Pinocchio (coupshan)

ตอนที่ 2 : 02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 98
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    20 พ.ย. 61

Inspired by Pinocchio - Carlo Collodi




     เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง


     เสียงนาฬิกาไขลานตี 10 ครั้ง บอกเวลาสิบโมงเช้า


     ร่างหนาพาหุ่นกระบอกที่เพิ่งมีชีวิตกลับเข้าบ้าน ทั้งสองเพิ่งเสร็จภารกิจขุดหลุมในสวน และฝังร่างของเจเพ็ตโตไว้เคียงข้างหลุมศพของแม่และน้องสาว


     ตาแดงก่ำของลูกชายเจ้าของบ้าน ซึ่งตอนนี้กลายเป็นเจ้าของบ้านอย่างไม่เต็มใจ มองไปที่ร่างไม้ที่เดินตามเข้ามา


     “พรุ่งนี้เป็นต้นไป แกต้องดูแลน้องด้วยนะ โคลโป”


     ประโยคสุดท้ายของพ่อที่บอกกับเขายังดังก้องอยู่ในหัว เขาจำเป็นต้องดูแลแองเจิลล่าต่อจากพ่อสินะ


     โคลโปถอนหายใจ เปิดตู้เย็นหยิบอาหารจากเมื่อเย็นออกมาอุ่น มือหนาบิดเตาแก๊ส ตั้งหม้อไว้ข้างบน เตาอีกข้างมีน้ำที่ใส่อยู่ 3/4 ของหม้อ บิดเตาอีกข้าง รอจนน้ำเดือด แล้วบิดเส้นสปาเก็ตตี้ใส่ลงไป หุ่นกระบอกไม้ที่เพิ่งรู้จักการทำอาหารเป็นครั้งแรกมองท่าทางของโคลโปตาแป๊ว


     ร่างหนาหันมามองแองเจิลล่า แล้วถอนหายใจอีกรอบ


     “หิวมั้ย” เขาถามเสียงเบา


     “...”


     “เอ่อ... เจ้าต้องกินเหมือนคนมั้ยเนี่ย” คนถามชักไม่แน่ใจ


     “หิวคืออะไรเหรอฮะ”


     โคลโปถอนหายใจอีกรอบ คืบเส้นที่สุกได้ที่ลงบนจาน ราสซอสที่เพิ่งอุ่นเสร็จลงไป ไม่นานสปาเก็ตตี้ซอสมีตบอลสองจานก็มาตั้งอยู่ตรงหน้า


     โคลโปใช้ส้อมจิ้มเส้นสปาเก็ตตี้ใส่ปากอย่างชำนาญ ชำเลืองมองคนตรงหน้าเป็นสัญญาณให้ทำตาม มือไม้เล็กๆ ของอีกคนพยายามจับส้อม แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล โคลโปมองการกระทำนั้นอย่างเอ็นดู


     “นี่ แบบนี้” มือหนายื่นออกไป หยิบส้อมของอีกคน แล้วสาธิตให้ดู


     “...”


     “นี่ จิ้มลงไป แล้วม้วนๆ แบบนี้ อ่ะ ลองดู” โคลโปม้วนเส้นสปาเก็ตตี้ให้ดูแล้วยกขึ้นมาตรงหน้า แต่พบว่าอีกคนอ้าปากรอให้ป้อนอยู่แล้ว


     น่ารัก...


     เขาป้อนสปาเก็ตตี้คำแรกในชีวิตใส่ปากเจ้าหุ่นกระบอกตัวน้อย เห็นคนตรงข้ามเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย พลางพยายามใช้มือเล็กๆ ของตัวเองม้วนเส้นสปาเก็ตตี้ขึ้นมาเองบ้าง แม้จะเป็นเพียงครั้งแรก แต่เขาก็ทำสำเร็จ

แองเจิลล่าส่งยิ้มหวานปานนางฟ้าตัวน้อยๆ ให้คนตรงหน้า โคลโปเห็นแบบนั้นก็รีบหลบตา


     ผมมองไอ้เด็กหนุ่มนั่นอย่างคาดโทษ


     มันจะเขินทำไมวะ


     เวลาครึ่งชั่วโมงผ่านไป สปาเก็ตตี้มีตบอลก็เคลื่อนย้ายเข้าไปอยู่ในท้องของทั้งคู่ แองเจิลล่ากินเรียบจนอีกคนแปลกใจ


     ไหนบอกว่าไม่รู้จักว่าหิวคืออะไรไง


     โคลโปจัดการล้างจาน ส่วนอีกคนนั่งมองการกระทุกทุกอย่างอย่างสนอกสนใจ


     “ฉันไปอาบน้ำก่อน นั่งรออยู่นี่แหละ” โคลโปลากแองเจิลล่ามานั่งที่โซฟา พาดผ้าขนหนูไว้ที่บ่า แล้วเดินเข้าห้องน้ำหลังบ้านไป


     “อาบน้ำ?” หุ่นไม้เอียงหัว เก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่ สองขาไม้เดินตามไปไม่รู้ตัว ลืมไปแล้วว่าเขาเพิ่งพูดให้นั่งรออยู่ตรงนี้


     โคลโปถอดเสื้อยืดสีดำของตัวเองออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่เกิดจากการทำสวน ฟันไม้ฟืนอยู่ทุกวัน


     “อาบน้ำเหรอฮะ” แองเจิลล่าที่เดินตามเข้ามาโพล่งถาม

     “เฮ้ย เดินตามมาทำไม” ร่่างสูงสะดุ้งตกใจ แทบปาเสื้อใส่อีกคน


     “อ้าว... ก็... อาบน้ำ” เจ้าหุ่นไม้เอียงคอ “ผมไม่ต้องอาบด้วยเหรอฮะ”


     “มะ... ไม่ต้องๆ ฉันอาบคนเดียว ถ้านายเลอะเมื่อไหร่เดี๋ยวฉันค่อยให้อาบ ตะ... ตอนนี้ฉันอาบคนเดียวก่อน”


     “อ๋อ ได้ฮะ” เจ้าหุ่นกระบอกยิ้มตาหยี


     “กลับไปนั่งรอที่เดิมแหละ เดี๋ยวเสร็จแล้วฉันเดินตามออกไป”


     “ฮะ” เขาทำตามอย่างว่าง่าย สองขาไม้พาร่างกลับไปนั่งรอที่โซฟาตามเดิม


     โคลโปถอนหายใจ แล้วรีบจัดการอาบน้ำให้เร็วที่สุด


     พออาบเสร็จ เขาถือวิสาสะเดินเข้ามาในห้องของพ่อเพื่อที่จะหาเสื้อผ้าตัวใหญ่ๆ ให้แองเจิลล่าใส่ เขากะว่าวันนี้จะออกไปตลาด ถ้าให้แองเจิลล่าใส่เสื้อแขนสั้นกับเอี้ยมนั่น คนต้องดูออกแน่ๆ ว่าเป็นหุ่นกระบอกเดินได้


     เขาเปิดตู้เสื้อผ้า เห็นเสื้อผ้าสีชมพู-ขาวเรียงรายอยู่ริมตู้ขวามือ


     เสื้อผ้าเด็กผู้หญิง ขนาดเดียวกับแองเจิลล่า


     โคลโปถอนหายใจ นี่พ่อเตรียมไว้หมดแล้วสินะ แต่ทำไมเขาไม่เคยรู้เลย


     เขาหยิบเสื้อยืดสีขาวกับเสื้อคลุมสีชมพูสดใส และกางเกงสีน้ำตาลอ่อนออกมา เขาแต่งตัวให้ใครไม่เป็นหรอก ลำพังแต่งให้ตัวเองก็ได้แค่กางเกงกับเสื้อยืดธรรมดาๆ เท่านั้นแหละ แต่ที่เลือกออกมาได้ขนาดนี้เพราะพ่อเขาจับเรียงเป็นชุดๆ เตรียมไว้แล้วต่างหาก


     “อะ ใส่นี่” โคลโปเดินออกมาจากห้อง ยื่นชุดที่พ่อของเขาเตรียมไว้ให้ออกมา แอบคิดในใจว่าเขาต้องสอนเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยไหม


     “ของผมเหรอฮะ”


     “อืม ถอดของเก่าออกก่อน แล้วใส่ตัวนี้ ใส่ทางหัว แบบนี้ แล้วใส่ตัวนี้ทับ เอาแขนใส่เข้าไปสองข้าง ส่วนกางเกงใส่แบบนี้ เอาขาเข้าไปสองข้างแล้วดึงขึ้นมา ทำได้มั้ย” โคลโปร่ายวิธีใส่เสื้อผ้ายืดยาว หวังว่าเด็กตรงหน้าจะเข้าใจ และอวยพรให้เขาไม่ต้องสาธิตให้ดู


     แองเจิลล่าพยักหน้า แล้วใส่เองอย่างง่ายดาย


     โคลโปพบว่าแองเจิลล่าเป็นหุ่นกระบอกที่ฉลาด แม้จะไม่ค่อยรู้อะไร แต่ถ้าสอนครั้งเดียวก็สามารถทำได้เลย เขาแอบสงสัยว่าพ่อได้สร้างสมองไว้ให้ข้างในพร้อมใช้เลยรึเปล่า


     “งือ” เจ้าหุ่นไม้ร้องออกมาเบาๆ


     “อะไร”


     “งือ เสื้อกินมือ” แองเจิลล่ายกมือยื่นให้เขาดู แขนเสื้อคลุมสีชมพูยาวจนบังมือเขาซะมิด จนไม่มีส่วนไหนที่เป็นไม้โผล่ออกมาให้เห็นเลย โคลโปพอใจกับเสื้อตัวนี้มาก เพราะมันบดบังความเป็นไม้ของคนตรงหน้าได้อย่างดี


     แถมมันก็น่ารักมากๆ ซะด้วย


     “รู้จักคำว่า กิน แล้วนี่” โคลโปพูดแซว แต่หลบสายตา


     “อื้อ เสื้อกินมือเหมือนผมกินสปาเก็ตตี้” เจ้าหุ่นกระบอกหัวเราะตาหยี


     ผมหัวเราะให้กับมุกเด็กๆ ของแองเจิลล่า แล้วกระโดดดึ๋งๆ เข้าไปซ่อนในกระเป๋าเสื้อคลุมสีชมพูนั่น


     โคลโปเช็คความเรียบร้อยของแองเจิลล่าก่อนออกจากบ้าน มือหนาสางผมสีน้ำตาลที่เขาตัดเองกับมือให้เข้าที่ พิจารณาผลงานที่เขามีส่วนสร้างนิดหน่อย แล้วยิ้มออกมา เขาหวังว่าพ่อจะฟื้นขึ้นมาเห็นผลงานที่สมบูรณ์แบบของตัวเองแบบที่เขาเห็น


     “มีอะไรรึเปล่าฮะ”


     “อืม...” ร่างสูงมองหุ่นกระบอกพลางครุ่นคิด เหลือบไปเห็นผ้าเช็ดหน้าสีขาวลายดาวสีดำที่พาดอยู่บนโซฟา เขาจัดการมัดผ้านั้นหลวมๆ ตรงบริเวณคอของแองเจิลล่า เพื่อบดบังรอยต่อไม้ตรงช่วงคอ เขายิ้มอย่างพอใจ เท่านี้เจ้าหุ่นกระบอกไม้ก็เหมือนคนจริงๆ แล้ว


     “ไปกันเถอะ” โคลโปยิ้มให้กับผลงานของตัวเองอีกครั้ง แล้วเปิดประตูพาเจ้าหุ่นกระบอกออกนอกรั้วบ้านเป็นครั้งแรก เขาชำเลืองมองคนข้างๆ เห็นคนกำลังยิ้มดีใจราวกับเด็กตัวเล็กๆ

     “ไปข้างนอกเหรอฮะ ไปไหนฮะ” เสียงใสร้องถามขึ้นมาทันที


     “ไปตลาด ซื้อดอกไม้เอามาให้พ่อ”


     “อ๋อ” ไม่พูดเปล่า เจ้าหุ่นกระบอกเกี่ยวแขนร่างสูงตรงหน้าไว้ด้วย ก็เขาเพิ่งหัดเดินได้วันเดียวเอง เขายังเดินไม่เก่งเลยนี่หน่า










     ทั้งสองเดินเท้ามาไม่นานก็ถึงตลาด มีของขายหลากหลายละลานตาไปหมด แม้จะเป็นไม้ แต่โคลโปก็เห็นประกายแวววาวในดวงตากลมโตนั่น


     “ร้านดอกไม้อยู่ตรงโน้น” โคลโปชี้ให้ดู แองเจิลล่าพยักหน้าแล้วเดินตามไป แม้สองขาจะก้าวตามอีกคนตลอด แต่สายตาก็ยังคงกวาดไปทั่ว

     ผมเองก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย เพราะไม่ได้ออกมาตลาดนานแล้ว อย่างว่าล่ะ จิ้งหรีดตัวเล็กๆ อย่างผมถ้าออกมาตัวเดียวมีหวังได้โดนคนเหยียบแบนแต๊ดแต๋


     ทั้งสองมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านดอกไม้ โคลโปลังเลว่าจะซื้อดอกไม้อะไรไปให้พ่อดี เพราะเขาไม่ค่อยรู้เรื่องดอกไม้เท่าไหร่ แต่แองเจิลล่าหยิบช่อดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ขึ้นมาให้ดู โคลโปผู้ไม่เรื่องมากพยักหน้าแล้วจ่ายเงินให้แก่คนขาย เวลาเพียงไม่นานทั้งคู่ก็ได้ดอกไม้กลับไป เขาพาแองเจิลล่าแวะร้านนู้นร้านนี้อีกนิดหน่อย ซื้อเนื้อสัตว์บางอย่างเข้าไปทำเป็นอาหารเย็น ส่วนผักเขาไม่ต้องการ เพราะที่บ้านปลูกมากมายจนกินไม่ทัน จนเขาแอบคิดว่าจะเอาผักเหล่านั้นออกมาขายบ้างดีมั้ย


     ทั้งคู่เดินมาถึงกลางตลาด เห็นชาวบ้านนับร้อยยืนมุงดูการแสดงอะไรบางอย่างอยู่ สายตาใสซื่อมองตรงไปตรงเวทีกลางลานโดยลืมไปด้วยว่ามากับใครและมีธุระอะไรต้องไปทำต่อ ขาไม้ทั้งสองเดินแทรกฝูงชนเข้าไปเพื่อให้ได้ทำเลดีๆ แล้วหยุดยืนดูการแสดงนั้นอย่างลืมตัว


     ผมเองก็ลืมตัวไปพักใหญ่ รีบมองซ้ายมองขวา กลายเป็นว่าไม่เห็นโคลโปอยู่ในสายตาแล้ว


     ชิบหาย


     “แองเจิลล่า แองเจิลล่า เราต้องไปแล้ว” ผมตะโกนบอก แต่เพราะเสียงดนตรีดังเกินไป จนเสียงจิ้งหรีดเล็กๆ ของผมไม่เข้าไปในหูของเจ้าหุ่นกระบอกเลยสักนิด ผมปีนขึ้นจากกระเป๋าเสื้อ กระโดดดึ๋งๆ อยู่บนหัวไหล่ของเจ้าตัวดื้อ แต่เหมือนเขาจะไม่รู้ตัว ผมมองตามสายตาของเจ้าหุ่นกระบอก ไม่รู้ว่าอะไรดึงดูดสายตาของเขานักหนา


     ภาพที่ผมเห็น คือการแสดงของคณะละครหุ่นกระบอก บนเวทีมีหุ่นไม้ตัวหนึ่งกำลังเต้นอย่างสวยงามราวกับไม่มีเชือกคอยชักอยู่ข้างหลัง ผู้ชมคนอื่นๆ คงชื่นชมว่ามันช่างเป็นหุ่นกระบอกที่เหมือนจริงอะไรเช่นนี้ แต่ผมกับแองเจิลล่ารู้ดีว่าไม่ใช่ หุ่นกระบอกตัวนั้นต้องได้รับพรแบบเดียวกันกับแองเจิลล่าแน่ๆ มันดูเหมือนว่ามีชีวิตจริงๆ และกำลังวาดลวดลายบนเวทีราวกับมืออาชีพ เสียงดนตรี เสียงโห่ร้อง และเสียงปรบมือของผู้ชมด้านล่างกลบเสียงเตือนของผมไปหมด


     “ขอเสียงปรบมือให้กับหุ่นกระบอกหมายเลขแปดหน่อยคร้าบ”


     แองเจิลล่าดวงตาเป็นประกายเพราะเจอเพื่อนร่วมชะตากรรม ยกมือขึ้นโบกมือหยอยๆ ให้กับหุ่นกระบอกบนเวทีตามคนรอบข้าง เสื้อคลุมสีชมพูที่เคยคลุมแขนก็ไหลลงมาตามแรงโน้มถ่วง เผยให้เห็นเนื้อไม้ข้างใน หุ่นกระบอกที่อยู่บนเวทีเห็นภาพนั้นพอดี เขาเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ แต่ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นดีใจ ส่งยิ้มกลับมาให้


     “แองเจิลล่า รีบไป เร็วเข้า” ผมตะโกนให้ดังขึ้นอีก เจ้าหุ่นกระบอกเหมือนจะเพิ่งรู้ตัวว่าหาโคลโปไม่เจอแล้ว เรารีบแทรกตัวออกมาจากฝูงคนดู และเดินกลับมาตามเส้นทางเดิม ผมช่วยมองซ้ายมองขวา เห็นหัวของเจ้าโคลโปอยู่ไกลๆ


     “นั่น แองเจิลล่า เขาอยู่นั่น” ผมชี้ไปทางขวามือ แองเจิลล่ามองตามผมแล้วรีบวิ่งกลับไปหาโคลโป


     “แองเจิลล่า อยู่นี่เอง” โคลโปวิ่งเข้ามาคว้าแขนของหุ่นกระบอกตัวเล็ก


     “หายไปไหนมา” ผมเห็นแววตาเศร้าๆ ออกมาจากไอ้เด็กหนุ่มนี่ชัดเจน


     “ขะ... ขอโทษ” เสียงใสเอ่ยอย่างรู้สึกผิด


     เจ้าเด็กนี่ไปเรียนคำว่า ขอโทษ มาจากไหนเนี่ย


     “ต่อไปนี้อย่าเดินหายไปแบบนี้อีก เข้าใจมั้ย” เขาว่าเสียงเข้ม


     “อื้อ” แองเจิลล่าพยักหัวน้อยๆ

“กลับบ้านกันเถอะ” โคลโปคว้ามือไม้ที่อยู่ในแขนเสื้อสีชมพูออกเดิน เขากระชับให้แน่นขึ้นกว่าเดิมเมื่อต้องเดินฝ่าฝูงชนออกไปจากตลาด


     แองเจิลล่ารู้สึกถึงความอบอุ่นจากมือของคนตรงหน้า


     ตึก ตัก


     เจ้าหุ่นไม้รู้สึกว่ามีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในอกข้างซ้าย มันดังขึ้นลงเป็นจังหวะ


     ตึก ตัก ตึก ตัก


     หลังจากเอาดอกไม้ไปวางไว้ที่หลุมศพของเจเพ็ตโต ทั้งสองก็กลับเข้ามาในบ้าน โคลโปจัดแจงทำมื้อเย็น โดยมีแองเจิลล่าเป็นลูกมืออยู่ห่างๆ ห่างจริงๆ เพราะทั้งสองคนแทบไม่พูดอะไรกันเลยนับตั้งแต่เข้าบ้านมา


     “โคลโป...” เจ้าหุ่นไม้เรียกร่างสูงเสียงเบาๆ


     “อะไร” คนถูกเรียกที่กำลังง่วนกับการทำอาหารตอบห้วนๆ ไม่ได้หันมามองคนเรียก


     “โกรธเหรอ”


     โคลโปหันมาจ้องหน้าแองเจิลล่า ขมวดคิ้ว


     “เปล่า”


     “แล้วทำไมไม่คุยกันเลย”


     โคลโปถอนหายใจ หมุนตัวมาจ้องหน้าอย่างรวดเร็ว จนอีกคนตกใจรีบหลบสายตา


     “มานี่มา” ร่างสูงถอดผ้ากันเปื้อนออก ปิดฝาเตาอบ ตั้งเวลาจนพอใจ แล้วลากร่างไม้ของอีกคนเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น เขาจับอีกคนวางลงบนโซฟา ส่วนตัวเองยืนอยู่ตรงข้าม จ้องด้วยสายตาขุ่นมัว


     “ที่ตลาดน่ะ เดินหายไปไหน รู้มั้ยว่าเป็นห่วง รู้มั้ยว่ามันอันตรายแค่ไหน ไม่ใช่ทุกคนนะที่ได้พรนางฟ้าเมื่อคืน ถ้ามีคนรู้ว่าเจ้าได้พรนางฟ้าแล้วจับตัวไปจะทำยังไง” โคลโปบ่นยาว น้ำเสียงดูเหมือนจะเป็นห่วงจริงๆ 

     มกระโดดดึ๋งๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ นั่งลงบนที่พักแขนของโซฟาตัวนุ่มที่แองเจิลล่านั่งอยู่


     “บอกเค้าไปสิว่าเราหายไปไหนมา” ผมตะโกนบอก ที่กล้าตะโกนก็เพราะผมคิดว่ามีเพียงแองเจิลล่าเท่านั้นที่ได้ยินเสียงของผม เจ้าหุ่นไม้พยักหน้าทีนึง ก่อนจะเอ่ยออกไป


     “ผมไม่ได้ตั้งใจ มีคนลากผมเข้าไปดูการแสดงหุ่นกระบอก” ผมตบหน้าผากตัวเองดังแปะ สิ้นประโยคนั้น จมูกไม้ของแองเจิลล่าก็ยื่นออกมาหนึ่งเซนติเมตร


     “เฮ้ยยยยย” โคลโปผงะ ถอยกรูดไปติดพนัง


     “เอ่อ...”


     “ทำไมจมูกยื่นออกมาได้” เขาชี้มาที่จมูกไม้นั่น


     “ไม่มีอะไรฮะ” สิ้นเสียงพูด จมูกของแองเจิลล่าก็ยาวเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งเซนติเมตร


     ไอ้เด็กนี่


     “บอกความจริงกับเขาไปสิ เจ้าเด็กโง่ นางฟ้าบอกแล้วไงว่าห้ามโกหก” ผมตะโกนอย่างโมโห


     “ขะ...ขอโทษ” เจ้าหุ่นไม้ก้มหน้างุดๆ มองมือเล็กๆ ที่โดนเสื้อสีชมพูกินเข้าไปจับกันอยู่ในเนื้อผ้า


     “ทำไมจมูกเป็นแบบนี้”


     “คือ...”


     “ว่าไง”


     “บอกเค้าไปสิ” ผมตะโกนสั่งอีกรอบ


     “คือ... ถะ... ถ้าผมพูดโกหก จมูกของผมจะยาวขึ้นหนึ่งเซนติเมตรครับ” เจ้าเด็กน้อยหลับตาปี๋ขณะสารภาพความจริง


     พลุบ


     จมูกของมันหดกลับไปหนึ่งระดับ


     “แสดงว่าเมื่อกี้โกหกอะไรฉันล่ะสิ” โคลโปหรี่ตามองอย่างจับผิด


     “เอาล่ะ สารภาพมา” เขาเดินเข้ามาใกล้ ย่อตัวลงระดับเดียวกับคนที่นั่งอยู่ จ้องตาเขม็ง แต่แองเจิลล่าไม่กล้าสบตา กลับหันมามองผมที่ยืนให้กำลังใจอยู่บนพนักพิงแทน ผมพยักหน้าตอบเป็นกำลังใจ


     “คือ... ความจริงผมเดินเข้าไปดูการแสดงเองฮะ มะ... ไม่ได้มีใครลากเข้าไป” ริมฝีปากสีชมพูยอมสารภาพความจริง หัวยังก้มงุดๆ อย่างหวาดกลัว


     พลุบ จมูกไม้หดกลับไปสภาพเดิม


     “ก็เท่านี้” โคลโปกลับมายืนเต็มความสูง แต่ยังกอดอกเอาไว้อยู่


     “มะ... ไม่โกรธเหรอฮะ” ตาใสเงยหน้าถาม ผมเหมือนจะเห็นน้ำใสๆ คลออยู่ที่ตานะ

     

     “โกรธที่เดินหนีไป แต่จะทำอะไรได้ล่ะ”


     “ขะ... ขอโทษฮะ”


     “วันหลังถ้าอยากดูก็บอก พาไปดูก็ได้ แต่อย่าโกหกกันอีก เข้าใจมั้ย” เขากำชับเสียงเข้ม ผมเห็นเจ้าตัวเล็กพยักหน้าอย่างว่าง่าย


     เอาล่ะ ไอ้เด็กนี่มันรู้จุดอ่อนของแองเจิลล่าเรื่องจมูกซะแล้ว


     ผมตบหัวตัวเองทีนึงเป็นการลงโทษที่ปกป้องเขาไว้ไม่ได้

     

     “เอาเถอะ อาหารเสร็จแล้ว ไปกินกัน” โคลโปสะกิดเด็กน้อยให้ลุกขึ้น อีกคนจึงลุกเดินตามออกมา













     เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง


     เสียงนาฬิกาไขลานตี 8 ครั้ง บอกเวลาสองทุ่ม


     โคลโปเพิ่งสอนวิธีอาบน้ำให้กับอีกคนเสร็จ พร้อมจัดแจงชุดนอนให้อย่างเรียบร้อย ดูเหมือนหน้าที่พี่เลี้ยงเด็กในวันนี้จะจบลงแล้ว เขาเดินเข้าห้องนอนของตัวเอง ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มอย่างเมื่อยล้า


     “เฮ้ย” เขาสะดุ้งตกใจ เมื่อเห็นร่างเล็กมายืนจ้องข้างเตียง


     “ทำอะไรฮะ” แองเจิลล่าเอียงหัวสงสัย


     “นอนไง พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียน


     “นอน? ไปโรงเรียน? คืออะไรฮะ” เสียงใสถามอีก


     “เฮ้อ... สอนทีละอย่างแล้วกัน”


     “ฮะ”


     “นอนก็คือการ... เอ่อ... คือการ...” เขาเงียบไปพักใหญ่ๆ ไม่คิดว่าชีวิตของเค้าจะต้องมาอธิบายคำว่า นอน ให้ใครฟัง


     “เอางี้ มานี่มา” เขาเขยิบตัวไปชิดเตียงริมขวา มือหนาเปิดผ้าห่มที่ตัวเองห่มอยู่ อนุญาตให้อีกคนแทรกตัวเข้ามา แล้วตบเตียงเบาๆ


     “นุ่มจัง” แองเจิลล่ายิ้ม มือไม้ลากไปตามเบาะผ้านุ่ม


     “อะ... อืม”

     “แล้วยังไงต่อฮะ” หุ่นไม้พลิกตัวแล้วเอ่ยถาม ตอนนี้หน้าของเขาทั้งสองคนใกล้กันอีกแล้ว แต่โคลโปเลื่อนหน้าออกมาเล็กน้อยให้ตัวเองได้หายใจหายคอ


     “นอนก็คือการหลับตา ไม่ต้องคิดอะไร แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยลืมตาว่ากันใหม่”


     “อ๋อ” อีกคนตอบเสียงใส


     “ไหน ลองหลับตาซิ” เสียงทุ้มสั่ง อีกคนก็ทำตามอย่างว่าง่าย


     มือหนาเอื้อมไปโอบเอวเล็กๆ ของอีกคน แล้วดึงให้เข้ามานอนใกล้ๆ กัน เพราะดูเหมือนเจ้านางฟ้าตัวน้อยๆ นี้จะตกเตียงอยู่รอมร่อ เขาแอบคิดว่าถ้าตกเตียงไป หุ่นกระบอกไม้จะเจ็บเหมือนคนมั้ย


     ใบหน้าคมของเจ้าของบ้านค่อยๆ เคลื่อนเข้าหาใบหน้าที่หลับตาพริ้มไม่รู้เรื่องรู้ราว


     “เฮ้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” ผมตะโกนร้อง เมื่อกำลังจะเห็นภาพที่ไม่เหมาะสม


     “ไอ้เด็กลามก หยุดเดี๋ยวนี้นะ” ผมตะโกนดังสุดคอ แต่เหมือนไอ้เด็กโคลโปจะไม่ได้ยินผมเลย ผมเริ่มแน่ใจแล้วว่าท่านนางฟ้าเสกให้เด็กน้อยได้ยินผมคนเดียว


     แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาห่วงเรื่องพรนางฟ้าซะหน่อย


     ใบหน้าคมหยุดค้างอยู่อย่างนั้น จ้องมองใบหน้าตรงหน้าอย่างพิจารณา ไม่ได้ทำอะไรไปเกินกว่านี้ มือข้างหนึ่งช่วยจัดหมอนอีกคนให้เข้าที่ ส่วนอีกข้างลูบเรือนผมสีน้ำตาลนั้นไปพลาง


     ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ นึกว่าจะเห็นภาพบาดตาซะแล้ว


     เอ๊ะ หรือผมคิดมากไปเองนะ


     “หลับยัง” เสียงทุ้มเอ่ยในความเงียบ แต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ได้ยินเพียงเสียงหายใจแผ่วเบาที่อยู่ตรงหน้า โคลโปยิ้มน้อยๆ กระชับอ้อมกอดให้อีกคนใกล้เข้ามามากกว่าเดิม


     “หลับเร็วกว่าคนอีกนะ”


     “...”


     “ฝันดี” เขาพลิกตัวไปดับตะเกียงที่หัวเตียง แล้วกลับมากอดอีกคนท่าเดิม











#pinocchioCoupshan








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น