ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 80 : ศึกพะโค (4)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 314
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    7 ก.พ. 64

“เกิดเรื่องบ้าพวกนี้ขึ้นได้อย่างไรกัน” เจ้าเมืองพะโคจ้องมองนายทหารทั้งหลาย แม่ทัพนายกองต่าง ๆ เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล อีกทั้งฝุ่นควัน เพียงเวลาครึ่งวันทัพเมืองขุนเขากลับบุกเข้ามาถึงตัวเมืองชั้นในแล้ว เป็นเต่าตาบอดที่ผสานมือกล่าวกับเจ้าเมืองเป็นคนแรก

“เมืองชั้นในไม่ได้ทำการต่อต้านแม้แต่น้อย นายทหารหลายนายเอกก็ถูกจับกุมโดยคนของตำรวจหลวง คาดว่าพญาสองศึกทำการกบฏ แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“ห๊ะ! ไอ้แก่นั่น...เราอุตส่าห์ปล่อยมันไว้ให้แก่ตาย แต่มันกลับกล้าคิดคดต่อเรา ทหาร...” คิดจะให้ทหารไปจับกุมแต่กล่าวได้เพียงนี้ก็เงียบลง ก่อนจะพูดขึ้นใหม่ “มหาอุปราชเมืองขุนเขาผู้นี้กลับมีความสามารถถึงเพียงนี้”

“มิอาจทราบได้พ่ะย่ะค่ะ ตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้ตัวมันยังไม่ปรากฏตัวในสงครามแม้แต่น้อย คาดว่าทั้งหมดเป็นแผนการของพยัคฆ์ทักษิณ”

“รายงาน” ทหารแจ้งสาสน์วิ่งมาเต็มกำลังคุกเข่าทิ้งตัวลงเสียงดัง

“รีบว่ามา”

“รีบไปที่หน้ากำแพงวังเถอะพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้ ตอนนี้..”

“มาตะกุกตะกักไร้สาระอันใด รีบว่ามา”

“มหาอุปราชเมืองขุนเขานำกำลังมาประชิดกำแพงวังแล้วพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่..” ยังกล่าวไม่ทันจบเจ้าเมืองนำกำลังแม่ทัพนายกองจากไปเสียก่อน พวกเขามุ่งตรงไปยังกำแพงวัง อย่างน้อยขอให้ได้เห็นใบหน้าของมหาอุปราชผู้นี้สักครา

บรรยากาศแตกต่างออกไป ทหารทั้งหลายกำลังตื่นตะลึง แม่ทัพนายกองที่เดินตามเจ้าเมืองมาตลอดทางสามารถมองเห็นความไม่เป็นระเบียบของทหารได้แต่ไกล เจ้าเมืองพะโคไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ยังไม่ถึงเวลาด่าทอว่ากล่าว บ้างสังเกตเห็นดวงตาของเหล่าทหารแดงก่ำคลอไปด้วยน้ำตา บ้างจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

ปากกระบอกปืนใหญ่ห้ากระบอกมุ่งเป้ามายังสิงที่ตอนนี้นั่งบนเก้าอี้ แย้มยิ้มจ้องมองไปยังกำแพงเมือง เขาในชุดฉลองพระองค์แต่งศึกออกรบ เกราะทองคำเสื้อแดงผ้าคลุมดำ สวมหมวกปีกทรงสูงสีทองนั่งอย่างสบายใจ ที่ด้านข้างยืนไว้ด้วยที่ปรึกษาหน้ากาก รวมไปถึงผู้ปกครองหน้ากากควบคุมซ้ายขวา ด้านหลังเป็นนายทหารถือร่มขนาดใหญ่บดบังแสงแดดไว้ให้ ที่ด้านข้างกลับเป็นแผ่นไม้แผ่นประตูที่ถูกทำลายออกมาทำเป็นโล่บังธนูขนาดใหญ่ เพียงแต่ที่หน้าโล่ไม้นั้น...ปรากฏร่างเด็ก หญิงสาว ชายหนุ่ม รวมไปถึงคนแก่ชราทั้งหลายถูกมัดอุดปากดิ้นรนอยู่

ภาพเบื้องหน้าสร้างความตื่นตะลึงแก่ผู้คนบนกำแพงเมืองยิ่งนัก เจ้าเมืองพะโคจ้องมองไปยังพวกเขาอย่างไม่เข้าใจก่อนจะเอ่ยถามนายกอง “พวกมันทำอันใด”

“มหาอุปราชเมืองขุนเขาจับครอบครัวของทหารบนกำแพงวังมาใช้ต่างโล่พ่ะย่ะค่ะ..” คำตอบทำเอาผู้คนทั่วบริเวณสูดลมหายใจเข้าอย่างเหน็บหนาว นี่มันออกจะโหดร้ายเกินมนุษย์มากเกินไป เมื่อสิงเห็นชายฉกรรจ์ในชุดเกราะสีทองเขารีบลุกขึ้น ยกชูแก้ในมือตะโกนก้อง

“พี่ท่าน...เป็นไร เราผู้น้องอุปราชเมืองขุนเขาคิดเข้าวังไปกราบไหว้ทักทาย พี่ท่านกลับปิดประตูวังเช่นนี้ ออกจะเสียมารยาทไปหน่อยกระมัง”

“เฮอะ! น้องเรา หากท่านต้องการเข้ามาเยี่ยมเยื่อนกราบไหว้เราในวังจริง ก็ถอดชุดปลดดาบเดินเข้ามา เราล้วนให้การต้อนรับเป็นอย่างดี แต่นี่คืออันใด รบอย่างมารปีศาจไร้ใจ ชีวิตชาวบ้านบริสุทธิ์เจ้ากลับเอามาใช้ในการศึกการสงครามเช่นนี้ มิกลัวชนคนรุ่นหลังต่อว่าหรืออย่างไร”

สิงกลับแย้มยิ้มตะโกนกล่าวต่อ “ต่อว่าแล้วอย่างไร ประวัติศาสตร์ใครก็เขียนได้ แต่ใครสามารถพิสูจน์ได้ว่าจริงเท็จ การที่เรานำผู้คนมามากมายเช่นนี้หาใช่นำพวกมันมาฆ่าเสียไม่ เราเพียงให้พวกมันมาจ้องมองเป็นพยานต่อความสำเร็จของเรา เราหาได้เป็นผู้เข่นฆ่าพวกมันเช่นพี่ท่านใส่ความไม่...” สิงยิ้มแย้มก่อนจะกล่าวต่อ “อีกเดี๋ยวท่านก็จักได้เห็นว่าเรารักษาคำพูด เราจะมิฆ่าพวกมันแม้แต่คนเดียว”

สิงกล่าวจบ ทองชุ่มในชุดที่ปรึกษาหน้ากากก้าวออกมาประกาศคำ “มหาอุปราชเรามีคำสั่ง หากพวกเจ้าวางอาวุธก็สามารถมีชีวิตสืบไป หาไม่ อย่าได้หาว่ามหาอุปราชเราโหดเหี้ยม” เขาโบกมือเล็กน้อย “เคลื่อนทัพ”

ทองชุ่มกับสิงปรึกษากันแล้ว พวกเขาจะเล่นเกมจิตวิทยากับทหารวังหลวง พวกเขาจะไม่บีบบังคับให้พวกมันทั้งหลายตัดใจโดยอำมหิต ทุกครึ่งก้านธูปเคลื่อนทัพสิบก้าว ให้โล่มนุษย์นำหน้า แลกดดันสภาพจิตใจของพวกมันเรื่อย ๆ

เจ้าเมืองพะโคเริ่มหัวเสีย เขาตะโกนด่าทอคิดจะสั่งให้ทหารยิงธนูขับไล่ออกไปแต่แม่ทัพใหญ่เช่นเต่าตาบอดกลับรีบห้ามปรามเอาไว้ เขาทูลเชิญให้เจ้าเมืองขุนเขาเสด็จกลับ หมากนี้ร้ายกาจนัก หากพวกเขาหักใจยิงปืนใหญ่หน้าไม้รักษาเมือง เกรงว่าไม่อาจควบคุมพวกทหารอยู่ อาจเกิดการจลาจลขึ้นมาได้

“ท่านเจ้าเมืองโปรดสงบพระทัย หมากตานี้โหดเหี้ยมนัก เพียงแต่ข้ายังสามารถแก้หมากได้” เขากระซิบบอก ทั้งสองจ้องมองใบหน้ากัน เจ้าเมืองพะโคจึงได้ยอมติดตามจากไป ปล่อยให้ทหารทั้งหลายจ้องมองครอบครัวของตัวเองที่กำลังร่ำไห้บนแผ่นไม้อย่างเจ็บปวดใจ

“ท่านแม่ทัพลองบอกกล่าว..”

“หมากเกมนี้ล้วนเป็นหมากตาย พวกเราไม่สามารถโจมตีพวกมันได้ มิเช่นนั้นคงเกิดการจลาจลแล้ว อีกทั้งพวกมันเองก็ไม่สามารถโจมตีพวกเราได้เช่นกัน หากทหารบนกำแพงวังเสียชีวิตตกตาย พวกทหารคงตัดใจลงมือโดยอำมหิต เช่นนี้เถอะ เราให้มันประชิดเมืองมาเรื่อย ๆ บีบบังคับให้มันลงมือ ตามความเห็นของข้า คืนนี้ให้ทหารบางส่วน คัดเลือกเป็นหน่วยกล้าตาย บอกพวกเขาว่าให้โอกาสเสี่ยงตายออกจากวังไปช่วยครอบครัว ปฏิบัติสำเร็จก็ดี ปฏิบัติไม่สำเร็จก็ดี ล้วนมีแต่ผลดี แลยังส่งกำลังหนึ่งออกไปกระจายข่าว หลังจากนั้นยื้อเวลาไว้อีกสักสองสามวัน ข่าวกระจายไปทั่วเมือง จะมีชาวบ้านที่เกรงกลัวว่าตนเองต้องตกเป็นตัวประกันเช่นนี้ รวบรวมกำลังกันก่อจลาจลเป็นแน่ กองกำลังหลักหมื่นหรือจะสู้ชาวบ้านเรือนแสน”

“ทำไมเราไม่ยกทหารออกไปบุกให้รู้แล้วรู้รอดไปกัน ตอนนี้กำลังของเราเยอะกว่าพวกมันมากนัก”

“ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ หากพวกมันสังหารตัวประกันจะทำอย่างไร ต่อให้เรายินยอมแต่ทหารของเราคงไม่ยินยอม ได้แต่รอเท่านั้น เวลาคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราตอนนี้ พวกมันทำได้เพียงกดดันเท่านั้น หากข้ามเส้นแบ่งมากเกินไปยังคงพ่ายแพ้”

“เวรเอ๊ย ไอ้มหาอุปราชเมืองขุนเขานั่น หากจับมันได้อย่าได้สังหารมันเชียว ข้าจะทำให้มันได้รู้ว่าการที่มันลบหลู่ข้าเช่นนี้ จะเกิดผลอย่างไร”

“ศึกครั้งนี้เราจะเป็นผู้ชนะ” เต่าตาบอดกล่าวคำ เมื่อเห็นใบหน้าของเจ้าเมืองดีขึ้นกล่าวขอบคุณเขาแล้วเดินเข้าไปพักในวัง ดวงตาของเขากลับเปลี่ยนไป จ้องมองนายทหารทั้งหลายที่ตอนนี้ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นไม่ทราบกล่าวกระไรดี แม้แต่เขาเองยังหัวใจเต้นโดยแรง ในกลุ่มตัวประกันล้วนมีครอบครัวของพวกเขาอยู่ด้วย พวกเขาประมาทศัตรูมากจนเกินไป ไม่ได้ทำการเคลื่อนย้ายครอบครัวไปยังที่อื่น ทำให้ตนเองต้องตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากเช่นนี้ แต่การที่ครอบครัวของทหารทั้งหมดถูกกวาดต้อนมายังประตูวังก็ทำให้ทราบได้ ตอนนี้ข้อมูลของพวกเขาทั้งหมดอยู่ในมือศัตรูแล้ว ยังจะมีหนทางสู้อันใดอีก ทำได้เพียงยื้อเวลาไปเรื่อย ๆ และรอความช่วยเหลือจากชาวบ้านร้านถิ่นเท่านั้น

“พวกเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง พวกเขาจะปลอดภัย”

“ขอรับท่านแม่ทัพ”

“รายงาน!!!!” เสียงนายทหารดังขึ้นอีกครั้ง เขาวิ่งเข้ามาด้วยความแตกตื่นรีบคุกเข่าลงกล่าวตะกุกตะกักยิ่งกว่าเดิม

“ท่านแม่ทัพ แย่แล้ว..”

“ตั้งสติแล้วกล่าว”

“พวกมันเข้ามาในระยะยิงแล้วแต่หยุดลงไม่ได้เข้ามา เพียงแต่ว่า....” ยังกล่าวไม่ทันจบเสียงยิงปืนใหญ่ก็ดังขึ้นทันที แรงสั่นสะเทือนทำให้พวกเขายืนทรงตัวไม่มั่น

“อะไรกัน”

“พวกมันขนย้ายปืนใหญ่รักษาเมืองทั้งหมดของกำแพงเมืองชั้นนอกและชั้นในมายิงถล่มประกำแพงวังขอรับ!”

“นี่มัน!!”

ตูม! เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อปืนใหญ่สามสิบกระบอกถูกยิงโดยพร้อมเพรียงกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

203 ความคิดเห็น

  1. #182 book1122 (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 13:58
    55555555
    #182
    0
  2. #151 Tenkasu (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:24
    ค้างแล้ว1
    #151
    0