เฮฮาประสาสามก๊ก

ตอนที่ 22 : เมื่อเตียวเจียวเจอนิสัยกวนๆ ของซุนกวน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    23 ธ.ค. 54

"อยากรู้นักว่าหัวใจของกวนมันจะหวนวันละกี่หน" คำพูดนี้ปรากฏในหนังสือเรื่องแหวะหัวใจซุนกวนซึ่งผมอ่านเจอตอนที่ผมไปเดินห้าง และเกาะอยู่ที่ซีเอสบุ๊คเซนเตอร์(อ่านฟรี) ซึ่งก็จำได้ไม่มากเท่าไหร่เพราะไม่ได้ซื้อติดมาด้วย  แต่ก็ยังจำความรู้สึกขำขันเกี่ยวกับอารมณ์กวนๆ ของท่านกวนได้บ้าง จึงจะขอเล่าให้ฟังหลังหายไปหนึ่งอาทิตย์เพราะติดสอบ

มันอยู่ในช่วงที่ผมต้องมาสอบที่ม. รามฯ หัวหมาก ผมมาถึงหัวลำโพงตอนห้าทุ่ม ไม่มีที่ไปเพราะน้ำท่วม ผมจึงต้องนอนที่หัวลำโพง บริเวณหน้าร้านซีดี ระหว่างนั้นเค้าฉายสามก๊ก-โจโฉแตกทัพเรือของจอห์น หวู่ พอดีซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวของพวกเล่าปี่ที่หนีซมซานไปพึ่งซุนกวน และง่อ-ซุนตัดสินใจเปิดศึกกับโจโฉผู้หยิ่งยโสและบ้าผู้หญิง ตอนนั้นผมสังเกตเพิ่มว่าเล่าปี่และซุนกวนถูกเรียกว่า "ท่านอ๋อง" ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นความผิดพลาดของหนังแต่แรกหรือพลาดเพราะแปลผิดก็ไม่ทราบ ผมที่กำลังจะหลับแหล่มิหลับแหล่ก็ได้แต่คิดในใจว่า "ใครอุตริตั้งซุนกวนกับเล่าปี่เป็นอ๋องตอนนี้วะ? ทำให้ข้ออ้างปราบขบถของโจโฉโคตรจะฟังขึ้นเลย" เพราะถ้าเป็นอ๋องทั้งที่ไม่ใช่เชื่อพระวงศ์และฮ่องเต้ไม่ทรงอนุมัติย่อมเป็นการประกาศตัวไม่ขึ้นกับฮ่องเต้อีกต่อไป(อาจจะยอมเล่าปี่ได้คนเดียวเพราะพี่แกกำลังอยากเป็นอยู่) และตามจริงก่อนไปผาแดงโจโฉเป็นถึงเจ้าพระยามหาอุปราชหรือนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่แค่สมุหนายก(รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย)อย่างที่ปรากฏในหนัง จึงกลายเป็นว่าเรื่องนี้ประวัติศาสตร์ก็ไม่ใช่ วรรณกรรมก็ไม่ใช่ ยังกับว่ากำลังดูหนังเรื่อง "พระนเรศวรผู้เป็นมหาเสนาบดีทำยุทธหัตถีกับมังกะยอชวาผู้เป็นพระเจ้าตองอู" ก็ไม่ปาน ทำให้ผมพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ไม่ชอบหนังขึ้นมาบ้าง เพราะถ้าความผิดพลาดนี้เป็นความผิดพลาดของสามก๊กโมเอะผมคงไม่ว่าอะไรเท่าไหร่
 หนังเจ้ากรรมที่ทำได้ดี แต่ก็อดติไม่ได้ แต่ผมชอบเพลงมากๆ เลย

ซุนกวนเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์สามก๊ก  เพราะเป็นบุคคลสำคัญที่ขัดขวางโจโฉในการรวมประเทศ  รวมทั้งเป็นคนที่ขัดขวางหนทางการดำรงอยู่ของราชวงศ์ฮั่นและช่วยสนับสนุนให้เล่าปี่ได้เป็นฮ่องเต้  แม้ว่าทั้งหมดที่กล่าวมานี้พี่แกจะไม่เคยรู้ตัวเลยก็ตาม(หรืออาจจะรู้) แต่กระนั้นซุนกวนกลับไม่มีความสำคัญในนิยายอย่างช่วยไม่ได้ อาจจะเพราะทั้งเฉินโซ่และหลอกว้านจงต่างก็เป็นผู้นิยมข่งเบ้งจึงช่วยกันประเคนทุกอย่างให้ฝั่งที่ข่งเบ้งทำงานด้วยมากๆๆๆๆ จนไม่เหลือที่ว่างพอจะกล่าวถึงคนอื่นให้สมกับความสำคัญ อีกทั้งซุนกวนยังขึ้นชื่อเรื่องความเป็นคนหวนหันรวนเร ทำให้ความสำคัญในใจของผู้ประพันธ์ยิ่งลดลงไปอีก

มันทำให้ผมคิดถึงบทความของนายเคซี่เรียลที่เขียนถึงคนกรุ๊ปเลือดต่างๆ  เมื่อผมพิจารณานิสัยของสี่ผู้นำในยุคขุนพลตามที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ ผมเห็นโจโฉเป็นคนกรุ๊ปเลือดบี(เปิดเผย โผงผาง), สุมาอี้เป็นกรุ๊ปเลือดเอ(ระมัดระวัง ใจเย็น), เล่าปี่กรุ๊ปเลือดเอบี(ซับซ้อน คาดการไม่ได้) และ ซุนกวนกรุ๊ปเลือดโอ(อารมณ์อ่อนไหว โลเล) ต่างจากที่เคซี่เรียลจำแนกไว้แต่โจโฉบีนี่คิดเหมือนกันเลยเนอะ ซุนกวนมีลักษณะนิสัยที่เหมือนกับคนกรุ๊ปเลือดโอในบทความของเคซี่เรียลหลายอย่างมากๆๆ เช่นนิสัยผลัดวันประกันพรุ่ง ถูกหลอกล่อให้วิ่งเข้าหาเป้าหมายได้ง่ายที่สุดและเป็นคนอ่อนไหวที่สุดในบรรดาผู้นำทั้งหมด มีความมุ่งมั่นในชัยชนะสูงมากซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ถ้าหนทางชนะไม่ชัดเจนเค้าจะเลิกล้มความตั้งใจไปเลย(เล่าปี่.- "ลุกขึ้นมาเด่ะ เจ้าคนน่าสมเพช"...) และสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดอ่อนของซุนกวนก็คือจิตใจของซุนกวนเหมือนบ้านที่ใส่กลอนไว้อย่างดี--แต่เมื่อสามารถเปิดเข้าไปในด่านแรกแล้วก็สามารถเข้าออกได้ทุกห้อง(และเห็นความรกทุกห้อง) หรือพูดง่ายๆ คือถ้าเผยให้รู้จักเมื่อไหร่ก็จะรู้จักแบบหมดไส้หมดพุงทันที ทำให้แก๊งค์เล่าปี่สามารถใช้ประโยชน์จากซุนได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก  แต่ก็ยอมรับว่าเค้าคือคนที่สุดยอดคนหนึ่งในยุคแห่งความวุ่นวาย

ซุนกวนเป็นหนึ่งในบรรดาลูกชายลำดับรองๆ ที่มีอยู่จำนวนมากของซุนเกี๋ยน เค้าเป็นเด็กหนุ่มที่ห้าวหาญและเฉลียวฉลาดมาแต่เล็ก หลังการตายของซุนเซ็กผู้มีชื่อชวนสยิวแต่นิสัยชวนสยอง เค้าก็ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยอายุแค่สิบเจ็บสิบแปดภายใต้การกำกับดูแลของคุณน้าซึ่งเป็นแม่ด้วย จิวยี่ เตียวเจียว รวมทั้งที่ปรึกษาหัวหงอกทั้งหลาย ความที่เป็นเจ้าเมืองอายุน้อย รอบๆ ตัวมีแต่ผู้อวุโสกระมัง  ทำให้เค้าขาดความเป็นตัวของตัวเองไปมาก แต่ก็ฉลาดพอจะเลือกสวามิภักกับโจโฉในช่วงแรกเพื่อรักษาสถานภาพของตัวเองและความชอบธรรมในอำนาจ เนื่องจากโจโฉเป็นรัฐบาลในพระนามแห่งฮ่องเต้และเป็นที่ศรัทธาของผู้คนอย่างกว้างขวาง แต่อาจจะเพราะยังเด็กเลยมีความรับผิดชอบต่ำ(-"-) มักทิ้งการทิ้งงานเข้าป่าล่าเสือเป็นประจำจนเตียวเจียวต้องชักชวนให้สนใจเสือในเมือง(ผู้หญิง) และยังชอบผลัดวันประกันพรุ่งให้งานมากมายสุมกองกันเป็นดินพอกหางหมูจนเตียวเจียวต้องไปลากตัวมาทำงานประจำ แถมเปลี่ยนใจง่ายบ่อยๆ ด้วย--นึกถึงตอนแกเป็นฮ่องเต้สิครับ แต่งตั้งลูกเป็นรัชทายาท พอไม่พอใจแม่มันก็ปลดลูกออกแล้วตั้งคนใหม่ ทำเวียนไปเวียนมาแบบนี้จนผู้คนในรัฐหวู่(ง่อ)ต้องมีคำทักทายกันว่า "วันนี้รัชทายาทชื่ออะไร?" แถมยังหัวดื้อหัวรั้นที่สุด, ไม่ใช่อะไรมาก ความจริงมีหลายครั้งที่เค้าเห็นด้วยกับเหตุผลที่คนอื่นค้าน แต่เค้าแค่ต้องการเอาชนะเท่านั้นเอง และในความดื้อรั้นก็เป็นคนโลเลแปรเปลี่ยนง่ายด้วย เจ้านายแบบนี้คงสร้างความปวดตับให้กับลูกน้องไม่น้อย ไม่แปลกเลยว่าทำไมรัฐหวูล่มสลายลงในสมัยพระเจ้าซุนโฮ เพราะบรรดาทายาทที่เคยถูกแต่งตั้งเป็นรัชทายาทย่อมมีความว่าตนชอบธรรมในตำแหน่งอยู่แล้วจึงแย่งกันเป็นธรรมดา
 

บางทีท่านที่เคยอ่านเรื่องจอมราชันย์อหังการคงจะจำมุขขำๆ เกี่ยวกับความโลเลของซุนกวนได้ โดยแสดงออกทางท่าทาง เริ่มจากการโยกไปโยกมา จนกระทั่งตกเก้าอี้แล้วก็กลิ้งไปกับพื้น และทิ้งท้ายด้วยการตดปู๊ดออกมากลางที่ประชุมและก็หยงๆ ไปฟังโต๊ะขาด ถ้าดูจากท่าทางเราจะตีความได้ว่า ซุนกวนไม่ใช่โลเลแบบแอบๆ ให้รู้ไม่กี่คน แต่โลเลจนเป็นที่ประจักษ์ชัดทั้งแผ่นดิน(ฮา)

ซุนกวน.- "โจโฉ(พูดพลางแกว่งบ่วงบาศเหนือหัว) เจ้ามาเข้าสมาคมคนโลเลกับข้าดีกว่า มะ"
โจโฉ.-    "งี่เง่าน่าเจ้าเด็กบ้า(พูดพลางอุ้มแมวพาดบ่า) ไปไกลๆ เลยไป๊ น่ารำคาญ"
*หมายเหตุ แม้โจโฉจะได้รับการยอมรับจากนักประวัติศาสตร์ว่าเป็นผู้นำที่มีศักยภาพสูงที่สุด แต่ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือโจโฉเองก็มีสองด้านเช่นกัน คือด้านที่โลเลกับด้านที่เด็ดขาด แต่โชคดีที่ว่าโจโฉเป็นคนรับฟังเหตุผลแม้จะเถียงบ้างแต่ก็เก็บคำแนะนำมาคิดเสมอ ลูกน้องของโจโฉหลายคนที่รู้จุดอ่อนข้อนี้จึงมีบทบาทในการกระตุ้นการตัดสินใจของเค้าหลายครั้ง เช่นกุยแกที่แจกแจงข้อเด่นสิบประการ(ลูกยอ) กาเซี่ยงที่ชี้จุดอ่อนอย่างตรงไปตรงมาในศึกกวนตู้(บอกโจโฉว่าคิดละเอียดเกินไป ทำให้ตัดสินใจไม่ได้ซะที) และซุนฮกที่คอยให้กำลังใจเป็นต้น ทำให้โจโฉประสบความสำเร็จมากกว่าซุนกวนแม้จะมีตำแห่งก่อนตายแค่วุ่ยอ๋อง

ซุนกวนมักหมดเวลาไปความมุ่งมั่นในชัยชนะแบบไร้สาระบ่อยๆ ทำให้หลายคนในรัฐหวู่หลายเป็นคนไร้ความสำคัญเพราะขัดใจเจ้านาย ถ้าไม่มีบารมีพอ(ในที่นี้คือความหน้าด้าน)ก็ต้องตรอมใจตายไปอย่างลกซุน  พอพูดถึงเรื่องขัดใจ เราจะได้เห็นนิสัยกวนๆ ของซุนกวนชัดขึ้นก็กับคนผู้นี้ คือเตียวเจียว ตามที่ปรากฏในประวัติศาสตร์นั้นเป็นคนที่ดื้อพอๆ กับซุนกวน อายุรุ่นราวคราวโจโฉและเจ้าอารมณ์ยิ่งนัก แต่อายุยืนร่วมแปดสิบกว่า เมื่อซุนกวนมีวุฒิภาวะมากขึ้นและเริ่มต่อกรกับโจโฉที่อายุเท่าพ่อเค้าได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ ก็ทำให้เค้าเกิดอารมณ์ค้าง มางัดข้อกับข้อเสื่อมๆ ของเตียวเจียวบ่อยขึ้นโดยที่ลืมไปว่า โจโฉนั้นยังไงก็อยู่คนละก๊ก พอถึงเวลาก็ตัวใครตัวมัน แต่เตียวเจียวอยู่ก๊กเดียวกัน เวลาเสียหน้าย่อมไม่มีที่ให้หลบ เพราะเตียวเจียวนั้นเฉียบคมจนเป็นที่เคารพยำเกรงของคนทั้งรัฐหวู่ มากกว่าที่คนยำเกรงซุนกวนอีก ซุนกวนจึงต้องเอาปี๊บคลุมหัวบ่อยๆ เช่นกัน
 
เตียวเจียว ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นคนซื่อตรงไม่อ่อนข้อให้ความไม่ถูกต้อง ทำให้งัดกับซุนกวนบ่อย แต่เค้าก็เป็นบุคคลสำคัญที่ค้ำจุนง่อตลอดสมัยของซุนกวน

แต่มีอยู่ครั้งที่หนักมากๆ คือตอนที่ซุนกวนเป็นฮ่องเต้แล้ว เริ่มบ้าอำนาจ จะส่งทูตไปรัฐเว่ย และเตียวเจียวพยายามคัดค้าน ซุนกวนที่ลุแก่อำนาจถึงกับชักดาบทีเดียว แต่เตียวเจียวผู้ยอมตายเพื่อชาติก็หลั่งน้ำตาและบอกให้ฮ่องบ้าที่อายุคราวลูกรู้ว่าตนนั้นเห็นแก่ประเทศมากกว่าชีวิตตน ทำให้ซุนกวนได้สติร้องไห้กอดกับเตียวเจียว แต่หลังจากนั้นไม่นาน ซุนกวนที่น่าจะชื่อ "กวนteen" มากกว่าก็จัดการส่งทูตไปตามกำหนดเดิมทุกประการ(เวร) ทำให้เตียวเจียวน้อยใจตามประสาคนแก่(มากแล้ว) ไม่ยอมไปทำงานอีก อุส่าห์เชิญก็แล้ว ฮ่องบ้าเกิดโมโหขึ้นมาก็เลยเอาดินไปถมหน้าบ้านซะเลย เตียวเจียวทั้งโกรธทั้งน้อยใจก็เอาดินมาถมประตูข้างในบ้าง ต่อมาทูตของหวู่ถูกเว่ยสังหารตามที่เตียวเจียวคาดการไว้ ทำให้ซุนกวนสำนึกได้ รีบไปตามเตียวเจียวและขุดเอาดินที่ถมหน้าบ้านออก แต่ยังเปิดไม่ได้เพราะเตียวเจียวถมดินหน้าประตูไว้ข้างใน ซุนกวนเกิดอาการบ้าขึ้นมาตามประสาคนชอบเอาชนะก็เลยให้คนจุดไฟเผาประตู ส่วนเตียวเจียวที่แก่แล้วเริ่มหลงก็ช่วยจุดไฟเผาบ้านเป็นการประชด ซุนกวนตกใจเรียบให้คนดับไฟและช่วยเตียวเจียวในสภาพบาดเจ็บหนักและโดนไฟลวกออกมาจากบ้าน เอาขึ้นรถทรงเข้าวังไปรักษา จากนั้นก็กอดกันร้องไห้ตามฟอร์ม

แหม... ดูจากนิสัยของเตียวเจียวแล้ว ไม่มีทางที่จะถูกข่งเบ้งต้อนจนหุบปากได้เลย แต่นั่นแหละครับ นิยายก็ต้องเขียนตามใจคนเขียน จึงไม่ว่ากันถ้าข่งเบ้งจะเทพในสงครามลิ้นครั้งนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

478 ความคิดเห็น

  1. #79 ราเบล (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2554 / 20:31
    เตียวเจียวอยู่ง่อตั้งแต่สมัยซุนเซ็ก ดังนั้นจึงเป็นที่รู้จักและยำเกรงของคนในง่อก๊กอย่างดี ในหนังสือรวมรายชื่อของคนในสามก๊ก ของโกวิท   ตั้งตรงจิตรยังเขียนไว้ว่า ซุนกวนเรียกเตียวเจียวว่าปู่ด้วย นับว่าสองคนนี้สนิทกันมากพอสมควร   เตียวเจียวนั้นมีส่วนช่วยในง่อก๊ก ทั้งห้ามปรามซุนกวน บริหารงานในง่อก๊ก หรือคอยเป็นที่ปรึกษาบ้างในบางเรื่อง อย่างไรก็ตามจากการที่สองคนนี้ทำตัวเป็นขมิ้นกับปูนอยู่บ่อยๆ ดังนั้นเตียวเจียวจึงไม่ได้เป็นสมุหนายกต่อจากจิวยี่ด้วยเหตุนี้
    ส่วนซุนกวนคนๆนี้แม้ว่าจะดูเป็นคนโลเล แต่จริงๆก็มีความคิดเป็นของตัวเองอยู่ ซึ่งบางครั้งที่เขาตัดสินใจเด็ดขาดไม่ได้เพราะมีึคนคัดค้านมากกว่า   เพราะถ้าเขาไม่เก่งจริง ง่อก๊กคงจะไม่ได้ยืนหยัดนานกว่าจ๊กก๊กหรอก อีกทั้งโจโฉเองก็ยังเคยพูดเลยว่า "ถ้ามีลูกต้องให้ได้อย่างซุนกวน" นั่นคือสิ่งที่รับประกันคุณภาพของคนๆนี้ได้อย่างดี
    #79
    0