นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [OS B1A4] Milk Tooth (JinChan)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

[OS : B1A4] 

MilTooth

Relationship : Jinchan

Rate : 13 Yrs up

 



                        “ฟันน้ำนมของคนเรามี 20 ซี่

                             และผมมีโอกาสเพียง 20 ครั้งเพื่อได้พบเธอ”

 

t
b

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 มิ.ย. 60 / 14:07



OS : Milk Tooth




            มีใครยังจำฟันน้ำนมซี่แรกที่หลุดออกมาได้หรือเปล่าครับ

            หลายๆคนอาจจะลืมช่วงเวลานั้นไปแล้ว ครับมันไม่ใช่เรื่องที่เจ็บปวดอะไรหรอกที่ฟันน้ำนมของเด็กจะหลุดออกมาซักซี่สองซี่ ออกจะติดแนวน่ารำคาญมากกว่าว่ามั้ยล่ะ เด็กๆและผู้ปกครองหลายคนก็มีวิธีจัดการกับมันแตกต่างกันไป บางคนก็เอาลิ้นไปดุนๆเพื่อให้มันรู้สึกจั๊กจี้มากกว่าเดิมซึ่งผมก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่าทำไปทำไม -_-;; เพื่อนผมบางคนก็เลือกที่จะให้พ่อแม่ใช้ด้ายดึงเพื่อให้มันออกๆไปจากช่องปากตัดรำคาญไปซะ หรือไม่ก็ อดทนรอให้มันหลุดไปเอง

โดยปกติฟันน้ำนมของคนเราจะมีทั้งหมด 20 ซี่ใช่มั้ยล่ะครับ แล้วคิดดูสิว่าเราต้องทนอยู่กับสถานการณ์นี้ตอนเด็กๆถึง 20 ครั้ง แต่มันก็ไม่ได้แย่ไปซะทั้งหมดหรอก จริงๆแล้วผมแอบอยากให้ฟันผมหลุดเร็วๆด้วยซ้ำ เพราะเมื่อฟันผมหลุดหนึ่งครั้งจะมีเพื่อนคนแรกของผมที่มาหาผมถึงห้องนอน

อ่าผมต้องขอออกตัวก่อนว่านี่ไม่ใช่ฟิคสยองขวัญอย่างที่พวกคุณจินตนาการกัน ^^;; ผมกับเพื่อนคนนั้นเรามีโอกาสเจอกันยี่สิบครั้งในชีวิต และสาบานได้ว่ายี่สิบครั้งในชีวิตนั้นมันเป็นความทรงจำที่สวยงามที่สุดในชีวิตวัยเด็กของผม เธอเป็นเพื่อนคนแรกและคนเดียวที่ผมยอมแบ่งลูกกวาดให้เพื่อแลกกับการให้เธออยู่เป็นเพื่อนเล่น เธอคนนั้นชอบกินของหวานทุกชนิดทั้งที่คอยห้ามผมไม่ให้กิน เพราะงั้นผมเลยไม่อยากขัดเธอ ผมยกลูกกวาดกับของหวานนั้นให้เธอจนหมดทุกครั้งที่เจอกัน พอได้ของหวานแล้วเธอจะยิ้มสดใสมากกว่าเดิม ผมชอบรอยยิ้มที่ได้มาจากปากเล็กๆที่ดูดอมยิ้มนั้นมันน่ารักทุกครั้งที่ได้มอง

ผมอยากให้ผมยังมีฟันน้ำนมเหลืออยู่จังเพราะนับตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่ได้เจอกับเธออีกเลย นี่ก็ผ่านมาสิบกว่าปีแล้วมั้งที่ผมไม่ได้ซื้อลูกกวาดเพื่อรอเธอมาหาถึงห้อง ฟันน้ำนมยี่สิบซี่ของผมมันบรรจุเรื่องราวมากมายที่เกี่ยวกับผมและเธอเอาไว้ ไม่มีวันไหนใน 20 วันนั้นที่ผมจะลืมเธอ

โดยเฉพาะวันแรกที่เราได้พบกัน




“ลูกขึ้นไปนอนได้แล้วจินยอง พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแต่เช้านะ”

“ผมป่วยครับแม่” เด็กชายตัวน้อยวัยไม่เกินเจ็ดขวบขมวดคิ้วมุ่นกำบางอย่างที่ถือเอาไว้ในมือแน่น ระหว่างที่เดินขึ้นบันไดมายังห้องนอนตามที่แม่สั่ง

“ฟันน้ำนมหลุดไม่ใช่เรื่องที่จะมาอ้างเพื่อไม่ต้องไปโรงเรียนนะ -*- ต้องให้แม่บอกอีกกี่ครั้งว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ”

“แต่ผมไม่อยากไปโรงเรียนแล้ว ดันมาฟันหลอในงานวันเกิดตัวเองน่าอายจะตายไป” จินยองบ่นงึมงำพลางคลายมือที่กำอยู่ ฟันน้ำนมซี่เล็กเปื้อนเศษเหงือกสีชมพูปนคราบเลือดทำให้คนที่มองได้แต่เบ้ปากทำตาขวางด้วยความขัดใจ เพราะนึกไม่ค่อยออกว่าไอ้เจ้าอวัยวะหน้าตาน่าขยะแขยงแบบนี้มันเคยเข้าไปอยู่ในปากเขาได้ยังไง คิดแล้วน่าพะอืดพะอม!

“ไม่น่าอายหรอกลูก ลูกชายของแม่กำลังจะโตเป็นผู้ใหญ่” คนที่ขึ้นชื่อว่าแม่ยิ้มให้พลางเดินมาลูบหัวลูกชายจอมแก่นเบาๆ จินยองสะบัดออกเล็กน้อยพลางทำหน้าขึงขังเมื่อเห็นแม่ทำเหมือนตัวเองยังเป็นเด็ก

“แต่ถ้าไปโรงเรียนก็จะโดนเพื่อนล้อ บาโร ชินอู สองคนนั้นชอบแกล้งผม”

“ชินอูกับบาโรก็เคยฟันหลุดเหมือนลูกนี่ ^^

“แล้วก็ซานดึลผมไม่อยากให้ซานดึลเห็น แม่ว่าซานดึลจะชอบผมมากขึ้นเวลาที่เห็นผมโตเป็นผู้ใหญ่มั้ยครับ” จินยองว่าขณะที่หน้าเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อเล็กน้อย ซานดึลเป็นเด็กในห้องเรียนหน้าตาน่ารักอ่อนโยน และยังเป็นเด็กคนเดียวที่พอจะคุยและมีน้ำใจกับจินยองมากที่สุดจากที่คุณครูประจำชั้นเคยเล่ามา ไม่แปลกที่จินยองจะรู้สึกชอบและประทับใจในตัวเด็กคนนี้อยู่เงียบๆ

“ซานดึลต้องชอบแน่ๆจ้ะ ^^

“แต่ผมฟันหลอไม่หล่อแล้วนะ”

“แม่ว่าลูกรีบเข้านอนดีกว่า นี่ก็เกือบสี่ทุ่มแล้วด้วย ถ้าพรุ่งนี้ตื่นไปโรงเรียนไม่ทันจะถูกคุณครูทำโทษเอานะ” คุณแม่คนสวยตัดบทก่อนจะส่งลูกชายตัวดีเข้านอนพร้อมกำชับเป็นประโยคสุดท้าย

“อ้อ อย่าลืมเอาฟันไว้ใต้หมอนด้วยนะจ๊ะ ทำตามที่แม่บอกอย่าดื้อนะ”

…?

แกร๊ก

เสียงปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างของแม่เขาที่เดินจากไป ห้องนอนสไตล์เด็กผู้ชายที่ถูกตกแต่งด้วยหุ่นยนต์บังคับนานาชนิดและตุ๊กตาทหารอีกนับสิบตกอยู่ในความมืดมิดและเงียบสงัดยามค่ำคืน มีเพียงแสงดาวที่สาดแสงนวลสลัวๆมาจากทางหน้าต่างที่ติดม่านสีเขียวพริ้วไหวไปตามแรงลม เด็กชายตัวน้อยถอนหายใจด้วยความหงุดหงิดที่ไม่สามารถโน้มน้าวใจผู้เป็นแม่ให้เห็นดีเห็นงามกับการหยุดโรงเรียนในวันพรุ่งนี้ได้ มือเล็กยัดเอาฟันน้ำนมซี่ที่หลุดใส่ใต้หมอนไปส่งๆพลางกระโดดผลุงลงจากเตียงเพื่อส่องกระจกสำรวจหน้าตาตัวเองที่ดูเปลี่ยนไปเล็กน้อยยามเมื่ออวัยวะสีขาวในช่องปากได้หลุดออกไป ขมวดคิ้วหนามุ่นเมื่อเห็นช่องว่างน่าเกลียดแถวริมช่องปากที่ยังไม่มีฟันแท้เข้ามาเติมเต็มพลางทำหน้าบึ้งตึง ดวงตาเรียวยาวดูขุ่นมัวโดยอัตโนมัติอย่างครุ่นคิด

“ซานดึลเห็นต้องหัวเราะแน่ๆ แม่นะแม่”

“นี่~ แหวกม่านตรงนี้ให้หน่อยสิ ^^

…!!!

เงาในกระจกที่ส่องสะท้อนให้เห็นดวงตายาวเรียวเหมือนสุนัขจิ้งจอกที่เบิกกว้างยามเมื่อหันกลับไปตามต้นเสียงใสหวานที่ดังออกมาแถวหน้าต่าง เสียงปีกบางกระพือถี่ราวกับมีผีเสื้อนับร้อยเข้ามาอยู่ในห้องนอนเขา หากแต่ที่สายตาได้เห็นในความมืดมันกลับไม่ใช่ผีเสื้ออย่างที่คิด

ถึงจะเรียนอยู่แค่ชั้นเกรด แต่จินยองก็พอแยกสัตว์ต่างๆและแมลงออก และพอจะรู้ว่าบางอย่างที่กำลังพยายามตะเกียกตะกายดิ้นยุกยิกนั่นมันคน

คนที่มีปีกใสเหมือนแมลงปอและพยายามจะเข้ามาในห้องเขาทางหน้าต่างเขา

“คุยกับตัวเองอยู่เหรอ มาช่วยกงชานแหวกม่านออกไปก่อนเร็ว กงชานเข้าไปในนั้นไม่ได้ กงชานปีกติด T^T” ผู้บุกรุกอ้อนวอนเสียงน่าเห็นใจพลางทำหน้างองุ้มใส่เขา จินยองอ้าปากค้างพลางจ้องมองไปที่ปีกใสที่กำลังกระพืออยู่ด้านหลังเจ้าตัวไม่วางตา

“นายเป็นตัวอะไรอ่ะ แม่ฮะแม่ฮะช่วยด้วย!!

“อย่าเพิ่งเรียกแม่สิ เอากงชานเข้าไปก่อน T_T

“นายมันตัวประหลาด จะเข้ามาในห้องฉันทำไมฮะ!?

“พูดจาไม่น่ารักเลย -^- กงชานไม่ได้เป็นตัวประหลาดนะ กงชานเป็นทู้ธแฟร์รี่” ยัยเด็กคนนั้นคว่ำปากเป็นรูปสามเหลี่ยมพลางเกาะขอบหน้าต่างห้องผมเพื่อยันตัวเองขึ้นไป แต่น่าจะเป็นเพราะผ้าม่านที่กระพือตามแรงลมไม่หยุดนิ่งก็เลยทำให้ปีกใสบางๆของเธอไม่สามารถแหวกผ้าหนาๆนั้นเข้ามาได้

“ทู้ธแฟร์รี่ -_-? บ้าน่านางฟ้าเก็บฟันที่แม่เคยเล่านิทานให้ฟังอ่ะนะ” เด็กชายจินยองเบ้ปากพร้อมสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้บานหน้าต่างอีกระดับเพื่อพิจารณาเด็กตัวน้อยอีกคนใกล้ๆ

“ดึงกงชานขึ้นไปแล้วแหวกม่านตรงนี้ให้หน่อย -3-” มือเล็กที่เกาะหน้าต่างนั้นยื่นมาให้ผมช่วยดึงหน้าตาเฉย ผมยังไม่ละความพยายามที่จะถามให้รู้เรื่อง

“ถ้านายจะเข้ามาเก็บเอาฟันของฉันไปล่ะก็ฉันจะไม่ดึงนายขึ้นไปแน่ๆล่ะ” จินยองมองใบหน้าใสที่มีดวงตากลมๆเป็นประกายเหมือนลูกแก้วแล้วตัดสินใจแลบลิ้นใส่ กลีบปากบางสีชมพูอ่อนของอีกคนคว่ำกว่าเดิมพร้อมกับขมวดคิ้วสวยเอ่ยเสียงงุ้งงิ้งใส่เขา

“กงชานไม่ได้จะเอาฟันไปอย่างเดียว กงชานจะอยู่เป็นเล่นเป็นเพื่อนแล้วก็ให้ฟันแท้อันใหม่กับจินยองด้วย ^0^

…!?

“น้าาาดึงกงชานขึ้นไปก่อน เดี๋ยวกงชานจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง ^^” ปากรูปกระจับเล็กๆนั้นส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรให้พร้อมทำตาหยีเหมือนรูปสระอิ ทำให้จินยองได้เห็นใบหน้าที่ดูสว่างขึ้นของเพื่อนใหม่ได้ถนัดตากว่าเดิม ดวงหน้าหวานติดออกมาทางน่ารักมากกว่าที่จะเรียกว่าเป็นเด็กหน้าตาดี รอยยิ้มสดใสและแก้มสีแดงอมชมพูเหมือนขนมสายไหมช่วยทำให้โครงหน้านั้นดูสว่างน่ารักมากกว่าเดิม ดวงตากลมบล็อกเป็นประกายใสเหมือนลูกแก้วกำลังมองแล้วทำหน้าอ้อนวอนเขาอย่างน่าเอ็นดู เด็กจอมแก่นเจ้าของห้องมองร่างเล็กที่รอการตัดสินใจของเขาแล้วก็ถอนหายใจ

“เฮ้อก็ได้ เล่าทุกอย่างนะ”

“สัญญา ^0^” ยัยเด็กนั่นยื่นนิ้วก้อยมาเกี่ยวกับผมแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสกับตัวเธอมือน้อยนั่นนุ่มนิ่มมากกว่าที่ผมคิดไว้ตอนแรกและดูท่าจะมีขนาดเล็กกว่ามือผมซะด้วยซ้ำ เจ้าของรอยยิ้มยังคงยิ้มตาหยีให้ผมไม่เลิก

“อ่ะจับไว้” ผมส่งมืออีกข้างให้เจ้าของร่างตัวน้อยนั้นได้จับ นั่นทำให้เจ้าตัวยิ่งยิ้มเยอะพูดมากเข้าไปกันใหญ่

“จับแล้วๆ~

“ฮึบ” ผมออกแรงดึงพลางจับผ้าม่านริมหน้าต่างให้แหวกกว้างขึ้น เพียงไม่นานเท่าไหร่ก็สามารถดึงร่างเบาๆนั้นขึ้นมาจากแถวริมหน้าต่างนั้นได้ไม่ยากโดยที่ปีกและอวัยวะของอีกฝ่ายยังคงครบสามสิบสอง แต่ดูท่าจะล้มลุกคลุกคลานนิดหน่อยเพราะผมออกแรงเยอะเกินไปเราก็เลยกระเด็นกลิ้งไปนอนแผ่ด้วยกันบนเตียงทั้งสองคน

“ฮ้าเหนื่อยจัง ><

“ฉันสิที่ต้องเป็นคนเหนื่อย ฉันเป็นคนดึงนายขึ้นมานะ -*-” ผมหันไปว่ายัยเด็กหน้าหวานที่นอนกลิ้งหัวเราะคิกคักร่าเริงอยู่ข้างๆผม

“แต่กงชานก็บินมาไกลนะ กงชานก็ต้องเหนื่อยด้วยสิ”

“ชื่อกงชานเหรอ?

“ใช่! ^^

“เป็นนางฟ้าเก็บฟัน?

“อันที่จริงแม่กงชานบอกว่าเราเป็นทู้ธแฟร์รี่ แต่จะเรียกแบบนั้นก็ได้มั้ง ^^” กงชานลุกขึ้นนั่งสปริงตัวเด้งดึ๋งๆบนเตียงผมอย่างร่าเริงพลางเปิดใต้หมอนของผมที่เก็บฟันน้ำนมที่เพิ่งหลุดเอาไว้

“นี่ฟันของจินยองนี่ *0* กงชานขอเก็บเอาไว้ได้มั้ย”

“เออ เอาไปเถอะ ของน่าเกลียดอย่างนั้นฉันไม่อยากเห็นหรอก -_-^

“ไม่เห็นน่าเกลียดเลย ฟันของจินยองออกจะสวย มีเศษเหงือกสีชมพูติดอยู่ตรงนี้หน่อยๆด้วยเห็นมั้ยน่ารักจะตาย ><

“แหวะ แค่มีสีชมพูนายก็ว่าน่ารักแล้วหรือไง เอาไปไว้ไกลๆตาฉันเลยนะ”

“(‘ ^ ‘)” จินยองปัดมือกงชานที่กำลังชูฟันตัวเองขึ้นมาดูพลางหันหน้าหนี คนตัวเล็กมองฟันที่เก็บไว้ในมือหน้าเศร้าๆก่อนจะเก็บสิ่งที่ว่านั้นลงไปในถุงสีรุ้งที่พกติดตัวมา

“จินยองไม่ชอบเวลาฟันหลุดเหรอ” ในที่สุดคนตัวเล็กก็สะกิดไหล่คนที่กอดอกหันหน้าหนีไปทางอื่นแล้วชวนคุยเสียงหงอย จินยองตวัดดวงตารียาวขวางดุๆนั่นใส่เขา

“ไม่ชอบ”

“ทำไมล่ะ ถ้าฟันหลุดหนึ่งซี่ก็จะได้เจอกงชานหนึ่งครั้งนะ”

“ฉันไม่ได้อยากเจอนาย ฉันหงุดหงิดเวลาฉันไม่หล่อต่อหน้าซานดึล” จินยองพูดออกมาตรงๆตัดรำคาญ แต่กงชานก็ยังยิ้มหน้าระรื่นคลานต้วมเตี้ยมบนฟูกเตียงมาดักมองหน้าเขาใกล้ๆ พลางเขยิบดวงตากลมใสและจมูกเล็กๆเข้ามาใกล้หน้าเขาอีกระดับ

“นะนี่ ออกมาข้างนอกดึกๆดื่นๆแม่นายไม่ว่าหรือไงฮะ!? -_-*” จินยองขยับหนีใบหน้าหวานที่พยายามจ้องเขาอย่างเอาเป็นเอาตายพร้อมกับหลบสายตา

“งืมรู้แล้ว (‘ ^ ‘)”

“นายบอกแม่อย่างนั้นเหรอว่านายจะออกมาเก็บฟันฉัน?

“จินยองไม่ได้ไม่หล่อเพราะฟันหลอหรอก จินยองไม่หล่อเพราะจินยองเอาแต่ทำหน้าบึ้งไม่ยอมยิ้มต่างหาก”

…!

“ไหนลองยิ้มให้กงชานดูหน่อยสิ ^^

“ไม่!! ฟันฉันหลออยู่ เอามือออกไปไกลๆหน้าฉันนะยัยตัวประหลาด -*-” จินยองปัดมือนุ่มๆของกงชานที่จับแก้มออกเป็นพัลวัน แต่คราวนี้อีกคนกลับไม่ถือโทษโกรธอะไร

“ไม่เกี่ยวซะหน่อย ถ้ายิ้มกว้างๆแบบนี้ใครๆก็ชอบทั้งนั้นแหละ เดี๋ยวกงชานจะยิ้มให้ดูเป็นตัวอย่างนะ ใครๆก็บอกว่าเวลากงชานยิ้มแล้วน่ารัก ^[]^

” ผมนิ่งชะงักมองใบหน้าสดใสที่เปล่งประกายน่าจ้องมอง ร่างเล็กนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ตรงหน้าเอียงคอยื่นหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าผม ตากลมใสที่ตอนนี้แปรสภาพหยีเหมือนรูปสระอิ แก้มป่องสมวัยใสระเรือเหมือนสีลูกกวาด ปากเล็กเวลาที่ระบายยิ้มให้ผมจนเห็นฟันเขี้ยวเล็กๆสีขาวข้างในแล้วมันดูดีจริงๆแหละ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายัยนี่ยิ้มแล้วดูน่ารักอย่างที่คนอื่นพูด

“น่ารักใช่มั้ย กงชานเห็นจินยองหน้าแดง ^///^

“อะ..อื้ม เอ้ยไม่สิ เขี้ยวนายน่าเกลียดมาก ปะ..ไปให้พ้นเลยนะ =_=;;

“ว้าว! นั่นอมยิ้มใช่มั้ย สีรุ้งสวยจังเลยกงชานชอบ *0*” อยู่ดีๆร่างผอมเล็กๆก็คลานดุ๊กดิ๊กเปลี่ยนเป้าหมายไปหยิบอมยิ้มเสียบแก้วตรงหัวเตียงของผมออกมาชื่นชมพลิกซ้ายพลิกขวาเป็นการใหญ่ นี่ผมปรับอารมณ์กับเพื่อนใหม่คนนี้ไม่ทันจริงๆนะเนี่ย

“ทำไมต้องทำเป็นตื่นเต้นเหมือนไม่เคยกินขนาดนั้นด้วย”

“ที่ดินแดนของกงชานไม่ให้กิน อมยิ้มเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อฟันของเด็กๆ กงชานไม่เคยได้เห็นขนมเลยจนได้มาเห็นอมยิ้มของจริงในห้องจินยอง” คนตอบทำหน้ามุ่ยแล้วหันกลับไปชื่นชมอมยิ้มสีรุ้งนั่นต่อ ปีกใสข้างหลังกระพือถี่ราวกับกำลังเจอของน่าตื่นตาตื่นใจ “กินแล้วจะยิ้มเหมือนชื่อมั้ยนะ กงชานขอกินได้หรือเปล่า?

“เอาไปสิ ฉันแปรงฟันก่อนนอนไปแล้ว” จินยองเหล่ตามองคนที่นอนเกลือกกลิ้งไปมาอยู่บนเตียงตัวเอง “กินที่นี่ซักแป๊บแล้วค่อยกลับไปแม่นายคงไม่ว่าอะไรหรอกมั้ง

“นั่นสินะ นานๆกงชานถึงจะได้กินที ของหวานน่ะต้องนานๆกินทีถึงจะอร่อยมากกว่าเดิมใช่หรือเปล่า?” คนช่างพูดพลิกแก้มยุ้ยๆบนฟูกหันมาถามเขา จินยองเผลอยิ้มขำ

“ฮ่าๆ นายไม่เคยกินขนมไม่ใช่หรือไง แล้วใครเป็นคนบอกนาย”

“กงชานคิดเอง เหมือนฟันน้ำนมแต่ละซี่ที่หลุดออกมาไง ถ้าหลุดบ่อยๆมันก็ไม่น่าตื่นเต้นใช่มั้ยล่ะจินยอง เราต้องรอให้มันหลุดเองทีละซี่จนครบยี่สิบซี่ แต่ละซี่ที่หลุดออกไปจะมีความทรงจำละความรู้สึกที่ไม่เหมือนกัน อื้มมม~ >///< หวานอร่อยจังจินยองมีอีกแท่งมั้ย?

ปากเล็กยังคงพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุดพักขณะที่กำลังดูดอมยิ้มแท่งอร่อยสีรุ้งแล้วยิ้มสดใสไม่ยอมหุบ ลำตัวบางนุ่มนิ่มพลิกตัวสำรวจไปรอบเตียงอย่างซุกซนขณะที่อมแท่งขนมหวานแท่งเดิมไม่ได้หยุดปาก จินยองยิ้มขำน้อยๆก่อนจะทิ้งตัวนอนลงข้างๆเพื่อนใหม่บ้าง

“ถ้านายชอบไว้มาครั้งหน้าฉันจะซื้อมาไว้ให้นายอีก”

“ครั้งหน้าเหรอ อืมมมน่าจะเป็นเดือนหน้าล่ะที่ฟันจินยองจะหลุดอีกซี่” ดวงตาสีดำสนิทนั้นกลอกมองขึ้นข้างบนเพดานอย่างใช้ความคิด พลางหยิบสีเทียนและสมุดจดบันทึกรูปลูกกวาดหลากสีเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋าย่ามเพื่อดูอะไรบางอย่าง

“นายดูอะไรงั้นเหรอ” จินยองขยับตัวเข้าไปนอนใกล้ๆลำตัวบางแล้วชะโงกหน้าดูหน้าที่เป็นเหมือนตารางแผนภูมิรูปภาพในสมุด ใบหน้าน่ารักนั้นพลิกหันมามองกริยาอยากรู้ของเขาแล้วขำบ้างพลางกางสมุดที่ถืออยู่แล้วแบ่งกันดู

“ตารางฟันน้ำนมของจินยอง ดูนี่สิเดือนหน้าฟันจินยองจะหลุดออกมาอีกซี่ จากนั้นก็ต้องรออีกสามเดือน ตอนนี้เท่ากับว่าเราจะได้เจอกันอีกสิบเก้าครั้ง” อยู่ดีๆจินยองก็เริ่มรู้สึกชอบเสียงหวานใสที่พูดแจ้วๆข้างหูเขาขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก หรืออาจเป็นเพราะรอยยิ้มที่ได้มาจากอมยิ้มแท่งนั้นที่เขาให้เจ้าตัว มันเลยทำให้อีกคนดูน่ารักสดใสยามที่ยิ้มแย้มมากขึ้นอีกเป็นกอง

“สิบเก้าครั้งเองเหรอ…?

“ก็จนกว่าจินยองจะอายุสิบห้า ตรงนี้เขียนไว้ว่าฟันน้ำนมจินยองจะหลุดเป็นซี่สุดท้าย” นิ้วกลมนั้นชี้ให้เขาดูช่องสุดท้ายในตารางก่อนจะปิดสมุดลงพร้อมยิ้มแฉ่งโชว์ฟันขาวให้เขา “ให้ดูได้เท่านี้แหละ ^[]^

“ยัยขี้งก”

“กงชานไม่ได้ขี้งก กงชานให้จินยองดูได้แค่เท่านี้จริงๆ” คางมนเกยกับไหล่เขาพลางถูหน้าอ้อนขอความเห็นใจ “ขออมยิ้มให้กงชานตอนนี้เลยได้มั้ยอ่ะกว่าฟันจินยองจะหักครั้งหน้าก็อีกตั้งหนึ่งเดือนแน่ะ *^*

“นายขี้งกฉันก็จะใช้วิธีขี้งกกลับเหมือนกัน”

“จินยองขี้แกล้ง ให้ก่อนแค่นี้ก็ไม่ได้ T^T” กงชานหน้างองุ้มตาละห้อยแล้วดูดอมยิ้มอันเก่าต่อ ดวงตาคมเจ้าเล่ห์เปล่งประกายก่อนจะพูดทำข้อตกลง

“ก็ถ้านายไม่กลับมาเอาจริงฉันก็ซื้อมาให้เสียเงินเปล่าๆน่ะสิ”

“กงชานจะกลับมา อยู่เป็นเพื่อนเล่นแล้วก็กินขนมชวนจินยองคุยเหมือนวันนี้ไง เชื่อกงชานนะ กงชานสัญญาว่าจะกลับมาหาจินยองให้ครบอีกสิบเก้าครั้ง” นิ้วก้อยเล็กดึงมือเขาให้เข้าไปเกี่ยวอีก คนโดนง้อกลอกตาไปมาด้วยท่าทางทีเป็นต่อ

“ไม่เชื่อกงชานเหรอ U_U

“จะลองเชื่อดูก็ได้ ว่าแต่อีกหนึ่งเดือนนี่มันนานเท่าไหร่กันนะ?” ด้วยความเป็นเด็กจึงทำให้จินยองนับเลขไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ กงชานอมยิ้มน้อยๆกับคำพูดเพื่อนก่อนแซวเสียงอ้อน

“หนึ่งเดือนก็มีสามสิบวัน จินยองถามอย่างนี้อยากเจอกงชานเร็วๆเหรอ ^^

“ใครว่าฉันฉันจะได้บอกแม่ให้ซื้อขนมมาถูกวันต่างหากล่ะ -_-; ครั้งหน้านายอยากกินขนมอะไรก็บอกมา?” จินยองแกล้งเปลี่ยนเรื่องพูดแล้วเบนสายตาหันหลบใบหน้าใสที่กระพริบตาใสแจ๋วไปทางอื่น

“จินยองอยากกินอะไรก็ซื้อมาเถอะ กงชานชอบกินหมดทุกอย่างแหละ มาอีกสิบเก้าครั้งกงชานจะกินขนมบนโลกนี้ให้ครบหมดทุกชนิดเลย~” กงชานยันตัวลุกขึ้นยืนพูดเสียงใส “กงชานทำตามสัญญาแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ฟันแท้จินยองก็จะขึ้นเอง ส่วนฟันซี่นี้ที่หลุดกงชานขอเอากลับบ้านนะ ^^

“นายจะไปแล้วเหรอ” จินยองมองร่างเล็กที่เริ่มกระพือปีกใสอีกครั้งเป็นการเตรียมพร้อมลอยขึ้นสู่อากาศด้วยแววตาเสียดาย คนตัวเล็กยังคงส่งยิ้มมาให้เขาตามปกติ

“เดี๋ยวอีกหนึ่งเดือนเราก็ได้เจอกัน จินยองเองก็อย่าอายที่ฟันหลอล่ะ ยิ้มให้บ่อยๆเดี๋ยวก็หล่อเองแหละ ซานดึลจะต้องชอบแน่ๆเลย”

“กงชานไปก่อนนะ ห้ามแอบดูล่ะจินยอง”

แล้วกงชานก็หายออกนอกหน้าต่างไปเหมือนกับตอนแรกที่เข้ามา ผมไม่เคยรู้เลยว่าบ้านของกงชานอยู่ที่ไหน เอาจริงๆมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมควรจะไปถามหรอกจริงมั้ยครับ ผมรู้แค่ว่าหลังจากวันนั้นผมก็เฝ้าถามแม่ทุกวันว่าเมื่อไหร่จะครบเวลาหนึ่งเดือน ผมไปเฝ้าวนเวียนแถวร้านขนมหวานพลางครุ่นคิดอยู่นานว่าขนมแบบไหนกันที่กงชานกินแล้วน่าจะชอบ ขนมชนิดไหนที่กงชานน่าจะยังไม่เคยกิน คิดแม้แต่ว่าทำยังไงฟันผมถึงจะหลุดออกมาเร็วๆ ผมไม่อายที่ตัวเองฟันหลอต่อหน้าซานดึลอีกต่อไป และผมก็ค้นพบว่าการยิ้มบ่อยๆมันทำให้ผมดูหล่อขึ้นจริงๆน่าจะอย่างนั้นล่ะมั้ง เพราะตอนนี้ผมมีเพื่อนเยอะแยะมากมายเพราะว่าผมลองยิ้มตามที่กงชานแนะนำบ่อยๆ สงสัยกงชานพูดถูก

แต่ถึงผมจะมีเพื่อนเยอะแยะมากมาย ยังไงผมก็ยังมีคนที่ผมรออยากจะเล่นกับเขาด้วยทุกคืนเพื่อนที่ผมมีโอกาสเจอเขาเพียงแค่ยี่สิบครั้งในชีวิต ผมยกให้เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนคนพิเศษคนเดียวของผม

“นี่ถึงขนาดต้องเอาผ้าม่านออกแล้วย้ายโต๊ะมาทำงานที่ริมหน้าต่างรอกงชานเลยเหรอ ^^” เจ้าของฟันเขี้ยวเล็กสีขาวเหมือนไข่มุกแย้มยิ้มสดใสเหมือนเช่นเคยยามเมื่อได้พบกัน ปีกสีใสกระพือถี่ลงก่อนจะแปะก้นลงที่ขอบริมหน้าต่าง ผมดันแว่นขึ้นแล้วเงยหน้ามองร่างบางที่ไม่ยอมเข้ามาในห้องผมนิ่งๆ

“อยู่ใต้หมอนเหมือนเดิมน่ะ”

“กงชานรู้แล้วน่า~

“ก็เห็นไม่ไปเอา”

“กงชานอยากถามจินยองก่อนว่าไปทำอิท่าไหนให้เดินตกบันไดลงมาฟันหักแบบนั้น ใจลอยคิดถึงกงชานอยู่เหรอ” เสียงใสนั้นหัวเราะคิกคักแล้วเอี้ยวตัวมองผมที่กำลังเขียนสูตรเลขสมการลงในแบบฝึกหัดเตรียมสอบเข้าเกรด หน้าดำคร่ำเคร่ง

“ยุ่งน่า ฉันกำลังใช้สมาธิอยู่ไม่เห็นหรือไง” ผมเอ่ยว่าดุๆเป็นการเลี่ยงหัวข้อที่จะต้องตอบเล่นเอาคนที่รอฟังหน้ามุ่ย คงไม่รู้สิท่าว่าเวลาตัวเองทำอย่างนั้นมันดูน่ารักน่าเอ็นดูแค่ไหน

“จินยองเครียดเกินไปแล้วนะ พักนี้จินยองไม่ค่อยร่าเริงเลย ไม่ค่อยสบายเหรอ” มือเล็กเอื้อมมาอังทดสอบวัดอุณหภูมิที่หน้าผากผมโดยไม่ทันตั้งตัวทำให้ผมชะงักผงะออกเล็กน้อย ยังไม่ทันจะคิดอะไรเสียงห้าวก็ดุนำไปก่อน

“ฉันต้องสอบเข้าเรียนเกรด ที่โรงเรียนนี้ให้ได้นะกงชาน ใครจะไปใช้ชีวิตเล่นๆเอาแต่ยิ้มร่าเริงไปยิ้มร่าเริงมาแบบนายได้ล่ะ”

“เนี่ยเห็นมั้ยดุอีกแล้ว แล้วทำไมต้องมาว่ากงชานตบท้ายประโยคด้วยก็ไม่รู้” คิ้วสวยดูมีแววขัดใจแล้วใช้ดวงตากลมหวานๆจ้องหน้าผมอย่างวิเคราะห์ ผมแกล้งทำเป็นเฉยมองข้ามผ่านไปซะทั้งที่ใจจริงอยากจะคุยโต้ตอบด้วยเหมือนเดิมแทบบ้า

คิดถึงจะแย่ยิ่งผมโตขึ้นฟันน้ำนมผมก็ยิ่งหลุดน้อยลง ใช้ระยะเวลานานขึ้นกว่าจะผลัดเปลี่ยนขึ้นเป็นฟันแท้ บางทีก็แทบจะเป็นปีกว่าที่ผมจะได้เห็นหน้าใสๆยิ้มแป้นแล้นของใครอีกคนโผล่มาทักทายให้ช่วยเปิดหน้าต่างให้ บางทีการรอคอยให้ฟันน้ำนมหลุดไปเองตามธรรมชาติมันอาจจะไม่ใช่วิธีที่ทรมานน้อยที่สุดเสมอไป

“รู้จักกันมาตั้งห้าปี กงชานยังไม่เคยเห็นจินยองดูเครียดเท่านี้มาก่อนเลย” กงชานว่าพลางเข้ามาในห้องแล้วเดินไปหยิบฟันน้ำนมของจินยองใส่กระเป๋าสีรุ้งเหมือนอย่างเช่นเคย

“ฉันโตแล้ว”

“กงชานก็โตพร้อมๆกับจินยองไม่ใช่หรือไง ไม่เห็นกงชานจะทำตัวงี่เง่าเหมือนจินยองเลย เดี๋ยวนี้จินยองเป็นอะไรก็ไม่รู้ชอบทำหน้าเหมือนโดนต่อยเวลาเห็นกงชาน คนอุตส่าห์มาเล่นด้วยแท้ๆ”

“…”

เสียงใสว่างุ้งงิ้งแล้วทิ้งตัวลงกับเตียงนอนเขาตามปกติ มือคว้าเลโก้หุ่นยนต์อะไรต่ออะไรในห้องที่วางเกลื่อนกลาดเล่นไปเรื่อยตามความเคยชิน คนนัยน์ตาเรียวหันมามองใบหน้าใสที่บูดบึ้งเล่นอยู่คนเดียวบนเตียงก่อนจะแอบอมยิ้มลุกขึ้นจากโต๊ะหนังสือสาวเท้ามายังเตียงแล้วหยิบบางอย่างแกะเปลือกกระดาษให้เสร็จสรรพพร้อมยื่นส่งให้

 “อ่ะ จะได้หยุดพูดมากตอนฉันอ่านหนังสือซักที”

“นี่จินยองว่ากงชานเป็นตัวป่วนเหรอ -^-

“ไหนบอกว่าโตแล้ว ฉันให้ขนมแล้วยังจะมาเถียงเสียงแง้วๆใส่อีก” คนว่าทำเสียงดุกลบความขำยามเมื่อเห็นดวงตาใสที่เริ่มมีแววขุ่นมัวท่าทางจะโกรธงอนเขาจริง แต่ถึงจะงอนยังไงมือเล็กก็ยังคว้าซองช็อคโกแลตที่เขายื่นให้กัดเคี้ยวกร้วมๆได้ไม่หยุดปาก

“กงชานเด็กกว่าจินยองตั้งสองปี จินยองก็ต้องเป็นผู้ใหญ่ก่อนอยู่แล้ว ^^” พอได้ของหวานเข้าปากก็เหมือนยัยตัวป่วนจะลดอารมณ์ขุ่นเคืองได้ระดับหนึ่ง จินยองจึงถอดแว่นตาออกแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงเป็นการผ่อนคลายตัวเองบ้าง อ่านหนังสือเตรียมสอบมาตั้งหลายชั่วโมงได้พักสายตาซักครู่ก็คงจะดี

“อร่อยกว่าครั้งที่แล้วที่ซื้อมาให้มั้ย?

“อื้ม >< อันนี้หวานกว่าไม่ขมปี๋เหมือนอันเมื่อปีก่อน ว่าแต่จินยองเลือกชิมได้ยังไงไม่กลัวฟันผุออกฤทธิ์แล้วเหรอ” กงชานถามด้วยความสงสัย จินยองเคยเล่าให้ฟังว่าตัวเองมีฟันผุอยู่สองซี่ เพราะงั้นก็เลยกินช็อคโกแลตยี่ห้อที่มีรสหวานมากไม่ได้ พอเขาซื้อมาให้กงชานตอนที่ฟันตัวเองหลุดเมื่อปีก่อนยัยตัวป่วนก็ดันบ่นโวยวายเป็นการใหญ่ว่าขนมช็อคโกแลตขมปี๋ไม่เห็นอร่อยเหมือนที่เคยได้ยินมา ครั้งนี้เขาก็เลยต้องไปตระเวนชิมตามร้านขนมหวานต่างๆเพื่อซื้อให้รสชาติถูกใจคนที่เคยโวยวายเอาไว้

“ฉันไม่ได้เลือกชิมเองซะหน่อย ให้ซานดึลเป็นคนเลือกชิมให้ต่างหาก ถ้าซานดึลชอบก็น่าจะพอถูกปากนายอยู่แหละมั้ง” คนปากแข็งตอบบ่ายเบี่ยงไป เด็กน้อยตาแป๋วที่นอนข้างๆเขาพยักหน้าหงึกหงักเชื่ออย่างง่ายดายก่อนจะเอ่ยถามสารทุกข์สุขดิบอีกฝ่ายบ้าง

“แล้วตอนนี้จินยองขอซานดึลเป็นแฟนหรือยัง?

“นายจะมาถามเรื่องนี้ทำไมกันเนี่ย” จินยองว่าเสียงหงุดหงิด

“เดี๋ยวก็อาจจะไม่ได้เจอกันแล้วนะ จินยองก็ต้องไปเรียนต่ออีกโรงเรียนหนึ่ง ซานดึลก็ต้องย้ายไปต่อที่โรงเรียนอื่นไม่ใช่เหรอ?” กงชานหันมามองคนที่นอนข้างๆด้วยแววตาที่เห็นใจ “ถ้าบอกว่ามีคนแอบชอบเขาตั้งแต่สมัยเรียนเกรด กงชานว่าเขาต้องดีใจมากแน่ๆเลย”

“ทำเป็นรู้ดี เด็กอย่างนายรู้จักความรักแล้วหรือไงฮะ!? ฉันจะสารภาพตอนไหนมันก็ไม่เกี่ยวกับนายซะหน่อย เลิกทำเป็นเหมือนรู้จักตัวฉันมากพอแล้วมาบงการชีวิตคนอื่นเขาซักทีได้มั้ยฉันชักจะรำคาญแล้วนะ” คนที่โตกว่าชักเริ่มขึ้นเสียงใส่ ส่งผลให้ร่างบางที่นอนกินช็อคโกแลตเงียบๆด้วยแววตาขมขื่นต้องลุกขึ้นมานั่งเม้มเรียวปากอิ่มสีสวยที่เปื้อนขนมเลอะเทอะ มองเขาด้วยสายตาตัดพ้อเมื่อพูดแบบนั้นออกมา

“กงชานก็แค่หวังดีกับจินยอง ทำไมเรื่องแค่นี้ต้องมาดุกงชานด้วยล่ะ”

“ก็นายมันก็นายมันชอบทำตัวยุ่งวุ่นวายฉันก็อดรำคาญไม่ได้น่ะสิ -*-” จินยองจิ๊ปากแล้วมองใบหน้าใสที่แดงก่ำและดวงตาฉ่ำเอ่อรื้นไปด้วยม่านน้ำตาที่ขังอยู่ด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย เพราะเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นก็เลยควบคุมอารมณ์ไม่ให้หุนหันพลันแล่นได้ยากกว่าเดิม พอรู้ตัวอีกทีก็กลับกลายเป็นว่าเขาขึ้นเสียงดังดุใส่อีกคนจนร้องไห้ไปแล้ว กงชานชิคกัดริมฝีปากแน่นด้วยความเสียใจยามเมื่อได้ยินประโยคนั้นออกมาจากปากอีกคน

จินยองพูดว่ารำคาญอย่างนั้นเหรอ ตอนนี้กงชานชิคกลายเป็นเด็กน่ารำคาญทำตัววุ่นวายสำหรับชีวิตจองจินยองแล้วใช่มั้ย…’

“ทำไมกงชานจะไม่รู้ล่ะว่าความรักเป็นยังไง จินยองต่างหากที่ไม่เคยรู้อะไรเลยแล้วยังมาว่ากงชานอีก ใจร้ายที่สุด ฮึก” แขนนวลขาวปาดหยาดน้ำตาออกจากแก้มสีชมพูมีสีเลือดเมื่อได้ยินคำพูดจากใครอีกคนที่ทำร้ายจิตใจตัวเองเหลือเกิน

ดะ..เดี๋ยวสิ ฉันไม่ได้จะว่านายแบบนั้

“เอาช็อคโกแลตคืนไปเลย กงชานไม่อยากกินแล้ว! ทีหลังไม่ต้องซื้อมาให้กงชานอีกนะ เชิญจินยองซื้อเอาไปสารภาพรักซานดึลเถอะ” มือบางขว้างช็อคโกแลตที่เขาตั้งใจเลือกให้ใส่เขาก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินเช็ดน้ำตาออกไป หากแต่จินยองยังคว้าข้อมือเล็กเอาไว้ทัน

“นายหมายความว่ายังไงไม่ให้ฉันซื้อให้ จะไม่กลับมากินขนมที่ห้องนี้แล้วใช่มั้ย” ดวงตาเรียวยาวที่ดูแข็งกร้าวขึ้นยามเมื่ออยู่ในช่วงวัยกำลังโตจ้องโครงหน้าหวานเขม็ง คนตัวเล็กสูดน้ำมูกฟึดๆแล้วว่าอย่างสุดจะกลั้น

“กงชานไม่ใช่เด็กแล้ว เลิกเอาขนมมาล่อกงชานซักที อย่าคิดนะว่ากงชานไม่รู้ว่าที่จินยองซื้อขนมมาให้กงชานทุกครั้งตลอดห้าปีที่ผ่านมาก็เพราะจินยองไม่มีเพื่อนเล่น ก็เลยต้องเอาขนมเป็นตัวประกันล่อให้กงชานกลับมาเล่นด้วย”

“กงชานกลับมาตลอดห้าปีนี้ก็เพราะว่ากงชานอยากเล่นกับจินยอง กงชานหวังดีกับจินยองทุกครั้งถึงจินยองจะชอบดุแล้วก็เล่นเอาเปรียบกงชานทุกครั้งก็เถอะ แต่กงชานก็ชอบที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ กงชานอยากให้จินยองเป็นเหมือนเดิม

คนตัวเล็กปล่อยโฮออกมาสุดเสียงพลางใช้หลังมือเช็ดน้ำตาที่ไหลรินออกมาป้อยๆ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพักนี้เขาทำอะไรผิดจินยองถึงได้ชอบทำหน้าบึ้งเสียงดุใส่เขานัก คุยด้วยกันแทบจะนับคำทุกครั้งที่เจอกัน ไม่ค่อยสบตา ไม่ยอมมองหน้าเหมือนรังเกียจเบื่อไม่อยากจะเห็นหน้าเขาเต็มประดาแล้ว ที่แท้ก็เป็นเพราะเหตุผลที่ว่าเขาน่ารำคาญสำหรับจินยองนี่เอง

“ฉันกลับไปเป็นเหมือนเดิมอย่างที่นายขอไม่ได้หรอก”

…!!

“ทุกอย่างตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ฉันคงเป็นเหมือนเดิมอย่างที่นายต้องการไม่ได้” ดวงตาเรียวยาวเฉมองไปทางอื่นก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือตัวเดิมโดยไม่สนใจกงชานชิคที่ร้องไห้กระซิกๆอยู่แม้แต่น้อย กงชานมองคนเย็นชาที่ทำการบ้านนิ่งๆก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ

“จินยองคงจะรำคาญกงชานแล้ว งั้นฮึก กงชานจะกลับก็ได้ จินยองจะได้ไม่ต้องมีคนมากวนใจอีก”

“ขอให้สนุกกับการโตเป็นผู้ใหญ่แบบที่จินยองต้องการนะ” เสียงใสว่ากล่าวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหายวับไปจากหน้าต่างตามเคย เนิ่นนานซักพักกว่าที่ดวงตาคมรียาวคู่นั้นจะวางใจมองละสายตาออกจากหนังสือได้ สันจมูกโด่งลอบถอนลมหายใจอุ่นๆออกมาก่อนจะมองไปยังบนเตียงที่มีช็อคโกแลตบาร์ที่กัดเพียงแค่ครึ่งแท่งวางกองทิ้งอยู่ ทั้งๆที่ตั้งใจตระเวนไปตามร้านเลือกชิมมาให้ด้วยตัวเองแท้ๆ ทำไมถึงไม่ยอมบอกยัยนั่นไปตรงๆวะ แค่พอทุกอย่างอยู่ในภาวะที่น่าอึดอัดแบบนี้อะไรๆก็ออกมาดูแย่ไปหมด

จะให้บอกยังไงว่าตลอดหลายปีมานี้เขาหงุดหงิดมากแค่ไหนที่ได้จ้องมองดวงตากลมเป็นประกายใสแจ๋วเหมือนลูกแก้วน้อยลงกว่าเดิม แค่ได้ยินเสียงหวานเล็กๆที่ชวนคุยโน่นคุยนี่น้อยลงในใจก็พาลสับสนไปทุกอย่าง แค่เพียงได้ใกล้ชิดกันน้อยลงก็ทำให้เขาฟุ้งซ่านแทบบ้าจนเหม่อลอยสะดุดบันไดล้มฟันหักอย่างนี้ คิดถึงแต่ว่าเขาต้องคอยอีกนานเท่าไหร่กว่าที่อีกคนจะมาหา ยิ่งพอย่างก้าวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเขาก็ยิ่งแน่ใจว่าในใจเขามันไม่มีคนที่ชื่อซานดึลอยู่ในนี้ตั้งนานแล้ว แต่กลับกลายเป็นยัยตัวป่วนที่เข้ามาแทนที่เสียจนหมด ยัยตัวป่วนที่เขารู้สึกผูกพันแม้จะเคยได้เจอได้พูดคุยใกล้ชิดกันไม่ถึงยี่สิบครั้งนั่นแหละ….

บางทีการรอคอยก็ยากลำบากพอๆกับการโตเป็นผู้ใหญ่ ทั้งที่ครั้งนี้ก็เป็นฟันน้ำนมซี่ที่สิบเก้าแล้วที่หลุดออกไปยังจะมาพูดถึงเรื่องคนอื่นให้อารมณ์เสียอีก นายนั่นแหละยัยตัวยุ่งที่ไม่เคยรู้อะไรเลย ยังจะมาว่าผมใจร้ายได้ลงคอมันเลยจบลงไม่สวยอย่างที่ผมได้คิดไว้

ไว้รอให้ตัวเองกับยัยตัวยุ่งนั่นโตกว่านี้อีกเมื่อไหร่ ทุกอย่างอาจจะดีขึ้นเองวิธีการที่ดีที่สุดก็แค่รอรอคอยให้ฟันซี่ต่อไปมันหลุดไปเอง


 


[Gongchan’s Part]

วันนี้ก็เป็นวันที่ฟันของจินยองซี่ที่ยี่สิบหลุดออกแล้วสินะ หลังจากที่ผ่านเรื่องวันนั้นมาเกือบสามปี

แล้วดูสิ…!! T^T จะไม่ให้หงุดหงิดได้ยังไงในเมื่อใบประวัติฟันซี่นี้ของจินยองมันเขียนไว้ว่า

 

ฟันน้ำนมซี่ที่ยี่สิบ หลุดไปเพราะมีเรื่องชกต่อยทะเลาะวิวาทกับบาโรและชินอู สาเหตุมาจากเรื่องท้าพนันแย่งอีซานดึลมาเป็นแฟน

 

ฮือ จินยองคนบ้าคงจะไปสารภาพรักตามที่เราบอกตั้งแต่วันนั้นแล้วสินะ T^T ก็ไหนบอกว่าตัวเองโตเป็นผู้ใหญ่นักหนาก็ชอบทำตัวให้เป็นห่วงทุกครั้งเวลาที่ฟันหลุดแบบนี้ไง เดี๋ยวตกบันไดบ้าง เดี๋ยวโดนฟุตบอลอัดปากบ้าง แล้วพอถามเพราะเป็นห่วงก็ดันมาหงุดหงิดใส่อีก ไม่ได้เจอกันตั้งสามปีคงไม่มีใครไปก่อกวนให้รำคาญสมใจแล้วสินะ -^-

นี่เราต้องแอบอยู่ริมหน้าต่างแบบนี้อีกนานเท่าไหร่ อย่าบอกนะว่าไม่กล้าไปเผชิญหน้าเขาอย่างนั้นเหรอกงชาน T[]T เขาลืมมันไปหมดแล้วความทรงจำแค่ไม่ถึงยี่สิบครั้งฉาบฉวยตอนเด็กอย่างนั้นใครเขาจะมาจำใส่ใจ อย่าคิดติ๊งต๊องเข้าข้างตัวเองไปหน่อยเลยน่าเห็นมั้ยขนาดไฟในห้องก็ปิดไม่ต้อนรับเราแล้วด้วยซ้ำ ป่านนี้คงนอนหลับสบายไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียงนั่นแหละ บ้าที่สุดเลยคนอะไรก็ไม่รู้ จะออกมาให้เห็นหน้าซักนิดหน่อยก็ไม่ได้ T_T

หน้าต่างบานเดิมยังคงไร้ซึ่งผ้าม่านติดไว้ แต่อาจเป็นเพราะเจ้าของห้องคงจะขี้เกียจติดให้มันเป็นเหมือนเดิมเสียมากกว่า สองขาวยาวเรียวก้าวย่องเข้ามาใกล้เตียงที่มีวัยรุ่นชายร่างสูงที่นอนห่มผ้าหายใจแผ่วไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ เปลือกตาเรียวยาวทั้งสองข้างหลับสนิทไม่รับรู้ถึงการมาถึงของผู้มาเยือนแม้แต่น้อย กงชานค่อยๆก้มตัวลงมองโครงหน้าหล่อเหลาที่ดูคมสันเป็นรูปร่างมากขึ้นต่างจากเมื่อสามปีที่เห็นครั้งสุดท้ายให้คลายความคิดถึง ริมฝีปากหยักโค้งสีอ่อนไม่ค่อยเผยอมอบรอยยิ้มให้ใครต่อใครนัก คิ้วหนาที่ดูคลายไม่เป็นปมต่างจากปกติเล็กน้อยยามอยู่ในห้วงนิทรา ดวงตายาวเรียวที่คงดูเจ้าเล่ห์ขี้แกล้งเหมือนเดิมพอได้ลืมเปลือกตาขึ้นมาเมื่อไหร่เพราะงั้นรีบเก็บฟันใต้หมอนแล้วรีบชิ่งไปก่อนที่เขาจะรู้ตัวตื่นซะดีกว่า

มือเล็กล้วงเข้าไปใต้หมอนนุ่มสีขาวที่ต้นคอแกร่งใช้หนุนอย่างเบามือมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากแต่พยายามควานหาฟันน้ำนมซี่สุดท้ายที่ต้องการเท่าไหร่ก็ยังคงล้วงไม่เจอเสียทีจนเสียงใสต้องบ่นออกมาเบาๆ

“เอาไปเก็บไว้ที่ไหนกันเนี่ย หาตั้งนานแล้วไม่เห็นจะหาเจอเลย”

“หานี่อยู่เหรอ”

“ฮื้อออ ก็ใช่น่ะสิ ไม่รู้ว่าเอาไปเก็บไว้ที่หนะหวะ หวา~ O///O

ตุ้บ!

เสียงร่างเล็กอุทานเมื่อถูกฉุดข้อมือที่ล้วงหมอนอยู่ให้นอนลงบนเตียงนุ่มๆเตียงเดียวกันด้วยฝีมือใครบางคนเสียเต็มแรงก่อนที่จะร้องอื๊ออ๊าออกมาด้วยความเจ็บ ร่างสูงของคนที่แกล้งนอนหลับรีบพลิกตัวขึ้นมาใช้อ้อมแขนโอบล็อคร่างบางที่นอนอยู่ข้างล่างไม่ให้หนีไปไหนพ้นทันที

“ไม่ได้เจอกันนานนะ ยัยตัวป่วน ^^

“ปล่อยกงชานนะ! กงชานแค่จะมาเอาฟันน้ำนมจินยองซี่สุดท้ายแล้วกงชานก็จะกลับไป ปล่อยยย~ >[]<” กงชานดิ้นดุ๊กดิ๊กไปไหนไม่รอดเพราะโดนจินยองใช้ผ้าห่มห่อตัวซะเหมือนดักแด้พลางล็อคสกัดทุกทางจนไม่สามารถลุกหนีออกจากอ้อมกอดแข็งแรงที่โอบไว้อยู่ได้

“ไม่ได้เจอกันตั้งนานก็ยังพูดเยอะยิ้มเก่งเหมือนเดิม” เสียงทุ้มวัยแตกหนุ่มว่าขำๆก่อนจะจับมือทั้งสองที่ตีประทุษร้ายเขาอยู่ให้เข้าที่เข้าทางแล้วโน้มตัวจ้องดวงตากลมใสคู่เดิมที่กำลังหลบสายตาแพรวพราวของเขาด้วยความเขินอาย

“จินยองก็เจ้าเล่ห์เหมือนเดิมเหมือนกันนั่นแหละ รำคาญกงชานนักแล้วมาจับกงชานเอาไว้ทำไม ><

“นี่คนไม่เจอกันตั้งนานไม่คิดจะทักทายถามสารทุกข์สุขดิบกันบ้างเลยหรือไง เอะอะก็จะไปลูกเดียวน่าหนวกหูชะมัด”

“กงชานไม่ต้องถามกงชานก็รู้ จินยองเจ็บแผลที่โดนต่อยฟันหลุดมากมั้ยล่ะ แย่งซานดึลชนะตามที่ท้าพนันสำเร็จมั้ยจะให้กงชานถามแบบนี้น่ะเหรอ -^-*” ใบหน้าหวานที่ไม่ได้เห็นเสียนานหลายปีดูงดงามสดใสมากขึ้นยามเมื่อเข้าสู่วัยกำลังโต หากแต่ตอนนี้กลีบปากบางนุ่มกำลังโค้งงออยู่ยามเมื่อเอ่ยคำประชดประชันออกมาเลยทำให้ดูขัดกับความสวยสดใสบนโครงหน้าไปเสียหน่อย

“รู้ความเป็นไปของฉันหมดเลยสินะ :) แต่ก็รู้ไม่หมดแถมรู้ไม่จริงด้วย” จินยองลากเสียงยาวอย่างกวนอารมณ์ กงชานส่งเสียงฮึดฮัดอย่างรำคาญใจ

“กงชานก็ไม่ได้อยากรู้นี่!

“ฉันไม่ได้ท้าพนันแย่งซานดึล ไอ้ชินอูกับบาโรมันดันเข้าใจผิดกันไปเองก็เลยยกพวกมาตีฉัน ซานดึลเขาชอบอยู่กับเด็กอีกโรงเรียนหนึ่งโน่น” จินยองอธิบายยิ้มๆพลางกระชับร่างบางใต้ผ้าห่มให้แน่นหนากว่าเดิม

“ก็ดีนี่ ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ได้สมใจจินยองแล้วสิ มีเรื่องชกต่อยกับคนอื่นตามประสาวัยรุ่น จินยองคงจะเสียใจที่ซานดึลไม่ได้ชอบตัวเองมากเลยใช่มั้ยล่ะ -^-” ริมฝีปากบางโค้งงอนนั้นเชิดขึ้นอย่างถือดีไม่ยอมหันมาสบตาเขาให้หวั่นไหวเหมือนเมื่อก่อนตอนเด็กง่ายๆ พอโตแล้วแสบฤทธิ์เยอะกว่าเดิมอย่างที่คิดไว้จริงๆ

“ก็ดี นายเองก็ดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะเลยนี่กลับมาครั้งนี้ เปลี่ยนไปมากเลยจากสามปีที่แล้วที่เจอกัน”

“กงชานไม่เปลี่ยน กงชานไม่ได้ทำตัวเปลี่ยนไปเหมือนกับจินยอง อย่ามาเหมากงชานรวมนะ”

“แต่นายก็ยังชอบฉันเหมือนเดิมใช่หรือเปล่า”

…!!

“มองตาฉันแล้วก็ตอบฉันมาตามตรง สายตากับหัวใจนายที่เต้นอยู่น่ะมันโกหกฉันไม่ได้หรอก ^^” จินยองก้มหน้าเข้าไปถามให้ใกล้ชิดกว่าเดิมจนได้กลิ่นหอมเหมือนเด็กเล็กๆที่คุ้นเคยโชยอบอวลมาจากจากเนื้อตัวคนที่อยู่ใต้ร่าง ใบหน้าน่ารักร้อนฉ่าขึ้นสีชมพูเข้มเสียจนเมื่อยามมองแล้วเป็นใครก็อดขำไม่ได้ หัวใจดวงน้อยที่ถูกห่อพร้อมร่างบางๆน่าอุ้มอยู่ใต้ผ้าห่มเต้นกระหน่ำอย่างแรงจนจองจินยองสามารถสัมผัสมันได้อย่างง่ายดาย ดวงตากลมใสหลบไปมาไม่ยอมจ้องหน้าเขาตรงๆทำให้คนร่างสูงที่เป็นต่อรู้คำตอบทันที

“ปละ..ปล่อยกงชาน (.///.)” เสียงเล็กหวานเอ่ยท้วงอย่างกล้าๆกลัวๆ

“นายกลับมาที่นี่อีกทำไม ฉันขอคำตอบจากนายที่เป็นความจริง

“จินยองจะอยากรู้ไปทำไม รู้ไปจินยองก็ไม่เคยเข้าใจมันอยู่แล้วนี่”

“ฉันอยากรู้ว่ามันจะตรงกับคำตอบของฉันที่คิดอยู่ตอนนี้หรือเปล่า”

” จินยองเขี่ยปรอยผมนุ่มที่ซอยปิดแพขนตายาวหนาประดับดวงตาใสแจ๋วออกจากโครงหน้าให้อย่างเบามือพลางถามเสียงจริงจัง ใบหน้าใสพลิกไปมาในอ้อมกอดเขาก่อนจะเม้มปากพูดออกมาอย่างจำใจ

“กงกงชานมาเก็บฟันน้ำนมซี่สุดท้าย อีกเดี๋ยวกงชานก็จะไปแล้ว” นัยน์ตาสวยเอ่อรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแวววาวที่เอ่อขังพลางหลบหน้าหนีจากสายตาอาธรณ์ห่วงหาของเขา

“เหรอไม่ตรงกับคำตอบที่ฉันคิดเอาไว้ไหร่” จินยองพึมพำแล้วคลายอ้อมกอดให้สบายยิ่งขึ้นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้อีกคนรู้สึกอึดอัด

“อื้มมันไม่มีอะไรเหมือนเดิมหรอก เหมือนอย่างที่จินยองเคยบอกกงชานเมื่อครั้งก่อนไง ขอฟันซี่นั้นให้กงชานเถอะนะ” เสียงใสพูดขึ้นอย่างเศร้าๆ จินยองพยักหน้าเนือยๆก่อนจะเอื้อมมือหยิบฟันซี่สุดท้ายบนหัวเตียงที่แอบไว้ยัดใส่มือสวยให้กำเข้าหากัน

“แต่นายลืมของไปอย่างหนึ่งนะ”

…!?

“เก็บฟันฉันซี่สุดท้ายไปอย่างนี้แล้วจะไม่เอาขนมที่ฉันเตรียมไว้ให้ไปด้วยหรือไง”

“ไม่เป็นไร กงชานไม่อยากดะอื้อออ”

ริมฝีปากหยักโน้มตัวลงกดเม้มกับริมฝีปากนุ่มละมุนตรงหน้าอย่างละเมียดละไมอ่อนหวานที่สุดเท่าที่จะทำได้ คนตัวเล็กร้องอื้ออึงทักท้วงในลำคอเบาๆยามเมื่อลมหายใจทั้งคู่สอดประสานเข้าหาเป็นหนึ่งเดียวกัน รับรสหวานละมุนจากริมฝีปากอุ่นคนตรงหน้าที่โน้มชิมแลกเปลี่ยนสัมผัสกับริมฝีปากหวานนุ่มอย่างช้าๆค่อยเป็นค่อยไปพลางคลอเคลียปลายจมูกลงมาแนบใกล้ชิด ทุกอย่างที่จินยองทำเนิ่นนานไม่ใช่สัมผัสที่หวือหวาอะไรแต่กลับประทับอยู่ในความรู้สึกตอนนี้ทุกสัมผัส ประทับรอยจูบลงบนหน้าผากมนหอมๆตรงหน้าอย่างห่วงหาพลางจ้องตากันอย่างลึกซึ้งขณะที่เอ่ยคำหวานยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่เย็นชาเหมือนเมื่อก่อน

“ไม่อยากได้ฉันก็จะให้”

“มะ..มันไม่ใช่ขนม จินยองปล่อยกงชานนะ -///-

“เหรอแสดงว่ายังหวานไม่พอ” ไม่พูดพล่ามทำเพลงจมูกโด่งย้ายลงมากดกับแก้มใสเหมือนขนมสายไหมที่กำลังร้อนฉ่าพลางสูดกลิ่นอายความหอมอย่างฉวยโอกาส คนตัวเล็กเริ่มมีท่าทีผวาตกใจหาทางหนีทีไล่

“พอได้แล้ว จินยองทำกับกงชานแบบนี้ไม่ได้ T///T

“ทำไมจะทำไม่ได้ ก็ในเมื่อฉันชอบนาย ชอบมาตลอดตั้งแต่เรียนเกรดสองแล้วด้วย” ดวงตาเรียวยาวจ้องมองคนตัวน้อยในผ้าห่มที่จนตรอกเสียนานจนเจ้าตัวชักจะมีอาการเขินเสียเอง

“ไหนจินยองเคยบอกกับกงชานบอกว่าชอบซานดึลไง”

“ฉันไม่เคยบอก มีแต่นายที่ฟังคำพูดวันแรกที่ฉันพูดเองหน้ากระจกแล้วเอาไปคิดเป็นตุเป็นตะเองคนเดียว” จินยองแก้ประโยคใหม่ให้ถูกพลางมองใบหน้าน่ารักที่งอง้ำใส่อย่างเพลินตา ยัยตัวแสบดูท่าจะสิ้นฤทธิ์ก็วันนี้

“ก็ก็ใครจะไปรู้ล่ะ จินยองชอบว่ากงชานเป็นตัวประหลาดอยู่ตลอดแถมยังทำหน้าบึ้งใส่กงชานทุกครั้งเลย กงชานก็นึกว่าจินยอง

“ทีหลังก็อย่าคิดไปเองคนเดียวสิ ถ้าฉันไม่ทำหน้าบึ้งคิ้วขมวดใส่นายแบบนั้นนายก็จะยิ้มทำตัวน่ารักใส่ฉันอีก ฉันก็เขินเป็นนะ” คนฟอร์มจัดหลุดหัวเราะพร้อมเกาหัวตัวเองแก้เก้อ กงชานเอามือจับแก้มตัวเองด้วยความประหลาดใจแล้วหันมาถามเขา

“กงชานยิ้มแล้วน่ารักเหรอ O///O

“อืม ยิ้มน่ารัก แล้วก็เป็นคนเดียวที่ทำให้ฉันยิ้มได้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา”

=///=

“แค่เห็นนายยิ้มฉันก็อยากจะยิ้มไปพร้อมๆกับนาย อยากเล่นอยากอยู่ใกล้ๆนายทุกวัน อยากแบ่งขนมเล่าอะไรต่ออะไรให้นายฟังมากกว่าตลอดชีวิตที่จะได้มีโอกาสเจอนายแค่ยี่สิบครั้ง เห็นหน้านายแล้วฉันยิ้มมากกว่าเวลาที่ได้กินอมยิ้มอีก” จินยองตวัดสายตาคมๆมามองใบหน้าน่ารักทีขึ้นสีแล้วพูดต่อไม่หยุด

“รู้ตัวมั้ยว่านายเป็นคนเดียวที่ทำให้ฉันอยากมีฟันน้ำนมมากกว่ายี่สิบซี่ ^^

“พอได้แล้ว มันเป็นไปได้ที่ไหนกันเล่า” กงชานม้วนหน้าหลบสายตาแพรวพราวที่จ้องมองเขาอยู่ “ยังไงจินยองก็มีฟันน้ำนมแค่ยี่สิบซี่ แล้วตอนนี้จินยองก็โตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วด้วย กงชานไม่ภูมิใจหรอกนะที่ทำให้จินยองอยากฟันหลุดหมดปากทุกวันน่ะ” คนตัวเล็กหัวเราะขำออกมาพร้อมกับจินยอง

“แล้วนายจะให้ฉันทำยังไงล่ะ ฉันไม่อยากให้ทั้งชีวิตนี้เจอนายแค่ยี่สิบครั้ง แต่ฟันน้ำนมฉันก็มีแค่ยี่สิบซี่น่าเศร้าจัง”

“จินยองไม่ต้องเศร้ายังไงจินยองก็เป็นอมยิ้มของกงชานเสมอ จินยองก็เป็นคนที่กงชานนึกถึงแล้วจะยิ้มมีความสุขทุกวัน เวลามองจินยองยิ้มกงชานก็อยากยิ้มตาม”

“อมยิ้มน่ะ ไม่ได้เจอกันแค่ยี่สิบครั้งในชีวิตหรอกถูกมั้ย ^^” กงชานเอ่ยประโยคเสียงท้ายที่แฝงความนัยออกมาแผ่วๆ จินยองระบายยิ้มมุมปากอย่างรู้ทันก่อนจะโน้มตัวลงหาร่างเล็กที่ม้วนตัวอยู่ในผ้าห่มอีกรอบจนปลายจมูกเฉียดไล้ผิวนวลบาง

“งั้นก็โชคดีไปที่นายเองก็เป็นอมยิ้มของฉันเหมือนกัน”

ริมฝีปากทั้งสองแตะมอบสัมผัสกันอย่างดูดดื่มซ้ำอีกรอบพลางแลกเปลี่ยนความสุขผ่านรอยยิ้มในความมืดใต้แสงดาวสลัวๆที่ส่องผ่านบานหน้าต่าง ความหวานเหมือนดั่งขนมหวานชิ้นโปรดถูกถ่ายทอดผ่านสัมผัสอบอุ่นชุ่มฉ่ำละเมียดละไมนุ่มนวลยิ่งกว่ารสสายไหมหอมหวาน ให้ความหวานยาวนานยิ่งกว่าอมยิ้มรสใดโลก ให้ความสุขยิ่งกว่าการกินช็อคโกแลตบาร์เป็นสิบแท่ง ไม่มีสิ่งไหนที่สามารถให้พลานุภาพเก็บความทรงจำอันหอมอบอวลได้ยาวนานเท่านี้ได้ นอกจากสิ่งเล็กๆที่เรียกว่า...ความรัก

และความรักก็ทำให้ความทรงจำดีๆในชีวิตผมมีความหวานยาวนานมากกว่าช่วงเวลาเพียงยี่สิบวัน….



PS. อ่า...จบห้วนไปมั้ย 5555 แต่จริงๆ OS เรื่องนี้เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบหลังจากฟังเพลง  好きだからしょうがない ของบีวันเมื่อเช้าแล้วก็เขียนออกมา ภูมิใจมากเพราะเป็น OS เรื่องแรกเลยที่แต่งสำเร็จแม้จะไม่มีสาระ TwT มีแต่คนบอกว่าแต่งแบบโยคีเยอะ นี่เราก็แต่งใสๆเป็นนะเออ อ่านจบแล้วไปเมาท์มอยได้ในแท็กทวิต #MilkToothจินชาน ได้ในทวิตเตอร์ หรือจะทิ้งคอมเมนต์ไว้ในเด็กดีก็ได้ค่ะ ขอให้มีความสุขกับการอ่านฟิคใสๆเรื่องนี้เยอะๆนะคะ อันนยอง~~~ ^0^

   T
B

ผลงานอื่นๆ ของ choco_collon

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  4. วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 21:59
    เก่งงงงมากเจ้าแป้งงงง ^^ แต่ง OS ได้เห็นมะ ไม่มีไรที่เทอทำไม่ได้เว้ย
    เรื่องนี้น่ารักมาก น่าเสียดายที่ตอนฟันน้ำนมฉันหลุดฉันยังโง่งมโข่ง 555
    และเป็นเด็กขี้รำคาญ โยกนิดหน่อยก็ดึงออกแล้วโยนทิ้งแบบไม่สนใจชาวโลก
    เลยอดเจอเทวดาฟันน้ำนมเลยอ่ะ 5555 เสียดายยยย

    แต่รู้มะ ว่าเรื่องนี้นี่เปลี่ยนความคิดเทวดาฟันน้ำนมนะ
    เพราะนี่ติดภาพเทวดาฟันน้ำนมจากเรื่องที่เคยรีวิวอ่ะ ละมันฮาประสาทกินมาก
    ในขณะที่หนูกง โอ้โหหหหห นุ่มนวลนุ่มนิ่มละมุนละไมเหลือเกิน
    ไม่แปลกอ่ะที่จินยองจะรักของตัวเองมาตั้งนาน

    แต่ไม่รู้ดิ เรื่องนี้เหมือนจะแฮปปี้ แต่พอมาคิดแล้วมันก็ไม่ชะ 
    เออในทุกคำบรรยายที่สุขเราว่าเราแอบเหงานะ 
    ถ้าหมด 20 ซี่แล้วคือจากกันตลอดไปแล้วปะ T^T ความรักนี่มันช่าง...
    เอาเถอะมันก็เป็นไปไม่ได้ตั้งแต่แรกแล้ว อย่างน้อยมันก็ยังมีอะไรเป็นจริงขึ้นมาบ้าง

    เราชอบเรื่องนี้สั้นๆ ง่ายๆ แต่ครบรสดี... 
    จะบอกว่าเทอแต่งเร็วมากแป้ง 555 เพลงเดียวเองหรอไม่น่าเชื่อ
    ยอมแล้วค่าาาา กราบสวัสดี
    #2
    0
  5. #1 Mr-V (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 18:53
    อยากให้เขาได้คบกันหื่อออ กงชานสละปีกทิ้งมาอยู่กันจินยองได้ไหม
    มันอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
    #1
    0