THE SECRET MISSION BEFORE CHRISTMAS

ตอนที่ 1 : CHAPTER 1: It's Christmas eve time

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    25 ธ.ค. 62


Chapter 1 : It’s Christmas eve time 

 

               ณ ฐานทัพคริสต์มาสลับ หมู่บ้านสโนว์แลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ 


“ติซวง!” เสียงแหลมๆของเอลฟ์คนน้องทำให้เอลฟ์ผู้เป็นพี่ที่กำลังนั่งเท้าคางมองเหม่ออยู่ถึงกับสะดุ้งเฮือก มือปัดของเล่นที่กำลังทาสีอยู่กระเด็นหลุดมือไปอีกฝั่ง 

            “อะไรของเธอเนี่ยติพึง มาตะโกนใส่หูฉันแบบนี้ฉันก็ตกใจหมดสิ” ติซวงทำหน้ามุ่ยค้อนเอลฟ์คนน้อง ขณะที่เหลือบตามองสีน้ำสีแดงแปร๊ดที่เผลอทำพู่กันตวัดเลอะใส่มือเมื่อกี้อย่างหนักใจ ทำไมพักนี้ถึงได้ซุ่มซ่ามแบบนี้นะเรา... 

            “ฉันน่ะตะโกนเรียกเธอจะเป็นสิบรอบแล้วมั้ง เธอก็เอาแต่นั่งตาลอยคอยแฟนอยู่นั่นแหละ” ติพึง เอลฟ์คนน้องที่แต่งตัวด้วยชุดเสื้อแขนยาวกับกระโปรงและหมวกเอลฟ์แหลมๆที่มีกระดิ่งสีทองห้อยอยู่บนหัวสั่นดังกรุ๋งกริ๋งในเวลาที่ขยับตัวยืนเท้าสะเอวมองผู้เป็นพี่สาวอย่างล้อเลียน 

            “แล้วนั่นแต่งตัวอะไรของเธอน่ะ -_-^” เอลฟ์ติซวงมองน้องสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าที่มีรองเท่าบู๊ธสีขาวเข้าชุดกันอย่างหวาดกลัว แฟชั่นการแต่งตัวของน้องสาวเธอยิ่งนับวันเธอก็ยิ่งเข้าไม่ถึง 

            “แฟชั่นต้อนรับคริสต์มาสของฉันไง O_O 

            “น่าสยดสยองดี” ติซวงพึมพำกับตัวเองเงียบๆปล่อยให้น้องสาวคนสวยของตัวเองก้มลงสำรวจชุดตัวเองต่อไป 

            “ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยเมื่อกี้เธอนั่งใจลอยไปถึงไหน ของเล่นที่ซานต้ารานีสั่งให้ทำแจกเด็กๆในวันคริสต์มาสทำเสร็จแล้วหรือไงฮึ” 

            เป็นธรรมดาที่เอลฟ์จะมีหน้าที่ทำของเล่นสารพัดชนิดเพื่อแจกเป็นของขวัญแก่เด็กดีทั่วทุกมุมโลก แต่จะบอกอะไรให้นะจริงๆแล้วซานต้าน่ะไม่ได้มีอยู่แค่คนเดียวบนโลกหรอก ทุกประเทศต่างก็มีซานต้าที่ทำหน้าที่ประจำในแต่ละประเทศของตัวเองทั้งนั้น คิดดูสิว่ามันจะเป็นไปได้ไงที่ชายแก่หนวดขาวอายุหลายร้อนหลายพันปีจะสามารถขับรถกวางลากเลื่อนไปส่งของขวัญให้เด็กๆทั่วโลกได้ครบภายในคืนเดียว ไปบอกเด็กอนุบาลยังไม่มีใครเชื่อเลย -_-* 

            แล้วอีกอย่าง...ซานต้าก็ไม่จำเป็นต้องเป็นชายแก่เสมอไปด้วย 

            “ซานต้ารานีสั่งให้เธอมาถามหรือว่าเธอตั้งใจจะมาสอดแนมฉันเองกันแน่ว่าฉันกำลังทำของเล่นอะไรให้เด็กๆ” ติซวงหรี่ตามองเอลฟ์คนน้องอย่างจ้องจับผิด ใช่...ซานต้าที่พวกเธอสังกัดด้วยเป็นผู้หญิง และเอลฟ์ติพึงก็เริ่มมีอาการล่อกแล่กอย่างเห็นได้ชัด 

            “ปละ...เปล่าซักหน่อยถ้าฉันจะมาสอดแนมเธอสู้ฉันเอาเวลาไปสอดแนมพี่ติวานไม่ดีกว่าหรือไง พี่ติวานออกจะทำของเล่นเก่งกว่าเธอตั้งเยอะ ชิ! -^-“ เอลฟ์ติพึงทำหน้ามุ่ยกลบเกลื่อนเมื่อโดนจับไต๋ได้พลางอ้างถึงชื่อเอลฟ์ผู้พี่อีกคน 

            “เธอก็รู้ว่าพี่ติวานไม่ได้มีหน้าที่ทำของเล่นเหมือนพวกเรา ปีนี้พี่เขาเรียนจบไฮสคูลเอลฟ์สาขาจัดช่อดอกโฮลี่จนได้ไปจัดช่อโฮลี่ต้อนรับคริสต์มาสให้เด็กดีที่บ้านไปแล้ว” และก็ใช่อีกอย่างที่ติซวงพูด เอลฟ์ไม่ได้มีหน้าที่แค่ทำของขวัญเพียงอย่างเดียวอย่างที่ผู้คนส่วนใหญ่เข้าใจ ยังมีเอลฟ์อีกมากมายบที่พอเรียนจบ ค้นพบเส้นทางของตัวเองที่ตัวเองถนัดแล้วก็ไปทำงานในแบบที่ตัวเองชอบ อย่างพี่เอลฟ์ติวานของเธอและติพึงที่ไปทำหน้าที่จัดช่อดอกโฮลี่ให้หมู่บ้านในนิวซีแลนด์แต่ละบ้าน เป็นต้น.... 

            “เฮ้อ เมื่อไหร่ฉันจะเรียนจบได้ย้ายไปเรียนไฮสคูลแบบพวกเธอบ้างนะ ฉันไม่อยากต้องมานั่งทำของเล่นพวกนี้แล้ว T^T” เอลฟ์ติพึงเริ่มเบ้ปากโอดครวญ 

            “เอลฟ์เด็กๆที่ยังไม่จบไพรมารี่ตอนต้นก็ต้องเรียนทำของเล่นไปก่อนทั้งนั้นแหละ ไม่งั้นใครจะทำของขวัญให้เด็กๆกันเล่า” ติซวงว่าอย่างหนักใจพลางใช้พู่กันจุ่มสีแดงเพื่อระบายปากตุ๊กตาไม้ตัวหนึ่งที่กำลังอยู่ในมืออย่างใจจดใจจ่อ 

            “เรียนไปก็เท่านั้น ก็ฉันรู้ตัวแล้วนี่ว่าฉันชอบออกแบบเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัว ฉันอยากออกไปทำชุดสวยๆให้เด็กๆมากกว่า” ติพึงกอดอกทำหน้าบึ้ง ในขณะที่เอลฟ์ติซวงผู้เป็นพี่สาวยักไหล่อย่างห่อเหี่ยวเหมือนคนกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ 

            “รออีกหน่อยจะเป็นไรไป ดีออกเธอจะได้ฝึกทำทั้งชุดที่เธอชอบแล้วก็ของเล่นพวกนี้พร้อมๆกันไปด้วยไง” ยังดีที่ติพึงยังรู้ว่าตัวเองชอบทำอะไร อยากทำอะไรต่อไปในอนาคต แต่เธอนี่สิ.... 

            “นี่...ใครก็ได้มาซักผ้าให้หน่อยดิ เดี๋ยวฉันต้องใส่ไปออกงานเวลาไปแจกของขวัญให้พวกเด็กๆอีก” เสียงดังมาจากข้างบนบ้านต้นไม้หลังเล็กๆที่พวกเธออาศัยอยู่ ซึ่งดูก็รู้ว่าไม่ใช่เสียงซานต้ารานีแน่ๆ เพราะซานต้าของพวกเธอทำงานอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเมืองจะมาที่นี่ก็ต่อเมื่อในคืนวันคริสต์มาสเท่านั้น และที่สำคัญซานต้ารานีไม่ได้เสียงห้าวเหมือนผู้ชายแบบเมื่อกี้ 

            “พี่ก็ซักเองสิ ฉันกับติพึงมีงานทำของงเล่นเด็กที่ต้องทำล้นมืออีกเนี่ยเห็นมั้ย -*-” ใครยอมซักให้ก็บ้าแล้ว ชุดเอลฟ์น่ะมีทั้งหมวก รองเท้า เสื้อ กางเกงแล้วก็พวกเครื่องประดับอีกตั้งมากมายหลายอย่างที่จะต้องทำความสะอาด ซึ่งทั้งหมดนี่เอลฟ์พี่ชายจอมขี้เกียจของเธอกลับโบ้ยให้เป็นงานของน้องๆซะงั้น 

            “คนอย่างเอลฟ์เจมส์เนี่ยนะที่จะต้องมาซักผ้าเอง นี่มันงานของผู้หญิงชัดๆ” และนั่นคือข้ออ้างของเอลฟ์พี่โตสุดที่มักจะใช้ข่มขู่น้องๆเป็นประจำ ติพึงที่ยืนอยู่ข้างๆถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย 

            “แล้วนั่นพี่แต่งตัวจะออกไปไหนน่ะ? นี่ก็วันคริสต์มาสอีฟแล้วนะ” เอลฟ์คนน้องเอ่ยปากถามเมื่อเห็นทรงผมของเอลฟ์พี่ชายเซ็ตทรงตั้งเป็นนกกระตั้วเสียเรียบร้อย แถมยังแต่งชุดเอลฟ์สีดำที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เขาไม่ใส่ในเทศกาลใกล้วันคริสต์มาสเตรียมพร้อมจะออกไปข้างนอกเสร็จสรรพ 

            “ฉันจะออกไปเตรียมรถลากเลื่อนให้ซานต้าน่ะสิ ซานต้าจ้างฉันให้มาดูแลให้อาหารรูดอฟฉันก็ต้องทำงานให้มันคุ้มค่าตัวหน่อย” 

            “จะแอบออกไปเที่ยวนอกเมืองล่ะสิไม่ว่า” ติซวงซุบซิบกับติพึงพลางเหล่ตามอง 

            “เธอว่าไงนะ-*-” 

            “จ้างฉันซักยี่สิบดอลสิ แล้วพี่ก็ต้องช่วยฉันกับติพึงเย็บตุ๊กตาหมีพวกนี้ให้เด็กๆด้วยเป็นการแลกเปลี่ยนไงจะได้แฟร์ๆ” ติซวงยิ้มกริ่มต่อรอง 

            “ถ้าฉันต้องทำงานพวกนั้นให้พวกเธอแล้วฉันจะจ้างพวกเธอซักทำไมกัน เอามานี่...ซักเองก็ได้วะ” เสียงบ่นอุบไม่พอใจดังออกมาเป็นระยะพร้อมกับหน้าบึ้งๆของเอลฟ์เจมส์ที่ยึดชุดของตัวเองคืนมาจากน้องแล้วทำท่าจะเดินไปหลังบ้าน หากแต่... 

            “เออ ระหว่างที่ฉันไปให้อาหารรูดอฟฝากดูแลลูกแก้วหิมะแห่งความฝันของเด็กๆด้วยอย่าให้มันหายล่ะ ซานต้ารานีต้องใช้มันในคืนวันคริสต์มาสพรุ่งนี้” เอลฟ์เจมส์ยังไม่วายหันกลับมามอบหมายงานอีกอย่างให้น้องๆ รูดอฟที่เขาพูดถึงอยู่บ่อยๆเป็นกวางตัวโปรดของซานต้าที่ใช้นำทางรถลากเลื่อนไปแจกของขวัญเด็กๆที่บ้านต่างๆ เอลฟ์เจมส์เป็นคนทำหน้าที่ดูแลอาบน้ำและให้อาหารมันเป็นอย่างดีทุกปีก่อนถึงคืนวันคริสต์มาส ส่วนลูกแก้วหิมะความฝันนี่ก็คือ... 

            “ใครเขาจะกล้ามาขโมยกัน ไม่มีลูกแก้วหิมะแห่งความฝันซานต้าจะไม่มีทางรู้เลยว่าความฝันของเด็กดีแต่ละคนคืออะไร แล้วแด็กคนนั้นจะอยากได้อะไรเป็นของขวัญในปีนี้” ติพึงทำหน้าที่อธิบายหน้าที่ทุกอย่างของมันไว้จนหมด ใช่แล้ว...เพราะงั้นลูกแก้วหิมะความฝันจึงเป็นของที่สำคัญมาก เพราะเพียงแค่อ่านรายชื่อของเด็กดีคนนั้นแล้วลูกแก้วหิมะความฝันก็จะสามารถบอกความฝันหรือสิ่งที่เด็กคนนั้นต้องการอย่างละเอียด มันเป็นลูกแก้วที่สามารถหยั่งรู้ความต้องการในจิตใจอันใสซื่อบริสุทธิ์ของเด็กๆได้ 

            “นั่นแหละ เพราะงั้นถ้ามันหายบอกเลยพวกเธอมีแต่ไม่รอดกับไม่รอดสถานเดียว ซานต้ารานีลงโทษพวกเธอเละแน่” เอลฟ์เจมส์ทำท่ายักคิ้วกวนทำท่าเอานิ้วปาดคอตัวเองประกอบ เก่งดีนักเรื่องขู่น้องๆเนี่ย! 

            “ก่อนที่พวกฉันจะไม่รอดฉันว่าพี่คงจะเละไปก่อนล่ะนะ เพราะซานต้ารานีสั่งให้พี่เป็นคนดูแลลูกแก้วนี่นา” 

            “แต่พอฉันต้องไปดูแลรูดอฟหน้าที่นั้นมันก็ต้องตกเป็นของพวกเธอสองคน เธอจะให้ฉันพกลูกแก้วไปแล้วอาบน้ำให้รูดอฟไปหรือไง” 

            “ก็ถ้ามันไม่ลำบากจนเกินไปฉันเชื่อว่าพี่ก็ทำได้ แต่พี่เลือกที่จะไม่ทำ” ติซวงวางหุ่นไม้ที่ระบายสีเสร็จลงบนโต๊ะ “แต่เอาเถอะ ฉันจะช่วยพี่ดูแลลูกแก้วให้” 

            “ขอบใจ ฉันไปล่ะ เดี๋ยวรูดอฟคอยนาน” พูดจบเอลฟ์เจมส์ก็ทำท่าจะเดินออกจากบ้านไปอีกรอบหากแต่หันกลับมาจัดทรงผมตัวเองหน้ากระจกอีก 

            “พวกเธอว่าฉันควรไว้หนวดกับเคราตรงนี้ซักหน่อยดีมั้ยจะได้ดูเข้มๆ” 

            “จะไว้ให้รูดอฟมันกลัวหรือไง หน้าตาการแต่งตัวพี่ทุกวันนี้ก็เหมือนโจรจะแย่อยู่แล้ว -_-;; 

            “สายตาไม่ได้เรื่องเลยพวกเธอเนี่ย พี่ชายตัวเองหล่อขนาดนี้ยังว่าชาตินี้ก็ไม่มีวันหาแฟนได้หรอก! 

            “จะไปก็ไปซักทีฉันไม่มีสมาธิทำของเล่น-*-” ติพึงว่าอย่างหัวเสียพลางเงยหน้าขึ้นมาจากการเย็บหูให้ตุ๊กตาหมี 

            “ฮึ่ยฝากไว้ก่อนเถอะ” เสียงกรุ๋งกริ๋งที่ดังจากหมวกเอลฟ์สีดำของเอลฟ์เจมส์ค่อยๆเบาลงไปพร้อมกับเสียงกระแทกประตูดังปังที่ตามมา บ่งบอกได้ว่าบ้านต้นไม้หลังเล็กของพวกเธอคงได้กลับเข้าสู่ความสงบสุขซักที เอลฟ์น้อยทั้งสองถอนหายใจกันอย่างโล่งอกที่ตัวก่อกวนในที่สุดก็ได้เวลาออกไปทำงานนอกบ้านแล้ว 

            “คอยดูนะ ถ้าฉันเรียนจบไฮสคูลแบบพี่เอลฟ์เจมส์หรือพี่เอลฟ์ติวานเมื่อไหร่ฉันจะไปสร้างบ้านต้นไม้หลังใหม่เป็นของตัวเอง จะเปิดให้เป็นร้านตัดเย็บเสื้อผ้าเอาให้ดังระเบิดระเบ้อไปทั้งนิวซีแลนด์เลย” เอลฟ์น้อยติพึงยืดขายืดแขนเพื่อบิดขี้เกียจก่อนจะบุ้ยปากไปทางตัวต้นเหตุที่ทำให้อารมณ์เสีย 

            “เอาน่า นานๆทีจะได้เห็นพี่เอลฟ์เจมส์ออกจากบ้าน ให้ไปเลี้ยงรูดอฟแบบนี้ก็ดีแล้วอย่างน้อยจะได้มีเพื่อนคุย” เอลฟ์ติซวงพูดอย่างใจเย็น 

            “เธอหมายความว่าจะให้พี่ชายเราคุยกับกวางเรนเดียร์เหรอ -_-? 

            “ก็ยังดีกว่าไม่ได้คุยกับใครเลยนั่นแหละ” ติซวงขำ “ฉันล่ะอิจฉาพวกเธอจัง...” 

            “หืมอิจฉาพวกฉันอิจฉาเรื่องอะไร” คราวนี้เป็นเอลฟ์คนน้องที่ขำด้วยความตลกบ้างยามเมื่อมองสีหน้ามุ่ยของพี่สาวที่ถอนหายใจไปแล้วหลายเฮือกใหญ่ขณะที่มองเหม่ออกไปทางนอกหน้าต่างบ้าน ละอองหิมะสีขาวกำลังเริ่มต้นโปรบปรายลงสู่ฟากฟ้าส่งสัญญาณว่าวันคริสต์มาสเริ่มใกล้เข้ามาถึงแล้ว 

            “เธอยังรู้ความฝันตัวเองว่าอยากเป็นอะไร อยากได้อะไร หรืออยากทำอะไร” 

            “แล้วเธอไม่รู้เหรอ?” ติพึงมุ่นคิ้วงงๆ ไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่พี่สาวต้องการจะสื่อซักเท่าไหร่ 

            “รู้...แต่บางทีก็ไม่รู้” 

            “อ้าว อะไรของเธอเนี่ย สรุปว่ารู้หรือไม่รู้” เสียงของติพึงที่ถามชักสงสัยขึ้นเรื่อยๆ และนั่นยิ่งทำให้เอลฟ์ติซวงยิ่งคิดหนักเข้าไปใหญ่ 

            “คือ...มันอธิบายยากน่ะ มันมีช่วงหนึ่งที่ฉันรู้สึกว่าฉันรู้ว่าฉันชอบทำสิ่งนี้ แต่พอรู้ตัวอีกทีฉันก็ไม่ชอบทำมันแล้ว และฉันก็รู้สึกว่าฉันสามารถทำอย่างอื่นก็ได้ดีในเวลาเดียวกัน แต่มันก็ไม่ใช่ซะทั้งหมด” เอลฟ์ติซวงเอามือเล็กๆลูบหน้าพลางฟุบลงกับเต๊ะแล้วห่อตัวในเสื้อเอลฟ์สีชมพูของตัวเองอย่างครุ่นคิด “เธอก็รู้ใช่มั้ยว่าฉันขึ้นไฮสคูลแล้ว” 

            “อ่าฮะ รู้ดีเลยแหละ -_- 

            “แต่ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยากทำงานด้านไหน หรือ...ฉันอยากเป็นเอลฟ์แผนกอะไร ในขณะที่ดูตัวเธอสิ” ติซวงชี้ไปทางน้องสาวที่นั่งฟังเธอระบายปรับทุกข์อยู่ “เธอเพิ่งขึ้นไพรมารี่ด้วยซ้ำแต่กลับรู้ว่าตัวเองชอบทำอะไรแซงหน้าฉันไปแล้ว แถมยังดูโตเป็นสาวกว่าฉันอีก” 

            “มันเป็นเพราะเธอไม่ยอมแต่งหน้าแต่งตัวให้เป็นสาวเองต่างหากล่ะ เวลาฉันจะตัดชุดผู้หญิงสวยๆให้เธอก็บอกไม่เอาๆลูกเดียว” ติพึงแย้ง 

            “อย่างพี่เอลฟ์ติวานก็ดูมีความสุขกับการที่ได้เรียนจัดดอกไม้ตอนอยู่ไฮสคูล พอเรียนจบก็เลยได้เป็นเอลฟ์ทำงานแผนกจัดช่อดอกโฮลี่เอาไว้ประดับหน้าบ้านคนในวันคริสต์มาส ได้จัดช่อมิสเซิลโทสวยๆตลอดทั้งหน้าหนาว” ติซวงกะพริบตาปริบๆในขณะที่นึกภาพเอลฟ์พี่สาวอีกคนที่ป่านนี้คงได้ทำงานที่ตัวเองรักสบายใจเฉิบอยู่ข้างนอกไปแล้ว 

            “พี่เอลฟ์เจมส์ก็ไม่เห็นจะทำงานตรงตามที่เรียนมาซักหน่อย ฉันจำได้ว่าตอนเรียนพี่เขาเก่งเลขพอจบออกมายังไปทำงานเลี้ยงกวางรูดอฟให้ซานต้าได้เลย” ติพึงพยายามหาข้อสนับสนุนมาทำให้เอล์ฟติซวงสบายใจขึ้น แต่อีกคนกลับทำหน้าบูด 

            “ใครว่าล่ะ เพราะพี่เอลฟ์เจมส์เก่งเรื่องคำนวณเลขก็เลยได้เป็นคนดูแลรูดอฟแล้วก็เรื่องจำนวนรายชื่อเด็กดีทั้งหมดที่จะได้ของขวัญในปีนี้ต่างหาก ถ้าขืนให้คนที่ไม่เก่งเลขไปทำล่ะก็งงตายเลย มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะที่จะต้องคำนวณว่าปีหนึ่งมีกี่บ้านในประเทศที่ต้องได้ของขวัญจากเรา” ติซวงทำหน้าขยาดเพราะกำลังนึกภาพตัวเองที่ทำงานนั้นแทนพี่ชายอยู่ 

            “อืม ก็จริง” ติพึงเห็นพ้อง “มันต้องมีงานซักงานที่เหมาะกับเธอสิน่า! 

            “ไม่มีหรอก ฉันถามตัวเองด้วยคำถามนี้มาหลายปีซ้ำๆยังไม่ได้คำตอบเลย T_T 

            “การที่จะรู้ว่าตัวเองชอบอะไรมันยากขนาดนั้นเลยหรือไงนะ” 

            “มันต้องยากแน่นอนอยู่แล้วสิ ไม่งั้นฉันจะมานั่งกลุ้มใจแบบนี้ทำไมกัน” ติซวงทำปากจู๋ รู้สึกอยากเอาหัวตัวเองโขกโต๊ะไม้ที่นั่งอยู่ซักสิบทีเผื่อจะมีความคิดดีๆผุดขึ้นมาบ้าง “ทำไมแบบนี้ไม่เห็นมีนางฟ้าแม่ทูนหัวอย่างในนิทานมาชี้แนะแนวทางให้ฉันบ้างเลยนะ! TOT 

            “....” ติพึงนิ่งเงียบไปพลางครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่าง ก่อนจะพูดเสียงเจ้าเล่ห์เบาๆราวกับกระซิบว่า 

            “ไกด์นำทางงั้นเหรอ” 

            “....เธอทำหน้าอย่างนั้นทีไรฉันรู้สึกใจคอไม่ดีเลยให้ตายสิ -_-; 

            “ฉันว่าฉันคิดหาวิธีดีๆให้เธอออกแล้วล่ะ แต่อาจจะไม่ใช่นางฟ้าแม่ทูนหัวนะ >_^” เอลฟ์ติพึงขยิบตายิ้มด้วยสีหน้าที่ดูไม่น่าไว้วางใจ เล่นเอาเอลฟ์คนพี่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก 

            “ธะ..เธอหมายความว่ายังไงถ้าไม่ใช่นางฟ้าแม่ทูนหัว” 

            “ลูกแก้วหิมะแห่งความฝันไงล่ะ” ติพึงกอดอกยืดตัวอย่างภาคภูมิใจกับไอเดียของตัวเอง “พี่เอลฟ์เจมส์ฝากให้เราเป็นคนดูแลแล้ว เพราะงั้นแอบใช้ดูความฝันของตัวเองซักนิดหน่อยก็คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง” 

            “จริงด้วย ใช่แล้วเธอนี่เป็นน้องสาวที่ฉลาดชะมัดเลยติพึง!” ติซวงตบมืออย่างชอบใจ มีเอลฟ์ติพึงยิ้มกริ่มภาคภูมิใจอยู่ข้างๆ “ฉันก็แค่อาศัยช่วงจังหวะที่พี่เอลฟ์เจมส์ไม่อยู่แอบอธิษฐานแล้วถามกับลูกแก้วว่าความฝันของฉันคืออะไร” 

            “ถูกต้อง! เธอจะได้เลิกหน้าบูดเป็นปลาทูเมืองไทยแล้วทำงานห่อของขวัญพวกนี้ให้เด็กๆได้อย่างมีสมาธิซักที” 

            “ว่าแต่...ลูกแก้วหิมะแห่งความฝันที่ว่านี่มันถูกเก็บไว้ที่ไหนนะ?” เอลฟ์ติซวงเกาหัวแกรกๆเมื่อเพิ่งนึกขึ้นมาได้ จำได้ว่าเห็นครั้งสุดท้ายก็ตอนคริสต์มาสเมื่อปีก่อนที่พี่เอลฟ์เจมส์เอามาอวดน้องๆใหญ่ว่าได้รับมอบหมายหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่จากซานต้ารานีให้เป็นคนดูแลลูกแก้วนี้ ก่อนที่มันจะถูกเก็บไว้โดยเอลฟ์พี่ชายตัวแสบอย่างถาวรเพราะความหวงของจนเธอทั้งสองคนไม่มีโอกาสได้เห็นมันอีกเลย 

            “ตอนที่ฉันเข้าไปเก็บทำความสะอาดห้องเหม็นอับมรณะของพี่เอลฟ์เจมส์เมื่ออาทิตย์ก่อน ฉันเห็นมันถูกตั้งอยู่บนโต๊ะแลปท็อปใกล้ๆกับตู้กระจกในห้องนั่นแหละ เป็นไปได้ฉันไม่อยากจะกลับไปเหยียบห้องนั้นซ้ำสองด้วยซ้ำ ยี้!” ติพึงเบ้ปากทำหน้าขยะแขยง แหงล่ะ เพราะห้องของพี่เอลฟ์เจมส์ต่างก็รู้ดีกันในบ้านว่าเป็นห้องที่สกปรกซกมกขนาดไหน ถ้าบอกว่ามีงูอนาคอนด้าเข้าไปฟักไข่ในนั้นพวกเธอก็เลือกที่จะเชื่ออย่างไม่มีข้อแม้ เพราะทั้งเสื้อผ้า ซองขนมขบเคี้ยว เปลือกผลไม้สารพัดนานาชนิดต่างก็ไปกองอยู่ในห้องนั้นจนเอลฟ์น้อยทั้งสองไม่อยากจะเฉียดเข้าใกล้ 

            “เอ่อ...ฉันก็เหมือนกัน -_-^ แต่ครั้งนี้เธอต้องช่วยฉันนะติพึง~” เอลฟ์ติซวงเขย่าแขนทำเสียงอ้อนน้องสาว เอลฟ์ติพึงกลอกตาไปมาเป็นเลขแปดก่อนจะรับปากกับเอลฟ์คนพี่อย่างเสียไม่ได้ 

            “ก็ได้ๆ ครั้งนี้ฉันจะยอมช่วยเธอหาลูกแก้วนั่น แต่...ต้องแลกกับการที่เธอยอมให้ฉันแต่งหน้าเธอให้สมกับที่เป็นผู้หญิงตามใจชอบหนึ่งอาทิตย์นะโอเคมั้ย” 

            “ฟังดูไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่เลย ;--; 

            “ไม่โอเคงั้นฉันก็ถือว่าเธอไม่อยากให้ฉันช่วยแล้วกัน” เอลฟ์ติพึงทำท่าจะเดินหนีแต่ก็ถูกเอลฟ์คนพี่รีบดึงมือกลับมาเสียก่อน 

            “เอ้ยๆ อย่าเพิ่งไปสิ ฉันยอมให้เธอแต่งหน้าแต่งตัวให้ฉันอาทิตย์หนึ่งก็ได้ แต่แค่อาทิตย์เดียวเท่านั้นนะ ฉันไม่อยากฝันร้ายไปเป็นเดือน” เอลฟ์ติซวงเอามือปาดเหงื่อมองหน้าเอลฟ์ติพึงอย่างไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่ น้องสาวของเธอยิ้มหวานก่อนจะยื่นมือมาตบไหล่เธอดังปุๆ 

            “ต้องอย่างนี้สิถึงจะเรียกว่าดีล เอาล่ะ งั้นพวกเราไปหาลูกแก้วที่ห้อง....” 

            “เอ๊ะเดี๋ยวนะ...ลูกแก้วหิมะแห่งความฝันนี่มันใช่ลูกแก้วสีฟ้าใสๆข้างในมีละอองเกล็ดหิมะตกหรือเปล่า” ติซวงยื้อคนน้องไว้ก่อนพลางทำตาโตเมื่อเห็นอะไรบางอย่างทางด้านหลังเอลฟ์ติพึง 

            “อ่าฮะใช่ แล้วเวลาที่มีคนมาจับมัน มันก็จะเปลี่ยนสีกลายเป็นประกายสีทอง” 

            “มีโบว์คริสต์มาสลายสก๊อตซ์สีเขียวแดงผูกไว้ตรงฐานมันด้วยใช่มั้ย O_O 

            “ก็...คงใช่ ทำไมเธอจำแม่นจังเคยเห็นมันแค่ครั้งเดียวใช่หรือไง” 

            “มันโดนตัวประหลาดบินได้ขโมยไปโน่นแล้ว!!!! 

            พอพูดจบคำของพี่สาวติพึงก็หันไปประจันหน้ากับตัวประหลาดที่ว่าที่กำลังใช้ปีกใสๆเหมือนแมลงปอบินเสียงดังหึ่งๆอยู่ตรงโต๊ะกินข้าวในห้องนั่งเล่นบ้านด้วยความตกใจ เจ้าตัวนั้นหน้าตาเหมือนคนหรือไม่ก็เอลฟ์ที่มีขนาดจิ๋วลงไปอีกแทบจะทุกประการ เพียงแต่ใส่ชุดกระโปรงเหมือนเด็กทารกอายุไม่เกิน ปีและมีปีกสวยๆงอกออกมาที่กลางหลัง หน้าตาประกอบด้วยแก้มกลมๆสีชมพูนุ่นนิ่มเหมือนขนมสายไหมนั่นทำให้สิ่งมีชีวิตตรงหน้าดูเหมือนตุ๊กตานางฟ้าที่ใช้ประดับบนต้นคริสต์มาสตัวน้อย แต่การที่กำลังถือลูกแก้วหิมะแห่งความฝันอยู่ในมือแบบนั้นมันแปลเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจาก หัวขโมย’ ชัดๆ! 

            “หยุดเดี๋ยวนี้นะ เอาของพวกเราคืนมา” เอลฟ์ติซวงรีบทิ้งกระดาษห่อของขวัญในมือวิ่งไปดักอีกทางที่มีหน้าต่างกระจกบานกว้างเปิดอยู่เมื่อเห็นว่าหัวขโมยจัวจ้อยกำลังรีบกระพือปีกหาทางหนีทีไล่ออกจากบ้านหลังนี้ ส่วนติพึงเอลฟ์คนน้องก็รีบไปกางแขนดักอยู่ตรงประตูทางออกบ้านต้นไม้หลังน้อยพลางยิ้มอย่างผู้ชนะ 

            “ส่งลูกแก้วของพวกเราคืนมาซะดีๆเจ้าหัวขโมยน้อย เธอหนีไปไหนไม่รอดหรอก! 

            “ใช่ เอาของของคนอื่นไปแบบนี้นิสัยไม่ดีเลยนะ นั่นมันลูกแก้วของพวกเราแล้วเราก็จำเป็นต้องใช้มันในวันพรุ่งนี้ด้วย” 

            “(‘  ‘)” ดูเหมือนว่านางฟ้าองค์น้อยจะยังฟังที่ทั้งคู่พูดไม่รู้เรื่องจึงได้แต่เอาแต่กะพริบตากลมปริบๆทำหน้ามึนงง เสียงปีกใสที่กระพือดังหึ่งๆอยู่ด้านหลังทำให้เอลฟ์ทั้งคู่ต่างพากันจ้องมองด้วยความมหัศจรรย์จนตาแทบไม่กะพริบ 

            “เธอรู้มั้ยว่านี่มันตัวอะไรน่ะติพึง” ติซวงขอความเห็นจากน้อง ตั้งแต่เกิดมาเป็นเอลฟ์ 16 ปีทั้งชีวิตเธอยังไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตอะไรที่มีลักษณะคล้ายอย่างนี้มาก่อนเลย 

            “ไม่รู้สิ มองดูน่ารักจัง แต่...ฉันว่าเรามาห่วงที่เจ้าตัวนี้กำลังจะขโมยลูกแก้วเราไปก่อนมั้ยล่ะปัดโธ่! -*- 

            “เออใช่ ฉันลืมไปสนิทเลย นิสัยเห็นของน่ารักๆแล้วชอบใจอ่อนน่ะ” เอลฟ์ติซวงส่ายหน้าไล่ความมึนงงออกจากหัวพลางหันกลับมาจ้องหน้ากับศัตรูตัวจิ๋วอีกครั้ง “ส่งลูกแก้วของเราคืนมาเดี๋ยวนี้เลย! 

            “เอางี้ เธอค่อยๆต้อนมันให้ถอยหลังมาทางฝั่งฉันนะ แล้วฉันจะจับเจ้าหัวขโมยตัวจื๋วนี่ไว้เอง ตกลงมั้ย” ติพึงรีบวางแผนการในหัวอย่างรวดเร็ว ติซวงรีบพยักหน้าตกลงเพราะถ้าเป็นเรื่องไหวพริบล่ะก็น้องสาวย่อมมีมากกว่าเธอเป็นไหนๆ 

            นับหนึ่งถึงสามแล้วเธอก็จับมันไว้นะ หนึ่ง...”เอลฟ์ติซวงเริ่มนับขณะที่ค่อยๆก้าวเข้าไปหานางฟ้าตัวน้อยที่ถือลูกแก้วหิมะอยู่ในมือ เจ้าหัวขโมยตัวจิ๋วก็บินถอยหลังไปทางเอลฟ์ติพึงตามแผนที่วางไว้อย่างเหลือเชื่อ 

            “สอง....” ติซวงยิ้มกริ่ม ชัยชนะอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือเธอแล้ว ติพึงพยักหน้าค่อยๆอยู่ด้านหลังเป็นสัญญาณว่าพร้อมแล้ว นับสามได้เลย... 

            “สาม!!! โอ๊ย! เธอมาจับฉันไว้ทำไมเล่า T^T*” มือขาวของเอลฟ์ติซวงยกขึ้นมาลูบหัวที่เพิ่งโดนชนกับหัวของน้องสาวตัวเองป้อยๆ ตกลงกันแล้วอย่างดิบดีว่าอีกคนจะไล่ต้อนอีกคนจะเป็นคนจับขโมย ผลออกมาปรากฏว่าทั้งสองดันพุ่งเข้าชนกันเองแล้วล้มหัวโนลงกองกับพื้นก้นจ้ำเบ้าทั้งคู่ซะนี่ 

“ก็เธอวิ่งมาทางฉันทำไมล่ะ! ฮือ เจ็บชะมัดเลย” เอลฟ์ติพึงเองก็เจ็บไม่แพ้เอลฟ์ติซวงหรอกดูจากน้ำตาที่คลอเบ้าหลังจากชนอย่างแรงขนาดนั้น 

“ดูสิ เจ้าหัวขโมยบินหนีออกไปทางปล่องไฟแล้ว!” แต่ดูเหมือนคนที่รวบรวมสติในครั้งนี้ได้ดีกว่าจะเป็นติซวง นางฟ้าหัวขโมยตัวจิ๋วไม่รอช้ารีบบินเผ่นออกจากบ้านต้นไม้ของเอลฟ์ทั้งสองก่อนที่ตัวเองจะโดนเอลฟ์สองพี่น้องจับได้อย่างทันการ เอลฟ์ติซวงและเอลฟ์ติพึงรีบวิ่งตามออกไปที่หน้าบ้านแต่ก็ดูเหมือนจะช้าเกินไปเสียแล้ว... 

“พวกเราไล่ตามมันไม่ทันหรอก เราพอมีวิธีอื่นมั้ย” เอลฟ์ติซวงหอบแฮ่กๆเอามือจับหน้าท้องที่จุกเพราะแรงวิ่งของตัวเอง 

“มันบินไปทางทิศตะวันออก ดูเหมือนจะเป็นหมู่บ้านลอยกระทงของที่เมืองไทย” ติพึงคาดเดาคร่าวๆ ที่หมู่บ้านประเทศที่ว่านั้นแตกต่างจากประเทศที่เธออยู่อย่างสิ้นเชิงแม้จะอยู่ห่างกันแค่มีสะพานข้ามแม่น้ำคั่นกลาง เธอเคยไปเดินเที่ยวใกล้ๆกับหมู่บ้านที่ว่านั่นหลายรอบแต่ก็ไม่กล้าที่จะเฉียดเข้าไป เพราะอากาศในหมู่บ้านนั้นทั้งร้อนอบอ้าวและดูเป็นประเทศที่ดูเหมือนเป็นเวลากลางคืนตลอดทั้งวัน 

“งั้นเราก็ต้องรีบไปตามหาลูกแก้วที่นั่นก่อนที่พี่เอลฟ์เจมส์จะรู้เรื่องนี้ ไปกันเถอะ” ติซวงบอกอย่าวไม่กลัวเกรง 

“เดี๋ยว แต่หมู่บ้านนั้นเห็นเขาว่ากันว่ามีกระสือด้วยนะ เธอจะกล้าเข้าไปเหรอ T_T” เอลฟ์ติพึงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ยามเมื่อนึกถึงแสงปริศนาที่ส่องวาบๆมาจากหมู่บ้านฝั่งนั้น 

“กระ...กระสืออะไรของเธอ เขาก็แค่เล่าเป็นนิทานหลอกเด็กเพื่อไม่ให้คนกล้าข้ามไปประเทศนั้นมากกว่าล่ะมั้ง =_=^” ติซวงเองก็ชักเริ่มระแวงไปตามน้องสาวแต่ก็ยังทำฟอร์มเข้ม 

จริงๆนะ ฉันเคยแอบไปเที่ยวที่ใกล้ๆหมูบ้านที่ไทยบ่อยๆ มันมีแสงวาบๆสีเหลืองลอยออกมาจากแม่น้ำด้วย” ติพึงทำเสียงเล็กเสียงน้อยให้ฟังดูน่ากลัว สายตาของเธออ้อนวอนพี่สาวอย่างเต็มเปี่ยมว่าอย่าเข้าไปในหมู่บ้านนั้นเลยขอร้องล่ะ 

“ไร้สาระน่า กระสืออะไรจะหายใจใต้น้ำได้ล่ะคิดสิ!” 

“ฮืออออ ก็ฉันกลัวนี่นา ถ้าเกิดฉันกับเธอข้ามไปแล้วโดนกระสือที่ประเทศนั้นกินตับไตไส้พุงจนหมดล่ะ เด็กๆจะไม่มีคนทำของขวัญให้ในวันคริสต์มาสอีกต่อไปเลยนะ” 

“ฉันว่ามันคงน่ากลัวกว่าถ้าเรารออยู่ที่นี่โดยไม่พยายามทำอะไรเลย จนพี่เอลฟ์เจมส์กลับมารู้เรื่องเข้าว่าฉันกับเธอทำลูกแก้วหิมะแห่งความฝันหายไปเนี่ยแหละ เหอะ!” เอลฟ์ติซวงทำท่าขนลุกยามที่จินตนาการถึงเหตุการณ์ที่ว่า 

“ก็ช่างพี่เอลฟ์เจมส์สิ เธอก็รู้ว่าเขาโกรธแป๊บๆเดี๋ยวก็หายเองนั่นล่ะ” 

“แล้วถ้าซานต้ารานีมารู้เรื่องนี้เข้าล่ะ งานไม่เข้าพวกเราทั้งสามคนเลยเหรอ” 

“....” เอลฟ์ติพึงเงียบไปพลางเม้มปากเมื่อคิดตามในสิ่งที่เอลฟ์พี่สาวพูด ก็จริงของติซวง...พี่ชายของพวกเธอน่ะเรื่องขี้ประติ๋ว แต่ถ้าซานต้ารานีมารู้เข้าว่าพวกเธอทำงานที่ได้รับมอบหมายผิดพลาดเข้าล่ะก็...ทั้งนิวซีแลนด์คงกลายเป็นประเทศแกะย่างเพราะลุกเป็นไฟแน่ๆ! 

“รีบเข้าเถอะ ใกล้จะบ่ายแล้วเกิดพี่เอลฟ์เจมส์กลับมาไม่เจอใครที่บ้านแล้วจะยุ่ง” ติซวงรีบกระตุกมือน้องสาวให้ออกเดินทางพลางเดินนำหน้าไปก่อน ติพึงจำใจต้องเดินต้อยๆตามพี่สาวเพื่อไปตามหาลูกแก้วหิมะแห่งความฝันที่หมู่บ้านประหลาดนั่นแม้จะไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก จะมีอะไรรออยู่ตรงหน้าในหมู่บ้านกระสือนั่นก็ไม่รู้ แค่คิดก็สยองขวัญจะแย่แล้ว T^T 

คอยดูนะ ถ้าเจอกระสือเมื่อไหร่ฉันจะทิ้งพี่ติซวงเอาไว้ข้างหลังคนเดียวเลย คนห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟังดีนัก เชอะ!! T_T



TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #4 Santa Ranee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 18:51

    ติดตามๆ

    #4
    0
  2. #1 Nu vang (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 17:05

    สนุกแล้วก็ตลกด้วยค่ะ

    #1
    0