ภารกิจรัก สายลับ ป่วนออนไลน์

ตอนที่ 145 : ถกสถานการณ์ลอบสังหารลูนากับคุณผู้อ่านทุกท่านโดยคุณ piwut

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,563
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    16 ม.ค. 53

ตอบ คุณ piwut จาก คห 7571

ด้วยความเคารพครับไรท์เตอร์

1. ที่ผมติงไว้นั้น ก็ไม่ได้จะบอกเป็นจริงจัง ว่า เมธัสจะต้องสู้แบบ 1 ต่อ 2000 หรอกครับ
แต่ผมมองว่า เจ้าตัวฐานทัพคอร์เด็นนั่นนะครับ ผมดูว่า มันมีขนาดใหญ่เกินไป และการเคลื่อนย้ายอาวุธสงคราม ในระดับนี้ มันเป็นเรื่องเอิกเกริกเกินไป

เรื่อง 1 ต่อ 2000 มันก็ไม่ใช่หนังไทยหรอกครับ หนังจีน ฝรั่ง ผมว่าเห็นประจำนะครับ

เช่น

พงศาวดารจีน    สามก็ก ลิโป้ กวนอู เตียวหุย

                            จูล่ง(ที่ช่วยลูกของเล่าปี่นะครับฝ่าทัพของโจโฉด้วยตัวคนเดียว หลักแสนมั้งนะครับ) - -

ญี่ปุ่น                   อย่างมิยาโม้โต้ มุซาซิ สู้กับสำนักโยชิโอกะมั้งนะครับถ้าจำไม่ผิด นี้ก็เกือบ 100

อเมริกา  (หนัง)   ก็แรมโบ้ฝ่ากองทัพ น่าเกิน 100  มั้งครับ ในหลายๆ ภาค

ส่วนถ้าเกี่ยวกับสายลับก็ 007 ไปเลยครับ มันส์ดี

2.โดยในตัวของเจ้าฐานทัพเองที่มีขนาดใหญ่กว่าตึก 8 ชั้น ไม่ว่าจะส่งไปปฏิบัติการที่ไหน มันเก็บเรื่องเงียบเชียบไม่ได้หรอกครับ ในเขตเมืองหลวงประเทศไหนๆก็ตาม ต่อให้เป็นประเทศที่มีปฏิวัติอยู่ตลอดเวลาก็ตาม
ถ้าหากเอาเจ้ารถถังรบขนาดใหญ่ อย่างรถถังสายพานเหล็ก แบบ M 60 A1 หรือ M 60 A3
มาวิ่ง แป๊บเดียว ก็ต้องเป็นข่าวให้รู้แล้ว ต่างกับเจ้าพวกรถถังเบา แบบ M 41 หรือ Stingray หรือ Scorpion หรือ leopard เพราะเงื่อนไขในระบบรักษาความปลอดภัยจะต่างกัน

ตามธีมที่ได้วางไว้
จากตอน 122 คำสั่งพิเศษ?

การมาท่องเที่ยวใต้ทะเลของลูนาในครั้งนี้ไม่ได้จัดอยู่ในตารางเวลาของเธอ แต่เป็นการตัดสินใจอย่างฉับพลัน ........
ส่วนการเลือกสถานีฟื้นฟูทะเลก็เป็นซาราเลือกด้วยตนเอง ... ในเขตเมืองหลวงแห่งนี้ มี สถานีฟื้นฟูสภาพทะเลด้วยกันถึงสามแห่ง และอีกสองแห่งได้ตั้งอยู่ใกล้และห่างไกลจากโรงแรม ส่วนสถานีฟื้นฟูสภาพทะเลแห่งนี้อยู่ระหว่างกลาง... สถานที่แห่งนี้เลือกตอนท้ายสุด ... เมื่อยามออกเดินทางเท่านั้น ...

จากคำพูดของคุณ ใน คห 7556

ด้วยความทันสมัย และอาวุธที่พัฒนาแล้ว  กองกำลังติดอาวุธที่มีประสิทธิภาพ ไม่น่าจะมีจำนวนเกิน 200 คน

ผมว่าผมยังงงกับความคิดของคุณอยู่นะครับ ทั้งที่บอกว่าทันสมัยแต่ยังยึดติดกับ ของยุคปัจจุบัน - - และเอารถถังมาเปรียบเทียบกับฐานดำน้ำ - -

คอร์เด้น มันใช้ได้ตั้งแต่อวกาศไปถึงภาคพื้นดิน เท่ากับมันลอยตัวได้ถึงอวกาศโดยไม่ต้องใช้ฐานส่ง

ในบทต้นๆ ผมบอกแล้วว่าเครื่องยนต์ใช้แบบต่อต้านแรงโน้มถ่วงแล้วครับ ดังนั้นคุณคิดว่ามันจะมีเสียงเหมือนเครื่องยนต์สมัยนี้หรอครับ

แถมขืนทำเสียงดังละก็ สงสัยอาวุธสงครามนี้คงไม่เหลือซากตั้งแต่ยุคสมัยสงครามแล้วละครับ

ที่มันน่ากลัวก็ตรงปฏิบัติการได้เงียบเชียบนี้แหละครับ

และเพราะเป็นเมืองหลวง การที่จะมีฐานทัพแบบนี้อยุ่ตามจุดสำคัญแถวทางทะเลถือว่าเป็นเรื่องปกติครับ เพื่อป้องกันสัตว์กลายพันธุ์บุกเข้าโจมตีเมือง น่านน้ำ - - ไม่ใช่หรอครับ

(
ความจริงอยู่ในพล็อทนะครับ เรื่องที่เมธัสเคยบอกว่าเค้าได้ไปสำรวจตามพื้นที่ต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ที่แห่งนั้นล้วนมีสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์จำนวนมาก ดังนั้นหน้าที่ของทหารชั้นสูงตอนนี้คือสู้กับสัตว์กลายพันธุ์นี้แหละครับ สันติภาพที่ทำตั้งแต่ 18 ปีก่อน มันก็เพราะว่าผลของอาวุธล่าสุดทำให้เกิดสัตว์กลายพันธุ์นี้แหละครับ)

อารมณ์ประมาณว่านี้คือฐานทัพลาดตระเวนของเมืองหลวง แต่บังเอิญฐานทัพที่ควรอยู่ในช่วงซ่อมบำรุง ดันมีผู้ควบคุมอำนาจสั่งการทหารอย่างลับๆ ให้ระดมพลทหารที่นั่งกินนอนกินแถวนั้นมาร่วมกันปฏิบัติการพิเศษ


3.ดังนั้น นะครับ การที่อยู่ในเขตเมืองหลวง โอกาสที่จะเอาเจ้าตึก 8 ชั้น ไปตระเวนรับรองการถล่ม จุด A กับ จุด C ก่อนย้อนกลับมาที่ จุด B
นั้นเป็นเรื่องที่น่าจะเรียกว่า ผิดปกติ ไปสักหน่อย

บทที่ 128
: ตามล่าเบาะแส ?

หลังจากที่เขารายงานจนจบ ชายชรา หรือพันตรี ผงกศีรษะพึงพอใจกับผลงาน “ดีมากจ่า ถ้าอย่างนั้นก็รีบกลับมายังยานแม่ด่วน หน่วยอื่นที่ไปจัดการจุดที่ 1 และ 3 ล้วนเดินทางกลับมาหมดแล้ว”

หากอ่านจากตรงประโยคนี้จะทราบว่าฐานทัพอยู่เฉยๆตรงกลางรอรับหน่วยจู่โจมกลับเข้าฐานครับผม



ผมขอสรุปให้เห็นชัดในประเด็นที่ผมติงไว้ ก็คือ
(1) วัตถุประสงค์ในปฏิบัติการนี้ คือ อะไร?
ต้องการ ฆ่า หรือ ต้องการ จับตัว ลูนา

(ก) ถ้าเป็นต้องการ ฆ่า ลูนา การที่จะทุ่มเทสรรพกำลังของตัวเอง ออกมาก็ถูกต้อง เพราะ อย่างไรเสีย ก็จะต้องไปมีการสอบสวนขนานใหญ่ และจะต้องเริ่มเปิดเผยแผนการการปะทะกันอย่างตรงๆ
การทุ่มเทกำลังในลักษณะนี้ ก็เหมือนกับที่ไรท์เตอร์ ยกเอาเรื่อง Avatar มากล่าวอ้างนั่นแหละครับ

(ข) แต่ถ้าเป็นต้องการ การจับเป็น ลูนา
อย่าง นั้น คนละเรื่องแล้ว หน่วยที่ออกปฏิบัติการจะต้องเปรียบเสมือนเป็น "ผี" ที่ถูกแทงบัญชีตายแล้ว เพราะไม่ว่า จะเกิดอะไรขึ้น จะสำเร็จหรือล้มเหลว ต้องมีการ "พราง" ไม่ให้มีการสืบสาวต้นตอ และขุดคุ้ยไปได้มากนัก
หน่วยงานที่จะออกปฏิบัตการ จะต้องมีคนน้อย ไม่มากนัก

เท่าที่ผมเขียนไม่เคยมีคำว่าจับเป้นนะครับ มีแต่ว่าใครเป้นคนได้ฆ่าลูนา ฉะนั้นเป็นคำตอบข้อ ก นะครับ

บทที่ 128 : ตามล่าเบาะแส ?

สิบตรีขยับมือเล็กน้อย ยานก็เริ่มเคลื่อนที่ “ไม่รู้ว่าหน่วยไหนกันแน่ ที่ได้จมยานของลูนา หวังว่าจะเป็นของหน่วยงานเรานะครับ”

อ้างอิงได้จากคำกล่าวนะครับ จม ในทางการรบหมายถึงการทำลายเรือของข้าศึกโดยไม่ต้องสนใจว่าจะมีชีวิตหรือไม่

 

บทที่ 131 : วีรบุรุษในใจ...?

ซาร่าที่ได้ยินวิชัยพูด ก็พอสรุปเรื่องทั้งหมดได้คร่าวๆ ศัตรูได้ปะปนเข้ามาโดยการปลอมแปลงโฉมเป็นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของศูนย์ฟื้นฟู แล้วดักรอสังหารเหล่าผู้ที่หนีรอดจากการลอบสังหารมาได้

 

ผมเริ่มไม่เข้าใจแล้วละครับว่าผมเขียนไม่ดี อธิบายน้อยไปหรือเปล่า ดักรอสังหาร ก็ไม่ใช่คำว่า จับเป็นนะครับ

สังหาร น่าแปลว่า ฆ่า ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด - - ถ้าผมเข้าใจผิดขอโทษทีครับ

 
(2) ในด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้
ด้วย มาตรฐานระบบการบังคับบัญชาการสั่งงาน ถ้าคุณคิดจะเอาอาวุธประสิทธิภาพสูงเข้ามาใช้ มาตรฐานระบบรักษาความปลอดภัยก็ยิ่งเข้มงวด จะมีหลักฐานให้สืบย้อนกลับไปถึงตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องได้มาก

อย่าง เช่น ถ้าคุณจะเอา Stingray มาวิ่งที่ถนนราชดำเนิน คุณต้องมีเอกสาร 15 แผ่น คนเกี่ยวข้อง 8 คน ที่อนุมัติและรับรอง ทำเรื่องให้ผ่านไปได้ 
แต่ถ้าเป็น เจ้า M 60 A 3 ละก็ ทั้งหน่วยงาน ทั้งพวกนายพล 20 กว่า คนจะต้อง รับรู้และรับรองให้ จึงจะผ่านได้
(ไม่ได้เกี่ยวกับเสียงนะอ่ะ)

เพราะตรงนี้เป็นเรื่องของระบบ และ มาตรฐาน การทำงาน โดยปกติ

    ก่อนที่จะเข้าเรื่องนี้ คุณต้องเข้าใจก่อนนะครับว่า แต่ละประเทศแค่ในปัจจุบัน มีมาตรการรักษาความปลอดภัยในแต่ละแบบ และถ้าคุณรู้ว่ามีสัตว์กลายพันธุ์อยู่ในทะเล กองกำลังป้องกันทางทะเลละ จะไม่มีอำนาจอะไรเลยหรอ ซึ่งแค่คุณโกหกว่า สัตว์กลายพันธุ์ขนาดใหญ่บุกเข้ามา คุณก็ออกปฏิบัติการได้แล้ว - - ไม่จริงหรอครับ


3.ที่ท้วงติงนี้ อาจจะเห็นว่า ไร้สาระ ทำไมจะต้องเอาเรื่องจริงมาเปรียบเทียบในนิยายด้วย แต่ในทัศนะของผม นิยายที่ดี ต้องเป็นเรื่องไม่จริงที่มีความสมจริงอยู่ด้วย

ลองคิดดู ทำไมนักเขียนมีชื่อต่างประเทศ ไม่ว่า จะเป็นฟากญี่ปุ่น หรือ ตะวันตก เขาเขียนหนังสือเล่มเดียว แต่อยู่ได้นานๆ ก็เพราะ เขาค้นคว้า บางครั้ง ถึงกับทำ research ออกมาเลย แต่แบบนั้น อาจจะไกลไป
สิ่งสำคัญที่พวกนักเขียนนั้นเขาให้ความสำคัญ คือ ความเอาใจใส่ในความเป็นไปได้ เพราะว่า นิยายนั้น มันก็เป็นความฝันของเขาเหมือนกัน
ก็คงเขียนแค่นี้ครับ
จบ

ขอบคุณมากครับ นิยายเรื่องนี้ก็เป็นฝันของผมเหมือนกันครับ ผมเลยตั้งกฎของตัวเองทั้งหมดแล้ว และความน่าจะเป็นทั้งหมดที่น่าจะเกิดขึ้นได้เพื่อให้พล็อทมีความเชื่อมโยงสูงสุด ซึ่งครั้น จะให้เอากฎหมายที่ผมคิดเล่นๆ แปะไว้ให้ผู้อ่านได้อ่าน ผมว่าคงไม่มีคนอ่านเพราะมันไร้สาระ แน่นอน

สิ่งสุดท้ายที่อยากบอกคือ คุณคิดว่าระบบในอนาคตยังเป็นแบบนี้อยู่อีกหรอครับ

จากอดีต กว่าจะยื่นเรื่องได้ใช้เวลาแรมปี ปัจจุบัน แค่หลักเดือน แล้วอนาคตละครับ มันต้องใช้เวลาเหมือนปัจจุบันด้วยหรอ



ตอบ คห 7621 7622

1. การโจมตียานของลูนา ถึงโจมตีครั้งแรกแค่จัดการเหล่าองครักษ์ เท่าที่เข้าใจสามารถปล่อยขีปนาวุธทางน้ำได้มากนี่ครับ เหตุใดจึงเกิดความแตกต่างของเวลาในการถูกโจมตีจนเป้าหมายรู้ตัว ยิ่งเป็นอนาคตการลอบสังหาร ยิ่งน่าจะสามารถทำได้โดยศัตรูไม่รู้ตัว หรือที่เรียกว่าตกตายโดยไม่รู้ตัวนั่นเอง ถึงแม้จะมีการแบ็คอัพการสังหารหลายชั้น แต่เรื่องสำคัญตรงจุดนี้ ผมแนะนำว่าการแบ็คอัพน้อยเกินนะครับ (ขอลบตัวอย่างนะครับ) แต่การมีแบ็คอัพแค่ชั้นเดียวตอนกลับฐานผมว่าน้อยเกินนะครับ แล้วก็การลอบสังหารดูแล้วยังดูไม่คมพอนะครับ เพราะดูอาวุธที่ใช้ดูแปลกๆ เนื่องจากขีปนาวุธรูปปลา ดีในเรือ่งการโจมตีโดยศัตรูไม่รู้ตัวเนื่องจากนึกว่าเป็นปลา แต่ในเมื่อการโจมตีระลอกแรกศัตรูเผลอรู้ตัวแล้ว ก็น่าจะเปลี่ยนอาวุธที่มันเฉียบคมกว่านี้นะครับ ซึ่งหากจะวางพล็อตให้ตัวเอกรอด ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เช่นเกิดการขัดข้องของขีปนาวุธเนื่องจากไม่ได้ใช้นาน ทำให้รู้ตัว อันนี้มันยังดูเข้าข่ายมากกว่า แล้วก็อาจขับยานลากไปชนกับปลา หรือไม่ก็ หินใต้น้ำ พื้นทะเล ซากอะไรต่างๆก็ว่าไปแล้วรอด ไม่ก็ขับยานไปหลบอันนี้มันน่าจะดูสมจริงกว่าการที่ปล่อยแหแล้วจับขีปนาวุธ ได้นะครับ (ตามที่ได้กล่าวอ้างไปเรือ่งความไม่เฉียบคมของอาวุธ)

ลองอ่านตัวสีแดงได้ครับ

บทที่ 128 : ตามล่าเบาะแส ?

เมื่อรุ่งสาง กองกำลังของพวกเขา ได้รับข่าวสารจากสายลับว่า ลูนาคิดที่จะท่องเที่ยวชมใต้ทะเลลึก เพียงแต่ยังไม่มีกำหนดว่า จะใช้ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทะเลแห่งไหนในสามแห่งที่มีอยู่ในพื้นที่นี้

ด้วยความฉุกละหุก จึงไม่สามารถรวบรวมคนมาได้เต็มที่

แต่ผู้นำของพวกเขาก็ยังคงมีคำสั่งให้นำยานแม่ออกมาปฏิบัติการ โดยจะมีอยู่สองแผนคือ

แผนที่หนึ่ง กรณีกลุ่มอารักขาแยกกันไปยังทั้งสามศูนย์ฟื้นฟู พวกเขาก็จะแบ่งกองกำลังเป็นหกหน่วย โจมตีกองกำลังอารักขาสามหน่วย ส่วนอีกสามหน่วยจะเข้าโจมตียานสำรวจทะเลที่ลงมาในทะเลวันนี้

ส่วนแผนที่สอง ถ้าขบวนรถของลูนามีออกมาเพียงกลุ่มเดียว ก็จะให้ทุ่มเทกำลังทั้งหมดไปยังจุดนั้นในทันที

            จ่าสิบเอกเท้าแขนพลางลูบคาง นึกตรึกตรอง แล้วค่อยพยักหน้าครั้งหนึ่ง “น่าจะไม่ใช่พวกเรา เพราะเท่าที่ข้ารู้มา ลูนาน่าจะขึ้นยานสำรวจทะเลกับผู้จัดการส่วนตัวเท่านั้น ดูจากประวัติแล้วเป็นเพียงพวกพลเรือน ไม่สมควรที่จะเก่งเรื่องขับยานรบขนาดนี้ พวกเราคงเจอเข้ากับ ทหารระดับหน่วยพิเศษของพวกกองทัพอวกาศ ที่ปลอมตัวมาตายแทนเสียมากกว่า

ส่วนวิธีรอดที่คุณกล่าวมา ผมว่า มันออกจะเกินความจริงมากเกินไปครับ เหมือนกับพึ่งแต่ดวงครับ ซึ่งในกรณีบางอย่างดวงมันไม่ได้ช่วยอะไรเลยครับ

และอีกอย่างหนึ่ง ซาร่า ในบทไม่ได้ขับแล้วรอดง่ายนะครับ ที่เมธัสทำได้เพราะผ่านการฝึกฝนมาและรู้ว่าอาวุธนั้นมีอนุภาคแบบไหนมีระบบการจัดการอย่างไร หากซาร่ารู้ก็จะสามารถแก้ได้แบบเมธัสครับ ลองหาอ่านในเนื้อหาได้ครับ

 

 

 

 

 



 

2.ฐานทัพใต้น้ำน้อยๆ แน่นอนว่ามันเป็นไปได้แน่นอนที่จะหลุดเข้ามาโดยฝ่ายรัฐบาลไม่รู้ตัว แต่ทว่า... มันจะหลบหนีอย่างไร ต่อให้สังหารบรรลุเป้าหมายทั้งหมด รับรองว่าหนีไม่พ้นแน่นอน รัฐบาลโลกต้องพลิกแผ่นดินหาตัวการ ซึ่งด้วยอำนาจผมเชื่อว่า ฐานทัพอันใหญ่โตขนาดนี้ไม่น่าหลุดรอดจากการตรวจค้นครับ ต่อให้หลุดรอดได้ก็ยากอยู่ ดังนั้นโอกาสโดนจับได้ต่ำมาก ในเมื่อรัฐบาลสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ แม้การทูตจะยังไม่ดีเท่าเดิมแต่ก็สามารถอ้างอิงได้ว่าศัตรูมันเตรียมการ พร้อมเกินไป เราก็เตรียมการรับมือตามที่ควรจะเป็นแล้วแต่ศัตรูวางแผนมาก่อน
มันทำให้ความรุนแรงอาจจะไม่ถึงระดับสงครามได้นะครับ คือการกระทำใดๆควรจะแน่นอนรัดกุมมากกว่านี้ว่า สงครามแน่นอน (ขอลบตัวอย่างคุณออกนะครับ)

จากเนื้อหา

บทที่ 128 : ตามล่าเบาะแส ?

จ่าสิบเอกพริ้มตาหลับชั่วครู่ ก็ค่อยลืมตาตื่นขึ้น “สิบตรีเร่งเครื่องกลับให้เร็วที่สุด ที่เหลือให้พวกหน่วยแทรกซึมกำจัดหลักฐานที่เหลือเอง

หน่วยแทรกซึม ก็แค่ช่วย กันใส่หลักฐานเท็จๆ จำนวนหนึ่งที่เข้ากับสิ่งที่เค้าเตรียมเอาไว้ ซึ่งผมจะเขียนเอาไว้ในพล็อท แล้วกว่าจะค้นหาว่าอันไหนจริงอันไหนเท็จ ตัวการก็หนีไปนานแล้วละครับ

และสุดท้ายรอผมเขียนก่อนครับ มันอยู่ในเนื้อหาช่วงต่อๆไปครับ เนื้อหาทั้งหมดจะเริ่มคลี่คลายออกมาให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบอย่างแน่นอน เพราะถ้าผมบอกตอนนี้ ก็เฉลยเรื่องเลยง่ายกว่าครับ ว่าเป็นยังไงตอนจบ

เอาไว้ผมไม่มีเวลาว่างพอจะเขียนอีกแล้วจะทำการเฉลยเนื้อหาให้ทั้งหมดครับ เอาแบบเล่าเรื่องคร่าวๆ กับพล็อททั้งหมดที่มี รับรองไม่น่าเกิน 3 หน้าเอ 4

 

เรื่องที่ 3
การกระทำผิดพลาดของหน่วยสังหาร ดังที่เห็นอยู่ว่าฝ่ายกบฏมีความเป็นมาใหญ่โตย่อมไม่ต้องการให้ใครรู้เรือ่ง การขู่เรื่องที่ว่าสังหารไม่สำเร็จไม่ตอ้งกลับมามันไม่ค่อยดีนะครับ ต้องไปปลุกกำลังใจว่าสังหารให้สำเร็จ แล้วรีบกลับมา (สำเร็จไม่สำเร็จไม่รู้กลับมาแกตายแน่ๆ เพราะว่าร่องรอยเปิดเผยแล้ว) มันจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อมีการติดต่อแล้วสามารถแจ้งได้ว่าถูกลอบโจมตี
ฝ่ายกบฏแน่นอนปิดปากคนทำข่าวหลุดให้เงียบ การที่ไปขู่ว่ากลับไปฆ่าไม่สำเร็จก็ให้ฆ่าตัวตายไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะครับ ถ้าหากกลับไปแล้วฆ่าไม่สำเร็จจริงๆ มีโอกาสที่จะหนีทัพสูงนะครับ เมือ่นั้นความลับก็เริ่มที่จะไม่แน่นอนแล้วว่าจะเป็นความลับ (อันตรายอย่างยิ่ง) ยิ่งตอนหลับรัฐบาลต้องพลิกแผ่นดินหา ก็เป็นไปได้สูงว่าพวกหนีทัพจะไปบอกความจริงเพื่อขออภัยโทษ แลกกับการคายความลับ

          พวกเค้าคือทหารพิเศษนะครับ เวลาปฏิบัติการย่อมพร้อมที่จะรับผลครับ หากท่านเคยดูหนังบางเรื่องทหารบางคนโดนจับ ก็พร้อมที่จะตายมันตรงนั้นหรืออยู่ในคุกชั่วชีวิต ซึ่งแน่นอนว่าสมัยนี้มีแค่เพียงอย่างเดียวว่าฆ่าตัวตาย ไม่งั้นข้อมูลอาจโดนขโมยโดยเครื่องมือดูความทรงจำได้ครับ และที่เค้าบอกคือ ไม่ต้องกลับมาจนกว่างานจะสำเร็จ นั้นคือ ต่อให้ลูนา ขับยานเข้าไปได้ ทั้งสอง คนนี้ก็ต้องบุกไปฆ่าลูนาแม้อยู่ในศุนย์ให้ได้ เพราะนั้นคือหน้าที่ที่พวกเค้ารับมานะครับ

4. ความระห่ำของเจ้าหน้าที่หนุ่มของเรา แน่นอนอยู่แล้วว่าลูน่าตาย โอกาสเกิดสงครามก็จะมีทันที ดังนั้น ยิ่งมีคนคุ้มกันมากเท่าไหร่ยิ่งดีนะครับ ถึงแม้จะยอมแลกกับการที่ไม่รู้ความลับของอีกฝ่ายที่แน่นอน แต่ว่าหลังจากนี้การลอบสังหารก็จะน้อยลง เพราะทำได้ยากขึ้น หรือเคราะห์ดี อาจมีการตรวจพบแหล่งซ่องสุมของศัตรู แล้วค่อยลากคอออกมาทีหลังก็ได้ สิ่งสำคัญสุดคือชีวิตน้อยๆ ของลูน่ามิใช่หรือ และยิ่งมีโอกาสสูงว่าศัตรูจะแบ็คอัพการสังหาร เมธัสยิ่งไม่ควรปล่อยให้สองสาวไปเยี่ยงนี้
ตามเรื่องแม้การกลับศูนย์วิจัย อาจจะมีแบ็คอัพน้อย และดูปลอดภัย แต่ตอนนี้ เมธัสต้องมองออกแล้วว่าทุกที่ไม่มีที่ใดปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว เพราะการลงมือขนาดนี้มันมีการวางแผนมาอย่างแยบยลมาก
มุมมองถัดไปอาจจะมองว่า ถึงตายก็ขอลากคอศัตรูออกมา อันนี้ก็เรียกว่า ได้ไม่คุ้มเสีย เพราะว่าการที่ศัตรูจัดขบวนสวนสนามมากขนาดนี้ ยังไงเสียรัฐบาลโลกก็น่าจะพิสูจน์ตัวเองได้แล้วว่าไม่ใช่คนผิด ดังนั้นผลพวงน่าจะน้อยลง ถึงลากคอได้ ค่าก็เกือบเท่าเดิม แทบไม่แตกต่าง มันอาจจะยิ่งเข้าข่าย ได้ไม่คุ้มเสียนะครับ

            ปัญหาคือ จะให้เมธัสกลับยังไงครับ แคบซูลมี 1 ลูก บรรจุได้สูงสุด 2 คน  - -

เมธัสเองก็รู้ตัวดีว่าซาร่าไม่ธรรมดาครับ เป็นเจ้าหน้าที่ของทางดวงจันทร์เหมือนกัน ปืนที่นาฬิกาข้อมือของซาร่าอย่าลืมนะครับ

            ผมตอบให้ต่อไปว่าทำไมซาร่าไม่ใช้ปืนที่นาฬิกาในการสังหารมือสังหารละก็ ขืนฆ่าไปละก็ การจะไปรีดข้อมูลตอนหลังมันจะลำบากครับ (เหตุที่ไม่ฆ่ามีอีกครับพล็อท)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

69,946 ความคิดเห็น

  1. #7716 akeovel (@akeovel) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 17 มกราคม 2553 / 08:38
    ตอบ คห 7656

    ผิดคร้าบ อีกหน่อยจะเฉลยในเนื้อหาเองคร้าบ
    #7716
    0
  2. #7715 คุโระคุง (@sereusblack) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 17 มกราคม 2553 / 02:08
    ล่ะคำเดาเรื่องซาร่าของผมล่ะคร้าบบบ ผิดหรอ >_<  7576อ่ะ
    #7715
    0
  3. #7688 akeovel (@akeovel) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 18:06
    ตอบ คห 7628

    ผมตอบได้เพียงแค่ว่าพวกเค้าทุ่มหมดหน้าตักแล้วครับ

    รออ่านในตอนถัดๆไปจะเจอเนื้อหาพล็อทส่วนนี้เองครับ และเฉลยเหตุหผลจำนวนหนึ่งในภาคที่ 5 ครับ
    ซึ่งจะพยายามเฉลยไปเรื่อยๆ ในภาค 3 4

    ไปก่อนละครับ 18.40 เด่วไปไม่ทันแล้ว ซื้อตั๋วมาแล้ว T_T
    #7688
    0
  4. #7687 ...... (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 18:02
    .... ขอโทษสำหรับความคิดเห็นทีแรงไปครับ ผมแค่ต้องการสื่อว่าไม่มีใครทำถูกไปเสียทุกเรื่องหรอก รวมถึงตัวผมเองด้วย



    ส่วนเรื่องแผนการ ผมแค่เตือนว่า สำหรับสิ่งสำคัญบางสิ่ง บางคนยอมทุ่มหมดหน้าตักก็มีนะครับ



    ป.ล.ขอบคุณสำหรับการตอบคำถามครับ
    #7687
    0
  5. #7686 akeovel (@akeovel) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 17:48
    ขอโทษผู้อ่านทุกท่านด้วยนะครับ
    ผมขอประกาศว่า

    ต่อไปนี้คงไม่ได้ตอบทุกคำถามนะครับ เพราะขืนตอบหมดคงไม่ได้เขียนนิยายแน่นอนเลยครับ

    ไปดูมู่หลาน ก่อนละครับ

    ไว้ลงตอนต่อไปพรุ่งนี้นะครับ
    #7686
    0
  6. #7684 akeovel (@akeovel) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 17:44
    ตอบ คห 7621 และ 7622 แล้วนะครับ

    ช่วยอ่านเนื้อหาทั้งหมดแล้วคิดตามดูนะครับ ผมว่ารูปการณ์เขียนแล้วว่ามันเป็นยังไง
    แต่คุณก็ยังอุตสาห์หาแผนการที่ต้องใช้ทั้งเวลา และ ความน่าจะเป้นที่น้อยลง

    ถ้าคุณสามารถหาคนได้ 10 คน แต่คุณต้องใช้แผนที่ต้องใช้คน 100 คน คุณคิดดีแล้วหรอครับ
    ผมเชื่อว่า ในยามภาวะฉุกเฉิน คนที่ฉลาดจริงคือคนที่สามารถใช้คนในจำนวนที่มีได้อย่างถูกต้อง
    ไม่ใช่วางแผนให้ใหญ่โตโอฬารแต่ไม่สามารถทำจริงได้

    แนวการวางแผนของผมคือ คน สถานที่ และเวลา ต่อด้วยการวางแผนที่เหมาะสมกับทั้ง 3 อย่างนั้น
    #7684
    0
  7. #7682 .... (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 17:22
    แก้ไขเม้นท์ด้านล่างเล็กน้อย โอกาสโดนจับได้สูงมาก (ตอนนั้นพิมพ์เพลินไปนิด)



    เรื่องที่ 3

    การกระทำผิดพลาดของหน่วยสังหาร ดังที่เห็นอยู่ว่าฝ่ายกบฏมีความเป็นมาใหญ่โตย่อมไม่ต้องการให้ใครรู้เรือ่ง การขู่เรื่องที่ว่าสังหารไม่สำเร็จไม่ตอ้งกลับมามันไม่ค่อยดีนะครับ ต้องไปปลุกกำลังใจว่าสังหารให้สำเร็จ แล้วรีบกลับมา (สำเร็จไม่สำเร็จไม่รู้กลับมาแกตายแน่ๆ เพราะว่าร่องรอยเปิดเผยแล้ว) มันจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อมีการติดต่อแล้วสามารถแจ้งได้ว่าถูกลอบโจมตี

    ฝ่ายกบฏแน่นอนปิดปากคนทำข่าวหลุดให้เงียบ การที่ไปขู่ว่ากลับไปฆ่าไม่สำเร็จก็ให้ฆ่าตัวตายไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะครับ ถ้าหากกลับไปแล้วฆ่าไม่สำเร็จจริงๆ มีโอกาสที่จะหนีทัพสูงนะครับ เมือ่นั้นความลับก็เริ่มที่จะไม่แน่นอนแล้วว่าจะเป็นความลับ (อันตรายอย่างยิ่ง) ยิ่งตอนหลับรัฐบาลต้องพลิกแผ่นดินหา ก็เป็นไปได้สูงว่าพวกหนีทัพจะไปบอกความจริงเพื่อขออภัยโทษ แลกกับการคายความลับ

    4. ความระห่ำของเจ้าหน้าที่หนุ่มของเรา แน่นอนอยู่แล้วว่าลูน่าตาย โอกาสเกิดสงครามก็จะมีทันที ดังนั้น ยิ่งมีคนคุ้มกันมากเท่าไหร่ยิ่งดีนะครับ ถึงแม้จะยอมแลกกับการที่ไม่รู้ความลับของอีกฝ่ายที่แน่นอน แต่ว่าหลังจากนี้การลอบสังหารก็จะน้อยลง เพราะทำได้ยากขึ้น หรือเคราะห์ดี อาจมีการตรวจพบแหล่งซ่องสุมของศัตรู แล้วค่อยลากคอออกมาทีหลังก็ได้ สิ่งสำคัญสุดคือชีวิตน้อยๆ ของลูน่ามิใช่หรือ และยิ่งมีโอกาสสูงว่าศัตรูจะแบ็คอัพการสังหาร เมธัสยิ่งไม่ควรปล่อยให้สองสาวไปเยี่ยงนี้

    ตามเรื่องแม้การกลับศูนย์วิจัย อาจจะมีแบ็คอัพน้อย และดูปลอดภัย แต่ตอนนี้ เมธัสต้องมองออกแล้วว่าทุกที่ไม่มีที่ใดปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว เพราะการลงมือขนาดนี้มันมีการวางแผนมาอย่างแยบยลมาก

    มุมมองถัดไปอาจจะมองว่า ถึงตายก็ขอลากคอศัตรูออกมา อันนี้ก็เรียกว่า ได้ไม่คุ้มเสีย เพราะว่าการที่ศัตรูจัดขบวนสวนสนามมากขนาดนี้ ยังไงเสียรัฐบาลโลกก็น่าจะพิสูจน์ตัวเองได้แล้วว่าไม่ใช่คนผิด ดังนั้นผลพวงน่าจะน้อยลง ถึงลากคอได้ ค่าก็เกือบเท่าเดิม แทบไม่แตกต่าง มันอาจจะยิ่งเข้าข่าย ได้ไม่คุ้มเสียนะครับ



    ป.ล. รู้สึกอาจจะพิมพ์ผิดเยอะรู้สึกช่วงนี้ค่อนข้างเบลอๆนะครับ
    #7682
    0
  8. #7681 ...... (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 17:06
    มีเรื่องสงสัยเล็กน้อย

    1. การโจมตียานของลูนา ถึงโจมตีครั้งแรกแค่จัดการเหล่าองครักษ์ เท่าที่เข้าใจสามารถปล่อยขีปนาวุธทางน้ำได้มากนี่ครับ เหตุใดจึงเกิดความแตกต่างของเวลาในการถูกโจมตีจนเป้าหมายรู้ตัว ยิ่งเป็นอนาคตการลอบสังหาร ยิ่งน่าจะสามารถทำได้โดยศัตรูไม่รู้ตัว หรือที่เรียกว่าตกตายโดยไม่รู้ตัวนั่นเอง ถึงแม้จะมีการแบ็คอัพการสังหารหลายชั้น แต่เรื่องสำคัญตรงจุดนี้ ผมแนะนำว่าการแบ็คอัพน้อยเกินนะครับ สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 การสังหารรัชทายาทแห่งออสเตรีย มีแบ็คอัพอีก 8 ชั้น (กลุ่มกบฏล้วนๆ รัฐบาลไม่เกี่ยว) ถึงแม้ตรงจุดนี้จะเป็นจุดไม่สำคัญ แต่การมีแบ็คอัพแค่ชั้นเดียวตอนกลับฐานผมว่าน้อยเกินนะครับ แล้วก็การลอบสังหารดูแล้วยังดูไม่คมพอนะครับ เพราะดูอาวุธที่ใช้ดูแปลกๆ เนื่องจากขีปนาวุธรูปปลา ดีในเรือ่งการโจมตีโดยศัตรูไม่รู้ตัวเนื่องจากนึกว่าเป็นปลา แต่ในเมื่อการโจมตีระลอกแรกศัตรูเผลอรู้ตัวแล้ว ก็น่าจะเปลี่ยนอาวุธที่มันเฉียบคมกว่านี้นะครับ ซึ่งหากจะวางพล็อตให้ตัวเอกรอด ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เช่นเกิดการขัดข้องของขีปนาวุธเนื่องจากไม่ได้ใช้นาน ทำให้รู้ตัว อันนี้มันยังดูเข้าข่ายมากกว่า แล้วก็อาจขับยานลากไปชนกับปลา หรือไม่ก็ หินใต้น้ำ พื้นทะเล ซากอะไรต่างๆก็ว่าไปแล้วรอด ไม่ก็ขับยานไปหลบอันนี้มันน่าจะดูสมจริงกว่าการที่ปล่อยแหแล้วจับขีปนาวุธได้นะครับ (ตามที่ได้กล่าวอ้างไปเรือ่งความไม่เฉียบคมของอาวุธ)



    2.ฐานทัพใต้น้ำน้อยๆ แน่นอนว่ามันเป็นไปได้แน่นอนที่จะหลุดเข้ามาโดยฝ่ายรัฐบาลไม่รู้ตัว แต่ทว่า... มันจะหลบหนีอย่างไร ต่อให้สังหารบรรลุเป้าหมายทั้งหมด รับรองว่าหนีไม่พ้นแน่นอน รัฐบาลโลกต้องพลิกแผ่นดินหาตัวการ ซึ่งด้วยอำนาจผมเชื่อว่า ฐานทัพอันใหญ่โตขนาดนี้ไม่น่าหลุดรอดจากการตรวจค้นครับ ต่อให้หลุดรอดได้ก็ยากอยู่ ดังนั้นโอกาสโดนจับได้ต่ำมาก ในเมื่อรัฐบาลสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ แม้การทูตจะยังไม่ดีเท่าเดิมแต่ก็สามารถอ้างอิงได้ว่าศัตรูมันเตรียมการพร้อมเกินไป เราก็เตรียมการรับมือตามที่ควรจะเป็นแล้วแต่ศัตรูวางแผนมาก่อน

    มันทำให้ความรุนแรงอาจจะไม่ถึงระดับสงครามได้นะครับ คือการกระทำใดๆควรจะแน่นอนรัดกุมมากกว่านี้ว่า สงครามแน่นอน ถึงแม้จะมีตัวอย่างเช่น การสังหารรัชทายาทแห่งออสเตรียทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ถึงแม้จะเป็นแค่กลุ่มกบฏ แต่รัฐบาลก็มีส่วนรับผิดชอบ ความจริงแล้วรัฐบาลออสเตรียได้ยื่นข้อเสนอมาก่อน แต่รัฐบาลโซมาเลียไม่ปฏิบัติตามเนื่องจากมั่นใจในการหนุนหลังของสามประเทศมหาอำนาจ ซึ่งหากกลับมาพิจารณาเคสนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างไม่ค่อยอยากเกิดสงครามดังนั้นเรือ่งแค่นี้ไม่น่าเกิดสงครามได้ครับ (เพราะรัฐบาลพิสูจน์แล้วว่าเราไม่เกี่ยว) อย่างมากก็แค่เจอข้อเสนอโหดๆเท่านั้นเองในการกลับมาเจริญสัมพันธ์ทางการทูตอีกครั้ง
    #7681
    0
  9. #7679 โกโก้รสกล้วย (@klalover) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 16:52
    เวลาอ่านนิยายแนวแฟนตาซีควรจะลืมหลักความเป็นจริงทิ้งไปเพราะว่าในนิยายแนวแฟนตาซีมีการอิงความจริงอย่างเดียวก็คือตัวละครที่เป็นมนุษย์เท่านั้น สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นหลักการต่างๆที่สร้างขึ้นหรือว่าแนวคิดต่างๆนั้นควรจะถือแค่หลักเหตุและผลกับความน่าจะเป็นหากมีเหตุเช่นนี้ผลก็น่าจะเป็นเช่นนั้น มันอาจจะไม่ตรงกับความเป็นจริงในโลกความเป็นจริงแต่ว่ามันเป็นจริงในโลกนิยาย

    เป็นกำลังใจให้กับคุณผู้เขียนนะครับ (ขอลบความคิดเห็นเนื่องจากกลับไปดูแผนการที่วางไว้ของกลุ่มพี่โม่งแล้วผมเข้าใจผิดไปครับ ฮะฮะ ขอให้ดูมู่หลานให้สนุกนะครับ)

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 16 มกราคม 2553 / 18:21
    #7679
    0
  10. #7670 akeovel (@akeovel) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 16:07
    ส่วน คห 7597

    ตอบให้ในบทแล้วนะครับ ขอบคุณนะครับที่สนใจขนาดนั้น ผมก็พยายามอิงกับหลักความเป็นจริงมากที่สุดแล้ว
    และบนโลกนี้จริงๆแล้วอยากบอกว่า

    ปฏิบัติการลับอย่างในหนังหลายๆเรื่อง  มันลับจนแม้แต่คนในประเทศตนเองยังไม่รู้เลยครับ ที่พวกเรารู้เพราะเราเป็นผู้อ่าน เป็นผู้ดู

    คิดแค่หนังเรื่อง 2012 ก็พอแล้วครับ คนรู้จริงๆมีแค่กี่คนเอง จากคนทั้งหมด ถ้าไม่ได้เกี่ยวข้องจะไม่มีโอกาสได้รู้เลย
    และวันนี้พวกเรารู้เปล่าละครับ ว่าปฏิบัติการลับรอบๆ ตัวเรา กำลังดำเนินอยู่หรือไม่ (ผมเองไม่รู้นะครับพูดไปตามเนื้อผ้า)
    #7670
    0
  11. #7669 akeovel (@akeovel) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 16:02
    ตอบ คห 7608 อยุ่ในพล็อทครับ แต่ใบ้ให้ครับว่า ระบบโอเปเรเตอร์ และ หุ่นยนต์ ถ้าคิดว่ามันเป็นเตียง
    จับคลื่นไฟฟ้า ละครับ อย่างพึ่งคิดถึงเรื่องการรับความเร็วในการเคลื่อนไหวของยานและหุ่นยนต์นะครับ

    ที่เหลือรอตามในนิยายครับ
    #7669
    0
  12. #7668 ผีสิง (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 15:48
    อืม เรื่องฐานทัพยานรบเคลื่อนที่ใต้น้ำนี่ พอใส่เหตุผลให้มันไปมาสะดวกได้ อย่าง สองอย่าง

    อย่างแรกคือเป็นยานประจำการน้ำลึกคอยลาดตระเวณ แบบเรือดำน้ำ ในทะเลบนโลก แล้วโดนคำสั่งลับให้เคลื่อนย้ายกองกำลังมาทำภารกิจนอกแผน(ภารกิจประเภทลอบสังหาร หรือก่อการร้ายคงไม่ต้องทำเอกสารทิ้งไว้เป็นหลักฐานเยอะหรอก เน้นคำไม่กี่คำ เช่นเพื่อชาติและความสงบสุขเป็นต้น ซึ่งทหารที่ดีต้องทำตามคำสั่งอยู่แล้ว) ในกรณีนี้ก็คงมีการปลอมแปลงบันทึกตำแหน่งเรือไว้เรียบร้อยเป็นข้อแก้ต่างอยู่แล้ว เพราะ แค่ใช้ความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ไม่กี่คนด้วยข้ออ้างแบบเดิมก็เพียงพอ อันนี้อ้างอิงจากเรือดำน้ำในปัจจุบันที่จะติดต่อกลับฐานตามกำหนดการหรือเรื่องด่วนเท่านั้น เวลาปรกติจะไม่มีใครรู้ว่าอยู่ตเดินเรืออยู่ตำแหน่งไหนนอกจากข้อมูลแบบกว้างๆเช่นอยู่ในทะเลนี้นะ เพราะถ้าเกิดโพล่มาส่งสัญญาณบอกตำแหน่งบ่อย หรือมีเครื่องติดตามตำแหน่งบนเรือคอยรายงานกลับฐาน ถ้าถูกประเทศอื่นดักจับได้ นี่ไม่สวยแน่

    อย่างที่สองคือเป็นยานจากอวกาศแล้วแอบฝ่าระบบคุ้มกันเข้ามาบนโลกโดยแอบอยู่ในส่วนทะเลตกสำรวจ ซึ่งก็พอน่าจะทำได้



    แต่ที่อยากเห็นคือเทคโนโลยีคลื่นสมอง ที่บอกตั้งแต่ตอนแรกว่าแบ่งชนชั้นตามความเร็วคลื่นสมองกลายๆนั่น มีการนำมาใช้ในทางทหารยังไงมากกกว่า เพราะยังไม่เห็นส่วนอื่นเลยนอกจากการใช้ในการฝึก
    #7668
    0
  13. #7657 piwut (@piwut) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 12:54
    อืมม์ ผมว่า การอธิบายและยกตัวอย่างทำให้เรายิ่งเข้าใจกันไปคนละทางนะครับ

    สำหรับนิยายนี้ ผมเข้าใจดีครับว่า เป็น แฟนตาซี และก็ไม่ได้อินถึงกับเอามาเป็นเรื่องจริง แต่ผมมองในแง่อรรถรสของนิยายว่า สิ่งที่เด่นล้ำ คือ เป็นนิยายที่มันเหมือนกับจะเป็น "เรื่องจริง" ได้ ต่างหาก
    การที่จะเขียนบรรยายความฝันให้โลดแล่นผ่านตัวอักษรให้เป็นเรื่องราวนั้น
    เป็นคุณค่า และ เป็นศิลปะที่งดงาม

    ในกระบวนการพวกนิยายวิทยาศาสตร์ Science fiction ต่างๆ นั้น ก็เป็นแนวโปรดด้านหนึ่งที่ผมชื่นชม ตั้งแต่ก่อนที่จะมีการแปลและเขียนชุดนวนิยาย dimension หรือ แปล omni ออกมา

    การที่ยกเอาเรื่อง รถถังของจริงของกองทัพบกไทย มาเปรียบเทียบ กับการที่ไรท์เตอร์ ยกเอาเรื่องฐานทัพคอร์เด้น ในเรื่องนิยายนี้นั้น

    มันอยู่ที่มาตรฐาน ทางด้านสายงานการบังคับบัญชา มาตรการการควบคุมอาวุธ และมาตรการด้านการจัดกำลังพล 

    ในหนังฝรั่ง มักมีหลายเรื่องที่ชอบจับเอาเรื่องพวกประมาณว่า เป็นพลเอกเป็นพันเอก เข้าปฏิบัติการจะจับตัวประธานาธิบดีบ้าง จะปฏิวัติบ้าง แล้วก็เป็นว่า จะสะดุดตอเข้า จนล้มเหลว

    ทั้งๆที่ แนวของเรื่องอย่างนั้น มันจะขัดกับหลักการปฏิบัติมาตรฐาน ทั้ง 3 อย่างนั้น
    พวกตัวอย่างและของจริง ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงๆ ก็มีให้เห็นได้อยู่มากมาย (เฉพาะในส่วนที่ผมรู้เห็นนะ)

    ผมขอสรุปให้เห็นชัดในประเด็นที่ผมติงไว้ ก็คือ
    (1) วัตถุประสงค์ในปฏิบัติการนี้ คือ อะไร?

    ต้องการ ฆ่า หรือ ต้องการ จับตัว ลูนา

    (ก) ถ้าเป็นต้องการ ฆ่า ลูนา การที่จะทุ่มเทสรรพกำลังของตัวเอง ออกมาก็ถูกต้อง เพราะ อย่างไรเสีย ก็จะต้องไปมีการสอบสวนขนานใหญ่ และจะต้องเริ่มเปิดเผยแผนการการปะทะกันอย่างตรงๆ

    การทุ่มเทกำลังในลักษณะนี้ ก็เหมือนกับที่ไรท์เตอร์ ยกเอาเรื่อง Avatar มากล่าวอ้างนั่นแหละครับ

    (ข) แต่ถ้าเป็นต้องการ การจับเป็น ลูนา
    อย่างนั้น คนละเรื่องแล้ว หน่วยที่ออกปฏิบัติการจะต้องเปรียบเสมือนเป็น "ผี" ที่ถูกแทงบัญชีตายแล้ว เพราะไม่ว่า จะเกิดอะไรขึ้น จะสำเร็จหรือล้มเหลว ต้องมีการ "พราง" ไม่ให้มีการสืบสาวต้นตอ และขุดคุ้ยไปได้มากนัก

    หน่วยงานที่จะออกปฏิบัตการ จะต้องมีคนน้อย ไม่มากนัก

    (2) ในด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้
    ด้วยมาตรฐานระบบการบังคับบัญชาการสั่งงาน ถ้าคุณคิดจะเอาอาวุธประสิทธิภาพสูงเข้ามาใช้ มาตรฐานระบบรักษาความปลอดภัยก็ยิ่งเข้มงวด จะมีหลักฐานให้สืบย้อนกลับไปถึงตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องได้มาก

    อย่างเช่น ถ้าคุณจะเอา Stingray มาวิ่งที่ถนนราชดำเนิน คุณต้องมีเอกสาร 15 แผ่น คนเกี่ยวข้อง 8 คน ที่อนุมัติและรับรอง ทำเรื่องให้ผ่านไปได้ 
    แต่ถ้าเป็น เจ้า M 60 A 3 ละก็ ทั้งหน่วยงาน ทั้งพวกนายพล 20 กว่า คนจะต้อง รับรู้และรับรองให้ จึงจะผ่านได้
    (ไม่ได้เกี่ยวกับเสียงนะอ่ะ)
    เพราะตรงนี้เป็นเรื่องของระบบ และ มาตรฐาน การทำงาน โดยปกติ

    ที่ท้วงติงนี้ อาจจะเห็นว่า ไร้สาระ
    ทำไมจะต้องเอาเรื่องจริงมาเปรียบเทียบในนิยายด้วย
    แต่ในทัศนะของผม นิยายที่ดี ต้องเป็นเรื่องไม่จริงที่มีความสมจริงอยู่ด้วย

    ลองคิดดู ทำไมนักเขียนมีชื่อต่างประเทศ ไม่ว่า จะเป็นฟากญี่ปุ่น หรือ ตะวันตก
    เขาเขียนหนังสือเล่มเดียว แต่อยู่ได้นานๆ
    ก็เพราะ เขาค้นคว้า บางครั้ง ถึงกับทำ research ออกมาเลย
    แต่แบบนั้น อาจจะไกลไป

    สิ่งสำคัญที่พวกนักเขียนนั้นเขาให้ความสำคัญ คือ
    ความเอาใจใส่ในความเป็นไปได้
    เพราะว่า นิยายนั้น มันก็เป็นความฝันของเขาเหมือนกัน

    ก็คงเขียนแค่นี้ครับ
    จบ
    #7657
    0
  14. #7638 g0cxo (@g0cxo) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 09:52
    อ่านๆแล้วก็ยังรู้สึกเลยว่า
    คนอ่านนิยาย ชอบยึดติดกับความเป็นจริง

    แหม เค้าก็บอกแล้วว่าหมวดแฟนตาซี ฮ่าๆๆ
    #7638
    0
  15. #7637 Nase (@nase) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 09:51

    ความจริงคำตอบของแต่ละคำถามมันอยู่ในเนื้อหาหมดแล้วละ เพียงแต่ว่าริดเดอร์ หาไม่เจอเองมากกว่า

    #7637
    0
  16. #7636 akeovel (@akeovel) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 09:43

    ตอบ คห 7576

    บทที่ 88 : แผนการคือ... รอคอย กับ ที่อบอุ่น?
    อลิเซียย่อมเข้าใจในการผงกศีรษะของเมธัสที่มอบให้กับเธอจึงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทั้งอ่อนโยนและไพเราะว่า “เมธัสไม่ได้กลัวเกรงพวกนั้นหรอกค่ะ เพียงแต่ถ้าเราชิงมังกรทองที่มีค่ามากในสายตาของคนเหล่านั้นมา อาจเกิดเหตุการณ์ได้ถึงสองเรื่องพร้อมกัน เรื่องที่หนึ่งนั้น คือพวกเราจะอยู่ตกในสถานการณ์ครอบครองสมบัติล้ำค่าที่ทำให้ทุกคนตามแย่งชิง และในกรณีนี้พวกเราจะไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้อีกเลย ต้องคอยระวังการเจอพวกนั้นไล่ล่าดักปล้นชิง ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือพวกเราอาจมีสภาพเป็นเหมือนกับกลุ่มพันธมิตรโจรค่ะ จะต้องเจอพวกนั้นดักฆ่าที่จุดเริ่มต้น ในกรณีนี้พวกอลิซที่เป็นสัตว์อสูรแค่เข้าไปอยู่ในผนึกก็เพียงพอแล้ว แต่พวกคาเรน มิเชล และแฟริก้าที่หลบซ่อนไม่ได้จะต้องเจอพวกนั้นปักหลักฆ่าไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะยอมมอบมังกรทองให้น่ะค่ะ


    คุณ คงจะหมายถึงประโยคนี้ใช่มั้ยครับ  คำตอบอยู่ที่สีแดงนะครับ ฆ่าไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด พราะท้ายสุดมันก็จะเกิดการแก้แค้นกันไปชั่วชีวิต แต่หากเราสามารถเบี่ยงเบนความสนใจของอีกฝ่ายได้ ย่อมสบายกว่ากับการต่อสู้ที่ไร้ซึ่งความหมาย
    ขอบคุณนะครับที่ติดตามอ่าน

    #7636
    0
  17. #7635 คุโระคุง (@sereusblack) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 09:19

    ขอผมเดาได้มั้ยครับ?

    มีหลายๆคนเดาว่า ซาร่า คือ โรสแมรี่ เพีัยงเพราะไรเตอร์บอกว่าเมธัสรู้สึกคุ้นเคย

    แต่ผมกลับเดาว่าเป็น อลิซ หรือ อลิเซีย รุ่นพี่ของเมธัสรึเปล่า เพราะทั้งเธอและเมธัส ทำงานที่คล้ายๆกันอยู่ด้วย

    และผมขอเดาด้วยว่า เธอน่าจะเป็น อดีตครีเอเตอร์อันดับ1 ของ RWO ที่ลาออกไป แล้วปล่อยให้ตาแมกซ์เป็นที่1แทน

    อยากถามไรเตอร์หน่อยอ่ะ  เมื่อตอนก่อนๆๆนู้นนนนน  มีข้อสงสัยในเนื้อหา แต่ตอนนั้นยังไม่ได้สมัครMember  (สมัครสดๆ เพื่อมาคุยกับไรเตอร์เลยนะเนี่ย)

    ซักตอนอ่ะครับ ที่พูดคุยกับมังกรออกัส ถึงเรื่องการถูกตามล่า ที่อลิเซียพูดประมาณว่า "ถ้าเป็นอลิเซีย หรือแคร์โรไล สามารถเปลี่ยนเป็นเครื่องประดับของเมธัสได้ แต่แฟริก้ากับมิเชล อาจจะไม่ปลอดภัย"

    แล้วทำไมอลิเซียต้องหลบด้วยล่ะครับ ซัดกันไปเลยไม่ได้หรอ? ถ้าอีกฝ่ายเค้าเป็ฯฝ่ายหาเรื่องก่อน ค่าหัวก็ไม่น่า้เพิ่มหนิ รึไม่ก็ ใช้วิธีแบบ 2พี่น้องแกะ ก็ได้หนิ ที่ว่าไม่ฆ่า อ่ะครับ

    นิยายสนุกมากครับไรเตอร์ สู้ต่อไปนะครับ ^^

    #7635
    0
  18. #7634 เรเบลเลี่ยน (@ariesaof) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 09:04
    แงๆ นึกว่าตอนใหม่

    เหอเหอ อ่านเรื่องนี้ต้องใช้สมองนิดหนึ่ง -.- เหนื่อยๆ
    #7634
    0
  19. #7632 akeovel (@akeovel) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 08:53
    ตอบ คห 7572
    จะโพสตอบแบบปกติก็ทำไม่ได้มันยาวเกิน เลยคงต้องขอลงที่นี้นะครับ
    ขอบคุณมากครับที่ให้ความสนใจ ติดตามอ่านจนเป็นแฟนพันธุ์แท้ขนาดนี้

    แต่พอพล็อทบางอย่างยังไม่บอกอาจทำให้เข้าใจผิดในบางจุด

    และจิงเคอ ไปลอบสังหาร จินซี๋ แต่นั้นคือรู้ว่าจิ๋นซีอยู่ที่ไหน .
    แถมไปในฐานะตัวแทนทูต ถ้าเปรียบเทียบกับการมาทะเลและมีสัตว์กลายพันธุ์ มันคงไม่สนหรอกครับว่าใครเป้นทูตมีโอกาสมันคงกินหมดละครับ
    #7632
    0