Arashi no Yoru ni (One Stormy Night) คู่ซี้ต่างพันธุ์

ตอนที่ 6 : การไล่ล่า ณ หุบเขาหินทลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 90
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 ก.พ. 58

ตอนที่ 5 การไล่ล่า ณ หุบเขาหินทลาย

 

            กาบุค้นพบวิธีการสนุกๆอีกอย่างหนึ่งในการนัดเจอกับเมอิ นั่นคือการเล่นเกมบอกใบ้ หมาป่าขี้เล่นรู้ว่าฝั่งตรงข้ามกับหุบเขาบาคุบาคุที่มันอยู่ เป็นหุบเขาซาวะซาวะที่ฝูงของเมอิอาศัย มันบอกให้เมอิรู้ว่า เมื่อถึงเวลาเที่ยงวัน ให้รอดูสัญลักษณ์ที่จะปรากฏขึ้นที่หุบเขาบาคุบาคุ...

            เมื่อ ถึงเวลานัด เมอิก็มาตามที่นัด แพะน้อยพยายามยืดตัวขึ้นแม้จะอยู่บนยอดเขาแล้ว เพื่อให้มองเห็นหุบเขาบาคุบาคุได้ถนัด หุบเขาบาคุบาคุนั้นแตกต่างจากหุบเขาที่มันอยู่มากมาย ฝั่งนี้เป็นสีเขียวร่มรื่น แต่อีกฝั่งกลับเต็มไปด้วยหน้าผาและยอดหินปลายแหลม ดูรกร้างและทุรกันดารจนไม่น่าเข้าใกล้

            กาบุยกก้อนหินมาเรียงกันเป็นรูปครึ่งวงกลมสื่อถึงหุบเขาหินทลาย มันคิดเกมนี้ง่ายๆ พอ เพราะขืนยากไป เดี๋ยวก็ไปเจอกันคนละที่อีก

            ฝ่ายเมอิเมื่อเห็นสัญลักษณ์จากมุมสูงก็รู้สึกว่ามันช่างคาดเดาได้ง่ายเกินไป ฮิๆ วันนี้ก็ต้องเป็นที่หุบเขาหินทลายสินะ

            กาบุมองเห็นเมอิจากหุบเขาบาคุบาคุเช่นกัน แต่ขณะกำลังจะโบกมือทักทาย ก็มีเสียงห่ามๆ ขัดขึ้นด้านหลัง

            เฮ้ย กาบุ! ทำไรอยู่วะ หัวหน้าจิโร่กำลังจะเรียกประชุมนะเว้ย

            กาบุรีบทลายหินที่วางไว้ออกจนไม่เหลือร่องรอยโดยทันทีก่อนจะหันไปบอกแบร์รี่ ซึ่งเป็นมือขวาของจิโร่ หัวหน้าฝูงหมาป่า

            กำลังซ้อมฝีแข้งน่ะ เดี๋ยวตามไปกาบุแก้ตัว แบร์รี่เหลือบตามองกาบุพลางส่งเสียงแบบไม่ค่อยจะเชื่อในลำคอ มันกับพวกอีกสองสามตัวค่อยๆย่างเท้าออกไป พอกาบุเห็นว่าแบร์รี่ออกไปแล้ว มันก็หันไปทางที่เมอิอยู่ แล้วก็เห็นสัญลักษณ์ที่เมอิทำขึ้นเหมือนกับของมัน

            เป็นอันว่าตกลงนะ เฮ่ๆหมาป่ายิ้ม มันดีใจขึ้นมาทันที ก่อนจะรีบตามฝูงไปประชุม

           

            จิโร่ คือจ่าฝูงของหมาป่า ทำหน้าที่ควบคุมและดูแลพรรคพวกมานานแล้ว ขึ้นชื่อในความดุร้ายและโหดเหี้ยม สำหรับการล่าเหยื่อแล้ว จิโร่ไม่เคยไว้ชีวิตสัตว์ตัวใดเลย ตัวของมันใหญ่ที่สุดในบรรดาหมาป่าทั้งหลาย หูของมันขาดแหว่งไปข้างหนึ่งจากเหตุการณ์ในอดีต....

            จ่าฝูงปีนขึ้นไปบนแท่นหินอย่างเรียบง่ายและป่าวประกาศกับพวกหมาป่าที่มาออกันอยู่เบื้องล่าง

            ฟังข้า พวกแกทุกตัวมันเริ่ม ฤดูหนาวกำลังจะมาถึงแล้ว ตอนนี้เราต้องรีบหาอาหารมากักตุนไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤตนี้เช่นทุกปี ด้วยเหตุนี้ ตัวใดที่ฝีมือตกไปจะต้องถูกขับไล่ออกจากฝูง เข้าใจมั้ย?”

            ครับ!ฝูงหมาป่าตอบกลับเสียงฉะฉาน

            ดี!จิโร่แสยะยิ้ม งั้นตอนบ่ายนี้ เราจะทำการล่าที่หุบเขาหินทลาย

            กาบุสะดุ้งเฮือก หุบเขาหินทลาย... ทำไมจิโร่ถึงได้เลือกที่นี่ล่ะ ที่ที่เมอิกับมันจะนัดเจอกันเนี่ยนะ? แถวนั้นมันไม่มีฝูงแพะอาศัยไม่ใช่เหรอ?

            หุบเขานั่นน่ะนะ?” แบร์รี่ที่อยู่ด้านหน้าทวนคำอย่างสงสัยพลางหรี่ตามองเจ้านายของตนเหมือนจะ จับผิด แต่ท่านหัวหน้าครับ ยอดเขานั่นมันไม่มีพวกแพะสักตัวไม่ใช่เร้อ...

            หึๆ ยังทึ่มเหมือนเคยเลย แบร์รี่จิโร่หัวเราะเสียงเหี้ยม บนหุบเขานั่นน่ะ มันจะมีหญ้าชนิดหนึ่งขึ้นอยู่ และพวกแพะมันก็ชอบหญ้าพวกนั้นด้วย ข้าเคยเห็นพวกมันมักจะเกาะกลุ่มขึ้นมาเป็นฝูงเพื่อกินหญ้านั่น และพวกมันคงไม่คิดด้วยว่าหมาป่าจะขึ้นไปล่าเหยื่อบนนั้น ถึงเวลานั้นพวกมันจะได้ไม่ระวังตัวเลยไงล่ะ

            เจ้าแบร์รี่ดีดนิ้วดังเปาะ สมกับที่เป็นนายท่าน ยังฉลาดหลักแหลมเหมือนเดิมเลยครับ ฮ่าๆๆๆๆ... ว่าแต่มันถามต่อ แล้วเราจะใช้วิธีล่าแบบไหนดีล่ะ?”

            จิโร่ให้คำสั่งอย่างรวดเร็วและรอบคอบ แบร์รี่ เจ้าคอยตามพวกแพะ ค้นหามันให้เจอและให้สัญญาณฝูง ส่วนเจ้าแซ็กกับบีช แกสองตัวสำรวจเส้นทางและปิดทางออกเอาไว้ เมื่อแบร์รี่ไล่ต้อนพวกมัน มันจะไปจนมุมที่แก และจากนั้น...

            กาบุไม่ได้ฟังสิ่งที่หัวหน้าสั่งเลย... ยังไงเสียหน้าที่มันก็เป็นแค่ลิ่วล้ออยู่แล้ว

            สิ่งที่มันคิดมีเพียงอย่างเดียวคือ ทำยังไงถึงจะพาเมอิออกไปจากหุบเขานั่นได้

           

            ฝ่ายเมอิ มันได้ปีนขึ้นมาบนหุบเขาหินทลายแล้ว มันมาด้วยกันกับฝูงแต่ก็แอบแยกตัวออกมาตัวเดียว ฝูงของมันสนใจจะกินหญ้า ส่วนตัวมันสนใจแต่จะเซอร์ไพรส์หมาป่า ก็เลยมองหาที่ซ่อนแอบเผื่อไว้ก่อน

            ที่นี่มันช่างวิเศษจริงๆเมอิว่าขณะปีนขึ้นไปบนภูเขา รอแล้วรอเล่า กาบุก็ไม่เห็นจะมาสักที มันก็เลยตะโกนเรียกออกไป

            กาาาาาาบุ

            เสียงของเมอิสะท้อนดังในหุบเขา มันรีบเอามือปิดปากด้วยความตกใจ ....ใช่ ลืมที่ผู้เฒ่าเตือนไว้เลย ส่งเสียงดังแบบนี้ เดี๋ยวหมาป่าก็ได้ยินหรอก

            แต่ว่า กาบุเคยพูดเอาไว้สินะ...เมอินึกถึงเมื่อวันวาน ตอนที่กาบุกำลังโอ้อวดเรื่องตัวเองเต็มที่

            ถ้า นายมีปัญหาเมื่อไหร่ ก็เรียกชื่อฉันเลยนะ เมอิ... ฉันจะรีบมาหาทันทีเท่าที่จะทำได้เลย ฮ่ะๆ... เห็นฉันอย่างนี้นี่นะ แต่ฉันก็มีดีเหมือนกันนะเฟ้ย เวลาที่ฉันโมโหมากๆนะ หน้าตาฉันจะน่ากลัวมากๆจนขู่ขวัญหมาป่าตัวอื่นๆวิ่งหางจุกตูดไปเลยล่ะ นี่ไง หน้าตาแบบนี้...

            กาบุได้แสดงสีหน้าที่มันคิดว่าน่ากลัวที่สุดให้เมอิดูแล้วคำราม แต่ดวงตาของมันกลับโปนออกมาและปากก็อ้ากว้าง ทำให้มันดูตลกไปในทีเดียว เมอิคิดถึงใบหน้าแล้วก็อดขำไม่ได้

            ถึงใบหน้าแบบนั้นจะทำให้ศัตรูกลัวหรือหัวเราะยังไงก็แล้วแต่เถอะ ทว่าเมอิกลับรู้สึกอุ่นใจ.... ที่กาบุให้คำมั่นสัญญาว่าจะช่วยเหลือมันจริงๆ

 

            ณ เวลานั้น ฝูงหมาป่าได้มุ่งหน้าเข้ามายังหุบเขาหินทลายแล้ว จู่ๆหมอกก็ปกคลุมหนาบริเวณยอดเขา ทำให้การล่าเหยื่อในวันนี้ต้องมีอุปสรรค

            แบร์รี่สูดหมอกเข้าไปอย่างหัวเสีย... บรรยากาศขมุกขมัวแบบนี้ อย่าว่าแต่จะล่าเลย แต่มองหาพวกเดียวกันก็จะแย่แล้ว

            เอาล่ะ เราต้องเปลี่ยนแผนจิโร่สั่ง พวกแกแต่ละตัว ค้นหาไปตัวละทิศทาง หากใครเจอเหยื่อก่อน เห่าให้สัญญาณฝูง จากนั้นก็ตามกันไป

            ครับ! ฝูงหมาป่ารับคำ กาบุที่อยู่รั้งท้ายก็นึกโล่งใจ ถ้าเป็นแบบนี้เขาก็น่าจะหาเมอิได้ไม่ยาก... ถ้าไม่มีตัวอื่นไปเจอเข้าเสียก่อนนะ.....

            เมอิ.... นายอยู่ตรงไหนกันนะ?” หมาป่ามีแววตากังวลอย่างเห็นได้ชัดขณะออกสำรวจพื้นที่

            ขณะเดียวกัน เมอิก็ยืนอยู่ไม่ไกลเลยจากจุดที่จิโร่ยืนอยู่ แต่มันก็ยังไม่รู้ตัวว่าภัยกำลังจะเข้ามา... มันยังคงรอกาบุอยู่

            หืม?” มันหันไปด้านหลังเพราะคิดว่าได้ยินเสียงหมาป่า หมอกเริ่มลงหนาจนมองอะไรไม่เห็น แต่แล้วมันก็เห็นเงาของหมาป่าตัวหนึ่งอยู่บนยอดหินใกล้ๆนี่เอง เมอิเกือบจะหลุดปากออกไปแล้ว ถ้าไม่เห็นว่านั่นไม่ใช่กาบุ

            หา...แย่แล้วเมอิคิดอย่างร้อนรน... ทำไมหมาป่ามาอยู่ที่นี่ล่ะ... หรือว่ากาบุ

            หรือกาบุหลอกเขามาที่นี่?

            เมอิร้องครางออกมาอย่างไม่ตั้งใจ แต่เสียงแค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับจิโร่ มันหันขวับมายังทิศที่เมอิอยู่ทันทีและก้าวดิ่งลงมา เมอิเห็นเข้าก็รีบหลบใต้ก้อนหิน บัดนี้ แพะตัวน้อยกับหมาป่าจอมโหดอยู่ใกล้กันเพียงแค่หินก้อนเดียวกั้นไว้เท่านั้น

            เมอิตัวสั่นอย่างระงับไม่อยู่ ความหวาดกลัวนี้มีมากหลายเท่า เป็นความหวาดกลัวเดียวกับที่เขาเคยรู้จักเมื่อตอนที่มันเคยได้รับตอนเป็นเด็ก ตอนที่แม่ของมัน....

            บ้าชิบ... เพราะลมพัดแรงแบบนี้ ทำให้ดมกลิ่นไม่ได้เลย จิโร่พึมพำแล้วกำลังจะเดินอ้อมก้อนหิน ทว่า... กาบุโผล่พรวดเข้ามา จนจิโร่หันไป

            อะ....เอ่อ เจออะไรหรือครับ?” กาบุถามจิโร่

            ข้ารู้สึก...จิโร่สูดกลิ่นรอบๆ ไม่ผิดแน่ มีแพะอยู่ใกล้แถวๆนี้

            หรือครับ...กาบุหรุบสายตาลงพื้น มันรู้ทันทีว่าคือเมอิ ...มันรีบหาวิธีช่วยทันที

            ท่านหัวหน้าครับกาบุรีบชี้ไปอีกด้านหนึ่ง เมื่อกี้ผมเจอแพะตัวอวบตัวหนึ่งน่ะ กำลังกินหญ้าอยู่ทางนู้นเลย ผมไม่กล้าเห่าน่ะ กลัวมันจะตกใจหนีไปซะก่อน

            ตัวอวบสินะจิโร่แสยะยิ้ม คิดไม่ถึงเลยกาบุว่าวันนี้แกจะมีผลงานให้ข้า หึๆ เอาล่ะ ข้าจะไปดูหน่อย ส่วนแกก็เฝ้าระวังแถวนี้ไว้ก็แล้วกัน

            กา บุแอบโล่งอกในใจ จิโร่ผละจากก้อนหินแล้วก็รีบตรงไปยังทิศทางที่มันโกหกไปพอดี กาบุแอบคิดในใจว่าขอให้เจอแพะแถวนั้นจริงๆ เถอะ ไม่งั้นมันต้องซวยแน่

            เมอิได้ยินเสียงกาบุก็จำได้และรู้ด้วยว่ากาบุช่วยมัน พอเห็นว่าปลอดภัย มันก็ออกมาจากก้อนหินทันที

            โดยไม่รู้เลยว่า แบร์รี่ หมาป่าอีกตัวกำลังเตรียมจะขย้ำมันจากด้านหลัง

            อ๊ะ! กา บุอ้าปากค้าง ครั้นจะออกปากห้ามก็กลัวถูกสงสัย แต่ถ้าไม่ห้าม เมอิก็จะถูกฆ่าแน่ ความคิดไวเท่าฝีเท้า กาบุปีนหน้าผาขึ้นไปด้านบน ขณะที่เมอิจ้องมองอย่างสงสัยว่าทำไมกาบุถึงหนีไป

            เมอิเห็นเงาแปลกๆทาบมาจากด้านหลัง พอหันไปก็เจอแผงเขี้ยวยาวกำลังจะงาบถึงคอมันอยู่แล้ว เมอิช็อกจนร้องไม่ออก

            ทันใดนั้น หินก้อนหนึ่งที่ถูกผลักโดยกาบุก็กลิ้งออกมา เกือบจะหล่นใส่แบร์รี่จนมันต้องกระโดดหลบหนีแทบไม่ทัน พอก้อนหินตกลงเหวไปแล้ว แบร์รี่ก็รีบไปดูแพะตัวที่มันเจอเมื่อครู่

           แต่แพะหายไปแล้ว

 

            กาบุคว้าข้อมือของเมอิและจ้ำอ้าวอย่างไม่คิดชีวิต ฝ่ายจิโร่ก็เจอฝูงแพะโดยบังเอิญพอดีก็เลยไล่ล่าไปอีกทาง กาบุพาเมอิมาซ่อนตัวอยู่ในถ้ำที่เขารู้จักแล้วก็เอาหินปิดทางเอาไว้

            ทั้งสองตัวซ่อนอยู่ในความมืด มีเพียงแสงอาทิตย์เท่านั้นที่ลอดเข้ามาจากช่องว่างของรอยหิน กาบุถอนหายใจเฮือกและทรุดตัวลงนั่งข้างๆเมอิ

            เฮ้อ... เท่านี้พวกเราก็รอดแล้วล่ะกาบุพูดแล้วหันไปทางเมอิ ขอโทษด้วยนะที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ฉันไม่ได้คาดเลยว่าพวกนั้นจะขึ้นมาที่นี่

            ขอบคุณนายมากนะ กาบุ ถ้าไม่ได้นายช่วยไว้ ป่านนี้ฉันคงถูกจับกินไปแล้วล่ะเมอิยิ้มให้เพื่อน กาบุหัวเราะ

            ฮ่ะๆ ก็ฉันไม่มีทางเลือกนี่

            นั่นไม่ถูกเลยนะเมอิขัดขึ้น เป็นธรรมดาของหมาป่านี่ที่จะต้องล่าเนื้อเพื่อเป็นอาหารไม่ใช่หรือ?

            ล่าเนื้อเพื่อเป็นอาหารรึ?” กาบุคิดแล้วก็ขำ มันคงปิดเมอิเรื่องรสนิยมอาหารไม่ได้แล้ว คงจะใช่ล่ะนะ ฮ่ะๆๆๆ แต่ว่า...

            เมื่อก่อนฉันชอบกินเนื้อแพะก็จริงกาบุยอมรับออกมา เมอิมองเพื่อนด้วยสายตาไม่เปลี่ยนเพราะเขาคาดเดาไว้แต่แรกอยู่แล้ว....

            แต่ตอนนี้ ฉันขอแพะเป็นเพื่อนดีกว่า

            เมอิถึงกับอึ้งไป ไม่อยากเชื่อว่านั่นเป็นคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของหมาป่า หมาป่าที่ควรจะล่าแพะเป็นอาหารตามธรรมชาติ... แต่ทำไมหมาป่าตัวนี้ถึงได้ไม่คิดร้ายกับมันเลยล่ะ

            กาบุดูเหมือนจะอายนิดหน่อยเมื่อต้องพูดแบบนั้น แต่เมอิก็เปรยยิ้มออกมา

            ขอบคุณนะ กาบุ

            อื้ม ไม่เป็นไรหรอกกาบุเกาหัวอย่างไม่หยุดเขิน เออ ที่จริง สาเหตุที่ฉันเรียกนายมาเนี่ยก็เพราะว่า เมื่อถึงเวลากลางคืน ตรงนี้จะมีพระจันทร์ขึ้นล่ะ... และถ้ามองจากมุมนี้นะ พระจันทร์จะดูสวยมากเลยล่ะ เวลาที่ฉันมองพระจันทร์ ฉันก็จะลืมเรื่องไม่ดีต่างๆไปจนหมดสิ้นเลย ฉันก็เลยอยากให้นายมานั่งดูกับฉันน่ะ ถ้านายไม่รังเกียจอ่ะนะ

            เมอิพูด ยังงั้นหรือมันพยักหน้า งั้นเวลาไหนว่างๆเราก็ค่อยมาดูด้วยกันก็ได้เนอะ

            อื้ม เอางั้นก็ได้กาบุยิ้มออกมา แต่นายไม่รังเกียจแน่นะที่จะมากับฉัน มันอาจจะน่าเบื่อก็ได้นี่

            ไม่หรอกเมอิว่า ตลอดเวลาที่ฉันอยู่กับนาย ฉันมีความสุขมากเลย... จริงๆนะ

            กาบุหันมาอย่างดีใจ มันประคองอุ้งเล็บไว้ที่อก นะ....นายพูดจริงๆหรือ!?”

            เมอิพยักหน้า

            คือฉันก็...กาบุเขินจนหน้าแดงไม่หยุด ฉันก็รู้สึกแบบเดียวกันเลย

          เมอิจ้องมองเพื่อนของตนแล้วก็ขำ กาบุเหลือบตามองแล้วก็หันหน้าไปทางอื่น ในช่วงเวลาที่มีแค่สองตัวเท่านั้น แต่ทั้งเมอิและกาบุต่างก็รู้สึกอย่างเดียวกัน นั่นคือความอุ่นใจ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

3 ความคิดเห็น