คัดลอกลิงก์เเล้ว

[[SP FIC - MAMAMOO]] :: Can u See me? :: MoonSun / WheeByul

โดย Starlight.me

SP- Fic / Drama ? Wheein part ...complete 100 % ...หันกลับมามองฉันบ้างนะ...REWRITE

ยอดวิวรวม

1,253

ยอดวิวเดือนนี้

9

ยอดวิวรวม


1,253

ความคิดเห็น


10

คนติดตาม


30
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 ม.ค. 60 / 08:39 น.
นิยาย [[SP FIC - MAMAMOO]] :: Can u See me? :: MoonSun / WheeByul [[SP FIC - MAMAMOO]] :: Can u See me? :: MoonSun / WheeByul | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



[[SP FIC - MAMAMOO]] :: Can u See me? :: WheeInPart

………………………………

“กฎของการแอบรัก คือ อย่าหลอกตัวเอง”

………………………………


………………………………


 

………………………………

SONG :: Rolling - Park Jiyeon


'못본 듯이 그저 웃어야 해요'
มซบน ตือซี คือจออุซซอยา แฮโย
ฉันต้องพยายามฝืนหัวเราะเหมือนว่าไม่เป็นอะไร….


'행여 네가 돌아볼까봐'
แฮงยอ เนกา ดลราพลกาบวา
เพราะบางที เธออาจจะกลับมา


'항상 자리를 맴도는'
ฮางซาง คือ จารีรึล แมมโดนึน
ฉันยังคงรอคอยเธออยู่ที่เดิม

………………………………


………………………………

W : … “พี่บยอลฉันรักพี่นะ

M : … “ฉันก็รักเธอเหมือนกัน ฮวีอิน”

………………………………


#ติดขอบ อัพเดต...


ตอนที่ 1

[[SP FIC - MAMAMOO]] :: Can u Love me? :: MoonSun / WheeByul-MOONBYUL PART


ตอนที่ 3

[[SP FIC - MAMAMOO]] :: CAN U WAIT ME? :: MOONSUN / WHEEBYULSOLAR PART 

(กด Crl* ค้างแล้วคลิ๊กน้าา)

……………………………… EDIT :: REWRITE 02012017


ไรท์เตอร์ชวนคุย : มาถึงตอนของฮวีอินแล้ว 

จะเป็นอย่างไรต่อไป เอาใจช่วยกันนะ

เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์ด้วยน้าา \-w-/

………………………………




:: Credit THEME ::

O W E N TM.

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 ม.ค. 60 / 08:39


[[SP FIC - MAMAMOO]] :: Can u See me? :: WheeInPart

………………………………

… “กฎของการแอบรัก คือ อย่าหลอกตัวเอง” …

………………………………


………………………………

W : … “พี่บยอลฉันรักพี่นะ” … 

M : … “ฉันก็รักเธอเหมือนกัน ฮวีอิน” 

………………………………




“พี่ยงซอนพี่ไหวหรือเปล่า?”

.

.

 “ถ้าพี่ไม่ไหว ขี่หลังฉันก็ได้นะ ฉันรู้ว่าพี่อ่ะ แก่มากแล้ว”

.

.

นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ยินคำพูดแบบนี้จากพี่บ้าง

 

 

“พี่บยอลพี่จะไม่กลับหอหรือไง” เสียงพูดดังของคนข้างฉันอย่าง ฮวาซา เอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าที่มีท่าทีนิ่งไม่ขยับ

 

“ใช่ ฉันไม่กลับ ฉันจะไปเที่ยวไนท์คลับ” คนร่างสูงตอบกลับด้วยน้ำเสียงขี้เล่นก่อนจะเลื่อนหน้ากวนๆ เข้ามาใกล้

 

“อย่างพี่จะเที่ยวไนท์คลับ แค่มุมสี่แยกพี่ยังต้องรีบกลับเลย”  ฮวาซาตอกกลับด้วยคำพูดเหมือนจงใจจะสื่ออะไรสักอย่างซึ่งเราต่างก็รู้ดีว่า พี่บยอลนั้นการกระทำเป็นแบบประโยคนั้นเพราะใคร

 

“อะไรของแกไม่พูดด้วยแล้ว”

 

ตัดประโยคหรอ?

 

 

น่าแปลกนะ

 

พี่เป็นคนที่เนียนมาโดยตลอด

 

แต่ตอนนี้พี่โดนจับได้แล้วล่ะ

 

“นี่ฮวีอิน เธอว่าพี่บยอลขี้โม้เปล่า?” ฮวาซาหันมาสมทบกับฉันเหมือนทุกครั้ง ส่วนฉันคงทำได้แค่เอาความตลกขบขัน มาเป็นแรงผลักดันให้ปิดกั้นความรู้สึกนี้ไม่ให้ใครรู้

 

“ไม่นะไม่น้อยเลยล่ะฮ่าๆๆ” ขำกลบเกลื่อนตามสไตล์การหัวเราะที่มันมีมากกว่าคนอื่น ฉันยังคงขำไม่เลิกให้กับทุกประโยคที่คนข้างๆ ส่งมาให้ฉัน ขำจนทิ้งสติ ขำจนไม่เห็นภาพตรงหน้าขำจนคนตรงหน้าเดินหายไป’…

 

“พอเถอะ ฮเยจิน รีบไปเถอะ” รีบตัดบทคนเส้นตื้นที่เหมือนจะขำไม่หยุด ฝ่ามือเลื่อนกุมมืออีกคนพยายามฉุดให้เดินต่อไป

 

“เดี๋ยวก่อนสิ ฮวีอิน เรามาถ่ายรูปกันก่อนดีกว่า”

 

“อโอเค” อ้ำอึ้งเล็กน้อยก่อนจะตอบตกลงไป เพราะดูจากท่าทางแล้ว ต่อให้รีบไปก็คงเดินตามไม่ทัน  และถึงฉันจะเดินตามทัน ภาพตรงหน้าก็คงไม่ดีกับใจ

 

 

จะปล่อยวางแต่ก็ทำไม่ได้’…

 

 

1…2…3  แช๊ะ!

 

“พอแล้วมั้งฮเยจิน ฉันว่าพวกพี่รอเรานานแล้วล่ะ”

 

“นี่รูปเดียวเองนะ”

 

“พอแล้วน่ากลับไปถ่ายที่หอก็ได้”

 

บอกอีกคนก่อนจะพากันรีบจ้ำออกมาจากเวทีที่เพิ่งแสดงเสร็จ ช่วงเท้าพยายามเดินให้ไว หากแต่ไม่เดินเร็วจนรู้สึกทิ้งให้ฮวาซาที่ตามมาข้างหลังเหมือนคอยตาม

 

 

 

“พวกพี่เปิดประตูให้ฉันหน่อยสิ” เมื่อมาถึงฮวาซาก็ส่งเสียงดังก่อนจะถึงตัวรถเสียอีก ทำให้พี่ยงซอนเอื้อมตัวมาเปิดประตูให้

 

การเดินทางของพวกเราก็เป็นเหมือนดั่งทุกครั้ง มีเสียงเพลง เสียงหัวเราะให้กัน ฉันยังคงมีหน้าที่ในการสร้างสีสันอยู่เสมอ ฉันยังคงยิ้ม หัวเราะกว้าง เสียงดัง เพื่อสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนโดยเฉพาะคนสำคัญของฉัน

 

 

 

“พี่บยอล ถึงหอแล้วเราไปซื้ออะไรกินกันมั้ย?” พูดดังขึ้นมาตัดกับเสียงเพลงที่ดังแข่งไม่แพ้กัน ก่อนหันถามเจ้าของชื่อนั้นด้วยความตั้งใจ

 

“เอาสิ ฉันก็หิวเหมือนกัน”

 

 “นี่แกชวนแต่พี่บยอล ฉันกับพี่ยงซอน นั่งหัวโด่นี่ไม่ชวน” ไม่ทันที่จะยิ้มอย่างมีความสุขเต็มที่ เพื่อนสาวผมสั้นก็หันมาแขวะฉันอย่างทุกที ก่อนจะหันไปสนใจเพลงเหมือนเคย ทิ้งให้ฉันสะดุดคิดก่อนจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

อย่างน้อยแค่นี้สำหรับฉันก็คือความสุขแล้ว’…

 

.

.

.

.

.

… ‘อะไรที่เคยเป็นเราพี่ลืมแล้วหรือยัง

 

 

 

 

คิดย้อนกลับไปตอนนั้น ทุกอย่างก็ผ่านมาร่วมเกือบ 4ปี มันอาจเป็นเรื่องเลือนรางสำหรับคนอย่างฉันไปบ้างหากแต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่ฉันไม่เคยลืมมันได้ คือ ภาพผู้หญิงร่างสูงผมสีดำที่เอาทำหน้าเรียบนิ่ง ไม่ค่อยพูดจากับใคร ฉันได้แต่นั่งมองการกระทำของเธอคนตรงหน้าสักพัก พลางคิดดูจากหน้าตาของเธอคนนั้นมองแล้วก็เหมือนคนหยิ่งคนนึง ที่ดูไม่น่าผูกสัมพันธ์ด้วย

 

 “อาจุมมอให้ฉันช่วยมั้ย”

 

นานอยู่มากก่อนจะได้ยินเสียงแรกของบุคคลที่ฉันจ้องมองอยู่ เสียงดูเรียบเฉย คำพูดก็ไม่ได้มีหางเสียงอะไร แต่ทำไมลึกๆ กลับรู้สึกดี

เหมือนป้าแม่บ้านยังไม่ตอบอะไร ร่างสูงก็เอื้อมมือไปช่วยถือของอย่างไม่รีรอ ดวงตาเธอกับรอยยิ้มส่งให้คุณป้าคนนั้นเป็นประกายก่อนจะกลับมานั่งที่เดิมเงียบๆ ทำหน้านิ่ง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

คนอะไรดูตลกจริงๆ

 

 

หลุดขำออกมาในลำคอเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจลุกจากเก้าอี้ริมผนังที่นั่งอยู่ เดินเข้าไปหาบุคคลที่ได้แต่นั่งก้มหน้ากับพื้นไม้

 

“อันยองฮาเซโย ฉัน จอง ฮวีอิน อายุ18ปี นะคะ”

 

 

สิ่งแรกที่เห็น คือ อาการตกใจ

 

สิ่งที่ตามมา คือ รอยยิ้ม

 

“เอ้ย!…เธออายุน้อยกว่าฉันอีก อันยองฉันมุนบยอลอีนะ อายุ 20ปี”

 

เธอเงยหน้าตอบเหมือนดูดีใจมาก ฉันทำได้แค่นั่งลงตรงข้ามห่างออกมาเล็กน้อย ก่อนจะมองหน้าร่างสูงอีกครั้ง ที่ตอนนี้ก็ยังไม่เลิกยิ้มให้กับฉัน

 

“พี่กรามค้างหรอคะ” บอกกวนๆ เพื่อดูท่าทีอีกคนว่าจะแสดงออกอย่างไร ดูว่าการเข้าหาครั้งนี้ อีกคนจะรับถึงนิสัยของฉันได้ไหมระหว่างที่รอคำตอบคนตรงหน้าก็เปลี่ยนจากยิ้มเป็นเสียงหัวเราะเบาๆ กลับมาแทน

 

“ไม่ได้ค้าง ฉันแค่ดีใจที่รู้จักกับเธอ” 

 

 

… ‘เป็นประโยคธรรมดาของคนเพิ่งรู้จัก’ …

 

แต่ทำไม

 

 

หัวใจกลับเต้นแรง

 

 

 

 

เป็นเวลาสักพักรถก็ขับมาถึงหน้าหอ ฉันเอื้อมมือเปิดประตูอย่างรู้หน้าที่ ดันตัวเองออกจากรถพลางขยับแขนขาพอให้หายเมื่อยจากการนั่งรถที่ดูยาวนาน รวมทั้งการออกแรงที่แทบไม่ได้หยุดเพียงไม่นานคนร่างสูงที่ฉันนัดไว้ ก็ลงมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีมากนัก ฉันทำได้แค่เฉมองไปทางอื่น อย่างไม่สนใจเพื่อรอคนสองคนที่เหลือเดินขึ้นหอพักไปก่อน

 

“พี่บยอลเราไปซื้อของกันดีกว่า” เลื่อนกายไปใกล้ ก่อนนำมือกุมมืออีกคน พร้อมก้าวออกเดินไปยังบริเวณตรอกเล็กๆ ข้างหอที่มีอาหารข้างทางขายตอนกลางคืน

 

 

 

ช่วงเวลานี้มันเป็นช่วงเวลาพิเศษมากสำหรับฉัน เพราะหลังจากนี้ ไม่รู้เลยว่าจะมีโอกาสแบบนี้อีกตอนไหนฉันคงดีใจจนออกนอกหน้าไปหน่อย จนออกแนวลากแขนอีกคนไปดูอาหารเกือบทุกร้าน เมื่อคิดได้ก็หันมองหน้าคนข้างๆ ที่ตอนนี้ดูเป็นกังวลเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

 

“พี่บยอลเป็นอะไรหรือเปล่า

 

“ปเปล่านิ เลือกได้ยังล่ะ จะกินอะไรดี”

 

 

เธอตอบคำถามออกมาด้วยรอยยิ้มเหมือนทุกครั้ง

แต่มันกลับรู้สึกไม่เหมือนเดิม

 

 

 

“งั้นฉันเอาต๊อกบกกี กับคเยรันปังแล้วกัน” แสร้งยิ้มกลับทำเหมือนไม่ได้คิดอะไร ทำได้แค่ลอบมองคนข้างกายเป็นบางช่วงที่จับมือกัน

 

 

“ฉันซื้อเสร็จแล้วกลับหอกันเถอะ” เป็นเวลาไม่นานนัก ฉันก็แบกของที่ซื้อมาชูให้อีกคนดู ก่อนอีกคนจะรีบเดินมาหาแล้วดึงของในมือฉันบางส่วนไปถือไว้

 

“เดี๋ยวเราไปร้านค้ากันก่อนนะ ต้องซื้อสบู่อาบน้ำ”

 

“ของพี่หมดแล้วหรอฉันเห็นยังมีอยู่นะ”

 

“ไม่ใช่ของฉันหรอก ของพี่ยงน่ะ” ตอบกลับเหมือนชะงักเล็กน้อย ก็พอทำให้รู้เรื่องราวบวกกับสีหน้าที่เป็นกังวลก่อนหน้า

 

“พี่บยอล พี่ยงใช้สบู่อะไรอ่ะ เดี๋ยวฉันไปหาให้”

 

“พี่ยงหรออืมม…Warm Vanila ที่ขวดออกเป็นสีชมพูอ่ะ”

 

 

แล้วของฉันพี่จำได้มั้ย?...

 

 

“แล้วพี่รู้หรือเปล่าว่าฉันใช้สบู่อะไร”

 

“สบู่ขวดเดียวกับฮเยจินไง อย่างพวกเธอหารกันใช้”

 

“เพราะพี่ลืมใช่ไหม?...พี่เลยตอบไม่ได้” คำตอบกวนเบี่ยงประเด็นคงเป็นเพราะอีกคนคงจำไม่ได้จริงๆ แต่ก็เลือกที่จะถามกลับไปอีกครั้งเพื่อหวังคำตอบที่ดีกว่าเดิม

 

“เปล่า จะบ้าหรอ

 

“สบู่หรอ?...เธอไม่ได้ใช้หรอก เพราะเธอไม่ชอบอาบน้ำไง”  

 

เขาไม่ได้จำไม่ได้หรอก เขาแค่ไม่เคยจำ

 

 

“ฉันใช้เหมือนกับพพี่ไง”

 

ยังไม่ทันจบประโยค อีกคนหนีฉันจากลิฟต์เข้าห้องของตัวเองไปแล้ว

 

 

 

“พี่ก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่พี่รักเหมือนกันล่ะ”

 

 

 

หลังจากที่เราสี่คนย้ายมาอยู่ห้องเดียวกัน มีพี่โซลาร์ ฮเยจินที่ฉันสนิทมากๆ อยู่แล้ว และมีพี่บยอลอีก ทำให้ฉันดีใจที่สุดแล้วกับการรวมตัวกันระหว่างเรา ฉันคิดว่ามันจะเป็นช่วงที่ดีที่สุดสำหรับเราสี่คน Moo

DIARY : J’ WHEEIN(1)

 

 

ทำอะไรอยู่ ฮวีอิน เธอนี่ตื่นเช้าจังฮวาซาเอ่ยถามพลางยันตัวขึ้นจากที่นอนอย่างงัวเงีย ก่อนจะสะบัดหน้าเล็กน้อยก่อนจะลุกเดินออกจากห้องไปเปิดทีวีดู

 

นี่!! มีสักครั้งมั้ย ที่แกจะถามฉัน แล้วให้ฉันตอบน่ะเสียงดังตามหลังไปที ก่อนสังเกตเสื้อผ้าตัวเองจัดแจงให้ดูเรียบร้อย ก่อนจะตามคนก่อนหน้าออกไป

 

 

อ่าว ตื่นแล้วหรอ เธอนี่ตื่นเช้าประจำเลยนะพี่บยอลส่งยิ้มหวานมาให้ฉัน ก่อนจะกลับไปยุ่งกับอาหารในมือ

 

ยังไงฉันก็ตื่นหลังพี่อยู่ดีแล้วนี่พี่ทำอะไรอยู่อ่ะ หมี่ดำหรอ?”

 

ห้ะก็อะไรประมาณนั้น

 

หมี่ดำที่ไหน นี่มันไหม้เสียงบุคคลที่สามดังขึ้น ส่งผลให้ร่างสูงหันมาปล่อยเสียงหัวเราะดังลั่นกับความหมายประโยค

 

ก็ฉันทำไม่เก่งนี่ พี่ยงซอน

 

อย่างเธอน่ะ เขาเรียกทำไม่เป็น ออกไปสิเดี๋ยวฉันทำให้

 

คำพูดยาวแต่เข้าใจ ทำให้ร่างสูงเขยิบออกจากตรงนั้นอย่างว่าง่าย ก่อนจะหันมาหาฉันแล้วรวบตัวไปกอด

 

ฮวีอิน เค้าทำไม่เป็นอ่ะ เค้าเสียใจสวมกอดแน่นเข้าไปอีกก่อนจะอุ้มตัวฉันลอยจากพื้น

 

โอยยย …พี่ปล่อยเถอะ ฉันจะอ้วกพูดท้วงไปที ให้คนขี้เล่นปล่อยตัวลง แต่ก็ไม่เป็นดังหวัง เมื่ออีกคนก้มมาหอมแก้มโดยไม่มีท่าทีจะปล่อย

 

แก้มเธอนี่นิ่มจัง

 

กวน*สบถออกมาให้คนร่างสูงหยุด ไม่ใช่ครั้งแรกที่พูดอะไรแบบนี้  และไม่แปลกหรอก ถ้าจะพูดออกมาก็ติดมาจากอีกคนทั้งนั้น

 

โอ๊ะนี่ฉันพี่เธอนะเธอหันมาทำหน้าเหวอ แต่ที่จริงใครต่างก็รู้ว่ามันเป็นแค่การตอบมุขแสนซื่อกลับของคนชอบเนียนเท่านั้น ส่วนฉัน

 

โอ๋ๆ เด็กน้อยของฉัน

 

 

ส่วนฉันก็ดึงเธอเข้ามากอดเหมือนเดิม

 

 

 

 

 

 

… “เย่ๆๆๆๆได้เวลาเป็นส่วนตัวและความกว้างขวางมากขึ้น ฉันรวมถึงทุกคน ได้ย้ายเข้ามาอยู่หอที่เรียกว่าหอจริงๆ กันสักที หลังจากอยู่ห้องใต้หลังคามานานพอ ตอนนี้มันเป็นสิ่งวิเศษมากเลย รวมทั้งยังเป็นโชคดีหรือเปล่าก็ไม่รู้ ฉันได้อยู่ร่วมห้องกับพี่บยอลด้วย ขอบคุณพระเจ้าฉันดีใจสุดๆเลยล่ะ”…

DIARY : J’ WHEEIN(2)

 

 

ฮวีอินอาเธอตื่นแล้วหรอเสียงพี่บยอลดังพร้อมกับการเปิดหน้าออกจากผ้าห่มมองมายังฉัน พลางส่งสายตาสงสัยกับสมุดเล่มเล็กที่ฉันถือไว้

 

สักพักแล้ว ฉันมาวาดรูปเล่น

 

จริงอ่ะอยากเห็นจังคำพูดยังไม่ทันจบ เจ้าตัวก็ดันตัวมาซะใกล้ พาลเล่นเอาซะตกใจแทบตั้งตัวไม่ทัน ฉันดึงสติกลับมาก่อนจะเอาสมุดโยนทิ้งลงข้างเตียง

 

ไม่ได้ ดูไม่ได้ตอบเสียงแข็งก่อนดันพี่คนกวนนอนลงเตียงเดิมของตัวเอง

 

โห ใช่สิ ฉันมันไม่สำคัญนี่นะหันมาตอบเสียงอ่อย แล้วเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์ข้างตัวขึ้นมาไล่กดเล่นโดยไม่สนใจ

 

คนอะไร ขี้น้อยใจพูดเสียงเบาแต่จงใจให้อีกคนได้ยินจนต้องเมินหน้าหนีไม่ยอมรับ

เพราะสำคัญมากไง ถึงให้ดูไม่ได้

 

 

ฉันเอี้ยวตัวลงไปเก็บหนังสือนั้นก่อนจะใส่ลงในลิ้นชักโต๊ะข้างเตียง โดยไม่ลืมที่จะล็อคมัน ไม่ใช่เพราะมีความลับมากมายหรอกนะแต่เพราะกลัวสิ่งที่อยู่ในนั้นมากกว่าที่จะให้อีกคนมารับรู้มัน กลับตัวนอนอีกครั้งพลางหันมองบุคคลขี้น้อยใจที่ตอนนี้หน้าแทบมุดอยู่มุมเตียง

 

พี่บยอล งอนฉันหรอไง

 

 

เปล่า

 

เปล่า ก็หันหน้ามาสิคะฉันพูดพลางกระโจนทับร่างอีกคน ก่อนจะดันหน้าคนไม่ยอมรับหันมา

 

โอ๋ๆ เด็กน้อยของฉัน เธอสำคัญกับฉันมากนะ

 

ง้อๆๆนะ ให้ฉันทำอะไรก็ได้ ยอม…” พูดน้ำเสียงออดอ้อนใส่คนหน้าบึ้ง ก่อนเลื่อนใบหน้าตัวเองเข้าไปใกล้

 

 

งั้นหลับตาสิ

 

“ห๊ะ?” 

 

ร้องเสียงหลงเลิกคิ้วอย่างสงสัย ส่วนคนออกคำสั่งก็ทำหน้านิ่งมองไม่ตอบอะไรค่อยๆ หลับตาตามคำพูดนั้นอย่างว่าง่าย ก่อนจะค้างนิ่งอยู่บนตัวอีกคน ความนิ่งเงียบผสมความมืดไม่สนิท ก็ไม่อาจทำให้รู้เลยว่าร่างสูงคิดจะทำอะไร...

 

เพียงไม่นานมาก ก็ได้รับรู้ถึงความอุ่นจากอะไรบางอย่าง ทาบทับอยู่ตรงแก้ม ตัวฉันที่ยังทับคนด้านบนกลับต้องใจเต้นแรงด้วยความตกใจ แต่ก็ยังคงเลือกจะหลับตาอยู่แบบนั้นหากแต่เหมือนแรงดึงดูดแปลกๆ พยายามโน้มหน้าฉันให้ต่ำลง

 

 

…‘เขาบอกว่าเมื่อมีความเงียบ เราจะได้ยินทุกเสียงชัดเจนที่สุด’…

 

 

แต่ทำไมเสียงนั่น

 

 

…“กลับเป็นเสียงของลมหายใจ” …  

 

 

 

จากเสียงก็แปรเปลี่ยนเป็นไอร้อนแผ่วเบาที่เริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้จนรับรู้ได้ กลิ่นกายหอมที่คุ้นเคย การสัมผัสอ่อนโยนอาจจะทำให้ฉันเผลอใจ ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้คงควบคุมตัวเองไม่ได้แน่ ตัดสินใจค่อยๆ ลืมตา เพื่อจะมองภาพตรงหน้า หากแต่การตัดสินใจนั้น เหมือนดูจะช้าเกินไป

 

 

“พพี่บ” สติที่เคยมีถูกลบไปพร้อมกับคำที่จะพูดเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเดิมอีกต่อไป

 

สองมืออุ่นของเธอกำลังประคองใบหน้าของฉัน

 

กายหอมของเธอกำลังแนบชิดกายของฉัน

 

ริมฝีปากของเธอกำลัง

 

 

 

 

“นี่แน่ะ!

 

“โอ้ย!! พี่ทำอะไรเนี่ย” เหมือนดึงสติทุกอย่างก่อนจะเลื่อนมือตัวเองมากุมหน้าผาก แล้วลูบมันจากความเจ็บที่คนร่างสูงเล่นเอาคางมาปะทะ

 

“ไม่รู้หิวแล้วอ่ะ ไปหาอะไรกินกันเถอะ” 

 

“อื้อ”

 

ผิดหวัง แต่มีความสุข

 

 

 

 

“บยอลอาเธอทำอะไรของเธอ”

 

“ก็พี่อยากกินข้าวผัดไม่ใช่หรอ?”

 

“ที่เธอทำอยู่ มันเหมือนข้าวต้ม มานี่ฉันทำเอง”

.

.

.

เป็นประโยคเดิมซ้ำๆ ที่ตื่นมาพบเจอทุกเช้าไม่อยากออกจากห้องเลยจริงๆ

 

“เห้อ

 

เดินกลับไปนั่งลงบนเตียงเหมือนเดิม ที่มีฮวาซานอนหลับสนิทอยู่ถอนหายใจให้กับตัวเองอีกครั้งก่อนจะขยับตัวนอนซุกลงผ้าห่มหนา สมองหยุดพักไม่ถึงนาที แขนก็ทำหน้าที่ไปยังลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงพลางหยิบสมุดเล่มเล็กออกมา

 

สายตาอ่านประสานไปพร้อมกับปลายนิ้วไล่ตามตัวอักษรที่เขียนทุกสิ่งทุกอย่างไว้ตั้งแต่แรกความสัมพันธ์ การรวมตัว มิตรภาพ ความสำเร็จ การเปลี่ยนแปลง รวมทั้ง

 

“แกยังเก็บมันอยู่อีกหรอ?” ฮวาซาเอ่ยถามพลางส่งสายตาใส ท่าทีไม่เหมือนคนนอนเพิ่งตื่นเลยสักนิด

 

“ก็ของสำคัญ” พูดพร้อมเปิดสมุดเล่มนั้นอ่านต่อ สมุดที่เหมือนย้อนเรื่องราวถึงอดีตอีกครั้งรูปถ่ายจำนวนไม่น้อยถูกสอดเก็บไว้อย่างดีราวกับเป็นแกลลอรี่ส่วนตัวรูปถ่ายที่ดูกี่รอบก็ทำให้ฉันเผลอยิ้มออกมา

 

“ถ้าแกชอบพี่เขา ทำไมไม่บอกไปล่ะ” อีกคนยันตัวขึ้นนั่งใกล้ ก่อนจะมองดูรูปถ่ายในมือของฉันแล้วหยิบไปดูบ้าง

 

“เปล่า ฉันไม่ได้ชอบ”

 

“ไม่ได้ชอบจริงอ่ะ”

 

“แต่ฉันรักพี่บยอล” บอกชัดเจนอย่างไม่ปิดบัง สายตายังคงมองดูริมฝีปากยังคงอมยิ้มตาม จนใบหน้าคนฟังแทบเหวอไปกับคำพูดที่ฉันพูดออกมา

 

“ถ้าแกรักแกก็ลองบอกดูสิ”

 

ก็ไม่ใช่คนในสายตาต่อให้บอกไป มันก็ไม่ใช่อยู่ดี”  หันยิ้มให้คนข้างกาย ก่อนหัวเราะเสียงดังตามไอร้อนผ่าวเริ่มเอ่อริมขอบตา เรียวแขนรีบหันคว้าเพื่อนสนิทเข้ามากอด พร้อมหยดน้ำตากำลังไหลริน ต่อให้รู้สึกเศร้าแค่ไหน แต่ฉันก็ต้องหัวเราะออกมา

 

 

“ฉฉันไม่ได้ร้องไห้นะฉันแค่ขำมาก”

 

 

 

 

 

“ฮวีอินพี่ขอย้ายมาห้องนี้ได้มั้ย?”

 

“มีอะไรหรือเปล่า? พี่โซลาร์”

 

“เปล่าหรอก พี่เห็นเธอสองคนสนิทกัน อีกอย่างดูฮวาซาจะเกร็งด้วย”

 

“แต่แบบนี้ก็โอเคนะ”

.

.

“ก็ดีนะ พี่ยงซอน ให้เด็กๆได้อยู่ด้วยกัน”

 

แล้วพี่ถามฉันหรือยัง

 

นี่สินะ ที่เรียกว่าการเปลี่ยนแปลง

 

“ตั้งแต่วันนั้น ฉันก็ไม่ได้ใกล้พี่อีกเลย”

DIARY : J’ WHEEIN(3)

 

 

 

 

…‘3 day’s later… Can you See me?

 

ลืมตาตื่นอีกครั้งเหมือนทุกวัน หากวันนี้กลับสายเกินปกติที่ควรจะเป็น สายตาค่อยๆ ปรับตามแสงของสภาพห้อง เลื่อนมือขึ้นมากุมหัวตัวเองที่หนักอึ้งก่อนเอื้อมมืออีกข้างหยิบโทรศัพท์แล้วกดหน้าจอเพื่อดูเวลา

 

 

…13:25 PM…

 

 

“นี่ฉันนอนหรือตาย” สบถกับตัวเองแล้วหันไปมองรอบข้างที่ทุกทีจะมีฮวาซานอนอยู่ ทว่าครั้งนี้กลับไม่มี ตัดสินใจรีบรุกขึ้นจากที่นอน พร้อมเดินออกจากห้องอย่างรวดเร็ว

 

“อ่าวตื่นนอนแล้วหรอ?” แทนที่ภาพตรงหน้าจะเป็นคนทั้งสามที่เอาแต่เล่นกัน แต่วันนี้มันกลับแปลกไป ฉันขมวดคิ้วก่อนค่อยๆ ก้าวเท้าเดิน

 

“คนอื่นไปไหนอ่ะ พี่บยอล”

 

“ก็วันนี้พี่ยงซอนกับฮเยจิน ไปอัดรายการไงฮเยจินไม่ได้บอกเธอหรอ?”

 

“อ่อฉันลืมน่ะ” ขำแห้งๆไปที ให้คนร่างสูง ก่อนจะประมวลคำข้างต้นอีกครั้งฮเยจินไม่ได้บอกเธอหรอ?... ใช่ ไม่ได้บอกอะไรเลย

 

“ไปอาบน้ำสิ เดี๋ยวพี่ต้มรามยอนให้”

 

ฉันพยักหน้าเล็กน้อยก่อนเดินไปยังห้องน้ำโดยไม่หายสงสัย วันนี้มันผิดปกติจริงๆ ทำไมฮวาซาถึงไม่บอกว่าไปไหน ปกติเวลาเธอตื่นก่อนก็จะปลุกฉันตลอด

 

หยุดคิดสักพักก่อนเคลื่อนตัวเข้าห้องน้ำไป เลื่อนปลายนิ้วเปิดฝักบัวก่อนจะให้สายน้ำไหลผ่านทั่วร่างกาย สบู่คุ้นเคยถูกเทออกมาก่อนจะทาไปทั่วตัวความหอมของสบู่ย้อนกลับไปนึกถึงกลิ่นของคนใครบางคน

 

บางทีอาจเป็นสิ่งดีสำหรับวันนี้ก็ได้

 

 

 

 “พี่บยอล แล้ววันนี้พี่ไปไหนเปล่า?” ถามคนร่างสูงที่กำลังยกชามรามยอนมาตั้งไว้บนโต๊ะก่อนจะนั่งลงเก้าอี้

 

“ไม่นะ วันนี้พี่เห็นเธออยู่คนเดียว เลยไม่อยากทิ้งเธอไปไหน”ประโยคตอบกลับมาทำให้ฉันเผลอยิ้มกลับไป...ยังไงอีกคนยังคงเป็นห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเองเสมอ

 

“อื้อ นึกว่าไม่มีที่ไปซะอีก” ยืนตอบกวนอยู่ตรงหน้า พาลทำให้อีกคนรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินมาโอบร่างฉันแล้วเหวี่ยงไปรอบห้อง

 

“ฉันมีที่ไป แค่สงเคราะห์เด็ก”

 

“โอยยยพอเถอะ ฉันหิวแล้ว”

 

“ก็ได้” สิ้นเสียงตัวฉันก็ถูกให้ยืนอยู่ในสภาพเดิม หากแต่สายตาประกอบกับภาพตรงหน้าเริ่มเอนหมุนจากแรงเหวี่ยง การทรงตัวที่ดูไม่เข้าที่ มันเหมือนจะพาลล้มไปตรงนั้น

 

“เอ่ยฮวีอิน” ไม่ทันจะขอให้ช่วย อีกคนก็ช้อนตัวฉันเข้าไปกอด ช่วงแขนที่ประคองถึงไม่ได้แข็งแรงมาก แต่ก็รับฉันได้อย่างห่วงใย หันมองสีหน้าตอนนี้ ดวงตาของเธอดูเป็นห่วงฉันมากจริงๆ

 

 

หลังจากนี้ไป

 

ฉันไม่อยากต้องปิดบังอะไรอีกแล้ว

 

 

ไม่มีอะไรจะห้ามฉันได้อีกแล้ว

 

 

โอบรอบคอคนประคองก่อนโน้มเข้ามาชิดใกล้ กลิ่นกายหอมของเขามันช่างน่าหลงใหลเกินจะต้านทานไหวหลังจากไม่ได้สัมผัสกลิ่นนี้มันมานาน มันยิ่งทวีความโหยหาให้มากขึ้นไปตามแรงคิดถึง สายตาซนไล่มองปกคอเสื้อเชิ้ตสีขาวกว้างที่เผยลำคอขาวเนียนน่าลุ่มหลง ปลายคางแหลมที่เชิดขึ้นดูเหมือนมันจะทำให้ร่างกายเริ่มประสานไปกับความต้องการของตัวเอง

 

อยากรู้จัง...ริมฝีปากของพี่ จะหวานแค่ไหน

 

“ฉันรักพี่นะ”

 

 

สิ้นเสียงคำสารภาพก็ไม่รอคำตอบใดๆ

 

ถึงต่อให้คำตอบนั้นไม่ใช่ฉัน ฉันก็จะขอเสี่ยงเพื่อวันนึงพี่จะหันมา

 

 

จากนี้ไปร่างกายและจิตใจของฉัน

 

 

…‘ฉันยกให้พี่คนเดียว




 

“พี่บยอลฉันรักพี่นะ

 

“ฉันก็รักเธอเหมือนกัน ฮวีอิน”

 

 





____________________COMPLETE 100 %__ THE END WHEEIN PART_____________________




ดิท :: 02012017 REWRITE แก้ไขเนื้อเรื่อง & คำผิด


ไรท์เตอร์ชวนคุย (ตอนท้าย) :

ดิท- อัพต่อเป็น 100 เปอร์เซ็นต์แล้ววว...

อย่าลืมคอมเม้นเป็นกำลังใจให้กันและกันน้าา


คำสำคัญ อยู่ด้วยกันก่อนนะ คนอ่านทุกคน...


พาทหน้าเป็นของลีดเดอร์ของเราแล้ว

มาลุ้นกันนะ...


ลงพาทหน้าจบ จะเปิดโหวตระหว่างคู่...

MoonSun | WheeByul

เพื่อเป็นตอนจบ

 ( แล้วเจอกันนะคะ >< )



#ดราม่า แต่ไม่ถึงกับน้ำตาตก ปวดตับแต่ไม่ถึงกับเครื่องในพัง

ยังใช้คำนี้ได้อยู่มั้ย 55555555

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Starlight.me จากทั้งหมด 8 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

10 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 3 มกราคม 2560 / 08:54

    กลับมาอ่านยังไงก็เจ็บเหมือนเดิม

    #10
    0
  2. #9 ตูนแทอิสเรียล
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 00:52
    บยอล สมี >////<
    #9
    1
    • 3 มกราคม 2560 / 01:40
      - - อย่าเนียนนน ไม่เกี่ยว เจอกันนอกบอร์ดนะ 5555555
      #9-1
  3. #8 rghqute (@arisara22) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 23:07
    โอ้ยมันหน่วงๆอะ แงงงง ปวดตับปวดไตไปหมดแล้วฮือ
    #8
    1
    • #8-1 Starlight.me (@s-destiny) (จากตอนที่ 1)
      3 มกราคม 2560 / 01:39
      มาปวดตับกันต่อในพาทโซลาร์กันก่อนน้าา อย่าเพิ่งทิ้งกันไป 5555555
      #8-1
  4. วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 12:46
    สงสารโซลาร์เลย
    #7
    1
    • 3 มกราคม 2560 / 01:38
      ไรท์สัญญาตอนจบจะไม่เจ็บปวด 555555
      #7-1
  5. #6 แมมมู
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 18:25
    ลุ้นไปหมดแล้วว พี่ลีดจะเป็นยังไง
    #6
    1
    • 3 มกราคม 2560 / 01:38
      ติดตามต่อในพาทโซลาร์ได้เลยจ้าา
      #6-1
  6. #5 postcard
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 02:05
    ไม่เอานะ ต้องมูนซันสิ
    #5
    1
  7. วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 23:16
    กลับมาต่อด้วยนะ ฟิควงนี้หายากมากกกก
    #4
    1
    • 3 มกราคม 2560 / 01:37
      กลับมาต่อแล้วค้าบบ อย่าลืมติดตามกันในพาทโซลาร์น้าา
      #4-1
  8. #3 moonstar21
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 14:44
    เจ็บปวดในตอนต่อไปแน่นอน

    แวะเข้ามา ไม่คิดว่าจะอัพไวมากก สู้ๆน้าาา
    #3
    1
    • 3 มกราคม 2560 / 01:37
      อัพพาทต่อแล้วน้าา ติดตามกันได้เลยย
      #3-1
  9. วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 23:41
    รอน้าาาาา ไม่คอยมีให้อ่านเลย จะซับพอร์ตเรื่องนี้สุดๆ55
    #2
    1
    • 15 ธันวาคม 2559 / 12:17
      ช่ายย หายากมาก ก็สนองความต้องการตัวเองซะเลย 5555555
      #ขอบคุณนะค้าา
      #2-1
  10. #1 moonstar21
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 18:44
    นานทีจะมีฟิควงนี้มา ดราม่ามาก มาต่อเร็ววว รอๆ
    #1
    1
    • 15 ธันวาคม 2559 / 12:18
      มาต่อเรียบร้อยแล้วน้าา ><
      #1-1