เหลียนฮวาสองภพ ( สนพ.ดีต่อใจ ) ปิดตอน 25/12/2019

ตอนที่ 11 : บทที่11 เที่ยวป่าไผ่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,148 ครั้ง
    20 พ.ย. 62

11

เที่ยวป่าไผ่

 

แก๊งสัปดนพาฝูซิ่นเล่อไปลง ‘สุกี้หม้อรวม’ จริงๆ ตามที่พูด 

ชายหนุ่มทั้งเจ็ดอยากจะแกล้งบัวชมพูที่ปากแข็งไม่ยอมรับว่าชอบฝูซิ่นเล่อ จึงพาฝูซิ่นเล่อหนีมาจากบัวชมพูระหว่างที่หญิงสาวกำลังจ่ายเงินค่าเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เขา แล้วพามาอาบ อบ นวด ชื่อดัง เช็คอินพร้อมแคปชั่น ‘พาท่านแม่ทัพมาอาบน้ำ’ 

เท่านั้นแหละ บัวชมพูที่ปกติเป็นคนขับรถเร็วอยู่แล้วก็ยิ่งขับเร็วกว่าเดิมหลายเท่า เพียงไม่ถึงสิบห้านาที หญิงสาวก็มาถึงที่หมาย แต่สถานที่เช่นนี้ใช่ว่าจะเข้าไปได้ง่ายๆ กว่าเธอจะบุกไปถึง ‘อ่าง’ ที่แก๊งสัปดนและฝูซิ่นเล่ออยู่ก็ต้องติดสินบนพนักงานไปหลายหมื่น 

“เอ้าพวกเรา แม่มา ฮิ้ววววแก๊งสัปดนส่งเสียงเฮ 

ซิ่นเล่ออยู่ไหน!” บัวชมพูถามเสียงแข็ง พลางกวาดสายตามองหาฝูซิ่นเล่อ 

บรรดาชาวเงือกทั้งหลายที่อยู่ในน้ำไม่มีท่านแม่ทัพของเธอรวมอยู่ด้วย 

เย็นไว้เพื่อน เย็นไว้ แฟนแกอยู่ข้างหลัง” 

บัวชมพูหันขวับไปข้างหลัง เห็นฝูซิ่นเล่อยืนอยู่ข้างหลังตน โดยที่ยังสวมชุดเสื้อผ้าเรียบร้อยก็ลอบถอนหายใจ เมื่อมองไปที่มุมห้องก็เห็นว่ามีโต๊ะเก้าอี้อยู่ สธนก็นั่งอยู่ตรงนั้นด้วย ดูเหมือนว่าสองคนนี้จะยังไม่ได้ลง ‘อ่าง’ แต่กำลังนั่งดื่มอยู่ด้วยกันเท่านั้น 

ลมพัดแรงจริงโว้ย” ณดลร้องแซว 

ลมหึงเหรอดำริห์ช่วยตบมุก 

เปล่า ลมตดไอ้บัว” 

แก๊งสัปดนหัวเราะลั่น แม้แต่สาวๆ ที่อยู่ในอ่างจากุชชี่ก็ยังพลอยหัวเราะตามไปด้วย ริมฝีปากของบัวชมพูเชิดขึ้นเล็กน้อย ก่อนเดินตรงไปยังอ่างจากุชชี่ แล้ว ‘ตบเกรียน’ เพื่อนแต่ละคนเรียงตัว ทิ้งให้ฝูซิ่นเล่อได้แต่มองอย่างตกตะลึง 

ในแผ่นดินต้าจิน การที่สตรีจะทำเรื่องเช่นนี้กับบุรุษนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ที่นี่ เหลียนเอ๋อร์ของเขากลับทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ เหล่าสหายของนางก็ไม่มีทีท่าโกรธเคือง หนำซ้ำยังหัวเราะกันอีกต่างหาก 

หรือในแผ่นดินของนาง สตรีทำเช่นนี้กับบุรุษเป็นเรื่องปกติ 

หวังว่านางคงไม่คิดจะทำเช่นนี้กับเขาหรอกนะ 

จะกลับไหมบัวชมพูเดินกลับมาถามฝูซิ่นเล่อ หรือว่าอยากจะลงอ่างกับพวกนั้น” 

คนถามสีหน้าหม่นคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัด ฝูซิ่นเล่อเองก็ไม่ได้อยากจะอยู่ที่นี่สักเท่าไหร่ กลัวว่าบางคนจะกินน้ำส้ม จึงตอบออกไป 

ข้ากลับไปกับเจ้าดีกว่า” 

คำตอบสั้นๆ เรียกรอยยิ้มจากบัวชมพูได้ทันที หญิงสาวหันไปยิ้มเยาะเพื่อนของตัวเองที่อยู่ในอ่างจากุชชี่ 

เขาเลือกฉันย่ะ!” 

 

จากตอนแรกที่ตั้งใจจะพาฝูซิ่นเล่อไปเที่ยวสักหลายวันหน่อย บัวชมพูก็เปลี่ยนใจพาฝูซิ่นเล่อกลับจวนสกุลฝู เพราะกลัวว่าแก๊งสัปดนจะพาท่านแม่ทัพของเธอไปลงอ่างอีกรอบ 

เรื่องแบบนั้น ใครจะไปยอม

ไป๋อวี้นั่งรออยู่ข้ามคืน ในที่สุดเจ้านายทั้งสองก็จูงมือกันขึ้นมาจากสระบัว แล้วก็ดูเหมือนว่าท่านโหวจะงอนง้อแม่นางเหลียนสำเร็จแล้วด้วย นางจึงได้ดูอารมณ์ดีเป็นคนละคนกับเมื่อตอนก่อนไปโดยสิ้นเชิง 

ยามนี้เป็นวันเวลาใด” ฝูซิ่นเล่อถามไป๋อวี้ทันทีที่ขึ้นมาจากสระบัวได้ 

วันที่สิบ ยามอิ๋นเจ้าค่ะ” 

ระยะเวลาที่เราไปบ้านเจ้าประมาณหนึ่งคืนแม่ทัพหนุ่มหันมาพูดกับบัวชมพู 

ปกติก็ประมาณนี้แหละ” 

“อืมเขาพยักหน้ารับ “ข้าต้องเตรียมตัวไปประชุม” 

อ้าว ไหนว่าจะพาไปเที่ยวป่าไผ่ไง” หญิงสาวประท้วง 

พรุ่งนี้เป็นวันหยุด ข้าจะพาไป” 

ก็ได้บัวชมพูย่นจมูก ฝูซิ่นเล่อยิ้มจางๆ 

ข้าจะไปเตรียมน้ำอุ่นให้ท่านทั้งสองอาบนะเจ้าคะไป๋อวี้บอก 

ไปเอาเสื้อผ้าข้าที่เรือนวายุมาด้วย ข้าจะได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเสียที่นี่” 

เจ้าค่ะท่านโหวไป๋อวี้รับคำ แล้วรีบวิ่งจากไป ฝูซิ่นเล่อเดินไปยังที่โต๊ะข้างสระบัว โดยมีบัวชมพูเดินไปนั่งฝั่งตรงข้าม พร้อมกระเป๋ากันน้ำ 

คราวนี้ขนอะไรมาเยอะแยะ” ชายหนุ่มถาม 

ของเล่นบัวชมพูตอบพร้อมรอยยิ้ม 

มาหนนี้เธอตั้งใจจะมาอยู่สักหนึ่งเดือนแล้วค่อยกลับบ้าน จึงได้เตรียมของมาเยอะเป็นพิเศษ ทั้งชุดเดินป่า รองเท้าผ้าไบ กล้องส่องทางไกล กล้องถ่ายรูป และอีกสารพัดเพื่อเตรียมพร้อมเที่ยวโดยเฉพาะ 

นั่งคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง ไป๋อวี้ก็เดินมาบอกว่าเตรียมน้ำอุ่นให้เรียบร้อยแล้ว ทั้งบัวชมพูและฝูซิ่นเล่อจึงแยกกันไปอาบน้ำแต่งตัว ส่วนไป๋อวี้ก็รีบไปนำเสื้อผ้าของฝูซิ่นเล่อที่เรือนวายุมาให้ เรื่องที่เขาไม่ได้กลับเรือนพำนักของตน แต่อยู่ที่เรือนเหลียนฮวาตลอดคืนจึงรู้กันทั่วทั้งจวนในระยะเวลาอันรวดเร็ว หนำซ้ำ เมื่อถึงเวลาที่ฝูซิ่นเล่อจะออกจากจวน บัวชมพูยังเดินออกมาส่งเขาออกที่หน้าเรือนเหลียนฮวา ราวกับภรรยาออกมาส่งสามีออกจากจวนอย่างไรอย่างนั้น 

หรือว่าจวนโหวแห่งนี้ใกล้จะมีนายหญิงแล้วจริงๆ 

 

หลังจากที่ฝูซิ่นเล่อออกจากจวนไป บัวชมพูก็ไปหาฮูหยินผู้เฒ่าพร้อมรูปสลักเจ้าแม่กวนอิมประทับบนดอกบัวแกะสลักจากหยกพม่าเนื้อดีที่พ่อของเธอประมูลมาได้ เพื่อนำมาเป็นของฝากให้ฮูหยินผู้เฒ่า 

บวรณ์พอจะมองท่าทีของบุตรสาวที่มีต่อฝูซิ่นเล่อออก สายตาของฝูซิ่นเล่อที่มองมายังลูกสาวเขาก็ใช่ว่าคนเป็นพ่อจะไม่รู้ หากสองคนนี้เกิดชอบพอกันขึ้นมาจริงๆ การให้บัวชมพูผูกมิตรกับผู้ใหญ่ไว้ก่อนย่อมเป็นการดี เขาจึงไม่ลังเลเมื่อต้องเลือกของมีค่าส่งให้ลูกสาวนำกลับมายังจวนสกุลฝู 

งามเหลือเกิน” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยชม ขณะพิจารณารูปสลักเจ้าแม่กวนอิม กระทั่งกลีบบัวก็ยังบางเบา ละเอียดประณีต แสดงให้เห็นถึงฝีมืออันน่าทึ่งของช่างผู้แกะสลัก “เหตุใดบิดาเจ้าจึงมอบของล้ำค่าเช่นนี้ให้ข้าเล่า” 

พ่อคงเห็นว่าข้ามารบกวนที่จวนท่านย่าอยู่บ่อยๆ น่ะเจ้าค่ะบัวชมพูยิ้มประจบ 

เจ้ามาก็ไม่รบกวนอะไร ดีเสียอีก คนแก่อย่างข้าจะได้มีเพื่อน” ฮูหยินผู้เฒ่าลูบแก้มของบัวชมพูอย่างเอ็นดู “วันนี้จะออกไปข้างนอกหรือไม่” 

ไม่ไปเจ้าค่ะ วันนี้ข้าตั้งใจจะเข้าไปทำอะไรกินเล่นในครัวสักหน่อย” 

เจ้าชอบทำอาหารหรือ” 

ที่จริงก็ทำไม่เป็นหรอกเจ้าค่ะ แค่อยากลองทำดู แต่ไม่รู้ว่าจะได้อย่างที่ตั้งใจหรือเปล่า” บัวชมพูทำท่าทางครุ่นคิด 

จะได้ให้ซิ่นเล่อรึ?” 

เจ้าค่ะ...เอ่อ...หญิงสาวชะงักไปเมื่อหลุดปากตอบออกไปตามตรง 

ฮูหยินผู้เฒ่าอมยิ้มน้อยๆ 

เช่นนั้นก็รีบไปทำเถิด ฝึกทำครั้งแรกๆ ต้องลองผิดลองถูก จะได้ทันซิ่นเล่อกลับมาบ้าน” 

บัวชมพูยิ้มเจื่อน ไม่รู้ว่าควรจะทำหน้าอย่างไรดี 

อยากได้อะไรก็บอกพ่อครัวได้เลย วันนี้ข้าอนุญาตให้เจ้าเล่นสนุกอยู่ห้องครัวได้ทั้งวัน” 

ขอบคุณท่านย่าเจ้าค่ะ” บัวชมพูกล่าวขอบคุณ แล้วหลบเลี่ยงรอยยิ้มของฮูหยินผู้เฒ่าออกจากเรือนเหมยฮวาไป 

จวนเราคงใกล้มีงานมงคลแล้วสินะ” ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปพูดกับสาวใช้อาวุโสคนสนิท 

บ่าวก็คิดเห็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ” 

สองนายบ่าวยิ้มให้กัน ขณะมองตามหลังผู้ที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งลับสายตาไป 

 

หลังจากที่บัวชมพูเข้ามาป่วนโรงครัวอยู่ครึ่งค่อนวัน ในที่สุดเธอก็ได้ขนมเหอฮวาซูที่เป็นรูปดอกบัวจริงๆ สักที หลังจากที่ก่อนหน้านี้กลายเป็นอะไรก็ไม่รู้อยู่หลายรอบ หัวหน้าพ่อครัวกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่หลายครั้งให้กับขนมจานแรกๆ ของ ‘ว่าที่ฮูหยิน’ อีกทั้งสภาพของบัวชมพูในยามนี้ ไม่ว่าผู้ใดก็คงยากจะไม่หัวเราะ 

จะมีผู้ใดที่เข้าครัวแล้วเลอะเทอะตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเช่นนี้บ้าง 

เมื่อฝูซิ่นเล่อกลับมาถึงจวนก็ถึงกับผงะไป เหตุเพราะบัวชมพูที่เนื้อตัวเลอะเทอะวิ่งออกมาต้อนรับ ทั้งยังดึงข้อมือเขาไปในเรือนราวกับมีของจะอวด 

ทาดาขนมเหอฮวาซูฝีมือข้าเองหญิงสาวอวดด้วยความภาคภูมิใจ สวยไหม” 

“อืม” ฝูซิ่นเล่อตอบรับ 

ลองชิมดูสิบัวชมพูใช้ตะเกียบคีบขนมเหอฮวาซูชิ้นหนึ่งใส่จานให้ฝูซิ่นเล่อ ท่าทางรอคอยเหมือนลูกสุนัขตัวน้อยรอประจบเจ้าของ 

ฝูซิ่นเล่อค่อยๆ เล็มกินขนมรูปทรงดอกบัวแย้มกลีบที่ไส้ในเป็นมะพร้าวจนหมดชิ้น แล้วค่อยๆ คีบชิ้นอื่นๆ มากินต่อโดยที่บัวชมพูไม่ต้องเชิญชวน 

ไม่นาน ขนมในจานก็หมด 

อร่อยใช่ไหมหญิงสาวถามนัยน์ตาเป็นประกาย 

ข้ากินไม่เหลือแม้แต่เศษแป้งเช่นนี้ เจ้ายังสงสัยอีกหรือเขาถามกลับ 

ก็อยากได้ยินนี่นาบัวชมพูพูดเสียงอ้อน อร่อยไหม” 

อร่อย” ฝูซิ่นเล่อตอบเสียงเรียบ 

“เย่!” บัวชมพูกระโดดโลดเต้น เดี๋ยวพรุ่งนี้ทำให้อีกนะ” 

ฝูซิ่นเล่อเบิกตากว้าง พยายามซ่อนสีหน้าตกใจไว้ 

พรุ่งนี้เขาต้องกินขนมอย่างเมื่อครู่อีกจริงๆ หรือ

เหลียนเอ๋อร์ พรุ่งนี้ข้ากับเจ้านัดกันไปเที่ยวป่าไผ่ชายหนุ่มพยายามหาข้ออ้าง 

กลับมาทำตอนเย็นก็ได้” 

เย็นข้าว่าจะพาเจ้าแวะกินอาหารที่หอดอกบัวมงคล อาหารของที่นั่นขึ้นชื่อมาก” 

งั้นทำวันมะรืนละกัน” 

ฝูซิ่นเล่อยิ้มไม่ได้ร้องไม่ออก แต่อย่างน้อยเขาก็สามารถต่อเวลาให้ปากและลิ้นไปได้อีกหนึ่งวัน 

เจ้าไปอาบน้ำอาบท่าเถิด เลอะเทอะไปทั้งตัวแล้ว” 

นั่นสิบัวชมพูก้มลงมองเสื้อผ้าที่ตัวเองสวมใส่อยู่ 

ยังมี” ฝูซิ่นเล่อส่งห่อผ้าห่อหนึ่งให้บัวชมพู ชุดที่เจ้าไปตัดไว้ ข้าให้คนไปเร่งช่างมาให้ก่อนหนึ่งชุด วันนี้ขากลับจึงแวะไปรับมาให้ เจ้าจะได้เอาไว้ใส่ไปเที่ยวพรุ่งนี้” 

ไหนดูหน่อยคนได้ชุดใหม่ท่าทางตื่นเต้นดีใจใหญ่ 

ชุดผ้าสีชมพูกลีบบัวทิ้งตัวลงมาเมื่อบัวชมพูยกขึ้นทาบกาย ลายปักดอกบัวและใบบัวบนชุดให้ความรู้สึกปักด้วยด้ายมุกมันสีชมพูดไล่ระดับและสีเขียวใบบัว ทุกฝีปักละเอียดประณีต ดูมีชีวิตชีวาราวกับว่ากลีบบัวแต่ละกลีบจะสามารถปลิวลู่ตามลมได้ 

ชอบหรือไม่เสียงนุ่มเอ่ยถาม 

ชอบมาก” บัวชมพูตอบเสียงใส แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ใส่ชุดสวยๆ แบบนี้ไปเที่ยวป่าไผ่...จะไม่รุ่มร่ามไปหน่อยหรือ

ไป๋อวี้” ฝูซิ่นเล่อเรียก 

เจ้าค่ะท่านโหว” 

หากนำชุดนี้ไปซัก แล้วผิงไฟจะแห้งทันใส่พรุ่งนี้หรือไม่” 

ทันเจ้าค่ะ” 

เช่นนั้นฝากเจ้าจัดการด้วย” 

เจ้าค่ะไป๋อวี้เดินไปรับชุดจากบัวชมพูแล้วรีบนำไปซักทันที 

นี่ท่านโหว ท่านแม่ทัพบัวชมพูเดินมานั่งข้างฝูซิ่นเล่อหลังจากที่ไป๋อวี้เดินจากไป “ไป๋อวี้ดีกับข้ามากเลย ดูแลข้าอย่างดีทุกอย่าง ท่านเพิ่มเงินเดือนให้นางหน่อยได้ไหม” 

เงินเดือน?” 

เงินที่ได้จากการรับจ้างทำงานน่ะ” 

อ้อ” ฝูซิ่นเล่อพยักหน้ารับ ได้สิ เจ้าอยากให้นางเท่าไหร่ก็แล้วแต่เจ้าเลย ไปเบิกที่พ่อบ้านจางได้” 

น่ารักที่สุด!” บัวชมพูชื่นชมจากใจ แต่คนถูกชมกลับรู้สึกแปลกพิลึก 

เขาเป็นชายชาตรีอกสามศอก แม่ทัพใหญ่ผู้กุมอำนาจทางการทหารของต้าจิน แต่กลับถูกสตรีเอ่ยชมว่า...น่ารัก

รู้สึกขนลุกอย่างไรชอบกล 

เจอกันพรุ่งนี้นะบัวชมพูลุกขึ้นยืน เตรียมจะไปอาบน้ำ แต่แล้วกลับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงได้หันกลับไปหาฝูซิ่นเล่อ แล้วก้มลง ‘จุ๊บ’ แก้มฝูซิ่นเล่ออย่างรวดเร็ว 

อันนี้เรียกว่า ‘กู๊ดไนท์คิส’ นะเจ้าคะ ท่านโหว ท่านแม่ทัพเป็นการเอาคืนที่หนก่อนเขาจูบแก้มเธอตอนแกล้งเมา 

บัวชมพูขยิบตาให้ฝูซิ่นเล่อแล้วรีบวิ่งหนีไป ฝ่ายคนถูกจุมพิตยังคงนั่งตัวเกร็งอยู่บนเก้าอี้ ครั้นเมื่อเห็น ‘ตัวต้นเหตุ’ วิ่งไปจนลับสายตาแล้ว จึงได้เผยรอยยิ้มที่มุมปากออกมา 

อยากสัมผัสนางให้มากกว่านี้เหลือเกิน... 

 

โดยปกติแล้วฝูซิ่นเล่อเป็นคนที่มีสัญชาตญาณป้องกันภัยราวกับสัตว์ป่า หูตาว่องไว แม้จะหลับอยู่ก็ยังสามารถรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวรอบกายได้ แต่ไม่ทราบเพราะเหตุใด เมื่อผู้ที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวภายในห้องนอนของเขาเป็นบัวชมพู รู้ทั้งรู้ก็ยังไม่อยากจะลืมตา 

ท่านแม่ทัพพพพ ตื่นนนน!เสียงแสบแก้วหูดังขึ้นจนบรรดาองครักษ์ในเรือนวายุต้องยกมือขึ้นอุดหู 

หากเจ้ากล้าตะโกนใส่หูข้าอีก คราวหน้าข้าจะหักคอเจ้าเสีย!” คนถูกปลุกพูดอย่างหงุดหงิดขณะลุกขึ้นนั่ง พลางยกมือขึ้นลูบใบหูที่ไม่รู้ว่าสะเทือนไปถึงไหนแล้ว 

วันนี้เรามีนัดไปเดตกัน ท่านอย่าทำเป็นลืมสิหญิงสาวปีนขึ้นเตียงของฝูซิ่นเล่อ แล้วลงนั่งขัดสมาธิ 

เจ้าช่วยทำตัวให้สมเป็นสตรีหน่อยได้หรือไม่ มีอย่างที่ไหนบุกเข้าห้องบุรุษ ซ้ำยังขึ้นมานั่งบนเตียงของข้าอีก หากแม้มิใช่ข้า เกรงว่าเจ้าคงจะ...” 

โดนปล้ำไปแล้วพูดจบหญิงสาวก็หัวเราะออกมา เพราะเป็นท่านไง ข้าเลยกล้า เป็นคนอื่นก็ไม่กล้าหรอก ใครจะบ้าทำอย่างนั้น โน้วววว” 

ถ้อยคำที่ฝูซิ่นเล่อพอจะจับใจความได้ สื่อความหมายว่านางไว้วางใจในตัวเขา เพียงเท่านี้ คิ้วที่ขมวดมุ่นอยู่ในคราแรกก็คลายลง 

ลงไปจากเตียงข้า” ชายหนุ่มสั่ง ก่อนพิจารณาการแต่งตัวของหญิงสาวตรงหน้าให้ชัดๆ นั่นเจ้าแต่งตัวอะไรของเจ้า!” 

บัวชมพูก้มลงมอง ชุดเดินป่าของตนที่อุตส่าห์ลงทุนใส่กระเป๋ากันน้ำมาจากบ้าน แล้วเงยหน้าขึ้นมองฝูซิ่นเล่ออย่างภาคภูมิใจ 

ชุดเดินป่าไง ท่านว่าจะพาข้าไปเที่ยวป่าไผ่ไม่ใช่เหรอ” 

ไปเปลี่ยนชุด!” ฝูซิ่นเล่อว่า เขาอุตส่าห์เร่งหาชุดใหม่มาให้ เพื่อให้นางได้แต่งตัวงดงามไปพบ คนสำคัญ แต่นางกลับไม่ยอมใส่ ทั้งยังใส่ชุดแปลกประหลาดนั่นมาอีก

ทำไมล่ะ ชุดนี้เหมาะจะเดินป่าสุดๆ แล้วนะ” 

แต่งเนื้อแต่งตัวมิเหมือนผู้ใด ใครมาเห็นเข้า คงคิดว่าเจ้าเป็นนางปีศาจจำแลงกายมา” 

ขนาดนั้นเลยเหรอ” 

ไม่ต้องมัวพูดมาก ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย” 

ไม่เอา อยากใส่ชุดนี้อะ อุตส่าห์หอบมาแล้ว” 

ฝูซิ่นเล่อใช้นัยน์ตาคมกริบจับจ้องไปที่หญิงสาว 

จะเปลี่ยนเองหรือจะให้ข้าเปลี่ยนให้” 

หา!” 

มุมปากของแม่ทัพหนุ่มกระตุกเป็นรอยยิ้ม เขาไม่พูดซ้ำเป็นครั้งที่สอง หากมือแกร่งกลับเอื้อมไปยังเสื้อผ้าของสตรีตรงหน้าหมายจะปลดออกอย่างไม่เกรงใจ 

บัวชมพูร้องเสียงหลงพลางรีบปัดมือเขาออก 

เออๆ เข้าใจแล้ว ไปเปลี่ยนเองก็ได้!” 

คนถูกแกล้งเดินกระแทกเท้าปึงปังจากไป แต่ท่าทางไม่พอใจนั้นก็ไม่อาจซ่อนเร้นใบหน้าแดงจัดจากการเขินอายไปได้ ฝูซิ่นเล่อยิ้มจางๆ ก่อนลุกไปทำธุระส่วนตัวบ้าง

วันนี้คงมีอะไรให้แกล้งนางอีกเยอะ 

 

ผ่านไปประมาณสองก้านธูป บัวชมพูในชุดผ้าสีชมพูสดใสที่ได้รับเมื่อวานก็เดินหน้าบึ้งเข้ามาหาฝูซิ่นเล่อ ยามปกติเธอก็ชอบชุดเสื้อผ้าเหล่านี้อยู่หรอก ชอบมากเสียจนอยากจะใส่ทุกวันเลยด้วยซ้ำ แต่พอคิดว่าจะต้องใส่ไปเดินป่าก็อดมุ่ยหน้าไม่ได้ 

มีใครเขาแต่งตัวแบบนี้ไปเที่ยวป่ากันบ้าง

ทว่าทันทีที่สบตากับฝูซิ่นเล่อ หญิงสาวก็กลับรู้สึกเขินอายขึ้นมาดื้อๆ อาจเป็นเพราะเรื่องที่เพิ่งเกินขึ้นก่อนหน้านี้ ที่เธอเกือบจะถูกเขาจับเปลี่ยนเสื้อ ทำให้หญิงสาวแสร้งบ่นชุดเสื้อผ้าของตนไปเรื่อย 

รุ่มร่ามชะมัด!

ฝูซิ่นเล่อเบือนหน้าไปทางอื่นเพื่อลอบยิ้ม เพราะไม่ว่าจะมองอย่างไร ชุดนี้ก็ทำให้เหลียนเอ๋อร์ของเขาดูน่ารักน่าเอ็นดูกว่าชุดที่สวมใส่ก่อนหน้านี้เป็นไหนๆ 

เหตุใดจึงไม่เกล้าผมแม่ทัพหนุ่มถาม เมื่อสังเกตว่าบัวชมพูไม่ได้เกล้าผมอีกแล้ว 

เกล้าไม่เป็น”  

ข้ออ้างนี้ฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด ไป๋อวี้แทบจะโอดครวญกับฝูซิ่นเล่ออยู่ทุกวันว่าบัวชมพูไม่ยอมให้นางเกล้าผมให้ 

ปล่อยผมแบบนี้สบายหัวดีออกหญิงสาวพูดพลางสะบัดผมเล่น 

อัปลักษณ์” ฝูซิ่นเล่อแกล้งว่า 

ท่านนี่ไม่มีรสนิยมเอาเสียเลยบัวชมพูถอนหายใจ “เอาแต่ว่าข้าอัปลักษณ์ อยากรู้นักว่าหญิงงามในอุดมคติของท่านนี่ต้องงามเฉิดฉายขนาดไหน” 

งามกว่าเจ้าก็แล้วกัน” 

คนถูกว่าไม่งามเบะปากใส่ฝูซิ่นเล่อด้วยความหมั่นไส้ ใครกันนะที่ตามไปง้อเธอถึงบ้าน สักวันเธอจะต้องทำให้อีตาแม่ทัพนี่ยอมรับว่าเธองามให้ได้ 

ฝูซิ่นเล่อยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเดินตรงไปยังม้าที่พ่อบ้านเตรียมไว้ให้ 

เจ้าเลือกเอาว่าจะขี่ม้าตัวไหนชายหนุ่มชี้ไปยังม้าที่ยืนเรียงรายกันอยู่ 

ขี่ม้าเหรอบัวชมพูทำสีหน้าแปลกประหลาด ขี่ไม่เป็นอะ” 

เยี่ยงนั้นหรือแม่ทัพหนุ่มเลิกคิ้ว 

เยี่ยงนั้นแหละ” 

ฝูซิ่นเล่อครุ่นคิดขณะมองตามบัวชมพูที่เริ่มหันหน้าไปหารถม้า หากให้นางนั่งรถม้าไป ส่วนตัวเขาขี่ม้า แล้วจะเรียกว่า ‘ไปเที่ยวด้วยกัน’ ได้อย่างไร 

ว่าแล้วมือแกร่งก็สอดเข้าที่เอวบาง แล้วยกร่างเล็กลอยขึ้นกลางอากาศ! 

บัวชมพูหวีดร้องด้วยความตกใจ เมื่อถูกฝูซิ่นเล่ออุ้มขึ้นมานั่งบนหลังม้า ก่อนที่ตัวเขาจะตามขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว หญิงสาวตั้งใจจะหันไปว่าฝูซิ่นเล่อว่าเล่นอะไร ทำเอาเธอหัวใจจะวาย แต่กลับไม่มีถ้อยคำใดที่สามารถเอื้อนเอ่ยออกมาได้ 

เพราะอีกนิดเดียว ริมฝีปากของเธอกับเขาก็จะสัมผัสกันอยู่แล้ว

หันหน้าไป” ฝูซิ่นเล่อสั่ง 

ยามนางหน้าแดงเช่นนี้น่ารักน่าใคร่ยิ่งนัก เกรงว่าหากนางยังจ้องหน้าเขาอยู่ เขาคงได้เผลอประกบริมฝีปากของตนลงบนริมฝีปากของนางเป็นแน่ 

ทำไม มองหน้าไม่ได้เหรอหญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด 

หน้าเจ้าอัปลักษณ์เช่นนี้ เห็นแล้วข้าไม่มีอารมณ์จะออกไปไหน” 

“ฮึ่ย! แม่ทัพปากเสีย!บัวชมพูสะบัดหน้าหนีจนเส้นผมที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ สัมผัสถูกใบหน้าของฝูซิ่นเล่อ 

ชายหนุ่มไม่พูดอะไร มุมปากยกยิ้มขึ้นก่อนควบม้าทะยานไปเบื้องหน้า บัวชมพูตกใจหงายหลังปะทะเข้ากับแผงอกกำยำ และด้วยความกลัวว่าจะตกจากม้า หญิงสาวจึงแทบไม่กล้าขยับเขยื้อน แม้รู้ว่าตนกำลังแนบชิดกายแกร่งอย่างไรก็ปล่อยให้เป็นไปตามนั้น ส่วนคนถูกอิงแอบก็มิได้ว่าอะไร ออกจะพอใจเสียด้วยซ้ำ เขาสอดมือข้างหนึ่งมากอดเอวของบัวชมพูไว้ ในขณะที่มืออีกข้างยังจับบังเหียนม้าอยู่ 

เอ่อ...บัวชมพูหันมามองราวกับตั้งคำถามกับมือที่กำลังโอบกอดเธออยู่ 

จะได้ไม่ตกลงไป เดี๋ยวจะอัปลักษณ์กว่าเดิม” 

โรคปากปากสุนัขนี่คงรักษาไม่หายภายในเวลาไม่กี่วันสินะ 

หญิงสาวสะบัดหน้าหนี ฝูซิ่นเล่อหัวเราะในลำคอ ขณะควบม้าทะยานไปเบื้องหน้าเพื่อไปชมป่าไผ่ที่นางอยากจะไปหนักหนา 

นับว่าการพานางออกมาเที่ยวหนนี้ไม่เสียเปล่าจริงๆ 

 

            หลังเดินทางอยู่ราวสองชั่วยาม โดยมีการแวะพักระหว่างทางบ้าง ในที่สุด ฝูซิ่นเล่อก็พาบัวชมพูมาถึงป่าไผ่จนได้

            สองข้างทางที่ม้าวิ่งผ่านเต็มไปด้วยต้นไผ่สูงใหญ่สีเขียวหยก ลำต้นตั้งตรงสูงตระหง่าน แผ่กิ่งก้านสาขาบดบังแสงแดด มีเพียงแสงสว่างที่ส่องประกายระยับที่ลอดพ้นกลุ่มใบไผ่มาได้ อากาศเบื้องล่างจึงเย็นสบาย ทั้งยังมีกลิ่นอายธรรมชาติอันบริสุทธิ์ จนบัวชมพูต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

            อากาศแบบนี้ไม่ได้พบในกรุงเทพฯ ได้ทุกวันหรอกนะ ฝุ่น PM2.5 ยังหาง่ายกว่า

ฝูซิ่นเล่อบังคับม้าให้ช้าลง ม้าค่อยๆ วิ่งเหยาะๆ ไปเรื่อยๆ เพื่อให้หญิงสาวที่บัดนี้เอนหลังพิงอกเขาอย่างสบายใจได้ชื่นชมทิวทัศน์โดยรอบของป่าไผ่ อีกทั้งยังทำเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวน ท่านผู้นั้น อีกด้วย

ครู่หนึ่ง ฝูซิ่นเล่อก็พาบัวชมพูมาหยุดอยู่ที่กระท่อมหลังหนึ่ง ชายหนุ่มลงจากหลังม้า แล้วอุ้มคนที่ยังลงไม่ได้มาวางลงบนพื้น ทั้งยังช่วยนางจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง เพื่อเตรียมตัวไปพบคนสำคัญที่กำลังรออยู่

            “มากันแล้วหรือ” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยขึ้น

            บัวชมพูหันไปมองตามต้นเสียงจึงได้พบกับโฉมสะคราญที่งดงามจับใจ ชีวิตเธอพบเจอผู้หญิงสวยมามาก ทั้งดาราไทย ดาราต่างชาติ แต่สตรีที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้แตกต่างออกไป ไม่ได้งดงามดุจอัญมณีล้ำค่า แต่งามราวบุปผาแรกแย้ม มองแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายใจ จนแทบไม่อยากละสายตาไปไหน

            “คารวะฮูหยิน” ฝูซิ่นเล่อประสานมือคำนับสตรีตรงหน้า บัวชมพูจึงทำตาม แม้ว่ากิริยามารยาทที่กระโดกกระเดกนั้นดูแล้วยังเทียบกับฝูซิ่นเล่อที่เป็นบุรุษไม่ได้ก็ตาม

            “สาวน้อยผู้นี้น่ะหรือ เหลียนเอ๋อร์ของเจ้า”

            “ขอรับ” ฝูซิ่นเล่อตอบรับ “นายท่านเล่าขอรับ”

            “นายท่านอยู่ข้างในบ้าน ส่วนข้าเพิ่งไปให้อาหารนกที่อยู่ใกล้ๆ กลับมาทันพบเจ้าพอดี” จินฮูหยินกล่าว “เข้ามาในบ้านเถิด เมื่อเช้านายท่านทำน้ำแกงหวานไว้”

            จินฮูหยินเดินนำฝูซิ่นเล่อและบัวชมพูเข้าไปในกระท่อมหลังเล็กที่สร้างจากไม้ไผ่สีเขียวดุจอัญมณีขนาดเท่ากันๆ ทุกลำ ไม่มีลำใดสูงต่ำกว่ากันแม้แต่น้อย ผู้ที่สร้างกระท่อมแห่งนี้ขึ้นมา ย่อมต้องเป็นผู้ที่พิถีพิถันและละเอียดประณีตมากคนหนึ่งทีเดียว

            “ท่านพี่ แม่ทัพฝูมาแล้วเจ้าค่ะ”

            บุรุษร่างสูง ท่าทางสง่างาม สูงส่งราวเทพเซียนหันหน้าออกมาจากหม้อน้ำแกงหวานที่มีไอน้ำพวยพุ่งออก แล้วส่งยิ้มที่ดูคุ้นตามาให้บัวชมพู

            เขาคือจินหยางหลง อดีตฮ่องเต้แห่งแผ่นดินต้าจิน ผู้เป็นพระเชษฐาร่วมพระมารดาเพียงหนึ่งเดียวของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน รอยยิ้มจึงแทบจะเป็นพิมพ์เดียวกันอย่างที่บัวชมพูเพิ่งได้เห็น

            “คารวะนายท่านจิน” ฝูซิ่นเล่อประสานมือคำนับ โดยมีบัวชมพูปฏิบัติตามเช่นเคย

            “สบายดีหรือไม่ซิ่นเล่อ” อีกฝ่ายถาม

            “สบายดีขอรับ”

            “แม่นางผู้นี้คือ?”

            “เรียนนายท่าน นางคือเหลียนเอ๋อร์ สตรีที่พี่สาวข้าเคยพูดถึงขอรับ”

            “ที่แท้เป็นสตรีในฝันของเจ้านี่เอง”

            สตรีในฝัน?

            บัวชมพูหันไปมองฝูซิ่นเล่อคล้ายจะถามว่า เขาฝันถึงเธอจริงหรือ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมมองตอบ

            “เอาล่ะ เข้ามานั่งก่อน เดี๋ยวข้าจะตักน้ำแกงไปให้” จินหยางหลงว่า

            “ให้ข้าน้อยตักเองดีกว่าขอรับ นายท่านอย่าได้ลำบาก...”

            จินหยางหลงโบกมือ “ลำบากอะไรกัน ก็แค่ตักน้ำแกง ข้ายังตักไปให้องครักษ์ที่อยู่ข้างนอกบ่อยๆ”

            บัวชมพูเอียงคออย่างงุนงงอีกครั้ง ข้างนอกมีองครักษ์ด้วยหรือ เพราะระหว่างทางที่มา เธอไม่เห็นใครสักคนเลย

            “องครักษ์เงาน่ะ” จินฮูหยิน หรือนามจริงคือสือลี่อินเป็นผู้ตอบ เมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของบัวชมพู

            “คืออะไรหรือเจ้าคะ” บัวชมพูถาม

            “องครักษ์ที่คอยอารักขานายท่านกับฮูหยินอย่างลับๆ ปกติแล้วจะไม่ปรากฏตัว หากนายท่านและฮูหยินไม่มีอันตรายจวนตัวจริงๆ” ฝูซิ่นเล่ออธิบาย

            “แต่ยามนี้ปรากฏตัวกันบ่อยเชียวละ นายท่านของเจ้าเรียกมาออกมานั่งดื่มน้ำแกงด้วยกันแทบทุกวัน” สือลี่อินเล่า

            “กินหลายๆ คนมันอร่อยกว่ากินคนเดียว” จินหยางหลงว่า พลางยกถาดใส่น้ำแกงหวานมาที่โต๊ะ โดยมีสือลี่อินช่วยรับ “ลองดื่มดูสิว่าฝีมือข้าพอใช้ได้หรือไม่”

            ฝูซิ่นเล่อยกน้ำแกงหวานขึ้นดื่ม ใครจะคิดว่าชาตินี้เขาจะมีวาสนาได้ดื่มน้ำแกงที่อดีตฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่เป็นผู้ปรุงด้วยตัวเอง

            “ตั้งแต่ลาออกจากงานมา ข้าก็ผันตัวมาเป็นพ่อครัว” อดีตฮ่องเต้พูดราวกับเป็นเรื่องสนุก...ซึ่งเขาก็คงนึกสนุกอย่างที่พูดจริงๆ หลังสละราชบัลลังก์ให้พระอนุชาอย่างจินเกาหยางขึ้นเป็นฮ่องเต้ ตัวเขาก็ย้ายไปอยู่ตำหนักฤดูร้อนกับสือลี่อินที่อดีตมีตำแหน่งเป็นกุ้ยเฟย จากนั้นก็ได้ย้ายมาอยู่ที่กระท่อมในป่าไผ่ดังเช่นทุกวันนี้

            “น้ำแกงอร่อยมากเลยเจ้าค่ะ” บัวชมพูเอ่ยชมซื่อๆ ด้วยไม่รู้ว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้าตนนั้นเคยเป็นใครมาก่อน

            จินหยางหลงได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะอย่างพอใจ

            “หากชอบก็กินให้มาก จะกินจนหมดหม้อเลยข้าไม่ว่าอะไร”

            “ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ”

            “แล้วนี่จะพากันไปที่ใดต่อเล่า” สือลี่อินถาม

            “ข้าว่าจะพานางไปขึ้นบันไดไผ่เขียวขอรับ” ฝูซิ่นเล่อตอบ

            “เอาสิ ข้าจะให้ถอนกำลังองครักษ์จากบันไดไผ่เขียวชั่วคราว จะได้ไม่รบกวนพวกเจ้า” จินหยางหลงว่า

            “ขอบคุณนายท่านขอรับ”

            หลังดื่มน้ำแกงเสร็จ จินหยางหลงก็ชวนฝูซิ่นเล่อไปเดินเล่นพูดคุยกันตามลำพัง อ้างว่ามีเรื่องสนทนาระหว่างบุรุษ สือลี่อินที่เป็นฮูหยินของเขามีหรือจะไม่รู้ว่า สามีของนางก็ไม่พ้นสอนฝูซิ่นเล่อให้รู้จักเกี้ยวพานสตรีที่ก้าวออกมาจากความฝัน

            “โชคชะตานำเจ้ากับแม่ทัพฝูมาพบกันโดยแท้จริง” สือลี่อินคุยกับบัวชมพูระหว่างอยู่ในกระท่อม “เมื่อก่อน ไม่ว่าผู้ใดได้ยินว่าแม่ทัพฝูเฝ้าตามหาสตรีในฝัน ต่างก็คิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ใครจะคิดว่าเจ้าจะก้าวออกมาจากฝันของเขาจริงๆ ตอนที่แม่ทัพฝูส่งเทียบมาว่าจะพาเจ้ามาคำนับนายท่าน ทำเอาพวกเราตื่นเต้นไม่น้อยเลยทีเดียว”

            บัวชมพูมีสีหน้างุนงงขณะฟังสือลี่อินเล่า

            “ท่านแม่ทัพเคยฝันถึงข้าหรือเจ้าคะ”

            “เขาไม่ได้เล่าให้เจ้าฟังหรอกรึ?”

            คนถูกถามส่ายหน้าแทนคำตอบ สือลี่อินยิ้มจางๆ ที่มุมปาก

            “ดูท่าว่าแม่ทัพฝูจะเขินอายเป็นเหมือนกันสินะ” นางพึมพำเบาๆ “ในเมื่อเขาไม่ได้เล่า ข้าก็คงพูดอะไรมากไม่ได้ ไว้เจ้าลองถามเขาเรื่องความฝันดูก็แล้วกัน”

            “เจ้าค่ะ”

            “ว่าแต่เจ้าเถิด เคยฝันถึงแม่ทัพฝูบ้างหรือไม่”

            “เอ...” บัวชมพูครุ่นคิด

            “เมื่อประมาณสี่ห้าปีก่อนน่ะ”

            สี่ห้าปีหรือ?

            คิ้วเรียวเริ่มขมวดเข้าหากัน ความฝันของเธอเมื่อสี่ห้าปีก่อนมีแต่ภาพที่เต็มไปด้วยเลือดในเรือนพักอาศัยของชาวจีนสมัยก่อนตามที่เคยเห็นในซีรีส์ แต่ถ้าเป็นความฝันที่เกี่ยวกับคน...

            เคยฝัน!

            บัวชมพูเบิกตากว้าง เมื่อค้นความทรงจำดูให้ดีแล้วพบว่า เธอเห็นเห็นฝูซิ่นเล่อในความฝัน!

            เขากำลังยืนอยู่ในเรือนหลังที่นองไปด้วยเลือด แม้ตัวเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่เขาก็อยู่ที่นั่น!

            “เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า” สือลี่อินถามเมื่อเห็นบัวชมพูหน้าซีดเผือด

            “ปละ...เปล่าเจ้าค่ะ ข้าไม่เป็นอะไร” หญิงสาวฝืนยิ้ม

            “อยากไปพบแม่ทัพฝูหรือไม่”

            “เจ้าค่ะ”

            “เช่นนั้นก็มาเถิด” สือลี่อินจูงมือบัวชมพูเดินออกจากกระท่อม รู้สึกว่ามือที่ตนจับจูงอยู่นั้นเย็นเฉียบจนน่าตกใจ นางได้แต่บับมืออีกฝ่ายเบาๆ คล้ายให้กำลังใจ แม้จะไม่รู้ว่าบัวชมพูเป็นอะไรไปก็ตาม

            “ท่านพี่ ได้เวลาคืนแม่ทัพฝูให้เหลียนเอ๋อร์แล้วเจ้าค่ะ”

            “เอาสิ” จินหยางหลงที่กำลังคุยกับฝูซิ่นเล่ออยู่หันมาตอบ “อย่าลืมที่ข้าสอนไปล่ะ”

            “ขอรับนายท่าน” ฝูซิ่นเล่อรับคำเสียงเรียบ ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ในน้ำเสียงนั้น แต่หูทั้งสองข้างกลับมีสีแดงจางๆ อย่างน่าประหลาด

            “ขึ้นบันไดไผ่เขียวไปจนถึงขั้นสูงสุดได้เมื่อไหร่ เจ้าจะได้พบกับทิวทัศน์ที่ยากจะพบเห็นเชียวละ” จินหยางหลงบอกกับบัวชมพูที่ดูเหมือนสติจะไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่ กระทั่งสือลี่อินวางมือของบัวชมพูลงบนมือของฝูซิ่นเล่อแล้ว หญิงสาวก็ดูเหมือนจะยังไม่รับรู้

            “ท่านพี่ เรากลับกันเถอะเจ้าค่ะ”

            “เอาสิ” จินหยางหลงเองก็สัมผัสได้ถึงอาการที่แปลกไปของบัวชมพู

            จินหยางหลงเดินไปจูงมือสือลี่อินกลับกระท่อมด้วยกัน โดยไม่ลืมเหลียวกลับมามองบัวชมพูด้วยความเป็นห่วง เมื่อทั้งสองเดินจากไปไกลพร้อมองครักษ์เงาที่ลอบติดตามผู้เป็นนายไป ฝูซิ่นเล่อจึงหันมาหาบัวชมพู

            “เจ้าเป็นอะไรไป” เขาถามอย่างเป็นห่วง

            “ข้า...ข้าเคยฝันถึงท่าน” บัวชมพูพูดเสียงสั่น “จำได้ไหมที่ข้าบอกว่า ข้าฝันเห็นคดีฆาตกรรม ข้าเห็นท่านอยู่ในความฝันด้วย”

            ฝูซิ่นเล่อนิ่งฝันหญิงสาวเล่า

            “ท่านไม่ได้บาดเจ็บ ไม่ได้เป็นอะไร แต่ท่านอยู่ที่นั่น ข้า...”

            “ข้าไม่เป็นอะไรหรอก” ฝูซิ่นเล่อเอ่ยปลอบเมื่อรู้ว่าบัวชมพูกำลังกลัวอะไรอยู่ “ชีวิตข้าเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมามาก หากข้าต้องเข้าไปพัวพันการฆาตกรรมใดเข้า ก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร เจ้าอย่าได้กังวลเลย”

            “แต่...”

            “เหลียนเอ๋อร์” ฝูซิ่นเล่อก้มลงจุมพิตหน้าผากเนียนของบัวชมพูอย่างปลอบโยน “ข้าคือแม่ทัพฝู ไม่มีผู้ใดทำอันตรายข้าได้...ข้าให้สัญญา”

            บัวชมพูนิ่งมองสบตาฝูซิ่นเล่ออยู่ครู่หนึ่งก่อนยินยอมพยักหน้ารับ

            “เช่นนั้นยามนี้เราไปเที่ยวกันต่อดีหรือไม่” ฝูซิ่นเล่อพยายามเปลี่ยนเรื่อง เพื่อไม่ให้บัวชมพูเครียดไปมากกว่านี้

            ชายหนุ่มจูงมือคนข้างกายไปด้วยความกระตือรือร้น ทว่าบัวชมพูกลับใจลอยเดินเอื่อยเฉื่อย แม่ทัพหนุ่มเห็นดังนั้นจึงหันมาช้อนร่างนางขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน

            “ว้าย! ทำอะไรเนี่ย!” บัวชมพูร้องอย่างตกใจ

            “ข้าเห็นเจ้าใจลอย กลัวจะเดินซุ่มซ่ามไปสะดุดอะไรเข้า” ฝูซิ่นเล่อยิ้มกรุ้มกริ่ม “ล้มไปจะอัปลักษณ์กว่าเดิมนะ”

            “ซิ่นเล่อ!” หญิงสาวฟาดมือลงบนอกเขา แต่อกของผู้ชายคนนี้แข็งเกินไป เธอตีเองก็เจ็บเอง ทั้งยังดูเหมือนกับว่าเขาจะไม่เจ็บเลยแม้แต่น้อย

            “มองไปข้างหน้า อย่ามัวแต่มองหน้าข้า ประเดี๋ยวจะไม่ได้ชมความงามของป่าไผ่”

            “...”

            “แต่หากเจ้าเห็นว่าข้าน่ามองกว่าป่าไผ่ จะมองหน้าข้าไปตลอดทางก็ได้ ข้าไม่ว่าอะไร”

            “ใครจะอยากมองหน้าท่านกัน คนหลงตัวเอง!

            ฝูซิ่นเล่ออมยิ้ม ขณะอุ้มบัวชมพูเดินขึ้นบันไดไผ่เขียวไปเรื่อยๆ อย่างน้อยยามนี้ คำหยอกเย้าของเขาก็สามารถทำให้นางลืมความกังวลที่มีในใจไปได้

ความกังวลที่เหลือของนาง เขาจะรับไว้เอง...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.148K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,170 ความคิดเห็น

  1. #2146 Oomjanis (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 16:54

    อ่อยยย ละมุนจริงๆ ชอบมากนะคะ แต่กลัวๆ ความฝันอ่ะ

    #2,146
    0
  2. #1849 enthalia (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 18:51
    สู้เข้านะท่านแม่ทัพ
    #1,849
    1
    • #1849-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 11)
      12 ธันวาคม 2562 / 21:31
      ท่านแม่ทัพบอก ขอบคุณคร้าบบบบ
      #1849-1
  3. #1590 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 16:37
    ฝันอะไรอะ แงงงงงง
    #1,590
    0
  4. #1233 Xialyu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 09:58
    ฝันร้ายอย่ามีเลย
    #1,233
    0
  5. #1127 Toon Diamond (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 22:47
    น่ารักอ่ะ
    #1,127
    2
  6. #1080 PPruedee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 09:27
    ฝันนี้อนาคตจะเกิดขึ้นจริงใช่มั้ยอ่ะ เพราะพระเอกก็ฝันเห็นนางเอกราวสี่ห้าปีที่แล้ว นี่นางเอกฝันราวๆตอนนั้น อาจเป็นลางบอกเหตุ
    #1,080
    1
    • #1080-1 (จากตอนที่ 11)
      9 พฤศจิกายน 2562 / 23:47
      ถูกต้องค่าาาา
      #1080-1
  7. #763 นกยูง-มายา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 21:14

    พี่แกมือไวนะเนี่ย

    แหม่ ไปโลกอนาคตมาหนเดียวเอง


    ปล. เกี้ยวพา

    #763
    1
    • #763-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 11)
      29 ตุลาคม 2562 / 21:49
      แก๊งสัปดนสอนมา อิอิ

      ปล. เกี้ยวพาน ถูกต้องแล้วค่า^^
      #763-1
  8. #556 GuiTar (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 19:34
    โอ้ยยยย สนุกกกกก. รอตอนต่อไปค่า
    #556
    1
  9. #555 usaonly (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 13:44

    เข้าใจแล้วที่บังคับให้ใส่ชุดสวยก็เพื่อจะพาไปหาอดีตฮ่องเต้ เพื่อโชว์ตัวนั่นเอง เอาแล้วตอนท้ายพูดถึงความฝันทำให้บัวเสียศูนย์ไปได้เหมือนกัน ดูพี่เล่อเขาห่วงน้องบัวมากนะ เดี๋ยวต้องหามุกมาปลอบใจแน่

    #555
    1
    • #555-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 11)
      17 ตุลาคม 2562 / 20:53
      แม่นล้าววว จะพาสาวไปเปิดตัว ต้องไปแบบสวยๆค่าาา
      #555-1
  10. #554 Melis (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 01:03

    ฝันอะไรน่ากลังจัง

    #554
    1
  11. #553 Karaketsukhchwy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 23:32

    อาเล่อมือไวใจเร็วเกินไปแล้วน่ะ มีโอกาสเป็นกินเต๋าหู้อาบัวตลอดเลย แทนที่จะบอกรักเอาแต่ตอดเล็กตอดน้อยน่าน้อยใจจริงๆ มาต่อค่ะรอ
    #553
    1
  12. #552 nuann7608 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 23:00
    หวานขนาดดดดดดดดดดด
    #552
    1
  13. #551 jisjyk (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 22:05
    อดีตฮ่องเต้เทรนวิธีจีบสาวให้เองกับมือจะได้ขนาดไหนกัน55555 ความฝันบัวนี่เกี่ยวกับพ่อแม่ซิ่นเล่อแน่เลย
    #551
    1
    • #551-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 11)
      17 ตุลาคม 2562 / 20:52
      ไม่เกี่ยวกับพ่อแม่ค่า
      #551-1
  14. #550 Bam7Love (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 22:00
    เมื่อไหร่แม่ทัพจะเดินหน้าจีบเต็มสตรีมเสียทีเจ้าคะ รีดรออ่านจนจะตีลังกาได้อยู่แล้วนะเจ้าคะ
    #550
    1
  15. #549 ฮุนนี่หมีน้อย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 21:52
    เห็นหลายเม้นบอกให้แต่งงานกันเลย แต่เราว่านะ เข้าห้องหอกันเลยดีกว่า 555
    #549
    1
    • #549-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 11)
      17 ตุลาคม 2562 / 20:52
      เอาแบบดับหรือไม่ดับเทียนดีคะ อิอิ
      #549-1
  16. #548 THEQUEENYY (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 21:35
    งื้อเกลียดความมโนของพระเอก55555
    #548
    1
    • #548-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 11)
      17 ตุลาคม 2562 / 20:52
      พี่เล่อมั่นหน้ามาก พูดเลย 55555
      #548-1
  17. #547 ~~//><// ??ไอ้-เหม่ง-บ้า :p ~~ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 21:32
    รอปมค่ะ โอยย หวานจนยิ้ม ยิ้มจนเมื่อย
    #547
    2
    • #547-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 11)
      17 ตุลาคม 2562 / 20:51
      หวานหลอกล่อก่อนคดีฆาตกรรม อิอิ
      #547-1
  18. #546 Zerojump! (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 21:17
    หวานขนาดนี้ แต่งงานกันเลยเถอะจ้ะพ่อจ๋า 55555
    #546
    1
  19. #545 usa10112529 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 20:42
    จะหวานกันขนาดนี้ก็แต่งกันเลยดีกว่าเจ้าค่ะ
    #545
    1
    • #545-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 11)
      17 ตุลาคม 2562 / 20:51
      เดี๋ยวจัดให้ค่า 5555
      #545-1
  20. #544 หมูน้อยเหล็กดัด (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 19:02
    สวยขนาดนี้ยังว่าอัปลักษณ์เดี๋ยวมีชายรูปงามมาชมว่าสวยท่านจะทำยังไง55555
    #544
    1
    • #544-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 11)
      16 ตุลาคม 2562 / 20:35
      เดี๋ยวให้ท่านแม่ทัพชมก่อน
      #544-1
  21. #543 Bam7Love (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 09:27
    ว่านางว่าอัปลักษณ์อยู่นั่นแหละ ไม่เข็ดหรือไงเจ้าคะท่านแม่ทัพ เดี๋ยวก็ได้กระโดดสระบัวอีกหรอก หึหึ
    #543
    1
    • #543-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 11)
      16 ตุลาคม 2562 / 20:34
      เนอะ เดี๋ยวก็โดดสระหนีเลย
      #543-1
  22. #542 สกาว (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 07:10

    แงงง ใครจะงามกว่าเหลียนเอ๋อร์ล่ะท่านแม่ทัพนี่!

    #542
    1
    • #542-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 11)
      16 ตุลาคม 2562 / 20:34
      บัวชมพูงามกว่าเหลียนเอ๋อร์ ( เอ๊ะยังไง 55555 )
      #542-1
  23. #541 Karaketsukhchwy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 03:12

    อาเล่อหาโอกาสกินเต๋าหู้อาบัวเจ้าเลห์ไม่เบา แต่ระวังปากพาซวยว่านางอัปลักษ์มากๆ ถ้ามีชายอื่นมาชมระวังอาบัวจะเอนเอียงไปหาชายอื่นนะ มาต่อค่ะรอ
    #541
    1
    • #541-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 11)
      16 ตุลาคม 2562 / 20:34
      เดี๋ยวอีกไม่นานจะชมแล้ว อิอิ
      #541-1
  24. #540 Zerojump! (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 01:56
    หมั่นไส้แม่ทัพเหลื้อเกินนนนนนนนนนนนนนน อยากจะแหมให้รอบโลก ปากหนักแต่ก็ชอบแต๊ะอั๋งเขาเนาะคนเรา
    #540
    1
  25. #538 flowerdevilrose (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 00:02
    แหมท่สแม่ทัพ หลอกกินเต้าหู้เก่ง
    #538
    1
    • #538-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 11)
      16 ตุลาคม 2562 / 20:33
      เต้าหู้น้องอร่อย 5555555
      #538-1