[Reborn] Summer Rain 8086

โดย PRAEW

เฮ้อ... นานขนาดไหนแล้วนะ ที่เขาไม่ได้เจอเธอ ชายหนุ่มหลับตาลง ในความทรงจำช่วงฤดูร้อนของเขา เด็กผู้หญิงแสนร่าเริงคนหนึ่งหันมายิ้มให้

ยอดวิวรวม

174

ยอดวิวเดือนนี้

30

ยอดวิวรวม


174

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


9
จำนวนรีวิว : ยังไม่มีคนรีวิว
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  28 ส.ค. 64 / 04:54 น.
นิยาย [Reborn] Summer Rain 8086


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

 

.

 

.

 

.

 

จดหมายจากเธอ

 

'มิอุระ ฮารุ'

 

ความทรงจำในฤดูร้อน ท่ามกลางสายฝนนั้น...

 

- - - - - - - - - - - - - - - - -

 

Summer Rain

 

- - - - - - - - - - - - - - - -

 

คุยกันก่อน

 

ฟิคนี้เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบล้วนๆค่า คู่นี้หาอ่านยากอยู่ แต่ไรท์เข้าใจ ให้คิดพล้อตคู่นี้เป็นเรื่องยาวก็คิดไม่ออกจริงๆ คนร่าเริงสองคนมันคลิ้กกันไว จะเขียนให้มีดราม่า ลึกลับซับซ้อนมันเขียนยาก 5555

 

อ่านแล้วฝาก Comment เป็นกำลังใจหน่อยนะคะ

 

ฝากนิยายเรื่องอื่นๆด้วย (แต่งยังไม่จบสักเรื่อง 555)

 

Update

 

เรื่องนี้มีภาคต่อแล้วนะคะ

ภาค 2 - Summer Kiss 8086

บทส่งท้าย - Kiss The Rain 8086

 

.

 

.

 

 

- - - - - - - - - - - - - - - -

 

เชิญชวน Writer และ Reader ทั้งหลาย มาเม้ามอยกันใน Open Chat ของ Line ค่า

"สมาคมคนรักน้องฮารุ All86"

คุยเล่น เม้ามอย แบ่งปันฟิค ชวนจิ้น ให้กำลังใจ ได้หมดเลยค่า

(ขอความกรุณาไม่ทวงนิยายนะคะ)


 

จิ้ม Link

 

Credit Picture

https://pin.it/6g93ELz

 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 28 ส.ค. 64 / 04:54


- Summer Rain -

 

 

เดือนมิถุนายน ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่าน จากฤดูใบไม้ผลิย่างเข้าสู่ฤดูร้อน สายลมพัดพาอากาศเย็นสดชื่นมาเป็นระลอก หมู่เมฆเรียงตัวเป็นขนนกประปรายอยู่บนท้องนภาสีฟ้าสดใส ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งนั่งอยู่บนดาดฟ้าของตึก ผมสีดำที่ถูกตัดสั้นอย่างทะมัดทะแมง ใบหน้ามีรอยกร้านแดดเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับทำลายผิวพรรณบนใบหน้าคมเข้มนั้น

 

ยามาโมโตะ ทาเคชิ

 

นักเบสบอลมืออาชีพวัยยี่สิบห้าปี ในชุดเบสบอลเตรียมพร้อมสำหรับลงแข่ง ชายหนุ่มนั่งจ้องมองซองจดหมายสีขาวในมือ จดหมายที่ผู้จัดการทีมของเขาเพิ่งนำมาให้เมื่อสักครู่ แววตาสีน้ำตาลอ่อนจับจ้องบนหน้าซองจดหมายที่ระบุชื่อผู้ส่ง

 

มิอุระ ฮารุ

 

เฮ้อ... นานขนาดไหนแล้วนะ ที่เขาไม่ได้เจอเธอ’

 

ชายหนุ่มหลับตาลง ในความทรงจำของเขา เด็กผู้หญิงแสนร่าเริงคนหนึ่งหันมายิ้มให้

 

 

------------------------------------------

 

 

7 ปีก่อน

 

ตอนนั้นก็เป็นเดือนมิถุนายนเหมือนกัน ช่วงที่ฤดูใบไม้ผลิกำลังผันเปลี่ยนเข้าฤดูร้อน บรรยากาศในวันที่แสงแดดยามเช้าส่องผ่านแนวใบไม้ลงมา เขาและเธอยืนอยู่บริเวณทางเดินในสวน แมกไม้เขียวขจีล้อมรอบแนวทางเดิน บางต้นยังคงมีสีสันจากดอกไม้ฤดูก่อนแซมอยู่ ช่วงเปลี่ยนผ่านฤดู เขายังจำภาพนั้นได้ดี

 

“คุณยามาโมโตะ...”

 

ชายหนุ่มจ้องมองภาพตรงหน้า หญิงสาวที่สดใสราวกับฤดูใบไม้ผลิทักทายเขาจากอีกฟากของทางเดิน เธอโบกมือให้เขาอย่างกระตือรือร้น เขายิ้มตอบพร้อมกับโบกมือให้

 

“โอ้ส! ฮารุ”

 

เขาทักทายตอบ ใบหน้าเปื้อนยิ้มของเขาสดใสพอๆกับอากาศของวันนี้ทีเดียว ร่างเล็กของหญิงสาววัยสิบแปดปีค่อยๆวิ่งมาทางเขา 

 

“คุณยามาโมโตะกำลังจะไปไหนคะ?”

 

ฮารุถามชายตรงหน้า ยามาโมโตะในเสื้อยืดสีขาวคลุมทับด้วยเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีกรมท่า ในมือของเขาถือเบ็ดตกปลา อีกข้างหนึ่งถือถังน้ำเหล็ก กระเป๋าสะพายใบใหญ่คาดทับลำตัว จริง ๆ ถ้าพิจารณาจากสภาพเขาตอนนี้ ก็คงจะเดาได้ไม่ยากว่าชายหนุ่มคนนี้กำลังจะไปตกปลาแน่นอนอยู่แล้ว

 

“ไปตกปลาน่ะ... ไปด้วยกันไหม?”

 

ชายหนุ่มหันมายิ้มให้ฮารุ รอยยิ้มของเขาช่างสดใสราวกับฤดูร้อนที่กำลังจะมาเยือน

 

‘คุณยามาโมโตะยิ้มทีไรก็ดูเจิดจ้าซะเหลือเกิน ฮารุแสบตาหมดแล้ว’

 

ฮารุคิดในใจเมื่อเห็นรอยยิ้มที่เขามอบให้เธอ พร้อมกับตอบรับคำเชิญชวนของเขา

 

“ไปค่ะ!”

 

หลังจากตอบรับคำเชิญของเขาอย่างง่ายดายแล้ว เธอก็วิ่งไปยืนข้างเขาก่อนจะเดินไปตามทางเดินพร้อมกัน หญิงสาวผมสีน้ำตาลเข้มมัดหางม้าในชุดเดรสแขนสั้นสีเหลืองอ่อน เป็นภาพที่เข้ากับบรรยากาศช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูเหลือเกิน ราวกับว่าภาพในวันนี้ถูกพระเจ้าจัดแต่งขึ้นมาอย่างดี ทั้งบรรยากาศและภาพความทรงจำนี้

 

ร่างทั้งสองเดินไปเรื่อยๆ บนทางเดินที่มุ่งหน้าไปสู่ชายทะเลของเมืองนามิโมริ คุยเล่นหยอกล้อกัน ตามวิสัยของคนคุยเก่งทั้งคู่

 

เกือบครึ่งชั่วโมง ในที่สุดทั้งสองก็มองเห็นจุดหมายปลายทาง แสงแดดที่ไม่แรงเกินไปสะท้อนกับพื้นผิวน้ำเป็นประกายระยับ เกลียวคลื่นม้วนตัวกระทบชายฝั่งก่อนจะสลายกลางเป็นฟอง ลมทะเลที่พัดมาปะทะหน้า รอบชายทะเลไม่มีสิ่งก่อสร้างอื่น นอกจากระเบียงไม้ที่ถูกสร้างยื่นเข้าไปในทะเลไว้สำหรับตกปลาเท่านั้น

 

“ฮารุเคยตกปลาไหม?”

 

ยามาโมโตะถาม สายตาของเขาจ้องมองไปทางพื้นน้ำทะเลระบิยระยับ

 

“ไม่เคยเลยค่ะ เคยเห็นแต่คุณพ่อตกปลา”

 

ทั้งสองคนเดินไปทางระเบียงไม้ที่ถูกสร้างยื่นเข้าไปในทะเล ชายหนุ่มวางเบ็ดตกปลากับถังน้ำในมือลงกับพื้น ร่างสูงย่อเข่าลง ค่อย ๆ หยิบกระเป๋าสะพายออกจากตัว เขาเปิดกระเป๋าหยิบถุงมือที่เตรียมไว้มาใส่ทั้งสองข้าว ก่อนจะหยิบเหยื่อตกปลาที่เตรียมไว้ออกมาอวดสาวน้อยตรงหน้า

 

“อันนี้เป็นเหยื่อชั้นยอดเลยล่ะ!”

 

เหยื่อในมือของเขา ฮารุไม่มั่นใจว่านั่นคือหนอน หรือไส้เดือน หรือตัวอะไรกันแน่ แต่เธอไม่มีความคิดจะยื่นมือไปลองสัมผัสสิ่งนั้นแน่นอน ร่างเล็กตั้งใจฟังสิ่งที่ชายตรงหน้ากำลังอธิบาย

 

“เธอเกี่ยวเหยื่อไว้กับปลายเบ็ดแบบนี้ แล้วก็โยนปลายเบ็ดลงไปทะเล”

 

ยามาโมโตะอธิบายให้ฮารุฟัง พร้อมกับสาธิตไปด้วย

 

“ง่ายๆ แบบนี้แหละ ฮ่าๆ”

 

หญิงสาวมองตามเบ็ดตกปลาในมือชายหนุ่มตรงหน้า

 

‘แหม คนทำเป็นมันก็ง่ายหมดแหละนะ’

 

ฮารุบ่นอุบอิบในใจ ก่อนจะบ่นออกมาให้ชายตรงหน้าได้ฟัง

 

“คุณยามาโมโตะทำแล้วดูง่ายมากเลยค่ะ... ถ้าให้ฮารุตกเอง ทั้งวันน่าจะยังไม่ได้เลยสักตัว”

 

หญิงสาวพูดเป็นเชิงแซว ก่อนจะยิ้มกว้างให้ชายตรงหน้า

 

“ฮ่าๆๆ มันไม่ยากขนาดนั้นหรอก”

 

ยามาโมโตะขำขันกับคำพูดหยอกล้อของเธอ ก่อนจะพูดเป็นเชิงปลอบใจฮารุ

 

“เดี๋ยววันนี้ถ้าตกได้ตามเป้า ฉันจะทำซาชิมิให้ลองชิมนะ”

 

ได้ยินแบบนี้ สาวน้อยก็ตาเป็นประกายสิคะ มีใครไม่ชอบของกินด้วยหรอ

 

“ว้าว... ฮารุตั้งตารอเลยค่ะ!”

 

ลมทะเลพัดเอาความสดชื่นเข้าปะทะใบหน้าของคนทั้งสอง หญิงสาวและชายหนุ่มสองคนมาตกปลาริมทะเลในช่วงฤดูร้อน อากาศก็เป็นใจ บรรยากาศทุกอย่างช่างเป็นใจ ทั้งสองคุยหยอกล้อกันอย่างเพลิดเพลินจนเวลาคล้อยเลยเที่ยงมาช่วงบ่าย

 

ท้องฟ้าที่สดใสตอนนี้เริ่มครึ้มลง หมู่เมฆที่เรียงตัวประปรายเริ่มก่อตัวหนาขึ้น ดูท่าฝนจะตกแล้ว

 

“ฮาฮิ! ฮารุว่าฝนตั้งท่าจะตกแล้วล่ะค่ะ”

 

ฮารุเงยหน้ามองท้องฟ้า ยามาโมโตะได้ยินหญิงสาวทัก เขามองหน้าคนตัวเล็กกว่าก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าตามเธอ ในใจครุ่นคิดตาม

 

“นั่นสิเนอะ... ตกปลาเพลินเลยแฮะ”

 

ยามาโมโตะม้วนเบ็ดตกปลาขึ้น ค่อยๆถอดถุงมือพร้อมกับเก็บของลงในกระเป๋า ในถังน้ำตอนนี้มีปลาอยู่สองตัว

 

“ฮารุช่วยเก็บค่ะ!”

 

เธอเสนอตัวเข้าช่วย ทั้งสองคนช่วยกันเก็บของ ทว่า ไม่ทันการซะแล้ว ฝนดันตกลงมาก่อน

 

“ฝนตกแล้วล่ะค่า รีบไปหลบฝนกันเถอะ”

 

ฮารุมองซ้ายมองขวา ฝนที่ตกลงมาหนักขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มบดบังวิสัยทัศน์รอบข้าง

 

‘ตายแล้ว แถวนี้ไม่มีที่หลบฝนเลย’

 

“แย่จังเลยแฮะ แถวนี้ไม่มีที่หลบฝนเลยเนอะ”

 

เหมือนเขาอ่านความคิดเธอออก เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเสียไม่ได้

 

“ทำไงดีคะเนี่ย คุณยามาโมโตะ...”

 

“ช่วยไม่ได้แฮะ งั้นทิ้งของไว้ที่นี่ แล้วเราวิ่งกลับกันเถอะ!”

 

ยามาโมโตะหันมามองหน้าฮารุด้วยสายตากระตือรือร้น ตอนแรกฮารุนึกว่าชายตรงหน้าพูดเล่น แต่ดูจากสายตาแล้ว ดูท่าเขาจะเอาจริง เธอครุ่นคิดตามสักครู่

 

เอาจริงก็คงไม่มีทางเลือกแล้ว คงต้องวิ่งกลับจริงๆ

 

“ไปเถอะฮารุ”

 

ยามาโมโตะหันมามองฮารุ ฮารุที่กำลังครุ่นคิดอยู่ มือของยามาโมโตะคว้าจับข้อมือของฮารุ ก่อนจะพาเธอวิ่งย้อนกลับไปทางที่เขาทั้งสองคนเดินมา

 

สุดท้ายวันนี้ก็ไม่ได้ปลากลับไปสักตัว เสียเที่ยวสุดๆ เลยไหมเนี่ย

 

ร่างทั้งสองค่อยๆ วิ่งกลับไปทางเดิม เสื้อผ้าเปียกปอนจากฝนที่เทลงมาไม่ขาดสาย

 

“ไม่ได้ตากฝนแบบนี้มานานเหมือนกันแล้วแฮะ”

 

ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งวิ่งไปตามทาง ใบหน้าของเขายิ้มออกมาอย่างสดใส ราวกับเด็กน้อยที่ได้หนีแม่ออกมาเล่นกลางสายฝน ขาเรียวยาวที่อัดแน่นด้วยกล้ามเนื้อของเขาวิ่งไปเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย

 

“แฮ่ก... แฮ่ก... คุณยา...มา... โม... โตะ...”

 

ดูเหมือนยามาโมโตะจะลืมไปว่า เขาเป็นนักกีฬาที่ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ส่วนฮารุเป็นแค่สาวน้อยธรรมดาๆ นี่ก็เกือบสิบนาทีได้แล้วที่ทั้งสองคนวิ่งโดยไม่ได้หยุดพัก ฮารุเองก็เริ่มจะวิ่งตามยามาโมโตะไม่ทันแล้ว

 

“ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไรนะฮารุ”

 

ยามาโมโตะชะลอความเร็วลง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเดิน ฮารุวิ่งตามมาหยุดอยู่ข้างเขา เธอหอบหายใจอยู่สักพัก ยามาโมโตะเองก็หยุดรอให้หญิงสาวตรงหน้าหายใจก่อน

 

ชุดเดรสสีเหลืองอ่อนของฮารุเปียกหมดแล้ว ตอนนี้ชุดที่เปียกแนบไปกับลำตัวของเธอ เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของหญิงสาววัยสิบแปดปี

 

ยามาโมโตะเห็นภาพตรงหน้า เขาค่อยๆถอดเสื้อเชิตตัวนอกออกก่อนจะยื่นให้ฮารุ

 

“เอานี่คลุมก่อนนะ”

 

ฮารุรับเสื้อมาก่อนจะสวมทับ เสื้อตัวนอกพอจะพรางส่วนเว้าส่วนโค้งของเธอได้บ้าง ทั้งสองคนค่อยๆเดินไปตามทางเดินที่ทอดยาว ฝนยังคงตกลงมาเรื่อยๆไม่ขาดสาย

 

“เดี๋ยวแวะบ้านฉันก่อนก็ได้ อีกไม่ไกลแล้ว”

 

ยามาโมโตะพูดกับฮารุที่เริ่มตัวสั่นจากความหนาวของเม็ดฝนที่ปกคลุมตามตัว ถึงตอนนี้จะเริ่มเข้าฤดูร้อนแล้ว แต่อากาศก็ยังถือว่าเย็นอยู่ดี

 

ทั้งสองเดินไม่ไกลนัก ประมาณ 5 นาทีก็ถึงบ้านของยามาโมโตะ บ้านสองชั้นดีไซน์สมัยใหม่ที่ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นโบราณ ทางเข้าเป็นประตูระแนงทำจากไม้ ข้างหน้าติดป้ายร้านขายซูชิ

 

ยามาโมโตะเลื่อนเปิดประตูออก ร่างสูงเดินเข้าไปในบ้าน ฮารุที่เดินตามหลังเข้ามาติดๆ เสียงทักทายจากชายวัยกลางคนดังมา

 

“กลับมาแล้วเหรอทาเคชิ”

 

“ครับพ่อ ฝนดันตกซะก่อนเนี่ย... เลยไม่ได้เอาปลากลับมาบ้านเลยสักตัว ฮ่าๆ”

 

ชายวัยกลางคนเงยหน้าขึ้นมามองลูกชายแสนอารมณ์ดี สายตาของเขาสะดุดไปที่เด็กผู้หญิงผมสีน้ำตาลที่ยืนอยู่ข้างๆในสภาพเปียกปอนพอๆกับลูกชายของเขา เขาเอ่ยทักทายด้วยเสียงอบอุ่น

 

“อ้าว... หนูฮารุนี่นา”

 

“สวัสดีค่า ฮารุรบกวนด้วยนะคะ”

 

สาวน้อยก้มหัวทำความเคารพ ก่อนจะเงยหน้ายิ้มเขินๆให้กับพ่อของยามาโมโตะ

 

"โอ้... ตามสบายเลย เดี๋ยวให้ทาเคชิเตรียมเสื้อให้เปลี่ยนละกัน น่าจะยังมีตัวที่หนูพอใส่ได้อยู่นะ”

 

ยามาโมโตะทำท่าครุ่นคิด ในหัวเขากำลังนึกว่ามีเสื้อตัวไหนที่ขนาดพอดีให้ฮารุใส่ได้บ้าง ระหว่างที่ยามาโมโตะกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิด เสียงของพ่อของยามาโมโตะเอ่ยขัดจังหวะ

 

“หนูฮารุชอบกินอะไร เดี๋ยวพ่อเตรียมไว้ให้”

 

ฮารุได้ยินคำถามถึงของกิน กระเพาะที่ก่อนหน้านี้สงบนิ่งดี ก็เริ่มร้องครวญครางทันที ถึงใจเธอจะมีความเกรงใจล้นทะลักอย่างมาก แต่เทียบกับเสียงเรียกร้องจากกระเพาะแล้ว แน่นอนว่ากระเพาะของเธอชนะขาด

 

“ฮารุอยากกินซาชิมิค่ะ”

 

เธอตอบทันทีทันใด แทบไม่ผ่านการคิดทบทวน ตั้งแต่ตอนที่ยามาโมโตะสัญญาว่าจะทำซาชิมิให้เธอลองชิม ในหัวของเธอตอนนี้ก็มีแต่คำว่า ซาชิมิ วนเวียนอยู่ในหัว ดวงตากลมโตสีน้ำตาลจ้องมองไปทางตู้กระจกที่เต็มไปด้วยเนื้อปลาหลากชนิด ฮารุกลืนน้ำลายอึกนึง ความหิวจู่โจมเธออย่างหนัก

 

“ฮารุ ตามฉันมา”

 

เสียงของยามาโมโตะเรียกสติฮารุให้กลับมา เขาพาเธอเดินขึ้นไปชั้นสองของร้าน ก่อนจะพาเข้าไปที่ห้องที่เหมือนห้องเก็บของ ยามาโมโตะเปิดตู้เสื้อผ้าออก มือของเขาความหาครู่หนึ่งก่อนจะหยิบเสื้อยืดสีเข้มออกมาสองตัว กับกางเกงขายาวอีกหนึ่งตัว

 

“ตัวนี้ฉันใส่สมัยอยู่ม.ต้นน่ะ เธอน่าจะพอใส่ได้”

 

เขายื่นเสื้อผ้าในมือให้เธอ เธอมองที่เสื้อทั้งสองตัว ในใจนึกสงสัย

 

“เสื้อฉันให้สองตัว จะได้ไม่บางเกินไป”

 

เหมือนยามาโมโตะคิดล่วงหน้าเธอไปแล้วหนึ่งก้าว ฮารุคิดตาม ก่อนจะค่อยๆหน้าแดง เธอลืมคิดไปเลยว่า สภาพตอนนี้ของเธอเปียกสุดๆ ถ้าจะถอดชุดเดิมออกทั้งหมดแล้วเปลี่ยนมาใส่เสื้อยืดตัวเดียวเนี่ย มันก็บางเกินไปสำหรับหญิงสาววัยนี้จริงๆ

 

‘คุณยามาโมโตะเป็นคนละเอียดอ่อนกว่าที่คิดเยอะเลยแฮะ’

 

ยามาโมโตะหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กยื่นให้เธอ ก่อนจะพูดต่อ

 

“เธอเปลี่ยนชุดห้องนี้ก็ได้ เดี๋ยวฉันไปเปลี่ยนที่ห้องฉันเอง”

 

เขาพูดเสร็จก่อนจะเดินออกไปจากห้องไป ทิ้งให้ฮารุที่ยังหน้าแดงระเรื่อรวบรวมสติ

 

 

------------------------------------------

 

 

หลังจากทั้งฮารุเปลี่ยนชุดเสร็จแล้ว เธอเดินลงมาจากชั้นสองของร้าน ซาชิมิชุดใหญ่วางอยู่บนเคาเตอร์ข้างหน้าตู้กระจก ยามาโมโตะที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วหันมายิ้มให้เธอ

 

ฮารุค่อยๆเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ข้างยามาโมโตะ เธอยังเขินไม่หายเรื่องที่เขาเตรียมเสื้อไว้สองชั้นให้เธอ

 

“กินให้เต็มที่เลยนะทั้งสองคน”

 

ชายวัยกลางคนยิ้มกว้าง พร้อมกับชูนิ้วโป้งให้

 

“จะกินแล้วนะคะ/ครับ”

 

เด็กน้อยทั้งสองคนในสายตาผู้ใหญ่พูดพร้อมกัน ก่อนจะใช้อาวุธซึ่งก็คือตะเกียบในมือ บรรจงกินปลาดิบชุดใหญ่ตรงหน้าช้าๆ

 

“อื้มมม... อร่อยมากเลยค่ะ”

 

‘อร่อยขนาดที่น้ำตาฮารุแทบจะไหลออกมาเลย’

 

สาวน้อยทำหน้าปลื้มปริ่ม คิดในใจว่าสมแล้วที่เป็นร้านซูชิเก่าแก่แห่งเมืองนามิโมริ

 

‘คุณยามาโมโตะนี่โชคดีจริงๆ ได้กินของอร่อยทุกวัน’

 

“ถ้าเธอชอบ แวะมากินบ่อยๆได้เลยนะ”

 

ยามาโมโตะยิ้มให้เธอ พูดจาเชิญชวน บรรยากาศภายในบ้านหลังนี้เป็นกันเองมาๆ ใครมาก็ต้องยอมรับว่าสบายใจสุดๆ

 

แววตาของฮารุเป็นประกายทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของยามาโมโตะ

 

“จริงหรอคะ?”

 

“แน่นอนอยู่แล้ว”

 

เด็กน้อยทั้งสองคนกินอย่างเอร็ดอร่อย ปลาดิบในจานของทั้งคู่ค่อยๆร่อยหลอลงไป แม้เวลาจะผ่านไปสักพักแล้ว แต่ฝนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกแม้แต่น้อย

 

“ว้า... ฝนตกนานจังเลยนะคะ ฮารุไม่ได้บอกที่บ้านไว้ด้วยว่าจะกลับช้า ทุกคนน่าจะเป็นห่วงแน่ๆ”

 

“ฮ่าๆ ไม่ต้องกังวลนะ เดี๋ยวฉันไปส่ง”

 

ชายหนุ่มเสนอตัว ความคิดเขากับคำพูดของเขาช่างตรงไปตรงมา ฮารุแอบคิดในใจว่าเขาเป็นคนที่คิดถึงคนอื่นมากๆเลย ก่อนหน้านี้ก็พอรู้ว่ายามาโมโตะเป็นคนใจดี แต่เธอเพิ่งจะเคยสัมผัสความใจดีของเขาด้วยตัวเองก็ครั้งนี้แหละ

 

“ขอบคุณนะคะคุณยามาโมโตะ”

 

ฮารุพูดขอบคุณ ในใจเธอรู้สึกเกรงใจชายหนุ่มตรงหน้าอย่างมาก ทั้งมารบกวนที่บ้านเขา คุณพ่อของเขาเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่ แล้วเขาจะยังเดินไปส่งเธอที่บ้านอีก

 

ยามาโมโตะเห็นหญิงสาวตรงหน้าดูประหม่า เขาเลยชวนเธอคุยเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ

 

“เอ้อ... ฉันยังไม่ได้ถามเลย จบหน้าร้อนนี้แล้ว เธอจะไปเรียนต่อที่ไหนหรอ”

 

จริงซินะ ทั้งสองคนเพิ่งผ่านพิธีจบการศึกษามา นี่คงเป็นหน้าร้อนสุดท้ายแล้วในฐานะเด็กมัธยม หลังสิ้นสุดหน้าร้อนนี้พวกเขาก็จะถูกนับเป็นผู้ใหญ่แล้ว

 

“อ้อ ฮารุยังไม่ได้บอกใครเลย ฮารุว่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศน่ะค่ะ”

 

“โอ้! ไปที่ไหนละเนี่ย”

 

“อิตาลีค่ะ ฮารุจะไปเรียนแฟชั่นดีไซน์”

 

“สุดยอดไปเลยฮารุ ยินดีด้วยนะ”

 

ยามาโมโตะยิ้มกว้าง สีหน้าเขาเปี่ยมไปด้วยความยินดีที่สื่อออกมาจากใจจริง ฮารุรู้สึกตื้นตันอยู่ในใจ มีคนดีใจกับความสำเร็จของเรา มันเป็นความรู้สึกแบบนี้เองสินะ

 

“ขอบคุณค่า... ว่าแต่คุณยามาโมโตะล่ะคะ จะไปเรียนต่อที่ไหน”

 

ชายหนุ่มได้ยินคำถาม ใบหน้าเขาฉายแววครุ่นคิด

 

เอาจริง นอกจากเบสบอลกับดาบแล้ว อย่างอื่นเขาก็ไม่มีอะไรที่ถนัดเลย

 

“ยังไม่รู้เลยแฮะ ฮ่าๆ”

 

ยามาโมโตะหัวเราะแห้งๆ เขายกมือเกาหัวแก้เขิน ฮารุมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างเธอ ในใจรู้สึกผิดนิดๆ ที่ถามคำถามนี้ออกไป

 

ยามาโมโตะหยิบกาน้ำชาที่วางอยู่บนโต๊ะ เขารินชาสองแก้ว ก่อนจะยื่นให้ฮารุแก้วหนึ่ง

 

ชายหนุ่มยกแก้วชาในมือ ค่อยๆบรรจงจิบมัน

 

“ฉันน่ะ นอกจากเบสบอลแล้ว อย่างอื่นก็นึกไม่ออกเลยว่าถนัดอะไร”

 

“คุณยามาโมโตะจะไปเป็นนักเบสบอลมืออาชีพหรอคะ?”

 

แววตาของฮารุดูมีประกายขึ้นทันที เธอจ้องมองชายตรงหน้า นักเบสบอสมืออาชีพนี่มันสุดยอดอาชีพเลย ใช่ว่าอยากจะเป็นก็เป็นกันได้ง่ายๆ เอาจริงความสูงบวกกับหุ่นอย่างยามาโมโตะ หน่วยก้านแบบนี้ ฝีมือการเล่นเบสบอลสมัยมัธยมก็ไม่ธรรมดา รวมเข้ากับหน้าตาที่ดึงดูดแล้ว ฮารุคิดในใจว่าอย่างเขาต้องเป็นขวัญใจมหาชนได้ไม่ยากแน่

 

ยามาโมโตะได้ยินคำถามของฮารุ ในหัวของเขาเริ่มคิดภาพตาม

 

เอาจริง เขาเองก็ไม่เคยคิดเรื่องนี้เลย

 

“น่าสนใจเหมือนกันแฮะ...”

 

เขาเริ่มจินตนาการตาม ก่อนจะหันมาถามฮารุ

 

“ฮารุล่ะ คิดว่าฉันเหมาะจะเป็นนักเบสบอลไหม”

 

หญิงสาวสิบแปดปีมองหน้าชายหนุ่มที่อายุเท่ากัน สายตาของเขาดูจริงจังกว่าเมื่อครู่ ราวกับคาดหวังคำตอบที่จะเป็นตัวตัดสินอนาคตจากเธอ

 

“ฮารุว่า คุณยามาโมโตะต้องเป็นนักเบสบอลที่สุดยอดมากแน่นอนค่ะ!”

 

บทสนทนาต่อจากนั้น ยามาโมโตะเองก็จำไม่ค่อยได้แล้ว จำได้แค่ว่าหลังจากนั้นไม่นานฝนก็หยุดตก ตอนแรกเขาอาสาจะไปส่งฮารุที่บ้าน แต่ฮารุปฏิเสธเสียงแข็ง บอกว่ายังไม่ดึกมาก เธอเกรงใจ ก่อนจะกลับไปพร้อมกับเสื้อของเขาที่เธอสวมใส่อยู่

 

------------------------------------------

 

ท้องฟ้าวันนี้ เหมือนกับ 7 ปีก่อนไม่มีผิด

 

ยามาโมโตะในวัยยี่สิบห้าปีเงยหน้ามองท้องฟ้า นึกถึงภาพความทรงจำในวันนั้น อีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้เขากำลังจะลงแข่งแมทช์สำคัญประจำฤดูกาลแล้ว

 

ยามาโมโตะ ทาเคชิ

 

ใช่แล้ว ตอนนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จักชื่อเขา เขาคือดาวรุ่งเบอร์ต้นๆ ของวงการเบสบอลในช่วงสองสามปีที่ผ่านมานี้ ทั้งความสามารถ ทั้งรูปร่างหน้าตา เรียกได้ว่าสิบปีจะมีสักคน

 

หลังจากวันนั้นเขาก็ไม่ได้เจอฮารุอีกเลย เธอไปเรียนแฟชั่นดีไซน์ต่อที่อิตาลี หลังจากเรียนจบดูเหมือนว่าจะโดนชวนให้ทำงานต่อที่นั่น มีคนจองตัวเธอเต็มไปหมด ตอนนี้ฮารุกลายเป็นนักดีไซน์หน้าใหม่มาแรงแล้ว นิตยาสารช่วงปีที่ผ่านมาเขียนเกี่ยวกับเธอเต็มไปหมด

 

ตอนแรกที่เขาเห็นนิตยาสารพวกนั้น เขาจำเธอแทบไม่ได้ เธอดูโตขึ้นจากเดิมมาก สวยขึ้นมากด้วย

 

ซองจดหมายสีขาวในมือเขา จดหมายที่ถูกส่งมาจากอิตาลี เขาค่อยๆเปิดมันออก ตอนแรกเขาเข้าใจว่าเป็นจดหมายจากแฟนคลับทั่วไป แต่มีอะไรสักอย่างที่ดลใจให้เขาหยิบมันมาดูหน้าซอง อาจจะเป็นเพราะท้องฟ้ากับบรรยากาศในวันนี้ก็ได้

 

มิอุระ ฮารุ

 

‘ไม่ได้เจอกัน 7 ปีแล้วมั้ง ตอนนี้เธอจะเป็นไงบ้างนะ’

 

เขาค่อยๆแกะซองจดหมายออก ในซองมีรูปถ่ายเต็มไปหมด เขาไล่ดูทีละรูป เป็นรูปของฮารุถ่ายกับสถานที่ต่างๆในอิตาลี เธอคงอยากแบ่งปันเรื่องราวกับเขาสินะ

 

เอาจริง เขาก็ไม่เคยติดต่อเธอไปเลย

 

ในซองมีกระดาษสีขาวถูกพับไว้หนึ่งแผ่น ในนั้นเขาเดาว่าน่าจะมีเนื้อความที่เธอเขียนไว้ เขาค่อยๆเปิดมันออกมาอ่าน

 

.  .  .  . .  .  . .  .  .

 

ถึง คุณยามาโมโตะ

 

ฮารุกำลังจะกลับญี่ปุ่นเดือนหน้านะคะ พอดีฮารุมีแฟชั่นโชว์ที่ Collab กับแบรนด์ทางญี่ปุ่น ฮารุแนบการ์ดเชิญเข้าร่วมงานมาด้วย ฮารุอยากให้คุณยามาโมโตะมางานด้วยนะคะ

 

มิอุระ ฮารุ

 

.  .  .  . .  .  . .  .  .

 

 

จดหมายเนื้อความสั้นกว่าที่เขาคิดไว้เยอะเหมือนกัน ตอนแรกนึกว่าไม่ได้เจอกันตั้ง 7 ปี เนื้อความจะยาวกว่านี้เสียอีก ในซองแนบการ์ดเชิญเข้าร่วมงานมาด้วยอย่างที่ฮารุบอกในจดหมาย เดี๋ยวเขาเองคงต้องดูวันอีกทีว่าไม่ได้ติดแมทช์สำคัญอะไร

 

ถ้าเป็นไปได้ เขาก็จะไปล่ะนะ

 

ยามาโมโตะเดินกลับเข้าไปในห้องพักนักกีฬา เขายื่นการ์ดงานแฟชั่นโชว์ให้ผู้จัดการของเขาให้ช่วยดูตารางแข่งกับวันว่างของเขาให้อีกที ก่อนจะเตรียมตัวลงสนามเพื่อแข่ง

 

 

------------------------------------------

 

 

เดือนกรกฎาคม อากาศในญี่ปุ่นเริ่มร้อนมากขึ้น แสงแดดจ้าส่องลงมา หญิงสาวผมสีน้ำตาลตัดสั้นประบ่าเงยหน้ามองท้องฟ้า มือเล็กบังแสงอาทิตย์ที่ส่องแยงเข้าตา

 

7 ปีแล้วสินะ ที่ไม่ได้กลับมาญี่ปุ่น

 

วันนี้ฮารุมาเปิดงานที่แบรนด์เสื้อผ้าของเธอ Collab กับแบรนด์ของทางญี่ปุ่น หญิงสาววัยยี่สิบห้าปีแต่งตัวด้วยเสื้อแขนกุดสีขาว กระโปรงลายดอกไม้สีเหลืองอ่อน ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มอย่างพอดี สะกดสายตาของทุกคนให้จับจ้องมาที่เธอได้ไม่ยาก

 

พิธีเปิดกำลังจะเริ่มแล้ว เธอค่อยๆเดินขึ้นไปบนเวที ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้พิธีกรเริ่มถามเธอเกี่ยวกับแรงบันดาลใจ คอนเซปดีไซน์ของงาน เธอตอบคำถามอย่างคล่องแคล่ว ผู้ชมต่างจดจ่อตั้งใจฟังเธอ พร้อมกับปรบมือให้กำลังใจ

 

หลังจากพิธีเปิดเสร็จสิ้น เธอกวาดตามองหาชายหนุ่มที่เธอเชิญมางาน ถึงจะไม่ได้เจอกันนานมากแล้ว แต่เธอเห็นเขาผ่านทีวีที่ถ่ายทอดการแข่งขันเบสบอล หน้าตาของเขาไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมาก เธอน่าจะพอจำได้ถ้าเห็น ฮารุใช้เวลามองหายามาโมโตะอยู่สักพัก แต่ก็ไม่มีวี่แวว

 

เวลาค่อยๆล่วงเลยไป จากเช้าจนบ่าย จากบ่ายจนใกล้ช่วงเย็น นี่ก็จวนเจียนจะปิดงานยู่แล้ว หญิงสาวเริ่มใจเสีย หน้าตาของเธอดูหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัดหากสังเกตดีๆ

 

เอาจริง ฮารุก็ลืมให้เบอร์โทรศัพท์ไปเองนี่นา จะโทษเขาก็คงไม่ได้

 

“ฮารุ!”

 

เสียงเรียกทำให้เธอหันขึ้นมามอง ชายหนุ่มเธอรอกำลังวิ่งมาทางเธอ ใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ แสดงถึงความรีบร้อน

 

“คุณยามาโมโตะ!”

 

เสียงดีใจที่ปิดไว้ไม่มิดของฮารุเอ่ยขึ้น เธอนึกว่าเขาจะไม่มาซะแล้ว

 

“ขอโทษทีนะฮารุ พอดีแมทช์เมื่อกี้ทดเวลาซะนานเลย นึกว่าจะมาไม่ทันซะแล้ว”

 

ยามาโมโตะยิ้มแห้ง ใบหน้าเจือด้วยความรู้สึกผิด ต่างกับฮารุที่ยิ้มกว้าง ในใจตื้นตันที่เขามาตามที่เธอขอ

 

“เดี๋ยวฮารุพาเดินดูค่ะ”

 

ชายหนุ่มพยักหน้าตอบ ฮารุพาเขาเดินเข้าไปชมรอบงาน งานที่ฮารุออกแบบเอง ชุดต่างๆ สวยงาม มีสไตล์ ยามาโมโตะเดินตามเธอ ฟังเธออธิบายสิ่งต่างๆ สายตามองตามสิ่งที่เธออธิบาย ขณะเดียวกันก็แอบมองเธอเป็นระยะ ในใจคิดว่าไม่ได้เจอกับเธอนานหลายปี

 

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ…”

 

อยู่ๆ ยามาโมโตะก็พูดขึ้นมา ฮารุหันมามองเขา แววตาของเธอสบกับแววตาของเขา เธอมองหาความหมายแฝงที่อยู่ในคำพูดนั้น เขาคิดถึงเธอหรอ หรือเขาหมายความว่ายังไงกันนะ ผมสั้นประบ่าของเธอ พลิ้วตามแรงลม เข้ากับชุดที่เธอใส่ในวันนี้

 

“7 ปีได้แล้วมั้งคะ”

 

ฮารุตอบกลับ เธอยิ้มให้เขาด้วยสีหน้าที่เดาอารมณ์ไม่ออก ก่อนจะพายามาโมโตะเดินชมงานต่อจนนิทรรศการใกล้จะปิดตัวลง ท้องฟ้าที่เคยมีแดดส่องเจิดจ้า ตอนนี้ถูกย้อมด้วยสีส้ม เวลาล่วงเลยมาถึงช่วงใกล้พระอาทิตย์ตกดิน

 

“ไปกินข้าวบ้านฉันไหม”

 

ยามาโมโตะเอ่ยชวนหญิงสาวตรงหน้า เธอพยักหน้าตอบรับเขา รอยยิ้มที่แสดงออกถึงความดีใจ ราวกับว่าเธอสมหวังในสิ่งที่เธอปรารถนาแล้ว

 

“ไปค่ะ”

 

ทั้งสองคนเดินชมงานจนกระทั่งงนปิด ฮารุขึ้นกล่าวปิดงาน ก่อนที่ทั้งสองจะเดินทางกลับบ้านของยามาโมโตะ หญิงสาวและชายหนุ่มในวัยยี่สิบห้าปีเดินไปตามทางเดินในเมืองนามิโมริ พูดคุยหยอกล้อกันเหมือนสมัยเด็กๆ

 

บ้านของยามาโมโตะยังหน้าตาเหมือนตอนที่เธอไปจากญี่ปุ่น ยามาโมโตะเลื่อนประตูเปิด ก่อนจะเดินเข้าไปภายในตัวบ้าน เสียงของชายวัยกลางคนที่เธอจำได้เอ่ยทักทาย

 

“กลับมาแล้ว... อ้าว! นั่นมัน..."

 

ชายวัยกลางคนสะดุดตากับหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างลูกชายของเขา เขาครุ่นคิดสักครู่ก่อนจะนึกออก

 

“หนูฮารุรึเปล่านะ โตขึ้นเยอะเชียว เป็นสาวสวยแล้ว ฮ่าๆ”

 

“ฮารุเองค่า รบกวนด้วยนะคะ”

 

เธอกับยามาโมโตะเดินเข้ามานั่งตรงโต๊ะหน้าเคาเตอร์ตัวเดิมที่ทั้งสองคนเคยนั่ง

 

“ทาเคชิบอกไว้แล้วล่ะว่าจะมีเพื่อนมากินข้าวด้วย ไม่นึกว่าจะเป็นหนูฮารุนะเนี่ย”

 

ชายวัยกลางคนกล่าวอย่างอารมณ์ดี ในมือถือมีดบรรจงแล่ปลาอย่างช้าๆ

 

“วันนี้ทาเคชิแพ้น่ะ พ่อเลยกะว่าจะเลี้ยงชุดใหญ่หน่อย ปลอบใจทาเคชิมัน ฮ่าๆ"

 

“พ่อ!”

 

ยามาโมโตะอุทาน ใบหน้าประหม่าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

‘ตายแล้ว ฮารุเพิ่งรู้ว่าวันนี้เขาแพ้ จะชวนคุยปรับบรรยากาศยังไงดีล่ะเนี่ย’

 

“เอ่อ... คุณยามาโมโตะโอเคไหมคะ”

 

ยามาโมโตะหันมามองหน้าฮารุด้วยความงุนงง ก่อนจะเข้าใจสิ่งที่เธอพยายามสื่อแล้วยิ้มออกมา

 

“อ้อ แพ้ชนะเรื่องธรรมดาน่ะ ก็กีฬาอ่ะเนอะ ฮ่าๆ”

 

ชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นนักเบสบอลมืออาชีพขำให้กับเรื่องที่เธอกังวล จริงอยู่ที่เขาเขินที่พ่อของเขาแซวว่าเขาแพ้ แต่จริงๆแล้ว แพ้ชนะก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขาเท่าไหร่

 

“ว่าแต่ ฮารุกลับมารอบนี้ แล้วจะต้องกลับไปเมื่อไหร่หรอ?”

 

“ไฟลท์บินของฮารุ ออกพรุ่งนี้ตอนเช้าน่ะค่ะ”

 

“โอ้… งานรัดตัวจริงๆเลยแฮะ”

 

“แล้วคุณยามาโมโตะล่ะคะ ช่วงนี้เป็นฤดูกาลแข่งขันนิ แข่งอีกทีวันไหนหรอคะ”

 

ยามาโมโตะทำหน้าครุ่นคิด คิ้วขมวดขับให้ใบหน้าคมเข้มดูจริงจังขึ้นไปอีก

 

“วันมะรืนน่ะ ถ้าจำไม่ผิดนะ”

 

“คุณยามาโมโตะเองก็งานยุ่งไม่แพ้ฮารุเลยนะคะ”

 

เธอยิ้มให้กำลังใจเขา เขาเองก็ยิ้มตอบให้กำลังใจเธอเช่นกัน

 

“อ่ะ แด่หนุ่มสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความฝัน”

 

พ่อของยามาโมโตะเอ่ยเสียงกระตือรือร้น มือสองข้างเสิร์ฟจานปลาดิบชุดใหญ่ให้ทั้งสองคน ไม่ลืมที่จะยกนิ้วโป้งให้กำลังใจหนุ่มสาวคู่นี้ด้วย

 

“กินแล้วนะคะ/ครับ”

 

ทั้งสองคนถือตะเกียบในมือ ค่อยๆบรรจงกินปลาดิบที่ถูกจัดจานอย่างปราณีตตรงหน้า บรรยากาศยังเป็นกันเองเหมือนตอนนั้นไม่มีผิด

 

ขนาดผ่านไป 7 ปีแล้ว แต่เหมือนกับเพิ่งผ่านไปไม่นานนี้เอง

 

“กลับมาญี่ปุ่นรอบนี้ เธอได้ไปหาคนอื่นบ้างยัง?”

 

ยามาโมโตะถามฮารุ

 

“อ้อ พอดีฮารุยุ่งมากเลยน่ะค่ะ นอกจากเคียวโกะจังแล้ว คนอื่นฮารุยังไม่ได้เจอเลยค่ะ”

 

ยามาโมโตะงุนงงในใจ นั่นเท่ากับว่าเธอนัดเขาไว้คนเดียวอย่างนั้นหรอ

 

“เอ้อ… แล้วทำไมถึงเป็นฉันล่ะ”

 

ชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นคนตรงไปตรงมา ถามสิ่งที่เขาคิดออกมาตรงๆ ก็แหม การคิดเองเออเอง มันไม่ใช่หลักการของเขาสักหน่อย อีกอย่างใช้สมองเยอะๆเขาก็ไม่ถนัดด้วย ถ้าอยากรู้อะไรก็ถาม นั่นแหละหลักการของเขา

 

“อ่อ คือว่า...”

 

ฮารุพูดตะกุกตะกัก ใบหน้าของเธอเริ่มร้อนผ่าว ตอนนี้ในหัวของเธอกำลังนึกคำตอบดีๆอยู่

 

"... ฮารุยังไม่ได้คืนเสื้อคุณยามาโมโตะเลยน่ะค่ะ!"

 

เธอพูดออกมาอย่างเร่งรีบ เหตุผลที่ดูงี่เง่าสุดๆ ฮารุอยากจะมุดดินหนีเหลือเกิน

 

ยามาโมโตะฟังอย่างงุนงง เขาพยายามเข้าใจสิ่งที่เธอพูดถึง แต่เขานึกไม่ออก

 

“เสื้อตัวไหนนะ?”

 

ฮารุเปิดกระเป๋าพายออก มือเล็กค้นในกระเป๋าก่อนจะหยิบเสื้อสีเข้มสองตัว กับกางเกงขายาวออกมา ใช่แล้ว เสื้อผ้าที่เขาเคยให้เธอยืมเมื่อนานมาแล้ว

 

ยามาโมโตะรับเสื้อผ้ามาจากเธออย่างงุนงง

 

“อ่อ… จำได้ละ แหม่ ฉันเองก็ลืมไปแล้วนะเนี่ย”

 

ชายหนุ่มอารมณ์ดีหัวเราะให้กับความจำที่ไม่ดีของตัวเอง ถึงแม้ที่จริงแล้วถ้าใครเห็นก็คงคิดว่าเหตุผลนี้ประหลาดสุดๆ ผู้หญิงคนหนึ่งคงมาเจอผู้ชายเพียงคนเดียวพราะเรื่องแค่นี้อยู่แล้ว

 

แต่ยามาโมโตะเองก็ไม่อยากคิดเองเออเองเยอะ เขาก็ไม่กล้าให้ความหวังตัวเองว่าเขาเป็นคนพิเศษเหมือนกัน

 

“ขอบคุณนะฮารุ”

 

ฮารุหน้าแดงเล็กน้อย เธอดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัดจนยามาโมโตะสังเกตได้ เขาเลยพยายามพูดปลอบให้เธอสบายใจ

 

“ไม่เป็นไรน่าฮารุ ถึงจะคืนช้า ฉันก็ไม่ซีเรียสหรอกนะ”

 

‘ใช่เรื่องคืนช้าซะเมื่อไหร่เล่า มีใครเขาบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อคืนเสื้อกันคะ’

 

ฮารุแอบบ่นในใจ แต่เธอก็ประหม่าเกินกว่าจะพูดออกมา เลยได้แต่ตามน้ำไป

 

“พอดีฮารุรู้สึกติดค้างใจน่ะค่ะ ที่ไม่ได้คืนสักที”

 

ฮารุคิดว่านี่คงพอเป็นเหตุผลได้อยู่แหละ ยามาโมโตะเองเขาก็ไม่ใช่คนคิดอะไรเยอะ ใครพูดอะไรเขาก็พยายามเชื่อหมดละนะ

 

“ว่าแต่ อยู่ที่อิตาลีเป็นไงมั่ง”

 

ยามาโมโตะเองก็อยากรู้ว่าช่วงเวลา 7 ปีที่เขากับเธอไม่ได้ติดต่อกัน มีเรื่องราวอะไรเกี่ยวกับเธอเกิดขึ้นบ้าง

 

“อ้อ! ที่อิตาลีสวยมากๆเลยค่ะ มี........”

 

ฮารุบรรยายให้เขาฟังอย่างกระตือรือร้น เธอเล่าถึงช่วงแรกที่เธอไปเรียน ประสบการณ์ต่างๆ หลังเรียนจบเธอทำงานอะไร ยามาโมโตะนั่งฟังเรื่องราวของหญิงสาวตรงหน้าที่ไม่ได้เจอกันนานอย่างเพลิดเพลิน สายตาเขามองหญิงสาวที่ตอนนี้โตขึ้นมาก ใบหน้าสวยที่สะกดให้คนมองหลงใหล ผมสีน้ำตาลสั้นประบ่าช่างเข้ากับเธอเหลือเกิน แววตาสีน้ำตาลที่เปี่ยมไปด้วยพลังนั้นยังเหมือนเดิมไม่มีผิด

 

เขาหัวเราะไปกับเรื่องราวเธอที่เธอ ทั้งสองคนคุยกันเนิ่นนาน จนเวลาล่วงเลยผ่านไปจนเกือบจะเที่ยงคืน

 

“ว้าย! ดึกขนาดนี้แล้ว”

 

ฮารุตกใจมองนาฬิกาที่ติดอยู่ที่ผนัง

 

“เดี๋ยวฉันเดินไปส่งที่บ้านนะ”

 

ยามาโมโตะเสนอตัว ใบหน้าเขาเจือความผิดหวังเล็กน้อย ราวกับว่าอยากจะฟังเรื่องราวจากเธอมากกว่านี้ แต่เวลาดันไม่เป็นใจเอาเสียเลย

 

“เอ่อ... คือพอดีคุณพ่อคุณแม่ของฮารุย้ายไปอยู่จังหวัดอื่นแล้วนะค่ะ”

 

เธอหัวเราะแหะ ก่อนจะยิ้มแห้ง ใบหน้าประหม่าอย่างเห็นได้ชัด

 

“ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปเช่าโรงแรมในสนามบิน แต่ฮารุยุ่งมากจนเลยลืมไปเชคอินเลยค่ะ”

 

ยามาโมโตะมองหน้าฮารุครู่หนึ่ง เขาพยายามช่วยเธอคิดหาทางออก ก่อนจะเสนอทาง

 

“อืม… งั้นคืนนี้ค้างบ้านฉันก่อนไหม มีห้องนอนว่างอยู่ห้องนึง เดี๋ยวฉันไปเตรียมห้องให้”

 

ฮารุหน้าแดงด้วยความประหม่า ให้ตายเถอะ นี่เธอมาเป็นภาระให้เขาอีกแล้วหรอเนี่ย

 

“ว่าแต่ เธอมีชุดเปลี่ยนไหม?”

 

เขาถามเธอ เสียงของเขายังแสดงออกถึงความห่วงใยเหมือนเคย ฮารุยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่ ก่อนที่เธอจะส่ายหน้าเป็นคำตอบว่าไม่มี

 

“งั้นเดี๋ยวฉันหาให้ แปปนึงฮารุ”

 

ยามาโมโตะเดินขึ้นไปชั้นบนของบ้าน เขาใช้เวลาสักพักก่อนจะเดินลงมาพร้อมเสื้อทีมเบสบอลของเขา กับกางเกงวอร์มสีเข้ม

 

“พอดี เสื้อผ้าเก่าๆฉันทิ้งไปหมดแล้ว เหลือแต่พวกเสื้อวอร์มเนี่ยแหละที่เธอน่าจะพอใส่ได้”

 

ชายหนุ่มแสดงสีหน้ารู้สึกผิด ทั้งๆที่ไม่จำเป็นด้วยซ้ำ ฮารุรับเสื้อกับกางเกงมา พร้อมกับผ้าขนหนู เข้าชี้บอกทางไปห้องอาบน้ำ ก่อนยามาโมโตะจะเดินขึ้นไปเตรียมห้องให้เธอ ภาพเหตุการณ์นี้คุ้นเคยมากสำหรับฮารุ เหมือนเคยเกิดขึ้นมาก่อน ใช่สิ มันเคยเกิดขึ้นเมื่อ 7 ปีที่แล้ว

 

ฮารุยอมรับกับตัวเองเลยว่า ก่อนหน้านี้เธอชอบสึนะมาโดยตลอด แต่หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นที่เธอได้รับการช่วยเหลือจากยามาโมโตะ ความห่วงใยเอาใจใส่ของเขามันติดอยู่ในใจเธอ เธอทบทวนภาพเหตุการณ์ในหัวซ้ำๆ นั่นทำให้เธอก็คิดถึงยามาโมโตะมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ความเอาใจใส่ของเขาในตอนนั้น มันทำให้เธอค่อยๆรู้สึกมีใจให้เขามากขึ้น มากขึ้นจนกระทั่งตอนที่เธอรู้ว่าตัวเองจะได้กลับมาญี่ปุ่น คนแรกที่เธอนึกถึงก็คือยามาโมโตะเนี่ยแหละ

 

เธอมองเสื้อวอร์มในมือ ก่อนจะหน้าแดงขึ้นไปอีกด้วยความเขิน นี่มันเสื้อของคุณยามาโมโตะ เสื้อที่เขาใส่ซ้อมเบสบอลนี่นา

 

เธอพยายามหยุดความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ ชำระล้างตัวเสร็จ เปลี่ยนเป็นชุดนี้ แล้วก็เดินขึ้นไปข้างบนไปยังห้องที่ยามาโมโตะจัดไว้

 

ยามาโมโตะยืนอยู่หน้าห้องนอนที่เขาเตรียมไว้ให้ฮารุ เขามองเธอที่ตอนนี้ใส่เสื้อของเขาอยู่

 

“พอดีตัวกว่าที่คิดนะ ฮ่าๆ”

 

ชายหนุ่มไม่คิดอะไรเกินกว่านั้น เขาพูดในสิ่งที่เขาคิดจริงๆ

 

“คืนนี้เธอนอนห้องนี้นะ พรุ่งนี้เธอจะออกกี่โมง เดี๋ยวฉันไปส่ง”

 

“เจ็ดโมงค่ะ”

 

ฮารุตอบ ใบหน้าแดงเล็กน้อย

 

โอ้ย ทำไมต้องเขินอะไรแบบนี้ด้วยนะ

 

“ราตรีสวัสดิ์นะฮารุ”

 

ยามาโมโตะพูดเสร็จก่อนจะเดินหายไปในทางเดิน ปล่อยให้ฮารุใจเต้นแรงอยู่คนเดียวกับคำบอกราตรีสวัสดิ์ของเขา ก็แค่คำพูดตามมารยาทน่าฮารุ เธอเดินเข้าไปในห้องที่ถูกเตรียมไว้สำหรับเธอ ค่อยๆ ทิ้งตัวลงบนฟูกที่พื้น

ฮารุหลับตาลง พยายามนอนถึงแม้ใจจะเต้นแรง สุดท้ายเธอก็หลับ

 

 

------------------------------------------

 

 

เช้าวันถัดมา

 

หญิงสาวตื่นขึ้นมาเตรียมตัว เธอจัดการตัวเอง อาบน้ำเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะเดินออกมาตรงทางเดิน ดวงตากลมโตธรรมชาติมองไปที่นาฬิกาบนกำแพง

 

6.50 น.

 

ยามาโมโตะที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดลำลอง เส้นผมสีดำของเขายังมีหยดน้ำเกาะอยู่ ใบหน้าคมเข้ม คิ้วขมวดเล็กน้อย จมูกโด่ง ใบหน้ามีหยดน้ำเกาะขับผิวพรรณกร้านแดดของเขาให้เปล่งประกาย ผ้าขนหนูผืนเล็กพาดอยู่รอบคอ

 

‘นี่มันภาพ exclusive สุดๆเลยนี่’

 

ชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่านักเบสบอลดาวรุ่งที่กำลังมาแรง ในสภาพเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ผมเปียกเล็กน้อย กลิ่นสบู่หอมกรุ่น ภาพนี้มัน โคตรจะแฟนเซอวิสเลยนี่นา

 

“อรุณสวัสดิ์ค่า คุณยามาโมโตะ”

 

เธอรีบเปิดบทสนทนาก่อนเพื่อไม้ให้ตัวเองประหม่าเกินไป แค่ภาพตรงหน้าก็ทำใจเธอเต้นแรงแล้ว

 

ยามาโมโตะหันมามองตามเสียง

 

“อรุณสวัสดิ์ฮารุ ฉันขอแต่งตัวแปปนึงนะ”

 

ฮารุใจเต้นแรง ในหัวของเธอตอนนี้จินตนาการว่า ถ้าเธอกับเขาอยู่ด้วยกัน เธอคงจะได้เห็นภาพนี้ในทุกๆเช้า แบบนี้มันเหมือนกับคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามันเลยนี่นา

 

ยามาโมโตะหายเข้าไปในห้องครู่หนึ่งก่อนจะออกมาในชุดกางเกงลำลองขายาวสีอ่อน เสื้อเชิตขาวคลุมทับด้วยสเวตเตอร์สีเข้ม เสื้อผ้าที่ขับให้รูปร่างของเขาสูงโปร่งแต่ยังดูทะมัดทะแมง

 

“เธอมีของให้ช่วยถือไหม?”

 

ฮารุส่ายหน้าตอบ ในมือเธอมีกระเป๋าถือแค่ใบเดียว ใบมันก็ไม่ได้ใหญ่มากเกินกำลังของเธอ

 

ยามาโมโตะชี้นิ้วไปที่กระเป๋าใบนั้น

 

“ฉันถือให้”

 

ฮารุได้แต่ยอมสยบแต่โดยดี สมองตอนนี้ของเธอประมวลผลไม่ทันแล้ว ทั้งสองคนเดินออกมาจากบ้าน โดยที่ยามาโมโตะเป็นคนถือกระเป๋าให้ฮารุ

 

ตามทางเดินที่ร่างทั้งสองเดินไป แสงแดดส่องลอดผ่านใบไม้ลงมาตามทางเดิน ต้นไม้สีเขียวเรียงราย ดอกไม้ที่แต่งแต้มสีสันบนต้นไม้บางต้น ช่วงต้นฤดูร้อน บรรยากาศเหมือนวันนั้นเมื่อ 7 ปีก่อนเลยไม่ผิด

 

“อากาศดีจังนะ”

 

ยามาโมโตะพูด เขาสูดอากาศสดชื่นเข้าไปเต็มปอด ชายคนมีความสุขกับทุกอย่างในชีวิตได้จริงๆ

 

“ที่อิตาลี ช่วงเดือนนี้อากาศอุ่นกว่านี้ค่ะ”

 

ฮารุพูดขึ้นมาตามความคิด สายตาของเธอมองไปตามต้นไม้ บรรยากาศญี่ปุ่นในหน้าร้อนมันช่างชวนคิดถึงเสียเหลือเกิน

 

“อยากไปอิตาลีสักครั้งเหมือนกันแฮะ”

 

เสียงของยามาโมโตะพูดขึ้น คำพูดที่เอ่ยออกมาโดยที่ฮารุไม่รู้ว่าเขาหมายความแบบนั้นสักแค่ไหนกันเชียว

 

“มาได้เสมอเลยนะคะ”

 

ฮารุหันมาสบตาชายหนุ่ม แววตาสีน้ำตาลของเธอมีความหวังอยู่ในนั้น ยามาโมโตะพยายามอ่านแววตาของเธอ ทั้งสองยังคงก้าวเท้าเดินต่อไปเรื่อยๆ

 

“เฮ้อออ… ช่วงนี้ฉันยุ่งมากเลย แต่เดี๋ยวไว้ฉันจะหาช่วงว่างๆไปนะ”

 

ยามาโมโตะหันมายิ้มให้ฮารุ คำพูดที่ดูไม่เอาจริงเอาจังของเขาทำให้ฮารุรู้สึกเศร้าเล็กน้อย เธออยากได้ยินประโยคที่ทำให้เธอมีความหวังมากกว่านี้

 

“สัญญานะคะ…”

 

เสียงของฮารุดูจริงจังขึ้น ในประโยคที่แฝงไว้ด้วยความหวังและความเศร้า ยามาโมโตะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้น เขาหันมามองฮารุ สายตาทั้งสองคนสบกัน

 

“อื้อ… สัญญา”

 

เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขึ้น นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขากับเธอพูดคุยกันด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขนาดนี้ ความรู้สึกหนักอึ้งในใจก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งสอง คำสัญญาที่ดูง่ายดายนี้อาจจะกลายเป็นพันธะที่ดึงคนที่ไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองไว้ด้วยกัน

 

ยามาโมโตะกับฮารุเดินไปเรื่อยๆ บรรยากาศรอบตัวเริ่มเงียบลง ไม่มีใครพูดอะไรต่อ

 

ฮารุเอามือจับปอยผมที่ลมพัดปลิวมาทัดที่หู  สายตาเธอมองแสงแดดที่ส่องผ่านเงาไม้ระยิบระยับอยู่บนพื้น ก่อนจะพูดด้วยท่าทีประหม่า

 

“คุณยามาโมโตะเป็นนักเบสบอลที่สุดยอดมากเลยนะคะ”

 

“...”

 

“ฮารุดูถ่ายทอดสดแข่งขันทุกครั้งที่ว่างเลย”

 

ดวงตากลมโตของหญิงสาวสบกับดวงตาของชายหนุ่มร่างสูง เส้นผมที่ปลิวไปตามสายลมที่พัดมา ฤดูร้อนช่างเป็นช่วงเวลาที่งดงามเหลือเกิน บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยสีสันต่างๆ ความฝัน ความหวัง ต่างๆ ราวกับว่าจะสำเร็จลุล่วงได้ทั้งหมด ในช่วงฤดูที่เปี่ยมไปด้วยพลังนี้

 

“ขอบใจนะฮารุ”

 

เขาพูดด้วยน้ำเสียงเจือปนความเศร้า

 

“ไม่เป็นไรค่า ถึงจะไม่ได้อยู่ในสนาม แต่ฮารุให้กำลังใจผ่านจอทีวีเต็มที่อยู่แล้ว”

 

ฮารุฉีกยิ้มกว้างให้เขา ยามาโมโตะหันมายิ้มให้เธอเช่นเดียวกัน

 

“ขอบคุณเธอมากจริงๆ”

 

ฮารุจะรู้ไหมว่าคำขอบคุณของเขานั้น รวมถึงเรื่องตั้งเแต่ 7 ปีก่อน ตอนที่ตัวเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเอายังไงกับอนาคตตัวเองดี ในตอนนั้นคำพูดและความเชื่อมั่นของเธอจุดประกายให้เขามาเอาจริงเอาจังทางด้านเบสบอล ถ้าไม่มีเธอตอนนั้น เขาคงไม่มาถึงจุดนี้แน่นอน

 

“นี่ ฮารุ...”

 

“คะ?”

 

“เธอจะอยู่อิตาลีตลอดไปเลยรึเปล่า”

 

“เอ่อ... ฮารุยังไม่เคยคิดถึงขนาดนั้นเลยค่ะ”

 

เธอตอบด้วยที่ท่าประหม่าเล็กน้อย ยอมรับเลยว่าเธอปล่อยตัวเองจมไปกับความฝัน ยังไม่เคยคิดเลยว่าจะกลับมาญี่ปุ่นรึเปล่า

 

“เรอะ งั้นไว้ฉันจะไปเยี่ยมบ่อยๆนะ”

 

แก้มของฮารุแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น ในใจอดจินตนาการภาพเธอกับเขาเที่ยวที่อิตาลีไม่ได้

 

“ค่ะ ฮารุจะรอนะคะ”

 

ปลายทางของเธอและเขาตอนนี้มุ่งหน้าไปยังสนามบิน บทสนทนาจบลงแค่นี้ ก่อนที่ทั้งสองจะแยกย้ายกันอีกครั้งหนึ่ง

 

 

------------------------------------------

 

 

เดือนมิถุนายน ปีถัดมา

 

บนดาดฟ้าของตึก ยามาโมโตะที่เพิ่งแข่งเสร็จหมาดๆนั่งพักทอดหายอยู่ เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าสดใสที่ถูกปกคลุมด้วยเมฆประปราย ทีมของเขาชนะในฤดูกาลนี้ เขาเลยมีเวลาว่างอีกพักใหญ่ๆก่อนจะต้องกลับมาแข่งต่อในฤดูกาลถัดไป

 

ท้องฟ้าวันนี้ก็ยังเหมือนเคย ฮารุจะจ้องมองท้องฟ้าเดียวกันกับเขาอยู่ไหมนะ

 

ในมือเขามีซองจดหมายจากหญิงสาวที่อิตาลี เขาค่อยๆแกะมันออกเปิดอ่าน

 

.  .  .  . .  .  . .  .  .

 

คุณยามาโมโตะ

 

ยินดีด้วยนะคะที่เข้ารอบสุดท้ายแล้ว แต่กว่าจดหมายฉบับนี้จะไปถึง ฤดูกาลนี้คงจบแล้วมั้งคะ หวังว่าทีมคุณยามาโมโตะจะได้แชมป์นะคะ ฮารุจะบอกว่าตอนนี้ฮารุได้วันพักร้อนมา 2 สัปดาห์ ถ้าคุณยามาโมโตะอยากมาเที่ยวอิตาลี ฮารุจะพาเที่ยวเองให้เต็มที่เลย

 

มิอุระ ฮารุ

 

.  .  .  . .  .  . .  .  .

 

ชายหนุ่มวัยยี่สิบหกปีอ่านจดหมายในมือจบ ในใจของเขาตอนนี้ ช่างคล้ายกับท้องฟ้าในเวลานี้เหลือเกิน สงบนิ่งแต่เดาไม่ออกว่ามีอะไรซ่อนอยู่

 

ฮ่าๆ... สัญญาไว้แล้วนิเนอะ

 

เขาตัดสินใจได้แล้ว รอบนี้คงต้องไปหาเธอ ตอนนี้เขาเองก็ว่างจากการแข่งแล้วด้วย 

 

นอกจากเรื่องที่เขาสัญญาไว้กับเธอแล้ว

 

ยังมีอีกอย่างหนึ่ง ที่เขาอยากพิสูจน์กับตัวเอง

 

.

.

.

ความรู้สึกของเขา

.

.

.

 

'มิอุระ ฮารุ'

 

ผู้หญิงที่วนเวียนอยู่ในความคิดเขามาตลอดหลายปีนี้

 

เขารู้สึกยังไงกับเธอกันแน่

 

 

------------------------------------------

------------------------------------------

28 ส.ค. 2564

แต่งด้วยอารมณ์ชั่ววูบล้วนๆ คือไปเห็น Fanart นี้มาเท่านั้นแหละ เลยคิดว่าเลยว่าต้องแต่งแล้ว จริงๆพล้อตตอนแรกต้องเป็นยามาโมโตะแอบชอบอารุแล้วคิดถึงฮารุ แต่แต่งไปแต่งมาแล้ว บทมันมาทางฮารุต้องแอบชอบ ละคุณพี่ยามาโมโตะต้องงงๆกับชีวิตแบบนี้แหละ

ฟิค 1886 ยังคงดองต่อไป 555 ใครอ่านแล้วชอบไม่ชอบยังไง Comment ติชมได้เลยน้า ไรท์ชอบอ่านคอมเม้นมาก อ่านแล้วรู้สึกมีกำลังใจ ฮืออออ เติมเต็มจิตใจอันห่อเหี่ยวของไรท์

6 ก.ย. 2564

เรื่องนี้มีภาคต่อแล้วนะคะ ไปชิมกันได้ Summer Kiss 8086

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. 9 ก.ย. 64 / 23:09 น.

    อ้ายยุ่น ฟินน่เล่ อ่านแล้วอบอุ่นหัวใจ


    #4
    1
    • #4-1 PRAEW
      9 ก.ย. 64 / 23:12 น.
      เน้นใสๆ เหมาะกับวัย 18 ของน้องๆค่ะ
      #4-1
  2. 29 ส.ค. 64 / 21:49 น.

    งืออออไม่คิดว่าจะมีคนเเต่งคู้นี้ หาอ่านยากมากกก ชอบๆๆมากเลยคะไรท์ ความรู้สึกที่ทั้งสองมีเเต่ไม่กล้าบอกกันเนี่ยเเอบเศร้านิดๆ คู่นี้น่ารักในความเนียน555555https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-06.png

    #3
    0
  3. 28 ส.ค. 64 / 22:29 น.

    แงงงงง คือไรท์แพรวจะมาต่ออยู่ใช่มั้ยคะ ต้องไปสารภาพรักกันต่อที่อิตาลีเด้ออออออ จบงี้ไม่ได้นะคะ เผาพริกสาปนะ55555555

    8086 คือ เราก็เลิฟมากค่าาาา ไรท์แพรวแต่งดีมากอ่านเพลิน อบอุ่นมากเลย เคมีสองคนนี้คือดีงามไม่แพ้คู่โหดๆเลยค่ะ แต่ยามะ ต้องหนักแน่นๆ สารภาพกับยัยลูกสาวก่อนน้า

    รอมาแปดปีแล้ว นานไปแล้ว แต่งงานกันไปเลย ไม่ต้องศึกษาอะไรกันแล้ว 55555555

    #2
    4
    • #2-3 PRAEW
      29 ส.ค. 64 / 00:12 น.
      จริงๆในหัวมีซีนของ 5986 แล้วเนี่ย แต่ยังนึกพล้อตเรื่องไม่ออก 5555 น่าจะ short fic แหละ แต่ยังไงซีนที่อยากได้มันมาแล้ว ต้องมาแล้วค่ะ เมื่อไหร่รอชมอีกทีน้า
      #2-3
    • #2-4 DutchMillz
      29 ส.ค. 64 / 22:18 น.
      รอเลยค่าาาาาาา ❤️
      #2-4
  4. #1 SilpSuriwong (จากตอนที่ 1)
    28 ส.ค. 64 / 16:42 น.

    เขินอะ
    #1
    1
    • #1-1 PRAEW
      30 ก.ย. 64 / 17:39 น.
      ขอบคุณนะคะ ❤️❤️
      #1-1