ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    บุษบาพ่ายใจรัก

    ลำดับตอนที่ #1 : บทนำ

    • เนื้อหาตอนนี้เปิดให้อ่าน
    • 2.01K
      9
      20 ม.ค. 62

    บทนำ

    (อัพครั้งแรก พ.ค.58)

    (แก้ไขคำผิด+ปรับเนื้อหาบางส่วนล่าสุด [1] 26/11/61)

     

                   แสงแดดและอากาศร้อนจัดยามบ่ายสามโมงกว่าในช่วงต้นเดือนมิถุนายนของประเทศไทยร้อนแรงจนแทบจะแผดเผาสิ่งมีชีวิตให้กลายเป็นจุลได้ในความคิดของหญิงสาวผู้มีเรือนร่างบางเล็กกะทัดรัด 

                   เธอแต่งกายด้วยเสื้อยืดสีขาวล้วนเข้ารูปสวมเสื้อแจ็คเก็ตกันแสงยูวีแบบมีฮู้ดทับด้านนอกและกางเกงยีนส์สกินนี่สีน้ำเงินเข้มแบรนด์ชั้นนำพร้อมแว่นกันแดดรับรูปหน้ากับรองเท้าผ้าใบคู่โปรด

                   หญิงสาวก้าวขึ้นไปนั่งบนรถตุ๊กตุ๊กที่จอดเข้าคิวรอรับส่งคอยให้บริการลูกค้าอยู่ด้านหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดัง  ในตัวเมืองจังหวัดเชียงราย เพื่อไปยัง ‘ท่ารถ’ หรือสถานีขนส่งผู้โดยสาร ถ้าวันนี้แดดร่มลมตกมีฝนพรำสักเล็กน้อย หรือพอจะมีเวลาเหลือเฟือมากกว่านี้ เธอคงเลือกใช้บริการรถสามล้อถีบนั่งกินลมชมเมืองไปยังสถานที่ต่างๆ ที่เคยอาศัยและไปเที่ยวชมบ่อยครั้งแน่นอน

                   อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เปลี่ยนไปมากผิดจากเมื่อก่อนครัันเธอยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาของโรงเรียนที่มีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆ ประจำจังหวัดที่ซึ่งในอดีตเคยเป็นโรงเรียนหญิงล้วนมาก่อน 

                   ในตัวเมืองยามนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ซ้ายหรือขวาก็เห็นแต่รถยนต์กันวิ่งขวักไขว่ไปมาเต็มไปหมดบนท้องถนนสายหลักสำคัญไม่สามารถขยับขยายขอบทางให้กว้างมากขึ้นเพื่อรองรับจำนวนรถยนต์ที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน

                   อาจเนื่องมาจากโครงการรถคันแรกของรัฐบาลสมัยนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย หรือไม่ก็เป็นเพราะโปรโมชั่นของบริษัทนำเข้ารถยนต์หากหลายยี่ห้อพากันกระหน่ำ ลด แลก แจก แถม ไม่ว่าจะเป็นผ่อนศูนย์เปอร์เซ็นต์สิบเดือนสิบสองเดือน ฟรีประกันชั้นหนึ่ง ไม่ก็แถมของฟรีอย่างอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ไปจนถึงโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต แพ็กเกจท่องเที่ยวต่างประเทศ เพื่อเพิ่มจำนวนยอดขายกระตุ้นการซื้อของลูกค้าให้มากขึ้น 

                   รวมถึงจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นจากการย้ายถิ่นฐานของคนต่างถิ่นที่เบื่อหน่ายการใช้ชีวิตเร่งรีบในหัวเมืองใหญ่หันมาจับจองซื้อหาที่ดินทางภาคเหนือลงทุนทำธุรกิจต่างๆ เรียกว่าย้ายถิ่นฐานมาปักหลักทำกินเป็นการถาวรกันเลยทีเดียว และอีกไม่นานเธอคาดว่าการจราจรในตัวเมืองเชียงรายก็คงประสบปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วนไม่แพ้หัวเมืองใหญ่อย่างจังหวัดเชียงใหม่ หรือกรุงเทพมหานครแน่นอน

                   คนต่างถิ่นอื่นย้ายมาอยู่กันเยอะ ส่วนคนในพื้นที่เองก็มีความจำเป็นต้องละทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิด ทิ้งมรดกที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายสร้างเอาไว้ให้เพราะต้องการหาอาชีพมั่นคงและเจริญก้าวหน้าเพื่อเลี้ยงปากท้องของตนเองรวมไปถึงคนในครอบครัวให้อยู่สุขสบาย จึงได้พยายามหาช่องทางประกอบอาชีพเลยตัดสินใจขายทรัพย์สินที่สามารถเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินได้อย่างอสังหาริมทรัพย์จำพวกบ้านและที่ดิน เพื่อเป็นทุนรอนในการตั้งต้นชีวิตใหม่ บางรายก็เพื่อชำระหนี้สินเดิมที่ตนมีอยู่ 

                   ในสภาพเศรษฐกิจย่ำแย่งานหายากจำนวนคนตกงานและจำนวนบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาใหม่เพิ่มมากขึ้นทุกปี นักธุรกิจชาวต่างชาติก็พากันย้ายฐานลงทุนเพราะปัจจัยภาพรวมของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางการเมือง การบริหารงานของผู้นำประเทศ รวมถึงสภาพทางภูมิศาสตร์และภัยธรรมชาติต่างๆ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่เรื้อรังมานาน โดยไม่ได้รับการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนตามภาษาราชการที่เราเคยได้ยินกันจนคุ้นหูบ่อยครั้ง ล้วนเป็นสาเหตุที่สร้างความเสียหายทางธุรกิจและอุตสาหกรรมทำให้นักลงทุนชาวต่างชาติหมดความเชื่อมั่นในการลงทุนในประเทศไทยหันไปลงทุนทำการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงที่ใช้เม็ดเงินในการลงทุนต่ำกว่าไทยและมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าแทน 

                   สภาพเศรษฐกิจตอนนี้พ่อค้าแม่ค้าขายของหักลบต้นทุนรายรับรายจ่ายต่อวันแล้วเหลือผลกำไรไม่เท่าไหร่ ของอุปโภคบริโภคสินค้าและบริการต่างๆ ราคาเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น คนที่มีภาระลูกเมียพ่อแม่หลายปากท้องให้รับผิดชอบคงแทบหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือด อำนาจเงินนั้นช่างน่ากลัวจริงๆ สมัยนี้ใครมีเงินถุงเงินถังในกระเป๋าก็เหมือนมีไม้กายสิทธิ์วิเศษสามารถร่ายเวทมนตร์กวัดแกว่งเสกสรรปั้นแต่งบันดาลทุกสิ่งอย่างที่ตนต้องการได้สมดังปรารถนา ไม่ว่าจะเป็นลาภยศ ชื่อเสียง อำนาจ และเงินทองที่แต่เดิมมีมากอยู่แล้วให้เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม 

                   ปวดหัวเวลาคิดเรื่องเงินๆ ทองๆ จะว่าไปเธอยังรู้สึกเสียดายไม่หายเมื่อเมืองที่เคยสงบเงียบในอดีตบนท้องถนนมีรถวิ่งผ่านไปมาแค่รถจักรยานยนต์ อีกไม่นานหากนักลงทุนหันมาจับจองที่ดินทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์หรือศูนย์การค้าเพิ่มมากขึ้นกว่าที่มีอยู่ในขณะนี้ พื้นที่สีเขียวในการเพาะปลูกทางการเกษตรถูกเปลี่ยนเป็นรีสอร์ท โรงแรมหรู ตึกสูงรักฟ้า โครงการบ้านจัดสรร อพาร์ทเม้นท์ คอนโดมิเนียม การขยายเมืองของเชียงรายก็คงไม่ต่างจากเมืองใหญ่ในภาคอื่นๆ คิดแล้วคิดอีกเธอก็ยิ่งเสียดายความสงบเงียบ ความสวยงามของธรรมชาติ อาการบริสุทธิ์สดชื่นที่ถูกแทนที่ด้วยฝุ่นควันและมลพิษ

                   แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้เธอจะทำอย่างไรได้ เธอไม่มีอำนาจไม่มีเงินทองที่จะบันดาลสิ่งต่าง ถึงเธอจะมีก็คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากนัก นอกจากทำใจยอมรับว่าเมื่อเวลาเปลี่ยนหลายสิ่งหลายอย่างก็ย่อมเปลี่ยนตามไปด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนหมุนวนตามกระแสของโลก คนในแต่วัยก็มียุคสมัย ความทรงจำและเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกันออกไป มนุษย์เราบ้างครั้งก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงหรือเรียกร้องให้ทุกสิ่งรอบตัวดำเนินไปอย่างที่ใจเราต้องการได้ ดังนั้นเราควรยอมรับ เรียนรู้ปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและกระแสสังคมที่ผ่านเข้ามาตราบช่วงอายุขัยที่เหลืออยู่ของตนก่อนแสงเทียนแห่งชีวิตจะมอดดับลงตามกาลเวลา คิดได้เช่นนี้แล้วเธอก็ควรปล่อยวาง

                        

                   ถึงแล้วครับ

                   เสียงคุณลุงคนขับรถตุ๊กตุ๊กดังขึ้นหลังรถจอดสนิทเทียบขอบฟุตบาทของสถานีขนส่งเชียงราย จุดหมายที่ยังไม่ใช่ปลายทางสิ้นสุดการเดินทางของเธอในวันนี้

                   เท่าไหร่เจ้าลุง” เธอถามค่าบริการหลังจากจิตใจล่องลอยคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปเพลินๆ

                   หกสิบครับ

                   เมื่อจ่ายค่ารถตุ๊กตุ๊กเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวเดินลงจากรถเข้าไปยังตัวอาคารของสถานีขนส่ง มองหารถประจำทางที่ตนจะเดินทางไปต่อว่าจอดอยู่ชานชาลาหมายเลขที่เท่าไหร่ มันจะยังจอดอยู่ที่เดิมที่เธอเคยขึ้นเป็นประจำเมื่อครั้นยังเป็นเด็กนักเรียนอยู่หรือไม่

                   เจียงของ เจียงของ แม่ต่ำ แม่บง แม่เลียบ ดอยหลวง บ้านเขียะ บ้านน้ำม้า เจียงของ สายในสายใหม่เจ้า

                   เสียงตะโกนดังก้องสำเนียงท้องถิ่นจากกระเป๋ารถเมล์หญิงวัยกลางคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีเป็นเวลานานนับสิบกว่าปีที่ผ่านมาร้องเรียกผู้โดยสารบอกจุดหมายปลายทาง และเส้นทางสำคัญระหว่างทางที่รถบัสพัดลมสีแดงในสภาพที่จะว่าเก่าจนคร่ำครึก็ไม่ใช่ หรือจะว่าใหม่เอี่ยมอ่องก็ไม่เชิงคันนี้จะวิ่งผ่าน 

                   แม่จัน แม่สายเจ้า

                   พาน แม่ขะจาน เวียงป่าเป้า

                   เจียงแสนจ้า เจียงแสน

                   เสียงตะโกนร้องเรียกผู้โดยสารจากรถบัสประจำทางทั้งสีเขียวและสีฟ้าที่จอดเรียงอยู่ต่อถัดไปฟากเดียวกันของชานชาลาดังสลับกันขึ้นมาเป็นพักๆ ดูแล้วช่างเป็นบรรยากาศอันแสนคุ้นเคยเมื่อนึกย้อนไปในวันวานยามที่ตัวเธอยังคงเป็นแค่เด็กน้อยในชุดนักเรียนคอซองจนถึงชุดนักเรียนมัธยมปลายตอนกำลังสะพายกระเป๋าเป้ใบโตวิ่งขึ้นรถประจำทางเที่ยวสุดท้ายกลับบ้านทุกเย็นวันศุกร์ และนั่งรถสายนี้กลับมาทุกเที่ยงวันอาทิตย์ เธอยิ้มกับตัวเองก่อนเดินไปเข้าไปหาคุณป้ากระเป๋ารถเมล์ที่ยืนอยู่หน้ารถบัสประจำทางสีแดง

                   เจียงของ รถออกกี่โมงเจ้า” เธอถอดแว่นกันแดดออกแล้วถามหญิงวัยกลางคนที่รู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

                   ออกสี่โมงลูก บ่อเห็นหน้าเห็นต๋าจาดเมินเฮียนจบแล้วกา [1]

                   คุณป้ากระเป๋ารถเมล์ถามถึงความเป็นไปของเด็กรุ่นลูกรุ่นหลานที่เห็นหน้าค่าตากันมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กตัวเล็กนิดเดียวแม้ว่าตอนนี้ดูๆ ไปแล้วตัวก็ไม่ได้โตขึ้นมากสักเท่าไหร่ ท่านยังจำเด็กน้อยได้ดีหลังจากหายหน้าหายตาไปไม่ค่อยมาใช้บริการบ่อยครั้งทุกวันหยุดสุดสัปดาห์เหมือนเมื่อก่อนนานหลายปีทีเดียว

                   จบแล้วเจ้า จบได้หลายปี๋[2] แล้วเจ้า

                   เธอตอบคำถามท่านด้วยรอยยิ้ม นับดูก็ราวๆ เกือบแปดปีแล้วเห็นจะได้ที่เธอจบจากรั้วมหาวิทยาลัยในกรุงเทพมหานคร

                   กา ปะเดี่ยวยะก๋าน[3]ตี่ไหนลูก

                   ประโยคคำถามที่แสนจะคุ้นหูที่ได้ฟังจากบรรดาผู้สูงวัยกว่าก็คือ ‘เรียนจบแล้วทำงานที่ไหน?’ เธอยิ้มรับก่อนจะตอบตามมารยาท

                   ยะตี่บ้านเจ้า ยะก๋านต่อจากป้อเธอเบนสายตาไปยังป้ายเวลาบอกตารางเดินรถแล้วหันกลับมายิ้มให้คู่สนทนาอีกครั้งก่อนเดินขึ้นรถมองหาที่นั่งริมหน้าต่างที่ยังว่างอยู่

                   หลังจากวางกระเป๋าสัมภาระไว้บนชั้นวางของด้านบนเหนือศีรษะแล้วเธอก็นั่งลงมองผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาผ่านทางหน้าต่างรถ หลับตาลงฟังเสียงพูดคุยดังจอแจรอบๆ รอเวลารถออกจากชานชลาสถานีขนส่งเชียงรายไปยังอำเภอเชียงของ สถานที่ที่เป็นถิ่นกำเนิดของบิดาและเป็นภูมิลำเนาในปัจจุบันของเธอ

                   เสียง Temple bell แจ้งเตือนข้อความเข้าของแอพพลิเคชันสนทนาชื่อดัง ดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง เธอเปิดกระเป๋าสะพายแล้วควานหาโทรศัพท์มือถือคู่ใจขึ้นมาเปิดอ่านข้อความจากเพื่อนสนิทสมัยมัธยม

                   การะเกด : พิมพ์ถึงท่ารถรึยัง?

                   การะเกด : รถออกกี่โมงพิมพ์?

                   การะเกด : รถออกแล้วไลน์บอกด้วย ถึงบ้านแล้วก็รีบโทรมาบอกด้วยล่ะ

                   ชมพูพิมพ์ (พิมพ์ใจ): ตอนนี้ถึงท่ารถแล้ว รถออกสี่โมงเย็น อีกประมาณสิบห้านาทีก็ออกแล้ว

                   การะเกด : อืม ถึงบ้านแล้วอย่าลืมโทรมานะ เพื่อนเป็นห่วง

                   ชมพูพิมพ์ (พิมพ์ใจ): จ้าาา ไม่ต้องเป็นห่วง รถสายนี้เมื่อก่อนพิมพ์ขึ้นเป็นประจำเกดก็รู้ (พิมพ์น่ะเป็นขาใหญ่เจ้าถิ่นเลยนะ ไม่มีใครกล้าทำอะไรหรอก 555)  อีกราวๆ สองชั่วโมงครึ่งจะโทรหาละกันนะ (ปล. ถ้าไม่ลืมนะจ๊ะ :p) 

                   การะเกด : ง่ะ! โอเคจ้า เดินทางปลอดภัยนะพิมพ์ ถึงบ้านแล้วค่อยเม้าท์มอยกัน (ถ้านางไม่ลืมเพื่อน 555)

                   เธอยิ้มอารมณ์อย่างดีส่ายหน้าน้อยๆ เก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าสะพายตามเดิมแล้วกวาดสายตาไปรอบๆ บนรถขณะนี้มีผู้โดยสารแน่นขึ้นถนัดตาก่อนมองไปยังด้านล่างข้างตัวรถก็เห็นว่าคุณลุงคนขับกับคุณป้ากระเป๋ารถเมล์ช่วยกันลำเลียงสัมภาระของผู้โดยสาร และกล่องใบใหญ่หลายใบจากบริการขนส่งรับฝากสินค้าเข้าช่องเก็บสัมภาระใต้ท้องรถ

                   เข็มนาฬิกาบอกเวลาหมุนไปเรื่อยๆ จนเหลือเพียงห้านาทีสุดท้ายก่อนรถออกก็มีรถยนต์คันหนึ่งปราดเข้ามาจอดด้านข้างรถประจำทางพร้อมคนขับที่มีท่าทางรีบร้อนลงจากรถวิ่งมาถามไถ่เวลาออกเดินรถ เมื่อรู้ว่ายังมาทันเวลาเขารีบกุลีกุจอหันไปบอกกับคนที่อยู่บนรถแล้ววิ่งไปเปิดกระโปรงท้ายรถก่อนยกกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ลงมาส่งให้กับคุณลุงคนขับรถบัส เพื่อเก็บเข้าช่องเก็บสัมภาระใต้ท้องรถประจำทาง

                   เธอสังเกตเห็นสติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่บนกระจกด้านหลังระบุว่ารถยนต์คันนี้เป็นรถเช่าของสายการบินหนึ่งมาจากสนามบินเชียงราย และแท็กกระเป๋าของสายการบินที่ติดไว้ป้องกันสัมภาระสูญหายยืนยันได้ว่ากระเป๋าเดินทางใบนี้ผ่านการโหลดขึ้นเครื่องมาก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าในเมื่อเช่ารถจากสนามบินแล้วทำไมถึงไม่ให้คนขับขับไปส่งจนถึงที่หมาย ทำไมใครคนนั้นที่นั่งอยู่บนรถถึงมาขึ้นรถประจำทางที่เบียดเสียดและใช้เวลาในการเดินทางนานเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับเดินทางด้วยรถส่วนตัวหรือรถรับจ้าง

                   แต่ก็นะ คนเรามีเหตุผลของตัวเองไม่เหมือนกัน ไม่ใช่เรื่องของเรา เราจะไปสงสัยใคร่รู้เรื่องของคนอื่นเขาไปทำไม อยากรู้อยากเห็นเรื่องของเขาแล้วจะได้อะไรขึ้นมา

                   เธอหันหน้ากลับเข้ามาในตัวรถก่อนจับฮู้ดขึ้นมาคลุมศีรษะสวดแว่นกันแดดตามด้วยหน้ากากอนามัย หลับตาลงพักผ่อนสายตาขณะได้ยินเสียงคุณลุงคนขับเปิดประตูขึ้นมานั่งประจำตำแหน่งพร้อมติดเครื่องยนต์ดังหึ่มๆ ประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นของเธอก็สัมผัสได้ถึงน้ำหอม เป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมา หอมสะอาดบริสุทธิ์เมื่อได้กลิ่นแล้วทำให้รู้สึกสดชื่น หอมเย็นเหมือนสายน้ำ

                   ที่นั่งตรงนี้ยังว่างอยู่ ผมขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ

     

     

     

    >>> ศัพท์กำเมือง <<<

    [1] บ่อเห็นหน้าเห็นต๋าจาดเมินเฮียนจบแล้วกา = ไม่เห็นหน้าเห็นตาตั้งนานเรียนจบแล้วเหรอ

    [2] ปี๋ = ปี

    [3] ยะก๋าน = ทำงาน


    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×