เฮฮาประสาสามก๊ก

ตอนที่ 82 : มังกรเล้นกาย--2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 371
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    24 ม.ค. 57

มังกรเล้นกาย--2


*ขอโทษครับ ช่วงนี้ไม่ค่อยมีภาพมากอวดมาก.. การเมืองทำให้คนมากมายสติแตก รวมทั้งผมด้วย
 
สุมาเต็กโซเป็นตัวละครที่มีความเล้นลับที่สุดในสามก๊ก  เนื่องเป็นถึงอาจารย์ของข่งเบ้ง ซีซี และบังทอง, แต่แล้วเขากลับไม่เคยคิดแม้แต่จะร่วมมือกับใครแม้ว่าเขาจะเป็นคนที่ผู้นำสามก๊กจับตามากที่สุด มันน่าสนใจที่จะคิดว่า, อะไรทำให้เขาสามารถปฏิเสธคนเหล่านั้นได้ คนอย่างซุนเซ็กไม่ใช่คนที่จะถูกปฏิเสธได้  หรือคนเช่นเล่าเปียวซึ่งตัวจริงในประวัติศาสตร์ค่อนข้างลุแก่อำนาจ  ทำให้เกิดความสงสัยว่าสุมาเซ็กโซมีดีจริงหรือไม่
 
คำตอบแรกคือ ถ้าเขาเป็นอัจฉริยะ เขายิ่งมีอัจฉริยะภาพเหนือเข่งเบ้งอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเขาสามารถที่จะควบคุมตัวเองไม่ให้แสดงความเป็นอัจฉริยะออกมา  อีกประการ  ฉายาของเขาคือกระจกวารีอันหมายถึงน้ำที่นิ่งจนเหมือนเป็นกระจก  นั้นคือเขามองคนอย่างทะลุปรุโปร่งแต่ไม่มีใครสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายในตัวเขา
 
แต่ความหมายที่สอง  เขาอาจจะไม่ใช่อัจฉริยะอย่างแท้จริง  เพราะคนอย่างเล่าปี่ที่อ่านคนได้ทะลุปรุโปร่งเช่นกันย่อมไม่ปล่อยมือจากเขาแน่  เพราะถ้าสุมาเต็กโซได้พบกับโจโฉ  เขาอาจจะเลือกรับใช้โจโฉก็เป็นได้  เพราะโจโฉเป็นคนที่มีเสน่ห์อย่างประหลาด  มีคนไม่น้อยที่หลงรักเขา  ฉะนั้น  เพื่อไม่ให้เขากลายเป็นกำลังของโจโฉ  เล่าปี่อาจกำจัดเขาก่อน  ถ้าเราสามารถจำได้  เล่าปี่ไม่เหมือนในนิยาย  เขาเป็นนักการเมืองที่ฉลาดหลักแหลมมาก  และแม้แต่โจโฉก็ยังแพ้ทางอยู่เสมอ
 
อย่างไรก็ดี  เรื่องราวของสติปัญญาและความกตัญญูของคนจีนมักสร้างความรู้สึกกังขาให้กับคนสมัยนี้เสมอ  อาจจะเพราะโจโฉและซุนกวนจะมีลักษณะนิสัยของเผ่าพันธุ์อื่นค่อนข้างมาก คือเติร์ก(โจโฉ)และรัสเซีย(ซุนกวน)  ทำให้พวกเขาไม่ยึดติดกับแนวนางของชาวฮั่น  ถ้าเราอ่านเรื่องราวของสติปัญญาหรือความกตัญญูของชาวฮั่น  เราจะพบว่าเรื่องหลายเรื่องฟังดูงี่เง่า  เช่น "เรื่องความกตัญญูของลูกที่รักพ่อมาก กลัวพ่อจะถูกยุงกัด เลยเข้าไปนอนที่นอนพ่อ ให้ยุงกินเลือดตัวเองจนอิ่มก่อนจะได้ไม่กินเลือดพ่อ"  อันนี้น่าจะเรียกโง่มากกว่ากตัญญู(ไปหาซื้อหรือขอยืมมุ่งมากางให้พ่อน่าจะเข้าท่ามากกว่า หรือไม่ก็จุดยากันยุง)  กับอีกเรื่อง  "ชายที่ฉลาดมากแต่ไม่ยอมไปสอบเป็นขุนนางในเมืองเพราะไม่มีใครดูแลพ่อแม่ ทำงานแทนพ่อแม่ทุกอย่างจนกระทั่งพ่อแม่ตาย ตนจึงไปสอบเป็นขุนนาง แต่พอสอบได้เมียแย้งว่า ไม่สามารถทนให้สามีไปรับใช้ใครได้ เขาก็บอกว่าเขาอยู่กับเธอสบายกว่า และไม่ยอมไปรับราชการ" ผมสงสัยทันทีว่าทำไมเขายอมให้พ่อแม่อยู่อย่างคนจน จนกระทั่งตาย ทั้งที่ถ้าเขาสอบเป็นขุนนาง เขาสามารถพาพ่อแม่ไปอยู่ด้วยและเลี้ยงดูพวกท่านอย่างดี ชีวิตของพ่อแม่ของเขาจะเปลี่ยนไป ท่านจะได้กินอาหารดีๆ นอนบนที่นอนอุ่นนุ่ม และลูกหลานของเขาจะถูกยกระดับชีวิตขึ้นและอยู่อย่างมีความสุข--มีการศึกษาที่ดี
 
บางที สุมาเต็กโซอาจจะเป็นคนเช่นชายผู้นี้ซึ่งยอมอยู่อย่างคนจนดีกว่า เพราะเขาอาจจะไม่แน่ใจเกี่ยวกับสังคมภายนอกที่รอเขาอยู่ หรือเพราะเขาไม่อาจแน่ใจได้ว่าใครคือฝ่ายถูกอย่างแท้จริง  เพราะสามก๊กก็ไม่แตกต่างจากสมัยนี้ ซึ่งแบบเป็กกลุ่มๆ และต่างฝ่ายต่างก็ว่าตัวเองดีกว่าอีกฝ่าย  เพียงแต่โจโฉมีความน่ารักตรงนี้กล้ายอมรับอย่างตรงไปตรงมา "ผมเลว" ฮา... ตรงนี้ต้องยอมรับว่าเขาใจนักเลงมากจริงๆ  และแน่นอนว่าหลายคนคงไม่อยากยอมรับเท่าไหร่  เพราะระหว่างที่เขาพูดกับทุกคนว่าเขาเลวอย่างไร  ใบหน้าของเขาคงดูน่ารักมาก
 
...เหมียว...
 
แต่เป็นสุมาเต็กโซที่ตั้งฉายาให้กับ "ข่งเบ้ง" และ "บังทอง" ว่า "มังกรหลับ" และ "หงส์อ่อน"
 
คำถามคือ... มังกรหลับคือมังกรที่มีสติปัญญา, คือมังกรที่เก่งกล้าสามารถ หรือมังกรที่มีอิทธิ์หรือไม่?  และหงส์อ่อนล่ะ มันหมายถึงหงส์ที่มากด้วยประสบการณ์ชีวิต หรือมีสายตาที่กว้างไกลอยู่หรือ?
 
แน่นอน  ร้อยทั้งร้อย  เมื่อได้ยินชื่อ หงส์ และ มังกร  พวกเขาย่อมคิดว่านี่คือสิ่งวิเศษที่ถ้าได้มาเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็อาจทำให้เขาสามารถรวมแผ่นดินได้ เนื่องจากหงส์และมังกรคือสัตว์ที่วิเศษและลึกลับที่สุดสำหรับชาวจีน  แต่ถ้าท่านพิจารณาคำคุณศัพท์ที่ต่อท้ายคำทั้งสอง ท่านก็จะต้องตั้งคำถามเช่นกันว่า "สุมาเต็กโซเห็นอะไรในตัวของข่งเบ้งและบังทอง" และเรื่องที่ประหลาดกว่านั้นคือ เป็นเล่าปี่ที่ได้ทั้งสองไปครอบครอง
 
สุมาเต็กโซอาจจะจงใจให้เล่าปี่ได้ทั้งสองไปเพื่อที่เขาจะมั่นใจว่าเล่าปี่จะไม่มีวันรวมแผ่นดินได้? ใช่หรือไม่? เพราะเมื่อพวกเขาได้พบกัน  สุมาเต็กโซปฏิเสธการร้องขอของเล่าปี่เพื่อการฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่น และกลับแนะนำหงส์และมังกรที่ไร้ประสบการณ์ชีวิตไปรับใช้เล่าปี่  เขาเห็นอะไรในตัวเล่าปี่  ใช่ความทะเยอทะยานหรือไม่  ตามเอกสารประวัติศาสตร์  ทั้งหมดระบุตรงกันว่า เล่าปี่มีความทะเยอทะยานมากกว่าโจโฉ และสำรวมถ้อยคำมาก  ถ้าไม่รู้จักเขานานพอจะไม่มีวันสังเกตเห็นสิ่งเหล่านี้
 
อย่างไรก็ดี  ความทะเยอทะยานอาจจะไม่ใช่คำตอบทั้งหมด  เพราะถ้าเขามีแค่ความทะเยอทะยานแต่ไร้ความสามารถ  เล่าปี่คงไม่สามารถสร้างเนื้อสร้างตัวจนกลายเป็นฮ่องเต้ได้  เล่าปี่ต้องมีสติปัญญามาก  อย่างไรก็ดี คนมีสติปัญญาเช่นเขายังต้องการสิ่งใดจากสุมาเต็กโซ เขามีคนเช่นนั้นอยู่รอบตัวเต็มไปหมด  ขาดสุมาเต็กโซซักคนคงไม่ตาย  เว้นแต่สุมาเต็กโซจะมีสิ่งที่เขาไม่มีจริงๆ
 
ฉะนั้น  เราอาจพูดได้ว่า, สติปัญญาของสุมาเต็กโซไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นของเล่าปี่  หรือเป็นสิ่งที่เล่าปี่คิดว่าเขาไม่จำเป็นต้องใช้  เพราะเขามีมันอยู่เต็มเปรี่ยมเช่นกัน
 
นั่นคือการอ่านใจคนและปกปิดตัวตนของตนเอง...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

478 ความคิดเห็น