[OF/SF] Article of love Holin

ตอนที่ 7 : นกเขาไม่ใช่นกเรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    16 พ.ค. 63

เนื้อหาต่อไปนี้


อาจจะมีคำหยาบคายบ้าง เพื่ออรรถรสในการอ่าน


ผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้บุคคลที่มีอาชีพดังต่อไปนี้เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือเสียหาย


บุคคลิกของตัวละครในเรื่องเป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น
 

อาจจะไม่ถูกใจใครหลายๆคน 


ถ้าไม่ชอบเนื้อหา กด x ออกไปได้เลยค่ะ


อ่านเพื่อความบรรเทิงกันเถอะนะคะ




.


.



.




.



“อ่าา...ดลขา เข้ามาเลยค่ะ จี๊ดพร้อมแล้ว”

“รอเลยค่ะที่รัก”

.

.

.

.

“ดลคะ จี๊ดว่าเราเลิกกันเถอะ”

“ทำไมอ่ะจี๊ด ผมไม่ดีตรงไหน”

“ไม่ใช่ว่าไม่ดีค่ะดล”

“หรือว่าจี๊ดมีคนอื่น”

“เปล่าค่ะ แต่ดลให้ความสุขบนเตียงกับจี๊ดไม่ได้ จี๊ดเบื่อ”

“จี๊ด เรารักกัน เราอยู่กับแบบไม่มีเซ็กส์ไม่ได้เหรอ”

“คือดลไม่เข้าใจอ่ะ เซ็กส์มันคือส่วนหนึ่งในชีวิตคู่ไง จี๊ดไม่คุยกับดลแล้วนะ โชคดีค่ะ”

“เดี๋ยวดิ จี๊ด จี๊ด!!!!

              แม่ง! เป็นแบบนี้ทุกที มีแฟนมากี่คนก็โดนบอกเลิกด้วยเหตุผลนี้ทุกที มึงแม่งห่วยว่ะไอ้ดล คนตัวสูงยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนที่เดินสวนกันไปมา ฝนก็เริ่มทำท่าจะตกไม่ทันขาดคำก็สาดเม็ดฝนลงมาจากบนฟ้า ฝนเหี้ยไรมาตกตอนนี้วะ ไม่รู้เวลา พระเอกเอ็มวีมากมั้งมึงน่ะวันนี้มันมันเหี้ยอะไรของกูวะแม่ง

              เดินไปเรื่อย ๆ แบบไม่รู้จุดหมายตัวเปียกปอนเป็นลูกหมาตกน้ำ ตอนนี้ฝนหยุดแล้วคนที่เดินสวนมาก็มองราวกับเขาเป็นของแปลก คนดี ๆ ที่ไหนจะเดินตากฝนเล่นให้ตัวเองเสี่ยงไม่สบายกันล่ะก็คงจะมีแต่ณดลนี่แหละที่ทำ

              อ้าว เดินมาบ้านถึงบ้านไอ้มินได้ยังไงโคตรเทพเลยว่ะณดลคิดเองเออเองในใจคนเดียว กดกริ่งหน้าบ้านไม่นานนักผู้เป็นเจ้าของบ้านก็ได้เดินออกมาเปิดประตู

              “เชี่ย ไปตกน้ำที่ไหนมา” ณดลยิ้ม เขาถือวิสาสะเดินเข้าไปในบ้านโดยที่ไม่รอให้เจ้าของเขาอนุญาตก่อน

              “ไอ้เชี่ยนี่ไม่ตอบกู”

              “มึงจะให้กูตอบว่าไง”

              “ซึมเป็นหมาแบบนี้...อย่าบอกนะเลิกกับจี๊ด” จึก! คำถามโคตรแทงใจ ณดลพยักหน้ารับเบา ๆ

              “อย่าบอกกูนะว่าเพราะเหตุผลนั้นอ่ะ”

              “อือ คนที่ร้อยแปด”

              55555555555555555555555555555” มินระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นห้องนั่งเล่น ใครได้ยินก็คงต้องขำจนตัวโยก แฟนคนที่ผ่านมาของณดลก็ต่างบอกเลิกเขาด้วยเหตุผลที่ว่า นกเขาไม่ขัน พยายามจนล่ม ชีวิตรักก็เลยล่มตามไปด้วย

              “ขำเชี่ยไร”

              “ไอ้เชี่ย กูขอโทษ555

              “ไอ้สัตว์ มันไม่ตลก กูเครียดอยู่นะ”

              “เออ ๆ กูไม่ขำละ” มินยังคงแอบขำนิด ๆ อยู่ภายในลำคอ

              “ถ้าขำกูอีกกูจะแช่งให้น้องมึงใช้งานไม่ได้ แล้วให้น้องเจของมึงไปมีผัวใหม่”

              “ไอ้เชี่ยนี่อย่าลามปามถึงน้องเจสุดที่รักกู”

              “เห็นป่ะ มึงก็ยังรับไม่ได้”

              “กูว่ามึงควรไปหาหมอ”

              “กูก็อายเป็นมั้ยล่ะ” ครั้งที่ล้านที่มินบอกกับณดลให้ไปหาหมอ มันจะได้รู้เรื่องสักทีว่าสิ่งที่ณดลกำลังเผชิญมันเกิดขึ้นจากอะไร จะได้หาทางแก้กันถูกดีกว่ามานั่งเครียดเพราะเมียทิ้งอยู่แบบนี้

              “จะอายเชี่ยไร หมอเขาเห็นมาเป็นพัน ๆ อันแล้ว” ณดลทำท่าครุ่นคิด วันพรุ่งนี้เขาตัดสินใจแล้วต้องไปหาหมอให้มันรู้เรื่องเป็นไงเป็นกันวะ

.

.

.

.

 

              เช้าวันใหม่ณดลตื่นแต่เช้าตั้งแต่ตีสี่ครึ่งไม่ใช่ว่ารีบไปโรงพยาบาลแต่อย่างใด ความคิดมันรบกวนอยู่ในหัวทั้งคืนจนนอนไม่หลับ ทั้งกลัว ทั้งตื่นเต้น ไม่รู้ว่าหมอที่ต้องไปเจอนั้นจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้าเป็นผู้ชายก็ดีไปเพราะมีเหมือน ๆ กัน ถ้าเป็นผู้หญิงก็คงจะเขินหน่อย ๆ ละมั้ง

              ณดลออกจากบ้านด้วยชุดไปรเวทแขนยาว กางเกงยีนส์สีซีดเข้ากันดีกับชุด พร้อมกับหมวกแก๊ปใบเก่งที่เขาใส่เป็นประจำ เขายังไม่ลืมที่จะใส่แมสก์ดำปิดปากเพื่ออำพรางตัวเอง เขาเคยเห็นไอดอลชายของเกาหลีใส่มันดูเท่ดีก็อยากลองใส่บ้างเผื่อจะได้ดูเท่เหมือนกัน

              “เป็นอะไรมาคะ” เจ้าหน้าที่ที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์จะต้องทำการสอบถามประวัติเบื้องต้นของคนไข้ก่อนที่จะส่งต่อไปยังพยาบาลตรงจุดคัดกรอง

              “เอ่ออ ผม”

              “เป็นอะไรมาคะคนไข้”

              “ผมเอ่อ ผมเอ่ออ”

              “สรุปเป็นอะไรมาค๊าาา” เจ้าหน้าที่ถามเสียงดังอีกรอบเพราะคนตัวโตหน้าเคาน์เตอร์มัวแต่อ้ำอึ้งไม่ยอมบอกอาการเสียที เสียเวลาคนไข้คนอื่นเข้ามายื่นประวัติ

              “คือ ผมมาหาหมอ”

              “ค่ะ ทราบแล้วค่ะ ดิฉันถามว่าคนไข้ป่วยเป็นอะไรมาคะ”

              “อ่า คือน้องผมมันไม่สบายครับ”

              “ค่ะ น้องคุณชื่ออะไรคะ ไหนเอาบัตรของคนไข้มาหรือเปล่า ดิฉันขอเอกสารหน่อยค่ะ”

              “ไม่ใช่แบบนั้นครับ แบบคือ น้องที่น้องตรงนั้นมันไม่สบายครับ คือ..มันนอนอย่างเดียวมันไม่ยอมตื่น”

              “อ๋ออ งั้นขอเอกสารด้วยค่ะ” ณดลยื่นบัตรประชาชนที่อยู่ในมือ เจ้าหน้าที่รับมาก้มดูบัตรในมือแล้วเงยหน้ามองเขาอีกรอบแล้วเดินหายไปยังชั้นประวัติคนไข้ เจ้าหน้าที่อีกคนที่อยู่ด้านในมองมาที่ณดลแล้วยิ้มมาให้อย่างประหลาด ยิ้มอะไรกันวะ ไม่เคยเห็นคนนกเขาไม่ขันหรือไง

              เจ้าหน้าที่คนเดิมเดินกลับมานั่งประจำตรงหน้าเคาน์เตอร์พร้อมบอกให้ณดลเดินไปนั่งรอยังจุดคัดกรอง รอพยาบาลเรียกวัดความดัน วัดไข้ สอบถามประวัติการแพ้ยาต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อยเขาก็ต้องนั่งรอพบหมออีก

              “คุณณดล สวัสดิ์พิพัฒน์ เชิญพบคุณหมอที่ห้องตรวจ 11 ค่ะ” เอาล่ะ เข้าห้องเชือดแล้วไอ้ดล หายใจเข้าลึก ๆ เดินเข้าไปช้า ๆ แขนขาเริ่มหมดแรง หาหมอนะเว้ยไม่ได้โดนฆ่า ใจเย็นเข้าไว้ยุบหนอ...พยาบาลคนสวยเปิดประตูออกลมเย็นยะเยือกประทะเข้าหน้าอย่างแรง พองหนอ...ค่อย ๆ ก้าวเข้าไปอย่างช้า ๆ ขาวหนอ น่ารักชิบหายเลยหนอ เชี่ย! อย่าออกนอกเรื่องสิวะ

              คุณหมอหันหน้ามาอย่างช้า ๆ ส่งยิ้มจนเห็นเหงือก ณดลเข้าไปนั่งบนเก้าอี้คนไข้ สวัสดีหมอไปตามมารยาทประเมินด้วยสายตาคร่าว ๆ คุณหมอคงอายุอ่อนกว่าเขาแค่ไม่กี่ปีเอง คุณหมอรับไหว้เขาตอบ เปิดดูประวัติพลางอมยิ้มนิด ๆ จนเห็นลักยิ้มบุ๋ม อยากเอานิ้วไปจิ้มแก้ม ๆ ย้วย ๆ นั้นจังเลยวะ

              “คนไข้ชื่อณดลใช่มั้ยครับ ผมลลินนะ” อ่าา เสียงหวานชิบหาย

              “...”

              “จ้องหน้าหมอแบบนี้ มีอะไรติดหน้าหมอหรือเปล่า” คุณหมอลูบหน้าตัวเองเบา ๆ แก้เขิน แม่งเอ้ยโคตรน่ารักเลยว่ะ

              “น่ารัก”

              “หืม ว่าไงนะ” หมออย่ายื่นหน้าเข้ามาใกล้มากสิมัน..ขาว

              “คุณณดล...” คุณหมอเปิดพลิกแฟ้มประวัติดูทีละหน้า “อ่าา มาด้วยเรื่องนี้นี่เอง โอเคงั้นถอดกางเกงด้านนู้นแล้วขึ้นเตียงรอหมอได้เลยครับ” ณดลหน้าเหวอ คุณหมอเห็นสีหน้าของเจ้าตัวแล้วหลุดขำนึกขึ้นได้เลยกล่าวขอโทษขอโพยณดลเสียยกใหญ่

              ณดลเดินเก้ ๆ กัง ๆ ไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ถอดกางเกงออก หยิบผ้าสีเขียวสะอาดของโรงพยาบาลมาเปลี่ยน แล้วเดินกลับไปที่เตียงตรวจ คุณหมอเห็นณดลเดินกลับมาก็พยักหน้าให้เจ้าตัวนั้นขึ้นไปรอบนเตียงก่อนที่คุณหมอเองนั้นจะหยิบถุงมือขึ้นมาสวมป้องกัน

              “เปิดผ้าออกครับ”

              “คือ”

              “ไม่ต้องอายหรอก ของหมอก็มีเหมือนกับคุณนั่นแหละ อีกอย่างหมอเห็นมาเป็นพันแล้วคุณ” คุณหมอยิ้มจนแก้มขึ้นลักยิ้มบุ๋ม น่ารักอีกแล้ว

              ณดลเลิกผ้าขึ้นมาเพียงเล็กน้อยเพราะเขินอาย คุณหมอเปิดผ้าให้สูงขึ้นมาจนถึงเอว ณดลเบือนหน้าหนีไม่กล้าสบตา คุณหมอจับน้องชายเขาพลิกไปมา ตรวจนั่นตรวจนี่จนเริ่มจะเคลิ้ม เดี๋ยวนะลูกพ่อจะเพิ่งตื่นตอนนี้ ขายขี้หน้าเขาตาย อย่าเพิ่ง อย่า! มะ ไม่ทันแล้วโว้ยยยยยย

              “ขอโทษครับคุณหมอพอดี...”

              “ไม่เป็นไรครับ คนไข้ทุกคนก็เป็น” คุณหมอหัวเราะคิกคักอย่างคนอารมณ์ดี จับเจ้าลูกชายตัวแสบพลิกไปทางนั้นที พลิกไปทางนี้ทีอย่างมันส์มือ

              “อ่าา” เชี่ย! มึงทำอะไรลงไปไอ้เชี่ยดล คุณหมอลลินจ้องเขม็งก่อนที่คุณหมอจะปล่อยมือจากเจ้าลูกชายแล้วผละออกไปนั่งที่โต๊ะประจำตำแหน่ง

              “หมอครับคือ ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ”

              “ไม่เป็นไรครับ ผมแค่ตกใจนิดหน่อย งั้นหมอขอสอบถามอาการหน่อยนะ“

              “ค..ครับ”

              “คุณเริ่มมีอาการแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”

              “ตั้งแต่เมื่อประมาณ 3-4 ปีที่แล้วครับ”

              “หืม ทนได้ตั้งนานแน่ะ เก่งจัง” คุณหมอยิ้ม ใจผมมันเริ่มจะสั่น ๆ แล้วนะครับคุณหมอ

              คุณหมอซักประวัตินายณดลจนขาวสะอาด เคยมีคู่นอนกี่คน เปลี่ยนคู่นอนบ่อยแค่ไหน ใส่เครื่องป้องกันตลอดหรือเปล่า แรก ๆ ก็จะเขินพอคุณหมอถามบ่อยเข้ามันก็กลายเป็นความคุ้นชิน ถามมาตอบไป บางครั้งเจ้าณดลก็ตอบตรงเสียจนคุณหมอลลินหน้าแดงเก็บอาการไม่อยู่

              โชคดีที่หมอลลินไม่มีคนไข้ต่อเลยทำให้ณดลได้นั่งคุยกับคุณหมออีกนาน เริ่มจากคุยเรื่องอาการจนไปถึงเรื่องสัพเพเหระต่าง ๆ จนล่วงเลยเวลาไปนานพอสมควรคุณหมอยกนาฬิกาข้อมือเพื่อจะมาดูเวลาซึ่งเป็นเวลาเกือบบ่ายแล้ว เขายังไม่ได้กินข้าวเลย

              “เที่ยงกว่าแล้วหมอขออนุญาตไปหาอะไรลงท้องก่อนนะครับ คุณณดลไปรอรับยาตรงด้านนู้นได้เลยครับ”

              “ครับ แล้วถ้าผมยังไม่หาย ผมมาหาคุณหมอได้อีกมั้ยครับ”

              “ได้สิ ถ้าไม่หายก็มาหาหมอใหม่นะ” คุณหมอส่งยิ้มให้ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ณดลตกอยู่ในภวังค์อยู่คนเดียว ยาอะไรไม่กินแม่งแล้ว รอบหน้าจะได้มาหาหมอใหม่ อยากมาทุกเดือน ไม่สิมันช้าไป อยากมาทุกอาทิตย์ หรือจะมาหาทุกวันดี ความคิดเป็นเลิศเลยว่ะไม่เสียแรงที่แม่ขายควายส่งควายเรียน แม่ต้องภูมิใจ ว่าแล้วณดลก็โยนยาที่เพิ่งได้มาเมื่อสักครู่นี้ลงถังขยะข้าง ๆ ตัว

.

.

.

              “ไปหาหมอเป็นไงบ้างวะ”

              “น่ารักเหี้ย ๆ”

              “เพ้อเชี่ยไรมึง กูถามว่าเป็นยังไงบ้าง หมอเขาว่ายังไง”

              “หมอเขาก็ให้ยามากินนั่นแหละ”

              “แล้วไหนยา”

              “ทิ้งไปแล้ว”

              “เหี้ยไรของมึงเนี่ย” เปรี๊ยะ! มินเหวี่ยงฝ่ามืออรหันต์เข้าไปตรงที่หน้าผากน้อย ๆ ของณดลถึงกับหน้าสั่นไปตามแรงตบ ถ้าเขาไม่จับขอบเก้าอี้ยึดไว้มีหวังได้ลงไปนอนกองกับพื้นแน่ ๆ

              “ตบกูทำไม” ณดลลูบหัวตัวเองป้อย ๆ เขาหันไปมองเพื่อนรักด้วยสายตาอาฆาต

              “มึงนั่นแหละเป็นไร ทิ้งยาไปทำเชี่ยไร ถ้ามึงไม่หายจะทำไง”

              “ไม่หายก็ไปหาหมอใหม่สิ ยากอะไร” ณดลยิ้มพลางฝันหวานถึงคุณหมอลลินคนน่ารักคนนั้น มินมองณดลอย่างไม่เข้าใจ โรงพยาบาลที่ไปมาค่าหมอก็ไม่ใช่จะถูก ไอ้เพื่อนตัวดีทำไมถึงทิ้งยาไปง่าย ๆ ขนาดนั้น ณดลเป็นคนที่ขี้เหนียวจะตายนี่มันผิดวิสัยไม่ใช่ณดลที่ตนรู้จัก

 

.

.

.

 

 

“เชิญคุณณดลที่ห้องตรวจ 11 ค่ะ” ณดลยิ้มกริ่ม ลุกขึ้นตรงไปยังห้องตรวจขอบคุณคนน่ารักทันที เขาเดินไปตามทางที่คุ้นเคยพร้อมกับฮัมเพลงอย่างคนอารมณ์ดี ก่อนที่จะเปิดประตูห้องเจอกับคุณหมอที่ยังนั่งอยู่ตรงที่เดิม และที่สำคัญยังคงน่ารักเหมือนเดิม

“อ้าว คุณอีกแล้ว สวัสดีครับ”

“สวัสดีครับ”

“อาการค่อยยังชั่วขึ้นมาบ้างหรือเปล่าครับ” คุณหมอเงยหน้ามายิ้มให้กับณดล น่ารัก น่ารักอีกแล้ว อย่าน่ารักเปลืองได้มั้ยเนี่ย ณดลคิด

“ไม่ครับ”

“หืมม คุณได้ทานยาตามที่หมอสั่งหรือเปล่าเนี่ย ไหนมาให้หมอตรวจหน่อยสิ” ณดลที่แสร้งทำหน้าเศร้าแอบอมยิ้มมุมปาก แล้วจากนั้นจึงลุกขึ้นไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาหยิบผ้าสีเขียวของโรงพยาบาลขึ้นมาสวมและเดินออกมารอที่เตียงตรวจคนไข้เหมือนเดิม

“หมอครับ ผมพร้อมแล้ว” น้ำเสียงร่าเริงผิดปกติจนคุณหมอคนน่ารักต้องขมวดคิ้ว

คุณหมอคนน่ารักจัดการตรวจณดล จับเจ้าลูกชายของเขาพลิกไปพลิกมาเหมือนอย่างเคย และก็เป็นเหมือนครั้งที่แล้วเจ้าลูกชายตัวมันสู้มือคุณหมออีกแล้ว แต่ครั้งนี้มันต่างจากครั้งก่อนตรงที่ณดลไม่ได้มีท่าทีเขินอายแต่อย่างใด หน้าด้านจังวะได้ดล หรือจริง ๆ แล้วแค่มาเห็นหน้าหมอลลินมันก็หาย โอ้โห หมอลลินนี่หมอเทวดาชัด ๆ แค่เห็นหน้าก็รักษาหายแล้ว จีเนียส!!!! ณดลนึกคิด

ณดลผู้ซึ่งไม่เคยจะกินยาตามที่คุณหมอสั่งเลยแม้แต่ครั้งเดียว ก็หาเรื่องเข้าไปพบคุณหมอคนน่ารักได้เกือบทุกอาทิตย์ บางครั้งก็มีข้าวของติดมือมาบ้าง และทุกครั้งเขาก็ต้องไปโชว์เจ้าลูกชายให้กับคุณหมอคนน่ารักดูทุกครั้ง มันออกจะติดเรทไปสักหน่อย แต่เขาก็ไม่รู้จะหาข้ออ้างอะไรเพื่อไปคุณหมอคนน่ารักแล้วแหละ

.

.

.

“ไอ้เชี่ยดล”

“หืม”

“กูถามมึงจริง ๆ เถอะ ตกลงนี่มึงไปหาหมอเพราะอะไร ไปบ่อยชิบหายแต่ก็ไม่เคยเอายากลับมาแดก” มินหันไปมองณดลที่กำลังนอนพิงโซฟาของบ้านเขาอย่างสบายใจ ณดลหันมองมินแล้วก็อมยิ้มพลางนึกถึงหน้าคุณหมอคนน่ารัก

“ก็..กูไม่สบายไง” ณดลตอบปัด

“ไม่สบายเชี่ยไรมึงไปหาหมอเขาทุกอาทิตย์แบบนี้เนี่ยนะ”

“อ้าว ดลไม่สบายเป็นอะไรมากหรือเปล่า” เจที่กำลังเดินถือถ้วยป๊อบคอร์นมาจากครัวบังเอิญได้ยินพอดีเลยถามขึ้น เจวางถ้วยใส่ขนมลงบนโต๊ะหน้าโซฟา มินหยิบป๊อบคอร์นในถ้วยขึ้นมาแล้วปาไปยังศรีษะของดลทันที

“ไอ้เชี่ยมิน มึงปามาทำเชี่ยไร สกปรก” ณดลร้องโวยวายก่อนที่จะใช้มือหยิบป๊อบคอร์นแล้วปากลับไปที่มินเช่นกัน ทั้งสองปาป๊อบคอร์นใส่กันไปมาอยู่พักนึงจนเจทนไม่ไหวเลยต้องเป็นฝ่ายห้ามทัพของทั้งสองที่ยังเล่นกันเป็นเด็ก ๆ

“ดลชอบหมอเหรอ” เจเป็นคนเปิดประเด็นคำถามชึ้น

“ก็..ชอบ ขาวดี น่ารัก อยากฟัด อยาก...”

“พอไอ้เชี่ย อย่าเรทใส่เมียกู” มินเบรกคำพูดของณดลก่อนที่จะเรทไปมากกว่านี้ ณดลยิ้มอย่างมีเลศนัย

“ถ้าดลชอบคุณหมอทำไมณดลไม่ลองจีบดี ๆ ล่ะ จีบที่แบบไม่เอาอาการป่วยมาอ้างน่ะ”

“เจก็รู้ไอเชี่ยดลมันกากจะตายไป”

“ไอเชี่ยนี่” ณดลทำท่าง้างมือใส่เพื่อนรัก มินทำทีเป็นกลัวณดลจึงเขยิบเข้าไปกอดคนรักแล้วหันมาขยิบตาให้กับเพื่อนรักทันที แหมม ทำมาเป็นเอากูเป็นข้ออ้าง อยากแต๊ะอั๋งเมียอยู่แล้วสิมึง ณดลเบะปากใส่

“ดล เจจริงจังนะ”

“ดลก็จริงจัง”

“ทำไมดลไม่จีบคุณหมอดี ๆ เอาอาการป่วยมาเป็นข้ออ้างแบบนี้ไม่ดีเลยนะ”

หลังจากกลับมาจากบ้านมิน เขาก็นั่งคิด นอนคิด ตามทำที่แฟนของเพื่อนรักเขาพูด มันก็จริง ทำไมเขาไม่เริ่มต้นจีบคุณหมอดี ๆ ทำไมต้องเอาอาการป่วยมาเป็นข้ออ้าง แย่ชะมัด ถ้าต้องเริ่มจีบหมอต้องเริ่มจากตรงไหนก่อนดีวะ ซื้อสเต็ตโทสโคปเป็นของขวัญดีมั้ย หรือว่าจะซื้อเตียงตรวจคนไข้ไปจีบดี หรืออะไรดีวะ...คิดไม่ออกโว๊ยยยย!!

ณดลเอามือทึ้งหัวก่อนที่จะทิ้งตัวลงยังโซฟานุ่มและเอนตัวลงนอนพร้อมกับหยิบเครื่องมือสือสารประจำกายขึ้นมาพร้อมกับกดเข้าไปยังแอพพลิเคชั่นสีเขียวชื่อดัง เขากดเลือกรายชื่อของเพื่อนสนิทของเขาขึ้นมาก่อนที่จะลงมือพิมพ์ข้อความบางอย่างลงไป

                   D.n : ตอนมึงเริ่มจีบเมียมึง มึงเริ่มจากตรงไหนวะ

Min: โถ่ ไอ้ควาย ก็แค่เริ่มจาก....

 

.

.

.

“คุณณดลเชิญที่ห้องตรวจ 11 ค่ะ” พยาบาลประจำห้องขานเรียก ณดลพ่นลมหายใจก่อนที่จะลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังห้องตรวจไข้ที่คุ้นเคย ก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปในห้องและเดินไปนั่งตรงเก้าอื้ตรวจคนไข้ แต่ครั้งนี้เขากลับมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด จนคุณหมอคนน่ารักถึงกับทักขึ้น

“เป็นอะไรครับ หน้าเครียดเชียว แล้วคราวนี้อาการเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยังนะ” คุณหมอพูดพร้อมกับเปิดแฟ้มประวัติคนไข้ที่ชื่อณดลขึ้นมาดูประกอบ

“...”

“หายหรือยังครับเนี่ย ไม่คิดจะตอบหมอหน่อยเหรอ” คุณหมอคนน่ารักพูดพร้อมกับส่งยิ้มแก้มบุ๋มจนเห็นลักยิ้ม

“หมอครับ ผมว่าผมหายแล้วนะ”

“อื้อออ ดีแล้ว หมอดีใจนะเนี่ย”

“แต่ผมไม่ดีใจ”

“หืม ทำไมล่ะ”

“ก็ผมจะไม่ได้เจอคุณหมอ” ณดลจ้องหน้าหมอลลินนิ่ง ๆ

“อ๋ออ เรื่องแค่นี้เอง เราเจอกันข้างนอกก็ได้นี่ครับ ไม่เห็นจะต้องเจอในโรงพยาบาลเลย” ณดลตาโตไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดนี้ออกมาจากปากคุณหมอคนน่ารัก โชคเข้าข้างมึงแล้วว่ะไอ้ดล ฟ้ามีตา สวรรค์เปิดทาง ชีวิตมึงทำบุญด้วยอะไรวะไอ้ดล มึงนี่มันโชคดีชิบหาย ณดลนั่งคิดอยู่คนเดียวจนเผลอยิ้มออกมาจนคุณหมอคนน่ารักทำหน้าสงสัย

“คุณ..เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมยิ้มคนเดียวแบบนั้น”

“หมอพูดจริงหรือเปล่าครับ”

“อื้อ จริงสิ หมอจะหลอกคุณทำไมล่ะ”

“...”

“พรุ่งนี้หมอหยุดนะ” คุณหมอขยิบตา ณดลที่เหมือนจะหยุดหายใจไปชั่วขณะ สมองขาวโผลนเต็มไปด้วยความน่ารัก น่ารัก น่ารัก มีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมด



















#articleholin

 

 

 .........................................................


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #15 Jennyj.lin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 00:37
    ขำพี่ดล ไปจีบดีๆเลยมาหลอกให้หมอจับแบบนี้55555555555
    #15
    0
  2. #14 imhymnz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 15:55
    ตร่กกก5555555555 ต้องขอบคุณน้องน้อยของคุนพี่มั้ยคะที่ทำให้ได้มาเจอกับคุนหมอคนนั่ลลั้ก55555555555555555555555555555
    #14
    0