ประสบการณ์วิญญาณและการอุทิศบุญของคนธรรมดา
1. พิสูจน์วิญญาณ
วิญญาณหรือที่คนเราเรียกว่า ผี มีจริงหรือ เมื่ออายุ ๑๗ ปี มีอาคนหนึ่งที่ผมนับถือให้กุมารทองผมมาเลี้ยงไว้ ผมก็ไม่รู้ว่าในขวดนี้มีวิญญาณกุมารทองอยู่จริงไหม พอดีรู้จากเพื่อนว่ามีลุงคนหนึ่งชื่อทองคำ ท่านตรวจสอบด้วยสมาธิได้ ผมจึงเอากุมารไปให้ท่านดู ท่านจับอยู่ครู่หนึ่ง แล้วบอกว่ามีกุมารอยู่จริง ผมก็รับฟังแต่ก็ไม่สามารถรู้ชัดแจ้งได้ พอดีลูกชายของลุงทองคำ เขามีสมาธิดีสามารถให้กุมารทองเข้าทรงได้ จึงลองให้เข้าทรงกุมารทองของผมดู ปรากฏว่าพอกุมารเข้าทรงร่าง ร่างกายเขาสั่นตลอดเวลา แต่สามารถพูดคุยกับผมเป็นเสียงเด็ก คุยกันเรื่องส่วนตัวของผม ที่ผู้ทรงอยู่เขาไม่รู้เรื่องด้วยได้จริง ความเชื่อเรื่องวิญญาณก็มีมากขึ้น ภายหลังผมได้ทั้งรักยม และกุมารมาอยู่ด้วยจำนวนมาก เวลากินข้าวต้องเรียกกินด้วยทุกครั้ง บางครั้งนอนพอใกล้จะหลับจิตตกภวังค์ จะมีมือเล็กๆ มาจับขาหรือสะกิดเป็นประจำจนชิน ตอนนี้มั่นใจมากว่าวิญญาณมีจริง
ผมนำกุมารและรักยมจำนวนหนึ่งไปไว้ที่บ้านพ่อแม่ ที่สิงห์บุรีบอกท่านว่าเอามาช่วยเฝ้าบ้าน ท่านเองก็ฟังแต่ไม่เชื่อไม่สนใจ ตกกลางคืน กุมาร รักยมวิ่งเล่นกันในบ้านได้ยินเสียงแต่ไม่เห็นตัวพอแม่ผมนอนหลับจะมีเด็กๆ เข้ามานั่งทับอกกวนไม่ให้นอน ผลปรากฏว่าทั้งพ่อ แม่ เชื่อสนิทเลย และช่วยผมเลี้ยงเด็กๆ เหล่านี้ เพราะผมไม่ได้อยู่บ้านกับท่าน เวลามีคนมาเรียกหาพ่อแม่ผม ยามที่ไม่มีคนอยู่บ้าน จะมีเสียงคนในบ้านรับปากแทน ยามค่ำๆ คนแถวนั้นจะเห็นเด็กๆ วิ่ง
เล่นอยู่ในบ้านหลายคน ที่รู้เพราะเขามาบอกให้ฟัง เพราะสงสัยว่าเด็กๆ มาจากไหนกัน
วิญญาณเหล่านี้มาอยู่กับผม โดยผมเองรู้วิธีเลี้ยงเขาด้วยการเรียกกินด้วยกัน แต่พอมามีความรู้เรื่องวิธีการให้บุญ ปัจจุบันเด็กๆ เหล่านี้ได้รับบุญตลอด และเขาเหล่านั้นปฏิบัติธรรมจนสภาพวิญญาณเขาเปลี่ยนเป็นเทพกุมารหมดแล้ว อาคมที่สร้างปลุกเสกเขามา หมดสภาพควบคุมเด็กเหล่านั้น แต่เด็กเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ไปไหน คอยอยู่ช่วยงานกับผม
๒. พิสูจน์นรกสวรรค์
นรกสวรรค์มีจริงหรือ เราพิสูจน์ด้วยตาเนื้อไม่ได้หรอก ต้องพิสูจน์ด้วยตาใน คือดวงตาจากสมาธิ ผมพยายามพิสูจน์ด้วยวิธีการต่างๆ มามาก แต่ไม่สำเร็จ คือไม่เห็น ได้แต่คุยกับวิญญาณด้วยวิธี
เข้าทรง, ผีถ้วยแก้ว
จนกระทั่งผมได้อ่านหนังสือของหลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี ท่านสอนเรื่องการฝึกสมาธิเพื่อพิสูจน์โลกวิญญาณ ผมได้ทดลองฝึกกับครูฝึกที่วัดปรากฏว่าครั้งแรกไม่รู้เรื่องเลย นั่งเพ่งจนปวดลูกตาก็ไม่เห็นอะไรเลย กลับบ้านด้วยความผิดหวัง แต่ไม่ยอมท้อถอย ลองศึกษาวิธีการของหลวงพ่อวัดท่าซุง
คำอธิบายต่าง ๆ พยายามทำความเข้าใจ และลองไปฝึกที่วัดต่ออีก ๖ ครั้ง ปรากฏว่าครั้งสุดท้ายผมเริ่มเข้าใจการวางจิตพุ่งจิต ปรากฏว่าผมเห็นว่าตัวผมได้ขึ้นไปที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ได้ไปกราบพระอินทร์และแม่ศรี แต่การเห็นยังไม่ค่อยชัดเจนนัก ทันใดนั้นก็มีนางฟ้าท่านหนึ่งวิ่งเข้ามาหาผมด้วยอาการดีใจ พอมาถึงผมก็เปลี่ยนสภาพร่างกายที่นุ่งผ้าถุงมีสไบเฉียง อายุประมาณ ๑๖-๑๗ ปี กลายร่างเป็นยายของผมที่ชื่อยายจำปา ซึ่งท่านเสียชีวิตไปประมาณ ๕ ปีแล้ว ตอนท่านจะสิ้นใจ
ท่านพุทโธจนหมดลมหายใจ ด้วยความดีใจที่ได้พบยาย ทำให้จิตผมหลุดจากสมาธิ ร่วงลงมาที่ร่างที่นั่งอยู่ที่วิหาร ๑๐๐ เมตร วัดท่าซุง พยายามรวมสมาธิเพื่อขึ้นไปใหม่ แต่ก็ไม่สำเร็จ พอหมดเวลาสอนสมาธิ ผมขออนุญาตครูฝึก ขอถามปัญหาและการวางจิต ตัวต่อตัว ครูฝึกท่านเลยสอนการวางจิตและให้พุ่งมองลงไปที่นรก พอผมทำจิตตามอย่างเต็มที่ปรากฏว่าผมเห็นภาพของกระทะทองแดงมีคนสภาพไม่น่าดู ลอยคอกันอยู่ในกะทะทองแดงด้วยความทรมานและเห็นนายนิรยบาลกำลังกรอกน้ำทองแดงให้สัตว์นรกอยู่ การเห็นเกิดขึ้นชั่วขณะจิตผมก็ตกจาก
สมาธิด้วยความตื่นเต้นและสังเวช หลังจากกลับจากวัดผมพยายามฝึกเองหลายครั้ง แต่ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จ จนจับเคล็ดว่าตอนเราตื่นนอนกลางดึกจิตเรายังอยู่ในภวังค์ แต่มีสติลองใช้เวลานี้ทำสมาธิ เพื่อพิสูจน์โลกวิญญาณดู เห็นท่าจะดี พอทดลองปรากฏว่าได้ผลดี จิตรวมได้ดี สามารถเห็นโลกวิญญาณที่เราต้องการไปดูได้ และไม่ต้องกลัวอะไร เพราะเราอาศัยบารมีพระพุทธเจ้าไปกับเรา
สรุปแล้วผลการพิสูจน์โลกวิญญาณ ส่วนหนึ่งที่ผมประสพมานี้ ทำให้ผมเชื่อโดยสนิทใจว่าวิญญาณ, นรก, สวรรค์, นิพพานมีจริง แต่จะพิสูจน์ด้วยตาเนื้อไม่ได้ ต้องใช้สมาธิปรับคลื่นจิตของเราให้ละเอียด จนสามารถสื่อสารตรงกับโลกวิญญาณได้ ก็จะสามารถพิสูจน์โลกวิญญาณได้เอง ผมเองการเห็นการรู้ยังไม่ชัดเจนมากนัก เนื่องจากกิเลสยังมีมาก แต่ผู้หนึ่งที่ไปฝึกด้วยกัน เขาเห็นชัดเท่าลืมตาและพูดคุยสื่อสารกันได้เลย ทั้งๆ ที่ไปฝึกเพียงครั้งแรก และเมื่อกลับมาอยู่บ้าน บุคคลผู้นี้ทดลองดูก็สามารถติดต่อโลกวิญญาณได้ภายใน ๑๐ วินาที ซึ่งเป็นผลบุญปฏิบัติในอดีตชาติของเขาเองที่ส่งผลต่อเนื่องมาในปัจจุบัน เรื่องอย่างนี้แข่งกันไม่ได้ เพราะผลบุญแต่อดีตทำมาไม่เท่ากัน ท่านใดอยากพิสูจน์โลกวิญญาณต้องลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง จะพิสูจน์ เมื่อพบเห็นแล้ว จะไม่กล้าทำบาปเลย จะมุ่งแต่ทำบุญสร้างบารมี เพื่อหนีนรกไปสู่ภพภูมิที่สูงขึ้นจนถึงพระนิพพาน
และเมื่อทำจนพร้อมแล้วจะไม่กลัวความตาย ไม่กลัวผี เพราะรู้เรื่องดีแล้ว
3.
วิญญาณพ่อตาผม
มาวันหนึ่งได้รับข่าว พ่อตาของผมชื่อชุมพล อยู่ที่อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ เสียชีวิต ผมได้ไปร่วมงานศพ ศพจะตั้งที่บ้านมีการสวดศพและมีการทำบุญเลี้ยงพระตามประเพณี กลางคืนตอนดึกมีการตั้งวงเล่นการพนัน มีสุราอาหาร ซึ่งผมดูแล้วบุญคงจะมีถึงผู้ตายน้อยมาก เพราะเขาทำตามประเพณีไม่ได้มีจิตในทางกุศล จึงเกิดความคิดจะชวนวิญญาณพ่อตากลับมาภาคกลางด้วยแต่จะใช้วิธีใดดี อยากนำวิญญาณมาแล้วทำบุญให้ใหม่ เพื่อให้วิญญาณได้รับบุญมาก ๆ ในวันที่นำศพไปทำการฌาปนกิจที่วัดป่าของหมู่บ้าน ที่เผาศพเป็นกองฟอนแบบสมัยก่อน เอาฟืนทับศพแล้วเผากันเห็น ๆ ว่าศพไหม้ไปถึงไหนเห็นหมดเลยซึ่งให้อารมณ์ในการปลงสังขารได้ดีมาก เย็นวันนั้นมีการนิมนต์พระมาสวดที่บ้านเพื่อเป็นศิริมงคล พอค่ำลงประมาณ ๒ ทุ่ม ผมก็รับหน้าที่ขับรถนำพระกลับไปส่งวัด เมื่อถึงวัดซึ่งมืดมากแล้วเพราะเป็นวัดป่า พระท่านลงมาจากรถไปหมดแล้วผมเกิดความคิดกะทันหันว่า เราเข้าไปชวนพ่อตาที่กองฟอน ให้ตามไปภาคกลางกับผมดีกว่า เลยขับรถไปจอดริมป่าช้าส่องไฟรถเข้าไปพอเห็นทาง ผมเดินเข้าไปในป่าช้าไปที่กองฟอน เห็นศพพ่อตาไหม้เกือบหมดแล้ว หัวกะโหลกตกลงที่พื้นดินส่วนซี่โครงกำลังไหม้ไฟอยู่ ผมไปยืนพูดกับพ่อตาที่ตรงกองฟอน จนคิดว่าพ่อตาคงได้ยินและเข้าใจ ก็ออกจากป่าช้าขับรถกลับบ้าน ท่านอย่าคิดว่าผมบ้านะเพียงแต่ผมคุ้นเคยกับวิญญาณต่าง ๆ มาพอสมควรแล้ว ความรู้สึกนึกคิดของเขาก็เหมือนเช่นเรานี่เอง จะไปกลัวกันทำไม
เมื่อผมเดินทางกลับบ้านที่ชัยนาท ระหว่างขับรถภรรยาผมเห็นพ่อนั่งมาในกระบะหลังรถ เป็นการเห็นแบบชั่วขณะ แว๊บๆ ก็บอกผมให้รู้ว่าพ่อมาด้วย ผมก็เลยอธิบายให้ภรรยาผมฟังว่าผมชวนท่านมาเองจะทำบุญให้ใหม่ พอถึงบ้านของผมแล้ว คืนนั้นเมื่อผมและภรรยาเข้านอนไปได้พักเดียว ภรรยาผมก็พรวดพราดลุกขึ้นอย่างตกใจ บอกว่าพ่อเข้ามากอดเธอ ผมบอกไม่ต้องตกใจหรอกพ่อเราเอง ท่านบอกให้รู้ว่าท่านตามมา ภรรยาก็ลงนอนต่อ อีกพักเดียวผมเริ่มมีความรู้สึกมีเงาดำ ๆ เข้ามาที่ปลายเท้าผม แทรกเข้ามาจากปลายเท้าขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงอก ผมมีสติและรู้ว่าคือพ่อตา พยายามบอกว่าท่านมาด้วย ผมปล่อยให้ท่านเข้ามาถึงอก แต่จะไม่ยอมให้ขึ้นถึงหัว เพราะวิญญาณอาจเข้าควบคุมจิตเราได้ ผมรวมพลังจิต ผลักวิญญาณพ่อตาที่ทับอยู่จนหลุดออกจากปลายเท้า และบอกกับท่านว่า พรุ่งนี้จะไปทำสังฆทานให้ที่วัดท่าซุง ขอให้เตรียมรับบุญนะ
รุ่งขึ้นผมกับภรรยาได้ไปทำสังฆทานที่วิหาร ๑๐๐ เมตร โดยทำอย่างที่คนทั่วไปเขาทำกัน คือ นำพานสังฆทานที่มีพระพุทธรูปด้วย มาคุกเข่า อธิษฐาน ขออุทิศผลบุญนี้ให้กับพ่อตา แล้วลุกขึ้นนำไปถวายพระ เป็นอันเสร็จสิ้นการทำบุญ ผมจึงบอกพ่อตาให้กลับไปอยู่บ้านที่กาฬสินธุ์
เมื่อผมมีเวลาว่างผมกับภรรยาได้กลับไปเยี่ยมแม่ยายที่กาฬสินธุ์ ตกกลางคืนผมนอนคนเดียว พอเริ่มจิตตกภวังค์ใกล้หลับ เงาดำก็ปรากฏที่ปลายเท้า ไม่ใช่เห็นด้วยตาเนื้อแต่เป็นความรู้สึก และเริ่มแทรกเข้าจากปลายเท้าขึ้นมาอีกแล้ว ผมก็คอยกำหนดจิตดันออก ก็เป็นการฝึกจิตได้สนุกวิธีหนึ่ง ถ้าเราไม่กลัว ปรากฏว่าดันกันไปกันมาจนไก่ขัน ผมยอมแพ้เพราะง่วงมากแล้วบอกพ่อพอแล้วผมง่วงจะนอน ท่านจึงละไปในเวลากลางวันผมช่วยเดินสายไฟภายในบ้าน ปรากฏกลิ่นเหม็นเหมือนตัวอะไรเน่า มองหาเท่าไรก็ไม่พบ พอพูดว่าสงสัยพ่อเท่านั้นกลิ่นหายเลย
ผมชักสงสัยแล้วว่าผมทำบุญสังฆทานซึ่งเป็นบุญใหญ่ ทำไมวิญญาณจึงแสดงกลิ่นเหม็นซึ่งแสดงว่าอยู่ในภูมิที่ลำบาก แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ดู หลังจากพ่อตาตายไป ปรากฏว่าวิญญาณท่านวนเวียนอยู่ที่บ้านท่านประมาณ ๒ ปี แล้วหายเงียบไปเลย ตอนนี้ผมเริ่มค้นหาความจริงจากวิญญาณพ่อตาแล้ว จึงให้ท่านผู้ได้มโนมยิทธิเต็มกำลัง (ตัวผมเองได้เพียงครึ่งกำลัง) ทำการติดต่อดู ปรากฏว่าพ่อตาผมตายก่อนอายุขัย เพราะนายเวรมาเล่นงาน จนป่วยเป็นมะเร็งกระดูกตาย เพราะอายุยังไม่หมด จึงเป็นสัมภเวสีอยู่พักหนึ่ง เมื่อหมดอายุ ยมฑูตจึงนำตัวไปสอบสวนที่ยมโลกและถูกตัดสินลงโทษข้อเสพสุรา ถูกกรอกน้ำทองแดงอยู่ ปรากฏว่าบุญที่ผมทำสังฆทานให้ท่านได้เพียงเล็กน้อยจากการอนุโมทนา แต่ไม่ได้ผลบุญตรงจากการอุทิศ ซึ่งผมก็ยังงงอยู่ว่าเราทำถูกแล้วทำไมไม่ได้รับ
ในตอนนั้นความรู้จากการศึกษาด้านโลกวิญญาณยังไม่มาก จึงไม่เข้าใจวิธีการที่จะช่วยพ่อตาผมให้พ้นจากการลงโทษได้อย่างไร ก็ยังพยายามทำบุญให้ด้วยวิธีเดิมเป็นประจำ หลังจากนั้นผ่านมา ๑ ปี ลูกชายอีกคนหนึ่งของพ่อตา เรียนจบมาก็ได้ทำการบวช พร้อมทั้งตั้งใจปฏิบัติธรรมพอใช้ได้ เพื่ออุทิศบุญให้พ่อ พวกผมลองติดต่อดูวิญญาณพ่อตาอีกครั้ง ปรากฏว่าท่านไปอยู่ที่สวรรค์ชั้น ๑ จาตุมหาราชิกา เลยสอบถามพ่อตาว่ามาอยู่สวรรค์ได้อย่างไร ท่านบอกไม่รู้เหมือนกัน ระหว่างถูกลงโทษอยู่ที่นรก อยู่ๆ มีลำแสงบุญสีขาวพุ่งลงมาที่ตัวท่าน แล้วท่านก็หลุดลอยขึ้นมาอยู่ที่สวรรค์ที่ชั้นนี้ ผมจึงรู้ว่านี่เอง บุญบวชของลูกที่ตั้งใจบวชปฏิบัติตามพระวินัย ผลบุญไปปรากฏถึงบิดามารดาทันที โดยไม่ต้องอุทิศบุญ ดังนั้นท่านจึงได้รับบุญเต็มที่ โทษถูกระงับไว้ก่อนให้ขึ้นไปรับบุญก่อน แต่ปัญหาคือ ผมทำบุญอุทิศให้ตั้งหลายครั้ง ทำไมส่งไม่ถึงท่าน
4. พบวิธีอุทิศบุญ เบิกบุญ
ในปี ๒๕๔๙ ผมได้อ่านบทความในนิตยสารพุทธามหาเวทย์ของสันยาสี ว่าผู้ใดสนใจเกี่ยวกับการอุทิศบุญให้ไปดูที่ WWW.LARNWAT.COM ผมจึงลองเข้าไปดู ผมเปิดดูพบพระรูปหนึ่งท่านอธิบายวิธีการอุทิศบุญ โดยอธิบายเหตุและผลเป็นที่น่าสนใจ และมี VCD ธรรมทานหลายชุด ผมโทรศัพท์ติดต่อโดยตรง ขอ VCD ทั้งหมด โดยผมส่งแผ่น VCD เปล่าพร้อมแสตมป์ไปให้ ปรากฏว่าผมได้ VCD ของหลวงพ่อองค์นี้มา ๒๐๐ แผ่น ผมเปิดฟังดูจนเข้าใจวิธีการทั้งหมด วิธีการสอนของท่านรุนแรงมาก จนคนที่ไม่เคยได้เห็นอาจจะแปลกใจหรือไม่ชอบท่านได้
ผลจากการศึกษาวิธีอุทิศบุญ และผลการพิสูจน์กับวิญญาณซึ่งเป็นผู้รับผลบุญ ซึ่งพวกผมสามารถติดต่อกับวิญญาณเหล่านั้นได้ มีดังนี้
การทำบุญ,ให้ทาน
เมื่อเราถวายอาหารหรือสิ่งของที่ไม่ผิดวินัยแก่พระภิกษุ, เอาของให้พ่อแม่, ให้เงินขอทาน, ให้เงินลูก, เอาอาหารให้สัตว์เลี้ยง, เอาเศษอาหารให้มดแมลง ฯลฯ เมื่อของหลุดมือจะเกิดแสงบุญ สีขาวจ้าขึ้นมา เพราะเราสละแล้วจึงเกิดบุญ แสงบุญนี้จ้าอยู่ชั่วขณะประมาณ ๓ วินาที แล้วลอยขึ้นไปรอเจ้าของอยู่เบื้องบนสวรรค์
เมื่อต้องการอุทิศบุญให้ผู้อื่น ให้คิดทันทีที่ของหลุดมือว่า “ผลบุญนี้อุทิศให้………………” การอุทิศบุญให้หลายๆรายในการทำบุญครั้งเดียวสามารถทำได้ โดยให้คิดอุทิศบุญต่อเนื่องติดๆ กัน ห้ามเว้นช่วงในความคิด แสงบุญจะพุ่งไปหาผู้ที่เราอุทิศทุกราย แต่ถ้าความคิดอุทิศเกิดสะดุดนึกไม่ออก แสงบุญที่จ้าอยู่จะลอยขึ้นไปรอเราเบื้องบนสวรรค์
การเบิกบุญ
ผู้ที่ใส่ใจทำบุญกุศลประจำ บุญนั้นไปรออยู่เบื้องบนสวรรค์แต่ละชั้นปริมาณมหาศาล เปรียบเหมือนเราฝากเงินกับธนาคารแต่ไม่เคยเบิกมาใช้เลย บุญที่เราสะสมไว้เราจะได้รับผลบุญนั้นเมื่อเราสิ้นชีวิตไปจากโลกนี้แล้ว และรำลึกถึงบุญที่ทำไว้ได้ ก็จะไปเสวยผลบุญที่ทำไว้ในภพสวรรค์ชั้นใดชั้นหนึ่งตามกำลังของบุญนั้น
แต่มนุษย์ทุกวันนี้ ใครก็อยากให้ผลบุญที่ทำมาตอบสนองและนำมาอุทิศให้กับวิญญาณต่างๆ นำมาแก้ปัญหาอุปสรรคของชีวิต การชดใช้ให้นายเวรที่ทำให้เกิดเจ็บป่วย เคราะห์กรรมต่างๆ ให้หมดไป ดังนั้นจึงมีวิธีการเบิกบุญ คือ นำบุญที่เราสะสมไว้ลงมาใช้ในปัจจุบัน แปลกดีนะ แต่ทำได้จริงๆ ผมใช้อยู่ทุกวัน อยู่ๆ เราจะขอให้บุญของเราลงมาจากเบื้องบนลงมาหาเรานั้นเราไม่มีอำนาจเพียงพอในการทำเช่นนั้น เราต้องขออำนาจผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดช่วยบันดาล คืออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ นั่นเอง เพราะมีอำนาจบารมีสูงสุดเต็มจักรวาล โดยให้คิดอธิษฐาน ดังนี้
“ขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โปรดดลบันดาลให้บุญของข้าพเจ้าลงมาส่งให้กับ (………ผู้รับ………)”
เราจะเบิกสัก ๑๐๐ ครั้ง ๑,๐๐๐ ครั้งก็ได้ เรามีสิทธิ์เพราะเป็นบุญของเรา ในขณะอธิษฐานเบิกบุญ ในมิติทิพย์จะเห็นแสงบุญเป็นลำสีขาวพุ่งลงมาจากฟ้า มาหาผู้อธิษฐานและพุ่งไปหาผู้รับ
๕. พิสูจน์วิธีการอุทิศบุญ และการเบิกบุญ
ผมเรียกกุมารทองมานั่งลงตรงหน้า แล้วลองใช้เงิน๑ บาท หยอดใส่บาตรพลาสติกที่เตรียมไว้ทำบุญประจำ เมื่อเหรียญบาทหลุดมือผมคิดทันทีว่าบุญนี้ให้กุมารทองที่นั่งอยู่ตรงหน้า ปรากฏว่าแสงบุญสีขาวจ้าขึ้นที่มือผมตอนเหรียญหลุดมือ แล้วพุ่งไปหากุมารทองนั้นทันที รูปร่างเด็กมีความอิ่มสว่างขึ้นกว่าเดิมทันที อ้อ! เป็นเช่นนี้เอง คิดออกแล้วว่าผมทำไมช่วยพ่อตาไม่ได้ เพราะผมใช้วิธีตามที่ทำกันมาแต่ปู่ย่า พ่อแม่ เราทำให้เราเห็นมา คือ ยกของขึ้นมาจบอธิษฐานขอให้บุญนี้ส่งถึงผู้นั้นผู้นี้ ตอนนั้นบุญยังไม่เกิดเพราะเรายังไม่ได้สละหรือถวายของ เราดันไปคิดส่งบุญ พอเราสละหรือถวายของหลุดจากมือแสงบุญเกิดตอนนี้ เรากลับไม่ได้คิดอุทิศ เพราะว่าเราคิดว่าเราอธิษฐานแล้ว เมื่อบุญเกิดไม่ได้รีบอุทิศให้ใคร บุญนั้นก็ลอยแว๊บขึ้นไปรอเราอยู่เบื้องบน ผู้รอรับบุญก็เลยรอเก้อ ไม่ได้รับบุญเลย หรือได้รับจากการยกมือแอบอนุโมทนาบุญนั้นเมื่อตอนเขาเห็นแสงบุญ จะเกิดบุญกับเขานิดหน่อยพอได้อิ่มหรือสมบูรณ์ขึ้นเล็กน้อย แต่บุญอุทิศส่งตรงถึงไม่มี และที่พบเห็นกันมากจนเป็นประเพณี คือ การกรวดน้ำตอนพระท่านสวดยะถา……….ได้สอบถามมาหลายวิญญาณแล้ว ไม่ได้รับเลยหรือได้เพียงเล็กน้อย
ที่ไม่ได้รับบุญเลยเพราะแสงบุญสว่างขึ้นตอนผู้ทำบุญถวาย สละสิ่งของอาหารนั้นเขามิได้คิดอุทิศ บุญที่เกิดจึงลอยไปรอเขาที่สวรรค์ พอพระสวดยะถา จิตเขามิได้ยึดติดยินดี อิ่มใจในบุญที่ทำ จึงไม่มีบุญหลงเหลือในดวงจิต แถมบางรายว่าคำบาลีกรวดน้ำ อิทัง โย…….เป็นพิธีการอีกต่างหาก ผลคือบุญไปหมดแล้ว มาคิดอุทิศเท่าไรมันก็ไม่มีบุญออกไปให้ใครได้เลย
ส่วนที่ได้รับบุญเพียงเล็กน้อย เพราะผู้ทำบุญเขายังคิดอิ่มใจ ยินดีในการทำบุญของเขาทำให้เหลือแสงบุญจ้าในดวงจิตเขาบางส่วน แต่ส่วนใหญ่บุญได้ลอยแว๊บไปรอเขาเบื้องบนแล้วมิได้หายไปไหน เมื่อเขากรวดน้ำจึงเหลือพลังบุญส่งออกไปถึงผู้รับได้ส่วนหนึ่ง
ทีนี้มาทดลองเบิกบุญดูบ้าง เจ้าเด็กกุมารยังนั่งอยู่ต่อหน้าเหมือนเดิมพอผมอธิษฐาน “ขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์โปรดดลบันดาลให้บุญขอข้าพเจ้าลงมาส่งให้กับกุมารทองที่นั่งอยู่ตรงหน้า” ปรากฏลำแสงสีขาวของพลังบุญของผมที่ถูกเก็บไว้บนสวรรค์ พุ่งลงมาจากฟ้าลงมาที่ตัวกุมารทอง ผลปรากฏว่าร่างของกุมารทองใสสว่างอิ่มสมบูรณ์ขึ้นกว่าเดิมทันที ผลจากการพิสูจน์ของผม ทำให้ผมเข้าใจวิธีการอุทิศบุญและเบิกบุญได้สมบูรณ์ สามารถให้บุญใครก็ได้ที่อยู่ในโลกวิญญาณโดยไม่ต้องมีพิธีการ คำสวดใดๆ เลยใช้เพียงจิตคิดอธิษฐานเท่านั้น ซึ่งคนทุกคนสามารถทำได้ ถึงแม้เขาเหล่านั้นจะไม่สามารถติดต่อกับโลกวิญญาณได้ก็ตาม
ความรู้และวิธีการนี้เป็นรากฐานสำคัญที่ชาวพุทธทุกคนควรรู้และทำได้ เปรียบเหมือนความรู้ระดับประถมของชาวพุทธ เพื่อใช้แก้กรรม ช่วยเหลือญาติพี่น้องที่สิ้นชีวิตไปแล้ว แก้การเจ็บป่วยที่เกิดจากนายเวรเล่นงาน ให้กับวิญญาณที่อยู่กับคนและภายในบ้านให้เขามีบุญฤทธิ์มากขึ้น เขาเหล่านั้นเมื่อได้รับบุญทำให้เขารักและดูและเราได้มากขึ้น
คำสอนของพระอริยสงฆ์ส่วนใหญ่มักจะสอนให้ถือศีล ภาวนา ซึ่งชาวพุทธที่นับถือพระพุทธศาสนามีความเคารพนับถือพระพุทธองค์ พระอรหันต์ และพระอริยสงฆ์ แต่ไม่ทำตาม คำสอนของศาสนามีจำนวนมหาศาล คือนับถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ศีลก็ไม่เอา ภาวนาก็ไม่เอา ไม่มีเวลาทำ ทำบุญทำทานก็มีทั้งตั้งใจทำ ทำเอาหน้า ทำตามประเพณี ทำอย่างเสียไม่ได้ ก็เกิดบุญเหมือนกันคือบุญชั้นทานซึ่งไปรอเราอยู่สวรรค์ชั้น๑ จาตุมหาราชิกานั่นเอง
ขอเปรียบเทียบเป็นระดับดังนี้ การทำบุญทำทาน เปรียบเหมือนชั้นประถม การถือศีลเปรียบเหมือนชั้นมัธยม การปฏิบัติสมาธิเหมือนปริญญาตรี วิปัสสนาเหมือนปริญญาโท อรหัตผลเหมือนปริญญาเอก พระสงฆ์ส่วนใหญ่จะสอนภาวนาคือสอนปริญญาให้ญาติโยม ทั้งๆ ที่ญาติโยมทั้งหลายยังไม่จบประถม ฟังกี่ครั้งมันก็ทำไม่ได้ เพราะบุญชั้นทานยังทำมั่งไม่ทำมั่ง อุทิศก็ไม่เป็นใช้หนี้กรรมก็ไม่เป็น ทั้งๆ ที่ทำบุญสะสมไว้มากก็ยังใช้บุญไม่เป็น ชั้นประถมเลยยังไม่ผ่าน ผลการสอนของพระสงฆ์ส่วนใหญ่จึงไม่ประสบความสำเร็จ พุทธศาสนามีคำสอนซึ่งลึกซึ้งละเอียดมาก จึงไม่สามารถเข้าไปอยู่ในใจของชาวพุทธส่วนใหญ่ได้ เขาจึงเห็นศาสนาพุทธเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เครื่องรางของขลัง ไปผู้ที่เข้าถึงพุทธพจน์จึงมีน้อยมาก แม้แต่ผมเองก็สำเร็จแค่ชั้นประถม คือ ทำบุญเป็น แก้กรรมเป็น นำผลบุญมาใช้เป็นเท่านั้น ส่วนศีลและภาวนากำลังอยู่ระหว่างกำลังปฏิบัติแต่ยังไม่ผ่าน อย่าคิดว่าผมเป็นผู้วิเศษหรือผู้ทรงญาณนะครับ ความโชคดีของผมก็คือมีวิธีติดต่อสอบถามชาวโลกทิพย์ทั้งหลายได้ ทำให้มีความรู้ที่มนุษย์ทั่วไปเขาไม่รู้หรือรู้เพียงเล็กน้อย จึงได้คิดเขียนบทความเหล่านี้ขึ้นมา เพราะอยากให้ความรู้นี้ถูกเผยแพร่ออกไป ให้ชาวพุทธทั่วไปทราบและทดลองปฏิบัติ อย่าเชื่อที่อ่าน ต้องลองพิสูจน์ ส่วนท่านผู้ใดที่มีความสามารถในทางจิตซึ่งสูงกว่าผม ก็โปรดลองใช้จิตของท่านพิสูจน์ดูว่าการอุทิศบุญเป็นอย่างที่ผมเขียนมานี้จริงหรือไม่
ความคิดเห็น