นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

[Attack on titan] I hate you. I love you. (Eren x Mikasa)

โดย _GDRM97

เพราะฉันเป็นแอคเคอร์แมนสินะ เธอเลยเกลียดฉันน่ะ เอเลน..

ยอดวิวรวม

2,341

ยอดวิวเดือนนี้

54

ยอดวิวรวม


2,341

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


50
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  6 ธ.ค. 62 / 17:51 น.
นิยาย [Attack on titan] I hate you. I love you. (Eren x Mikasa)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
I hate you. I love you.
Eren x Mikasa


'เอเลน เธอเกลียดฉันงั้นหรอ...'

'ฉันเกลียดเธอมิคาสะ เธอมันน่ารำคาญ'



-คำเตือน-
ฟิคเรื่องนี้ออกแนวดราม่านิดหน่อยเพราะงั้นไม่ชอบก็กดออกได้เลยครับ

เรื่องนี้เป็นเอเลนกับมิคาสะ เป็นคู่ ชายxหญิง

เนื้อเรื่องของเรื่องนี้มีการดัดแปลงเนื้อหาของมังงะเรื่อง Attack on titan แนะนำให้ไปอ่านมังงะก่อนค่อยมาอ่านเรื่องนี้นะครับ เลิฟ




*ขออนุญาตเจ้าของรูปนะครับ*
sqw

เนื้อเรื่อง อัปเดต 6 ธ.ค. 62 / 17:51


คำเตือน
ฟิคเรื่องนี้ ไรท์เตอร์นำบทจากในมังงะมาเกือบทั้งหมด และตัดฉากในมังงะออกไปบางส่วน รวมถึงอาจเป็นการสปอยล์เนื้อเรื่องของ AOT ในซีซั่นที่ 4 ของอนิเมะอีกด้วย

เพราะงั้น ไรท์ขอแนะนำให้รีดเดอร์ไปอ่านมังงะก่อนถึงค่อยมาอ่านเรื่องนี้นะครับ
ปล.เนื้อเรื่องในส่วนนี้ ในมังงะอาจยังไม่มีแบบแปลไทยนะครับ ถ้ามีแล้วมาแจ้งบอกด้วยนะ ไรท์มึนๆงงๆ





"ฉันคิดว่า เธอเป็นคนที่อ่อนโยนมาโดยตลอด ทำไมล่ะ เอเลน"

เสียงเด็กสาวผมสีดำสลวยเอ่ยขึ้น มือเรียวจับผ้าพันคอสีแดงเลือดหมูที่กำลังพันคอของเธออยู่ เป็นสัญลักษณ์ของตัวเธอไปเลย

"ฉันบอกว่าให้เอามือวางไว้บนโต๊ะไม่ใช่หรอ?"

เด็กหนุ่มผมสีเปลือกไม้เหลือบตามองร่างบางเจ้าของผมสีดำสนิทที่กำลังยืนมองเขาอยู่พร้อมพูดด้วยเสียงเรียบ

เด็กหญิงที่ได้ยินอย่างนั้นก็ทำหน้าสลดก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้และวางมือไว้ที่โต๊ะดังเดิม

"อาร์มิน นายน่ะ ยังไปหาแอนนี่บ่อยไหม?"

เด็กหนุ่มถามพร้อมกับมองไปที่เด็กหนุ่มผมสีบลอนด์ทองตรงหน้า

"อะ..เอเลน พ...พูดอะไรของนาย!"

"ฉันรู้ว่านายไปหาแอนนี่ นั่นมันเป็นเจตนาของเบลทรูท หรือว่านายล่ะ?"

สายตาสีเขียวมรกตยังคงจ้องมองเด็กหนุ่มผมบลอนด์นั้นด้วยสายตาที่เรียบเฉยและนิ่ง

"ตอนนี้คนที่กำลังโดนศัตรูปั่นหัวอยู่เป็นนายต่างหากอาร์มิน ไม่ใช่ฉัน"

"แล้วก็นะ ฉันรู้เรื่องของตระกูลแอคเคอร์มันมาด้วย ทำให้ฉันได้รู้ว่าทำไมเธอถึงทรงพลังขนาดนี้น่ะ มิคาสะ"

เขาพูดด้วยเรียบนิ่งพร้อมกับเหลือบสายตาไปมองที่เด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างๆอาร์มิน

"ผลลัพธ์จากการที่อาณาจักรเอลเดียร์ทดลองผู้คนแห่งยูมีร์มาตลอดหลายปีในประวัติศาสตร์"

"พวกเขาได้สร้างตระกูลแอคเคอร์แมนขึ้นมา ผู้คนที่สามารถใช้พลังไททันบางส่วนได้โดยยังคงร่างมนุษย์เอาไว้"

"ตระกูลแอคเคอร์แมนถูกสร้างมาเพื่อปกป้องพระราชาแห่งเอลเดียร์"

"เพราะเหตุนี้เมื่อแอคเคอร์แมนมันจดจำหัวหน้าว่าใครเป็นหัวหน้าสัญชาตญาณนักรบก็จะตื่นขึ้น"

มิคาสะพอได้ยินสิ่งที่เอเลนเล่ามาก็เบิกตาโพลงขึ้นมาด้วยความตกใจ

"เธอว่ายังไงนะ.."

"อีกความหมายนึง ก็คือสาเหตุที่เธอยึดติดกับฉันมากเป็นเพราะคุณลักษณะของแอคเคอร์แมน"

"ในสถานการณ์เสี่ยงตายในวันนั้น ในยามคับขันฉันเกือบตาย พอฉันบอกให้เธอสู้ซึ่งเป็นคำสั่งของฉัน พอมีเหตุการณ์แบบนั้นเงื่อนไขทุกอย่างเลยลงตัว และสัญชาตญาณของแอคเคอร์แมนก็ตื่นขึ้น"

"ไม่เพียงแต่ที่เธอจะมีพละกำลังเหนือมนุษย์ แต่เธอจะได้วิถีและทักษะการต่อสู้ทั้งหมดของแอคเคอร์แมน"

"ฉันแค่บังเอิญไปอยู่ตรงนั้นพอดี ทำให้สัญชาตญาณของแอคเคอร์แมนตื่นขึ้นและเข้าใจผิดนึกว่าฉันเป็นหัวหน้าที่เธอต้องปกป้อง"

มิคาสะยังคงตกใจกับสิ่งที่เอเลนพูดอยู่ เธอได้แต่อคิดว่า ที่เธอทำทั้งหมด ปกป้องเอเลนมาทั้งหมดเป็นเพราะสัญชาตญาณของแอคเคอร์แมนอย่างนั้นหรอ?

...
..
.

"ไม่จริงน่า..."

"ไม่จริงอย่างนั้นหรอ ยังไงล่ะ?"

"มันไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญหรอกนะ"

"มันเป็นเพราะความเป็นเธอทั้งนั้นเอเลนที่ทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้นได้น่ะ เพราะงั้นฉันจึง..."

"ตอนที่แอคเคอร์แมนระเบิดพลัง ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรง"

"..."

"ที่พวกเขาปวดหัวก็เพราะตัวตนดั้งเดิมกำลังต่อสู้กับสัญชาตญาณที่อยากจะปกป้องหัวหน้าคนใหม่"

"ฟังดู.. คุ้นๆบ้างไหมล่ะ?"

...
..
.

"ไม่นะ..."

มือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะที่ตอนแรกนิ่งอยู่ก็สั่นขึ้นมาอย่างรู้สึกหวั่น นัยน์ตาสีดำสวยกำลังสั่นคลอนเพราะคำพูดของชายที่เธอคิดว่าเขาคือครอบครัว

"พูดง่ายๆก็คือ มิคาสะคนเก่ามันตายไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้วล่ะ ตอนที่เธออายุ 9 ขวบน่ะ และเธอในตอนนี้ก็คือการไหลเวียนของสัญชาตญาณของแอคเคอร์แมน"

"ไม่จริง... ม..ไม่จริง"

มือขาวที่ตอนแรกก็สั่นอยู่แล้วก็กลับสั่นแรงขึ้นอีก อาร์มินที่เห็นสภาพไม่มีของเพื่อนสาวก็มองเธอด้วยสีหน้าที่เป็นห่วง

"เธอเป็นเผ่าที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อให้เสียความเป็นตัวเอง และไม่ทำอะไรนอกจากจะทำตามคำสั่งของหัวหน้า"

"หรือก็คือ ทาส ยังไงล่ะ"

มิคาสะทั้งตัวสั่น น้ำตาใสก็ถูกหลั่งออกมาจากนัยน์ตาคู่สวย อาร์มินที่เริ่มทนกับสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้ก็เอ่ยห้ามขึ้นมา

"เอเลน! หยุด! พอได้แล้ว!"

"เธอรู้ไหมมิคาสะ ว่าฉันเกลียดอะไรมากที่สุด?"

"เกลียดคนที่ไม่เป็นอิสระไงล่ะ คนที่เอาแต่ทำตามคำสั่ง เหมือนเป็นปศุสัตว์ที่รอจะถูกเฉือด เกลียดพวกที่เป็นทาสชอบทำตามคำสั่งของคนอื่นโดยไม่มีข้อกังขาใดๆทั้งสิ้น"

"เอเลน! ผมบอกให้พอไง!"

อาร์มินทำได้แต่ตะโกนร้องขอให้เอเลนหยุดพูดเรื่องนี้ เพราะดูแล้ว มิคาสะที่กำลังนั่งนิ่ง เธอทั้งกำลังช็อคและมีความรู้สึกแย่ปะปนอยู่

"ฉันน่ะ ทนไม่ได้ตั้งแต่เด็กแล้ว"

"มิคาสะ"

"ฉันน่ะนะ"

"ฉันเกลียดเธอมาโดยตลอด"

น้ำตาของเด็กสาวที่เก็บกลั้นมันมาโดยตลอดก็ไหลลงอาบแก้มทันทีหลังเอเลนพูดจบ

"เอเลน! สารเลว นายกล้าพูดแบบนี้กับมิคาสะได้ยังไง!"

อาร์มินที่อารมณ์พุ่งสูงขึ้นด้วยความโกรธก็กระโจนขึ้นโต๊ะพร้อมกับใส่กำหมัดเข้าที่หน้าของชายหนุ่มตรงหน้าหวังที่จะต่อยเขา

ฟึ้บ!!

"มิคาสะ!"

อาร์มินที่กำลังจะใส่หมัดกับหน้าเอเลนก็ตรงโดนมิคาสะจับล็อคตัวติดกับโต๊ะไปซะก่อน สายตาของเอลเนเรียบนิ่งมองไปที่หน้าของเด็กหนุ่มที่กำลังถูกล็อคตัวอยู่

"อะ...อาร์มิน ฉ..ฉัน"

มิคาสะที่เหมือนพึ่งรู้สึกตัว เหมือนว่ามิคาสะเองก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปก็ปล่อยตัวอาร์มินให้เป็นอิสระพร้อมกับเดินถอยหลังไปไกล

"เอเลน นาย!!"

อาร์มินพอเป็นอิสระแล้วก็พุ่งตัวขึ้นไปต่อยหน้าของเอเลนทันที

เมื่อเขากำลังจะเข้าไปต่อยเด็กหนุ่มอีกครั้ง เอเลนก็ดันสวนกลับต่อยที่หน้าเขาจนเซไปชนตู้ชั้นวางหนังสือที่อยู่ในห้อง

"นายแค่บอกมาซะ ว่าซีคอยู่ที่ไหนฉันก็คงไม่ต้องมาสู้กับนายแบบนี้"

เอเลนเอ่ยขึ้น ใบหน้าเรียบนิ่งของเขาดูว่าจะไม่มีสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่นิด สายตาของเขาจ้องมองไปที่เด็กหนุ่มผมบลอนด์ที่นอนอยู่ในตำแหน่งที่สามารถถูกเตะหน้าได้ แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ทำ

"พาตัวพวกเขาไป"

เด็กหนุ่มผมสีเปลือกไม้เอ่ยบอกคนในกลุ่มของตนเองที่อยู่ในชุดยูนิฟอร์มของทีมสำรวจ

มิคาสะที่ยืนมองอยู่นานโดยที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้เลยก็วิ่งเข้ามาหาเพื่อนผมสีบลอนด์ที่ดูสภาพแล้วก็โดนหนักอยู่พอสมควร เธอประคองร่างของเพื่อนหนุ่มขึ้นมาอย่างช้าๆ

"นี่น่ะเอเลน สิ่งที่นายมาตั้งไกล มาเพื่อบอกแค่นี้หรอ"

อาร์มินในสภาพเละเทะก็เอ่ยพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบากับเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่

"นายมาเพื่อพูดทำร้ายความรู้สึกของมิคาสะนี่หรอความอิสระที่นายถามหามันน่ะ?"

"..."

"ใครกันแน่ ที่เป็นทาสแล้วคอยทำตามคำสั่งหัวหน้าน่ะ?"

เอเลนพอได้ยินสิ่งที่อาร์มินพูดมาก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นอารมณ์โกรธทันที

"ฉันไม่ใช่ทาส"

เอเลนตอบอาร์มินด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นปกติ

"ไปกันเถอะ"

"เราจะไปที่ไหน?"

มิคาสะเอ่ยถามขึ้นมา

"ที่ๆเรื่องมันเกิดขึ้นไง เขตชิกันชินะ"

...
..
.

"ขอโทษที่ทำให้รอนะ"

ชายหนุ่มร่างสูงรูปร่างดีก้าวเท้าเดินเข้ามาในห้องขังอย่างเงียบๆ เอ่ยกล่าวขอโทษอีกฝ่ายอย่างมีมารยาท

"เธอชื่อ?"

เขาพูดถามเด็กหญิงที่นั่งมองอยู่ที่มุมห้อง กอดเข่าอย่างกลัวๆเขา ทั้งๆที่เธอพึ่งจะฆ่าซาช่า เพื่อนร่วมตายของเขามาแท้ๆ

"กาบิ"

"อยู่นิ่งๆซะ เยเกอร์"

ปลายกระบอกปืนถูกจ่อมาที่หัวของเอเลนทันทีหลังเสียงนั้นสิ้นสุดลง

"คุณพีค!"

เด็กหญิงร่างเล็กเอ่ยออกมาด้วยความดีใจก่อนจะวิ่งเข้าไปหาคนที่อยู่ข้างหลังเขาทันที

"เป็นยังไงบ้างกาบิ ไม่เป็นไรใช่ไหม"

"ไม่ค่ะ หนูไม่เป็นไร"

"ถ้าฉันไม่อยู่นิ่งๆ จะเป็นยังไงหรอ?"

เอเลนถามคนที่จ่อปลายกระบอกปืนที่หัวของเขาอยู่ พร้อมกับหันหลังไปมองก็พบเด็กสาวที่ตัวเล็กกว่าเขา แต่ดูแล้วก็น่าจะเป็นทหารที่มีความสามารถน่าดู

และเธอ ก็เป็นคนที่แปลงร่างเป็นไททันได้เหมือนกับเขา

ไททันเกวียน

"คุณก็ลองไม่อยู่นิ่งสิคะ"

เธอที่ยิ้มให้เด็กสาวข้างๆก็เปลี่ยนสีหน้ามามองเขาด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง

"งั้นเธอก็ลองยิงฉันดูสิ"

เอเลนพูด มือหนาของชายหนุ่มยกขึ้นมาเผยให้เห็นรอยแผลที่ฝ่ามือเป็นทางยาวและเลือดไหลท่วม

พีคทำหน้าตกใจก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นเรียบนิ่งเหมือนดังเคย มือเรียวสวยของเด็กสาวที่ถือปืนไว้วางลงไว้ข้างตัวพร้อมกับเสียงถอนหายใจตามมา

"โอเค คุณเยเกอร์ ฉันยอมคุณแล้วค่ะ"

"คุณพีค!"

"เงียบไปกาบิ เธอรู้ไหมว่าพวกเรากำลังถูกสอนมาผิดโดยพวกมาร์เลย์น่ะ"

"คุณพีค... คุณกำลังจะทรยศพวกเราชาวมาร์เลย์งั้นหรอคะ?"

"เธอนี่มันไม่เข้าใจอะไรเลยสินะกาบิ เธอลืมหรือป่าวว่าเธอเองน่ะก็มีเชื้อสายของเอลเดียร์อยู่ เชื้อสายที่พวกมาร์เลย์บอกว่ามันคือปีศาจน่ะ"

"..."

"ฉันฟังพวกเธอพล่ามมาพอกันหรือยัง?"

เอเลนเอ่ยขัดทั้งสองคนอีกครั้ง พีคที่ได้ยินเสียงเอเลนก็ลุกยืนขึ้นมองที่เอเลนด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไม่รู้สึกอะไร

"ฉันแค่อยากจะเอาคืนมาร์เลย์ ฉันจะบอกที่อยู่ของศัตรูให้กับคุณ"

เธอเอ่ยออกมา

"งั้นเหรอ"

เอเลนถามด้วยสีหน้าเรียบ ในใจเขาน่ะ เขาเองก็ไม่เชื่อใจผู้หญิงคนนี้อยู่แล้ว ยิ่งเป็นทหารฝั่งมาร์เลย์แล้ว ยิ่งไม่น่าเชื่อใจเพิ่มขึ้นไปอีก

"เอาสิ ขึ้นไปบนดาดฟ้ากัน"

เอเลนเดินออกมาจากห้องขังโดยที่พวกทหารกลุ่มเยเกอร์เข้ามาแทนและคุมตัวของพีคไปที่ดาดฟ้าของปราสาท

"ชี้ซะสิ ไหนล่ะศัตรู"

เมื่อมาถึงดาดฟ้า เอเลนปล่อยให้พีคเดินไปที่ระเบียงและให้เธอชี้หาตำแหน่งของศัตรู

"ศัตรูของพวกเราอย่างนั้นหรอ อยู่ตรงนี้ไง"

พีคหันมาที่เอเลนก่อนจะชี้ที่เขา

ปึ้ง!!!!

เสียงระเบิดดังลั่นพร้อมกับแสงสีทองที่ออกมา เผยให้รับรู้ว่าตอนนี้มีคนที่แปลงร่างเป็นไททันอยู่ที่ข้างล่างปราสาท

ความสั่นสะเทือนของปราสาทเพราะแรงระเบิดทำให้เอเลนถึงกับเซนิดหน่อยแต่ก็กลับมาทรงตัวได้ 

ควันและเศษหินที่กระเด็นมาโดนตัวเขาจนทำให้เขาต้องใช้แขนป้องกัน พอเวลาผ่านไปควันนั้นก็เริ่มเลือนหายไป ข้างหน้าของเขาที่ตอนแรกเด็กสาวยืนอยู่ก็ต้องพบกับความว่างเปล่า


"คุณเยเกอร์!"

"ฉันไม่เป็นไร พวกมาร์เลย์มันมากันแล้ว"

...
..
.

"ไงไรเนอร์ เจอกันอีกแล้วนะ"

เอเลนพูดก่อนจะแปลงร่างเป็นไททันจู่โจมร่างยักษ์

....
...
..
.

"ทุกคนครับ! ช่วยคุณเยเกอร์ที!"

ชายร่างสูงใหญ่สีผิวคล้ำวิ่งมาอย่างหน้าตาตื่น เข้ามาหาพวกเขาที่กำลังอยู่ในห้องขัง

"อะไรของนาย?"

แจนถามเขาด้วยความงุนงงที่อยู่ดีๆก็วิ่งมาขอความช่วยเหลือจากพวกเขา

"เกิดอะไรขึ้นคะ?"

มิคาสะที่ได้ยินชื่อของเอเลนก็เดินมาที่หน้าห้องขังด้วยสีหน้าที่ซีดเผือกด้วยความเป็นห่วงเอเลน

อาร์มินที่เห็นมิคาสะเป็นอย่างนั้นเขาก็แอบโกรธเอเลนขึ้นมา ทั้งๆที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน เอเลนเกลียดมิคาสะมาโดยตลอด

มือของเด็กหนุ่มผมบลอนด์กำแน่นกับฟันที่เขากำลังขบกัดโมโหอย่างช่วยไม่ได้

"สรุปแล้วเอเลนพูดอะไรไม่ดีกับมิคาสะหรออาร์มิน"

แจนที่ยืนคุณกับชายผิวคล้ำเสร็จก็เดินมาถามอาร์มินถึงเรื่องของมิคาสะทันที เพราะมิคาสะเองเธอตัดสินใจที่จะไม่บอกเรื่องนี้กับทุกคน

"หยุดถามเรื่องนี้เถอะนะ มันผ่านมาแล้ว"

มิคาสะเอ่ยห้ามอาร์มินไว้ก่อนที่เขาจะเล่าความจริงให้ทุกคนฟัง

เพราะเธอเองคงยังคิดเรื่องนี้ไว้อยูู่ในใจ แต่ก็เลือกที่จะเก็บไว้กับตัวเอง

อาร์มินรู้ว่ามิคาสะน่ะ อดทนและเข้มแข็งกับเรื่องที่ทำร้ายความรู้สึกของเธอมามากมาย เธอเลือกที่จะสู้ โดยไม่เคยร้องไห้ออกมาให้พวกเขาเห็นสักนิด

"เรากันเถอะ ไปช่วยเอเลนกัน"

มิคาสะพูดทิ้งท้ายไว้ก่อน พร้อมเดินออกจากห้องขังที่ถูกปลดล็อคกุญแจแล้ว

ตอนนี้พวกเราถูกมาร์เลย์โจมตี และคนที่นำทัพของมาร์เลย์มาบุกถึงที่เกาะสวรรค์นี้ก็คือ ไรเนอร์ บราวส์ เพื่อนที่พวกเขามองว่าเป็นผู้นำที่ดี เป็นคนที่น่านับถือจากใจจริง

"ฉันจะไปช่วยเอเลนเอง"

ระหว่างที่พวกเขาติดตั้งอุปกรณ์เคลื่อนที่ 3 มิติมิคาสะก็เอ่ยบอกขึ้นมา ในมือก็ถือมีดอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับฆ่าไททัน แต่ตอนนี้ กลับต้องใช้มีดเล่มพวกนี้ในการฆ่าชาวมาร์เลย์แทนไททัน

"เธอจะบ้าหรอมิคาสะ ไปคนเดียวนี่นะ"

แจนพูดแย้งขึ้น แน่นอนว่าทุกคนก็คงไม่เห็นด้วยที่มิคาสะจะลุกเดี่ยวไปสู้กับกองกำลังมาร์เลย์ที่มีเป็น 100 เพื่อช่วยเอเลน

"ฉันทำได้สิ"

"เพราะฉันเป็น แอคเคอร์แมน นี่หน่า" 

เธอพูดและเดินออกไปทันที มีแจนกับคอนนี่ที่ยืนงงกับคำพูดของเธอ แต่มีอาร์มินที่เข้าใจในคำพูดของเธอ

อาร์มินพอได้ยินมิคาสะพูดก็รีบวิ่งตามเธอไปทันที

"มิคาสะ!!"

อาร์มินตะโกนเรียกมิคาสะที่เดินขึ้นบันไดไป

มิคาสะพอได้ยินเสียงของอาร์มินก็หยุดเดินและหันหน้าไปมองข้างหลังตามเสียง

"มิคาสะอย่าไปฟังเอเลนเลยนะครับ เอเลนอาจโกหก แต่งเรื่องขึ้นมาก็ได้นะ"

"ไม่หรอกอาร์มิน เอเลนเกลียดฉัน เพราะฉันเป็นแอคเคอร์แมน..."

"อย่าห้ามฉันเลยนะอาร์มิน ให้ฉันช่วยเอเลนเองเถอะ"

"..."

อาร์มินทำได้แค่เงียบไม่พูดอะไร น้ำเสียงของมิคาสะเรียบนิ่งแต่ก็ดูเจ็บไปหมด จิตใจของมิคาสะเองในตอนนี้ คงกำลังพยายามทำในหน้าที่ของแอคเคอร์แมน ที่จะปกป้องเจ้านาย

"เข้าใจแล้วมิคาสะ"

"ขอบใจนะอาร์มิน"

เธอส่งยิ้มบางๆให้กับเพื่อนหนุ่มของเธอ และวิ่งขึ้นไปที่ดาดฟ้าทันที

...
..
.

ในท่ามกลางสนามรบอย่างไม่เป็นทางการ ระหว่างมาร์เลย์และคนในกำแพงแห่งเกาะสวรรค์ เมืองในเขตชิกันชินะที่ถูกฟื้นฟูก่อนหน้านี้ที่ยึดวอร์มาเรียกลับมาได้ ก็ต้องมาอยู่ในสภาพที่พังเละเหมือนเดิม

กองทัพของมาร์เลย์ที่ขนคนมาเป็นจำนวนมากกำลังต่อสู้กับอดีตทหารทีมสำรวจที่ตอนนี้ผันแปลไปรวมตัวกันอยู่ในกลุ่มที่ชื่อว่ากลุ่มเยเกอร์ 

นัยน์ตาสีดำจ้องมองไปยังศัตรูที่อยู่ภาคพื้นดิน เธอตัดสินใจที่จะเลือกไปจัดการศัตรูที่อยู่ข้างล่างซะก่อน



ทหารของมาร์เลย์ที่ในตอนนี้ก็กำลังนอนตายกันเกลื่อนกลาดด้วยฝีมือของคนๆเดียว ฝีมือของมิคาสะ แอคเคอร์แมน 

มิคาสะกวาดสายตาไปรอบๆเพื่อหาศัตรูแค่ก็ไม่เจอใครเลย เสียงถอนหายใจออกมาจากปากของเธอก่อนจะใช้สลึงของอุปกรณ์เคลื่อนย้าย 3 มิติ พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็ว

เธอกวาดสายตาไปมองรอบๆ พอถึงจุดๆนึง เธอก็เบิกตาขึ้นด้วยความตกใจ

ไททันขนาด 15 เมตรของเอเลนตอนนี้อยู่ในสภาพที่กำลังบาดเจ็บอย่างหนัก ไอร้อนระเหยออกมา เพื่อฟื้นฟูร่างกายในร่างไททันให้กลับมาเป็นปกติ

"เอเลน!!"

มิคาสะเลือบสายตามองไปเห็นเอเลนที่ตอนนี้สภาพคือมือติดอยู่ในร่างของไททัน เหมือนพยายามที่จะดึงออกแต่ก็ดึงออกไม่ได้ เธอรีบพุ่งเข้าไปหาทันที

"เอเลน เป็นยังไงบ้าง"

มิคาสะเมื่อมาถึงตัวเอเลนก็เอ่ยถามขึ้นมาทันที เอเลนที่เห็นมิคาสะมาโผล่อยู่ที่นี่ก็ตกใจหนักจนสติของเขาตอนนี้เริ่มเลือนหาย

"เธอมาที่นี่ทำไมมิคาสะ ออกไปซะ! มันอันตราย!"

"ฉันมาที่นี่เพื่อทำหน้าที่ใน ฐานะแอคเคอร์แมน ไงล่ะ"

มิคาสะพูดพร้อมกับยิ้มบางๆให้กับเอเลน มีดคมเฉือนไปที่ส่วนเนื้อของร่างไททันที่กำลังพันธนาการมือของเอเลนไว้อยู่

"ฉันบอกแล้วไงเอเลน ฉันจะปกป้องนายน่ะ"

เธอพูด สายตาที่เธอมองเขามาเป็นสายตาที่ดูเศร้าอย่างบอกไม่ถูก แล้วเธอพุ่งตัวออกไปจัดการทหารของมาร์เลย์รอบๆตัวร่างไททันของเอเลน ภายในพริบตาจนเขาเองแทบไม่อยากจะเชื่อ 

เอเลนหันไปมองด้านข้างของเขาก็เห็นพีคในร่างของไททันเกวียนกำลังแบกปืนที่อยู่บนหลังของเธอและเธอก็กำลังเล็งไปที่มิคาสะ มิคาสะตอนนี้อยู่ในช่วงที่ร่างกายกำลังเหนื่อยล้าหนักเพราะการต่อสู้ของเธอ และดูเหมือนเธอจะขยับไปไหนไม่ได้อีกแล้ว

"มิคาสะ!!"

เอเลนตะโกนเรียกชื่อของเธอ มิคาสะเองที่ได้ยินเอเลนตะโกนเรียกก็หันหลังไปเจอกับกระบอกปืนใหญ่ที่กำลังจ่อมาทางเธอ 

และมันก็ยิงมาทางเธอ

ปั้ง!!

เสียงปืนใหญ่ดังขึ้น ดึงดูดความสนใจแก่อาร์มิน แจน และคอนนี่ได้เป็นอย่างดี พวกเขาทั้งสามคนมองหน้ากันก่อนจะรีบไปยังจุดที่เกิดเสียงดังทันที

...
..
.

"มะ...ไม่นะ..."

"มิคาสะ!"

เอเลนตะโกนเรียกเธอ ควันที่ฟุ้งไปทั่วก็ค่อยๆเบาบางลง เอเลนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อควันนั้นหายไป กลับพบกับความว่างเปล่า ไม่มีเศษเลือดอะไรเลย


ปั้ง!!

เสียงปืนลูกซองดังขึ้นที่ข้างหลังของเอเลน ดูเหมือนจะยิงมาทางเขาแต่เหมือนเขาเองจะไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลย เพราะกลายร่างเป็นไททันได้เลยไม่เจ็บ?

เอเลนสงสัยอยู่สักพักก็หันหลังไปมองทางด้านหลังของตัวเอง

"มิคาสะ!!"

เขาตะโกนขึ้นมาพร้อมกับรับร่างบางของหญิงสาวเอาไว้ในอ้อมกอด มือหนากุมบาดแผลที่ท้องของเธอแน่น เลือดสีแดงสดค่อยๆไหลออกมาอย่างรวดเร็ว

"มิคาสะ มิคาสะ! ทำไมทำแบบนี้!"

เอเลนพูด พร้อมทั้งเขย่าตัวของมิคาสะไปด้วย


"ฉันบอกแล้วไงเอเลน ว่าฉันเป็นแอคเคอร์แมนนี่... ฉะ ฉันก็ต้องปกป้อง เจ้านะ...นาย สิ"

เสียงของมิคาสะพูดตะกุกตะกัก สายตาของเธอจดจ้องไปที่ใบหน้าของชายหนุ่มที่เธอรัก

"เอเลน.."

เสียงของมิคาสะเริ่มแผ่วเบาลง มือเรียวที่เปื้อนเลือดของมิคาสะเอื้อมมาจับที่ใบหน้าของเอเลนอย่างช้าๆ เอเลนเองก็จับมือของหญิงสาวในอ้อมกอดที่กำลังจับหน้าของเขาอยู่

"มีชะ..ชีวิต ต่อไปนะ..."

เธอยิ้มออกมา 

เปลือกตาสวยก็ปิดลงอย่างช้าๆ เธอไปอย่างสงบ

"มิคาสะ...ฉันขอโทษ"

เอเลนเอ่ยบอกร่างหญิงสาวที่ไร้วิญญาณ สวมกอดร่างของเธอแน่นเป็นครั้งสุดท้าย  น้ำตาใสๆของลูกผู้ชายไหลออกมาอย่างช้าๆ

มิคาสะเจ็บปวดมากับทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่อง ที่เป็นเรื่องของเขา เขายังไม่ทันได้บอกอะไรเลยเธอก็ดันมาจากไปเสียก่อน

"มิคาสะ เรื่องของแอคเคอร์แมนน่ะ ฉันพูดจริงนะ แต่เรื่องที่ฉันเกลียดเธอน่ะ มันไม่ใช่เรื่องจริงเลย"

"ฉันพยายามจะปกป้องเธอ อาร์มินและเพื่อนๆทุกคน ให้อภัยฉันด้วยนะมิคาสะ"

เขาเอ่ยบอกเธอและจูบหน้าผากของร่างไร้วิญญาณหญิงสาวอย่างเบาๆ

...
..
.

"พวกเราให้อภัยนายนะเอเลน"

"อาร์มิน..."

"เราเคลียร์เรื่องนี้ให้จบเถอะ"

"อืม"


..........
........
.......
......
.....
....
...
..
.

'ฉันไม่เคยเกลียดนายเลยนะเอเลน'

'ฉันรักนายเสมอ'

'ฉันก็รักเธอ มิคาสะ'



THE END.

อะแฮ่ม! สวัสดีผู้อ่านที่น่ารักครับ! ผม รันมี่ เป็นคนเขียนเรื่องนี้ ก่อนอื่นเลยต้องขอโทษด้วย หากผมเขียนเนื้อเรื่องที่ดูแล้วไม่สละสลวยเท่าไหร่ และมีบางส่วนที่ทำให้งงเนื้อเรื่อง ต้องขออภัยด้วยนะครับ .กราบ

สำหรับเรื่องนี้ อันความจริงแล้วผมชิป รีไวล์กับมิคาสะมากกว่า แต่พอดีว่าเปิดไปเจอรูปแฟนอาร์ตของเอเลนมิคาสะเข้าเลยอยากแต่งขึ้นมา

ในมังงะมิคาสะไม่ตายนะครับ555 นี่คือความคิดของคนแต่งล้วนๆ เพราะงั้นเนื้อเรื่องในฟิคนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมังงะแม้แต่นิดนะครับ เลิฟๆ แต่มีเกี่ยวตรงที่บทนั้นผมเอามาจากมังงะที่แปลไทยด้วยในบางส่วน

คอมเม้นมาได้นะครับ ให้กำลังใจกันด้วยนะ เลิฟฟฟ

เจอกันเรื่องหน้าครับ!<3


*แก้คำผิด 17 ธ.ค. 62  16:17 น.

SQW

ผลงานอื่นๆ ของ _GDRM97

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:52
    เอ่อ...คือ...เราอ่านไม่ได้อ่ะ
    #3
    0
  2. #2 Roundtrip (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 17:13

    ฮือออ เอเรนทำไมชอบพูดทำร้ายยย หนูมิแค่เป็นห่วงง
    #2
    0
  3. #1 TAN PON
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 18:29
    แต่งดีมากๆเลยค่ะ
    #1
    1
    • #1-1 _GDRM97
      20 มีนาคม 2563 / 18:52
      ขอบคุณมากๆครับㅠㅠ
      #1-1