ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 51 : แมวผีปะทะตีออราซู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 913
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    30 ธ.ค. 63

งานเลี้ยงจบลงด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาด สายตาของผู้คนมากมายจับจ้องมายังสิงที่ฟุบลงไปยังโต๊ะจัดเลี้ยง บางส่วนจ้องมองไปยังหน่วยหน้ากากที่ยื่นนิ่งไม่ขยับดั่งท่อนไม้ไร้ชีวิตเมื่อไม่ได้รับคำสั่ง บ้างพิจารณาถึงความเป็นไปได้ต่าง ๆ เกี่ยวกับภาพที่เกิดขึ้นในการประลอง

ห่างออกไป ภายใต้เงามืด สายลมกลับขยับเคลื่อนไหว แมวผีผู้ลึกลับเดินทางผ่านเงามืดไปยังส่วนต่าง ๆ ของราชวัง เขาศึกษาเส้นทางในขณะที่ผู้คนเกือบทั้งหมดกำลังเน้นให้ความสำคัญกับงานเลี้ยง จนกระทั่งเดินทางถึงหอห้องของเจ้านางน้อย แสงไฟจากเปลวเทียนสาดส่องภายในห้องสว่างไสว เสียงสนทนาดังขึ้นเล็กน้อย เบาเสียจนไม่อาจได้ยินชัดเจน แต่หาได้สร้างปัญหาไม่

แมวผีพลิกตัวกระโดดขึ้นหลังคา นอนแนบชิด เปิดช่องจ้องมองไปยังเบื้องล่างถึงได้เห็นเจ้านางน้อยสนทนาร่วมโต๊ะกับเจ้าชายแห่งเมืองขีดเว้น เจ้าชายภารัต

“ผู้ปกครองหน้ากากเข้ามาถามข้าถึงเรื่องการลอบสังหาร” ใบหน้าของเจ้าชายภารัตเขียวคล้ำ หาเป็นปรกติไม่

“ท่านตอบอะไรมันไปบ้าง” เสียงโต้เถียงอันบางเบาดังขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็เงียบสงบลงโดยทันทีเมื่อรู้ตัวว่าตนเองเสียงดังจนเกินไป

“ข้าจะตอบอะไรได้เจ้านางน้อย ข้าแทบไม่ทราบเรื่องอะไรเลยแม้แต่น้อย เจ้าหมอดูคนนั้นมันเป็นใครกัน แล้วท่านนำเงินจำนวนมากในการจ้างทหารรับจ้างมาจากไหน” เจ้าชายภารัตพยายามถามคาดคั้น อย่างน้อยหากเขามีคำตอบให้กับหน่วยหน้ากากตัวเขาจะได้รอดพ้นจากข้อกล่าวหา ถึงแม้จะชอบพอกันแต่ไม่ใช่ว่าเขาจะโง่ให้หลอกใช้ผลักภาระมาหาได้

“เงินล้วนเป็นเงินของข้า ส่วนเรื่องหมอดูท่านนั้น เจ้าชายท่านมิจำเป็นต้องรับรู้ ท่านกลับไปเถอะ”

“แม้แต่เงินเลี้ยงดูพวกมันท่านยังหยิบยืมเรา เงินจ้างทหารรับจ้างจะเป็นเงินของท่านได้อย่างไร อีกอย่าง ข้าขอเตือนท่านเจ้านางน้อย ผู้ปกครองหน้ากากสืบทราบมาถึงตัวข้า หากมิใช่ว่าเงินของข้ามีที่มาสามารถตรวจสอบได้ ข้าคงต้องแบกภาระหม้อก้นดำนี้ของท่านแล้ว” เจ้าชายภารัตครุ่นคิดก่อนจะกล่าวถาม “นี่คงเป็นแผนของเจ้าหมอดูนั่นเช่นกันใช่หรือไม่”

“เจ้าไม่ต้องรู้หรอก”

“อ่า เงินร้อยเหรียญทองสำหรับข้าแม้ไม่มากแต่ก็ถือว่าไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็สามารถยกให้หยิบยืมได้ ข้าเข้าหาท่านด้วยจิตบริสุทธิ์แต่ท่านกลับวางแผนใช้ข้าแบกหม้อก้นดำ ดี ดีจริง ๆ” เจ้าชายภารัตสะบัดแขนแล้วเดินจากไปทันที ปล่อยให้เจ้านางน้อยเงียบสงบไม่กล่าวตอบอันใด "ท่านไม่ชอบข้าข้าไม่ว่า แต่ท่านกลับเกลียดข้าถึงขั้นวางแผนให้ตกตายล้างเมืองเช่นนี้เห็นทีเราจะเป็นมิตรกันมิได้อีก" เจ้าชายภารัตทิ้งคำพูดเอาไว้ให้ผู้คนได้รับรู้โดยทั่วจนแลไม่สนใจเมืองหนานเจ้าอีก เขาต้องการกลับเมืองขีดเว้นแล้ว

แมวผีจ้องมองทั้งสองเก็บรวบรวมข้อมูล ขณะกำลังกลบร่องรอย กลับได้ยินเสียงอันแผ่วเบาดั่งภูตผีดังขึ้นมาตามสายลม เสียงที่เย็นยะเยือกแฝงความฉงนสงสัย

“โลกหล้าฟ้าหนานเจ้านี้ กลับมีหนูสามารถเดินทางเล็ดลอดเข้ามายังราชวังชั้นในได้อีกอย่างนั้นหรือ” เสียงอันแก่ชราเย็นยะเยือกนี้ยังกล่าวต่อ ในขณะที่แมวผีวางแผ่นกระเบื้องลงอย่างแผ่วเบา ล้วนเป็นเสียงที่ถูกสร้างขึ้นจากพลังเวท จึงไม่อาจปลุกตื่นผู้คนจากความเงียบสงบ

แมวผีจ้องมองชายชรากอดดาบก่อนผสานมือแสดงความเคารพกล่าวตอบ “ไม่ทราบว่าท่านผู้เฒ่าอยู่ ข้าน้อยเสียมารยาทแล้ว”

“โอ้ รู้จักมารยาทเสียด้วย หากท่านรู้จักมารยาทไยลักลอบเข้ามา” ตีออราซูวางดาบจากอ้อมกอดลงถือด้วยมือขวาขณะที่ใบหน้ายังคงยิ้มแย้ม

แมวผีส่งยิ้มอันนอบน้อมให้ ก่อนที่กายจะเลือนหายไป ตีออราซูเห็นผิดท่า รีบขว้างดาบพุ่งตรงไปยังร่างแต่กลับไม่ทันเสียแล้ว เสียงผิวปากดังขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าร่องรอยของผู้ลักลอบหายไป มือผีที่เดินหมากอยู่บนเรือน้อยกลางลานบัวหูกระดิก กล่าวขอตัวจากชายชราหัวโล้นคู่กรณีในสนามหมาก ลุกขึ้นสะกิดเท้าแตะดอกบัว ใบบัวเหินร่างจากไป

สตรีกระบี่ทองคำเดินทางออกจากที่พักเข้าไปยังลานจัดเลี้ยงจ้องมองดูสิงที่เมามายก่อนตรวจนับหน่วยหน้ากากที่ยืนเด่นสงบไม่ขยับเคลื่อนไหว เมื่อพบว่าตรงตามจำนวนนับ จึงเดินเข้าไปกล่าวเบา ๆ ที่ข้างหูของเจ้าฟ้าหญิงเมืองหนานเจ้าที่เริ่มมึนเมาเล็กน้อยเช่นกัน นางเหลือบมองสิงก่อนจะลุกขึ้น

“ตอนนี้ก็ดึกดื่นครึ่งคืนแล้ว หากเนิ่นนานกว่านี้ เราเกรงว่ารุ่งเช้าคงมีหนังสือกล่าวโทษจากทางบ้านของพวกท่านเอาได้ พาลเลิกแต่ตอนนี้เถิด” คำบอกกล่าวสร้างเสียงหัวเราะแก่ผู้คน ผู้คนจำนวนมากต่างลุกขึ้นกล่าวคำขอบคุณแลบอกลาอย่างสนุกสนาน เมื่อแขกเริ่มเดินทางออกไปจนหมด เจ้าฟ้าหญิงค่อยปลุกสิงที่นอนฟุบกับโต๊ะจัดเลี้ยงเบา ๆ

สิงเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองผู้คน เมื่อเห็นว่าทั้งหมดจากไปแล้ว เขาได้แต่ยิ้มแหย่แห้ง ๆ ออกมา กล่าวกับเจ้าฟ้าหญิง “พวกมันหายไปไหนกันหมดแล้ว”

“ท่านเมามายแล้วท่านผู้ปกครอง หน่วยหน้ากากพานายพวกเจ้าไปพักผ่อน” เจ้าฟ้าหญิงกล่าวคำแต่หน่วยหน้ากากกลับยืนนิ่ง สิงหัวเราะฮิฮะ พยักหน้า “ทำตามคำสั่งนาง” หน่วยหน้ากากถึงได้ขยับตัว พวกเขาช้อนร่างของสิงประคองลุกขึ้น ถึงแม้ไม่ได้รับรสชาติของสุราแต่กลับต้องฤทธิ์พิษน้ำเมา แต่ถึงเมามายอย่างไรสติยังคงรักษาเอาไว้ เพียงสมองไม่อาจสั่งการร่างกายได้เช่นเดิมเท่านั้น

“ขอบพระทัยเจ้าฟ้าหญิงท่าน วันนี้เราสนุกสนานยิ่งนัก”

“ท่านพักผ่อนเถอะ” เจ้าฟ้าหญิงเดินไปส่งสิงที่หน้าประตูก่อนจะกลับเข้ามา พร้อมทั้งทหารชุดทองที่เดินเข้ามาจากทุกพื้นที่ เฝ้าระวังความปลอดภัยของเจ้าฟ้าหญิงเอาไว้ มหาดเล็กชุดทอง ทหารมหาดเล็กของวังชั้นใน

“เกิดอะไรขึ้น”

“ยังไม่ได้รับรายงานเจ้าค่ะเจ้าฟ้า แต่ท่านตีออราซูแจ้งสัญญาณเตือน มือผีเดินทางไปแล้ว คาดว่าตำหนักเจ้านางน้อยคงเกิดเรื่อง” สตรีกระบี่ทองคำกล่าวคำ พร้อมทั้งจ้องมองไปยังรอบด้าน “เจ้าฟ้าโปรดติดตามมหาดเล็กชุดทองกลับตำหนักด้วยเจ้าค่ะ” นางกำนัลหน้าทองกล่าวคำอย่างร้อนใจ ไม่นานเสียงปะทะกันก็ดังขึ้น ทั้งหมดรีบมุ่งหน้าไปตามเสียงทันที

แมวผีหลบหนีออกมาได้ไม่นานก็ถูกเครือข่ายภายในของราชวังหนานเจ้าจับตัวได้ หากพวกเขาไม่รู้ตัวจะไม่มีอะไรแปลกประหลาด แต่หากพวกเขารับรู้ถึงผู้มาใหม่ ทุกสิ่งทุกอย่างจะยากขึ้น ที่ไม่เคยค้นหาจะค้นหา ที่ไม่เคยสนใจจะสนใจ ขณะกำลังเดินทางหลบหนีผ่านเงาไม้ ต้องพุ่งตัวถลาหลบไปด้านข้าง ต้นไม้ที่เคยหลบตัวพังทลายลงในทันที เพียงเสี้ยววินาทีในการตัดสินใจทำให้สามารถรอดชีวิตออกมาได้

แมวผีจ้องมองไปยังต้นไม้ที่แตกกระจายพังลง ค่อยเห็นชายในชุดมหาดเล็กจ้องมองเขาอยู่ ที่มือกลับส่งออร่าสีเขียวออกมาตลอดเวลา ทั้งสองจับจ้องมองกันไปมา แมวผีลุกขึ้นด้วยความขุ่นข้องรำคาญ ปัดพัดฝุ่นตามตัว “ผู้มาไม่ให้สุ้มให้เสียง ข้าเกือบตายเสียแล้ว ท่านนี่ไม่รักษามารยาทเอาเสียเลย วันหลังข้าล่านกได้ อย่าหวังเลยว่าท่านจะได้ทานมัน”

มือผีไม่กล่าวตอบ เขาก้าวเดินเข้าหาแมวผีเรื่อย ๆ “จำแลงมาร” มือสีเขียวค่อยขยายตัวขึ้นกลายเป็นร่างของเงาวิญญาณสีเขียวปรากฏที่ด้านหลัง มันพุ่งเข้าหาแมวผีทันที เพียงแต่เมื่อฟาดฟันเคียววิญญาณลงไป ชั่วพริบตาแมวผีกล่าวคำ “สนอง” ร่างของมันกลับแตกสลายลง  มือผีต้องถูกกระแทกกลับไปจนกระอักเลือดออกมาโดยที่แมวผีไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย

“เจ้าคิดตีข้าหรือ ยังเร็วไปสิบปี” เขาสะบัดหน้าก่อนจะเลือนร่างหายไปอีกครั้ง “จำแลงคุก” เสาสีเขียวสามต้นกลับปักตรึงเอาไว้สามทิศ ทำให้ต้องจ้องมองไปยังร่างของมือผีที่ลุกขึ้นมาอีกครั้ง

“เจ้าไปไม่ได้” มือผีถ่มถุยก้อนเลือดในปากออกไป กล่าวต่อ “เจ้าเป็นใคร”

“เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้รู้ ความจริงคือข้าไม่บอก” แมวผีหัวเราะหยอกล้อ เมื่อเห็นว่าผู้ฟังไม่รู้สึกตลกด้วย ต้องถอนหายใจอีกครั้ง ยกมือขึ้นไหว้ “พี่ชาย ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าสัญญาณเลยว่า...ไม่ได้ซิ นกไม่ได้ ข้าบอกไปแล้วว่าจะไม่แบ่งนกท่าน อาจารย์สอนว่าลูกผู้ชายไม่กลับคำ เอาเป็นว่า ครั้งหน้าข้าจะมอบตุ๊กแกย่างให้กับท่านเป็นอย่างไร”

“อย่าได้เล่นลิ้น บีบ...อ๊าก” เมื่อสั่งให้เสาสามต้นบีบตัว มือผีกลับทรุดตัวกระอักเลือดอีกครั้ง

“ข้าไม่ได้ทำอะไรท่านนะ ท่านทำตัวเอง จะโทษว่าข้าไม่ได้ ข้าไม่ผิด” แมวผีกล่าวอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อนอันใด แม้เหมือนตัวเขากำลังเสียเปรียบ แต่ตัวตนกลับไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย แมวผีไม่ขยับเขยื้อน มือผีก็ไม่กล้าใช้กำลังอีก ตีออราซูติดตามมาถึงหลังจากให้มหาดเล็กชุดทองเข้าคุ้มครองเจ้านางน้อย

เขาทิ้งร่างลงสำรวจอาการของมือผี ก่อนจะลากดาบเดินตรงไปยังแมวผีแต่ถูกห้ามเอาไว้ “ท่านผู้เฒ่าอย่าโจมตีมัน มันใช้เวทสะท้อนกลับ ไม่อาจทำร้ายมันได้”

“เวทสะท้อนกลับ...” ตีออราซูจ้องมองแมวผีอย่างแปลกใจก่อนจะกล่าวถามมือผีต่อ “มันเรียกว่าอันใด”

“สนองขอรับ”

“สนอง” ตีออราซูหว่างคิ้วกระตุกเล็กน้อย “ชั่วชีวิตข้า รับรู้ถึงการคงอยู่ของผู้ใช้เวทสะท้อนกลับอยู่สองผู้คน หนึ่งคืออินทรีย์อีสาน สองกลับเป็นแมวผีแห่งเมืองขุนเขา” เขาผสานมือเล็กน้อย “ไม่ทราบว่าท่านผู้มีเกียรติเดินทางมาถึง เสียมารยาทแล้ว”

“ท่านผู้เฒ่ารู้จักข้าด้วย ยอดเยี่ยม ครั้งหน้าที่ได้แมงป่องพิษมา ข้าจะไม่ลืมแบ่งท่านเป็นอันขาด”

“หึ” ตีออราซูลากดาบไปกับพื้นเดินเข้าหา ดาบสั่นสะท้านสั่นไหว “เรายังทราบอีกว่าท่านนั้นสะท้อนพลังสู่ตัวผู้ร่าย หาได้เหมือนอินทรีย์อีสานที่สะท้อนพลังเป็นวงกว้าง เรายังอยากทราบดูว่าท่านสามารถสะท้อนดาบคลื่นของเราได้หรือไม่ รับมือ” สิ้นคำ ตีออราซูพุ่งตัวเข้าหา ยกดาบเหนือศีรษะแล้วฟาดลง

เศษฝุ่นดินฟุ้งกระจาย ตีออราซูไม่หยุดนิ่ง วาดดาบเป็นวง แมวผีที่หลุดรอดออกมาจากการกักขังเอียงตัวหลบ ดีดตัวตีลังกาดั่งคณะกายกรรม ดาบแล้วดาบเล่าฟาดฟันติดตามเข้ามา แม้ท่าเท้าติดตามยังไม่อาจแตะสัมผัส

แมวผีแม้ลักลอบ แต่กลับไม่พกพาอาวุธ เมื่อเห็นผิดท่าไม่อาจหลบสืบไป เขาปลดสายรัดเอวออกมา ใช้ต่างอาวุธเข้าปะทะกับดาบคลื่นโดยทันที ใช้เวทสะท้อนผ่านตัวผ้า รับแรงกระแทกแลระเบิดออก ทั้งสองปะทะกันดังสนั่น ร่างของตีออราซูถูกกระแทกกลับไป แมวผีเองก็ไม่ได้ดีไปกว่า มันถูกแรงกระแทกกลิ้งไปตามพื้น แต่ยังดีดตัวลุกขึ้นมาใช้เท้าทรงตัวถลาถอยตามแรงกระแทกไปกับพื้น

ตีออราซูถ่มถุยเศษเลือดออกไป ก้าวเดินเข้าหาพร้อมทั้งดาบที่สั่นสะเทือนมากกว่าเดิม “ได้รับทราบพลังเวทเด็กน้อย นับเป็นบุญตาข้านัก คลื่นสวรรค์พังโลกา ไม่ทราบว่าเจ้ากล้ารับดาบสุดท้ายของข้าหรือไม่” เสียงหึ่งดังขึ้นสร้างสภาวะหยุดชะงัก สายตาของแมวผีจริงจังขึ้น เขากระแอมไอไล่เลือดลมก่อนผสานมือนั่งลง “คุณสะท้อนกรรมสนอง” ร่างของแมวผีกลับกลายเป็นสีทองไม่ขยับเคลื่อนไหว รูปปั้นขนาดใหญ่ปรากฏ รูปปั้นของมนุษย์นั่งขัดสมาธิสีทองกลายเป็นปราการรูปแบบหนึ่ง “ไอ้แก่ เข้ามา หากแกยังสามารถทำร้ายข้าได้ ข้าจะเลี้ยงข้าวต้มเจ้า!”

“พวกเจ้าสองคนเล่นอันใดกัน” เมื่อทั้งสองกำลังจะปะทะ เสียงของสิงก็ดังขึ้น สิงที่ถูกหน่วยหน้ากากประคองตัวเอาไว้เดินทางมาพอดิบพอดี เขาไม่ได้สนใจเสียงปะทะต่อยตีเสียด้วยซ้ำ เพียงเป็นเส้นทางกลับที่พัก แต่เมืองเห็นทั้งสองอดกล่าวถามด้วยความสงสัยไม่ได้ เขาสะบัดมือเล็กน้อยก่อนจะให้หน่วยหน้ากากพาตัวเขาเดินออกไปอย่างไม่สนใจก่อนทิ้งคำพูดเอาไว้ต่อ

“นั่นก็แก่ชราแล้ว นี่ก็ขนอ่อนไร้ความคิดอ่าน ล้วนเป็นตัวน่าสังเวชใช้การไม่ได้” สิ้นเสียงของสิงเป็นแมวผีหยุดเวทมนตร์ก่อน มันกระโดดเข้าหาหน่วยหน้ากากแลบลิ้นปลิ้นตา ติดตามสิงออกไป ตีออราซูจ้องมองสิงอย่างงุนงง ก่อนมหาดเล็กชุดทองจะเดินทางมาถึง เจ้าฟ้าหญิงรีบกล่าวสอบถามเหตุการณ์กับตีออราซูทันที นางไม่ได้กล่าวตำหนิหรือเชยชม เพียงพิจารณาคำพูดของสิงแล้วติดตามเขาไปยังที่พัก ทั้งยังสั่งให้หมอหลวงรีบมาดูอาการของมือผีและตีออราซู

“มันหมายความว่าอย่างไร” ตีออราซูที่กำลังนอนอยู่บนเตียงสอบถามชายหัวโล้นที่เล่นหมากร่วมกับมือผีทันทีเมื่อเห็นว่าเขาเข้ามา ชายหัวโล้นแย้มยิ้มไม่ตอบคำ ปักเข็มลงไปยังร่างของตีออราซูพร้อมสั่งให้พักผ่อนให้มาก ขอตัวจากไปดูแลมือผีต่อ จากนั้นเดินออกมาค่อยพบเห็นปีศาจสุรามาถึงแล้ว

“เกิดเรื่องอันใดขึ้นพระครู”

“เฮ้อ เราท่านรีบเดินทางไปดูแลมือผีก่อนเถอะ” ล้วนรับรู้ถึงสังกัดที่มา ไยต้องลงมือต่อสู้ฆ่าฟัน เพียงกล่าวโทษสอบถามก็สิ้นเรื่อง ยังทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ล้วนแก่ชราแลขนอ่อนไร้ความคิดเสียจริง พระครูคิดพร้อมทั้งส่ายศีรษะไปมา


 


________________________________________________________________________________________

ปล. ตอนนี้ถือว่าอ่านฟรีเป็นของขวัญปีใหม่เล็ก ๆ น้อย ๆ นะครับ สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าครับ ผมอาจหายไปเจอกันอีกทีหลังปีใหม่ครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

203 ความคิดเห็น

  1. #110 book1122 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 13:21
    ต่อเลย
    #110
    0