Pinocchio (coupshan)

ตอนที่ 1 : 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 214
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    4 มิ.ย. 61

Inspired by Pinocchio - Carlo Collodi




     อิตาลี, ค.ศ. 1940 ตุลาคม 09


 ป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง


     เสียงนาฬิกาไขลานตี 9 ครั้ง บอกเวลาสามทุ่ม


     ‘สวัสดีครับ และนี่คือข่าวต้นชั่วโมง’


     ‘ขณะนี้เวลา 9:00 น. มีประชาชนจำนวนกว่าสองร้อยคนรวมตัวกันที่จตุรัสใจกลางเมือง เพื่อรอดูดาวตกนางฟ้า ซึ่งกำลังจะผ่านเมืองของเราในเวลาประมาณ 12:00 น. หรือเที่ยงคืนของคืนนี้’


     ‘ตามความเชื่อ ดาวตกนางฟ้าจะประทานพรหนึ่งข้อให้กับผู้ที่ทำความดีมาตลอดทั้งปี โดยประชาชนที่มารอก็ต่างหวังว่าตนเองจะได้รับพรนั้น’


     ‘ยังไงเรามาติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดกันนะครับ’


     สิ้นเสียงรายงานข่าว มือหนาเอื้อมไปปิดวิทยุ แล้วถอนหายใจออกมา


     ผมมองคนๆ นั้นอย่างหวาดระแวง

     

     เขาเป็นผู้ชายที่มีใบหน้าหล่อเหลา ผมสีดำเข้มเป็นเงางาม ดวงตาโตถูกแต่งแต้มด้วยขนตาที่ยาวกว่าชายใดในอิตาลี จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงเข้ม ร่างกายเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของชายหนุ่มวัยสิบแปด


     ผู้ชายคนนี้ชื่อ โคลโป มาจากคำว่า colpo di stato ที่แปลว่า coup d'etat ในภาษาอังกฤษ เขาเกิดในปีค.ศ. 1922 ปีที่อิตาลีมีรัฐประหารครั้งแรก จึงได้ชื่อนี้มา


     อ๋อ ลืมไป มัวแต่แนะนำคนอื่น ผมยังไม่ได้แนะนำตัวเองเลยนี่หน่า


     สวัสดีครับ ผมชื่อเจมินี คริกเก็ต เป็นจิ้งหรีดตัวเล็กๆ ที่มาอาศัยอยู่ในบ้านไม้หลังนี้ได้สามเดือนแล้ว ผมอยู่ที่นี่นานกว่าปกติ เพราะแถวนี้เงียบสงบ เหมาะสำหรับจิ้งหรีดแก่ๆ อย่างผมในการใช้ชีวิตวัยเกษียณ


     อีกอย่าง เจ้าของบ้านนี้เป็นคนใจดี ชอบเลี้ยงสัตว์นานาชนิด ทำให้ผมมีเพื่อนเยอะแยะ


     และแน่นอนครับ ผู้ชายคนที่ผมเพิ่งแนะนำไปไม่ใช่เจ้าของบ้านหรอก เป็นลูกชายเจ้าของบ้านต่างหาก

     
     เจ้าของบ้านตัวจริงชื่อ เจเพ็ตโต ถ้าเขาเป็นจิ้งหรีดก็คงจะอายุไล่ๆ กับผมเนี่ยแหละ เรียกง่ายๆ ว่าแก่พอๆ กัน เผลอๆ เขาแก่กว่าผมด้วยซ้ำ เพราะดูท่าทางน่าจะเกษียณมาหลายปีแล้ว เขาเคยเป็นช่างไม้มาก่อน แต่จากการสูดดมเศษฝุ่นเศษไม้มาตั้งแต่วัยรุ่น ตอนนี้โรคมะเร็งปอดเริ่มจะถามหาเขาแล้วล่ะ


     เกริ่นมาซะเยอะ ผมยังไม่ได้บอกจุดประสงค์ที่ผมเปิดเผยตัวในวันนี้เลย


     เมื่อเดือนที่แล้ว มีเรื่องราวแสนพิศวงเกิดขึ้นที่บ้านหลังนี้ ไอ้ผมมันก็จิ้งหรีดช่างเม้าท์ซะด้วย แต่ดันไม่ค่อยมีคนให้คุยด้วยซักเท่าไหร่ ผมนี่คันปากอยากจะเล่าให้ทุกคนฟังจัง


     ว่าแต่... ทุกคนพร้อมจะฟังแล้วใช่มั้ยครับ...








     ร่างของลูกชายเจ้าของบ้านลุกขึ้นจากโซฟานุ่ม เดินถือตะเกียงออกไปนอกบ้าน แล้วเดินเข้าไปในโรงไม้เล็กๆ ที่อยู่ติดกัน


     “พ่อ” เสียงทุ้มต่ำเรียกชายชราที่กำลังง่วนอยู่กับงานไม้ของเขา


     “อ้าว โคลโป ยังไม่นอนอีกรึ” อดีตช่างไม้ละมือจากผลงานของตัวเองมาถามลูกชาย


     “พ่อนั่นแหละ ยังไม่นอนอีก สามทุ่มแล้ว”


     “ยัง ยังนอนไม่ได้ แอลเจิลล่ายังไม่เสร็จ” ชายชราหมายถึงหุ่นกระบอกเด็กผู้หญิงที่เขากำลังตกแต่งขั้นตอนสุดท้ายอยู่


     โคลโปถอนหายใจ เบื่อหน่ายพ่อตัวเองที่ยังจมปลักอยู่กับลูกสาวที่ตายไปแล้ว


     เขาเคยมีน้องสาวคนนึง เธอเสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเด็กเพราะโรคมะเร็งปอด เขากับพ่อเป็นผู้ชายทั้งคู่ อาจจะมีภูมิคุ้มกันหรือความแข็งแรงอะไรบางอย่างที่ทำให้พวกเขายังมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ แต่สำหรับน้องสาวของเขาแล้ว ฝุ่นไม้พวกนี้เปรียบเสมือนไวรัสร้าย


     นับตั้งแต่ได้ยินข่าวว่าจะมีดาวตกนางฟ้าผ่านมาทางเมืองของเรา พ่อใช้เวลากว่าหนึ่งปีครึ่งเพื่อสร้างหุ่นกระบอกตัวนี้ขึ้นมา พ่อคิดว่าดาวตกนางฟ้าจะทำให้น้องสาวของเขาฟื้นกลับมาได้ แต่เขาไม่เชื่อหรอก


     ผู้หญิงเปรียบเสมือนคำสาปของครอบครัว ทั้งแม่ และน้องสาวก็เสียชีวิตไปหมดเพราะมะเร็งปอด ถ้าเป็นไปได้ เขาอยากได้น้องชายซะมากกว่า ใครก็ได้ที่เป็นผู้ชาย เผื่อว่าจะได้มีชีวิตอยู่ด้วยกันนานกว่านี้หน่อย


     “งั้นผมไปนอนแล้วนะ” โคลโปเอ่ยเรียบๆ ก่อนจะเติมน้ำมันลงในตะเกียงให้พ่อ เดาว่าพ่อจะต้องอยู่จัดการแองเจิลล่าให้เรียบร้อยอีกสักสองสามชั่วโมงก่อนที่ดาวตกจะผ่านมาแน่


     อ๋อ ผมยังไม่ได้เล่าให้ฟังใช่มั้ยว่าแองเจิลล่า แปลว่า นางฟ้า ซึ่งก็ตั้งจากชื่อดาวตกนางฟ้านั่นแหละ เข้าใจง่ายๆ


     “อืม รีบเข้านอนเถอะ โคลโป” ชายชรายิ้มให้ลูกชาย ก่อนจะหันกลับไปสนใจหุ่นกระบอกหน้าตาน่ารักตรงหน้า เขาจัดการจุ่มหมึกสีชมพูระเรื่อ แล้วป้ายลงไปที่ริมฝีปากอิ่ม มองดูผลงานของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ


     โคลโปส่ายหัว แล้วเดินกลับเข้าบ้าน







     “หลบไป ฟิกาโร่” โคลโปใช้เท้าเขี่ยแมวที่เป็นสัตว์เลี้ยงของพ่อให้ตกจากเตียง ฟิกาโร่ แมวตัวน้อยสีดำลายขาว ร้องแง้วๆ ออกมาด้วยความเจ็บปวด


     เนี่ยแหละ สาเหตุที่ผมไม่ยอมเผยตัวให้ใครในบ้านเห็น เพราะขนาดแมวตัวเบ่อเร้อ โคลโปยังเตะได้ลงคอ แล้วจิ้งหรีดแก่ๆ อย่างผมล่ะ 


     ฮือ ผมต้องโดนตีด้วยไม้กวาดแน่ๆ

     ในสายตาผม โคลโปคือเด็กนิสัยไม่ดีเอาซะเลย


     เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม แล้วผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว









     เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง


     เสียงนาฬิกาไขลานตี 11 ครั้งบอกเวลาห้าทุ่ม


     โคลโปสะดุ้งตื่นกลางดึกอย่างไม่มีสาเหตุ เขาลืมตาในความมืด เห็นแสงสีเหลืองลอดออกมาทางใต้ประตูห้องนอน เขาเดาว่าพ่อเพิ่งจะกลับเข้ามาในบ้านแน่ๆ โคลโปถอนหายใจ ลุกขึ้นไปดูแลพ่อ พ่อของเขาแก่มากแล้ว เขาก็เลยไม่อยากให้พ่อทำงานไม้อีก เพราะมันยิ่งทำให้อาการของพ่อแย่ลง แล้วยิ่งงานที่ทำเป็นความฝันลมๆ แล้งๆ อีก เขาไม่อยากให้คนแก่มีความหวังกับอะไรแบบนี้เลย


     โคลโปเปิดประตูห้องนอนไป เห็นพ่อทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่ม


     “แองเจิลล่าเสร็จแล้วล่ะ” ชายชรายกยิ้มให้ลูกชาย แต่โคลโปกลับพยักหน้าให้งั้นๆ รีบเดินเข้าครัวไปต้มน้ำร้อนให้พ่อดื่มอุ่นๆ ก่อนเข้านอน


     “อยากไปดูน้องมั้ย” โคลโปส่ายหน้าเป็นคำตอบอย่างเย็นชา


     “ไปเถอะ ถือว่าทำสักครั้งให้คนแก่ชื่นใจ” ชายชราเอ่ยขอร้องอีกครั้ง ทำไมคนเป็นพ่อจะดูไม่ออกว่าลูกชายตัวเองคิดอย่างไร ตัวเขาเองก็คิดว่ามันเป็นฝันลมๆ แล้งๆ เหมือนกัน แต่ชีวิตคนแก่ใกล้ลาโลกคนนึงจะมีความหวังได้อีกซักกี่ครั้งกันเชียว แน่นอนว่าเขาจึงไม่ลังเลที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้


     “พรุ่งนี้เป็นต้นไป แกต้องดูแลน้องด้วยนะ โคลโป” ชายชราเรียกลูกชายเข้ามาใกล้แล้วตบบ่า ยื่นตะเกียงให้ แล้วดันไหล่ลูกชายให้เดินออกไปที่โรงไม้ โคลโปเดินออกมาอย่างไม่เต็มใจ






     

     เมื่อเปิดประตูเข้าไปในโรงไม้ ภาพที่เขาเห็นตรงหน้าคือหุ่นกระบอกหน้าตาน่ารักนั่งอยู่บนโต๊ะไม้ และถูกตั้งให้นั่งพิงอยู่กับกำแพง อุปกรณ์ต่างๆ ของพ่อยังไม่ได้เก็บเข้าที่ แต่ไม่เป็นไร มันเป็นหน้าที่ของเขาอยู่แล้วที่ต้องช่วยเก็บ แต่ไว้ค่อยมาเก็บพรุ่งนี้เช้าแล้วกัน

    

     โคลโปเดินเข้าไปพิจารณาเจ้าหุ่นกระบอกนั่น เอาเข้าจริงมันก็ไม่ได้หน้าตาเหมือนน้องสาวของเขาเลยสักนิด แต่ก็อย่างว่า พ่อของเขาก็แก่มากแล้ว น้องสาวก็เสียชีวิตไปตั้งนานแล้ว ความทรงจำของพ่อที่มีต่อลูกสาวตัวเองคงเลือนลางไปเยอะอยู่


     โคลโปสบตาเจ้าหุ่นกระบอกที่หน้าตาเหมือนคนแปลกหน้า แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยอมรับว่าเป็นหุ่นกระบอกที่น่ารักน่าเอ็นดูอยู่เหมือนกัน


     มันมีใบหน้าที่เหมือนคนจริงๆ ผมยาวสีน้ำตาลสีเดียวกับน้องสาวของเขา หุ่นของมันก็ไม่ใช่ตัวเล็กๆ ถึงว่าล่ะ พ่อใช้เวลาเป็นปีกว่าจะทำเสร็จ ถ้าจับให้ยืนก็คงเตี้ยกว่าตัวเขาไม่กี่เซนติเมตร มันสวมเสื้อสีขาว เอี้ยมสีน้ำเงิน รองเท้าสีแดง เขายิ้มให้กับผลงานของพ่อ พ่อยังทำงานเนี้ยบเหมือนเดิม ถึงอย่างไรเขาก็ชื่นชมพ่อเสมอ

     แขนแกร่งเท้าลงไปที่โต๊ะไม้เพื่อพินิจแต่ละส่วนของหุ่นกระบอกให้ชัดขึ้น แต่มือดันไปสัมผัสกับอุปกรณ์เย็นๆ ที่ตั้งอยู่ข้างๆ หุ่นซะก่อน


     กรรไกรเหล็ก


     จู่ๆ เขาก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นได้ บางอย่างที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาและพ่อไปอีกทางนึง ไม่ให้มันจบแบบเดิม


     โคลโปหยิบกรรไกรขึ้นมา บรรจงตัดผมยาวสีน้ำตาลของหุ่นกระบอกให้สั้นเหมือนเด็กผู้ชาย


     ใช่แล้ว นี่คือสิ่งที่เขาและพ่อควรได้รับต่างหาก ถ้าจะมีอีกสักคนเข้ามาอยู่ในครอบครัวเรา ก็ควรจะเป็นผู้ชายมากกว่า เขาจะได้อยู่กับเราตลอดไป ไม่ทิ้งเราเหมือนแม่กับน้องอีก


     เมื่อตัดเสร็จ โคลโปสำรวจความเรียบร้อย กวาดเศษผมที่ตัดเสร็จลงพื้นอย่างลวกๆ ยังไงเขาก็ต้องเป็นคนเก็บกวาดอยู่แล้ว เขาเลื่อนเก้าอี้ไม้ข้างๆ มานั่งตรงหน้าหุ่นกระบอก ยกมือขึ้นประสานแล้วแนบตรงหน้าผาก ทำในสิ่งที่เขาไม่คิดว่าตัวเองจะทำมาก่อน


     “ดาวตกนางฟ้า ถ้าคุณมีจริง ผมขอให้แองเจิลล่าเป็นผู้ชาย เขาจะได้อยู่กับครอบครัวเราตลอดไป”


     ฟี้...........


     สิ้นเสียงอธิษฐานของโคลโป เสียงกาต้มน้ำที่กำลังเดือดได้ที่ก็ดังขึ้นจากในบ้าน เขาพลุดลุกขึ้นกำลังจะเดินกลับ แต่เหมือนภาพตรงหน้าจะดับลงกะทันหัน เสียงน้ำเดือดเป็นเสียงสุดท้ายที่เขาได้ยิน ก่อนที่เขาจะฟุบหลับไปบนโต๊ะ


     เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง


     เสียงนาฬิกาไขลานตี 12 ครั้ง บอกเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 10 ตุลาคม


     ดาวตกนางฟ้ามาถึงเมืองของเขาแล้ว






     แสงสีฟ้าพุ่งตกลงมาที่โรงไม้ของบ้านเจเพ็ตโต พร้อมด้วยร่างของคนที่มีแสงออร่าออกมาจากตัว ถ้าไม่โง่ก็น่าจะดูออกว่าเธอคือนางฟ้าชัดๆ

     “ตื่นเถอะ แองเจิลล่า เจ้าหุ่นกระบอกไม้ตัวน้อย” นางฟ้าชี้คทาเรืองแสงของเธอไปที่หุ่นกระบอกแล้วเอ่ยเรียก คทารูปดาวของเธอก็เปล่งแสงส่องไปที่หุ่นกระบอกตัวนั้น


     เพียงแค่ไม่กี่วินาทีต่อมา เนื้อไม้ที่ถูกขัดเงาก็กลับกลายมีชีวิตชีวา ดวงตากลมโตที่ชายชราบรรจงแต้มสีขาวดำไว้ก็ค่อยๆ กระพริบแผ่วเบา จมูกรั้นๆ ของเจ้าหุ่นกระบอกหายใจเข้าเป็นครั้งแรก ใบหน้าหมุนซ้ายหมุนขวาสำรวจรอบๆ อย่างงงงวย ริมฝีปากสีชมพูเปล่งเสียงออกมาอย่างตกใจ


     “ผมขยับได้” ตาสวยเบิกโพลง ก้มลงมองมือตัวเองที่ขยับไปมา แต่ก็ต้องรีบปิดปากตกใจ เมื่อพบว่าตัวเองเปล่งเสียงออกมา


    "ผมพูดได้ด้วย"


     มือไม้ค่อยๆ ยันตัวเองขึ้นจากพื้น ขาสองข้างพยายามใช้แรงทั้งหมดที่มีก้าวเดินไปบนโต๊ะ


     "ผมเดินได้ด้วย" แม้จะเดินไปได้ไม่ถึงสิบก้าวก็ล้มก้นจ้ำเบ้า แต่เจ้าหุ่นกระบอกก็ยังยิ้มออกมาได้

     "ใช่แล้ว แองเจิลล่า ข้าให้ชีวิตกับเจ้า" นางฟ้าเอ่ย     


     "ทำไมล่ะฮะ" เสียงใสถามกลับ


     "เพราะคืนนี้ เจเพ็ตโตและลูกชายของเขาขอพรจากข้าให้มีเด็กน้อยคนนึงในบ้านน่ะสิ"


     "ผมเป็นเด็กจริงๆ เหรอฮะ" นิ้วไม้ชี้มาที่ตนเองด้วยความดีใจ


     "ไม่ใช่หรอก แองเจิลล่า เจ้ายังไม่ใช่เด็กจริงๆ การที่พรของเจเพ็ตโตและลูกชายจะเป็นจริงได้นั้น ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับตัวเจ้า" นางฟ้าพูดต่อ


     "ขึ้นอยู่กับผมเหรอฮะ"


     "จงพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นเด็กที่กล้าหาญ ซื่อสัตย์ และไม่เห็นแก่ตัว แล้ววันหนึ่ง เจ้าจะได้เป็นเด็กขึ้นมาจริงๆ"


     ผมที่เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจอยู่ก็ถึงกับยิ้มออกมา เพราะสิ่งที่นางฟ้าขอนั้นไม่ได้ยากเลย


     เอ คุณคนฟังยังจำผมได้อยู่มั้ยครับเนี่ย


     “แองเจิลล่า จำไว้นะ เจ้าจงเป็นเด็กดี”


     “แล้ว... ผมจะรู้ได้ยังไงล่ะฮะ ว่าอันไหนดีหรืออันไหนไม่ดี”

     สติสัมปชัญญะจะบอกเจ้าเอง”


     “หื้ม? สติสัมปชัญญะเหรอฮะ มันคืออะไรฮะ”


     อะแฮ่ม” ผมกระแอมขัดจังหวะขึ้นมา


     ผมกระโดดดึ๋งๆ ออกมาจากริมหน้าต่าง เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง และรู้สึกว่าน่าสนุกทีเดียว ผมไม่อยากจะเชื่อว่าหุ่นกระบอกที่เจ้าของบ้านสร้างมาตั้งนาน จะมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ


     “ผมเจมินี คริกเก็ตครับ จิ้งหรีดตัวน้อยๆ ตัวนี้จะเป็นสติสัมปชัญญะให้กับแองเจิลล่าเอง” ผมอาสาอย่างเต็มใจ พร้อมเปิดประสบการณ์ชีวิตของตัวเองอย่างเต็มที่


     นางฟ้ายิ้มอย่างพอใจ แล้วชี้คทามาทางผม


     “ดีมาก เจมินี คริกเก็ต นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ข้าขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นสติสัมปชัญญะให้กับแองเจิลล่า คอยช่วยบอกถูก บอกผิด บอกดี บอกชั่วให้กับเด็กน้อยคนนี้ เพื่อวันหนึ่ง เขาจะได้เป็นเด็กจริงๆ” ผมเห็นแสงวาบเข้าตาผมจึงรีบหลับตา ทันใดนั้นผมก็สวมชุดสูทสีน้ำเงินที่พอดีตัว แอบรู้สึกว่ามันเหมือนชุดประจำตำแหน่งอย่างไรก็ไม่รู้


     “สวัสดี เจมินี ค.. คริ อะไรนะฮะ” เด็กน้อยยิ้มหวานทักทายผม ผมเริ่มจะตกหลุมรักยิ้มน่ารักกับตาหวานๆ ของเจ้าเด็กคนนี้แล้วสิ


     “เจมินี คริกเก็ตครับ” ผมถอดหมวดทรงสูงลงเคารพอย่างนอบน้อม


     เฮ้ นางฟ้าเสกหมวกให้ผมด้วยแฮะ ชุดผมนี่เท่ไม่หยอกเลย


     “ชื่อยาวจัง ชื่อไม่เหมือนคนเลย” ผมขมวดคิ้วให้กับเด็กน้อย หน้าตาก็น่ารัก แต่มันชักจะกวนผมนิดๆ แล้วนะเนี่ย พูดอย่างกับตัวเองเป็นคนร้อยเปอร์เซนต์ อีกอย่าง ก็ผมเป็นจิ้งหรีดไงเล่า ผมไม่ใช่คน ลืมไปแล้วเหรอ


     “งั้นจะเรียกอย่างไรดีล่ะ” นางฟ้าหันมาถามผม


     “เอ่อ แองเจิลล่าอยากเรียกว่าอะไรดีล่ะ” ผมหันไปถามเจ้าเด็กน้อยกลับ


     “คุณมีชื่อเล่นไหม” เด็กน้อยหันกลับมาถามผม


     ผมชะงักไปแป๊บนึง ไม่ใช่ว่าผมไม่มีชื่อเล่นหรอกนะ แต่ไม่มีใครเรียกผมด้วยชื่อเล่นมานานแล้ว อันที่จริงไม่มีใครเรียกชื่อผมมานานแล้วล่ะ


     บู” ผมพูดออกมา “ชื่อเล่นของผมชื่อบูครับ”


     “บู! น่ารักจัง” เด็กน้อยเรียกชื่อผม แล้วยิ้มกว้างจนผมยิ้มตาม


     “งั้นต่อไปนี้ฝากด้วยนะบู” นางฟ้าแสนสวยยิ้มให้ผมหนึ่งที ผมชักเขินแล้วสิเนี่ย


     “หมดหน้าที่ของฉันแล้ว ฉันคงต้องไปก่อน” นางฟ้าเอ่ย เก็บไม้คทาเข้าที่


     “อ่อ ฉันลืมบอกไป” นางฟ้าชะงัก

     “บทพิสูจน์ของเด็กดี พื้นฐานที่สุดคือต้องเชื่อฟังพ่อแม่ ตั้งใจเรียน และไม่โกหก นี่คือคำเตือนของฉัน เมื่อไหร่ที่เจ้าโกหก จมูกของเจ้าจะยาวขึ้นมาหนึ่งเซนติเมตร เจ้าต้องพูดความจริงเท่านั้นจมูกของเจ้าถึงจะหดกลับไปเหมือนเดิม ถ้าจมูกเจ้ายาวครบ 17 เซนติเมตรเมื่อไหร่ เจ้าจะไม่มีสิทธิได้เป็นเด็กจริงๆ อีกเลย เข้าใจมั้ยแองเจิลล่า” นางฟ้าเตือนซะยืดยาว 

     

     ผมสงสัยว่าเรื่องสำคัญขนาดนี้ทำไมเพิ่งมาบอกเอาป่านนี้ คนสวยก็ขี้ลืมเป็นเหมือนกันนะเนี่ย


     “เข้าใจแล้วฮะ” แองเจิลล่าตอบด้วยรอยยิ้ม


     “เข้าใจก็ดีแล้ว งั้นฉันต้องไปก่อน มีอีกหลายบ้านต้องไป”


     “อ้าว ท่านไม่ได้ให้พรแค่บ้านเดียวเหรอครับ” ผมโพล่งถามออกไป ไม่รู้ว่าถามได้หรือเปล่า


     “ฉันให้พรทุกคนแหละที่เป็นคนดี แล้วบังเอิญว่าคนในเมืองนี้มีแต่คนใจดีซะด้วยสิ งานฉันเลยเยอะกว่าปกติ เอาล่ะ ฉันสายมากแล้ว คงต้องไปก่อน บู ฝากดูแลแองเจิลล่าให้ดีนะ”


     “ครับ” ผมรับปาก กระชับหมวกทรงสูงที่นางฟ้าเสกให้อย่่างดี เหลือบมองเด็กผู้ชายที่ฟุบนอนอยู่กับโต๊ะยังไม่ฟื้น


     โคลโปเนี่ยนะเด็กดี ทำไมได้พรล่ะ


     แต่ผมยังไม่ทันอ้าปากถาม เด็กน้อยก็ถามตัดหน้าผมเสียก่อน


     “แล้วคุณนางฟ้าชื่ออะไรฮะ ผมจะจำชื่อคุณไว้อย่างดีเลย”


     “ฉันเหรอ ฮ่าๆ” นางฟ้าหัวเราะ


     “ครับ”


     “ฉันไม่ใช่นางฟ้าหรอกนะ มองยังไงเป็นนางฟ้า ฉันเป็นผู้ชาย”


     “ห๊ะ!!!!” ผมกำลังจะร้องออกมาเสียงดัง แต่อุดปากไว้ได้ทัน


     “ฉันเป็นผู้ชาย และชื่อของฉันคือโจชัว”


     “อ่า... นางฟ้าโจชัว” เด็กน้อยพยักหน้า


     “ไม่ใช่นางฟ้าไง เด็กคนนี้ ฉันเป็นผู้ชาย เอาล่ะ ฉันต้องไปแล้ว บู ฝากด้วยนะ”


     “ครับผม” ผมตะโกนให้ดังกว่าคำว่า ห๊ะ เมื่อกี้


     “ฮ่าๆ ไปล่ะ” สิ้นสุดคำสั่งลา นางฟ้า เอ้ย นายฟ้า เอ้ย เอ่อ... นั่นแหละครับ ผู้วิเศษคนนั้นก็หายวับไปกับตา


     ผมมองดูรอบๆ ห้อง นายฟ้าช่วยเสกห้อง เก็บอุปกรณ์ต่างๆ เข้าที่ให้เรียบร้อยซะด้วย ใจดีจริงๆ


     “ฮาววววว” เสียงหาวดังมาจากเด็กหนุ่มที่เมื่อกี้ฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ เขารู้สึกตัวแล้ว แย่ล่ะ


     ผมรีบกระโดดเข้ากระเป๋าเสื้อเอี้ยมสีน้ำเงินของแองเจิลล่า เด็กน้อยหัวเราะคิกคักเพราะการกระทำของผม


     โคลโปขยี้ตา และขยี้ตาหนักกว่าเดิมเมื่อเห็นหุ่นกระบอกตรงหน้าขยับได้ แองเจิลล่ายื่นหน้าเข้าไปใกล้ แถมยิ้มหวานให้อีกต่างหาก


     “เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยย” โคลโปร้องเสียงหลง กลิ้งตกจากเก้าอี้ ทำตาโตเท่าไข่ห่าน ตบหน้าตัวเองราวกับจะปลุกให้ตัวเองตื่น เขามองไปรอบๆ เห็นห้องที่เก็บเรียบร้อยแล้วยิ่งตกใจกว่าเดิม


     ถ้าไม่ใช่เวทย์มนตร์แล้วจะเพราะอะไร


          เขาเชื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างเต็มอก สองมือแบก้มลงกราบหุ่นกระบอกตรงหน้าอย่างหวาดหวั่น


     “คิกๆๆๆ” แองเจิลล่าหัวเราะให้กับการกระทำของชายหนุ่มตรงหน้า เจ้าหุ่นกระบอกกระโดดลงจากโต๊ะ อยากพิจารณาใบหน้าของชายหนุ่มใกล้ๆ


     โคลโปเงยหน้าขึ้นมา เป็นจังหวะเดียวกับที่แองเจิลล่ายื่นหน้าเข้ามาใกล้เขาพอดี ทั้งสองสบตากันในความเงียบ จมูกของทั้งสองชิดกันพอดี ริมฝีปากของทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงแค่เซนติเมตรเดียวเท่านั้น


     ผมเห็นแววตาของโคลโปกระตุกวูบ อย่าบอกนะว่ามันก็หลงเสน่ห์ตาหวานๆ ของแองเจิลล่าเหมือนกับผมน่ะ

เหนือความคาดหมายของทุกอย่างบนโลกใบนี้ แองเจิลล่ายื่นริมฝีปากไปประทับกับริมฝีปากของโคลโปอย่างแผ่วเบาเพื่อทักทาย


     โคลโปผงะ ล้มก้นจ้ำเบ้า


     “โอ้ย” เขาร้องโอดโอย


     “เป็นอะไรมั้ย” เสียงหวานพูด งงกับการกระทำของตัวเอง เขาไม่ได้มีเจตนาจะทำให้คนตรงหน้าตกใจขนาดนี้


     “มะ... ไม่เป็นไร” โคลโปเสียงสั่นจนผมรู้สึกได้


     ไอ้เด็กนี่มันก็กลัวเป็นเหมือนกันแฮะ


     “ผมชื่อแองเจิลล่านะฮะ นางฟ้าบอกให้ผมทำให้บ้านของคุณมีความสุข”


     โคลโปนิ่ง พูดอะไรไม่ออก


     “คุณชื่ออะไร”


     “คะ...โคลโป”


     “โคลโป ยินดีที่ได้รู้จักนะ” แองเจิลล่ายิ้มหวานให้อีกรอบ

     ผมอยากจะกระโดดออกจากกระเป๋าเสื้อไปปิดตามันซะเหลือเกิน


     หยุดมองแองเจิลล่าแบบนั้นนะ


     เหมือนโคลโปจะนึกอะไรออก ชายหนุ่มลุกขึ้น คว้าแขนเล็กๆ ของเจ้าหุ่นกระบอก อีกมือหนึ่งคว้าตะเกียงแล้วพาเขาวิ่งออกจากโรงไม้

     ต้องรีบไปบอกพ่อ


     ขายาวๆ พาสิ่งมีชีวิตใหม่ของครอบครัววิ่งเข้ามาในบ้าน แต่กลับพบว่าบ้านมืดสนิท


     โคลโปส่องตะเกียงไปที่โซฟา พ่อยังนั่งอยู่ เพียงแต่หลับตา พ่อคงเหนื่อยมาก ได้พักผ่อนแบบนี้ก็ดีแล้ว


     แต่ว่าแองเจิลล่่ามาแล้วนะ เขาควรจะปลุกพ่อขึ้นมาดูผลงานของเขาดีมั้ย อีกอย่่าง เขาก็เริ่มกลัวๆ ว่่าพ่อจะโกรธมั้ยที่เขาแอบไปเปลี่ยนเพศของแองเจิลล่าในวินาทีสุดท้าย


     แต่ในที่สุด เขาก็รวบรวมความกล้าปลุกพ่อ ยังไงซะพรุ่งนี้เช้าพ่อก็ต้องรู้อยู่ดี

     "พ่อครับ พ่อ" โคลโปเขย่่าตัวชายชรา

     เงียบ


     "พ่อครับ" โคลโปเขย่าตัวพ่ออีกครั้ง คราวนี้แองเจิลล่าช่วยปลุกพ่อด้วยอีกแรง หุ่นกระบอกตัวนี้เหมือนจะมีความจำลางๆ ว่าชายชราตรงหน้าเป็นผู้สร้างเขาขึ้นมา ก็แหงล่ะ อยู่ด้วยกันมาตั้งปีกว่า


     เงียบ


     ร่างกายของชายชราไม่ไหวติง หัวใจของโคลโปหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขาเอานิ้วไปอังไว้ที่จมูกของพ่อ กดจุดชีพจรตรงข้อมือ ก่อนจะทรุดลงกับพื้นน้ำตานองหน้า


     แองเจิลล่าไม่เข้าใจการกระทำของโคลโปซักเท่าไหร่


     "พ่อไปแล้ว" โคลโปพูดประโยคสุดท้ายขึ้นมาก่อนจะเอื้อมสิ่งมีชีวิตสุดท้ายในครอบครัวเข้ามากอดแนบอก

แองเจิลล่ายิ่งไม่เข้าใจเหตุการณ์ตรงหน้าหนักกว่าเดิม แต่ก็ยอมให้โคลโปกอดจนร้องไห้หลับไป
















มีอัพในจอยลดาด้วย เผื่อคนชอบอ่านในจอยมากกว่า เสิร์ชหาคำว่า SF / coupshan หรือ PGY.29 นะคะ

จะหวีดหรือติชมใดๆ ได้ใน #pinocchioCoupshan ในทวิตเตอร์จ้า หรือคอมเมนต์ข้างล่างได้เลย




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น

  1. #1 libmon_lemind (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 08:25
    ชอบมากเลยน่าร้ากกกก มันจะไม่จบแบบพิน็อกคิโอใช่มั้ยไรท์//(ไรท์เค้าอยากได้รูปฮันที่ไรท์เอาลงในตอนนี่อ่าาา)
    #1
    0