นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

February 10

โดย NopeShipper

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ เป็นวันเกิดของเธอ มิคาสะ แอคเคอร์แมน (มีคู่Rivamika)

ยอดวิวรวม

182

ยอดวิวเดือนนี้

22

ยอดวิวรวม


182

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


7
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  15 ก.พ. 64 / 18:14 น.
นิยาย February 10

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เคยลงในReadAWrite ตอนวันที่ 10 กุมภาพันธ์แล้วครับ และมาลงที่เด็กดีอีกทีหนึ่ง

เนื้อเรื่อง อัปเดต 15 ก.พ. 64 / 18:14


วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ในวันเกิดปีที่ 10 ของมิคาสะ แอคเคอร์แมน

 

วันนั้นเป็นวันหยุดพอดี มิคาสะยิ้มไม่หุบตลอดทั้งวัน เธอกระโดดโลดเต้นอยู่ในสวนหน้าบ้านจนเอเรนที่อยู่บ้านข้างๆ ต้องโผล่หน้าออกมาดูพร้อมกับคำแซวเสียยกใหญ่ เธอเจอเอเรนเมื่อ 1 ปีก่อนตอนที่ย้ายบ้านมาใหม่ คุณแม่บอกว่าข้างบ้านมีเด็กผู้ชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธออยู่ บางทีเธออาจจะมีเพื่อนใหม่หลังที่ย้ายมาจากต่างประเทศ

เอเรนเป็นฝ่ายมาชวนมิคาสะเล่นก่อนหลังย้ายเข้าบ้านมาได้ 3 วัน เขามาพร้อมกับเด็กผู้ชายผมบ็อบสีบลอนด์ท่าทางขี้กลัว ในมือเขาถือหนังสือนิทานบางๆ เล่มหนึ่งนำมามอบให้มิคาสะ เมื่อเธอรับมันไว้ด้วยรอยยิ้มดีใจ อาร์มินจึงลดความประหม่าลง เอเรนหัวเราะร่าพลางดึงมือเพื่อนทั้งคู่ให้เข้าไปเล่นในบ้านของเขา

วันนั้นเป็นวันแรกที่มิคาสะได้รู้จักกับเอเรน เยเกอร์ และอาร์มิน อาร์เลอร์ท เพื่อนสนิทสองคนแรกในชีวิต

 

"สุขสันต์วันเกิดอายุครบ 10 ปีนะ มิคาสะ" 

เย็นวันนั้นทุกคนมารวมตัวกันที่บ้านของมิคาสะ คุณแม่ทำเค้กช็อกโกแลตก้อนใหญ่ และให้ของขวัญเป็นชุดเดรสติดระบายลูกไม้สีขาวที่ตัดเย็บเองกับชุดเย็บปักถักร้อยที่มีอุปกรณ์ครบ ส่วนคุณพ่อก็จัดเตรียมสถานที่ในตอนที่มิคาสะเล่นอยู่ที่บ้านเอเรน ของขวัญของคุณพ่อคือจักรยานคันใหม่ น้าคาร์ล่าให้หมวกสานผูกริบบิ้นสีแดงน่ารัก และลุงกริช่าให้ชุดกล่องปฐมพยาบาลขนาดเล็กสมกับที่เป็นคุณหมอของโรงพยาบาลในเมือง

เอเรนให้ผ้าพันคอสีแดงที่มิคาสะใส่มันตลอดเวลาหลังจากแกะกล่อง อาร์มินให้หนังสือที่มิคาสะชอบมากเสียจนอ่านจบภายในวันเดียว

และของขวัญชิ้นสุดท้ายเป็นของซีค เยเกอร์ พี่ชายต่างแม่ของเอเรนที่เรียนอยู่โรงเรียนประจำ เขาฝากของขวัญมาให้ มันคือสโนว์บอลที่ภายในเป็นตุ๊กตารูปเรือรบญี่ปุ่นนามว่ามิคาสะเหมือนกับเธอ พร้อมกับแนบโน้ตเล็กๆ ที่มีเนื้อความว่า 'ขอให้มีความสุข มิคาสะจัง จาก ซีค'
 

วันเกิดปีแรกกับเพื่อนสนิท 2 คนแรกก็ถือไม่เลวเลยสำหรับมิคาสะ

 

 

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ในวันเกิดปีที่ 13 ของมิคาสะ แอคเคอร์แมน

 

ปีที่ 13 เวียนมาถึง มิคาสะมีใบหน้าที่นิ่งมากขึ้น แต่ก็ยิ้มแย้มให้กับทุกคนเสมอ กลับกันเธอได้เพื่อนมากมายจากชั้นมัธยมต้นห้อง 1 - A ห้องเหมือนจะรวมคนหลุดโลกในไว้ที่เดียวกัน มิคาสะรู้สึกดีใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของห้องนี้

เวลาบ่าย 3 โมงที่ในบ้านของเธอ มิคาสะรู้สึกประหลาดใจที่เพื่อนร่วมห้องชั้นมัธยมต้นของเธอมารวมตัวจนที่บ้านของเธอ จนห้องนั่งเล่นแน่นขนัดไปด้วยนักเรียนบางส่วนจากห้อง 1 - A ของรุ่น 104 พูดคุยจอกแจกและเล่นเกมกัน เพื่อนของเธอทุกคน พวกเขาร่วมมือกับพ่อแม่ของเธอกับเอเรนจัดงานเซอรไพร์สวันเกิดให้เธอ ขณะที่เอเรนกับอาร์มินมีทำหน้าที่คัญคือคอยหลอกล่อเธอให้ออกห่างจากบ้านมากที่สุดจนกว่าบ่าย 3 โมง

มิคาสะยกมือกระชับผ้าพันคอสีแดงที่ได้รับมาจากวันเกิดเมื่อ 3 ปีก่อน สายตาเธอจับจ้องอย่างไม่วางตาที่เอเรนและอาร์มินที่ช่วยกันประคองเค้กเข้ามา ซาช่ากับคอนนี่เป็นตัวนำปรบมือและร้องเพลงวันเกิดอยู่ด้านหลัง

เมื่ออธิษฐานรวมถึงเป่าเค้กเสร็จ ซาช่าแทบจะกระโดดพุ่งเข้าหามิคาสะ หรือจริงๆ ก็คือพุ่งเข้าหาเค้กในมือเธอ โชคดีที่แจนกับคอนนี่ช่วยกันยึดตัวเพื่อนสาวจอมตะกละไว้ได้ทัน 

ใจจริงมิคาสะอยากจะแกล้งซาช่าเหมือนที่ชอบทำเวลาเธอขอของกิน แต่เพราะด้วยความเห็นใจแจนกับคอนนี่ที่เกือบจะสู้พลังช้างของเด็กสาวผู้ที่ได้ฉายาว่ายัยหัวมันไม่ไหว เธอจึงรีบตัดเค้กแล้วส่งให้กับซาช่า และชักมือหลบฟันของซาช่าที่ฉกมาเกือบไม่ทัน 

 

ซาช่าได้เค้กเป็นคนแรก รวมถึงเป็นคนที่ให้ของขวัญเธอคนแรกด้วยเช่นกัน คือบัตรคูปองกินฟรี 24 ใบจากร้านขนมต่างๆ หน้าโรงเรียนที่คนให้อยากจะเก็บไว้เองแทบใจจะขาด มิคาสะรับไว้ด้วยความเต็มใจพลางแกล้งแหย่ว่าเธอจะเอาไปกินคนเดียวให้หมดทุกใบ สาวหัวมันกรีดร้องเสียงโหยหวนทั้งที่เค้กและครีมยังเต็มปากทำเอาผู้พบเห็นต้องขยะแขยงไปตามๆกัน ความจริงแล้วมิคาสะคิดว่าจะชวนเพื่อนสนิทสาวคนแรกในชีวิตอย่างซาช่าไปกินตอนไหนดีต่างหาก

คุณพ่อกับคุณแม่ให้ชั้นหนังสืออันใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมให้เธอ ในอนาคตมิคาสะคงจะเติมมันจนเต็มไปด้วยหนังสือเหมือนกับที่ชั้นหนังสือบนห้องนอนของเธอเป็นแน่

น้าคาร์ล่าให้นวมสีดำอันใหม่ เพราะเห็นว่าอันเก่าของหลานสาวคนโปรดพังไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว และลุงกริช่าให้ตลับสีน้ำแบบก้อน
 

เพื่อนๆ ทยอยกันเข้ามาให้ของขวัญมิคาสะทีละคน

เอเรนให้แผ่นเกมของเครื่องเพลย์สเตชั่น อาร์มินให้หนังสือเรื่องAnimal Farm คอนนี่ให้สมุดบันทึกที่เต็มไปด้วยลูกเล่นในการล็อก แจนให้หมอนผ้าห่มรูปหัวใจที่มีแดงเหมือนกับหน้าของเขาตอนยื่นของขวัญ มาร์โก้ให้สารานุกรมเรื่องสัตว์และพืชเพราะเห็นว่ามิคาสะชอบวิชาชีวะ แอนนี่ให้ดาบไม้โบเคน มิคาสะตาลุกวาวด้วยความชอบใจ เธอเหวี่ยงดาบเพื่อทดสอบน้ำหนักของมัน ไรเนอร์และเบลทรูทให้โปสเตอร์ภาพวงร็อควงโปรดของมิคาสะ 8 ใบ คริสต้าให้สร้อยคอห้อยจี้ลูกแก้วรูปโลกสีฟ้าเขียว มิคาสะนั่งลงบนเก้าอี้ให้คริสต้าที่อาสาใส่ให้สวมสร้อยลงบนคอ ยูมีร์ให้จอยเกมสีแดงอันใหม่แก่เธอ พูดคุยกันสั้นๆ แล้วยูมีร์ก็วิ่งไปกอดคริสต้า

 

งานเลี้ยงดำเนินต่อไปอีกชั่วโมงหนึ่ง ก็มีสมาชิกใหม่มาเพิ่ม

"สุขสันต์วันเกิด มิคาสะจัง" เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับกล่องของขวัญยาวๆ ยื่นมาตรงหน้ามิคาสะ

 

"ซีค! นี่พี่มาได้ไงเนี่ย" เอเรนที่เห็นพี่ชายของตนเข้ามาแบบเงียบๆ ตะโกนถามขึ้นจากอีกฟากห้อง ซีคเรียนอยู่โรงเรียนประจำชั้นมัธยมปลายปี 1 เวลาที่จะมาเยี่ยมพ่อกับแม่เลี้ยง และน้องชายก็ไม่ค่อยมีมากนักเพราะติดเรียน มิคาสะนึกว่าเขาจะไม่มาซะอีก

เมื่อเปิดของขวัญจากซีคออก มิคาสะก็พบกับปืนเนิร์ฟรุ่นใหม่ล่าสุดอยู่ในนั้น เพื่อนๆ ทุกคนมารุมล้อมรอบกล่องปืน ยกเว้นแต่เอเรนที่วิ่งไปสมทบกับพ่อแม่ของเขาที่ยืนคุยกับซีค

 

วันเกิดปีนี้มิคาสะก็คงยังมีความสุขเหมือนเดิม และดูจะมากขึ้นกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ 3 ปีที่ย้ายจากต่างประเทศมาเริ่มต้นใหม่ที่นี่อีกครั้งไม่เสียเปล่าจริงๆ เธอได้พบกับมิตรแท้ที่นี่

 

มิคาสะตัดสินใจได้แล้ว ของขวัญที่ดีที่สุดในวันนี้สำหรับเธอก็คือการได้ใช้เวลาอยู่กับทุกคนที่เธอรัก

 

"ขอบคุณนะ ทุกคน" มิคาสะพูดคนสำคัญทุกคนของเธอที่อยู่ในห้องนั่งเล่น


 


 

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ในวันเกิดปีที่ 15 ของมิคาสะ แอคเคอร์แมน
 

ปีนี้มิคาสะก็ยังคงเหมือนเดิม มีใบหน้านิ่ง ผลการเรียนเป็นที่ 1 ของชั้น ไว้ผมสีดำสั้นประบ่า ตัวติดกับเพื่อนสนิท 2 คน เอเรนและอาร์มิน อยู่กับซาช่าและกลุ่มผู้หญิงบ้าง แต่มีสิ่งเพิ่มเติมเข้ามานั่นก็คือเหล่ารุ่นพี่มัธยมปลายและอาจารย์ที่ปรึกษาในชมรมที่เธอกับเพื่อนๆ อยู่ 

ชมรมนี้ก็ไม่ต่างจากห้องเรียนม.ต้นที่แก๊งของเธอที่ทุกคนอยู่ด้วยกันมาตลอด 2 ปีเท่าไหร่นัก มันเต็มไปด้วยผู้คนที่หลากหลาย แปลกประหลาด แต่มากด้วยความสามารถ ทำให้เธอรู้สึกสนุกและตื่นตัวทุกครั้งที่มาร่วมกิจกรรมชมรมหลังเลิกเรียน
 

พักกลางวัน ระหว่างที่มิคาสะกำลังเดินอยู่บนทางเดินของตึกเรียนก็มีเสียงทุ้มต่ำแสนคุ้นหูดังขึ้นมาจากด้านหลัง "นี่เธอ ยัยมืดมน" 

เด็กสาวเอี้ยวตัวไปทางที่มาของเสียงนั้น รุ่นพี่รีไวล์ แอคเคอร์แมน มิคาสะคิดว่าเขาสืบเชื้อสายมาจากตระกูลที่นามสกุลโหลและกระจายตัวอยู่ทุกมุมโลกเหมือนกับเธอ เธอไม่ชอบรุ่นพี่ม.ปลายปี 3 ในชมรมคนนี้นัก

เนื่องมาจากเหตุการณ์ที่เอเรนก่อเรื่องจนโดนเรียกพบเมื่อหลายเดือนก่อน มิคาสะกับอาร์มินอยู่ในตอนไต่สวนในฐานะพยาน ในขณะที่เอเรนกำลังพูด(เถียง)กับอาจารย์ใหญ่แซ็คลีย์ อยู่ๆ รุ่นพี่คนนี้ก็เดินเข้ามาแล้วเตะเข้าที่หน้าของเอเรนอย่างแรง แถมยังลงมือกระทืบซ้ำ มิคาสะคงจะกระโดดลงไปช่วยเอเรนแล้วถ้าอาร์มินกับรุ่นพี่ริโค่ไม่รั้งตัวเธอไว้ จึงได้แต่ทำหน้าตาน่ากลัวที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาจนคนบริเวณนั้น รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ไปตามๆ กัน

หลังจากครั้งนั้นเอเรนไม่ถืออะไรเขา แถมยังมองรีไวล์เป็นเหมือนไอดอล แต่เธอยอมไม่ได้ เธอตั้งเขาไว้เป็นหนึ่งในศัตรูที่สักวันจะต้องเอาคืนเพื่อแก้แค้นให้กับเอเรน ดูเหมือนเขาจะรู้ตัวว่าถูกหมายหัวเอาไว้ และไม่ลังเลที่จะเปิดสงครามประสาทกับเธอเลยสักนิดเดียว

"มิคาสะค่ะ ไม่ใช่ยัยมืดมน"

"จะอะไรก็ช่างเถอะ" เธอรู้สึกถึงหัวคิ้วที่เริ่มกระตุกเข้าหากัน รีไวล์ยืนห่างไป 3 เมตร และกำลังเดินสาวเท้าเข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆ "วันนี้วันที่อะไร"

.... ห๊ะ อะไรนะ 

มิคาสะเลิกคิ้ว "คุณเปิดดูในโทรศัพท์ก็ได้นี่คะ"

"ถ้าฉันมีโทรศัพท์อยู่กับตัวตอนนี้ก็คงไม่ต้องมาเสียเวลามาถามเธอหรอก ยัยเบื๊อก"

คนแก่กว่าทำสีหน้าเบื่อหน่ายและสายตาที่สื่อออกมาได้ว่า 'โง่รึไง' มันทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจอย่างมากจึงขยับตัวเข้าหารีไวล์ แล้วก้มหน้าลงในระดับเดียวกับรุ่นพี่ การที่รีไวล์มีส่วนสูงที่น้อยกว่าไป 10 เซนติเมตร มันทำให้รู้สึกสะใจไม่น้อย เธอแค่นเสียงขึ้นจมูกเหมือนที่ทำทุกทีเวลาที่หงุดหงิด แล้วเน้นเสียงหนักที่คำสุดท้าย "วันนี้วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ปี 2xxx ค่ะ ไอ้เตี้ย"

พูดจบมิคาสะก็รีบวิ่งออกมาทันทีไม่รอให้'ไอ้เตี้ย'รู้สึกตัว 3 วิต่อมาหูก็ได้ยินเสียงด่ากราดของรีไวล์ดังไล่หลังมา มิคาสะกลบเสียงอันไม่พึงประสงค์ต่อหูเสียงหัวเราะใสๆ เปล่งออกมาจากลำคอ กลั่นกรองมาจากความรู้สึกที่แท้จริงในเวลานี้ และความรู้สึกนี้ยังคงอยู่ตลอดบ่ายนั้น จนเอเรนต้องถามว่าไปเจอเรื่องอะไรดีๆ มา แต่เธอทำเพียงแค่ยิ้มให้เขา

 

เย็นวันนั้นมิคาสะจูงหรือจริงๆ ควรเรียกว่าลากเอเรนกับอาร์มินให้วิ่งไปที่บ้านเธอด้วยความเร็วที่เหมือนติดปีกบิน

งานวันเกิดครั้งนี้ย้ายออกมาจัดที่สวนเพราะคนเยอะกว่าเดิม พวกเพื่อนๆ ที่อยู่ห้องเดียวกันมาตลอดตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อนมากันครบทุกคนและช่วยจัดงานเหมือนเคย โดยได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากพวกรุ่นพี่มัธยมปลายที่สนิทกันในชมรม แม้แต่อาจารย์เออร์วิน สมิธ อาจารย์ที่ปรึกษาของชมรมก็มาร่วมด้วย

มิคาสะอ้าปากหวอมองเค้ก 2 ชั้นที่คุณแม่กับน้าคาร์ล่าแท็กทีมกันทำออกมาซะอลังการ คอนนี่และซาช่าสร้างความเว่อร์วังของเพลงวันเกิดด้วยการดีดกีตาร์กับเป่าแตร และมีพี่ฮันจิเป็นคนนำร้อง

"สุขสันต์วันเกิด" ทุกคนบอกพร้อมกัน รวมถึงคนที่เธอไม่คาดคิดว่าเขาจะมาพร้อมของขวัญอย่างรีไวล์

 

ซาช่าได้เค้กเป็นคนแรกและให้ของขวัญเป็นคนแรกเช่นเคย ครั้งนี้คือหนังสือรวบรวมสูตรอาหารและขนมความหนาประมาณ 2 นิ้วครึ่ง

คุณแม่ให้แก้วน้ำลายวงLinked Horizon เธอรีบโผตัวเข้ากอดแม่อย่างแรงราวกับย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กหญิงตัวน้อยๆ เมื่อหลายปีก่อน

คุณพ่อที่ออกอาการอิจฉานิดๆ ยื่นกล่องเล็กๆ ที่ภายในมีซากฟอสซิลอำพันสีเหลืองบรรจุซากแข็งตัวของแมลงโบราณให้เธอ ของขวัญชิ้นนี้ทำมิคาสะตาลุกวาว เธอประคองมันไว้ในมือแล้วส่องกับแสงไฟด้วยแววตารื่นเริง ปากพึมพำชื่อวิทยาศาสตร์ของซากแมลงออกมา จนฮันจิและอาร์มินที่ได้ยินรีบวิ่งมาดูด้วยความตื่นเต้น ทุกคนปล่อยให้สามสหายวิทยาศาสตร์ถกเถียงแมลงต่อไปสักพัก

คุณลุงกริช่าหุ้นกับน้าคาร์ล่าซื้อสเก็ตบอร์ดสีดำด้านรูปทรงเรียวยาวของเธอ น้าคาร์ล่ายื่นกล่องสีเปรย์และสีอะคริลิคให้เธอสำหรับตกแต่งสเก็ตบอร์ด

เอเรนให้เสื้อฮู้ดสีดำปักลายนกไฟตัวสีแดงส้มที่แผ่นหลัง อาร์มินให้นิยายเล่มหนาที่แบ่งเป็น 2 พาร์ท คอนนี่ให้จิ๊กซอว์รูปวาดวิวทะเลสีฟ้าตัดกับหาดทรายสีขาวจำนวน 500 ชิ้น แจนให้ที่คั่นหนังสือดอกมะตูมญี่ปุ่นสีแดงสดทับให้แบนและเคลือบด้วยเรซิ่นสีใสเขาใช้พยายามอย่างมากที่จะไม่ทำให้มือสั่นตอนยื่นของขวัญให้เธอ มาร์โก้ให้โคมไฟที่ฉายภาพกลุ่มดาวที่มาพร้อมกับชื่อบนท้องฟ้าให้เธอ เมื่อเธอลองเปิดทั่วบริเวณก็เหมือนถูกเปลี่ยนให้เป็นท้องฟ้าจำลอง 

แอนนี่ให้ไม้เบสบอลขึ้นเงาสวยแก่มิคาสะ ทั้งสองยิ้มอย่างจริงใจให้กันแบบรู้ทันความคิดของอีกฝ่าย แอนนี่รู้ว่ามิคาสะเล่นเบสบอลไม่เป็น งั้นที่ให้มาก็คงเอาไว้ให้ป้องกันตัวหรือฝึกไว้หวดหน้าใครสักคน ถึงแอนนี่จะเย็นชาและดูมีปากมีเสียงกับมิคาสะบ่อยๆ แต่ทุกคนเห็นว่ามิคาสะถูกใจของขวัญชิ้นนี้มาก เพื่อนทุกคนจึงมีความเห็นเดียวกัน มิตรภาพของ 2 คนนี้แปลกจริงๆ

เบลทรูทให้สมุดภาพสำหรับระบายสีน้ำให้มิคาสะ เมื่อเปิดดูก็พบว่าภาพของเมืองต่างๆ ในญี่ปุ่นลายเส้นงดงามอ่อนช้อย ของขวัญของไรเนอร์ดูแปลกกว่าใครแต่ก็ยังไม่ที่สุดเพราะมันก็ถือว่าเป็นของใช้อันหนึ่ง เขาให้เครื่องทำวาฟเฟิลแก่เธอ มิคาสะยิ้มปนขำตอนที่รับของมาจากเขา เหมือนเขาซื้อเพื่อมาคู่กับหนังสือสูตรอาหารของซาช่าเลย คริสต้ายื่นถุงกระดาษใส่ถุงมือถักเองด้วยไหมสีแดงอ่อนและปักลายเชอร์รี่เล็กๆ มันน่ารักมากๆ คริสต้าที่ดูเขินอายอยู่แล้วยิ่งอายม้วนเข้าไปใหญ่หลังจากที่มิคาสะเอ่ยปากชมเธอ และสุดท้ายในกลุ่มเพื่อน ยูมีร์กอดคริสต้าขณะยื่นแผ่นเกม The Witcher 3: Wild Hunt มาตรงหน้าเธอ กล่าวสั้นๆว่า "เล่นให้สนุกนะ" จากนั้นก็ลากคริสต้าไปหาอะไรกิน

ซีคแวะมาให้ของขวัญแก่มิคาสะคือกระเป๋าเป้สีฟ้าขนาดใหญ่ และรีบกลับหอพักของตนเอง

อาจารย์เออร์วินให้เซ็ตพู่กันหลายขนาด รุ่นพี่ฮันจิให้กล่องไม้กรุกระจกด้านในคือแมลงสตาฟฟ์บนสำลีรองพื้น รุ่นพี่มิเกะให้พัดลมตั้งโต๊ะสีเขียวมิ้นต์ รุ่นพี่เพทราให้ที่ครอบผมประดับไข่มุก รุ่นพี่ออรูโอ้ รุ่นพี่เอิร์ด และรุ่นพี่กุนเธอร์รวมเงินกันซื้อหูฟังครอบหูสีดำสลับแดงให้เธอ

สุดท้ายคือคนที่มิคาสะคาดไม่ถึงที่สุดว่าเขาจะมา คือรุ่นพี่รีไวล์ให้ตุ๊กตาแมวสีดำตัวใหญ่พันผ้าพันคอสีแดงที่มองแวบแรกก็รู้เลยว่าเป็นตัวแทนของมิคาสะ มันน่ารักและเหมือนเธอมากเสียจนรู้สึกเขิน เธอรับตุ๊กตามาจากรีไวล์ ยกมันขึ้นบังใบหน้าที่ขึ้นสีแดงของตัวเองเอาไว้ แล้วกล่าวคำขอบคุณที่ตะกุกตะกักอย่างน่าประหลาด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็พูดคำลักษณะเดียวกันนี้ไปตั้งหลายครั้ง มิคาสะไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ทำตัวแบบนี้ต่อหน้ารีไวล์

แต่เธอก็มีความสุขมากๆ ที่ได้รับความรักจากทุกคนมากขนาดนี้ เธอซาบซึ้งมากจริงๆ
 

วันต่อมา ในตอนเช้าตรู่ที่มิคาสะกำลังนั่งคุยอยู่ซาช่าและคอนนี่อยู่ในห้องเรียน ก็เกิดเหตุการณ์ที่เหลือเชื่อขึ้น

รีไวล์เลื่อนบานประตูของห้อง 3 - A ออกไปด้านข้าง ก่อนจะเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเข้ามาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้ามิคาสะท่ามกลางสายตาของคนในห้องที่จับจ้องมา "โฮ่ย" เขาส่งเสียงเรียกขณะก้มโค้งตัวลงไปให้หน้าอยู่ระดับเดียวกับมิคาสะที่ทำท่าหันหน้าไปทางอื่น เขาคงคิดไปแล้วว่าเธอเกลียดเขาจนไม่อยากมองหน้าถ้าไม่บังเอิญเห็นริ้วสีแดงๆ บนแก้มเนียนซะก่อน ของขวัญที่เขาให้เมื่อวานคงถูกใจยัยหน้าโหดนี่ไม่น้อย

"นี่ มิคาสะ" ภาพเด็กสาวที่หันขวับมาเมื่อได้ยินชื่อตัวเองออกจากปากรีไวล์นั้นชวนหัวเราะไม่น้อย และดูตลกมากยิ่งขึ้นหลังจากเขาเอ่ยประโยคถัดมา "คบกับฉัน"

"หา!!!!!" 

เสียงเด็กทั้งห้องตะโกนแหกปากนี่มันหนวกหูชะมัด 

เขาจ้องส่งสายตากดดันให้มิคาสะรีบตอบคำถามเมื่อกี้มา เด็กสาวขยับสะบัดหัวเล็กน้อยให้หายมึน

เธอใช้ตาสีนิลจ้องกลับเข้ามาในดวงตาของรีไวล์อย่างมั่นคงเหมือนกับเสียงที่ใช้ "จากเสียงที่ใช้เมื่อกี้คุณคงไม่ได้ล้อเล่น แต่ฉันขอปฏิเสธค่ะ" 

"เหตุผลล่ะ?" รีไวล์เลิกคิ้ว

"เพราะฉันไม่รู้ว่าคุณชอบฉันตอนไหน ฉันอายุ 15 คุณอายุ 18 นี่มันไม่เหมือนการพรากผู้เยาว์รึไงคะ คุณลุง และฉันยังไม่คิดจะมีแฟนตอนนี้ค่ะ" มิคาสะมีใบหน้าเรียบนิ่งแต่แววตาซุกซน ยอมรับว่าเธอจิกกัดเขาได้แสบใช่เล่น แต่เหตุผลที่พูดมาทั้งหมดเป็นของจริงดูได้จากความสงบในน้ำเสียงและดวงตาที่ไม่หลบตาเขาเลยตอนพูด

"อืม เหตุผลเธอใช้ได้ แต่ฉันเป็นพี่ไม่ใช่ลุง" รีไวล์ยกมือขึ้นขยี้หัวอีกฝ่าย หักห้ามใจไม่ให้หยิกแก้มแดงๆ ของอีกฝ่าย แล้วเดินออกจากห้องไป โดยทิ้งท้ายไว้ว่า "อีก 3 ปีในวันเกิดเธอ ฉันจะถามอีกรอบ"

"ให้มันได้เถอะ ตาลุงเตี้ย" มิคาสะว่าไล่หลังมา มีแววท้าทายอยู่ในน้ำเสียง 
 

เดี๋ยวก็รู้ ยัยเด็กเหลือขอ


 

 

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ในวันเกิดปีที่ 18 ของมิคาสะ แอคเคอร์แมน
 

อาจารย์เออร์วินกลายเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของห้องม.ปลาย 3 - A ของเธอ รุ่นพี่ชมรมและซีคเรียนมหาวิทยาลัยกันหมดแล้ว

มิคาสะได้รู้จักกับแก๊งโรงเรียนมาร์เลย์ผ่านทางไรเนอร์ เบลทรูท แอนนี่ และซีค เพราะเป็นคนจากเขตเดียวกัน ยกเว้นซีคที่รู้จักเพราะเรียนโรงเรียนในเขตนั้น 

 

กลุ่มนี้ประกอบด้วยคนที่มีอายุต่างกัน กาบิ ฟัลโก้ อูโด้ และโซเฟีย เป็นเด็กประถม 6

พีค พอร์โก้ และโคลท์ เป็นเด็กม.ปลาย ปี 3 ชั้นเดียวกับพวกชินเกคิ มีแค่ 2 คนที่เรียนมหาวิทยาลัยแล้วคือ มาร์เซล พี่ชายของพอร์โก้อยู่ ปี 1 และซีคที่เรียนอยู่ปี 3 เหมือนกับพวกรุ่นพี่ฮันจิ พวกเขาเฮฮาและชอบหลุดท่าทางเพี้ยนๆ ออกมาไม่แพ้กับพวกโรงเรียนชินเกคิของเธอเลย

ในกลุ่มนี้มีคนที่เกิดวันเดียวกันกับมิคาสะ คือฟัลโก้ ไกร์ซ น้องชายของโคลท์เรียนอยู่ชั้นป.6 เขาเป็นเด็กที่น่ารักมาก และชอบตัวติดกับกาบิ บราวน์ ลูกพี่ลูกน้องของไรเนอร์ผู้มีความมั่นใจสูง รูปร่างหน้าตาเอเรนในร่างเด็กผู้หญิงราวกับถอดมาจากพิมพ์เดียวกัน 
 

มิคาสะขอให้แอนนี่และพีคไปช่วยเธอเลือกซื้อของขวัญให้กับฟัลโก้ เธอมองเขาเป็นเหมือนน้องชายคนหนึ่งที่มีนิสัยชอบเป็นห่วงเพื่อนเหมือนกัน

เธอและเพื่อนๆ ชวนแก๊งจากโรงเรียนมาร์เลย์มาร่วมงานวันเกิดที่ปีนี้จัดให้ฟัลโก้ด้วยเพราะพ่อแม่ของพี่น้องไกร์ซอยู่ต่างประเทศ

งานจัดขึ้นในสวนเหมือนทุกปีตั้งแต่มิคาสะขึ้นชั้นมัธยมมา คุณแม่กับน้าคาร์ล่ายังคงทำเค้กวันเกิดได้อลังการงานสร้างเหมือนเคย ปีนี้เป็นเค้กช็อกโกแลต 3 ชั้นก้อนโต ซาช่าน้ำลายสอเต็มปากเพราะกลิ่นหอมหวานตั้งแต่ยังไม่เห็นเค้ก เพื่อนผมสีน้ำตาลแดงรีบยื่นผ้ากันเปื้อนและถุงมือกันความร้อนแฮนด์เมดปักลายเนื้อและหัวมันให้กับเจ้าของวันเกิดแล้วกระโจนเข้าหาเค้กทันทีหลังมิคาสะและฟัลโก้เป่าเทียนเสร็จ

คุณพ่อและคุณแม่เซอร์ไพร์สมิคาสะด้วยกุญแจรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สีดำคันสวย คุณลุงกริช่าให้อุปกรณ์เสริมเป็นหมวกกันน็อกพิมพ์ลายปีกแห่งเสรีภาพ และน้าคาร์ล่าให้ถุงมือสำหรับขี่มอเตอร์ไซค์

เอเรนให้แผ่นเกมResident Evil Village ที่เขาไม่ยอมให้เธอซื้อเองก่อนหน้านี้เพราะเขาจะซื้อให้เป็นของขวัญ อาร์มินเปลี่ยนจากหนังสือนิยายมาเป็นให้หนังสือรวมผลการทดลองทางด้านชีววิทยาที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วแก่เธอแทน คอนนี่ให้แจ็คเก็ตยีนส์สีน้ำเงินซีดปักชื่อของมิคาสะไว้ตรงหน้าอกซ้ายและบนแขนเสื้อขวา แจนให้ชุดกำไลเงินบางๆ 4 วงและที่ทับกระดาษทำจากคริสตัลใสแกะสลักเป็นรูปโลมา มาร์โก้ให้หนังสือคู่มือการจำแนกชื่อวิทยาศาสตร์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แอนนี่ให้รองเท้าผ้าใบสีชาและเชือกผูกสีน้ำตาลช็อกโกแลต 

ของขวัญสุดเจ๋งของไรเนอร์และเบลทรูทที่หารเงินกันซื้อคือDVDของวงQueen อัลบั้มWe Are the Champions: Final Live in Japanมาให้ "เราสั่งมาจากต่างประเทศเพราะญี่ปุ่นไม่มีขาย เธอชอบวงQueenใช่ไหม" ไรเนอร์บอกด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมล้นด้วยความคาดหวังอย่างปิดบังไม่มิดกับสีหน้าลุ้นระทึกของเบลทรูทที่อยู่ข้างกันทำให้มิคาสะหลุดขำออกมา แล้วก็บอกว่าเธอรักวงQueen ทั้งคู่กระโดดกอดกันยกใหญ่ ทำเอาในสวนประดับไฟเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะจากทุกคน

คริสต้าให้ปิ่นปักผมไม้ประดับหินแกะสลักรูปดอกไม้ และยูมีร์ให้ของขวัญที่ต่างกันคนละขั้วคือหมวกแก๊ปลายเปลวไฟสีส้มเหลือง

อาจารย์เออร์วินให้สมุดบันทึกกระดาษถนอมสายตาจำนวน 5 เล่มไว้ให้จดบันทึกโดยเฉพาะ พวกรุ่นพี่มหาวิทยาลัยแวะมาให้ของขวัญมิคาสะที่บ้านสักพักก่อนแยกย้ายกันกลับเพราะมีเรียนเช้า

รุ่นพี่ฮันจิให้ตำราชีวะระดับมหาวิทยาลัยภาษาอังกฤษ รุ่นพี่มิเกะให้นาฬิกาตั้งโต๊ะดีไซน์โมเดิร์นขาวดำ พวกรุ่นพี่ปี 2 ก็แวะมาเช่นกัน รุ่นพี่เพทราให้ผ้าห่มสีชมพูลายดอกซากุระ รุ่นพี่ออรูโอ้ให้กล้องฟิล์มขนาดกระทัดรัด รุ่นพี่เอิร์ดให้อัลบั้มภาพรวมที่เคยถ่ายไว้ในชมรมแต่ยังไม่เคยให้ใคร รุ่นพี่กุนเธอร์ให้โมเดลไดโนเสาร์ไทรันโนซอรัสสูง 30 เซนติเมตร มาร์เซลและซีครวมเงินกันซื้อปืนบีบีกันให้มิคาสะ พวกเขาพยายามชวนเธอเข้าวงการนี้มาหลายสัปดาห์แล้ว มัดมือชกกันชัดๆ แต่เธอก็คิดว่าจะเข้าไปเล่นกับพวกเขาอยู่แล้ว

พีคสวมต่างหูหมุดประดับนิลและมงกุฎดอกไม้แห้งสามสีเคลือบแก้วที่ตั้งใจทำเองให้มิคาสะ พอร์โก้ให้เครื่องรางกับดักฝันและแก้วลายGame of Thronesลิขสิทธิ์แท้จากHBO โคลท์ให้เมาส์ไร้สายและลำโพงบลูทูธ

กาบิวิ่งนำหน้าอูโด้และโซเฟียเข้ามาหาเธอ เด็กสามคนนั้นให้ของขวัญเธอกันคนละอย่างตามลำดับการมาถึงคือ ดินสอสี 120 สี พจนานุกรมภาษาญี่ปุ่น - อังกฤษ - เยอรมัน และสร้อยข้อมือหินนำโชคหลากสีสัน

ฟัลโก้ที่ได้ของขวัญมากมายจากทุกคนเหมือนกับพี่สาวที่เกิดวันเดียวกันให้กล่องดนตรีเพลงธีมHarry Potterแก่มิคาสะ และเธอให้กล่องของขวัญที่ข้างในคือเสื้อฮู้ดสีกรมท่าสกรีนลายเหยี่ยวบนหน้าอก เด็กชายกอดเธอแน่นด้วยความดีใจ จนโคลท์ที่อยู่กันใกล้ออกอาการอิจฉา
 

ตั้งแต่เริ่มงานเลี้ยงมามิคาสะคิดว่าเธอยังไม่เจอคู่ปรับคนสำคัญของเธอเลย รุ่นพี่รีไวล์เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกับเพื่อนของเขาอีก 2 คนคือรุ่นพี่ฮันจิและมิเกะ แต่เขาไม่ได้มากับทั้งคู่

เธอมองหาเขาท่ามกลางพวกรุ่นพี่ คนที่ตามจีบด้วยข้อความน่าขนลุกเธอผ่านทางแชท ซื้อขนมมาให้ด้วยใบหน้าเบื่อโลกมาตลอด 3 ปี และทำให้เธอเป็นเหมือนคนเพี้ยนตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่าคนนั้น ตาลุงเตี้ย ไหนบอกว่าจะมาถามเธออีกรอบไง หรือว่าเขาลืมไปแล้ว

ความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ปนสงสัยสุมอยู่ภายใน จนมันล้นออกมามิคาสะต้องก้มหน้าลงและพูดมันออกมาแผ่วเบา "ผิดคำพูดนี่นา ไอ้เตี้ย"

ฟัลโก้ที่อยู่ข้างๆ และได้ยินทั้งหมด จับมือมิคาสะไว้แล้วบีบเบาๆ ให้กำลังใจถึงแม้จะไม่รู้ถึงสาเหตุของเสียงอ่อยๆ ดูเศร้าใจของพี่สาวคนนี้ก็เถอะ 

 

"ใครผิดคำพูดกัน ยัยเด็กเหลือขอ"

เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นเบื้องหน้า รีไวล์เดินมาตามทางที่ทุกคนแหวกให้เขาอย่างเป็นใจ ฟัลโก้ก็ปล่อยมือเธอแล้ววิ่งไปรวมตัวกับพวกกาบิ มิคาสะห้ามตัวเองไม่ให้เงยหน้าขึ้นตามที่มาของเสียงมองหามาตลอดงาน อีกฝ่ายจึงเดินเข้ามาใช้มือเชยคางเธอขึ้นให้มองเห็นหน้าเรียบนิ่งแต่แฝงความอบอุ่น แปลกพิลึก เธอจ้องลึกลงไปในดวงตาสีน้ำเงินอมเทาของเขา

"ฉันมาทวงคำตอบเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตอบให้แตกต่างล่ะ" รีไวล์พูด มิคาสะจับความไม่แน่ใจในประโยคได้ แต่เธออยากลองแกล้งเขาอีกสักหน่อย 

"คุณต้องให้ของขวัญฉันก่อน แล้วก็บอกเหตุผลที่ชอบฉันด้วย"

เธอเห็นรีไวล์นิ่งค้างไปสักพัก ก่อนจะล้วงมือไปหยิบกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋ากางเกง เขาหยิบแหวนเงินวงที่มีลักษณะเป็นหยักเหมือนเส้นอัตราการเต้นของหัวใจบนเครื่องวัด และหัวแหวนเป็นอัญมณีสีชมพูออกมา

เขายกมือซ้ายของเธอขึ้นมาบรรจงสวมแหวนเข้าไปที่นิ้วนางข้างขวาแล้วก็พูดสิ่งที่ทำให้เธอหน้าแดงไปด้วย

"ฉันสนใจเธอในวันนั้น วันที่เอเรนโดนเรียกไปไต่สวน เธอมองมาทางฉันด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อเหมือนหมาบ้าที่จะกระโจนเข้ามากัดฉัน" ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นดูปฏิกิริยาของเด็กสาวตรงหน้า เมื่อเห็นหน้าตึงๆ ของเธอก็พึงพอใจแล้วเล่าต่อ "ตอนนั้นรู้แล้วล่ะว่าโดนเธอหมายหัว ตอนที่เธอทำตัวเป็นศัตรูกับฉันมันน่าขำแต่ก็น่ารักมาก พอเธอมาชวนทะเลาะฉันก็สนองให้ทันทีเพราะอยากเห็นมุมตลกๆ ของเธอในการรังควานฉันมากกว่านี้ นานๆ ไปก็เริ่มมองหาแต่เธอ เฝ้ามองแต่เธอ แล้วก็เกิดอาการที่เรียกว่า อะไรนะ ตกหลุมรัก? เออนั่นแหละ ประมาณนั้น เลยไปขอเธอคบ เธอปฏิเสธฉัน กัดได้แสบมากนะ คนสติดีคงล้มเลิกความตั้งใจแล้วล่ะ แต่ฉันมันคนบ้าไง เลยหน้าด้านหน้าทนจีบเธอมาตลอด 3 ปีหลังจากนั้น ฉันคิดว่าเธอก็ชอบฉันนะ แหวนนี่จองไว้ก่อนที่นิ้วข้างขวา แล้วก็คบกันเถอะ มิคาสะ ให้ตายเถอะ พูดอะไรยาวๆ นี่มันเมื่อยปากชะมัดเลยว่ะ"

ถึงตอนนี้มิคาสะยิ้มกว้าง ก้มหน้าตัวเองลงไปกดจูบที่แก้มสากของรีไวล์

"ใส่แหวนมัดมือชกชัดๆ เลย คบกับฉันแล้วห้ามเลิกกัดกันนะคะ" เธอเสพติดการถกเถียงกับรีไวล์ไปแล้ว

"เออ ไม่เลิกหรอก" รีไวล์ด้วยใบหน้านิ่งแต่ขึ้นสีแดงราวกับมะเขือเทศ มิคาสะไม่ห้ามตัวให้เอื้อมมือไปหยิกแก้มของคนแก่กว่า เขาตีหน้าดุและถลึงตาใส่ แต่ก็ไม่ได้ว่าหรือปัดมือออก

"ฉันอายุ 18 แล้ว"

"ฉันอายุ 21 คงไม่พรากผู้เยาว์เธอหรอกครั้งนี้"

ทั้งคู่จับมือกันและกันไว้ แย้มยิ้มให้กัน ท่ามกลางเสียงดังอึกทึกที่เกิดจากเสียงตะโกนแสดงความยินดี แทรกมาด้วยเสียงแซว เสียงผิวปากแหลมสูงเพื่อล้อเลียน

 

วันเกิดปีที่สุดยอดที่สุด ปีนี้อะไรเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง มิคาสะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นด้วยความมั่นคง อย่างไรเสียมันก็คือการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี เธอได้เพื่อนใหม่ มิตรภาพใหม่ และสุดท้ายคือ ความรัก ในอนาคตมิคาสะไม่รู้หรอกว่าเธอกับรีไวล์ หรือกับพ่อแม่ หรือเพื่อนๆ ทุกคนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรไปอีกไหม เพราะฉะนั้นตอนนี้เธอขอใช้พร้อมกับตักตวงความสุขจากช่วงเวลาในปัจจุบันนี้ให้ดีที่สุดก็แล้วกัน

ผลงานอื่นๆ ของ NopeShipper

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 31 มีนาคม 2564 / 12:32
    งุ้ยย เฮียรอน้องมาตั้ง3ปีน้องก็แบบ... อร้ายย เขิลลล
    #3
    0
  2. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:36

    ฟินมากก😂https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-06.png

    #2
    0
  3. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:01

    สนุกค่ะ..♡(∩o∩)♡Happy

    #1
    0