กลรักกับดักใจ (หัวใจในกลรัก)

ตอนที่ 22 : บทที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,266
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    1 มิ.ย. 51


บทที่ 1

                        รุณรัตน์

 

            รถยุโรปคันงามเคลื่อนเข้าสู่บริเวณบ้านช้าๆ ก่อนหยุดลงที่หน้าตัวบ้านหลังใหญ่ ลลนาถอนหายใจยาวให้กับการหนีตาย หนีพิการ หนีหนี้ ที่พึ่งผ่านมา รู้ตัวอีกทีชายหนุ่มก็เปิดประตูรถคว้าข้อมือเล็กจูงให้เดินตามกันไป  เจ้าของข้อมือไม่ได้ขัดขืน  มองดูสภาพตัวเอง ตัวเหม็น ผมฟู เสื้อผ้าเลอะไปด้วยน้ำครำ พลางคิดในใจ

            ...เขาคงไม่ทำอะไรเราหรอกมั๊ง...

            แสงไฟสีนวลในตัวบ้านสร้างบรรยากาศในใจของลลนาให้อบอุ่นขึ้น การวิ่งหนีในความมืดทำให้หัวใจที่เคยเข้มแข็งกลับทรมานและอ่อนล้า ชายหนุ่มจับเข้าที่หัวไหล่ทั้งสองข้างของเธอ เพื่อให้ทั้งคู่หันหน้าเข้าหากัน ความอุ่นจากฝ่ามือของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกใจชื้นยิ่งขึ้น เขายิ้มบางๆ พร้อมก้มมองใบหน้ามอมแมม

            ไปอาบน้ำนะครับ แล้วผมจะให้คนเอาชุดนอนไปให้คุณมืออุ่นยกขึ้นปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกใบหน้าขาวค่อนซีด ก่อนเสียงทุ้มนุ่มจะดังขึ้นอีกครั้ง นอนซะ...มีอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้

            เขาเดินนำขึ้นบันได เธอเองก็เดินตามไปอย่างว่าง่าย พอถึงชั้นสองซึ่งทางเดินเป็นพื้นปูพรม หญิงสาวรู้สึกเกรงใจเจ้าของบ้านไม่น้อย พื้นพรมคงต้องเสียเงินทำความสะอาดน่าดู หากน้ำครำที่เกาะตามเสื้อผ้าของผู้มาเยือนหยดเป็นทางไปถึง ห้องนอนชั่วคราวพอถึงหน้าประตูห้องชายหนุ่มจึงหันกลับไปมองหญิงสาวพลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เมื่อเห็นคนที่ตามมา เดินกระหย่องกระแหย่งย่องราวกับกลัวพื้นจะทรุด เจ้าของการกระทำเมื่อถูกหัวเราะก็ก้มหน้างุด พูดเสียงห้วนตอบกลับเสียงขบขัน

            ลนากลัวพรมเปื้อนนิ

           

            น้ำอุ่นจากฝักบัวไหลเป็นสายเข้ากระทบใบหน้าก่อนผ่านไปยังลำตัว ลลนาคว้าขวดแชมพูเทของเหลวในนั้นออกมาเล็กน้อยขยี้ไปบนเส้นผมที่เปียกน้ำจนฟองเต็มหัว คว้าขวดครีมอาบน้ำเทของเหลวที่มีกลิ่นเดียวกันกับแชมพูลูบไล้ทั่วทั้งตัว แปรงฟันและล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าไปพร้อมๆ กัน ก่อนเปิดน้ำล้างฟองที่เกาะอยู่ตั้งแต่หัวจรดเท้าออกในทีเดียว กลิ่นดอกไม้หอมจากสบู่และแชมพูรวมถึงน้ำอุ่นช่วยทำให้ร่างกายที่อ่อนล้าได้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น

            ลลนาสวมชุดคลุมอาบน้ำเปิดประตูออกมา พบหญิงร่างท้วม ผมซอยสั้นยืนรออยู่ ริ้วรอยบนใบหน้าบ่งชัดถึงอายุที่คงล่วงเลยเข้าสู่วัยเลขห้ามาซักสองสามปีแล้ว ไม่ทันที่จะได้พูด หญิงคนนั้นก็พูดขึ้นก่อน

            ป้ามาเอาเสื้อผ้าของคุณไปซักค่ะ พรุ่งนี้สายๆ ก็คงแห้ง

            ป้าเข้าไปในห้องน้ำ หยิบเสื้อผ้าพร้อมชุดชั้นในออกมา ลลนาพยายามท้วงว่า เธอจะซักเอง

แต่ไม่เป็นผล หญิงคนนั้นรีบเดินไปที่ประตู ยิ้มและก้มหัวให้เธออย่างนอบน้อมก่อนจากไป ร่างแบบบางทรุดตัวนั่งลงบนเตียงนุ่ม พลางคิดในใจ

            ...โชคดีเหลือเกิน ที่ได้เจอเขา โชคดีเหลือเกิน ที่เขามาช่วยไว้ได้ทัน...

            ผมเปียกถูกเป่าจนแห้ง หวีจัดทรงไว้อย่าเรียบร้อย ผิวกายหอมสะอาด จะติดปัญหาอยู่บ้างก็อยู่ตรงชุดนอนที่ได้ใหญ่มากเกินไปสำหรับลลนา แขนเสื้อยาวคลุมข้อศอก ชายเสื้อยาวเกือบถึงเข่า เธอจึงตัดสินใจที่จะไม่ใส่กางเกงนอน แม้จะรู้สึกวาบหวิวบ้างเพราะไม่ได้ใส่ชุดชั้นใน ทว่าก็น่าจะดีกว่าตื่นขึ้นมาแล้วขากางเกงพันกันจนแกะไม่ออก          

            หญิงสาวหยิบกระเป๋าใบสำคัญที่วางข้างเตียงขึ้นมาเทของข้างในออก ตรวจดูจนแน่ใจว่าทุกอย่างอยู่ครบ เธอใช้มือกวาด ของสำคัญทุกอย่างกลับเข้ากระเป๋า แล้ววางมันไว้ที่เดิม จากนั้นร่างแบบบางจึงแทรกตัวเข้าในผ้าห่มอุ่น พริ้มตาหลับด้วยหัวใจที่เหนื่อยอ่อน

            ขนตางอนกระพือขึ้นลงสองสามครั้ง มือเรียวควานหาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา...

            9.18

            ภาพตัวเลขที่ปรากฏทำให้เจ้าของร่างในเสื้อนอนตัวเดียวกระวีกระวาดเข้าห้องน้ำ อาบน้ำและทำธุระส่วนตัวในเวลาไม่กี่นาที เธอใส่ชุดนอนชุดเดิมทั้งเสื้อและกางเกง ตัวกางเกงมีปัญหากว่าที่คาด...เอวมันหลวมจนหลุดถ้าไม่จับ ส่วนขาก็ยาวจนลากพื้น  ลลนาแทบถอดใจทว่าสุดท้ายก็ได้วิธีแก้ปัญหาโดยการพับขากางเกงขึ้นจนถึงตาตุ่ม ส่วนเอวกางเกงใช้ยางรัดที่ค้นเจอในกระเป๋ามัดเป็นปมไว้ข้างๆ

            ...ใช้ได้...

            เมื่อแน่ใจว่าทุกอย่างเรียบร้อย หญิงสาวจึงคว้ากระเป๋า วิ่งออกนอกห้อง พอพ้นกรอบประตูเธอชะลอจังหวะการวิ่งลงเล็กน้อย ก้มลงสำรวจพื้นพรมที่เดินผ่านเมื่อคืน...มันยังอยู่ในสภาพดี ไม่มีรอยน้ำครำหยดเป็นทางดังคาด ไม่นานนักลลนาก็ลงมาถึงโถงด้านล่าง

            อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณ ป้าชื่อกำไลนะคะหญิงคนเมื่อคืนเอ่ยทักเธอ หล่อนออกเดินนำไปทางด้านหนึ่งของตัวบ้าน

            หนูชื่อลนาค่ะลลนาแนะนำชื่อเล่นของตัวเอง

            บ้านหลังนี้ใหญ่พอสมควร ภายในตัวบ้านตกแต่งอย่างเรียบๆ เน้นโทนสีน้ำตาลและครีมให้ความรู้สึกอบอุ่นแต่ดูทันสมัย ลลนาเดินออกจากโถงใหญ่กลางบ้าน ผ่านบริเวณที่จัดเป็นมุมพักผ่อนอีกสองสามมุม จนมาถึงโต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ มีเก้าอี้หลายตัวตั้งอยู่โดยรอบ ร่างแบบบางหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ตัวที่อยู่ใกล้กำแพงกระจกใส จากจุดนี้สามารถมองเห็นแปลงดอกไม้หลากสีสันด้านนอกรวมไปถึงถนนจากประตูใหญ่เข้าสู่ตัวบ้านเกือบตลอดทาง

            คุณจะรับข้าวต้มหรือโกโก้ร้อนดีคะ?”

            ท้องของลลนาอยากตอบว่า ข้าวต้มใจจะขาดทว่าคงน่าเกลียด หากผู้มาเยือนอย่างเธอจะทานข้าวก่อนเจ้าของบ้าน

            แล้วคุณบุรินทร์ละคะ?” เลี่ยงถามเพื่อให้แน่ใจ

            ยังไม่ลงมาค่ะ คงอีกซักพัก

            งั้นลนาขอโกโก้ร้อนแล้วกันค่ะหญิงสาวฝืนใจพูด ไม่นานของเหลวสีน้ำตาลเข้มในแก้วสีขาวก็ส่งกลิ่นหอมอยู่เบื้องหน้า เธอยกมันขึ้นเป่าไล่ความร้อน จิบละเลียดชิมรสชาติเล็กน้อย ความหวานที่ไหลผ่านลำคอเพิ่มความสดชื่นในยามเช้าได้อย่างมาก

            ตากลมเหลือบมองทางที่พึ่งเดินผ่านมา เผื่อเจ้าของบ้านมาถึง จะได้ไม่เห็นเธอทำตาโตกับโกโก้ร้อนจนเก็บเอาไปล้อเลียน  หญิงสาวหัวเราะกับตัวเองเบาๆ นึกไปถึงครั้งแรกที่เจอกัน

           

            ขอทางหน่อยค่ะ ขอทางหน่อยลลนาสูดลมหายใจเข้า ทำตัวลีบ เบียดแทรกร่างกายผ่านฝูงนักศึกษาที่คลาคลั่งอยู่ทั่วบริเวณทางเดิน ช่วงเวลาก่อนเข้าชั้นเรียนมักเป็นเช่นนี้เสมอ ทั้งลูกสาวคุณนายจับกลุ่มกับลูกชายคุณหญิงคุยกันอย่างออกรส ไม่สนใจเสียงพร่ำพูดของเธอเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวผ่อนลมหายใจออกอย่างอ่อนใจงัดไม้ตายที่ใช้ได้ผลเสมอออกมา  ใบหน้าหวานเรียบเฉยขณะใช้ไหล่กระทบเข้ากับหลังของคนข้างหน้า ใช้กระเป๋าถือกระแทกเข้ากับข้างเอวของพวกที่ยืนเกะกะ คนพวกนั้นหันกลับมามองอย่างรำคาญ ก่อนหลีกทางให้เจ้าของไม้ตายเล็กน้อย

            ได้ผล...

            ในขณะเดียวกันก็ดูเหมือนว่ามีคนพยายามใช้ไม้ตายเดียวกับเธอแต่คงไม่ชำนาญนัก ร่างแบบบางจึงสัมผัสถึงแรงเหวี่ยงบางอย่างกระแทกเข้ากลางหลัง ส่งผลให้รองเท้าส้นเข็มพาร่างทั้งร่างเซถลาไปปะทะเข้ากับใครบางคนอย่างจัง

            พึ่บ พึ่บ พึ่บ พึ่บ...

            กระดาษจำนวนมากหล่นจากกองของมันลงเกลื่อนพื้น ยังไม่ทันที่ลลนาจะกล่าวคำขอโทษใดๆ เจ้าของกองกระดาษก็ครวญเสียงรำคาญใจออกมาเบาๆ

            โอย...จะเก็บยังไงล่ะเนี่ย…’

            ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆหญิงสาวกระวีกระวาดก้มลงเก็บกระดาษเหล่านั้นจนครบ ก่อนค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา สะดุดตาเข้ากับเอกสารปึกใหญ่ในมือของคนถูกชน

            ...ชนพนักงานเดินเอกสารอีกแล้ว โดนโวยวายแหงๆ...

            หลายต่อหลายครั้งที่เธอเดินชนพนักงานเดินเอกสารโดยไม่ตั้งใจ พวกเขามักกรีดร้องโวยวายให้เธอเสียหน้า หญิงสาวไม่ค่อยชอบคนเหล่านั้นนัก ครั้งนี้ก็เช่นกัน เธอเดาเอาเองว่าคงต้องฟังคำต่อว่าจนหูชา

            ไม่เป็นไรครับน้ำเสียงที่ไม่คิดจะเอาเรื่อง บวกกับรอยยิ้มจางๆ ที่ส่งมาผิดไปจากที่คาด

            ไม่เป็นไรไม่ได้หรอกพี่ เดี๋ยวลนาช่วย ว่าแต่จะไปห้องไหนล่ะคนหวังดีถามด้วยสำนึกในความผิด เธอพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นมิตรและกอดเอกสารปึกเล็กแน่นเพื่อไม่ให้เขาปฏิเสธ ดูเหมือนเขาเองก็ต้องการความช่วยเหลือนั้นเช่นกัน

            ไปห้องประชุมใหญ่ครับ

            ลนาเรียนห้องนั้นพอดีเลย ไปด้วยกัน พี่คงมาที่นี่วันแรก

            วันแรกครับเขาเงียบไปพักใหญ่ ก่อนถามคำถามให้เธอเป็นฝ่ายตอบบ้าง เรียนปี 4 เหรอครับ?’

            ลลนาไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที กระทั่งหลุดออกจากฝูงคนมาถึงทางเดินที่ไม่แออัดนัก ก้มลงมองเอกสารก่อนระบายความอัดอั้นตันใจของนักศึกษาปีสี่ให้ผู้มาใหม่ฟัง

            เรียนปีสี่ สาขาการตลาด อีกเดือนเดียวก็จะจบแล้วล่ะค่ะ วันนี้อาจารย์บังคับให้เข้ามาฟังบรรยาย เอกสารที่พี่เอาไปส่งก็คงเป็นเอกสารประกอบการบรรยายของนักธุรกิจที่อาจารย์เชิญมานั้นแหละ คนก่อนนะ อาจารย์บอกว่ายังหนุ่ม ที่ไหนได้ อายุอานาก็ปาเข้าไปตั้งแปดสิบกว่า พูดไม่รู้เรื่องแล้วยังดุอีกตะหาก ลนางี้นั่งตัวหด คราวนี้อาจารย์บอกว่าหนุ๊มหนุ่ม มีหวังคงแก๊แก่ เห็นว่าแกไปอยู่เมืองนอกเมืองนาตั้งหลายปีเชียวนะ กลับเมืองไทยมาทำธุรกิจส่งออก อี๋... มีหวังพูดไทยคำอังกฤษคำ ไม่มีใครอยากเข้าฟังหรอก พี่เองก็เหมือนกัน เอาเอกสารไปวางแล้วรีบๆ ไปซะ นักธุรกิจคนก่อน ดุพนักงานส่งเอกสารจนหน้าซีดเพราะไม่เตรียมเอกสารก่อนเวลา  ลนาว่าพี่คนนั้นคงลาออกไปแล้วมั๊ง พี่ถึงได้มาทำงานแทน

            ลลนาพูดไปเรื่อยๆ ระหว่างทาง ไม่สนใจจะมองพนักงานเดินเอกสารมากนัก หรือไม่แม้แต่จะใส่ใจว่าผู้ชายที่เดินตามเธอมาจะคิดอย่างไร ซึ่งกว่าจะระบายความอัดอั้นตันใจจบคนทั้งคู่ก็มาถึงหน้าห้องประชุมใหญ่พอดี ประตูห้องที่ยังไม่ปิดทำให้คนถือเอกสารปึกใหญ่และคนช่วยถือเอกสารปึกเล็กเดินเข้าไปข้างในอย่างสะดวก เธอเดินนำเขาลงไปจนถึงเวทีด้านล่างด้วยลักษณะของห้องที่ลาดเอียง พลางมองกลุ่มเพื่อนที่กวักมือเป็นพัลวันส่งสัญญาณเรียกให้ไปนั่งด้วย  เธอพยักหน้ารับ รีบเดินกลับขึ้นไปอย่างไม่สนใจพนักงานเดินเอกสารคนนั้นอีก

            ทว่า...หญิงสาวกลับต้องยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงบริเวณทางเดินมองกลุ่มเพื่อนด้วยอาการขัดใจ เพื่อนของเธอเลือกนั่งในทำเลผู้มีอันจะกินตรงกลางห้อง ล้อมรอบด้วยเหล่านักศึกษาลูกผู้ดีมีฐานะที่นั่งไขว้ห้างเหยียดขายาว อวดรองเท้ายี่ห้อดังทั้งหลาย จนคนที่รู้สึกขัดใจอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเดินเบียดเข้าไป ไม่ยี่ห้อใดก็ยี่ห้อหนึ่งคงถีบเธอจนกลิ้งหลุนๆ ลงไปข้างล่างแน่ หญิงสาวถอนหายใจ ความโมโหทำให้เธอหันหลังกลับลงไปเลือกนั่งตรงกลางแถวหน้าสุด ก่อนค้นพบความจริงบางอย่างเมื่อถึงเวลา

            ...อ้าว! ทั้งแถวมีเรานั่งอยู่คนเดียว...

            แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่เช้าก็ไม่ได้ทำให้ใบหน้าหวานเหยเกได้เท่ากับเมื่อรู้ว่า พนักงานเดินเอกสารผู้โชคร้าย คนที่ถูกชนแล้วยังต้องทนรองรับอารมณ์ของเธอเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา เป็นคนเดียวกับนักธุรกิจหนุ๊มหนุ่มในวันนี้

            ...ไม่น่าล่ะ ถึงรู้ว่าเราอยู่ปีสี่...

            ระหว่างการบรรยายลลนาไม่ใคร่ใส่ใจกับเรื่องที่ชายหนุ่มพูดมากนัก เธอยังกังวลเกี่ยวกับเรื่องที่เล่าให้เขาฟัง คิ้วเรียวขมวดมุ่น ดวงตากลมจับจ้องมองผู้บรรยายอย่างพินิจ พลางตัดพ้อตัวเองอยู่ในใจ

            ... ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่คิดแม้แต่จะมองหน้าเขานะ...

            ชายหนุ่มที่ลลนากำลังพิจารณารูปร่างสูงโปร่ง สมส่วน กรอบหน้าคมเข้มประดับด้วยจมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากหยักได้รูป นัยน์ตาของเขาเป็นสีนิลประกาย กลุ่มผมสีเดียวกับดวงตาถูกจัดแต่งทรงเป็นอย่างดี สีผิวที่ค่อนข้างขาวตัดกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีกรมท่าติดตรายี่ห้อดังที่สวมใส่ อายุก็คงมากกว่าหญิงสาวไม่กี่ปี แม้อายุยังน้อยแต่บุคลิกภาพที่ดูภูมิฐานทำให้เขาน่านับถือไม่ต่างจากนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทั่วๆ ไป ภาพของชายหนุ่มชัดขึ้นในสายตาของลลนา กระทั่งเธอรู้สึกตัวว่าเขามายืนอยู่ด้านหน้า เหยียดยิ้มอย่างมีเลศนัย

            ไม่ทราบว่าคุณรู้ชื่อนักธุรกิจแก๊แก่อย่างผมรึยัง?’

            คุณยังไม่ได้บอกค่ะใบหน้าออกหวานเชิดขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางสวยเอ่ยตอบเสียงแข็ง สบตามองตอบสายตาคมอย่างอวดดี...หากเมื่อจบคำตอบกลับมีเสียงฮือดังมาจากด้านหลัง ทำให้เจ้าของคำตอบรู้ตัว

            ...ตอบผิด...

            บุรินทร์ วัฒน์วณิชย์เขาเงียบไปครู่หนึ่ง มองเธอราวกับกำลังตัดสินใจ

            เอาล่ะ ผมว่าการที่คุณใจลอย อาจจะมาจากการที่เราห่างเหินกันเกินไป เชิญคุณมานั่งใกล้ๆ ผมจะดีกว่าไม่พูดเปล่า บุรินทร์ผายมือไปทางเก้าอี้ของเขาหน้าเวที เสียงฮือดังจากด้านหลังอีกครั้ง ลลนากัดฟันกรอด  ลุกไปนั่งข้างๆ เขาบนเวที ส่วนชายหนุ่มหันไปยิ้มให้เพื่อนร่วมคณะของผู้ถูกทำโทษที่ส่งเสียงจิ๊กจั๊กล้อเลียนอย่างเป็นใจ ก่อนบรรยายต่อตอบสนองความสนอกสนใจในตัวเขาของสาวๆ ที่ส่งสายตาหวานเยิ้มตลอดหลายชั่วโมง

            หมดชั่วโมงการบรรยาย เรื่องของลลนาก็กลายเป็นเรื่องเล่าชาวคณะในเวลาไม่กี่นาที แม้จะอยากแทรกแผ่นดินหนี หากหญิงสาวกลับต้องเดินเชิดหน้าทำหูทวนลมไม่ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักที่ดังตลอดทาง ไม่นานเธอก็เดินมาสมทบกับกลุ่มเพื่อนที่รออยู่ก่อนแล้ว

            น่าโมโหจริงๆ ตอนแรกยังเห็นท่าทางนิ่งๆ อยู่เลย ผู้ชายอะไรนิสัยไม่ดี แกล้งให้ลนาต้องขายหน้าคนอื่นลลนาพึมพำอย่างหัวเสียมาตลอดทาง

            ลนาก็ทำได้แบบที่คุณบุรินทร์นั่นทำ รอลนาเรียนจบได้เห็นกันลลนาพูดต่ออย่างอวดดีมองกลุ่มเพื่อนที่ยักคิ้วหลิ่วตามาทางเธออย่างขัดใจ

            ไม่มีใครเชื่อเธอเลยงั้นหรือ...อาจเป็นเพราะพวกเขาต้องการทำงานในบริษัทใหญ่ แต่สำหรับเธอ การมีกิจการเป็นของตัวเอง ดูมันเติบโตขึ้นจนประสบความสำเร็จในสักวันคงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

            ยิ่งมอง เพื่อนของเธอก็ขยุบขยิบตากันใหญ่ จนคนอวดดีอดที่จะอวดต่อไม่ไหว

            ลนาเก่งจะตาย เก่งกว่าอีตาบุรินทร์นั่นซะอีก

            ครับ รู้แล้วครับ คุณผู้หญิงคนเก่งเสียงทุ้มนุ่มดังมาจากด้านหลัง ร่างแบบบางยืนนิ่ง ตรง ใบหน้าหวานถึงกลับเผือดสี เข้าใจความหมายของ สัญญาณยักคิ้วหลิ่วตา

            นักธุรกิจแก๊แก่คนนี้จะรอดูวันที่คุณประสบความสำเร็จนะครับ...คุณผู้หญิงคนเก่งเขาเน้นเสียงหนักตอนท้ายประโยคเป็นน้ำเสียงกึ่งหยอกแกมล้อเลียน ก่อนเดินจากไป ทิ้งให้คนหน้าซีดเต้นเร่าด้วยความเจ็บใจ

            ...เราได้เห็นดีกันแน่  อีตาบุรินทร์...

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

639 ความคิดเห็น