นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[ OS - IOI PRISTIN ] MY CACTUS - NAPINK [ Lim Nayoung & Zhou Jieqiong ]

โดย royalphoeniz

“อิมนายอง!! ไอ้กระบองเพชรบ้า!!!” “นี่ ยัยขี้เมา แคคตัสน่ะไม่กินเจลลี่หรอกนะ” - จะเป็นยังไงเมื่อสาวสวยดีกรีดาวคณะมาตกหลุมรักเจ้าแคคตัสหน้านิ่งข้างห้อง นาพิ้งเรื่องแรก ฝากด้วยนะคะ ^^

ยอดวิวรวม

1,435

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


1,435

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


64
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  2 ก.พ. 60 / 19:45 น.
นิยาย [ OS - IOI PRISTIN ] MY CACTUS - NAPINK [ Lim Nayoung & Zhou Jieqiong ]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




- MY CACTUS -


I.O.I [PRISTIN] One-Short Fiction : NAPINK




Lim Nayoung  Zhou Jieqiong

IOI Pristin Fan fiction

Romantic Comedy [PG]

Twitter hash tag : #พี่หินแคคตัส

Story by Royal Phoenix


____________________________________________



คำเตือน !!


     เนื้อหาในแฟนฟิคเรื่องนี้ส่วนใหญ่มีความหวานบ้างประปราย โปรดใช้วิจารญาณในก่อนอ่าน

ข้อควรระวัง!! เบาหวานจะขึ้นตาได้กรุณาตรวจเช็คน้ำตาลในเลือดของท่านก่อนอ่าน อ่อ โปรระวังการบิดข้อมือของท่านในบางช่วงบางตอนสำหรับท่านที่ไขข้อเริ่มเสื่อมเหมือนไรท์เตอร์ (ล้องห้ายย)



ด้วยความปราถนาดีจาก

Royal Phoenix :)

STAR

เนื้อเรื่อง อัปเดต 2 ก.พ. 60 / 19:45




Royal Phoenix Present


MY CACTUS - NAPINK

One-Short Fiction


Lim Nayoung AND Zhou Jieqiong



“นี่ยัยแคคตัส”

 

หญิงสาวหน้านิ่งเงยหน้าขึ้นจากหนังสือวรรณกรรมที่ตัวเองอ่านพลางหันไปมองตามน้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังมาจากระเบียงห้องด้านข้าง หากแต่พอเห็นสายตาหยาดเยิ้มนั่นแล้วเดาไม่ยากเลยว่าผู้หญิงผมสีชมพูนั่นคงเมากลับอีกตามเคยเธอจึงหันไปสนใจหนังสือในมือต่อ

 

“ย๊า! ฉันเรียกไม่ได้ยินหรือไง”

“ได้ยิน”

“แล้วทำไมไม่ตอบ”

 

ลมหายใจถูกพ่นออกมาอย่างหงุดหงิดหนังสือเล่มหนาถูกปิดลงก่อนที่สายตาคมนั้นจะตะวัดมองไปยังผู้หญิงขี้เมาข้างห้องที่กำลังยิ้มหวานอย่างชอบใจ

 

“มีอะไร”

“ฉันเลิกกับเขาแล้วล่ะ”

“ก็ขี้เมาแบบนี้ใครจะไปทน”

“ย๊า!! นี่ว่าฉันเหรอฉันน่ะ จูคยอลคยอง เลยนะดาวคณะบริหารที่คนหมายปองทั้งมหาลัยนะ!

 

คุณแคคตัสส่ายหน้าน้อยๆกับไอ้ท่าทางสะบัดผมไปมาพลางจิกตาแบบนั้น ไอ้สวยมันก็สวยอยู่หรอกนะแต่เมาแบบนี้ทุกวันมันก็ไม่ไหว ร่างสูงลุกขึ้นยืนพลางเดินไปยังรางแคคตัสและต้นไม้แคระของตัวเองที่อยู่อีกฝั่งของระเบียง

 

“ฉันคนนึงล่ะที่ไม่สน”

อิมนายอง!! ไอ้กระบองเพชรบ้า!!!

 

ขนมเจลลี่สีสวย? ในมือถูกปาข้ามฝั่งมายังไอ้กระบองเพชรบ้านั่นพร้อมกับเสียงหัวเราะของคยอลคยอง มือเรียวของนายองเอื้อมไปจับผมของตัวเองที่ถูกมวยไว้หลวมๆก่อนจะพบกับความชื้นแฉะของก้อนเจลลี่แบร์ที่ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร

 

“นี่ ยัยขี้เมา แคคตัสน่ะไม่กินเจลลี่หรอกนะ”

 

ผิดคาด ครั้งนี้คยอลคยองไม่โดนเหวใส่ดังเช่นทุกทีแพขนตากระพริบถี่เมื่อเห็นว่าร่างสูงนั่นทิ้งเจลลี่แบร์เมื่อครู่ลงถังขยะแล้วเดินเข้าห้องไป

 

“มาแปลกแหะวันนี้...”

 

แม่ดาวคณะเกาหัวแกร็กๆพลางยัดถุงเจลลี่ที่กินไม่ได้นั่นลงในถังขยะที่ระเบียง แหงล่ะก็หล่อนเล่นทิ้งมันไว้ข้ามคืนขนาดนั้นนี่ถ้าไม่ติดว่าอยากแกล้งไอ้เจ้าแคคตัสข้างห้องคงไม่ยอมใช้มือสวยๆของตัวเองหยิบมันออกมาจากถุงหรอก

 

ซ่า!!!!!

 

“กรี๊ดดดด ไอ้!!! อิมนายอง!!!!

“แบบนี้แหละถึงจะหายบ้า ไปนอนได้แล้วเหม็นเหล้าจะแย่”

“กรี๊ดดดดดดดดด ไอ้กระบอกเพชรบ้า!!! แก!! คอยดูนะฉันจะพังแคคตัสนั่นให้ร่วงเลย”

“เหรอ ก็ข้ามมาสิถ้าไม่กลัวตกลงไปตายก็ข้ามมาเลย”

 

ว่าแล้วคนที่ถือถังใส่น้ำอยู่ในมือก็หัวเราะออกมาด้วยความสะใจก่อนจะโบกมือให้หญิงสาวข้างห้องที่เดินกระฟัดกระเฟียดเข้าห้องด้วยสภาพเปียกๆแบบนั้น

 

“ยัยบ๊องเอ้ย ก็ยิ้มได้แล้วนี่นา”

 

 

เราสองคนเรียนที่เดียวกันเอกเดียวกันแต่สถานะในมหาลัยต่างกัน คยอลคยองเป็นดาวคณะสวย เก่ง และเป็นที่ต้องการของชายหนุ่มในมหาลัยแฟนเหรอถ้าไม่รวมคนที่เพิ่งเลิกกับเธอไปเมื่อครู่ก็คงโหลนึงได้แล้วล่ะมั้ง แน่ล่ะสาวสวยโปนไฟล์ดีแบบเธอใครๆก็อยากควงถูกไหม

ส่วนนายอง สโตนนายอง รุ่นพี่หิน พระพุธทรูปหน้านิ่ง แล้วแต่ใครจะเรียกแบบไหนนั่นคือนายองผู้หญิงหน้านิ่งประธานชมรมสิ่งแวดล้อมเรียกง่ายๆว่านอกจากรุ่นน้องสิบกว่าคนในชมรมแล้วนายองก็ไม่รู้จักใครอีกเลย

 

อิมนายองรู้จักจูคยอลคยองได้ยังไงน่ะเหรอ...ความรำคาญ ใช่ มันเริ่มต้นมาจากคำนี้....

 

 

 

แกร็ก แกร็ก แกร็ก ~

 

เสียงที่ดังขึ้นจากระเบียงห้องข้างๆทำให้คนที่ยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ถึงกับต้องชะงัก ร่างสูงสะบัดหน้าไปมาแหงล่ะไอ้เสียงที่ว่านี่มันดังอยู่ทุกคืน ย้ำว่าทุกคืน บางทีนายองก็หลอนเหมือนกันนะถึงจะเห็นหน้านิ่งๆแบบนี้ก็เถอะ

 

แกร็ก แกร็ก แกร็ก ~

 

ไอ้เสียงบ้านั่นมันดังอีกแล้ว น่ารำคาญ ร่างสูงถอนหายใจออกมาก่อนจะเงี่ยงหูฟังเสียงนั้นอย่างใจเย็น เอาล่ะถ้าไม่ตามหามันคืนนี้ก็คงนอนไม่หลับอีกตามเคย นายองจึงตัดสินใจเดินตามเสียงนั้นไปเรื่อยจนหยุดอยู่ที่ริมระเบียงห้องทางฝั่งขวา มันดังมาจาห้องข้างๆเหรอนายองขมวดคิ้วก่อนจะชะโงกหน้าข้ามราวกั้นนั่นไป

ผู้หญิงผมสีชมพูที่นั่งกอดเข่าตัวเองในมือของเจ้าหล่อนมีกระป๋องเบียร์สีเงินที่ตอนนี้ก้นกระป๋องกำลังขุดพื้นคอนกรีตตามข้อมือที่สะบัดไปไปมา เอาล่ะทีนี้ก็ตามหาต้นตอของไอ้เสียงบาดหูนั่นเจอแล้วไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของเธอที่ห้องของเราติดกันแถมฝั่งขวาของห้องนั้นก็ไม่มีเสียด้วย

 

 

“นี่คุณ”

 

หล่อนไม่ตอบหากแต่หยุดทำเสียงแสบแก้วหูนั่นแล้วนายองกรอกตาขึ้นฟ้า เอาล่ะอย่างน้อยๆยัยหัวชมพูนี่ก็คงจะคิดได้ว่าไม่ได้มีห้องหล่อนห้องเดียวที่อยู่ตรงนี้

 

แกร็กๆๆๆๆๆๆๆ

 

“ย๊า!!! หยุดทำเสียงแบบนั้นสักทียัยขี้เมา!!

“ไอ้บ้าเอ้ย!!!!

 

ปึก!!

 

เอาล่ะที่จริงเราก็ไม่ควรไปยุ่งเรื่องของคนอื่นตั้งแต่แรกเพราะตอนนี้ไอ้กระป๋องเปล่านั่นมันลอยละลิ่วข้ามฝั่งมากระทบกับหน้าผากใสๆของนายองเต็มๆ โกรธ โมโห เกรี้ยวกราด ทุกอย่างที่นายองจะนิยามมันได้นี่มันอะไรกันแค่เตือนไม่ได้เลยรึไง หนึ่งเหตุผลที่นายองไม่อยากลดตัวไปยุ่งกับคนเมา...เพราะคนเมามักจะพูดไม่รู้เรื่อง

 

“ย๊า! ยัยหัวสลิ่ม!!

 

นายองตะโกนไล่หลังเมื่อผู้หญิงคนนั้นเดินเข้าห้องไปแล้วดูท่าจะไม่ออกมาด้วยสินะไอ้เสียงปิดประตูนั่นห้องแบบนั้น

 

 

 

“นี่ทำไมถึงชอบปลูกแคคตัส”

“ก็มันน่ารักดี เลี้ยงง่ายแต่บางทีก็เลี้ยงยาก”

“ไม่เห็นจะเข้าใจ”

 

อิมนายองส่ายหน้าไปมาคนที่รู้จักแต่ยี่ห้อเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอร์ฮอลแบบ จูคยอลคยอง จะไปรู้จักความสวยงามแบบธรรมชาติอย่างที่เธอเข้าใจได้ยังไง ใช่ ตั้งแต่วันที่คยอลคยองปากระป๋องมาโดนหัวเธอนั่นแหละทั้งๆที่นายองเองก็คิดว่ามนุษย์เหล้าข้างห้องนี่คงไม่กลับมาแล้ว ก็ได้แต่นั่งลูบหัวตัวเองป้อยๆอยู่ในห้องก่อนที่กริ่งหน้าห้องจะดังขึ้นพอเจ้าของห้องเปิดประตูออกมาก็เห็นว่าไอ้คนที่ทำร้ายร่างกายเธอเมื่อครู่ยื่นยามาให้ห่อใหญ่ก่อนจะเดินเข้าห้องของตัวเองไป ก็ดีมีความรับผิดชอบดี แต่แค่ครั้งเดียวก็เกินพอ....

 

 

“นายอง”

“อือ”

“นี่สนใจฉันหน่อย”

“อะไร”

 

คยอลคยองถอนหายใจออกมาเมื่อเธอเอียงคอไปมองเพื่อนข้างห้องที่นั่งอ่านหนังสือเล่มหนาโดยไม่ได้หันมามองเธอเลย ไอ้แคคตัสยุคหิน

 

“มองขนาดนี้ไม่ข้ามมาเลยล่ะ”

“เห็นด้วยเหรอ”

“ตาไม่ได้บอด”

“มีตาอยู่ตรงขมับเหรอ”

 

แม่สาวดาวคณะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นใบหน้าเรียบตึงที่หันมามองเธอ ในที่สุดก็หันมาสักทีสินะ คยอลคยองยิ้มเอาล่ะมนุษย์แคคตัสหันหน้ากลับไปสนใจหนังสือของตัวเองอีกแล้วหากแต่คราวนี้คยอลคยองสังเกตเห็นรอยยิ้มน้อยๆที่มุมปากนั่นนะ

 

“หัวเป็นมะเร็งยัง”

“จะชมว่าสวยหน่อยไม่ได้เลยรึไง”

“เธอก็รู้ ต่อให้แคคตัสออกดอกเป็นไข่ฉันยังไม่ชมว่าเธอสวยเลย”

“ปากเหรอที่พูดมาน่ะ”

“บ้านเธอใช้หูพูดหรือไงล่ะ”

 

ไอ้!!! คยอลคยองแยกเขี้ยวใส่คนที่อมยิ้มอยู่ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องของตัวเองและกลับออกมาอีกครั้งด้วยสิ่งของที่อยู่ในมือ

 

“นายองอ่า”

 

คุณแคคตัสที่เงยหน้าขึ้นมาตามเสียงเรียกของมนุษย์เหล้าข้างห้องก่อนที่จะขมวดคิ้วเพราะรอยยิ้มร้ายๆนั่น อะไรของยัยนี่กันนะ

 

ปืดดดดดดด

 

“ย๊า!!! จูคยอลคยอง!! หนังสือฉันเปียกหมดแล้วเห็นไหม!!!

“ฮ่าๆๆๆๆๆ สมน้ำหน้า”

“จริงๆเลย...ยัยบ้านี่”

“ตลกอะ นี่ไงฉันรดน้ำให้แล้ววันนี้ก็ไม่ต้องอาบน้ำแล้วนะ”

“เอาคืนเหรอ เธอนี่มัน!! อย่าให้ฉันถึงตาฉันบ้างล่ะ”

“เหรอ ก็ข้ามมาสิ ถ้าไม่กลัวตกลงไปตายก็ข้ามมาเลย”

 

ยัยนี่มัน!! นายองเสยผมเปียกๆของตัวเองขึ้นอย่างหัวเสียจูคยอลคยองน่ะร้ายนะไอ้ที่เห็นว่าไม่เอาคืนนั่นไม่ใช่เพราะสู้เธอไม่ได้แต่หล่อนรอเวลาต่างหาก น่ารำคาญจริงๆ

 

 

เป็นอีกวันที่เย็นนี้เงียบสงบถ้าให้นายองเดาคนข้างห้องคงออกไปเที่ยวอีกตามเคย บางทีเธอก็คิดนะว่าไอ้เครื่องดื่มชวนปวดหัวนี่มันดีกว่าการนอนอยู่ห้องยังไง เวลาแฮงค์ตอนตื่นมันรู้สึกดีกว่าการปลูกต้นไม้เหรอคิดไปก็เท่านั้นหยิบนูดัมที่ได้มาใหม่เมื่อตอนบ่ายมาวางท่ามกลางพี่ๆก่อนจะยิ้มออกมา

 

“ชื่ออะไรดีนะเรา”

“ซังซู”

 

นางยองหันไปมองเจ้าของเสียงที่ดูไม่ค่อยจะสดใสเหมือนทุกที ใบหน้าที่เศร้าๆพร้อมกับรอยแดงๆที่จมูกนั่นให้เดามนุษย์เหล้ากลายเป็นมนุษย์ขี้มูกไปแล้วล่ะ

 

“โชคชะตาเหรอ”

“อือ”

 

คยอลคยองตอบแค่นั้นนายองถอนหายใจออกมาพร้อมเจ้าซังซูในมือ เธอเดินมาหยุดยืนตรงระเบียงห้องที่กั้นระหว่างห้องเธอและห้องของคยอลคยอง ดูเหมือนยัยขี้เมาจะยังงงๆนะตอนที่เธอยื่นซังซูไปให้น่ะ

“ฉันเลี้ยงไม่เป็นหรอกนะ”

“ก็คิดอยู่”

“แล้วเอามาให้ทำไม”

“ลองสิ ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้ไงว่าเลี้ยงไม่เป็น”

 

คยอลคยองขมวดคิ้ว “ไม่เอาอะ กลัวมันตายถ้าเลี้ยงด้วยเบียร์ได้ก็ว่าไปอย่าง” นายองหัวเราะออกมาพลางดึงซังซูกลับ

 

“เลี้ยงด้วยเบียร์เนี่ยะนะคิดได้ยังไง แต่ก็เอาไปเถอะถึงจะอยากให้พลูด่างแทนแคคตัสก็ตาม”

“อะไรคือพลูด่าง”

“ไอ้นั่นอะ”

 

นายองชี้ไปที่ไม้เลื้อยที่พันอยู่รอบๆราวที่กั้นของระเบียงคยอลคยองพยักหน้า ไอ้ต้นเกะกะที่เห็นเธอคอยตัดอยู่บ่อยๆนั่นอะนะ

 

“มันเลี้ยงง่ายเหรอ”

“ใครเลี้ยงตายก็แปลกแล้ว”

“อ่อ...”

“แต่กับเธอฉันว่ามันต้องตายแน่ๆ”

“ย๊า!! เอามาเลยไอ้ต้นนั้นอะ”

 

ยัยตัวแสบชี้ไปที่เจ้าซังซูในมือของนายองจนเจ้าของถึงกับทำหน้าแปลกใจ

 

“จะเลี้ยงจริงดิ”

“อือ อย่างน้อยๆจะได้ไม่เหงา...”

“พูดเหมือนจะไปไหนงั้นแหละ”

“อาทิตย์หน้า..ฉันต้องกลับจีนแล้วล่ะ”

 

 

 

คนที่ไม่เคยเลี้ยงต้นแคคตัสมักจะพูดว่า ถ้าเลี้ยงแคคตัสตาย ก็ไม่ต้องเลี้ยงต้นอะไรแล้ว ส่วนคนที่เคยเลี้ยงมาเจ้าจิ๋วนี่มาแล้วก็มักจะพูดว่า เลี้ยงยากจัง เน่าตายหมดเลย ทำไมต้นไม่สวยเหมือนตอนซื้อมาเลย ที่จริงแคคตัสมันก็เหมือนต้นไม้เอาแต่ใจนั่นแหละ แดดจัดเกินก็ตาย ให้น้ำมากเกินก็ตาย ไม่ให้น้ำเลยก็ตาย สรุปแคคตัสน่ะโคตรจะเอาแต่ใจเลยแถมยังเข้าใจยากเสียด้วยแต่ถ้าคุณรู้ว่าต้องเลี้ยงมันยังไงมันก็เป็นต้นไม้ที่น่ารักต้นนึงเลยล่ะ

 

 

“อ่า...วันนี้ตากแดดแค่นี้ก็พอนะกูยอน”

 

ต้นแคคตัสสีเหลืองถูกเก็บเข้าร่มด้วยรอยยิ้มของคนที่เป็นเจ้าของ ร่างบางก้มมองนาฬิกาบนข้อมือก่อนจะเดินเข้าห้องไปด้วยรอยยิ้ม

 

“เจี๋ยฉงอ่าเสร็จหรือยังเดี๋ยวก็ไปงานไม่ทันหรอก”

“เรียบร้อยแล้วค่ะม๊า”

 

เสียงใสเอ่ยตอบผู้เป็นแม่ด้วยรอยยิ้ม ห้าปีกว่าแล้วสินะที่เธอกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดตั้งแต่เสียผู้เป็นพ่อไปอย่างกะทันหันในวันนั้น ทำให้เธอต้องทิ้งชีวิตอิสระในต่างแดนกลับมาใช้ชีวิตที่เจ้อเจียงอีกครั้ง

 

“ไง แม่คนรักธรรมชาติ”

“แต่เช้าเลยนะเกอเกอะ”

“ก็เกอเห็นตั้งแต่ย้ายกลับมาดูแกเป็นคนรักธรรมชาติขึ้น...เอ หรือรักเจ้าของไอ้เจ้าซังซู”

 

เจี๋ยฉงไม่ตอบได้แต่ยักคิ้วกวนๆให้พี่ชายตัวแสบไปสองสามที ก่อนที่ศึกครั้งนี้จะถูกห้ามโดยผู้หญิงที่ทรงอิธิพลที่สุดในบ้านหลังใหญ่

 

รถโรสรอยคันงามจอดลงหน้าโรงแรมหรูใจกลางเมืองหางโจว งานเลี้ยงต้อนรับประธานคนใหม่ของบริษัท โจวเจี๋ยฉงถอนหายใจออกมาน้อยๆก่อนที่ประตูด้านของเธอจะถูกเปิดออกด้วยฝีมือของพี่ชายคนโตของบ้านที่ยืนยิ้มให้เธออยู่

 

“ยิ้มเข้าไว้ ทำหน้าบูดเป็นตูดเดี๋ยวก็โดนสื่อเล่นงานอีก”

“รู้แล้วน่า”

“อ่อ วันนี้มีแขกจากเกาหลีด้วยนะเกอว่าแกน่าจะรู้จัก”

            “ใคร”

            “อ่า...อิมอะไรนี่แหละ CEO ของแพลนวู๊ท”

 

            เจี๋ยฉงไม่รู้ตัวเลยว่าเธอเองนิ่งไปนานเท่าไหร่หลังจากได้ยินประโยคบอกเล่าจากพี่ชายเช่นนั้น อิม ...อิม...เหรอในหัวของเธอมีแต่ชื่อนี้วนเวียนอยู่ตลอดเวลาคนเดียวที่เธอคิดถึงมาตลอดห้าปี เจ้าของเจ้าซังซู ไอ้แคคตัสหน้านิ่งนั่น ริมฝีปากปากเม้มเข้าหากันแน่นก่อนที่สายตาหวานจะเหลือบไปเห็นร่างสูงของใครบางคนที่อยู่อยู่ไม่ไกลจากเธอนัก

 

            ชุดเดรสสีดำที่ถูกคาดด้วยผ้าคลุมไหล่สีขาว ผมสีน้ำตาลประกายแดงถูกมวยเก็บไว้อย่างเรียบร้อย ตุ้มหูยาวสีเงินที่ถูกประดับด้วยเพชรที่ส่องประกายระยับเมื่อต้องกับแสงไฟ ริมฝีปากบางที่แย้มยิ้มถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงไวน์ ดวงตาคมที่ยังคงจ้องมายังเธออย่างไม่ลดละ

 

            “อิมนายอง”

            “โอ๊ะ! ใช่ นั่นไงๆ นั่นหล่อนล่ะอายุแกแต่สามารถดันบริษัทมาได้ถึงขนาดนี้เก่งมากเลยว่าไหม”

 

            แพลนวู๊ทเป็นบริษัทซับพลายรายใหญ่ที่เข้ามาตีตลาดในจีนได้ภายในระยะเวลาสองปีแน่นอนว่าบริษัทนั่นถือว่าเป็นคู่แข่งคนสำคัญของบริษัทเธอก็เช่นกัน หากแต่ในหัวของเจี๋ยฉงตอนนี้ไม่ได้มีคำว่าคู่แข่งเลยแม้แต่น้อยดวงตากลมเป็นประกายขึ้นราวกับเด็กได้ของเล่นนั่นมันทำให้พี่ชายของเธอเอ่ยแซวขึ้นมา

 

            “ถ้าแกเป็นผู้ชายเกอว่าคุณอิมคงท้องไปแล้ว”

            “ยุ่งน่าเกอ มีอะไรก็ไปทำไป”

            “อ่า..งั้นเกอไปทำความรู้จักคุณอิมก่อนแล้วกันนะ”

            “หยุด!

 

            น้องสาวท่านประธานคนใหม่ของโจวเดเวลอฟยกมือขึ้นปรามพี่ชายตัวเองด้วยสายตาเคืองๆ ทำเอาผู้เป็นพี่ถึงกับหัวเราะร่วนกับท่าทางแบบนั้น

 

            “จีบไปก็ไม่ติดหรอกเกอ คุณอิมเค้าไม่ได้ชอบผู้ชาย”

            “อ่อออ นี่คงจะเป็นคนเดียวกับเจ้าของแคคตัสนั่นใช่ไหมถึงหวงได้ขนาดนี้น่ะครับคุณคยอลจอง”

            “คยอลคยอง ค่ะคุณโจว!

 

           

            คยอลคยองค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ร่างสูงที่ยืนดูการแสดงอยู่หน้าเวทีก่อนจะหยุดยืนอยู่ข้างๆ สายตาคมจ้องมองสำรวจตั้งแต่ใบหู แพขนตา ริมฝีปากบาง สันจมูกคม...ก่อนจะหยุดลงตรงมือเรียวที่ถือแก้วไวน์แดงนั่น...

 

            “ก็ยังโรคจิตเหมือนเดิมเลยนะ”

            “ย๊า! เห็นได้ยังไงกัน”

            “คงมีตาอยู่ที่ขมับเหมือนเธอว่าล่ะมั้ง”

            “ยอมรับแล้วเหรอ”

 

            อิมนายองหัวเราะออกมาน้อยๆก่อนจะยกแก้วไวน์สีแดงสดขึ้นจิบพลางมองการแสดงต่อไปโดยไม่หันไปมองคนข้างๆ จนสาวเจ้าต้องพองแก้มใส่ไปทีนึง

 

            “คิดว่าน่ารักรึไงทำแบบนั้นน่ะ”

            “แล้วฉันเคยน่ารักในสายตาเธอด้วยเหรอ”

            “ก็....บางครั้ง บางครั้งที่ไม่เมา”

            “ย๊า!! จริงๆเลย”

 

            คยอลคยองกัดริมฝีปากตัวเองเมื่อรู้ตัวว่ากำลังโดนไอ้เจ้าแคคตัสหน้านิ่งนี่กำลังปั่นหัวอยู่ แหงล่ะรอยยิ้มมุมปากนั่นอย่าคิดว่าเธอไม่เห็นนะ นี่ถ้าสายยางอยู่ใกล้ๆจะฉีดน้ำใส่ให้เฉาตายไปเลยโทษฐานที่ไม่คิดถึงกันแถมยังทำเฉยชาใส่อีก...

 

            “นี่...ซังซูตายไปหรือยัง”

            “ยังย่ะ ยังอยู่ดีแถมมีเพื่อนเพิ่มด้วย”

            “อ่อ ก็ดี เก่งดีนี่”

            “ใช่! ฉันเก่ง...ไอ้แคคตัสบ้า”

 

            ถ้ามองไม่ผิดนี่คยอลคยองกำลังเห็นแคคตัสหัวเราะใช่ไหม ตกลงตั้งใจกวนตั้งแต่แรกเลยสินะไอ้!!! ว่าแล้วสาวเจ้าก็ชูหมัดขึ้นเหนือหัวเหมือนกำลังจะอัดมนุษย์แคคตัสให้ตายคามือของตัวเอง หากแต่เจ้าต้นไม้ไร้หนามนี่กลับหันกลับมองเธอเสียก่อนจนเธอต้องทิ้งหมัดนั่นไว้ข้างตัว

 

            “คิดถึงฉันบ้างหรือเปล่า”

            “หะ วะ ว่ายังไงนะ”

            “ไม่ได้เจอกันนานหูเสียขนาดนั้นเลยเหรอ”

            “ก็แค่ไม่คิดว่า...”

            “คิดถึงฉันบ้างไหม..คยอลอ่า..”

 

            เอาล่ะถึงคยอลคยองจะชอบของทุกอย่างเป็นสีชมพูก็ตามหากแต่ตอนนี้เธอกลับไม่ชอบความเห่อร้อนบนใบหน้าของตัวเองเลยให้ตาย ถ้าเดาไม่ผิดบลัชออนบนใบหน้ามันต้องเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องปัดแหงๆ ไอ้ซื่อบื้อนี่ไปเรียนวิธีพูดจาแบบนี้มาจากไหนกันนะ

 

            “พูดบ้าอะไร”

            “เขินเหรอคะ...ไม่ต้องตอบเราก็ได้ แต่เราน่ะ...คิดถึงเธอนะคิดถึงมากรู้ไหม”

 

            มือเรียวของคนตรงหน้าถูกยกขึ้นมาเกลี่ยปอยผมสีน้ำตาลเบาๆก่อนจะทัดมันไว้กับหูของมนุษย์เหล้าที่กำลังอายม้วนอยู่ นายองไม่รู้หรอกว่าคนตรงหน้ากำลังเขินตัวเองมากขนาดไหนเพราะเธอก็ยังอดที่จะอายตัวเองไม่ได้เลย ไปหัดพูดคำพวกนี้มากจากไหนเหรอก็คงเป็นหน้ากระจกเมื่อสามวันก่อนที่รู้ว่ารองประธานของโจวเดเวลอฟคือใคร นี่อุส่าเตรียมเรื่องพวกนี้มาอย่างดีเลยนะแต่ก็ถือว่าคุ้มที่มันประสบความสำเร็จ

 

            “คิดถึงให้ตายไปเลย ทีอยู่ใกล้กันไม่เห็นจะรู้สึกอะไรพอเค้ามาอยู่ไกลๆแล้วเพิ่งจะรู้ใจตัวเองหรือไงไอ้บ้า!!  ไอ้กระบองเพชรบ้า!!

            “โอ้ย! เจ็บนะรู้ไหม ก็ถึงลงทุนทำงานหนักเพื่อมาบอกคนแถวนี้นี่ไง”

 

            นายองรวบมือคนตัวเล็กกว่าไว้พลางยิ้มให้ ใช่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอทำทุกอย่างเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ เธอรู้ว่าการที่จะเข้ามาที่นี่มันยากมากแค่ไหน รู้ว่าโจวเจี๋ยฉงเป็นใคร รู้ว่าหล่อนไม่ใช่แค่ยัยขี้เมาข้างห้องแบบจูคยอลคยอง เธอถึงต้องพยายามถีบตัวเองเพื่อขึ้นมาถึงจุดนี้เพื่อให้ได้ยืนคู่กับคนตรงหน้าอย่างให้เกียรติกับเธอและพูดคำๆนั้นได้อย่างเต็มปากสักที

 

            “ฉันรักเธอนะ รักตั้งแต่เธอเป็นยัยขี้เมาข้างห้องจนกระทั่งท่านรองของโจวเดเวลอฟ”

            “นายองอ่า...”

            “ไม่ต้องทำซึ้ง แล้วไม่ต้องร้องไห้ด้วยแค่กอดฉันไว้แล้วไม่ปล่อยฉันไปอีกก็พอ”

            “รักเธอนะ”

 

            แคคตัสเหรอ นายองไม่ได้เป็นแบบนั้นหรอกแต่คนที่เป็นแบบนั้นตั้งแต่แรกคือคนที่อยู่ในอ้อมกอดเธอนี่ต่างหาก จูคยอลคยอง เป็นผู้หญิงเอาแต่ใจ ขี้วีน ขี้เหวี่ยง ส่วนโจวเจี๋ยฉง เป็นผู้หญิงเข้าใจยาก คิดจะไปก็ไป คิดอยากทำอะไรก็ทำ แต่ยังไงซะทั้งสองคนก็คือคนๆเดียวกันเห็นไหมว่าผู้หญิงคนนี้ดูแลยากและน่ารำคาญมากขนาดไหน แต่ถึงยังไงนายองก็ชอบนะชอบที่จะคอยเฝ้าดูอยู่ห่างๆโดยไม่สนว่าเธอจะเป็นแบบไหนขอแค่ให้เธอเป็นในแบบที่เธออยากจะเป็น และรักฉันในแบบที่เธออยากจะรักก็พอแล้ว...

 

 

 

 

THE END


_____________________________________________



ปล. ไม่มีอะไรมากไรท์แค่เอาลง storylog แล้วเลยอยากเอาลงในนี้ด้วย

ปล.2 เค้าทำตามสัญญาว่าจะแต่ง นาพิ้ง แล้วนะตัวเธอ 55555

ลองดูแล้วเผื่อมีคนติดใจเลาจะได้ทำอีก ช่วงนี้บ้าพลัง โฮร่ววววว 

ติชมได้เช่นเดิมและสำหรับสาวกทวิตเตอร์.... #ฟิคพี่หินแคคตัส นาจาาาาา


STAR

ผลงานอื่นๆ ของ royalphoeniz

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 06:07
    ชอบคู่napinkมาก ไรท์มาแต่งเรื่องยาวเลยนะ
    #3
    0
  2. วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 07:01
    โอ้ยยยนย มีความเขินมากกกก พี่หินคนละมุน ท้ายๆรุกแรงมากค่าาาาาา เอาซะยัยขี้เมาเขินเลย นานๆจะเจอคู่นี้ทะเลาะกันที อ่านแล้วอยากเลี้ยงแคคตัสอีกรอบเลย5555
    #2
    0
  3. วันที่ 18 มกราคม 2560 / 00:14
    ตั้ลล้ากกกกกกก
    #1
    0