั่นนายต้องเป็นคนบอกฉันต่างหากคุโด้ คราวนี้หวังว่าฉันคงจะได้เที่ยวจริงๆแล้วนะ ถึงมีคดีจะสนุกไปอีกแบบ แต่ถ้าเจอทุกครั้งที่มาฉันคงไม่มีโอกาสเปิดหูเปิดตากับเมืองนี้ซะที…”

 “อะไรกันเล่า ฉันก็ไม่ได้อยากให้มันมีคดีทุกครั้งหรอกน่า ของมันมาเองทำไงได้”

“ฉันว่านายต้องมีดวงดึงดูดคดีแน่เลยคุโด้”

“ไม่ยักรู้ว่าฮัตโตริ เฮย์จิ นักสืบชื่อดังแห่งคันไซจะเชื่อเรื่องดวงกับเขาด้วย”

อืม เขารู้สึกไปเองรึเปล่าว่าคุโด้กำลังเหน็บเขาอยู่?

……………………………………….

เปรี้ยง!

จะด้วยดวงรึอะไรก็ตาม ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าคุณนักสืบม.ปลายแห่งภาคตะวันออกคุโด้ ชินอิจินั้นมีพลังดึงดูดคดีได้ไม่ว่าจะอยู่ในร่างไหนก็ตาม

“โอ๊ย”

เสียงร้องของเด็กชายตามหลังเสียงที่เขามั่นใจว่าต้องเป็นเสียงปืนไม่ผิดแน่

“คุโด้เป็นอะไรรึเปล่า”

เขากรอกเสียงที่ไม่เบานักลงไปในโทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อคนที่อยู่ปลายสาย รู้สึกร้อนรนมากยิ่งกว่าเดิมเพราะสถานการณ์ดูจะเลวร้ายยิ่งกว่าที่คิด

กริ๊ก ตู้ดๆ

เสียงสัญญาณที่โดนตัดไปชวนให้ใจหาย เขายืนทำหน้าเครียดมองหน้าจอโทรศัพท์ที่แจ้งเตือนแบตเตอรี่อ่อนก่อนจะดับมืดไปอยู่ที่สี่แยกใจกลางเมืองที่เขาไม่คุ้นเคย ฮัตโตริ เฮย์จิ แหงนหน้ามองท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนสีเป็นสีของยามราตรีขณะที่หัวสมองกำลังนึกหาเบาะแส แต่ใจที่ไม่สงบจากเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่บ่งบอกว่าสถานการณ์เลวร้ายนั้น ทำเอาคิดอะไรไม่ออก

บ้าจริง คลาดสายตากันนิดเดียวแท้ๆ

นึกย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน เขากับคุโด้กำลังอยู่ในระหว่างทางกลับสำนักงานนักสืบโมริหลังจากที่เดินเที่ยวมาทั้งวัน กำลังนึกดีใจอยู่ดีๆฟังก์ชั่นเทพแห่งความตาย(?)ของคุโด้ไม่ทำงาน ก็…

“อา นายรอตรงนี้ก่อนนะฮัตโตริ ฉันขอซื้อกาแฟกินสักหน่อย จะเอาอะไรมั้ย?”เจ้าเด็กแว่นเอ่ยพร้อมสายตาที่จ้องมองไปตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

“กาแฟ? เป็นเด็กเป็นเล็กกินกาแฟไม่ดีนา”เขาเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงคล้ายผู้ใหญ่ดุเด็ก

“ตลกเหอะ ตกลงจะเอาอะไรมั้ย?”คนโดนแซวขมวดคิ้วตวัดสายตาค้อนขวับ

“อืม…ชานม”เขานิ่งคิดแล้วตอบกลับไป สังเกตเห็นตาสีฟ้าเข้มของฝ่ายเบิกกว้างเล็กน้อย

“ชานม?”

“ชานม”

เขายังคงย้ำคำเดิม ก็ไม่ใช่ของชอบอะไรหรอกก็กินได้แหละนะ แต่ที่เลือกอย่างนี้ก็แค่อยากดูปฏิกิริยาของเด็กนี่สักหน่อย

“กินอะไรไม่สมกับตัวเลยแหะ”เด็กชายพึมพำ

“เข้าใจแล้ว รอตรงนี้นะ”

เขามองโคนันวิ่งขึ้นไปด้านหน้าเพื่อจะข้ามทางม้าลาย จะว่าไปคนที่ควรจะไปซื้อคือเขารึเปล่านะ เอาเถอะ ยังไงเจ้านั่นก็ไม่ใช่เด็กสักหน่อย แล้วมันก็ใกล้แค่นี้เอง

ในตอนนั้นเขาคิดอย่างนั้นและก็เป็นความคิดที่ผิดมหันต์เลย

รถตู้สีขาวที่คาดว่าน่าจะเป็นรถเช่าจอดเทียบที่ฝั่งตรงข้ามตรงจุดที่คุโด้หันหลังให้ขณะกดน้ำ คนร้ายที่คลุมหน้าด้วยหมวกไหมพรมลงมา ด้วยความที่ทัศนวิสัยถูกบดบังด้วยรถใหญ่ที่วิ่งสวนผ่านมาพอดีทำให้เขาไม่เห็นเหตุการณ์ต่อจากนั้น พอจะร้องเตือนก็สายเกินไปเพราะเมื่อทางโล่งรถตู้คันนั้นก็หายไปพร้อมกับเด็กชาย

ชินอิจิ ไม่สิ เอโดกาว่า โคนัน โดนลักพาตัวไปต่อหน้าต่อตาของเขา

เขาออกวิ่งทันทีไล่ตามรถตู้ที่มองเห็นอยู่ข้างหน้าก่อนที่จะลับสายตาไปเมื่อรถเลี้ยวโค้งไปทางซ้าย แน่นอนว่าแค่วิ่งตามก็เต็มกลืน ถ้ารอข้ามถนนไปอีกไม่มีทางตามทันแน่

เขาโทรบอกตำรวจและลุงโมริทันทีพร้อมแจ้งป้ายทะเบียนรวมทั้งลักษณะรถไปแล้ว แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะปล่อยให้ตำรวจตามหาอย่างเดียวแน่

มันเป็นความผิดของเขาที่ปล่อยให้คุโด้ไปคนเดียว

ก็อยากจะบอกว่าเป็นอย่างนั้นแหละนะ แต่เอาเข้าจริงๆเขาก็ไม่แน่ใจว่าไปเพราะเป็นห่วงรึเพราะเลือดนักสืบมันทำงานกันแน่

ครืดๆ

โทรศัพท์สั่นขึ้นมาหลังจากที่เขาเดินสอบถามชาวโตเกียวมาสิบคนว่าเห็นรถตู้ของคนร้ายบ้างมั้ย พอหยิบขึ้นมาเห็นชื่อที่โชว์ขึ้นมาหัวใจเขาก็พาลเต้นด้วยจังหวะที่ต่างจากปกติ

“คุโด้!?

“ฮัตโตริ? อา จะเรียกว่าโชคดีมั้ยนะ”ปลายสายพูดพึมพำ

นายไม่เป็นไรสินะ? ก็อยากจะถามอย่างนั้นอยู่หรอกแต่สิ่งที่สำคัญกว่าตอนนี้คือ…

“นายอยู่ที่ไหน?”

“นั่นมันงานของนายที่ต้องหาแล้วล่ะ ฮัตโตริ เฮย์จิ ฉันโดนยาสลบรู้ตัวก็โดนมัดมือมัดเท้าแถมปิดตาอีกต่างหาก ของก็โดนเอาไปหมดเลย เหลือแต่โทรศัพท์รูปต่างหูนี่แหละ คงเพราะแรงกระแทกทำให้ปุ่มหมายเลขไม่ทำงาน ฉันต้องกดโทรซ้ำแทน ยังลุ้นอยู่ว่าจะไปติดที่ใคร ฉันเดาว่านายคงแจ้งสารวัตรเมงุเระกับคุณลุงแล้วสินะ ฉันจะบอกเบาะแสเท่าที่รู้ให้ฟัง…”

ด้วยเหตุนี้การตามหาจึงจำกัดวงได้แคบลงเป็นสถานที่สามารถได้ยินเสียงรถไฟ แต่แม้จะตัดที่ไกลๆเกินกว่าจะพาตัวคุโด้ไปได้ภายในเวลาหนึ่งชั่วโมงออกไป รางรถไฟในโตเกียวก็ยังเยอะเกินไปอยู่ดี ตอนนั้นเองที่ปลายสายเกิดเรื่องขึ้น

เสียงปืน เสียงร้องของคุโด้ และแบตที่หมดได้ผิดจังหวะมาก

ฟ้าเริ่มมืดแล้วแต่เขายังทำอะไรไม่ได้สักอย่าง

บ้าเอ๊ย

เขานึกอยากจะเตะถังขยะระบายอารมณ์อยู่หรอก แต่การกระทำกลับถูกสติฉุดรั้งเอาไว้

นึกสิ นึก นึกเข้าฮัตโตริ เฮย์จิ เบาะแส มันต้องมีเบาะแสสิน่า

ฟ้ามืด?

จะว่าไปรถตู้คันนั้นเห็นสารวัตรบอกว่าไม่มีในบันทึกคงจะเป็นป้ายทะเบียนปลอม รถคันนั้นติดฟิล์มสีดำ ดำเข้ม…ดำเข้ม

เขาพุ่งตัวเข้าไปในตู้สาธารณะต่อสายถึงตำรวจหลังจากที่ติดต่อหาสารวัตรเขาก็พูดเสียงรัวเร็วปนหอบหายใจ(เพราะวิ่งมา)

“สารวัตรหารถตู้ที่ติดฟิล์มดำ เอาค่าที่สูงเกินกว่ากฎหมายห้ามนะครับ ต้องเป็นรถใหม่ เจ้าของก็ต้องมีโกดังหรือสถานที่จะเก็บตัวประกันได้ สถานที่นั้นต้องอยู่ไม่ไกลจากจุดที่คุโด้โดนพาตัวไปเกินกว่าจะเดินทางในหนึ่งชั่วโมง และเป็นที่ที่ได้ยินเสียงรถไฟ ฟังจากที่คุโด้ว่าคนร้ายน่าจะเป็นแก๊งลักเด็กที่เพิ่งออกข่าวไม่นานนี้”

“คุโด้คุง? คุโด้คุงรู้เรื่องนี้ด้วยเหรอ”ปลายสายว่างงๆ

“เอ่อ ผมหมายถึงโคนันคุงน่ะครับสารวัตรคงฟังผิด ช่วยหาตามที่บอกด้วยนะครับ ด่วนที่สุดเลย ผมจะถือสายรอพอดีมือถือผมแบตหมด”เขาแก้ตัวเสียงแห้งพร้อมกำชับอีกรอบ

“เข้าใจแล้ว”

อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะคุโด้

……………………………………….

มีบางอย่างไม่ถูกต้อง

ทั้งๆที่เกือบจะรู้ที่อยู่แล้วแท้ๆ แต่ผลที่ได้กลับ…

“เสียใจด้วยนะ ฮัตโตริคุง เราลองค้นตามที่เธอว่าแล้วแต่ไม่มีใครที่เข้าข่ายเลยสักคน”สารวัตรเมงูเระกล่าวหลังจากที่หายไปนานเกือบครึ่งชั่วโมง ยังดีที่สมัยนี้ไม่ค่อยมีใครใช้โทรศัพท์สาธารณะนัก ไม่งั้นมีหวังได้ต่อคิวรอกันยาวเหยียด

“สารวัตรเช็คดีแล้วหรือครับ”เขากล่าวอย่างร้อนใจ ไม่รู้ตอนนี้คุโด้จะเป็นยังไงบ้าง

“เราเช็คกันหลายรอบแล้วฮัตโตริคุง”

หมายความว่าข้อสันนิษฐานเขาผิดพลาดงั้นเหรอ? ต้องกลับไปเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น?

เปรี้ยง!

เสียงปืนดังสนั่นทำให้เด็กหนุ่มผิวเข้มสะดุ้งตกใจจนเกือบทำโทรศัพท์หลุดมือ เขาหันขวับกลับไปมองอย่างรวดเร็ว และ…

พบกันเร็วๆนี้ในโรงภาพยนตร์

“เกิดอะไรขึ้น!”ปลายสายกล่าวด้วยเสียงตระหนก

นั่นมันโฆษณาหนัง?

“ฮัตโตริคุง!

“หา? อ๊ะ ครับๆ ไม่มีอะไรแค่เสียงเอฟเฟ็คท์หนังเท่านั้นล่ะครับ”

“อ๋อ หนังฝรั่งเรื่องใหม่น่ะนะ ทีเซอร์ตัวนี้ทำให้เกิดการเข้าใจผิดมาหลายครั้งแล้ว เก็อยากจะระงับการออกอากาศอยู่หรอก แต่คงต้องทำเรื่องไปอีกที หลายขั้นตอนน่าดู”

คงไม่ใช่ว่า…

“เอ่อ สารวัตรครับ ช่วยตรวจสอบการปล่อยทีเซอร์เรื่องนี้ว่ามีที่ไหนออกอากาศให้ได้มั้ยครับ”

……………………………………….

ยี่สิบนาทีต่อมาฮัตโตริ เฮย์จิก็มาหยุดอยู่หน้าโกดังร้างแห่งหนึ่ง ทั้งที่วิ่งมาตลอดทางจนเหนื่อยหอบแต่พอมาถึงที่หมายเขาก็สงบลงได้อย่างประหลาด อาจจะเป็นเพราะพอจะจับเค้าลางได้แล้วว่าเสียงที่ได้ยินนั้นไม่ใช่เสียงของปืนจริงๆ นั่นหมายความว่ามีความเป็นไปได้สูงที่คุโด้จะยังปลอดภัย ฉะนั้นตอนนี้ทางเลือกของเขามีสองอย่าง…

1.บุกเดี่ยวสู้ตายไปช่วยคุโด้กับเด็กคนอื่นๆออกมา

2.รอกำลังเสริมจากตำรวจ

แกรก

“อ๊ะ…”

“แกเป็นใคร!?

ดูเหมือนว่าจะมีคนเลือกให้เขาแล้ว ฮัตโตริวิ่งสุดฝีเท้าแล้วกระโดดพุ่งเข้าใส่เจ้าคนร้ายที่เปิดประตูออกมาเห็นเขายืนลังเลอยู่หน้าประตู

“จับมัน!

บางทีเขาก็ลืมไปว่าขึ้นชื่อว่าแก๊งแล้วถ้ามีคนร้ายแค่คนสองคนก็เสียชื่อแย่ เขาเหงื่อตกจ้องอาวุธนับสิบที่มีหลากหลายนับตั้งแต่ไม้หน้าสามไปจนถึงมีดในมือของคนร้าย

อืม บางทีบุกเดี่ยวคงไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่

อาจจะเป็นโชคเพียงน้อยนิดของนับสืบหนุ่มจากคันไซที่คนร้ายไม่มีปืน เขาก็เลยใช้แผนที่ง่ายที่สุดที่สมองอันชาญฉลาดคิดได้ตอนนี้นั่นคือ…วิ่งหนี

เขาสปริงตัวลุกขึ้นแล้วโกยหน้าตั้งไม่สนทิศทางเพราะยังไงการโดนล้อมกรอบนั้นก็มีแต่ต้องเสี่ยงชนกับคนร้ายคนใดคนหนึ่งอยู่แล้ว เขาพุ่งชนคนร้ายแล้ววิ่งต่อโดยมีคนร้ายคนอื่นๆวิ่งตามมาเป็นพรวน เขาเลี้ยวซ้ายทีขวาทีและ…

หมับ!

ใครบางคนยื่นมือมาดึงเขาหลบเข้าซอกแคบๆ

“อื้อ”

นี่เขา…โดนฉุด?

เขาอ้าปากเตรียมจะกัดเจ้าคนคนนั้นให้เลือดสาดก็…

“ถ้านายกัดฉัน เตรียมออกไปโดนยำเละข้างนอกได้เลยฮัตโตริ”

เสียงนี้มัน…

เขาสะบัดตัวไปมาส่งสัญญาณว่าให้ปล่อยตัว ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำตามอย่างไม่ขัดข้อง ฮัตโตริหมุนตัวเพื่อมองหน้าคนที่ดึงตัวเขามา

“คุโด้!?

อย่างที่คิดเลยคนคนนี้คือ คุโด้ ชินอิจิ นักสืบม.ปลายที่เขากำลังตามหาตัวอยู่ คำถามคือทำไมถึงอยู่ในสภาพนี้?

วิเคราะห์จากรอยเปื้อนบนเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวและคราบฝุ่นที่บริเวณหัวเข่าของกางเกงขาวยาวสีน้ำเงินอ่อน ฮัตโตริก็เงยหน้ามองสิ่งที่อยู่เหนือหัวตัวเอง

ท่อระบายอากาศ

“นายกลับร่างเดิมด้วยด้วยวิธีการบางอย่างจากนั้นก็หนีออกมาผ่านทางท่อระบายอากาศ…นี่ชักจะเหมือนหนังเข้าไปทุกทีแล้วนะคุโด้”

“แล้วการที่พ่อหนุ่มเลือดร้อนบางคนไม่คิดหน้าคิดหลังบุกเดี่ยวเข้ามาแล้วก็ทำได้แต่เผ่นหนีอย่างเดียวนั่นมันคืออะไรฮัตโตริ”

คุโด้กล่าวด้วยน้ำเสียงดุๆ

“แหะๆ พอดีมันเกิดเหตุฉุกเฉินนิดหน่อย”เขาหัวเราะเสียงแห้งตอบเสียงอ้อมแอ้ม

"เออจริงสิ นายบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า ฉันได้ยินเสียงนายร้องโอ๊ยก่อนที่สายจะตัดไป แล้วยังเสียงที่คิดว่าเป็นเสียงปืน แต่อันที่จริงมันคือโฆษณาใช่มั้ย?"ถึงเขาจะสันนิษฐานไว้อย่างนั้น และก็เป็นข้อสันนิษฐานนั้นเองที่พาให้เขามาถึงรังโจร แต่ถ้าอย่างนั้นทำไมคุโด้ถึงต้องร้องโอ๊ยล่ะ

“ก็แค่มีโจรขวัญอ่อนที่อยู่ชั้นลอยตกใจเสียงที่นายว่าจนเผลอปล่อยแก้วลงมาโดนหัวฉันแบบพอดิบพอดีเท่านั้นเอง ว่าแต่นายคงจะแจ้งตำรวจแล้วสินะ”

“อืม”

“ดี ถ้างั้นเรามาคิดหาวิธีออกจากที่นี่กัน นายมีอะไรติดตัวมาบ้าง?”

……………………………………….

หลังจากนั้นทุกอย่างก็จบลงด้วยดีอย่างรวดเร็ว

“ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือนะฮัตโตริคุง”

“อ่า ไม่เป็นไรครับ”

เขาตอบไปอย่างรวดเร็วพลางโบกไม้โบกมือ เพราะอันที่จริงสิ่งที่เขากับคุโด้ทำก็มีแค่แอบปล่อยตัวเด็กๆออกไปแล้วก็ปล่อยแก๊สยาสลบรมควันเจ้าพวกคนร้ายไว้ในโกดังและรอเวลาที่ตำรวจมาเท่านั้น ซึ่งแก๊สยาสลบพวกนั้นก็เป็นของที่อยู่ในโกดังตั้งแต่แรกอยู่แล้วซึ่งคุโด้ไปเจอโดยบังเอิญระหว่างที่หลบหนี

“เดี๋ยวที่เหลือพวกเราจะจัดการเอง แล้วนี่โคนันคุงล่ะ?”สารวัตรเมงูเระว่าพลางหันซ้ายหันขวามองหาเจ้าเด็กแว่น

“เอ่อ…เขาไปเข้าห้องน้ำน่ะครับ เห็นว่าอั้นมานาน เรื่องให้ปากคำผมว่าเลื่อนไปพรุ่งนี้ท่าจะดีนะครับ”เขาบอกเหตุผลออกไปมั่วๆ เพราะตอนนี้มีโคนันคุงอะไรนั่นที่ไหนล่ะ มีแต่คุโด้ ชินอิจิตัวเป็นๆที่โยนภาระรับหน้ากับตำรวจมาให้เขาแล้วหายตัวจ้อย

“ได้…อ้อ โมริคุงเขาฝากมาบอกว่าต้องไปรับพวกรันคุง ให้เธอพาโคนันคุงกลับบ้านด้วย”

“เข้าใจแล้วครับ”

เขาตอบคำถามกับตำรวจอีกสองสามคำแล้วก็ขอแยกตัวออกมา หลังจากที่มองจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครตามมา เขาก็ผลุบหายเข้าไปที่ซอกตึก ณ ที่ตรงนั้นภายใต้ความมืด มีร่างร่างหนึ่งยืนพิงกำแพง สองมือซุกกับกระเป๋าของเสื้อกันหนาวสีดำที่คาดว่าเพิ่งไปซื้อมาใหม่

“ไปกันเถอะ คุโด้”

ร่างนั้นใช้มือหนึ่งจับปีกหมวกที่เขาให้ยืมใช้แล้วเดินก้มหน้าก้มตาออกมาเพื่อจะทำหน้าที่ไกด์นำทางมาทัวร์โตเกียวในยามค่ำคืน

.

.

.

“อรุณสวัสดิ์ครับ คุโด้”

เปลือกตาของคนโดนปลุกขยับยุกยิกก่อนจะลืมขึ้น ดวงตาสีฟ้ากะพริบไล่ความง่วงสองสามที สองตามองไปยังคนที่นอนหันหน้ามาหาตน แล้วคลี่ยิ้มเอ่ยคำทักทายกลับไป

“อรุณสวัสดิ์ ฮัตโตริ”

“ผมเห็นคุณนอนอมยิ้ม ฝันดีงั้นเหรอ?”

“ฉันฝันเห็นเราสองคน…ในอีกโลกหนึ่ง”

“ผมเดาว่าคุณในโลกนั้นต้องทำให้ผมในโลกนั้นหลงหัวปักหัวปำแน่นอน”ฮัตโตริพูดอย่างมั่นใจพร้อมขยับตัวขึ้นคร่อมอีกคนอย่างรวดเร็ว

“ไม่รู้สินะ ทั้งฉันทั้งนายในโลกนั้นยังเด็กอยู่เลย และดูเหมือนว่าจะไม่ได้คิดเรื่องอะไรแบบนั้นด้วย”คุโด้พูดแล้วหัวเราะคิกคักด้วยความจั๊กจี้เมื่ออีกคนเริ่มจะเข้าโหมดหื่น(?)เข้ามาซุกไซร้ซอกคอเขา

“ผมเชื่อว่าไม่ว่าจะในโลกไหนผมกับคุณก็หนีกันไม่รอดหรอกครับ”

“แต่ว่าฉันในโลกนั้นชอบผู้หญิงคนหนึ่ง…โมริ รัน อา เธอน่ารักจริงๆนะ”

ฮัตโตริเงยหน้าขึ้นมาทันควัน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน

“นี่คุณกำลังจะพยายามทำให้ผมหึง?”

คำพูดนั้นทำให้คุโด้ ชินอิจิรู้สึกขำ

“นายกำลังหึงตัวฉันในอีกโลกหนึ่งนะ อีกอย่างนายในโลกนั้นก็ชอบผู้หญิงที่ชื่อคาซึฮะเหมือนกัน”

“ผมไม่สนหรอกว่าคุณในโลกนั้นหรือผมในโลกนั้นจะชอบใคร ที่ผมสนคือ ‘คุณ’ เพิ่งจะชมคนอื่นนอกจากผมว่าน่ารัก”

“อา ฮัตโตริ เฮย์จิ ตำรวจใหม่ไฟแรงที่เพิ่งเข้าสังกัดหน่วยของฉันนี่ช่างเป็นคนคิดเล็กคิดน้อยจังเลยน้า”ชินอิจิพูดหยอกล้อ มือเรียวดึงแก้มแฟนหนุ่มที่ทำหน้าบึ้งตึง

“ใช่ซี่ ใครจะไปเยือกเย็นได้ตลอดเวลาเหมือนหัวหน้าหน่วย คุโด้ ชินอิจิ ล่ะครับ”

“โอ๊ะโอ๋ น้อยใจซะแล้ว”

“ผมว่าเรารีบอาบน้ำแต่งตัวกันก่อนที่จะไปทำงานสายกันดีกว่านะครับ”ฮัตโตริไม่พูดเปล่า เขาขยับตัวลุกแต่ก็โดนอีกคนรั้งตัวเอาไว้เสียก่อน

“ถามจริง? นายจะรีบไปทั้งที่ตอนนี้เพิ่งจะหกโมงและที่ทำงานก็อยู่ห่างไปแค่บล็อกเดียวนะเหรอ”

“…”

“ก็ได้ ยังไงถ้าไปเช้าฉันก็จะได้ตรวจงานเร็วขึ้นเท่านั้นเอง ยังไงวันนี้เราก็ต้องเลิกเร็วอยู่แล้ว”

“เลิกเร็ว?”

ตาสีน้ำเงินอมเขียวฉายแววงุนงง เพราะคำพูดของเจ้านายทำให้เขาลืมที่จะโกรธไปชั่วขณะ ไม่สิ อันที่จริงแล้วเขาไม่เคยที่จะสามารถโกรธคนคนนี้ได้จริงๆจังๆอยู่แล้ว แม้ในเวลาที่อีกฝ่ายเอาแต่ใจซึ่งก็มีไม่มากนักหรอก เขาก็ไม่เคยจะขัดได้สำเร็จ เรียกได้ว่าเป็นคนที่แพ้ทางอย่างสิ้นเชิงก็ว่าได้

“อะไรกัน อย่าบอกนะว่าลืมวันเกิดตัวเองแล้วน่ะ ฮัตโตริ”

“วันเกิด?”

“ก็ใช่น่ะสิ คิดว่าฉันนั่งเคลียร์งานดึกๆดื่นๆเพราะอะไรกัน ฉันต้องการให้วันนี้ว่างน่ะสิ แต่สุดท้ายก็ว่างได้แค่ครึ่งวัน โทษทีนะ”

ฮัตโตริ เฮย์จิ จ้องหน้าคนที่กำลังพนมมือขอโทษเขาแล้วก็ส่ายหัว

“ขอโทษอะไรกันครับ ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ ขอโทษที่ทำให้ตาสวยๆของคุณเกิดรอยคล้ำ”เขายื่นมือไปแตะใต้ตาของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา

“ฮัตโตริ”

“คระ…”

โดยไม่ทันได้ตั้งตัวคอเสื้อของเขาก็โดนดึงจนต้องโน้มตัวตามและเขาก็ได้รับของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุด มันไม่ใช่จูบที่ลึกซึ้ง เป็นแค่การแตะปากกันอย่างรวดเร็วภายในเสี้ยววินาที แต่น่าแปลกที่มันทำให้เขาหัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าจะหลุดออกมาจากอก

“สุขสันต์วันเกิดนะ ฉันดีใจที่คนที่ฉันกล่าวอรุณสวัสดิ์เป็นคนแรกคือนาย”หัวหน้าของเขาพูดโดยไม่มองหน้า เอาแต่ก้มหน้าก้มตาและด้วยทักษะสืบสวนเขาเชื่อว่าแฟนเขากำลังเขิน

“หัวหน้าครับ หูคุณแดงหมดแล้ว”

“ฉันรู้น่า แล้วมันใช่แค่หูที่ไหนกัน”ชินอิจิพึมพำ

“หัวหน้าครับ ผมไม่ใช่คนที่เชื่อเรื่องการอธิษฐานขอพรสักเท่าไหร่ แต่วันเกิดปีนี้ผมจะอธิษฐาน”

“อธิษฐานว่าอะไร?”

ดูเหมือนว่าความอยากรู้อยากเห็นจะทำให้ความเขินของชินอิจิหายวับไปกับตาราวกับเรื่องโกหก บางทีมันอาจจะเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่ทำให้หัวหน้าเขาได้เป็นหัวหน้าหน่วยสืบสวนที่อายุน้อยที่สุด

“อธิษฐานว่าขอให้ผมได้เป็นคนแรกที่กล่าวอรุณสวัสดิ์กับคุณในทุกๆเช้า ทุกๆวันนับจากนี้ไป”

“…ฮัตโตริ”

“ครับ?”

“ครั้งหน้าที่นายพูดประโยคนี้อย่าลืมแหวนล่ะ”

-จบ-


......................................................................................................................................................................................

คุยกันหน่อย
   ก่อนอื่นสำหรับคนที่อ่านแล้วงงก็ต้องขออภัยเพราะพล็อตเรื่องมันมาจากฝันของข้าพเจ้าเอง มันก็เลยออกมาแหวกเช่นนี้แล ฟิคนี้เป็นคู่เฮย์จิกับโคนันตรงไหน? ตอบตามตรงและเต็มปากเต็มคำเลยว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้ในรูปแบบที่เป็นคนรักนั้นคือคู่ เฮย์จิชินอิจิในอีกโลกหนึ่งถึงเป็นผู้ใหญ่ทำงานเป็นตำรวจทั้งคู่ ส่วนเฮย์จิกับโคนันที่โผล่ออกมาตั้งแต่แรกจนเกือบจบเรื่องนั้นเป็นไปตามแบบเนื้อเรื่องออริจินัล คือเป็นแค่คู่หูกันเฉยๆ แล้วมันมารวมอยู่ในเรื่องเดียวกันได้เพราะ ชินอิจิที่เป็นตำรวจฝันเห็นตัวเองกับเฮย์จิในอีกโลกหนึ่งนั่นเอง ใครมีความคิดเห็นยังไงฝากติชมด้วยนะคะ
   ป.ล.ส่วนเรื่องราวของหัวหน้าคุโด้กับลูกน้องฮัตโตริอาจมีมาเป็นเรื่องยาวภายหลังนะ (แต่ก็แค่อาจจะเท่านั้นแหละ เพราะตอนนี้ก็ดองนิยายเรื่องอื่นไว้อยู่)

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Em.S.End จากทั้งหมด 17 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

9 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 13:53
    โห๊ยยยยยยยย เขินมากเลยค่ะฮือออออออออออออออออ ตามหาฟิคเฮย์จิชินมานานมากๆๆๆๆเลยค่ะฮือ เราชอบและหลงรักคู่นี้มากกกกก มาเจอฟิคเรื่องนี้แล้วตอบโจทย์มากเลยค่ะ เขินมากกกกกกก แง เขินไปหมด ภาษาสวยมากเลยค่ะตัวเอง อ่านลื่น คาแรคเตอร์ตรง น่ารักไปหมดทั้งเฮย์จิทั้งน้องคุโด้ ชินนิจิก็หล๊อหล่อ ฮือ555555 เห็นพวกเขารักกันแล้วเขินจนม้วน รักกันเยอะๆเลยนะคะ 555555 ยังไงก็ขอบคุณที่เขียนฟิคเฮย์ชินมานะคะ ฮิลลิ่งใจได้เยอะเลย หวังว่าจะได้เห็นอีกน้า ขอบคุณมากค่า
    #9
    0
  2. #8 My_Iris (@My_Iris) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 10:32
    แต่งเล่ย! แต่งเล่ย! แต่งเล่ย!
    ทำไมเขินนนนน >////<
    เขาพูดครับกันด้วยแหละเธอว์~
    #8
    0
  3. วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 16:33
    โอ๊ยยย จริงๆแล้วนั่งหาอ่านไคโตะชินอิจิ แต่มาเจอคู่นี้ ไรท์เตอร์แต่งหวานนนนมากค่ะ ชอบบบบบบบบบบ โอ๊ยยยยยยย ชอบ ไม่รู้จะพูดยังไง ชอบมากๆเลยค่ะ ดี๊ดีอ่ะ 
    #7
    0
  4. #6 annaaa (@anna_anna) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 08:49
    เขิลแหะ
    #6
    0
  5. วันที่ 3 เมษายน 2559 / 20:00
    หึยยยยยยย มาสั้นๆแต่อ่านแล้วโคตรจะเขินเยย
    //จิกหมอนนนน
    #5
    0
  6. #4 ccnaorot
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 23:15
    น่ารักมากๆเลยค่ะ คู่เฮย์ชินนี่หาอ่านยากมากๆขอบคุณที่แต่มาให้อ่านนะคะ
    #4
    0
  7. #3 จีจี้ซัง (@jiji-love) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 09:23
    น่ารักม๊ากมากอ่ะ.....เป็นคู่ที่หาอ่านยากมากเลยอ่ะ.. ...แต่งได้น่ารักสุดๆ โดยเฉพาะตอนท้าย....เขินอ่ะ><
    #3
    0
  8. #2 Name (@inazuma11fanclub) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 05:32
    เจ๋งเลย หนีมาทางท่อระบายอากาศด้วย คนๆ นี่ทำได้แทบทุกอย่างจริงๆ
    #2
    0
  9. วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 00:10
    ว้าว ดีจัง ในที่สุดก็มีคู่นี้สักทีอิๆ
    #1
    0