ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 36 : เสือแดง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,574
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 154 ครั้ง
    9 ธ.ค. 63

“ท่านจะตามข้าทำไมนักหนาล่ะเจ้าชาย” เสี้ยวขาวสะบัดหน้าเดินเข้าไปยังเรือนราชบุตรเขย โดยที่มีชายหนุ่มผมสีเขียว รูปร่างหน้าตาเหมือนนักศึกษา สวมชุดสีเขียวไม่ต่างจากสีผมบนศีรษะ เขายิ้มรับหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ติดตามเสี้ยวขาวเข้าไปยังตึกราชบุตรเขย เหม่อมองทั้งสองฟากฝั่ง ก่อนที่จะกล่าวตอบ

“น้องหญิง ท่านเดินทางมาอย่างไม่บอกกล่าว ข้าเพียงเป็นห่วงความปลอดภัยของท่าน หากข้าไม่บังเอิญพบกับท่านที่หน้าประตูวังคงไม่ได้ติดตามมาคุ้มครองดูแลท่านแล้ว ตอนนี้มีข่าวว่าหน่วยหน้ากากเข้ามาในเมืองแล้ว ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าองค์ชายใหญ่ผู้โหดเหี้ยมผู้นั้นมีจุดประสงค์อันใด เราต้องช่วยกันระแวดระวังเอาไว้”

เสี้ยวขาวแบะปากออกมา นางคร้านที่จะสนใจชายหนุ่ม กระโดดโลดเต้นเข้าไปยังตัวตึก สำรวจการทำงานของเหล่าบ่าวไพร่นางกำนัล

ความเป็นจริงแล้วชายหนุ่มคือเจ้าชายภารัต เจ้าชายพระองค์โตแห่งเมืองขีดเว้น เมืองแห่งการไม้และสมุนไพร มีเพื่อนที่เหมาะแก่การเพาะปลูกทางตอนใต้ของเมืองขุนเขา ทางตอนตะวันตกของหนานเจ้า ห่างจากทะเลกว่ายี่สิบโยชน์ การเดินทางยากลำบาก ถึงแม้มีของขึ้นชื่อแต่กลับเป็นเมืองน้อยนอกสายตา เมืองน้อยที่ยากจนไม่มีผู้คนเดินผ่าน พวกเขาทำการค้ากับทางเมืองใหม่ เมืองทองคำเป็นหลัก ครั้งนี้เขาเดินเข้ามาทำการค้าที่หนานเจ้าเพื่อขยายเส้นทางการค้าทางตะวันออกให้มากกว่าเดิม ใครจะคาดคิดว่าภารัตจะได้พบกับหญิงสาวในดวงใจเช่นเสี้ยวขาว

ภารัตยิ้มแย้มรับคำด่าติดตามสำรวจมองเรือนที่สร้างขึ้นมาจากไม้สักลงลักขลิบทองด้วยความอิจฉาเลื่อมใส ถึงแม้เมืองของเขาจะขึ้นชื่อเรื่องไม้ แต่กลับไม่อาจสร้างตึกไม้เช่นนี้ได้ ด้วยภูมิประเทศที่เป็นภูเขาโดยสมบูรณ์ อย่าพูดถึงการขลิบทองคำหรือลงลักเลย การเดินทางขนส่งที่ยากลำบาก ทำให้สินค้าต่าง ๆ ราคาที่ต้องจ่ายมากขึ้นไปอีก

ด้วยการเห็นเมืองหลวงของหนานเจ้าที่มีสภาพไม่ต่างจากเมืองขีดเว้น แต่กลับมีความเจริญก้าวหน้า ภารัตยิ่งอยากอยู่เพื่อศึกษาดูงาน นำไปปรับใช้กับบ้านเมืองของตนเอง แน่นอนว่ากษัตริย์เมืองขีดเว้นย่อมเห็นด้วย เขาไม่ได้ติเตียนหรือว่ากล่าวอันใด เมืองบุตรชายต้องการหาความรู้ไปพัฒนาประเทศตนจากต่างประเทศ

“น้องหญิง ยามนี้ได้เวลาตะวันตรงหัวแล้ว เราให้บ่าวไพร่ทั้งหลายจัดสำรับอาหารดีหรือไม่ ข้าจะได้สั่งการ”

เสี้ยวขาวกำลังสำรวจเรือนราชบุตรเขยหันมากล่าว “ท่านหิวก็ทานของท่าน ข้าพเจ้าจะเข้าวังไปทานกับท่านแม่” พูดจบไม่รอคำ หันกลับก้าวเดินออกไปโดยทันที วันนี้นางแค่โดนมารดาสั่งให้มาที่นี่สักครั้งเท่านั้น ใจจริงไม่คิดแม้แต่อยากจะเหยียบเข้ามาอยู่แล้ว ด้วยอารมณ์ที่ไม่ดีอยู่แล้ว เมื่อออกมาจากวังกลับมีชายผู้หน้าด้านหน้าทนผู้นี้ร้องขอติดตามมาอีกยิ่งอารมณ์เสียเข้าไปใหญ่

แต่ในขณะที่วิ่งออกมา ไม่ทันได้มองกลับปะทะชนเข้ากับร่างของชายผู้หนึ่ง เขาสวมใส่ชุดสีดำทั้งชุด แม้แต่ผมยังเป็นสีดำ เธอรีบผลักตัวเองออกด้วยความรังเกียจมาชักมีดลับที่ซ่อนไว้ชี้ไปยังชายผู้นั้น เพียงแต่เพียงชี้มีดไป มือของเธอกลับสั่นเทา ชายหนุ่มผมดำจ้องมองเธอด้วยความเย็นชา ภารัตที่กำลังติดตามมาเมื่อคิดว่าจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น ชายผมดำก็หันตัวกลับเดินจากไปโดยที่ไม่ได้พูดอะไรสักคำ

“น้องหญิง เกิดเรื่องอันใดขึ้น”

“ไม่มีอะไร” เธอเก็บมีดลับแล้วยกมือของตนเองที่สั่นเทาอยู่ขึ้นมาจ้องมอง ‘นี่มันเรื่องอะไรกัน’ เสี้ยวขาวบอกกล่าวกับตัวเองอย่างไม่เข้าใจ เธอรู้เพียงแต่ว่าหากเมื่อกี้เธอกล่าวคำพูดอะไรออกไปสักคำเธออาจต้องแลกเปลี่ยนด้วยบางสิ่งบางอย่าง เพียงแต่ว่าเมื่อคิดได้ว่านี่เป็นเขตเมืองของตนเอง จากอับอายกลายเป็นโกรธแค้น หญิงสาวหน้าขึ้นสีด้วยความโกรธเกรี้ยว กลับมีคนข่มขู่นางด้วยกลิ่นอายในเขตเมืองของตนเอง จะยินยอมได้อย่างไร แต่เมื่อหันไปกลับไม่พบร่องรอยของผู้คนแล้ว

“เจ้าชายภารัต ท่านเห็นไหมว่ามันไปทางไหน”

“มัน?” ภารัตรับคำอย่างสงสัย

“มัน ไอ้คนที่ชนข้า”

ภารัตส่ายหน้าบ่งบอกว่าไม่เห็นว่าเขาไปทางไหน ท่านเป็นคนชนเขาแท้ ๆ กลับบอกว่าเขาชนท่าน ถึงแม้เขาจะชื่นชอบรูปร่างหน้าตาของเสี้ยวขาว แต่อย่าได้เห็นว่าเขาโง่งมเห็นดีเห็นงามกับนางไปเสียทุกอย่าง

“ตีออราซู” เสี้ยวขาวกล่าวออกมา ร่างของชายชราค่อยปรากฏออกมาอย่างเงียบเชียบ “ตีออราซู มันกล้าข่มขู่ข้าพเจ้า ท่านจงไปสังหารมันให้แก่ข้าพเจ้า”

ตีออราซูหารับคำไม่ เขายังคงนิ่งเงียบดั่งท่อนไม้ เมื่อเห็นอย่างนั้นเสี้ยวขาวจึงอดไม่ได้ที่จะกระทืบเท้าด่าทอออกไป “เจ้าเป็นองครักษ์ของข้าต้องทำตามคำสั่งข้าซิ ไปฆ่ามัน”

ตีออราซูลืมตาขึ้นจ้องมองไปยังเสี้ยวขาวก่อนที่จะกล่าว “ข้าเป็นผู้คุมประพฤติของท่าน เจ้าหญิง หาใช่นักฆ่าของท่านไม่”

“เจ้า!”

“กรุณาเรียบ ๆ ร้อย ๆ กว่านี้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ คนขององค์ชายใหญ่คู่หมั้นของท่านเข้าเมืองมาแล้ว อย่าได้ทำให้เมืองหนานเจ้าเราเสียหน้า” ตีออราซูความเป็นจริงแล้วเป็นราชองครักษ์ในเจ้าฟ้าหญิงเมืองหนานเจ้า หลังจากเจ้าหญิงเมืองหนานเจ้าทำงามหน้า เจ้าฟ้าหญิงเมืองหนานเจ้าจึงสั่งให้องครักษ์ของตนเองมาคอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ นางไม่รู้ว่าองค์ชายใหญ่อาจไม่ไว้ไมตรีส่งคนมาสังหาร หรือแม้แต่เจ้าหญิงอาจยังไม่รู้ความทำงามหน้ายิ่งกว่านี้ จึงต้องให้ตีออราซูมาคอยดูแลด้วยตนเอง

ตีออราซูความเป็นจริงแล้วเป็นหัวหน้าเผ่าปาตอซูจา หลังจากที่มีสงครามระหว่างเผ่าขึ้น เผ่าปาตอซูจาแทบถูกสังหารยกเผ่า ประกอบกับเจ้าฟ้าหญิงเมืองหนานเจ้าเดินทางไปทำการค้าละแวกนั้นแลผ่านทางพอดี นางจึงทำการเข้าช่วยเหลือ หลังจากนั้นมาตีออราซูจึงสาบานสัตย์ถวายรับใช้เสมอมา อย่าได้เห็นว่าเขาแก่ชรา ตีออราซูจัดอยู่ในสิบอันดับแรกผู้แข็งแกร่งเมืองหนานเจ้า

“มาแล้วอย่างไร ก็แค่ไอ้คนผมดำผู้หนึ่ง” พูดแล้วเหมือนได้คิด เสี้ยวขาวมองตามทางที่ชายหนุ่มเดินไปก่อนจะกล่าว “คนเมื่อกี้ก็มีผมสีดำ”

ตีออราซูยิ้มขึ้นที่มุมปากชั่วขณะแล้วสลายหายไป “เจ้าหญิงรีบกลับวังเถอะขอรับ” สิ้นเสียงตีออราซูก็หายไปราวกับสายลมหอบหนึ่ง

“ผมดำอีกแล้ว ผมดำเต็มไปหมด หากข้าได้ขึ้นเป็นเจ้าฟ้าเมื่อไหร่ข้าจะขับไล่พวกผมดำออกจากเมืองไปให้หมด” เสี้ยวขาวกล่าว อย่าได้เห็นว่าเธอมีความเผ็ดร้อนดุร้าย ความเป็นจริงแล้วแต่ก่อนมาเสี้ยวขาวยังคงเป็นเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง เธอชื่นชอบการออกท่องเที่ยวตามที่ต่าง ๆ ชื่นชมผู้คนของเธอ ชื่นชมเมืองของเธอ เพียงแต่ตั้งแต่เธอได้รับรู้ว่าตนเองต้องหมั้นหมายให้กับองค์ชายดำ องค์ชายใหญ่ในกษัตริย์ขุนเขา และยิ่งสืบทราบความเป็นมาของเขา สืบทราบนิสัยของเขา นางก็ยิ่งรังเกียจ ยิ่งนางรังเกียจมากเท่าไหร่ยิ่งถูกผู้คนกดดันมากเท่านั้น หลังจากนั้นไม่นานนิสัยของเธอก็เปลี่ยนไป ปลดปล่อยความเผ็ดร้อนดุร้ายเอาแต่ใจที่สะกดข่มเอาไว้ออกมา ยิ่งเห็นว่าผู้คนไม่ได้ติเตียนว่ากล่าวเธอยิ่งแสดงมันหนักข้อขึ้นไปเรื่อย ๆ จนได้ฉายาเสือแดงแห่งหนานเจ้าไปโดยไม่รู้ตัว

ภายในตึกอาคารที่พัก สิงมองเห็นการกระทำของเสี้ยวขาวได้อย่างชัดเจน เขายกน้ำชาขึ้นจิบดื่มพรางสนทนากับบัวไปด้วย ทั้งสองรู้สึกแปลกใจไม่เบา เพราะสามารถสัมผัสได้ว่าจังหวะที่เสี้ยวขาวชี้มีดลับไปยังชายหนุ่มผมดำนั้น กลับมีกลิ่นอายถูกปลดปล่อยออกมา

“คนของท่านหรือท่านหมอ” บัวอดไม่ได้ที่จะถาม สิงกลับส่ายศีรษะเป็นเชิงบอกว่าไม่ทราบ แต่คงต้องให้คนไปตรวจสอบดู “ตรวจสอบดู” สิงกล่าวเบา ๆ แน่นอนว่าบัวทราบว่าเขาไม่ได้พูดกับเธอ แต่หน่วยหน้ากากกลับเดินออกมาจากเงามืดกระซิบที่ข้างหูของตะวัน เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมทั้งสั่งให้หน่วยหน้ากากจากไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 154 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

202 ความคิดเห็น