ขนาดตัวอักษร

  • font-size
  • font-size

สีพื้นหลัง

ระยะห่างบรรทัด

คืนค่า

[THE DARK PRINCESS] การปฏิวัติของเจ้าหญิงทรราช

ตอนที่ 2 : การปฏิวัติที่ 1 : งานเลี้ยงเต้นรำสวมหน้ากากสามดินแดน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • 7 พ.ค. 58

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r

การปฏิวัติที่ 1 : งานเลี้ยงเต้นรำสวมหน้ากากสามดินแดน

 

 

“รับเสด็จ องค์ชายลูชิเฟล เลสซาเนียแห่งไพร์เซนไทน์”

เหล่าขุนนางชั้นน้อยใหญ่ต่างทำความเคารพบุรุษวัยยี่สิบห้าปีซึ่งกำลังเดินลงมาจากรถม้า เรือนผมสีม่วงแกมน้ำเงินตัดหน้ากากสีเงินประกายเพชร ดวงตาสีทองสอดส่องมองผู้คนที่ร่วมงานเลี้ยงฉลองระหว่างสามดินแดนในคืนนี้

เมื่อเข้าไปยังส่วนงานเลี้ยง เหล่าขุนนางจึงบอกชื่อของตนให้กับผู้ประกาศชื่อของงานเลี้ยง ชายหนุ่มในชุดองค์รัชทายาทสีดำแต่งเต็มยศก็ก้าวเท้าเข้าสู่งานเลี้ยงสามดินแดน

ทั้งสามดินแดนอาศัยอยู่ร่วมกันในแผ่นดินที่มีชื่อว่า เอลฟลอร์เดส

ดินแดนเนสเซโอนาเลีย หรือ ดินแดนแห่งความหลากหลายเป็นดินแดนของมนุษย์ซึ่งเต็มไปด้วยความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม แต่ละเมืองจะมีของขึ้นชื่อไม่ซ้ำใคร ซึ่งมีอาณาจักรในดินแดนแห่งนี้ทั้งหมดห้าอาณาจักรนั้นก็คือ อาณาจักรเดซัสหรือ อาณาจักรแห่งรัตนชาติอาณาจักรไพร์เซนไทน์หรือ อาณาจักรแห่งศิลปินอาณาจักรโมนารินหรือ อาณาจักรแห่งความหยั่งรู้อาณาจักรคริสซาริเอล หรือ อาณาจักรแห่งความศรัทธาและอาณาจักรแคสแทริเอวาหรือ อาณาจักรแห่งการค้า

ดินแดนริเวอร์เอสตาลิก้า หรือ ดินแดนแห่งจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นดินแดนของจิตวิญญาณที่รู้จักกันดีคือภูต การแบ่งปกครองของภูตเป็นระบบที่ค่อนข้างซับซ้อนเพราะต้องทำการเลือกผู้ปกครองที่ดีที่สุด เวทมนตร์ขาวหาได้ทั่วไปในที่นี่ซึ่งศรัทธาต่อเทพเจ้าเอสเตนโรแห่งแสงสว่าง จะมีการแยกพื้นที่ปกครองให้กับผู้ที่เหมาะสมในพื้นที่นั้น แต่ก็ไม่สถาปนาขึ้นเป็นอาณาจักรแบบมนุษย์

ดินแดนดาร์คเซเนีย หรือ ดินแดนแห่งความมืดมิดซึ่งทั่วทั้งดินแดนถูกกุมอำนาจไว้ที่ราชวงศ์เพียงตระกูลเดียว ไม่มีการแยกอาณาจักรย่อยเหมือนดินแดนอื่น เป็นดินแดนซึ่งนับถือเทพเจ้าแห่งความตายหรือฮาเดส ขึ้นชื่อเรื่องมนต์ดำและแร่เวทมนตร์ ซึ่งปัจจุบันดินแดนแห่งนี้มีเพียงเจ้าหญิงองค์น้อยปกครองอยู่

เด็กสาวผู้ซึ่งไม่เคยออกงานสังคมให้ผู้คนแดนอื่นพบเห็นเลย

คืนนี้เป็นคืนงานเลี้ยงสานสัมพันธ์ระหว่างดินแดนทั้งสามในดินแดนมนุษย์ที่มีจุดมุ่งหมายให้ทั้งสามดินแดนรักใคร่กลมเกลียวกันซึ่งมีผู้นำของแต่ละดินแดนมาร่วมงานเลี้ยงสวมหน้ากากคืนนี้ด้วย

“รับเสด็จ องค์หญิง คาริเอน่า ดาร์เกลโอล่าแห่งดาร์คเซเนีย”

ทันใดนั้น ร่างของขุนนางแดนปีศาจก็คุกเข่าลงตลอดสองข้างทางเข้างานเลี้ยง เจ้าหญิงคาริเอน่าผู้ปกครองแดนดาร์คเซเนียก็เข้ามาพร้อมกับขุนนางประจำตัวซึ่งเป็นอาจารย์ของเธอ ผมสีเงินแซมม่วงเปล่งประกายระยิบระยับท่ามกลางผู้คนในงาน สายตาทุกคนจับจ้องไปยังร่างเจ้าหญิงองค์น้อยวัยสิบห้าปีซึ่งเดินเข้ามาอย่างสง่างาม หน้ากากสีทองลวดลายสวยสดงดงามประกายกากเพชร ชุดเดรสเต็มยศสีดำน้ำเงินติดกับผิวขาวเนียนอมชมพูที่ใครเห็นต้องอิจฉา นัยน์ตาสีสวยที่ไม่เหมือนใครกวาดมองไปรอบ

“ช่างเป็นงานเลี้ยงที่ดูน่าเบื่อเสียจริง”เด็กสาวพูดเสียงเรียบ ขุนนางเลฟริคซึ่งยืนอยู่ข้างกายสะกิดเตือนเจ้าหญิงซึ่งจะเป็นการเสียมารยาทที่เจ้าหญิงพูดออกไปเช่นนั้น นอร์มาสซึ่งครอบครองตำแหน่งผู้นำคนปัจจุบันของแดนภูตก็ยกยิ้มอ่อนโยน ร่างของเขาเดินเข้าไปตรงหน้าเด็กสาว

“ยินดีที่ได้รู้จัก เจ้าหญิงคาริเอน่า”นัยน์ตาสองสีเงยหน้ามองใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของผู้นำแดนภูต ริมฝีปากสีสวยยกยิ้มขึ้นมา

“เช่นกัน ท่านนอร์มาส”ว่าจบ เด็กสาวก็ยื่นมือไปทักทายตามวัฒนธรรมของแดนภูต นอร์มาสหัวเราะเล็กน้อยกับความรอบรู้ขององค์หญิงตรงหน้าแล้วแตะมือเล็กนุ่มเบาๆ

“ขอให้พระเจ้าอวยพร”นอร์มาสว่าตามคำทักทายของแดนภูตพลางแตะศีรษะตนเอง

“ท่านนอร์มาส ในดินแดนของภูตนั้นท่านแก้ไขปัญหาความอดอยากอย่างไรหรือ”เด็กสาวถามขึ้นมา นอร์มาสมองเธอเล็กน้อย

“ข้าได้ยินว่าองค์หญิงกำลังฟื้นฟูดินแดนดาร์คเซเนีย การแก้ไขปัญหาความอดอยากในดินแดนภูตน่ะเริ่มจาก...”นอร์มาสเริ่มบอกกลยุทธ์แก้ไขปัญหาให้เธอฟัง สิ่งที่เจ้าหญิงต้องการในงานเลี้ยงนี้คือแนวทางการแก้ไขปัญหามิใช่สานสัมพันธ์ระหว่างแดน

“อย่างนี้นี่เอง ข้าพอจะมีหนทางช่วยประชาชนได้”ว่าจบ เด็กสาวก็เก็บกระดาษและปากกาขนนกเวทมนตร์ซ่อนไว้ใต้เสื้อ นอร์มาสอมยิ้มเล็กน้อย

“องค์หญิงช่างเหมือนบิดาของท่านจริงๆ”นอร์มาสอดพูดขึ้นไม่ได้ มือหนาผายไปยังเธอ “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านจะเต้นรำกับข้า”

เด็กสาวมองไปยังขุนนางข้างกาย เลฟริคยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินออกไป มือเล็กวางบนฝ่ามือสีขาวซีดอย่างนุ่มนวล ร่างซึ่งสูงกว่าเดินนำเด็กสาวสู่ฟลอร์เต้นรำ คู่เต้นรำทุกคู่เตรียมพร้อม โดยส่วนมากจะเป็นมนุษย์ที่กำลังเตรียมเต้นรำเพลงต่อไป ถึงแม้เพลงที่จะบรรเลงจะเป็นเพลงพื้นบ้านตามแบบของมนุษย์ แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคการเต้นรำของสองมหาอำนาจต่างแดนเลยแม้แต่น้อย เพลงเริ่มบรรเลง เด็กสาวเริ่มวาดลีลาการเต้นรำอย่างคล่องแคล่วและสนุกสนาน นอร์มาสเองก็ไม่ยอมแพ้ ลีลาการเต้นรำของทั้งสองในคืนนี้เรียกได้ว่าแม้แต่มนุษย์ยังต้องอาย ถึงแม้ทั้งคู่จะมีอายุที่แตกต่างกันมากโขแต่ก็สามารถเต้นรำให้ลงจังหวะได้อย่างงดงาม

เลฟริคยืนมองเด็กสาวที่ชื่อว่าศิษย์รักและบุตรสาวในคราวเดียวกันอย่างอุ่นใจ ตอนนี้เธอพัฒนาขึ้นจากเด็กน้อยขี้แยที่ชอบนั่งร้องไห้ในมุมมืดกลายเป็นเจ้าหญิงผู้ทรงอำนาจและบารมีทั้งยังเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนทั่วทั้งดินแดน กว่าเลฟริคจะรู้สึกตัวอีกที บทเพลงก็บรรเลงจบลงเสียแล้ว คาริเอน่าเดินออกมาเคียงคู่นอร์มาส เลฟริครีบเดินประกบประมุขแผ่นดินของตน เจ้าหญิงคาริเอน่ายิ้มเล็กน้อย ทันใดนั้นก็มีสองร่างบุรุษเดินเข้ามาหาพวกเขา

“ไม่พบกันเสียนานนะ นอร์มาส”ร่างชายหนุ่มวัยกลางคนเรือนผมสีม่วงแกมน้ำเงินทักทายพวกเขา ดวงตาสีมรกตสำรวจสองอาคันตุกะผู้สำคัญอย่างถีถ้วน ด้านหลังของเขาคือชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปี นอร์มาสยิ้มเล็กน้อย

“เช่นกัน กษัตริย์ลูนาเซเฟล นั่นถ้าข้าจำไม่ผิด เจ้าชายลูชิเฟล บุตรคนโตของท่านสินะ”นอร์มาสชี้ไปยังร่างบุรุษหลังเพื่อนตน เด็กหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีซึ่งมีเรือนผมสีเดียวกับพระบิดาของตนเอง ดวงตาสีทองประกายเริ่มสำรวจเด็กสาวซึ่งยืนอยู่ใกล้กับนอร์มาส เด็กสาวอมยิ้มและถอนสายบัวเล็กน้อยตามแบบมนุษย์

“ข้าชื่อ คาริเอน่า ดาร์เกลโอล่าแห่งอาณาจักรดาร์คเซเนีย”รอยยิ้มน้อยๆ ขององค์หญิงถูกระบายออกมา ลูนาเซเฟลอดพูดขึ้นมาไม่ได้

“นี่นะหรือ บุตรสาวเพียงคนเดียวของคาเอรัส”ลูนาเซเฟลตะลึ่งกับเด็กสาวเบื้องหน้าของเขา หากไม่สังเกตขุนนางปีศาจที่มีเขาและผิวสีม่วงอ่อนข้างกายเธอ กษัตริย์แห่งไพร์เซนไทน์ก็อาจนึกว่าเธอเป็นเพียงลูกสาวของขุนนางอาณาจักรใดสักแห่ง

“องค์หญิงคาริเอน่า ข้าต้องขอคุยธุระส่วนตัวกับลูนาเซเฟลหน่อย”เด็กสาวพยักหน้าเล็กน้อย ลูนาเซเฟลหันไปหาลูกชายตน

“ชิเฟล เจ้าดูแลองค์หญิงด้วย”เมื่อพระบิดาสั่ง ชายหนุ่มก็ทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับ ดวงตาสีเหลืองทองหันมามองร่างเจ้าหญิงองค์น้อยเบื้องหน้าเขา

“ท่านเลฟริค ไปรอข้าที่รถม้า สักพักเดี๋ยวข้าจะกลับแล้ว”

“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”

เลฟริคทำความเคารพและเดินออกไปจากสถานที่จัดเลี้ยงงานเต้นรำ นัยน์ตาสีสวยของคาริเอน่าพิจารณาชายหนุ่มเบื้องหน้า ริมฝีปากสีสวยพูดขึ้น

“นามของท่าน”เด็กสาวพูดคล้ายคำถามก็ไม่เชิง ชายหนุ่มก้มหน้าเล็กน้อย

“นามของข้า ลูชิเฟล เลสซาเนีย เดอริเอล ที่ 1”สิ้นเสียงนั้น องค์หญิงข้างเขาก็ขำเล็กน้อย คิ้วบนใบหน้าผู้ที่มีอายุมากกว่าขมวดเกือบเป็นปมราวกับจะถามว่า เจ้าขำอะไรของเจ้าประมาณนั้น เมื่อนัยน์ตาสองสีหันมาสบกับชายหนุ่มข้าๆพยายามกลั้นหัวเราะ

“ขออภัย ข้าไม่คิดว่าจะมีคนตั้งชื่อลูกเป็นอัปมงคลแบบนั้น แดนมนุษย์ออกจะถือเรื่องนี้มาก ท่านคงรู้สินะว่า ลูชิเฟล คือนามบุตรเพียงคนเดียวของบุรุษแห่งนรก ฮาเดส การตั้งชื่ออัปมงคลแบบนี้เท่ากับสาปเจ้าของชื่อไม่ใช่หรือ”ถูกอย่างที่เธอพูด ในดินแดนมนุษย์มักจะตั้งชื่อลูกโดยความหมายมักจะไปทางที่ดีเพราะหากตั้งชื่อไปในทางร้าย มักจะถูกมองว่าเป็นอัปมงคล ฉะนั้นลูชิเฟลเองก็เป็นชื่อที่ไม่ค่อยดีนัก

“องค์หญิง ท่านจะเดินไปไหน”ลูชิเฟลถามขึ้นมาเมื่อเห็นประมุของค์น้อยเดินหาอะไรบางอย่าง นิ้วเรียวยาวแตะปากเขาเชิงเงียบ ริมฝีปากอมชมพูคลี่ยิ้ม

“ท่านช่วยอธิบายการปกครองของมนุษย์หน่อยสิ”คำขอของเด็กสาวช่างแปลกประหลาดเกินวัย แต่ลูชิเฟลก็พยักหน้ารับคำเพราะเธอคนนี้เป็นถึงเจ้าหญิงผู้กุมอำนาจของดาร์คเซเนีย

“การปกครองของมนุษย์เป็นการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์”ลูชิเฟลเริ่มอธิบาย เจ้าหญิงองค์น้อยก็เงยหน้ามองเขาอย่างสนใจ

“มีขุนนาง 5 ระดับจากสูงไปต่ำ คือ ดยุค มาควิส เอิร์ล ไวท์เคานท์ และบารอน โดยแต่ละระดับจะมีศักดินาที่แตกต่างกัน ยิ่งสูงมาก เขตการปกครองก็มากขึ้นเช่นกัน”

“แล้วพวกเขาทำยังไงกับปีศาจที่เป็นทาสติดดินล่ะ”คาริเอน่าถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ลูชิเฟลมองเธอด้วยสายตาค้นหา แต่เขากลับมองเห็นแต่ความว่างเปล่าในดวงตาสีสวยคู่นั้น

“ข้าไม่ทราบ”

“งั้นหรอ อธิบายต่อสิ”เจ้าชายลูชิเฟลขมวดคิ้วสงสัย น่าแปลกที่เธอรู้ว่าทาสติดดินในแดนมนุษย์นั้นเป็นชาวปีศาจ เรื่องนี้ทางเหล่ากษัตริย์ทุกอาณาจักรต่างลงความเห็นว่าควรจะใช้ปีศาจเป็นแรงงานเพราะมีร่างกายที่ใหญ่และแข็งแรงกว่า หนำซ้ำยังมีความคิดที่ล้าหลังมาก จนไม่แปลกที่ปีศาจจะหลอกง่ายมาก โดยเฉพาะช่วงนี้ที่มีปีศาจเข้ามาในแดนมนุษย์มากกว่าครั้งก่อนๆ การลักลอบขนปีศาจออกจากดาร์คเซเนียเป็นเรื่องที่น้อยคนนักจะรู้ โดยเฉพาะชาวปีศาจเรียกได้ว่าแทบไม่มีใครรู้เลย แต่เด็กสาวตรงหน้านี้กลับพูดออกมาราวเป็นเรื่องปกติและยังไม่มีท่าทีว่าจะโกรธอีกต่างหาก ช่างน่าแปลก

“ชาวปีศาจไม่ได้โง่อย่างที่คนอื่นคิด”เด็กสาวเปรยออกมาอย่างมีความหมาย รอยยิ้มงดงามแต่กลับเต็มไปด้วยกลิ่นไอความชั่วร้ายอบอวลราวกับบอกว่านางรู้เห็นทุกสิ่ง

“ท่านอยากฟังระบบการปกครองต่อสินะ ข้าจะอธิบายต่อ...”ลูชิเฟลรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่จะเลวร้ายไปมากกว่านี้และดูเหมือนองค์หญิงจะรู้ตัว เธอยืนฟังเงียบๆ แล้วยิ้มออกมาเป็นระยะ รอยยิ้มนั้นเป็นรอยยิ้มที่ไม่ประสงค์ดีแน่

“เชื้อพระวงศ์ทุกคนจะมีองครักษ์ประจำตัว”

“องครักษ์เงาด้วยไม่ใช่หรอ”คาริเอน่าตอบให้ด้วยท่าทีที่เยือกเย็น ความร้อนวูบแทรกเข้ามาในใจเขา มีเพียงราชวงศ์เท่านั้นที่รู้ว่ามีองครักษ์เงา ทำไมเธอผู้นี้ถึงรู้ได้?

“องค์หญิง...”

“ข้าพอจะเข้าใจระบบการปกครองของท่านแล้วล่ะ”คาริเอน่ายิ้มเล็กน้อย

องค์ชายมองเธอด้วยสายตาเยือกเย็นไม่ต่างจากเดิมมาก เด็กสาวหันไปก็สบกับแก้วไวน์ซึ่งเรียงขึ้นเป็นพีระมิดอย่างสวยงาม พนักงานเริ่มทำการรินไวน์จากยอดบนสุดทำให้ไวน์ไหลลงมาราวกับน้ำตกสีเลือดงามแท้จับตา มือหนาเอื้อมไปหยิบแก้วไวน์บนสุดให้เจ้าหญิงองค์น้อยที่ยืนข้างๆ เด็กสาวรับแล้วเดินออกไปนอกระเบียง ลูชิเฟลตั้งใจจะเดินกลับไปหาพ่อของเขาแต่ก็นึกได้ว่าพ่อของเขากำลังคุยกับท่านนอร์มาสอยู่และสั่งเขาให้ดูแลองค์หญิงจากดาร์คเซเนียด้วย เขาจึงเดินกลับไปที่ระเบียง ดวงตาคู่สีทองเห็นเด็กสาวกำลังมองมังกรสีดำสนิทเลียไวน์ชั้นดีในแก้วอยู่ นัยน์ตาสีสวยหันมามองผู้มาใหม่

“ข้าไม่ชอบไวน์ มันไม่ดีต่อสุขภาพ ใช่ไหม เนเรย์”เด็กสาวพูดขึ้นพร้อมด้วยเสียงตอบรับดังกรี๊ซจากเจ้ามังกรนิลตัวจิ๋วซึ่งไม่ต่างอะไรจากลูกหมาตัวหนึ่ง

“กลับเข้างานเถอะ องค์หญิง”น้ำเสียงเยือกเย็นทำให้เธอหันไปเล็กน้อย เด็กสาวมองออกไปมองรอบนอก บ้านเมืองของมนุษย์เรียกได้ว่าสวยงามและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน มีตั้งแต่พื้นที่ของเชื้อพระวงศ์จนไปถึงคนชั้นต่ำที่ต้องคอยเป็นทาสรับใช้ผู้มีอำนาจ

“ข้าไม่อยากเข้าไปร่วมงานเลี้ยงสังคมจอมปลอมแบบนั้น”เด็กสาวเอ่ยเสียงเรียบ ในความคิดของเธอ การจัดงานเลี้ยงแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการติดต่อคบค้าสมาคมมากกว่าเชื่อมความสัมพันธ์ สังคมที่มีแต่การอวดร่ำอวดรวยและคอยดูถูกเหยียดหยามผู้ที่ต่ำกว่า คาริเอน่ารู้สึกได้ทันทีตั้งแต่ที่พนักงานในงานเลี้ยงประกาศชื่อของเธอ สายตาบางคนที่มองมาทางเธอเต็มไปด้วยความเหยียดหยามและดูถูกเพราะเธอคือผู้ปกครองดินแดนที่โสมมในความคิดของคนอื่น เธอก็ไม่ต่างอะไรจากพวกปีศาจชั้นต่ำในสายตาคนพวกนั้น ลูชิเฟลค่อยๆเดินเข้ามาข้างหลังเธออย่างเงียบๆ

เพราะเขาเองก็คิดไม่ต่างจากเธอเช่นกัน

“อยากเดินเที่ยวรอบในสวนเดินเล่นไหม ข้าจะนำทางไปให้”ไม่ต้องให้พูดซ้ำ มือเล็กนุ่มก็เอื้อมไปจับแขนชายหนุ่มแทนคำตอบ ลูชิเฟลเดินลงจากระเบียงไปยังสวนเล็กๆข้างเคียง มือบางนุ่มที่จับแขนเขาทำให้เจ้าชายหันไปมอง ผิวสีขาวอมชมพูเกลี้ยงเกลาราวกับมนุษย์ทำให้เจ้าชายขมวดคิ้ว เด็กสาวที่เห็นเช่นนั้นก็ขำเล็กน้อย

“ท่านกำลังสงสัยสินะว่าข้าเป็นอะไรกันแน่ ปีศาจก็ไม่ใช่ มนุษย์ก็ไม่เชิง”เด็กสาวพูดดักคอเขาขึ้นมา ลูชิเฟลหันทางอื่นไม่สนใจเด็กสาว

แสงจันทรากระทบสนามหญ้าขนาดเล็กทำให้ดูสวยสดขึ้นมา ลมพัดเย็นสบาย เรือนผมอ่อนนุ่มเงินแซมม่วงปลิวไสวเมื่อต้องสายลม ในมือเด็กสาวกอดเจ้ามังกรตัวจิ๋วแนบอก ทันทีที่เจ้ามังกรต้องแสงจันทร์ ดวงตาสีเลือดเปล่งประกายระยิบระยับ ปีกสีนิลกระพือขึ้นเล็กน้อยแล้วทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ารัตติกาล มันบินขึ้นไปแล้วหยุดอยู่กลางอากาศแล้วกางปีกออกปกคลุมทั่วนภา ร่างของมันสะท้อนแสงสีเหลืองนวลและเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยจนดำมืดไปทั่วท้องนภา ดวงตาสีแดงเลือดก้มมองดูนายหญิงอันเป็นที่รัก ลูชิเฟลยื่นนิ่งเพราะสิ่งที่เขาเห็นนั้นเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในชีวิตนี้

มังกรพันธุ์ที่ชั่วร้ายที่สุดในดินแดนเอลฟลอร์เดส

มังกรเดสรอยอล

มังกรใหญ่ยักษ์ร่อนลงมาจากท้องฟ้าพุ่งตรงมายังนายหญิงของมัน สี่ขาลงอย่างสวยงามเบื้องหน้าประมุขแห่งดาร์คเซเนีย ร่างเด็กสาวกระโดดขึ้นหลังเจ้ามังกรอย่างคล่องแคล่วก่อนที่จะเอ่ยคำกล่าวลากับเจ้าชายแห่งไพร์เซนไทน์

“แล้วเจอกันใหม่นะ ท่านพี่ชิเฟล”

“?!

เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อแล้วสั่งให้เนเรย์ทะยานขึ้นฟ้าไปยังรถม้าประจำตัวของเธอ เจ้าชายมองเธอจนลับตาหาไปในความมืดมิด

แปลกดี

นี่คือคำนิยามที่เขาให้เจ้าหญิงแห่งดาร์คเซเนีย

ร่างสูงโปร่งเดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยงก่อนที่พ่อของเขาจะโวยวาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น

×