salyah
ดู Blog ทั้งหมด

๘. การสอบสวนของพญายมราช

เขียนโดย salyah

                                 ๘.  การสอบสวนของพญายมราช

 

                  ย้อนกลับมาที่สำนักพญายม  ด้วยวิธีปฏิบัติแนวมโนมยิทธิของวัดท่าซุงของพวกผม  ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนถามองค์พญายมราช  ขอทราบวิธีการสอบสวนวิญญาณของท่าน  เพื่อนำมาบอกกับมนุษย์  ดังนี้ 

 

                     องค์ท่านคือลุงพุฒที่หลวงพ่อวัดท่าซุง  กล่าวถึงใช่หรือไม่ 

                     ท่านตอบว่า  ใช่ 

                     ท่านมีวิธีการสอบสวนอย่างไร 

                     ท่านตอบว่า  ท่านจัดการกับเหล่าวิญญาณที่หมดอายุ  ดังนี้

 

            v    ถ้าผู้ที่หมดอายุลงกำลังสิ้นใจ  แล้วจิตคิดถึงบุญกุศลที่ทำไว้หรือภาวนาพุทโธ  หรืออรหัง  อย่างนี้ไม่ต้องสอบสวน  เพราะจิตเขาเกาะอยู่กับบุญ  ก็ไปรับผลบุญที่ภพสวรรค์ตามกำลังบุญได้เลย คือไปสู่สุขคติ  ส่วนผลบาปของเขาจะยังรออยู่

 


            vถ้าผู้ที่หมดอายุลงกำลังจะสิ้นใจ  แล้วจิตคิดถึงบาปกรรมที่เขาเคยได้กระทำไว้  ถึงแม้เขาเคยสร้างบุญกุศลไว้มากน้อยก็ตาม  แต่ขณะจะสิ้นใจจิตเขาระลึกถึงบาปที่เคยกระทำ  เท่ากับเขาเลือกรับผลของบาปที่นรกก่อน  คือไปนรกสู่ทุกข์คติ  ส่วนผลบุญจะยังรอเขาอยู่  เมื่อได้รับการลงโทษจากนรกแล้ว  จึงจะรับผลบุญนั้น  ตกลงไม่ได้สอบสวน  เพราะเขาเลือกลงนรกแล้ว 

           v ดังนั้นคนเราเมื่อใกล้ตาย  เราต้องตั้งใจคิดแต่ทางบุญกุศลที่เคยทำไว้  ห้ามคิดเรื่องบาปเด็ดขาด  แล้วผลบุญจะสนองท่าน  โดยไม่ต้องไปสอบสวนที่สำนักพญายม

 

            v    ขอบอกถึงญาติพี่น้องลูกหลานของผู้กำลังสิ้นใจ  ถ้าพวกท่านเอาแต่ร้องไห้หรือแสดงอาการอาลัยอาวรณ์ทางร่างกาย  วาจา  จนทำให้จิตผู้กำลังจะสิ้นใจเกิดทุกข์  ระวังผลงานของท่านอาจทำให้ผู้ตายสู่ทุกข์คติ

 

            v    ถ้าผู้ที่หมดอายุ  กำลังจะสิ้นใจ  จิตมิได้คิดถึงเรื่องบุญบาปเลย  เพราะความทรมานของสังขาร  ผู้นั้นต้องลงไปรับการสอบสวนที่สำนักพญายม  ท่านพญายมจะสอบสวนวิญญาณเหล่านั้น  ดังนี้

                     ก.   เจ้าเคยทำความดีอะไรมาบ้าง ตอบ…………..

                     ข.   เจ้าเคยทำความชั่วอะไรมาบ้าง           ตอบ…………..

1.  เจ้าต้องการรับผลของความดีหรือความชั่วก่อน              ตอบ…………..

                 

                  ถ้าวิญญาณตอบผลของความดีไม่ได้  นึกไม่ออก  ท่านจะถามถึง  3  ครั้ง  ให้พยายามนึก  แต่นึกไม่ออก  ท่านก็ต้องปล่อยให้ผลของความชั่วตอบสนองคือลงนรก  ท่านเองก็ไม่อยากให้ใครตกนรก  แต่ถ้าความดีของเขามีน้อยนิดจนนึกไม่ออก  และความชั่วมันมากมายเหลือเกิน  ท่านก็จนใจ  ผมเองก็ช่างสงสัย  ก็กราบเรียนถามท่านว่า  ท่านมีบัญชีบุญ  บัญชีบาปอยู่มิใช่หรือ  เหตุใดไม่บอกเขาในส่วนของบุญที่บันทึกไว้  ท่านตอบว่าเมื่อความชั่วมันมากล้นเหลือ  นายเวรก็รออยู่มีมาก ก็สุดที่จะเอาความดีอันน้อยนิดมาตอบสนองได้  ก็ต้องให้เขาได้รับผลของกรรมก่อน  ค่อยไปรับผลของบุญทีหลัง

 

                  ท่านผู้อ่านทุกท่าน  ท่านต้องตายแน่นอน  100%  ถ้าท่านถูกองค์พญายมราชถาม  ท่านลองคิดคำตอบไว้นะ  รับรองว่าโกหกไม่ได้แน่นอน

 

                  พระท่านสอนว่าคนทำดีได้ไปสวรรค์  คนทำชั่วต้องตกนรก แล้วใครบ้างล่ะ  ไม่เคยทำชั่วทำบาปมาเลย ไม่มีสักคน  ทุกคนมีทั้งบาปและบุญที่กระทำไว้ทุกคน  ดังนั้นผมขอบอกให้ว่าทุกคนช่วยตัวเองให้พ้นนรกได้  โดยประกอบกรรมดีไว้ให้เป็นประจำ  ฝังไว้ในดวงจิต  เช่น  ใส่บาตรประจำ,  นั่งสมาธิ  ถือศีลเป็นประจำ  หรือสร้างวิหารทาน  เช่น  ส้วม  ศาลา  โบสถ์  เจดีย์  (ร่วมกันบริจาคสร้างไม่ใช่ต้องทั้งหมดคนเดียวก็ได้)  ฝังความจำความอิ่มใจไว้ในดวงจิตว่าเราได้สร้างวิหารทานไว้  คอยดูแลบำรุงรักษาให้เป็นประจำรับรองตอบคำถามข้อที่  ๑  ของท่านพญายมได้แน่  เมื่อเราเลือกขอรับผลของบุญก่อน  ผลบุญทุกอย่างที่ท่านทำไว้จะส่งให้กายของท่านกลายเป็นเทวดาชั้นใดชั้นหนึ่งตามกำลังบุญที่ทำไว้  แล้วผลบาปล่ะ  อ๋อ!  ยังรอสนองท่านอยู่  ถ้าท่านเพลิดเพลินในการมีความสุขในภพสวรรค์จนหมดบุญ  หล่นวูบลงมารับผลของบาปได้เช่นกัน

 

                  ดังนั้น  เทวดาทั้งหลายต่างก็กลัวหมดบุญ  จึงมุ่งปฏิบัติธรรมสร้างบุญจากการปฏิบัติ เพื่อเลื่อนไปในภพภูมิที่สูงขึ้นไป  ณ  แดนดาวดึงส์สวรรค์ชั้น๒  มีท้าวสักกะเทวราช  หรือพระอินทร์ปกครองอยู่  เป็นที่ตั้งของพระจุฬามณี  เจดีย์บนแดนสวรรค์ในวันพระ  พระพุทธเจ้าจะมาเทศน์โปรดเหล่าเทวดาทั้งหลายที่มาฟังธรรม  ให้ปฏิบัติธรรมให้พ้นจากวัฎสงสารนี้  เรียกว่าสร้างบุญจนผลของบาปตามสนองไม่ทัน  เราคงเคยได้ยินคำว่า  ทาน  ศีล  ภาวนา

 

                  บุญชั้นทาน  เช่น  ทำบุญใส่บาตร  ทอดกฐิน  ผ้าป่า  บริจาคทาน  เป็นอามิสบูชา  ด้วยกำลังทรัพย์  กำลังกายนี้ ผลบุญจะปรากฏที่สวรรค์ชั้น ๑  จาตุมหาราชิกาเท่านั้น  เวลาสวรรค์ชั้นนี้ ๑  วัน  เท่ากับ  ๕๐  ปีมนุษย์

 

                  บุญชั้นศีล มีพลังบุญสูงกว่าบุญชั้นทาน  เพราะเป็นบุญปฏิบัติความบริสุทธิ์ของดวงจิตสะอาดกว่าบุญชั้นทาน  ผลบุญศีลนี้ส่งถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์คือสวรรค์ชั้น ๒  ถ้าความบริสุทธิ์ของศีลสะอาดบริสุทธิ์มากขึ้นและมีการสวดมนต์ภาวนาก็สามารถไปอยู่สวรรค์ชั้น  ๓,๕,๖ได้  ส่วนสวรรค์ชั้น ๔  คือชั้นดุสิต  เป็นที่เฉพาะพระโพธิสัตว์ท่านสถิตย์อยู่  เช่น หลวงปู่ทวด  หลวงพ่อปาน  เจ้าแม่กวนอิม  ส่วนหลวงพ่อวัดท่าซุงพบท่านที่ชั้นนิพพาน

 

                  มีเรื่องเล่าว่า  เถ้าแก่คนหนึ่งมีจิตเป็นกุศลมาก  แกสร้างโบสถ์คนเดียวทั้งหลังหมดเงินเป็นล้าน  แต่ตัวแกไม่ได้ถือศีลภาวนา  ปรากฏว่าผลบุญแกได้ปรากฏที่สวรรค์ชั้น ๑  เท่านั้น  แต่มียายคนหนึ่งยากจน  แกมาถือศีลอยู่ที่วัด  ใส่บาตรทำบุญตามสถานะ  ปรากฏว่าผลบุญศีลของแกไปปรากฏที่สวรรค์ชั้น  ๒ โดยไม่ได้ใช้เงินสักบาท

                     ผมมียายคนหนึ่งที่เสียชีวิตไปแล้วชื่อยายรำพึง  เดิมแกมีอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวเรือ พายเรือขายอยู่คลองบางขาม  อำเภอบ้านหมี่  จังหวัดลพบุรี  พอแกเสียชีวิตไป  พวกผมลองติดตามดูว่าแกอยู่ไหนถ้าลำบากจะได้ช่วย  ปรากฏว่าแกเลือกรับผลบุญมาเป็นนางฟ้าอยู่ชั้นจาตุมหาราชิกา  ก็หมดห่วง หลังจากนั้นอีกประมาณ  ๗-๘  เดือน  พวกผมลองติดต่อแกดูอีกครั้ง  ปรากฏว่าแกไปเป็นนางฟ้าอยู่ชั้นดาวดึงส์  ผมสงสัยเลยถามดูว่ายายผมจำได้ว่ายายอยู่จาตุมหาราชิกา  แล้วทำไมตอนนี้ยายมาอยู่ดาวดึงส์  ยายตอบว่า  เพราะบุญปฏิบัติตอนเป็นนางฟ้า  ยายเร่งปฏิบัติ  พอพลังบุญมากเพียงพอ  ก็เลยมาอยู่ชั้นดาวดึงส์  ผมก็เลยเข้าใจ  บนสวรรค์เองก็มีการปฏิบัติธรรม  เพื่อเลื่อนภพภูมิให้สูงขึ้นโดยไม่ได้รอผลบุญอุทิศจากใคร

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น