( SF / OS ) CRUSH — โฮลิน , holin

ตอนที่ 23 : That starry summer night #วาเลนไทน์โฮลิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 950
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    4 ก.พ. 61

That starry summer night

 



song:      Starry Night – Jessica Jung 

                Tonight – Jessica Jung

 




            เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่โอบกอดกันไว้ท่ามกลางลมหนาว

            เปรียบเสมือนดาวประจำเมือง ที่ส่องแสงสว่างยามค่ำคืน

            เปรียบเสมือนฤดูร้อนแสนหวานของกันและกัน

 


          

            ท่ามกลางความเงียบงัน เราลืมตามองกันในความมืด ประกายวิบวับจากดวงตาคู่สวยทอประกายแม้จะไร้แสงสว่าง ระยะห่างระหว่างเราถูกกั้นเพียงหมอนข้างหนึ่งใบ ขาแขนเรียวยาวพาดก่ายหมอนข้างใบโตไม่กี่วินาทีก็ถูกอีกฝ่ายใช้ขาแขนพาดทับไว้เช่นเดียวกัน ผิวกายละเอียดเนียนนุ่มสัมผัสกันเกิดกระแสไฟแล่นปราดไปทั่วร่าง เสียงหัวใจเต้นโครมครามไม่หยุดหย่อน จนคิดว่าหากมันยังเต้นเร็วและแรงแบบนี้ไม่ใครก็ใครคงได้ตายกันไปข้าง



            รอยยิ้มจากปากอวบอิ่มถูกส่งให้กับร่างหนาพร้อมหลับตาพริ้มเตรียมตัวเข้าสู่ห้วงนิทรา ควานลินหลับไปแล้วเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดี เหลือเพียงดงโฮที่ยังลืมตามองคนตรงหน้า ใบหน้าหวานรับกับจมูกโด่ง ริมฝีปากอวบอิ่ม แก้มยุ้ยน่ากัด ควานลินมีใบหน้าหวานเกินกว่าผู้ชายธรรมดาทั่วไป อาจจะสวยกว่าผู้หญิงหลายคนเลยด้วยซ้ำ



            “ ฝันดีนะแสบ ” พูดพลางเอื้อมมือหนาไปแตะลงบนกลุ่มผมนุ่มสลวยสีดำขลับ แม้จะอยู่ในห้วงนิทราแต่ควานลินก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมายังร่างกาย ร่างบางขยับตัวเล็กน้อยถูหัวทุยเข้ากับฝ่ามือหนาคล้ายลูกแมวที่กำลังอ้อนแม่ ปากเล็ก ๆ งึมงำพูดจาไม่ได้ศัพท์อยู่สองสามคำก่อนจะปรากฏรอยยิ้มที่มุมปากจนแก้มยุ้ยบุ๋มลงไปหนึ่งข้าง เผยให้เห็นลักยิ้มเจ้าเสน่ห์ของเจ้าตัว



            คืนนี้ดงโฮคงหลับฝันดีไม่ต่างไปจากเด็กตรงหน้านี้แน่ ๆ

            คัง ดงโฮ คือ หนึ่งคนพิเศษของ ไล ควานลิน




            ไม่เคยมีใครละลายน้ำแข็งในใจของควานลินได้มาก่อน ดงโฮคือคนแรกที่ค่อย ๆ ละลายน้ำแข็งเหล่านั้นให้หายไปตามกาลเวลา ไม่รีบร้อนเร่งรัดความสัมพันธ์อะไรใด ๆ ทั้งสิ้น แต่กลับใช้ความอบอุ่นของตัวเองให้เป็นประโยชน์ อบอุ่นจนร่างบางรู้สึกว่าไม่อาจขาดคนตรงหน้านี้ไปได้สักวินาทีเดียว




            ดวงตาสีเฮเซลนัทน่าหลงใหล ดูซุกซน แต่ขณะเดียวกันก็ดูสุขุม แต่แววตาที่อีกฝ่ายทอดมองมากลับเต็มไปด้วยความอบอุ่น ควานลินรับรู้ได้ด้วยความรู้สึกขณะที่ประสานสายตากับอีกฝ่าย แข็งแรงแต่ไม่แข็งกร้าว ส่องสว่างเป็นประกายแม้ในความมืด นี่แหละ คัง ดงโฮ ที่ควานลินหลงรัก

 



            เรารู้จักกันมาได้สักพักแล้ว อาจจะสองปี หรือสามปี เวลาผ่านไปเร็วเหมือนโกหก ดงโฮยังจำได้ดีในวันที่พบเด็กคนนี้ครั้งแรกเหมือนมีแรงดึงดูดมหาศาลดึงเขาเข้าไปหาร่างสูงโปร่งบอบบางที่ยืนอยู่ตรงหน้า ดวงตาแบบนั้น ริมฝีปากแบบนั้น รู้เพียงแต่ว่าเด็กตรงหน้าเขางดงามเหลือเกิน ผิดกับควานลิน ครั้งที่ได้เจอหน้าดงโฮครั้งแรกเจ้าตัวรู้สึกกลัวเสียมากกว่า ใบหน้าดุ คิ้วเข้มถูกขมวดเป็นปมไว้ตลอดเวลา แต่ถึงอย่างไรก็ตามถ้าวันนั้นควานลินไม่ทำตัวเซ่อซ่าทำของมากมายร่วงหล่นพื้น เขาก็คงไม่ได้รู้จัก คัง ดงโฮ คนนี้




            ไม่รู้ตั้งแต่ตอนไหนที่ต่างฝ่ายต่างให้อีกคนเข้ามามีบทบาทในชีวิตตัวเองมากขึ้น จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี การมีกันและกันอยู่ข้าง ๆ ทำให้การใช้ชีวิตแต่ละวันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเบื่อ เราต่างไม่เคยนิยามความสัมพันธ์ของกันและกัน ได้แต่ปล่อยให้เวลาทำหน้าที่ของมัน หากใช่ก็คงใช่ ถ้าหากไม่ใช่ .. ก็แค่ทำใจ




            คืนหนึ่งในฤดูร้อนบนชั้นดาดฟ้าของหอพัก ท้องฟ้ายามกลางคืนเป็นประกายไปด้วยหมู่ดาวนับล้าน ๆ ดวง ควานลินจ้องมองตาไม่กะพริบ ตาคู่สวยจดจ่อกับสิ่งสวยงามตรงหน้าเหยียดกายลงนอนข้าง ๆ ชายหนุ่มหน้าตาดุดันแต่หากใจดี ตาคู่สวยพยายามจินตนการหมู่ดาวให้เป็นภาพร่างขึ้นในหัวอย่างที่อีกฝ่ายเคยบอก แต่ก็ไม่ยักจะทำได้สักครั้ง .. ถึงอย่างไร ควานลินก็ยังคงชอบการดูดาวอยู่ดี




            “ ดูดาวเป็นแล้วเหรอหลิน ” คนอายุมากกว่าพูดหยอกเย้าควานลิน แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าอีกฝ่ายดูไม่ค่อยจะเป็น แม้จะสอนไปหลายต่อหลายครั้งแล้วก็ตาม



            “ กำลังจินตนาการภาพในหัวอยู่ครับ ” หันไปบู้ปากให้อีกคนก่อนจะหันไปสนใจกับกลุ่มดาวเหล่านั้นต่อ



            “ พี่ตกใจมากเลยนะตอนที่เราบอกว่าเราชอบดูดาว ” พูดพลางนึกถึงอดีตแสนหวานแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ครั้งแรกที่ควานลินบอกเขาว่าชอบดูดาวดงโฮรู้สึกดีใจมากยิ่งกว่าถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง ในที่สุดก็เจอคนที่ชอบตรงกันเสียที ออกปากชวนเจ้าเด็กแสบมาดูดาวบนชั้นดาดฟ้าของหอพัก เผลอลืมตัวพูดนั่นนี่เกี่ยวกับกลุ่มดาวไปเยอะแยะ แต่สิ่งที่ได้กลับมาจากควานลินคือใบหน้างุนงง (แต่ก็ยังดูน่ารักน่าหยิก)



            “ ชอบดูดาว ไม่ได้แปลว่าจะดูเป็นเสียหน่อยนี่ครับ ”



            “ พี่สอนเราไปแล้วหลายครั้งนะ ดูเป็นบ้างยังน่ะ ”



            “ แหะ ๆ ” ดงโฮอดยีหัวทุยนั้นไม่ได้และไม่กี่วินาทีต่อมาแขนแข็งแรงก็ถูกนำไปใช้เป็นหมอนหนุนของควานลินแทน



            มากกว่านี้ .. เขาก็ยอม



            จริง ๆ แล้วควานลินน่ะชอบการดูดาว แต่ก็ไม่ได้ชอบมากขนาดนั้น ดูดาวในที่นี้หมายความว่านอนมองดูเฉย ๆ ในช่วงเวลายากลำบากเขามักจะใช้เวลายามค่ำคืนหมดไปกับการนอนมองดวงดาวบนท้องฟ้า ดูแล้วมันสบายตาสบายใจ แต่ไม่ได้คลั่งไคล้ถึงขนาดที่ว่าดูดาวเป็นเหมือนอีกคน



            ตอนแรกควานลินคิดว่าตัวเองชอบการนอนดูดาวมาก

            ใช่ ตอนนี้เขาก็ยังคงชอบอยู่

            แต่การนอนดูดาวโดยมีคนข้าง ๆ นอนอยู่ด้วยก็ไม่เลวเหมือนกัน

            สุดท้ายแล้วก็ชักจะเริ่มติดใจอย่างหลังเสียมากกว่า



            “ หาดาวเหนือเจอป่ะ จำดาวเหนือได้ใช่ป่ะ ” เสียงทุ้มเอ่ยถามควานลิน เจ้าตัวส่ายหน้าเบา ๆ พร้อมเกาหัวยิก ๆ หันมาส่งสายตาอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ



            “ จำได้สิ อ๊ะ! นั่นไง ผมเจอแล้ว ” ควานลินส่งเสียงชอบอกชอบใจเสียงดังยกมือชี้เสียยกใหญ่พลางหันหน้ากลับมายิ้มให้ดงโฮสลับกับมองดาวเหนือที่เพิ่งจะหาเจอด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก



            “ เก่งมากครับ ”



            “ บอกแล้วว่าผมเก่ง ”



            “ อื้อ เก่งมากเลย ”




            ควานลินคงไม่รู้ตัวว่าตัวเองน่ารักแค่ไหนเวลาที่กำลังตั้งใจหรือจดจ่อกับอะไรสักอย่าง น่ารักจนอยากจะจับมาบีบให้ร้อง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงเรื่อย ๆ จนศรีษะทุยซุกเข้ากับอกแกร่ง วาดแขนโอบกอดอีกฝ่ายเอาไว้ท่ามกลางหมู่ดาวนับล้านดวงที่กำลังเป็นสักขีพยานรักอยู่ตรงหน้า



            เสียงหัวใจดังโครมครามไม่หยุดหย่อน ดงโฮได้ยินเสียงหัวใจของน้องชัดเจนยามที่ร่างกายแนบชิดกันเมื่อครู่ มันเต้นแรงและเร็วเหมือนจะระเบิดออกมา เขาเองก็คงไม่ต่างจากน้องสักเท่าไร บางทีการนิยามความสัมพันธ์ระหว่างกันและกันก็คงไม่จำเป็นสักเท่าไรนัก แค่มีกันทุกวันนี้ก็ดีอยู่แล้ว



            “ มานอนดูดาวด้วยกันแบบนี้ไปอีกนาน ๆ เลยนะ ”



            “ ถ้าพี่อยากจะมาดูอีกเมื่อไรก็บอกผมแล้วกันนะ ”



            ประโยคบอกรักที่ไม่ได้มีคำว่ารักแม้แต่คำเดียว แต่กลับรู้สึกถึงมันได้อย่างง่ายดาย แม้ไม่ได้ขยับความสัมพันธ์แต่อย่างน้อย..เราก็ได้เข้าไกล้กันมากขึ้นอีกหนึ่งก้าว เพียงแค่ก้าวเดียวก็ยังดี …



            เป็นวันธรรมดา ๆ ที่จะถูกบันทึกไว้ในความทรงจำตลอดกาล



            ร่างผอมบางของควานลินนั่งท้าวคางมองอีกฝ่ายลากเก้าอี้ขนาดพอดีตัวไปไว้ตรงข้ามกับที่ควานลินนั่ง ร่างหนาหันไปกดเปิดสวิตซ์ไฟ แสงไฟสีส้มจากหลอดไฟเล็ก ๆ ส่องสว่างไปทั่วบริเวณ ชั้นดาดฟ้าของหอพักถูกประดับประดาไปด้วยต้นไม้เท่าที่จะหามาได้ กีตาร์โปร่งถูกนำมาวางไว้บนตักกว้าง ก่อนจะดีดลงหนึ่งครั้งเกิดเป็นเสียงดนตรีไพเราะ



            “ พี่ไม่มีเค้กวันเกิดให้หรอกนะ มีแต่เพลงเพราะ ๆ จะร้องให้ฟัง อยากฟังไหม ”



            “ ลากผมมานั่งขนาดนี้แล้วผมจะปฏิเสธอะไรได้ล่ะครับ ” อยากสิ ทำไมจะไม่อยาก อยากฟังจะแย่อยู่แล้ว ถึงจะตอบไปแบบนั้นแต่เขารู้ดีว่าพี่ดงโฮรู้ว่าเขารู้สึกยังไง ดงโฮยกยิ้มจนตาหยีเหมือนตุ๊กตาหมีที่วางอยู่บนหัวเตียงของเขา จะว่าน่ารัก .. ก็ใช่แหละ



            คัง ดงโฮ ไม่เหมือนคนอื่น



            ไม่มีเค้ก ไม่มีของขวัญวันเกิดหรูหรา มีแต่ความจริงใจที่ส่งผ่านสายตาอ่อนโยนที่เปล่งประกายยิ่งกว่ากลุ่มดาวที่ส่องสว่างอยู่บนฟ้า เสียงเพลงเพราะ ๆ เสียงกีตาร์โปร่งตัวใหญ่เข้ากันได้ดีกับเสียงทุ้มนุ่ม ๆ ควานลินไม่ได้โฟกัสที่เนื้อเพลงสักเท่าไร รู้แต่ว่าเป็นเพลงฮิตสมัยหลายปีก่อนที่เขาเคยฟัง สิ่งที่เขาโฟกัสตั้งแต่ต้นจนจบคือใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายเพียงเท่านั้น แต่ถึงจะไม่ได้โฟกัสที่เนื้อเพลงแต่เมื่อคิดว่าพี่ดงโฮตั้งใจร้องเพลงนี้ให้เขา เพียงเสี้ยววินาทีแก้มใสก็ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีแดงอ่อน ๆ



            ดงโฮดีดกีตาร์ลงเป็นครั้งสุดท้ายเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าบทเพลงไพเราะสำหรับควานลินได้จบลงแล้ว เขาสังเกตเห็นใบหน้าแดงซ่านของควานลินที่เจ้าตัวพยายามจะซ่อนแต่ก็ไม่มีทางซ่อนมันได้พ้นสายตาคมกริบ อดดีใจไม่ได้ที่เขาเป็นต้นเหตุทำให้เด็กตรงหน้านี้แสดงท่าทีขัดเขิน



            “ สุขสันต์วันเกิดครับ ไล ควานลิน ”



            “ เพลงเพราะจังนะครับ ร้องให้ทุกคนแบบนี้เลยรึเปล่า ”



            “ แค่เรานั่นแหละเด็กบ้า ”



            ดงโฮพาตัวเองมายืนอยู่หน้าควานลิน มือใหญ่ถูกวางอยู่บนกลุ่มผมนุ่มออกแรงขยี้จะผมเสียทรงเหมือนเช่นเดิมที่เคยทำ แต่ที่แปลกไปจากเดิมคือควานลินไม่ได้ทำหน้ามุ่ย ไม่ได้พยายามจัดทรงผมให้เข้าทรงเหมือนเดิม แต่กลับช้อนสายตาที่ดูกี่ครั้งก็เหมือนลูกกวางมองเขาเหมือนกับต้องการสื่ออะไรบางอย่างผ่านแววาคู่นั้น



            “ ว่าไงเรา ” ไม่พูดเปล่าแต่กลับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ลดระยะห่างระหว่างกันลงไปเกินครึ่งจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน



            “ จะบอกว่า .. ขอบคุณนะครับ ”



            “ ถ้าอยากฟังบ่อย ๆ ก็บอกนะ ”



            “ พูดแล้วนะ มีดาวเป็นพยานแล้วนะครั- ” ควานลินพูดพร้อมเงยหน้าชี้มองบนท้องฟ้า แต่เสียงทุ้มติดหวานกลับหายไปเพราะสัมผัสแบ่วเบาบนปากอวบอิ่ม ไม่มีการรุกล้ำ ไม่มีอะไรไปมากกว่าปากแตะปาก ดงโฮกดย้ำเป็นครั้งสุดท้ายและละออกไปเพียงเสี้ยววินาที



            สัมผัสแผ่วเบาบนริมฝีปากเพียงสัมผัสเดียวทำเอาต่างฝ่ายต่างร้อนวูบวาบ นี่ไม่ใช่จูบแรกของควานลิน และนี่ก็ไม่ใช่จูบแรกของดงโฮเช่นกัน เหมือนจูบของเด็กน้อยที่ทำเพียงแค่ปากแตะปากแต่ก็ทำให้ต่างฝ่ายต่างเขินอายเกิดเดดแอร์ไปชั่วขณะ



            “ บ้า .. ” ควานลินบ่นอุบ กุ้มหน้างุดเพื่อซ่อนอาการขัดเขิน



            “ เรารู้สึกตรงกันใช่ไหม ตอบพี่หน่อย ” ดงโฮถามพลางใช้ท่อนแขนยันโต๊ะไว้ล้อมขังให้ควานลินตกอยู่ในอ้อมแขนไม่ให้หนีไปไหน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไปตอบมือหนาจรดลงบนปลายคาง ค่อย ๆ ช้อนปลายคางของเด็กขี้เขินขึ้นมาจนสายตาประสานกันในที่สุด



            “ ยังจะต้องถามอีกเหรอ ”



            “ ที่เป็นอยู่นี้ เรามีความสุขไหม ” ดงโฮโอเคกับความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ เขาไม่ได้เร่งรัดอะไรอีกฝ่าย เขายินดีรอให้อีกฝ่ายพร้อมและมั่นใจ ถึงตอนนั้นถ้าใจยังตรงกันอยู่ค่อยขยับความสัมพันธ์ก็ได้ แต่เขาเองก็อยากจะรู้ความรู้สึกของควานลินเช่นกันว่าคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ หากน้องพร้อมที่จะขยับความสัมพันธ์เขาเองก็พร้อม แต่หากยังไม่พร้อม .. ก็อยู่กันไปแบบนี้ก่อนก็ได้



            แค่มีควานลิน .. ดงโฮก็สุขใจจะเป็นจะตายแล้ว



            “ มีสิ ต้องมีอยู่แล้ว ” ที่คังดงโฮทำให้เขามันดีเสียยิ่งกว่าดี พิเศษยิ่งกว่าใครคนอื่น ๆ ที่เคยทำให้เขาเสียอีก



            “ อยากจะขยับความสัมพันธ์ไหม ถ้าเราพร้อม พี่ก็พร้อม ”



            “ ผมจะไปแล้ว พี่จะโอเคจริง ๆ เหรอ ”



            “ ทำไมต้องไม่โอเค เราอยู่ที่ไหนพี่ก็โอเคทั้งนั้น ”



            “ งั้นก็ .. อื้อ ตามนั้นเลยครับ ”




            กลีบปากบางถูกครอบครองโดยอีกฝ่ายทันทีที่เอื้อนเอ่ยประโยคสุดท้ายออกไป ปากหยักทาบทับลงมาอย่างแผ่วเบาดูดดึงก้อนเนื้อนิ่มตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประคองใบหน้าหวานปรับองศาหน้าให้เหมาะสมก่อนจะทาบริมฝีปากลงไปอีกครั้ง จูบครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อน ไม่ใช่เพียงปากแตะปาก แต่เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมายมาย เสียงชื้นแฉะน่าอายของริมฝีปากที่ต่างเคลื่อนเข้าหากันและกันดังขึ้นไม่หยุดหย่อน กินเวลานานยาวเกือบสามนาที ดงโฮเป็นฝ่ายยอมละออกจากปากอวบอิ่มอย่างน่าเสียดาย แต่แล้วก็อดไม่ได้ที่จะกดจูบเบา ๆ ลงบนปากนิ่มของคนน้องเป็นครั้งสุดท้าย



            “ เรา .. จะเป็นแบบนี้ไปอีกนานใช่ไหมครับ ”



            “ as long as stars are above you and longer if I can ”



            “ and longer if I may นะครับพี่ดงโฮ 



            พวงแก้มใสถูกกดจูบลงซ้ำ ๆ นับครั้งไม่ถ้วน แก้มสากของดงโฮเองก็เช่นกัน ความรักอบอวลไปทั่วชั้นดาดฟ้าของหอพักกึ่งเก่ากึ่งใหม่ เป็นวันเกิดที่สุดแสนจะประทับใจ ตั้งแต่เพลงที่ร้องให้ฟังกับการกระทำของอีกฝ่าย มันช่างดีมากมายเหลือเกิน



            .. อย่างน้อยวันนี้ เราสองคนก็ได้ขยับเข้าใกล้กันอีกก้าวแล้ว ..


            มีหมู่ดาวมากมายเป็นเหมือนพยานรักให้กับดงโฮและควานลินในคืนนี้



            “ จะทำอะไรอีกครับพี่ดง .. อื้อ พอนะ ”



            “ จูบเย้ยดาวไง ”



            “ พี่จะบ้- อ..อื้ออ ”



            หวาน ควานลินน่ะหวานไปหมด หวานจนอยากจะชิมซ้ำ ๆ แบบนี้ไปเรื่อย ๆ เลย





            “ จะรีบกลับมานะครับ ”



            “ จะกาปฏิทินรอทุกวันเลยนะ ”



            “ ถ้าพี่ไม่โอเค ไม่ต้องรอก็ได้นะ ” ควานลินไม่อยากเห็นแก่ตัวรั้งอีกฝ่ายเอาไว้ข้างกายตัวเอง เขาเองก็ไม่ได้อยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา หากดงโฮไม่อยากจะรอ เขาเองก็ยืนดี



            “ สัญญากันไว้ว่ายังไงครับ พี่รอเก่ง แค่นี้รอได้อยู่แล้ว ”



            “ จะกอดไหม ผมต้องเข้าไปแล้วนะ ” สิ้นสุดประโยคสุดท้ายร่างเล็กถูกสวมกอดโดยชายหนุ่มร่างหมี น้ำตาอุ่น ๆ ซึมเข้าเสื้อเชิ้ตตัวบางที่ดงโฮใส่อยู่ กระชับอ้อมกอดให้แน่นกว่าเดิม ลูบหลังเด็กขี้อ่อนไหวตรงหน้าหวังว่าจะช่วยคลายความเศร้าออกไปได้บ้างไม่มากก็น้อย



            “ ไม่งอแงนะ รีบเข้าไปเถอะ เดี๋ยวตกเครื่อง ”



            “ จะรอใช่ไหม พูดแล้วนะว่าพี่จะรอ ”



            “ I’ll be yours forevermore ”



            “ อย่าลืมสัญญานะครับ รออยู่ที่เดิมนะ ”



            “ ไม่ไปไหนหรอก ”



            ควานลินจูบลงบนริมฝีปากหยักเบา ๆ ก่อนจะผละตัวออกมาอย่างรวดเร็ว เขากลัว .. กลัวใจตัวเอง กลัวใจจะทนไม่ไหวยอมทิ้งตั๋วเครื่องบินราคาแพงแสนแพงเพื่ออยู่กับคังดงโฮ และเขารู้ดีดงโฮคงไม่มีทางให้เขาทำแบบนั้นแน่ ๆ จึงต้องเป็นฝ่ายตัดใจผละออกมาเสียก่อน มือเรียวปาดน้ำตาบนใบหน้าออก ก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความตั้งใจ .. สักวันเขาจะกลับมาหาอีกฝ่ายในตอนที่พร้อมกว่านี้ .. พร้อมที่จะอยู่ด้วยกันไปตลอด นั่นคือคำสัญญาที่ให้กับดงโฮไว้




            ควานลินจะทำมันให้ได้ ..

            และหวังเหลือเกินว่าคังดงโฮจะรอเขา ..





 

            ดงโฮกาปฏิทินรอทุกวัน ใช้ชีวิตเหมือนเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมก็คือการที่ไม่มีควานลินอยู่ข้างกายในวันนี้ เสียงพูดเจื้อยแจ้วที่เคยได้ยินทุกวันนั้นหายไป ไม่มีเด็กหน้าหวานเจ้าของหัวใจให้กอดให้จูบ มีแต่ความเหงาเป็นเพื่อน หนึ่งปีผ่านไปไม่ได้ทำให้ทุกอย่างที่เป็นอยู่เคยชินเลยสักนิด แต่กลับเพิ่มความเหงาขึ้นไปอีกเท่าตัว เขาคิดถึงเด็กน้อยของเขา คิดถึงมาก ..




            จะว่าไปแล้วเลยกำหนดกลับของควานลินมาได้สองอาทิตย์แล้ว และเป็นช่วงสองอาทิตย์ที่ไม่ได้คุยกันเลยแม้แต่คำเดียว เขาอยากคุย อยากโทรหา อยากบอกเด็กนั่นหลาย ๆ เรื่อง อยากจะบอกว่า เขายังรักษาสัญญานั้นอยู่ ท่องมันซ้ำ ๆ ทุกวันจนขึ้นใจ ไม่ว่าควานลินจะกลับหรือไม่กลับมา อยากจะบอกเหลือเกินว่าสัญญานั้น .. ดงโฮไม่เคยลืมมันเลยสักครั้ง




ร่างหนาหอบที่นอนปิกนิกพร้อมผ้าห่มขึ้นมายังชั้นดาดฟ้าเพื่อนอนดูดาวเหมือนเช่นเคย ทุกอย่างเหมือนเดิม ต่างจากเดิมแค่ไม่มีควานลิน ไม่มีเด็กแสบคนที่คอยเอาแขนเขาไปเป็นหมอนหนุน



.. คิดถึง ..



ดาวเหนือส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า กลุ่มดาวที่พบเห็นได้ในฤดูร้อนพากันส่องแสงสว่างอย่างไม่มีใครยอมใคร บรรยากาศเก่า ๆ หวนกลับคืนมาอีกครั้ง




‘ ไหนอ่ะ ไหนกลุ่มดาวแคสสิโอเปียของพี่ ’



‘ รูปค้างคาวตรงนั้นนั่นไง ’



          ‘ มันค้างคาวตรงไหนเนี่ยย โอ้ย ปวดหัวอ่ะ ผมจินตนาการมันไม่ออกหรอกนะ ’




          ดงโฮหัวเราะให้กับภาพความทรงจำเหล่านั้น เด็กน้อยหน้านิ่วคิ้วขมวดดูขัดอกขัดใจเมื่อตัวเองจินตนาการภาพหมู่ดาวนั้นไม่ออก



          ‘ ไหนอ่ะ ไหนสามเหลี่ยมฤดูหนาวของพี่ผมมองไม่เห็นเลยยยยย ’



          “ ลากเส้นจากดาวสามดวงนั้นต่อกันสิ เห็นเป็นสามเหลี่ยมไหม นั่นแหละ สามเหลี่ยมฤดูหนาว ” ถือวิสาสะจับมือเรียวชี้ไปมาในอากาศทดลองลากเส้นเชื่อมอย่างที่เขาว่า ไม่นานเสียงร้องดีใจจากเด็กข้าง ๆ ก็ดังขึ้น




          “ เห้ยย พี่ดงโฮฮฮ ผมเห็นแล้ว ๆ นั่นใช่ไหม ”



          “ คนเก่ง ”





            .. เขาคิดถึงควานลิน ..

            .. เมื่อไรจะกลับมาสักที ..




            ดวงตาสีเฮเซลนัทคู่สวยทอดมองขึ้นไปบนฟ้าจ้องมองกลุ่มดาวไปเรื่อย ๆ แค่มองเฉย ๆ อย่างที่มีเด็กน้อยคนหนึ่งได้พูดเอาไว้ มันสบายตาจริง ๆ อย่างที่ควานลินว่า  แม้โซนเวลาที่อยู่จะแตกต่างกันเขาหวังว่าควานลินจะจ้องมองดาวดวงเดียวกันกับเขาอยู่




            เด็กนั่นจะคิดถึงเขาบ้างหรือเปล่า

            ยังไม่มีใครเขามาแทนที่เขาใช่ไหม




            สายลมเย็น ๆ พัดผ่านชั้นดาดฟ้าของหอพัก พาเอาใบไม้จำนวนหนึ่งปลิวว่อนในอากาศ พัดพาเอากลิ่นหอมหวานที่แสนคุ้นเคยติดมาด้วย กลิ่นหอมละมุน กลิ่นของควานลิน กลิ่นที่ดงโฮไม่มีวันลืม ..



            ร่างหนาหันขวับเพื่อหาต้นตอของกลิ่น เมื่อหันไปก็พบเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักยืนยิ้มพิงกำแพงดาดฟ้าอย่างสบายใจ ดงโฮลุกขึ้นจากที่นอนปิคนิคที่เคยใช้นอนกับควานลินเป็นประจำ ขยับก้าวเข้าไปหาควานลินทีละก้าว .. ทีละก้าว เช่นเดียวกันกับควานลินที่ขยับก้าวเข้ามาไม่ต่างกัน



            เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ควานลินดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย แก้มยุ้ยดูตอบลงกว่าเดิม แต่ใบหน้าหวาน ๆ นั้นยังคงหวานเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน



            “ พี่จะไม่กอดผมเหรอครับ จูบก็ได้ ไม่ใช่เอาแต่ยืนนิ่งแบบนี้ ”



            ดงโฮคว้าหมับเข้าที่เอวบาง รั้งเอวบางให้เข้ามาแนบชิดกาย สูดดมกลิ่นหอมของควานลินเข้าเสียเต็มปอด เขาโหยหา คิดถึงเด็กน้อยตรงหน้านี้มากมายเหลือเกิน



            “ อื้อ กอดแน่นไปแล้วนะครับ ”



            “ ทำไมไม่ติดต่อมา หายไปเลย คิดว่าลืมสัญญาแล้วซะอีก ”



            “ ผมก็เตรียมตัวกลับมาหาพี่ไงครับ ”



            “ อืม ”



            “ ผมกลับมาแล้วนะครับ พี่ยังรักษาสัญญาใช่ไหม ” ควานลินที่ตอนนี้สูงกว่าดงโฮซุกใบหน้าหวานลงกับไหล่แกร่ง แววตาฉายความเป็นกังวลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะแปรเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาทีที่ได้ยินคำตอบจากคนเป็นพี่



            “ ก็บอกว่า I’ll be yours forevermore ”



            “ ผมมีอะไรจะบอกพี่ ”



            “ หือ ”



            “ ผมรักพี่ รักพี่ดงโฮนะครับ ผมคิดมาดีแล้วถึงพูดคำนี้ ”



            “ เราพูดแล้วนะ มีดาวเป็นพยานนะรู้มั้ย ”



            “ ผมพูดจริงนี่ครับ ” ควานลินกดจูบลงบนแก้มสากที่เต็มไปด้วยตอหนวดบาง ๆ กดซ้ำ ๆ ไม่ยอมหยุดจนคนโตกว่าต้องจับใบหน้าหวานนั้นเอาไว้เพื่อหยุดการกระทำ



            “ ใจกล้าขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน ”



            “ พี่รักผมไหม ”



            “ รักครับ ”



            “ จะรักไปนานแค่ไหนเหรอ ”



            “ as long as stars are above you and longer if I can ”



            “ and longer if I may นะครับพี่ดงโฮ 



            “ สัญญาที่ให้ไว้ พี่ไม่เคยลืมมันนะ ” ใช่ เขาไม่เคยลืม หนึ่งปีที่ผ่านมาเขารักษาสัญญานั้นมาตลอด



            “ ขอบคุณที่รักษาสัญญานะครับ ”



            “ หลังจากนี้มาเดินไปด้วยกันนะควานลิน ”



            “ เดินไปด้วยกันนะครับพี่ดงโฮ ”




            ขอบคุณความซุ่มซ่ามนั้น... ตอนที่ควานลินทำของหล่นพื้นจนอีกฝ่ายต้องเข้ามาช่วยเก็บ ขอบคุณฤดูร้อนคืนนั้นที่ช่วยขยับความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่ให้ใกล้ชิดกันยิ่งกว่าเดิม ขอบคุณดาดฟ้าหอพักที่เป็นสถานที่ให้พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ขอบคุณหมู่ดาวนับล้านดวงที่เป็นสักขีพยานรักให้กับพวกเขา




            เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่โอบกอดกันไว้ท่ามกลางลมหนาว

            เปรียบเสมือนดาวประจำเมือง ที่ส่องแสงสว่างยามค่ำคืน

            เปรียบเสมือนฤดูร้อนแสนหวานของกันและกัน




that starry summer night

:D

 ---------------------------

#crushโฮลิน

#วาเลนไทน์โฮลิน


-ขอโทษเป็นอย่างสูงที่ may we meet again ทำให้คุณคนอ่านเศร้า เราก็เศร้าค่ะ 5555555 ตามสัญญาว่ามันจะไม่เศร้าเหมือนตอนที่แล้ว อยากให้ลองไปฟังเพลง starry night กับ tonight - jessica jung ตอนเราเขียนเราฟังเพลงนี้อยู่ตลอดเลย ไม่รู้ว่าดึงครส.จากเพลงออกมาได้ไหม แต่จะบอกว่าพยายามแล้ว แง้ ! เขียนยากอ่ะตอนนี้ ใช้เวลาเขียนนานกว่าทุกตอนเลย 

-จะบอกว่าในตอนแรกเราเลี่ยงให้น้องกับพี่ใช้คำว่า 'รัก' สุด ๆ โดยการให้บอกผ่านประโยคอื่นแทน การบอกรักของน้องและพี่ในตอนสุดท้ายเราว่ามันดีมาก ๆ เลย มันเหมือนกับว่าพวกเขาคิดกันมาดีแล้วถึงพูดคำนี้ออกมา ทั้งคู่เริ่มขยับเข้าหากันทีละก้าว ๆ ตั้งแต่แรกยันก้าวสุดท้ายที่บอกรักกัน ฮื่อ อินๆๆ 

-ฝาก #crushโฮลิน ด้วยนะคะ <3 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,000 ความคิดเห็น

  1. #444 E.L.F*JW (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 04:46
    อบอุ่นมากกกกก อ่านแล้วคิดถึงโฮลินจริงๆ
    #444
    0
  2. #409 ohhoimim1215 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:07
    เป็นตอนที่อ่านแล้วพูดได้เลยว่ารู้สึกหอมความรักอ่ะ มันได้กลิ่นของความรักขึ้นมาเลย ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ
    #409
    0
  3. #399 พิ้งค์โพลาร์ร์ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:49
    เป็นโทนเรื่องที่โรแมนติกมากรู้สึกอุ่นไปหมดเลยอ่ะ. แล้วก็รู้สึกเย็นรู้สึกหนาวตอนที่น้องห่างจากพี่ไปมาก เข้าใจความรู้สึกคนรอนะว่าต้องรักแค่ไหนรู้สึกแค่ไหนถึงจะรออยู่คนได้โดยที่ไม่รู้สึกหวั่นไหวกับใครเลย แล้วก็รักและยังคิดถึงคนนั้นตลอดเวลา แล้วก็การที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งของได้ยินคำว่ารักจากฝ่ายมันเป็นอะไรที่มีความสุขมากๆเลยอ่ะ อ่านจบแล้วก็รู้สึกมีความสุข
    #399
    0
  4. #385 Fruit-Tea (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:54
    อบอุ่นมากกกกค่า น่ารักฝุดๆ เลย
    #385
    0
  5. #384 Tanee Lov (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:15
    อบอุ่นมากก
    #384
    0
  6. #383 Tanee Lov (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:14
    อบอุ่นมากกกกก รักโฮลินน
    #383
    0
  7. #382 Bluenajaaa (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:26
    โรแมนและอบอุ่นมากเลยค่ะ <3
    #382
    0