คัดลอกลิงก์เเล้ว

น้องหมอเจมส์ {GREAT x JAMES} #เกรทเจมส์

โดย princerfo

เมื่อคุณหมอถูกคนไข้ที่เจอกันครั้งแรกเขาก็ขอตื้อตามจีบ 'คุณหายแล้วกลับบ้านไปได้แล้วครับ '

ยอดวิวรวม

1,926

ยอดวิวเดือนนี้

8

ยอดวิวรวม


1,926

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


44
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  20 มิ.ย. 60 / 19:02 น.
นิยาย ͧ {GREAT x JAMES} #÷

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

"คุณหายแล้วกลับบ้านไปได้แล้วครับ"

"ไม่ ก็ผมอยากจีบคุณต่อ!"

"กลับบ้านไปครับ!"

"..."

"แล้วผมจะอนุญาตให้คุณมาหาผมที่นี่ได้ทุกวัน"



เจมส์ - หมอเจมส์ ศัลยแพทย์สุดป๊อบเว่อร์วัง ที่ต้องมาเจอคนไข้โรคจิตอย่างเกรท!

เกรท - คนไข้ของหมอเจมส์ ที่ไม่ได้มาแค่รักษากาย แต่มารักษาใจด้วย



เป็นฟิคแนวมุ้งมิ้งแบบไม่มีเนื้อหาสาระ 55555555


*ไม่ชอบกด x ไปได้เลยเด้อ เรือ #เกรทเจมส์

ฟิคคู่ไทยเรื่องแรกของช้าน555555 เป็นฟิคสั้นมีไม่กี่ตอนคงทำได้ไม่ดีเท่าไหร่

ยังไงใครที่ชื่นชอบคู่นี้ก็ลองอ่านดูก่อนได้งับ

เพื่อความบันเทิงไม่มีเจตนาที่จะทำให้ในเรื่องเสียหาย


ฟิคไทยแต่เพลงเกาหลี5555




? cactus

เนื้อเรื่อง อัปเดต 20 มิ.ย. 60 / 19:02


ตอนที่1



"คุณหมอเจมส์คะ มีผ่าตัดด่วนค่ะ" มือเรียววางโทรศัพท์ห้องเวร แล้วก้มมองนาฬิกาข้อมือราคาแพงที่บอกเวลาบ่ายสองครึ่ง

เขาวิ่งไปเปลี่ยนเสื้อกาวน์ผ่าตัดอย่างรีบร้อนก่อนที่จะวิ่งไปที่ห้องผ่าตัดที่เปิดรอไว้พร้อมกับคนไข้และผู้ช่วย

วินาทีที่กดดันเริ่มต้นขึ้นเมื่อต้องผ่าตัดคนไข้ แต่ก็เสร็จลุล่วงไปด้วยดี แต่ใช้เวลามากเพราะเป็นบาดแผลฉกรรจ์

นายแพทย์จิรายุ หรือ หมอเจมส์ พ่นลมหายใจออกอย่างโล่งอก

"ขอบคุณทุกคนนะครับที่ทำให้การผ่าตัดผ่านไปด้วยดี" เขาขอบคุณผู้ช่วยก่อนที่จะเดินออกมาจากห้องผ่าตัดด้วยความเหนื่อยล้า

เสียงโทรศัพท์ที่ดังลั่นทำลายความเหนื่อยล้าที่กำลังก่อตัว

"ว่าไงครับ"

[ดิฉันติดต่อโทรศัพท์ในห้องเวรคุณไม่ได้ค่ะ เลยขอเบอร์ส่วนตัวคุณหมอมา]

"พอดีผมเพิ่งเข้าห้องผ่าตัดมาน่ะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ"

[พอดีคุณหมอแต้วลากะทันหันน่ะค่ะ เลยให้คุณมาดูแลคนไข้เคสของคุณหมอแต้วแทน]

"ครับ แล้วต้องผ่าตัดเหรอครับ"

[ไม่ต้องผ่าแล้วค่ะ เหลือแค่ดูแลอาการและจ่ายยาค่ะ]

"โอเคครับ เขาอยู่ห้องไหนเหรอครับ"

[อ่า..รอสักครู่นะคะ..ห้อง521 ชั้น9ค่ะ]

"ครับ ขอบคุณครับ"

ผมกดวางสายแล้วเดินไปกดเรียกลิฟต์เพื่อจะขึ้นไปชั้น9

มือของหมอเจมส์เคาะลงเบาๆที่ประตูห้อง521 แล้วผลักมันเข้าไป

ตาสวยภายใต้กรอบแว่นกวาดตามองรอบห้องแล้วมาหยุดอยู่ที่ร่างของผู้ชายผิวสีเข้มที่หลับไหลอยู่บนเตียงผู้ป่วย

หมอเจมส์เดินเข้าไปใกล้เตียงของคนไข้แล้วก้มเอาแฟ้มบันทึกของผู้ป่วยขึ้นมาดู

"คุณวรินทร ผ่าตัดกระดูกขา" คุณหมออ่านแฟ้มสลับกับมองขาของชายที่อยู่ในห้วงนิทรา

"ขออนุญาตตรวจนะครับ" ว่าแล้วมือของคุณหมอก็แตะที่ขาของชายผิวเข้มเบาๆแล้วขยับมันเล็กน้อย

"โอ้ย!" คนที่นอนหลับเมื่อครู่ถึงกับสะดุ้งเบาๆเมื่อมีอาการเจ็บที่ขา

"เจ็บมากมั้ยครับ"

 "เจ็บสิวะถามดะ.." ที่สุดแล้วประโยคนั้นก็ติดอยู่ที่ริมฝีปากเมื่อคนตรงหน้าเงยหน้าจากขาของตน

นะ..น่ารักมาก..มากจริงๆ

"ขอโทษครับคุณวรินทร"

"เรียกเกรทก็ได้ครับ" หนุ่มผิวเข้มฉีกยิ้มออกมาให้กับคุณหมอที่เขาคิดว่าน่ารักที่สุดที่เจอมาตรงหน้า!

"ครับ" คนไข้หุบยิ้มทันทีเมื่อคุณหมอไม่ได้มีปฏิกริยาอะไร มีเพียงแค่คำตอบสั้นๆเพียงเท่านั้น

ใครไม่จีบก็โง่แล้วโว้ย! อย่างนี้ต้องรุก

"เป็นหมอน่าจะทำงานหนัก เหนื่อยมั้ยครับเนี่ย"

ต้องรุกเบาๆไปก่อนเดี๋ยวอีกฝ่ายจะตกใจ..

"มีบ้างแต่ก็ไม่มากครับ"

เพล้ง..เหมือนโดนถีบยอดหน้ากลางมหาสมุทรแอตแลนติก ช่างเคว้งคว้าง ต่อยังไงล่ะทีนี้..

"ละ..แล้วคุณหมอชื่ออะไรเหรอครับ"

"จิรายุครับ"

คุณหมอน่ารักคนนี้ตอบโดยที่ไม่เงยหน้าจากขาของผมด้วยซ้ำ! แล้วที่ผมถามผมขอชื่อเล่นเว้ย ใครเค้าจะเรียกชื่อจริงกันเล่า

"ชื่อเล่นเจมส์ครับ" คุณหมอตอบออกมาหลังจากที่ผมคิดราวกับอ่านใจได้

"โอ้ย" ผมครางด้วยความเจ็บปวดหลังจากที่คุณหมอคนน่ารักทำอะไรสักอย่างกับขาของผม

"เดี๋ยวครับคุณหมอ!" เกรทเรียกคุณหมอเจมส์เอาไว้ก่อนที่ร่างผอมในชุดกราวน์สีขาวจะหมุนตัวออกไปจากห้อง

"คุณหมออายุเท่าไหร่ มีแฟนรึยังครับ" ให้ตาย..

สายตาฉลาดภายใต้กรอบแว่นนั่นมองคนที่อยู่บนเตียงอย่างชั่งใจ

"ทำไมเหรอครับ"

"ก็..ก็ผมแค่อยากรู้ไม่ต้องบอกก็ได้"

"ยี่สิบสาม โสดครับ" หมอหนุ่มกดยิ้มมุมปากเบาๆอย่างรู้ทัน

"งะ..งั้นให้ผมเรียกคุณว่าน้องหมอ แล้วก็.."

ชายหนุ่มในชุดกาวน์เลิ้กคิ้วขึ้นรอคำตอบที่รู้อยู่แล้ว

"ผมขอจีบน้องหมอได้ไหม"

"ถ้าคุณคิดว่าไหวผมก็ไม่ห้ามครับ"

 

#น้องหมอเจมส์

ชายหนุ่มผิวเข้มจ้องนาฬิกาข้างฝาห้องพักอย่างใจจดใจจ่อเพื่อรอเวลาสิบโมงของทุกวันที่น้องหมอเจมส์ของเขามาตรวจ

เขาได้นอนพักฟื้นในโรงพยาบาลสามวันสองคืน และวันนี้คือวันที่สามแล้ว

วันนี้เขาก็ต้องออกจากโรงพยาบาลแล้วนี่นา ก็ไม่ได้เจอน้องหมอทุกวันแล้วสิ..

เสียงเคาะประตูในเวลาสิบโมงเป๊ะๆทำให้เกรทสะดุ้งแล้วแกล้งล้มตัวลงนอน แสร้งทำเป็นหลับ

เกรทเปิดเปลือกตาขึ้นนิดๆเพื่อหวังจะมองใบหน้าของน้องหมอเจมส์ แต่กลับพบว่ามีเพียงพยาบาลที่กำลังเขียนสมุดบันทึกผู้ป่วยอยู่เท่านั้น

"วันนี้คุณหมอเจมส์มีเคสอื่นน่ะค่ะ ดิฉันเลยมาแทน" นางพยาบาลเงยหน้าจากสมุดจดบันทึกแล้วตอบอย่างรู้ทัน ก่อนที่จะก้มลงจดบันทึกยิกๆอีกครั้ง

"แล้วเขาจะมาหาผมมั้ยครับ"

"ไม่แน่ใจน่ะค่ะ ไม่รู้ว่าเคสนี้ใช้เวลากี่ชั่วโมง เดี๋ยวคุณก็ต้องออกจากโรงพยาบาลตอนเที่ยงแล้วนี่คะ"

จะทำยังไงดี..สองวันที่ผ่านมานี้เขายังไม่ได้ขอเบอร์หรือโซเชียลเน็ตเวิร์กของคุณหมอคนน่ารักเลยสักอย่าง ทำเพียงแค่หยอดคำหวานใส่เท่านั้น ซึ่งก็ทำให้น้องหมอปั้นหน้าไม่ถูกเป็นครั้งคราเมื่อถูกจีบไม่ทันตั้งตัว

เวลาล่วงเลยมาถึงตอนเที่ยงเกรทถูกใส่เฝือกและให้ไม้ค้ำสองอันแล้วเดินออกมาจากห้องพัก

นี่น้องหมอจะไม่มีกะจิตกะใจจะมาหาเขาเลยใช่ไหม..

เขาถ่อสังขารจากชั้น9มาถึงชั้น1อย่างห่อเหี่ยว แต่แล้ว..

"น้องหมอ!" คนน่ารักที่คุ้นเคยเดินมาอยู่ตรงหน้า

"คุณหายแล้วกลับบ้านได้แล้วครับ ขอโทษที่ไม่ได้ขึ้นไปบอกเพราะติดผ่าตัดนะครับ"

"ไม่ ผมอยากจีบคุณต่อ!"

"กลับบ้านไปครับ"

"...."

"แล้วผมจะอนุญาตให้คุณมาหาผมที่นี่ได้ทุกวัน"

ประโยคสุดท้ายทำคนที่ใจห่อเหี่ยวถึงกับพองโตขึ้นมา

"จริงนะครับ"

"จริงสิครับ" หมอเจมส์หัวเราะเบาๆก่อนที่จะเดินไปประคองคนขาเดี้ยง

"ผมช่วยนะครับ"

"น้องหมอ.."

ใจของเกรทเต้นรัวเร็วอย่างไม่รู้สาเหตุ

เมื่อเขาประคองผมขึ้นแท็กซี่เรียบร้อยเขาก็โบกมือลา

"เจอกันพรุ่งนี้นะครับน้องหมอ"

"พรุ่งนี้อะไรกันครับ..ทุกวันต่างหาก"

โดนรุกกลับเว้ย!

"แล้วเจอกันนะครับ น้องหมอ"


โปรดติดตามตอนต่อไป มีประมาณสามสี่ตอนนะจ้ะ ครุกคริก


ตอนที่2



กุหลาบชมพูช่อใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะ สร้างความประหลาดใจให้กับบรรดาหมอและพยาบาลเป็นอย่างมาก

"มุงอะไรโต๊ะทำงานผมละครับเนี่ย" เจ้าของโต๊ะผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ที่เพิ่งมาเข้าโรงพยาบาลหัวเราะก่อนจะแหวกบรรดาไทยมุงเข้ามาที่โต๊ะของตนก่อนที่จะมองช่อกุหลาบที่ส่งกลิ่นหอมรวยรินตั้งแต่เช้า ด้วยความประหลาดใจ "ใครให้ผมเหรอครับ"

"ไม่รู้สิ พี่ก็ไม่กล้าแตะ รอน้องเจมส์มาอ่านการ์ดอยู่เนี่ย อ่านสิๆ" พี่พยาบาลสาวใหญ่หยิบกระดาษเล็กๆที่มีกลิ่นหอมไม่แพ้กุหลาบออกมาจากช่อแล้วยื่นให้ผม

ผมรับมาด้วยความประหลาดใจ แต่แล้วก็ต้องหลุดยิ้มออกมาเมื่อได้อ่านข้อความในการ์ด

          "น้องหมอ ยังไม่ลืมพี่ใช่มั้ย ขอโทษที่ไม่ได้ไปหาทุกวันอย่างที่บอกเอาไว้เพราะพี่ติดงานที่บริษัท พี่เพิ่งว่างวันนี้ เลยออกไปซื้อดอกไม้ช่อนี้มาให้ แต่ก็ต้องโดนเรียกตัวกลับไปประชุมอีก พี่เลยฝากวางเอาไว้ที่โต๊ะแล้วก็เขียนการ์ดเอาไว้ หวังว่าน้องหมอเจมส์จะชอบมันนะครับ

      ขอให้มีความสดใสสดชื่นเหมือนดอกไม้ช่อนี้

      ปล.เบอร์ผม โทรมา 09x-xxx-xxxx

                                                          รัก

                                                      พี่เกรท

 

"หูยยย" เสียงร้องแซวเกรียวกราวมาจากเหล่าพี่ๆเพื่อนๆในแผนกจนผมต้องร้องปราม กลัวเขาจะรู้กันทั้งโรงพยาบาลน่ะสิ แซวซะดังเชียว

"ใช่คุณเกรท วรินทร ที่เป็นเคสของพี่ใช่ป่ะ" หมอแต้วที่ร่วมวงแซวผมด้วยพูดอย่างนึกขึ้นได้

"ใช่ครับ"

"ตายแล้วว น้องเจมส์รู้มั้ย ว่าเขาเป็นถึงเจ้าของบริษัทเสื้อผ้ารายใหญ่ของประเทศไทยเชียวนะ!"

"หวยออกเว่อร์อะน้องเจมส์ อย่าให้พลาดนะคนนี้"

"โชคดีอะ"

"อิจฉาจัง"

เสียงเจี๊ยวจ๊าวของพวกพี่ๆเพื่อนๆที่ต่างพากันอึ้งกับฐานะของเขาแล้วออกเสียงวิพากย์วิจารณ์อย่างออกรส

"ไปๆพวกเธอ กลับไปทำงานได้แล้ว ขืนอู้ต่ออย่างนี้โดนด่าตาย" หมอแต้วออกปากไล่อย่างไม่จริงจังนัก ก่อนที่วงไทยมุงจะแตก

ผมมองดูเบอร์โทรศัพท์ของเขาที่เขาให้มาอย่างพินิจ แล้วจึงหยิบโทรศัพท์ของตนกดเบอร์ของเขา

มือเรียวบีบโทรศัพท์แน่นขึ้นด้วยความตื่นเต้น

[ฮัลโหลครับ น้องหมอ]

"รู้ได้ไงเนี่ยครับ"

[พี่ให้เบอร์ส่วนตัวกับคนไม่กี่คนหรอกนะ นอกจากคนในครอบครัว ก็น้องเจมส์นี่แหละคนแรก]

เมื่อโดนหยอดคำหวานใส่แบบไม่ทันตั้งตัวอีกครั้งทำให้คุณหมอหนุ่มต้องหัวเราะแก้เก้อออกมา

"อ๋อ เหรอครับ แหะๆ"

[พรุ่งนี้ไปเดทกันไหมครับ]

"ดะ..เดท ที่ไหน กี่โมงเหรอครับ"

[แล้วน้องเจมส์อยากไปไหนครับ]

"ผมก็ไม่รู้ครับ.."

[งั้นเจอกันพรุ่งนี้ตอนห้าโมงหน้าโรงพยาบาลน้อง แล้วค่อยมาคิดนะครับ]

"ตะ..แต่"

[ไม่มีแต่ อ้อ แล้วก็อย่าลืมแลกเวรด้วยนะ ไปละครับ เดี๋ยวมีประชุมต่อ รักนะครับ จุ้บๆ]

ปลายสายวางไปแล้ว แต่หมอหนุ่มก็เกิดอาการหน้าเห่อร้อนขึ้นมาจากการโดนบอกรักกะทันหัน

"แหมๆ คุยอะไรกันเหรอจ้ะ หน้าแดงเป็นตำลึงสุกเชียว" หมอแต้วหมุนเก้าอี้จากโต๊ะของตัวเองที่อยู่ข้างโต๊ะผมมากระเซ้า

"มันร้อนมั้งครับ" ผมหัวเราะแก้เก้อ เมื่อยังถูกสายตารู้ทันของรุ่นพี่มองมา

"จ้า พี่ไม่รู้ก็ได้ งั้นพี่ไปหาอะไรกินก่อนนะ" หมอแต้วผุดลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้คุณหมอหนุ่มนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว

"อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เร็วๆจัง"

 

#น้องหมอเจมส์

 

ร่างผอมที่ยืนอยู่บนฟุตบาธหน้าโรงพยาบาลก้มมองนาฬิกาข้อมือเป็นครั้งที่ร้อยยี่สิบห้า เมื่อคนที่นัดด้วยไม่มาเสียที

หนอยแนะ..เขาอุตส่าห์มารอตั้งนาน ตื่นเต้นทั้งวันจนโดนพี่ๆแซวไปอีกระลอกใหญ่

ห้านาทีต่อมารถสีดำสนิทคันโก้ก็มาจอดเทียบฟุตบาธที่คุณหมอหนุ่มยืนรอเก้ออยู่ เจ้าของรถลดกระจกลงมามองหน้าหมอเจมส์

"รอนานมั้ยครับเนี่ย ขอโทษนะ"

"นานสิครับยี่สิบนาทีแล้วเนี่ย"

"โธ่ อย่างอนสิ เดี๋ยวพาไปกินอะไรอร่อยๆ วิวดีๆ เอาไหม"

"ผมไม่ได้งอน เมื่อยต่างหาก" หมอเจมส์เบ้ปากลงซึ่งทำให้เกรทรู้สึกว่ากิริยานี่มันโคตรน่ารัก

รถคันหรูชะลอลงเมื่อถึงจุดหมาย แต่เมื่อเท้าของคุณหมอก้าวมาแตะพื้นแล้วเงยหน้ามองตึกหรูที่ตั้งตระหง่านอยู่ที่ใจกลางเมืองแห่งนี้ถึงกับต้องออกปากปฏิเสธด้วยความเกรงใจเพราะอาหารในนั้นต้องแพงมากแน่ๆ

"ไม่เป็นไรดีกว่าครับ เราไปหาอะไรทานง่ายๆก็ได้" หมอเจมส์ยิ้มแหยๆ เขาไม่ชินกับการทำอะไรหรูๆเลยนะ ถึงแม้เขาจะเป็นหมอแต่ก็ไม่ได้มีชีวิตที่สุขสบายแบบที่ใครๆคิด

"ผมจองโต๊ะไว้แล้วน่ะครับ รีบขึ้นไปดีกว่า" ชายหนุ่มผิวเข้มดันแผ่นหลังของคนตรงหน้าให้ขึ้นบันไดไป

"แต่มันแพงนะครับ..คือผมเกรงใจ ละ..แล้วมันก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องมาทานอะไรแบบนี้"

"เอาเถอะครับผมอยากเลี้ยง"

ไม่รู้ว่าถูกเกรทลากมาถึงบนดาดฟ้านี่ได้ยังไง แต่ตอนนี้ทั้งสองนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารสุดหรูบนดาดฟ้าใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร

"น้องหมอจะทานอะไรครับ สั่งได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ"

"อะ..เอ่อ" คุณหมออ้ำอึ้งพลางเหลือบสายตาไปมองราคาบนหนังสือเมนูแล้วกลืนน้ำลายเพราะราคารากเลือดของมัน

"บอกแล้วไงว่าไม่ต้องเกรงใจ"

"ง..งั้นพี่ทานอะไรผมทานได้หมด"

"โอเคครับ น้อง..ฟัวกราส์สองที่ ไวน์ขาวหนึ่งครับ เอาอะไรอีกมั้ยครับ"

"มะ..ไม่ครับ"

"ครับ เอาแค่นี้ครับ"

ตลอดเวลาที่รออาหารเขาก็มองผมอย่างหวานเชื่อมตลอดเวลาเลยล่ะ ผมเขินต้องเสมองไปทางอื่นเสมอเลย เมื่อไหร่ผมจะกล้าสบตากับเขาตรงๆซะที!

"คือ..ปกติคุณเกรททานอะไรแบบนี้ตลอดเลยเหรอครับ"

พยายามหาเรื่องคุย ไม่ให้บรรยากาศน่าอึดอัดจนเกินไป

"อือ ก็ใช่"

"แพงแย่เลยนะครับ"

ผมได้ยินเขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ผมจึงเงยหน้ามองเขาแต่เขาก็มองผมอยู่เช่นกันจนผมต้องหลบตาเขาอีกครั้ง

"ขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องเขินแล้วก็ได้มั้งครับ" เขาบอกอย่างรู้ทัน

"ใครว่า ผมไม่ได้เขิน" ปฏิเสธหน้าตาย..ทั้งๆที่ในใจเต้นจนแทบระเบิดตอนที่เขามองมา

"ปากแข็งจริงๆ"

"ไม่"

เราเถียงกันไปมาอยู่อย่างนั้น ซึ่งไม่พ้นเรื่องนี้จนอาหารมา แต่ผมก็มองอาหารตรงหน้าอย่างชั่งใจเพราะราคาที่สูงลิบ

"อ้าว ทำไมไม่ทานล่ะครับ ดูไม่น่าทานเหรอครับ งั้นสั่งใหม่..น้อง"

"เดี๋ยวครับ ไม่ใช่อย่างนั้น แต่ผมไม่กล้ากินหรอก มันแพง"

"คิดเยอะน่า มางั้นป้อน" เขาเอื้อมมือทั้งสองข้างมาหั่นฟัวกราส์ให้ผมเป็นชิ้นเล็กๆแล้วจิ้มมาประชิดปากของผม "อ้ามม"

"ทำเป็นป้อนข้าวเด็กเล็กๆไปได้" หมอเจมส์หัวเราะแต่ก็ยอมอ้าปากให้เขาป้อนแต่โดยดี

"อร่อยไหม"

"อร่อยครับ"

"ลองพูดแบบไม่มีครับมั้ย แบบสนิทๆกัน"

"เอางั้นเหรอครับ" หมอเจมส์ทำหน้าลังเลใจ

"แหน่ะ ครับอีกแล้ว"

"ก็ได้ ไม่พูดแล้ว โอ้ย" หน้าหวานภายใต้กรอบแว่นโอดโอยเพราะมือของคนตรงหน้าที่กำลังบีบแก้มของเขาด้วยความหมั่นเขี้ยว

"พี่มีของจะให้" เขาพูดเว้นช่วงด้วยสายตามีเลศนัย "แต่ต้องหลับตาก่อนนะ"

คุณหมอหนุ่มยอมหลับตาลงแต่โดยดี จนกระทั่ง

"เปิดตาได้เลย"

ช่อดอกกุหลาบม่วงที่จ่ออยู่ตรงหน้าทำให้คนที่ถูกเซอร์ไพรส์ฉีกยิ้มกว้างแล้วรับมันมาถือ

"สวยจัง แพงอีกแล้วใช่มั้ยครับเนี่ย" หมอเจมส์ก้มลงแล้วแตะกลีบของมันอย่างเบามือ

"คิดเรื่องเงินๆทองๆอีกแล้วนะ บอกแล้ว แค่นี้เพื่อน้องหมอพี่ซื้อให้ได้อยู่แล้ว"

"ก็เกรงใจนี่ครับ"

"เดี๋ยวก็เป็นแฟนกันแล้ว เกรงใจอะไรกัน"

หน้าของคุณหมอหนุ่มเป็นสีแดงขึ้นมาทันที

"ดื่มไวน์มั้ย" เกรทรินไวน์ขาวราคาแพงลงในแก้วชอร์ดาเน*แล้วยื่นให้หมอเจมส์

"ผมไม่ค่อยดื่มน่ะ มันไม่ค่อยดีต่อสุขภาพ"

"ลองดูบ้างนานๆกินทีน่า" ชายหนุ่มผิวเข้มยัดแก้วลงในมือของคุณหมอแล้วพยักหน้าเป็นเชิงให้ลองดื่มดู

เมื่อไม่อยากขัดน้ำใจคนตรงหน้าหมอเจมส์จึงค่อยๆดื่มมันช้าๆ รสชาตินุ่มลิ้นเพราะมูลค่าของมันที่ปะปนไปกับความฝาดปนหวานทำให้เขาชื่นชอบรสชาติของมัน แต่เมื่อกลืนมันลงไปก็รู้สึกร้อนท้องเล็กน้อยรวมทั้งอาการมึนงงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์

แหงล่ะสิ คนที่แทบจะไม่กินแอลกอฮอล์เลยทั้งชีวิตมากินแก้วเดียวก็เริ่มมึนแล้ว

"เป็นยังไงบ้างน้องหมอ รู้สึกโอเคมั้ย" คุณเกรทที่ดื่มอยู่บ่อยๆกลืนมันลงคออย่างง่ายดายแล้วรินแก้วใหม่เติมให้ผมและตัวเองอยู่เรื่อยๆถามขึ้น

"มะ..ไม่ค่อยโอเคครับ" แก้วที่ห้าถูกวางลงพร้อมกับใบหน้าของผู้ดื่มที่กำลังฟุบลงกับโต๊ะ

เขาชอบรสชาติมันนะ แต่คนคออ่อนอย่างเขา กินแป๊บเดียวก็เมาอึ้งแล้ว

"อ้าวหลับซะแล้ว" คนคอแข็งมองคนที่คอพับลงบนโต๊ะแล้วหัวเราะเบาๆ "น้องเจมส์ตื่นก่อน"

เมื่อการปลุกไม่เป็นผลทั้งเขย่าก็แล้วเรียกก็แล้ว หนทางสุดท้ายก็คือ ต้องไปนอนบ้านเขาก่อน..เพราะเขาไม่รู้บ้านของคุณหมอคนน่ารักคนนี้

ร่างสูงอุ้มร่างที่นอนสลบสไลไม่รู้เรื่องเข้ามาในห้องนอนใหญ่ของตน

"กว่าจะถึงเตียงนะ" เขาวางร่างของคุณหมอแล้วส่ายหัวก่อนที่จะเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัวก่อนจะออกมานอน

ซึ่งก็นอนไม่น่าได้..เพราะร่างของหมอเจมส์ได้ครอบครองทุกพื้นที่ของเตียงไว้หมดแล้ว

"เขยิบนิดนึง พี่ขอนอนด้วยสิ"

"อือ.." อือไปอย่างนั้นแหละ ไม่ได้ขยับหรอก

"งั้นเดี๋ยวพี่ไปนอนโซฟาก็ได้ ฝันดีนะครับ"

ร่างสูงกำลังจะผุดลุกขึ้น แต่แขนของคุณหมอกลับรั้งตัวเขาเอาไว้

"อย่าปายนะ..โผมร้ากพี่..ร้าก..อืม'' เสียงยานคางเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ของคนที่สะลึมสะลือทำให้เกรทหลุดยิ้มออกมา

"รักเหมือนกัน"

"เปนแฟนกันน้า"

"อือ เป็น"

เขาว่าตอนเมาคนจะบอกว่าจะเผยธาตุแท้ นิสัยและความรู้สึกจริงๆออกมา ครั้งนี้ด้วยสินะ

"ง้าน นอนๆ นอนข้างๆค้าว" คนเมาตบฟูกข้างๆตัวปุๆ

"ฝันดีนะ แฟนของผม"

 

แก้วชอร์ดาเน=ชนิดของแก้วไวน์


ยังไม่รู้เลยว่าจะเอาตอนสามหรือตอนสี่เป็นตอนจบ แต่ก็ฝากติดตามด้วยนะคะ กด เฟบเวอร์ริท และก็เม้นเอาไว้ เพราะไม่ได้จบแค่ตอนสองแน่นอนจ้า5555 รักคนอ่านชุ้บๆ


ตอนที่3


5ปีผ่านไปนับตั้งแต่คุณหมอหนุ่มขอนักธุรกิจผิวเข้มเป็นแฟนอย่างไม่รู้ตัว คุณเกรทก็ดูแลเอาใจไม่ห่างหายเหมือนวันแรกที่เจอกัน ถึงแม้จะมีทะเลาะกันบ้างตามประสาคนรัก แต่ทั้งสองก็หมั่นเติมเต็มความรักให้กันและกัน

 

คุณหมอเจมส์ที่เพิ่งเลิกงานจากโรงพยาบาลขับรถมาจอดหน้าคฤหาสน์หลังโตของแฟนหนุ่ม

ในวันนี้ไม่มีใครอยู่ในบ้านเพราะครอบครัวที่เกรทก็ต่างไปออกงานสังคมอย่างที่แวดวงไฮโซเขาทำกัน เหลือแต่คนรับใช้ในบ้านที่มาเปิดประตูให้เมื่อครู่กับสุนัขหนึ่งตัว

"กระทิ มานี่เร็วว"

สุนัขพันธุ์บิชองขนฟูวิ่งมาจากทางหลังบ้าน หางของมันสะบัดไปมาบ่งบอกว่ามันชอบบุคคลตรงหน้าก่อนที่มันจะมาคลอเคลียอยู่ตรงขาของหมอเจมส์ด้วยความคุ้นเคย

"ว่าไงครับ" เขาจับมันมาวางบนตักแล้วลูบหัวมันด้วยความเอ็นดู


ทันใดนั้นหมาน้อยบนตักก็กระโจนออกไปแล้ววิ่งออกจากประตูรั้วที่เปิดอยู่นิดๆแล้ววิ่งออกไป

"กระทิ กลับมาเลย อย่าวิ่ง!" ร่างสูงวิ่งไล่ตามหมาน้อยที่วิ่งหนีไปตามตรอกซอกซอยต่างๆ

จนถึงทางแยกสี่ทางของหมู่บ้าน เจ้าหมาน้อยก็หายไปเสียแล้ว หมอเจมส์ก้มๆเงยๆหาอย่างกระวนกระวายใจ เจ้ากระทิ เป็นสุนัขที่คุณเกรทรักมาก ถ้าหากมันหายไปหรือเป็นอะไรไป เขาจะต้องเสียใจมากแน่ๆ

"กระทิ อยู่ไหน ออกมานะ"

เมื่อเรียกอยู่หลายครั้งก็ไม่ได้ยินอะไรตอบกลับมา จึงตัดสินใจกดโทรหาแฟนหนุ่ม

เสียงเห่าที่คุ้นเคยของมันทำให้เจมส์เงี่ยหูฟัง

"กระทิ เราได้ยินแล้วนะ ออกมาเลย"

เจ้าหมาน้อยที่วิ่งมาด้านหลัง วิ่งเข้ามาเลียขาของเจมส์

"ตกใจหมดเลย วันหลังห้ามทำแบบนี้อี.." คุณหมอหนุ่มที่กำลังดุหมาน้อยถึงกับชะงัก เมื่อเห็นป้ายไม้เล็กๆที่ห้อยคอของเจ้ากระทิ

'Will you marry my dad'

 

"แต่งงานกับพี่นะครับ" เสียงคุ้นเคยที่ดังขึ้นจากด้านหลังอีกครั้ง ทำให้คุณหมอต้องหันไปมอง

คุณเกรทยืนอยู่ด้านหลังพร้อมกับช่อดอกไม้ช่อใหญ่ตุ๊กตาหมีและแหวน ด้านหลังไปอีกก็มีคนรับใช้ของคุณเกรทยืนถือป้ายเรียงกัน

WILL YOU MARRY ME ?

น้ำตาที่ค่อยๆเอ่อพ้นขอบตาด้วยความตื้นตัน

แฟนหนุ่มที่คบกันมาครึ่งสิบปีเดินมาคุกเข่าตรงหน้าพร้อมกับของในมือ

"อาจจะดูเหมือนเชย แต่พี่ก็ตั้งใจทำมันด้วยใจจริง แล้ววันนี้ พี่ก็แน่ใจแล้วด้วย" พี่เกรทเว้นวรรคเพื่อเงยหน้าสูดลมหายใจเรียกความมั่นใจ "ว่าพี่อยากจะดูแลน้องเจมส์..ไปตลอดชีวิตที่เหลือของพี่"

น้ำตาที่ปริ่มๆอยู่แล้วไหลพรวดลงมาเหมือนเขื่อนแตกเพราะคำพูดประกอบกับแววตาหวานซึ้งของคนที่คุกเข่าอยู่

"แต่งงานกับพี่นะ" แหวนที่อยู่ในกล่องบัดนี้ถูกเลื่อนเข้ามาสุดในโคนนิ้วเรียวของคุณหมอ

"ตกลง..ตกลง ฮึก" เจมส์พยักหน้ารัวเร็วราวกับกลัวเขาเปลี่ยนใจพร้อมกับสะอื้นเบาๆ

"โอ๋เอ๋ อย่าร้องไห้ เดี๋ยวไม่น่ารักนะ" หนุ่มผิวเข้มส่งมือมาปาดน้ำตาที่เลอะหน้าหวานเบาๆอย่างทนุถนอม

"ไม่ต้องเลย ตกใจหมด แกก็เหมือนกันกะทิ" เจมส์ก้มลงเอ็ดเจ้าหมาตัวดีที่ยืนมองอยู่บนพื้นอย่างไม่จริงจังนัก

"ทำดีมากลูกพ่อ" ส่วนเจ้านายที่ตัวดีพอกันทรุดตัวลงแล้วลูบหัวมัน "เดี๋ยวมีรางวัลจะให้"

"พอกันพ่อลูก" เจมส์ส่ายหัวพลางรับช่อดอกไม้และตุ๊กตาหมีตัวใหญ่มากอดไว้

"ยินดีต้อนรับล่วงหน้าเจ้านายคนใหม่ของพวกเราค่า!" คนของคุณเกรทคนหนึ่งที่ยังคงถือป้ายอยู่ข้างหลังตะโกนขึ้น คนที่เหลือจึงส่งเสียงเซ็งแซ่อย่างยินดี

"เดี๋ยวผมจะโทรไปหาคุณพ่อกับคุณแม่ก่อน ว่าท่านจะมีลูกสะใภ้แล้ว โอ้ะ!" มือของคุณหมอฟาดลงที่แขนว่าที่สามีเบาๆอย่างขวยเขิน

 

[ว่าไงจ้ะลูกเกรท]

"น้องเจมส์ตกลงจะแต่งงานกับผมแล้วนะครับคุณแม่"

[จริงเหรอจ้ะลูก หาฤกษ์เลยดีไหมจ้ะ]

"ดีเลยครับ ผมอยากจะจัดงานแต่งให้เร็วที่สุด อดใจรอไม่ไหวแล้ว" เกรทส่งสายตาพราวระยับให้กับคุณหมอที่ยืนส่งสายตาค้อนวงใหญ่อยู่ด้านหลัง รออะไรเล่า..หื่นจริงๆเลย

[แหม ลูก ได้เลยจ้ะ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปซินแสกันนะจ้ะ]

"ครับ รักแม่นะครับ จุ้บๆ แค่นี้นะครับ" เขาทำปากจู๋กับโทรศัพท์ก่อนจะกดวางสาย

"คุณแม่ว่ายังไงบ้าง" ผมชะโงกหน้าถาม

"พรุ่งนี้จะไปหาฤกษ์แล้ว"

"เร็วจัง"

"ทำไมล่ะ ยังไม่อยากแต่งเหรอ" เกรทถามเมื่อเห็นสีหน้าของคนข้างๆ

"ก็อยากนะ..แต่รู้สึกแปลกๆที่จะต้องสละโสดจริงจังนี่สิ ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าจะได้แต่งงานเหมือนชาวบ้านเค้า" คุณหมอหัวเราะ

"ยังไม่พร้อมก็ไม่ว่านะ พี่รอได้ พี่อยากให้น้องเจมส์สบายใจ"

"เจมส์พร้อมแล้ว แค่ใจหายเฉยๆน่า"

"งั้นก็ดี พี่อดใจไม่ไหวแล้วจริงๆ"

"อดใจอะไรของพี่" เจมส์เบือนหน้าหนีสายตาที่มีเลศนัยของคนรัก

"รู้ๆกันอยู่นะจ้ะ"

"บ้าเหรอ" เจมส์ฟาดไปที่แขนของเขาอีกครั้ง

"พี่รักเจมส์นะ" คุณเกรทพูดขึ้นหลังจากหัวร่อต่อกระซิกกันอยู่นาน

"อือ เจมส์ก็รักพี่เกรท"

"พี่อดใจรอวันแต่งงานของเราไม่ไหวแล้วสิ"



 

 

 เขาจะแต่งงานกันแล้วค่าาาาา ตอนนี้มาสั้นๆเพราะเป็นแค่ปูเรื่องก่อนจบนะคะ ตอนหน้าจบแล้วเน้ออ ขอบคุณสำหรับคอมเม้น(อันน้อยนิด แต่ทำให้มีกำลังใจ) และการกดติดตามของทุกคนด้วยนะค้าา เยิ้ฟฟฟ <3


ตอนที่4(ตอนจบ)



 

 

เสียงบรรดาแขกเหรื่อมากมายดังเซ็งแซ่ไปทั่วชายหาดนางยวน จังหวัดสุราษฎร์ธานี หนึ่งในวันสำคัญของชีวิตคู่ของคนสองคนกำลังเริ่มต้นขึ้น

เสียงคลื่นที่กระทบเข้ากับฝั่ง พร้อมกับลมที่กำลังพัดเอื่อยๆ พระอาทิตย์ที่กำลังจะลับฟ้าไป

ทำให้บรรยากาศโรแมนติกเข้าไปอีกหลายเท่า

 

ร่างผอมในชุดทักซิโด้สีขาว ปกเสื้อและหูกระต่ายดำมองบรรยากาษจากหน้าต่างห้องรีสอร์ทที่เป็นห้องแต่งตัวอยู่ขณะนี้

"แม่จ๋า เจมส์ดูดีรึยังจ้ะ" คุณหมอหนุ่มเดินเข้าไปกอดอ้อนมารดา

"ดูดีมากเลยล่ะจ้ะ"

"ทำไมแม่ทำหน้าอย่างนั้นล่ะจ้ะ" เจมส์ถามขึ้นเมื่อหน้าของมารดาซึมลง

"อีกไม่นาน เจมส์ก็จะไม่ได้อยู่กับแม่แล้วสินะ" มารดาเอื้อมมือมาลูบหัวของลูกชาย

"โธ่..แม่ก็นึกว่าเรื่องอะไร" เจมส์ยิ้ม "ถึงเจมส์กำลังจะแต่งงานแล้ว เจมส์ก็จะกลับไปหาแม่บ่อยๆ ไม่มีทางลืมแม่หรอก เจมส์รักแม่จะตาย"

"โชคดีนะลูก"

"ยังไม่ได้แต่งเลยครับ" คุณหมอหัวเราะพลางล้มตัวนอนลงบนตักผู้เป็นมารดาอย่างไม่สนผมที่ถูกเซ็ตไว้อย่างดีว่ามันจะเสียทรงหรือไม่

"อีกเดี๋ยวก็แต่งแล้ว"

เสียงเคาะประตูทำลายบทสนทนาของสองแม่ลูก

"คุณแม่ครับ เดี๋ยวงานจะเริ่มอีกห้านาทีนะครับ พาเจ้าสาวไปแสตนบายเลยครับ"

พนักงานของสตูดิโอจัดงานบอกแผนและลำดับงาน

"ได้เลยค่ะ ขอบคุณนะคะ" มารดาพยักหน้า "พร้อมรึยังจ้ะลูก"

ผมพยักหน้าตอบกลับไปพร้อมเดินไปควงแขนแม่ของผมเบาๆแล้วเดินออกจากห้องพร้อมกัน

.

เพลงโรแมนติกหวานซึ้งในงานเริ่มบรรเลงขึ้นโดยนักดนตรีซึ่งมันรับมันกับจังหวะเสียงคลื่นทะเลได้อย่างลงตัว

"สวัสดีคร้าบบ แขกเหรื่อผู้มาร่วมงานมงคลในวันนี้นะครับ" เมื่อเสียงพิธีกรขึ้น แขกทุกคนก็เริ่มนั่งประจำโต๊ะของตน

"เป็นฤกษ์ยามงามดีนะครับในค่ำคืนนี้ท่ามกลางบรรยากาศชายทะเล" พิธีกรยังคงพูดแนะนำงานอย่างต่อเนื่อง "และตอนนี้..เชิญพบกับเจ้าบ่าวของเราได้เลยคร้าบบ"

สิ้นเสียงพิธีกร ร่างสูงผิวเข้มก็ปรากฏขึ้นพร้อมหน้าเปื้อนยิ้มกับกล่องแหวนสร้างเสียงฮือฮาให้กับบรรดาญาติๆได้อย่างดี

"คุณเกรทนะครับ เจ้าบ่าวของเรา แล้วทุกคนอย่างเห็นเจ้าสาวของเรากันมั้ยเอ่ย"

ทุกคนในงานพร้อมใจกันตอบว่าอยาก

"งั้นเราไปพบกับเจ้าสาวของเรากันเลยนะครับ คุณเจมมมส์"

พิธีกรผายมือไปทางด้านหน้าของเจ้าบ่าว

ร่างผอมในชุดสีขาวสะอาดตาปรากฏขึ้นพร้อมกับผู้ให้กำเนิดในมือถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่

ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจ้องตากันราวกับต้องมนต์สะกด เหมือนกับทั้งคู่เป็นแม่เหล็กที่พร้อมจะดูดเข้าหากัน

เมื่อเพลง Trumpet Voluntary ของ Jeremiah Clarke บรรเลงขึ้น ร่างสูงก็เดินเข้ามาครึ่งทาง

พร้อมกับมารดาของเจ้าสาวที่ควงคุณหมอหนุ่มเข้าไปหาเกรท

มือใหญ่จับมือนุ่มของเจมส์แล้วเปลี่ยนจากแหวนหมั้นเป็นแหวนแต่งงานให้ แล้วเจ้าสาวก็ทำเช่นเดียวกัน

"แม่ฝากน้องด้วยนะลูก ถ้าน้องทำผิดก็เตือนกัน"ผู้ให้กำเนิดกล่าว

"ครับคุณแม่" เจ้าบ่าวรับคำ

ดนตรีบรรเลงไปท่ามกลางกลิ่นอายความรักของทั้งสอง

ตาสวยใต้กรอบแว่นมองลอดผ่านมองสามีด้วยความรัก

"มองอะไรน้องเจมส์" คนที่เพิ่งรู้ตัวว่าถูกมองหัวเราะ

"วันนี้แฟนน้องหล่อแปลกๆ"

"อย่างนี้ก็มีเนอะ" เขายิ้มอย่างอารมณ์ดี "คอแข็งขึ้นนะเรา"

"อะแน่นอน" ว่าแล้วเจ้าสาวมือใหม่ก็ซดไวน์แดงแก้วที่เจ็ดเข้าไปอย่างสบายใจ

"งานสวยอะ พี่ชอบ"

"น้องก็ชอบ ทะเลสวยมากกกก" เจมส์ลากเสียง

"งานเสร็จกี่ทุ่มเนี่ย"

"สี่ทุ่มมั้ง กว่าแขกจะกลับหมด ทำไมล่ะ"

"งานเสร็จแล้วเดินเล่นริมทะเลกัน"

เจ้าสาวพยักหน้าตกลงก่อนที่จะจูงมือสามีไปพูดคุยกับแขก

"มาถึงช่วงสุดท้ายแล้วนะครับ เชิญบ่าวสาวขึ้นมาบนเวทีเลยครับ" พิธีกรผายมือไปทางเวทีเล็กๆที่เขายืนอยู่ "ช่วยบอกความรู้สึกของกันและกันหน่อยครับ"

เกรทรับไมค์มาจากพิธีกรแล้วกระแอมพอเป็นพิธี

"ก่อนอื่นเลยนะครับ ต้องขอบคุณพ่อแม่ ครอบครัว ญาติๆ เพื่อนร่วมงาน ของทั้งผมและน้องเจมส์ที่มาร่วมงานในวันนี้ด้วย วันนี้เป็นวันสำคัญของผมและแฟน ส่วนสิ่งที่ผมจะบอกกับเจ้าสาวในตอนนี้ก็คือ" เกรทหันมาสบตากับคนข้างๆด้วยสายตาหวานซึ้ง จนคนถูกมองปั้นหน้าไม่ถูก "ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาห้าปีเลยนะ ขอบคุณที่อดทน รักพี่ เราทะเลาะกันบ่อยก็จริง แต่เราก็ลดทิฐิปรับความเข้าใจกันได้ ถึงเราจะไม่ได้ใช้เวลาร่วมกันมากแบบคู่อื่นๆ เพราะเราทั้งคู่ก็ทำงานหนักด้วยกัน แต่เราก็เข้าใจกัน ไม่ห่างกันไปไหน พี่รักเจมส์นะ ที่สุดในโลก"

เสียง ฮิ้วววว ของบรรดาแขกเหรื่อดังลั่นไปทั้งงานจนบ่าวสาวอายจนตัวม้วนไปสิบตลบ

"แล้วเจ้าสาวล่ะครับ มีอะไรจะบอกไหม"

"ส่วนใหญ่พี่เกรทก็พูดไปหมดแล้วล่ะครับ ชีวิตแฟนของเราไม่ได้หวือหวามากเหมือนตอนแรกๆแต่ว่าความสัมพันธ์ของเราก็ยังมั่นคงเหมือนวันแรกที่เราคบกัน จนวันนี้ของเรามันก็มาถึง ขอบคุณที่มั่นคงกับผมมาตลอด ถึงจะมีคนมากมายที่เข้ามาหาพี่ แต่พี่ก็เลือกผม ทั้งๆที่พี่ก็มีสิทธิ์เลือกคนที่ดีกว่าผม แต่พี่ก็ไม่ทำ ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เราได้คู่กัน"

ผมช้อนตามองเจ้าบ่าวด้วยสายตาหยดย้อยปานน้ำผึ้ง ซึ่งพี่เกรทก็มองกลับมาด้วยสายตาที่ไม่ต่างกันท่ามกลางเสียงแซวอีกระลอกใหญ่ๆ

"จูบเลย! จูบเลย! จูบเลย! " เสียงเชียร์ดังขึ้นเรื่อยๆ

ผมที่สบตากับพี่เกรทอยู่แล้ว เลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ๆคนรักแล้วประทับปากลงไปชิมความหวานของริมฝีปากคนตรงหน้า ก่อนที่จะเอื้อมมือประคองใบหน้าของเขาให้อยู่ในระดับที่พอดี

ไม่รู้ว่าเราสองคนจูบกันนานเท่าไหร่ จนกระทั่งผมถอนริมฝีปากออก

"และงานในวันนี้ก็จบลงแล้วนะครับ ขอบคุณทุกๆคนที่มาร่วมแสดงความยินดีกับคุณเกรทและคุณเจมส์คร้าบ" เสียงพิธีกรกล่าวปิดงาน ก่อนที่แขกจะเริ่มทยอยกลับ

"ไปเดินเล่นกัน" ว่าแล้วพี่เกรทก็คว้ามือของผมไปแล้วออกแรงจูงเบาๆ

"อากาศดีเนอะ" ผมบอกแล้วพลางเอามืออังลมที่พัดมา

"อื้อ ไปนั่งตรงนั้นกัน" พี่เกรทชี้ไปทางแนวสันทรายที่เป็นสัญลักษณ์ของเกาะนางยวนแห่งนี้

ผมกับเขาพากันไปนั่งที่สันทรายสีขาวที่บัดนี้ถูกครอบคลุมไปด้วยความมืดในตอนกลางคืน

"วิวสวย" ผมทอดสายตามองไปไกลจนสุดเส้นขอบฟ้า

"ไม่เท่าเจมส์หรอก"

"เว่อร์ละๆ พอเลย ขนลุก" เจมส์ฟาดแขนของสามี

ทันใดนั้นเกรทก็ฉวยโอกาสหอมแก้มคนข้างๆ

"รักเจมส์นะ"

"เหมือนกัน"

"อยู่อย่างนี้ไปนานๆนะ"

"อือ จนกว่าพี่เกรทจะเบื่อเจมส์แหละ"

"พี่ไม่เบื่อเราหรอก มีแต่เราจะเบื่อพี่"

"ใครเบื่อก่อนแพ้"

"พี่ชนะแน่นอน"

"ไม่จริง"

ทั้งสองหัวเราะอย่างมีความสุขเคล้าไปกับเสียงคลื่นที่ยังคงซัดเข้าฝั่ง

ไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ปัจจุบันตอนนี้ยังคงมีแค่เราที่ต้องพยายามรักษาความรักที่มีให้กันไปนานๆ


เยย่ จบแล้วนะคะ หลังจากที่เราเขียนไว้นานแล้วแต่ไม่ได้อัพซะทีเพราะเราจะมาเปิดฟิคใหม่55555 เป็นฟิคเรื่องแรกที่เขียนจบเพราะเป็นฟิคสั้น เยิ้ฟทุกคนนะคะ แงงงง้วววว ซารางแฮฮฮ <3

 


ผลงานอื่นๆ ของ princerfo

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 toungtong22 (@toungtong22) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 10:00
    ชอบมากกก งื้อออออ แต่งต่อเรื่อยๆเลยได้ม่ะ ร้ากกก
    #3
    0
  2. #2 jun de (@mook9543) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 03:11
    ชอบบบบ มาต่อไวๆนะคะ
    #2
    0
  3. วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 21:54
    รอจ้าาา
    #1
    0