คัดลอกลิงก์เเล้ว

First Love Last Love รักแรก รักสุดท้าย

เพราะรักมากจึงไม่อยากเสียเขาไป แต่อนาคตก็สำคัญไม่แพ้กัน แล้วเธอควรจะทำอย่างไรดี...

ยอดวิวรวม

65

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


65

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  1 ก.ค. 58 / 18:06 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

รักแรก รักสุดท้าย
 

 

 


     สวัสดีค่า หญิงเองนะคะ วันนี้ขอเอาเรื่องสั้นมาลงบ้าง เรื่องสั้นเรื่องนี้จริง ๆ เป็นงานของที่โรงเรียนค่ะ หลังส่งงานไปแล้วหญิงเอามาอ่านอีกครั้ง แล้วรู้สึกอยากแก้นู้นแก้นี้เลยเอามาแก้ใหม่ก่อนเอามาลงเด็กดีแทน หญิงอยากพัฒนาฝีมือการเขียนตัวเองให้ดีมากกว่านี้ เพราะฉะนั้นสามารถติชมได้เต็มที่นะคะ

 

ขอคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ
 

-น้องหญิงมันเผา จตุรมันเผา-

                         30/06/15

Thank you!

Ping Theme (Theme), Sydney Theme (Cursor)

heart chat bubble

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 1 ก.ค. 58 / 18:06

บันทึกเป็น Favorite


 

รักแรก รักสุดท้าย

 

ใบไม้พัดปลิวไปตามแรงลม ยามนี้ดวงตะวันใกล้จะลับขอบฟ้าไปเต็มที ในลานกว้างอันเงียบสงัด เด็กสาวร่างเล็กสวมชุดนักเรียน เสื้อแขนยาวสีขาวสะอาดกับกระโปรงสีกรมท่า รวบผมเป็นหางม้า ผูกด้วยโบว์สีเดียวกับกระโปรง ตรงข้างของเธอนั้นคือเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับเธอยืนอยู่

 

 

เรียกเรามามีอะไรเหรอเด็กสาวถาม ส่งผลให้เด็กหนุ่มหน้าแดงระเรื่อขึ้นก่อนสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วกล่าวว่า

 

 

 

 

เราชอบน้ำว้า...คบกับเราได้ไหมเด็กสาวนิ่งงันไปชั่วขณะ พร้อมหัวใจที่เต้นรัวขึ้นจนน่ากลัว แก้มใสพลันแดงราวกับผลแอปเปิ้ลสุก

 

 

            “อืม ก็เอาสิ เราเองก็...ชอบภามเหมือนกัน

 

 

            วันเวลาผ่านไปความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ยังดำเนินไปเรื่อย ๆ ตามประสาคู่รักวัยเรียนทั่ว ๆ ไป มีทะเลาะกันบ้าง งอนง้อกันบ้างตามประสา แต่ก็ไม่ถึงขั้นเลิกรากันไป ภาพของสองหนุ่มสาวชี้ชวนกันเดินไปตามย่านการค้าสยามยามบ่ายคล้อยอย่างสนุกสนาน พร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ประดับบนใบหน้าของทั้งคู่ เป็นภาพที่เห็นได้ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ และวันนี้ก็เช่นเดียวกัน

            “ภาม นี่มันบ่ายสี่แล้วอ่ะ พรุ่งนี้มีสอบเคมีนะ ว้ายังไม่ได้อ่านหนังสือเลย” เด็กสาวหันไปบอกคนข้างตัว

            “ไม่เป็นไรหรอกน่า แค่สอบเก็บคะแนนไม่ใช่สอบจริงสักหน่อย” ภากรเอ่ยอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก

            “ถึงจะเป็นแค่สอบเก็บคะแนนแต่มันก็สำคัญนะ” พัฐวราเถียง ใช่ คะแนสอบไม่ว่าจะเป็นสอบย่อย สอบปลายภาค หรือสอบแบบไหนก็ล้วนมีค่า

            “เชื่อภามเถอะ เที่ยวต่อดีกว่านะ นะว้านะ เย็นนี้ว้าอยากกินอะไรภามตามใจเลย” เด็กหนุ่มเสนอเอาใจแฟนสาวเพื่อตัดรำคาญ ไม่ให้เธอคะยั้นคะยอขอกลับบ้าน วันหยุดสุดสัปดาห์ทั้งทีก็ควรจะพักผ่อน เที่ยวเล่นให้เต็มที่เสียบ้าง

            “แต่...” ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดจบพูดประโยค ภากรก็หยุดเดิม แล้วหันมาจ้องอีกฝ่ายด้วยแววตาดุดัน

            “ไม่มีแต่สิ ถ้าว้ากลับตอนนี้ภามจะโกรธจริง ๆ ด้วย” พัฐวรามองภากรด้วยสีหน้าหนักใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาขู่เธอแบบนี้ บางครั้งถึงขั้นขู่ว่าถ้าเธอกลับก่อนจะเลิกกับเธอด้วยซ้ำไป แต่จะให้ทำอย่างไรเล่า ในเมื่อรักเขามาก และไม่อยากเสียเขาไป ก็ต้องยอม...

 

            ในวันรุ่งขึ้นพัฐวราเข้าเรียนด้วยความกังวล เพราะหลังจากที่เขาไปส่งเธอถึงบ้านตอนราว ๆ สองทุ่มครึ่ง เธออ่านหนังสือไปได้สิบกว่านาที ภากรก็ทักเธอมาในโปรมแกรมแชท และชวนเธอคุยจนดึก ด้วยความที่ตลอดทั้งวันเธอเดินเที่ยวเล่นกับภากร ทำให้เธอเหนื่อยล้าเกิดกว่าจะลุกขึ้นมาอ่านหนังสืออีกครั้ง เธอแทบไม่ได้เตรียมตัวมาสอบแลยก็ว่าได้

            “เอาล่ะ นักเรียน หวังว่าทุกคนคงจะอ่านหนังสอบเตรียมสอบมาแล้วสินะ พวกเธอมีเวลาในการทำทั้งหมดหนึ่งชั่วโมงห้านาที หลังจากครูแจกกระดาษแล้ว ห้ามพวกเธอเปิดดูข้อสอบโดยเด็ดขาด จนกว่าครูจะอนุญาต” ครูช้องนางพูด แล้วแจกกระดาษข้อสอบให้นักเรียนทุกคน

            “เอาล่ะ เริ่มได้” หลังจบประโยค เสียงเปิดกระดาษก็ดังระงมทั่วห้อง ตามด้วยเสียงปากกาขีดเขียนลงบนกระดาษ

            พัฐวราขีดเขียนสิ่งที่เธอจำได้จากในห้องลงไปในกระดาษ ทว่านั่นก็ยังไม่พอที่จะตอบคำถามได้ทุกข้อ เธอพยายามคิดว่าในหนังสือเขียนอะไรไว้บ้าง คุณครูสอนอะไรในห้อง และสิงที่เธออ่านในสิบกว่านาทีเมื่อคืน แต่แม้ว่าเธอจะพยายามคิดสักเพียงใด ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผล เธอคิดอะไรไม่ออกเลยสักนิด เธอได้แต่นั่งเขียนคำตอบลงไปมั่ว ๆ และอ่านคำตอบตัวเองซ้ำไปมาจนหมดเวลา

            เย็นวันนั้น พัฐวราต้องไปช่วยที่ชมรมจัดแสดงงานศิลปะซึ่งจัดขึ้นทุกปี เธอกล่าวลา พร้อมสัญญากับภากรว่าคืนนี้จะอยู่คุยแชทกับเขาแน่นอน แล้วจึงเดินกลับไปช่วยงานในชมรมต่อ

            “อ๊ะ น้ำว้า ครูช้องนางฝากให้มาบอกเธอว่าให้เธอไปพบครูหลังช่วยงานชมรมเสร็จด้วยนะ” แพรวพราว รองหัวหน้าชมรม และเพื่อนร่วมชั้นของเธอเดินมาบอก ในขณะที่พัฐวรากำลังตรวจเช็คภาพวาดที่ต้องเอาไปจัดแสดง

            “ครูบอกหรือเปล่าว่าให้เราไปหาครูทำไม” พัฐวราเงยหน้าขึ้นมาถาม

            “ครูไม่ได้บอกไว้นะ แต่เราว่าครูคงเรียกเธอไปช่วยงานครูเขาเหมือนทุกครั้งนั่นล่ะ” แพรวพราวตอบ  

            “เหรอ ขอบคุณนะที่มาบอก” พัฐวรากล่าวขอบคุณพร้อมส่งยิ้มให้

            “จ้ะ” เธอยิ้มตอบแล้วเดินไปจัดการกับงานตัวเองบ้าง

 

            “เอาล่ะทุกคน ขอบคุณมากที่มาช่วย กลับกันได้แล้วล่ะ” คำพูดเรียบ ๆ จากปากของวีรา หัวหน้าชมรมทำให้ใครหลายคนร้องเฮออกมา เห็นได้ชัดว่าการจัดงานแต่ล่ะครั้งสูบเอาพลังไปพอควรเลยทีเดียว พัฐวราเองก็เหนื่อยเช่นกัน ทว่าเธอยังกลับไม่ได้ เธอรีบสาวเท้าไปเก็บข้าวของของตนลงกระเป๋านักเรียน ไหว้ลาเหบ่ารุ่นพี่ และรับไหว้จากรุ่นน้องก่อนจะรีบเดินไปให้ถึงห้งอพักครู เพราะเวลานี้ก็เย็นมากแล้ว จนในอาคารเรียนไม่เหลือใครแล้ว ไม่รู้ว่าครูช้องนางจะยังรอเธออยู่หรือไม่

            ทันทีที่เธอมาถึงหน้าห้องพักครู เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อบรรเทาอาการหอบ ก่อนจะเอื้อมมือไปเคาะบานประตูตรงหน้า แล้วเปิดประตูเข้าไป ส่งผลให้ครูช้องนาง ซึ่งตอนนี้เป็นเพียงคนเดียวที่ยังนั่งอยู่ในห้องพักครูเงยหน้าขึ้นมองเด็กสาว

            “มาแล้วหรือพัฐวรา” ครูช้องนางเอ่ยถามเสียงเรียบ พร้อมกันนั้นก็รับไหว้จากคนป็นลูกศิษย์ “รู้ไหมว่าทำไมครูถึงเรียกเธอมา” ครูถามต่อ

            “ไม่ทราบค่ะ” พัฐวราตอบหลังจากเดินมายืนอยู่ข้างโต๊ะของครูช้องนาง ท่านเหลือบมองเธอเล็กน้อย ก่อนจะหยิบกระดาษหลายแผ่นออกมา

            “เธอรู้ไหมว่าเธอคะแนนตกลงไปจากเมื่อเทอมหนึ่งมากขนาดไหน” พัฐวราได้แต่นิ่งเงียบ คำตอบนั้นเธอรู้ดีกว่าใคร คะแนนเธอตกลงมามากเลยทีเดียว หากเทียบกับทุก ๆ ปีการศึกษาที่ผ่านมาทั้งชีวิต ปีนี้เป็นปีที่คะแนนแย่ที่สุด

พัฐวรา เธออยู่ม.5 แล้ว อีกเดี๋ยวเธอก็ขึ้นม.6 ใกล้จะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วรู้ใช่ไหม ถ้าคะแนนเธอตกลงมาแบบนี้คิดเหรอว่าจะติดคณะแพทย์ที่เธอหวังไว้น่ะ คนเป็นครูพูดย้ำเตือนให้คนเป็นศิษย์เข้าใจถึงสถานะของตนมากขึ้น แล้วย้ำถึงความสำคัญของการตั้งใจเรียน และสอบ

            “ครูไม่ว่าถ้าเธอจะมีความรักมีแฟน ของพวกนี้น่ะมีได้ แต่เธอต้องแบ่งเวลาให้เป็น เข้าใจไหม ครูหวังว่าเธอจะทำได้ดีกว่านี้ครูเตือนลูกศิษย์อีกครั้ง

            “ค่ะ เธอก้มหน้านิ่งตอบ

            “ไปได้แล้วเด็กสาวยกมือไหว้ครูช้องนางก่อนจะเดินออกจากห้องพักครู น้ำตาที่อดกลั้นเอาไว้ ไหลรินออกจากหน่วยตาทั้งสองข้าง เธอเป็นเรียนดีระดับท็อปของชั้นมาโดยตลอด เกรดเฉลี่ยของเธอไม่เคยต่ำกว่า 3.95 แต่ทำไม...เมื่อคิดถึงตรงนี้น้ำตาที่เริ่มเหือดแห้งไปแล้วก็ไหลทะลักราวเขื่อนแตกออกมาอีกครั้ง...

           

            “น้ำว้า น้ำว้า! น้ำว้า!!!” เสียงเรียกชื่อเธอที่ดังอยู่ข้างหู ทำให้เด็กสาวสะดุ้งตัวโยนขณะนั่งเหม่อลอยอยู่ที่ระเบียงบ้าน ตั้งแต่เธอกลับมาตอนเย็น เธอก็เอาแต่ทบทวนสิ่งที่ครูพูดซ้ำไปซ้ำมาให้หัว จนแทบไม่มีสมาธิในการทำอะไรทั้งสิ้น

            “อ๊ะ คะ มีอะไรหรือเปล่าพี่กล้วย” เธอถามหลังจากรู้ว่าใครเป็นคนเรียกเธอ

            “พี่เรียกเราตั้งหลายที ทำไมไม่ตอบ เป็นอะไรไป ไม่สบายเหรอ” ว่าแล้วกัทลีก็เอื้อมมือไปอังหน้าผากน้องสาวของตน ก่อนละออกไปปเมื่อพบว่าพัฐวราไม่ได้ตัวร้อนอย่างที่เธอคิด

            “เปล่าค่ะ คิดอะไรนิดหน่อย” พัฐวรายิ้มให้พี่สาวของเธอสบายใจ

            “เรื่องอะไรพอจะบอกพี่ได้ไหม” กัทลีถามพร้อมจ้องลึกลงไปในดวงตาของเด็กสาว

            “ลำบากใจ ไม่ต้องบอกพี่ก็ได้นะ” เธอกล่าวอีกครั้ง หลังจากที่น้องสาวนิ่งเงียบไปนาน

            “ไม่ได้ลำบากใจค่ะ แค่ไม่รู้ว่าจะบอกยังไงดี” พัฐวราส่งยิ้มน้อย ๆ ให้พี่สาว แล้วจึงพูดต่อ “คือ...วันนี้ครูช้องนางเรียกว้าไปคุยเรื่องคะแนนของว้า มันตกลงจากเมื่อก่อนมาก แล้วว้าก็จะขึ้นม.6แล้ว ถ้าคะแนนแบบนี้ว้าอาจจะไม่ติดคณะแพทย์ก็ได้ ว้าอยากสอบติดแพทย์ อยากเป็นหมอที่เก่ง จะได้มารักษาพ่อ” ร่างบางเริ่มสั่นน้อย ๆ ขอบตาของเธอร้อนผ่าวขึ้น น้ำตาค่อย ๆ ไหลรินออกมา

            “หยุดร้องไห้นะว้านะ” กัทลีกอดน้องสาวไว้ พลางลูบศีรษะทุยเป็นการปลอบ “แล้วว้าพอจะรู้ไหมว่าทำไมว้าถึงสอบได้คะแนนแย่ลง อ่านหนังสือจนดึกเลยไปหลับในห้อง ทำให้เรียนไม่รู้เรื่อง หรือมีเรื่องอะไรหนักใจทำให้ไม่มีสมาธิในการเรียนรึเปล่า”กัทลีถามด้วยความเป็นห่วง

            “ว้า...อึก...ว้า ว้าว่าเป็นเพราะว้าไม่ได้อ่านทบทวน” พัฐวราตอบทั้งที่ยังสะอื้น

            “แล้วทำไมไม่อ่าน” กัทลีถามต่อ

            “ว้าเอาแต่เที่ยวเล่น” เด็กสาวรับรู้ถึงความจริงข้อนี้ดี และยอมที่สารภาพมันให้พี่สาวฟัง

            “งั้นว้าควรลดเวลาเล่นขอว้า แล้วมาอ่านหนังสือไหม”

            “แต่ภามจะโกรธว้า...” เธอพูดความกังวลที่แท้จริงของเธอออกมา

            “น้ำว้า ระหว่างภามโกรธ กับอนาคต ว้าจะเลือกอันไหน” กัทลีถามอีกครั้งด้วยสีหน้า และน้ำเสียงที่จริงจังยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ

            “อนาคต...” พัฐวราตอบเสียงอ่อย

            “งั้นว้ารู้ไหมว่าว้าควรจะทำอะไรต่อ”

            “รู้ค่ะ”

 

            ภายในอาทิตย์นั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและภากรยังเป็นแบบเดิมอย่างที่แล้ว ๆ มา ตอนกลางวันกินข้าวด้วยกัน ตกเย็นเดินกลับบ้านพร้อมกัน พอดึกหน่อยก็คุยแชทกัน จะมีบ้างที่เธอแกล้งบิกราตรีสวัสดิ์ภากรเร็วกว่าปกติ เพื่อมาอ่านหนังสือเรียน และดูเหมือนว่าภากรเองก็ไม่ได้เอะใจอะไร มีแต่ความเป็นห่วง เมื่อเธออ้างว่าปวดหัว อยากนอนเร็วหน่อย และเช่นเดิมที่วันเสาร์ที่พัฐวราจะออกมาเที่ยวกับภากร

“ภาม ว้าต้องกลับไปอ่านหนังสือ” เธอพูดประโยคเดิมที่พูดมาทุกอาทิตย์อีกครั้ง

“ว้า ไม่เห็นเป็นไรเลย” และเขาก็ไม่เห็นความสำคัญของคำขอของเธออีกเช่นเคย

“ไม่ได้ คะแนนว้าตกไปเยอะมาก”

“ว้า ถ้าว้ากลับตอนนี้...” ก่อนที่เขาจะขู่เธอแบบเดิม ๆ จบ พัฐวราก็แทรกด้วยเสียงติดตะสั่นน้อย ๆ ของเธอ

“ไม่เอาแล้วภาม ไม่ว่ายังไงเราก็จะกับ ภามจะโกรธว้าก็ได้แต่ว้าจะกลับ” เธอมองตาของภากรอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ มันเป็นครั้งแรกจริง ๆ ที่เธอเถียงกับเขา มีความลังเลอยู่ในแววตาของเธอ แต่เพียงชั่ววูบมันก็หายไป เธอตัดสินใจเธอหันหลังเดินออกจากภากร แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเขาจะต้องโกรธเธอมากแน่นอน

“ว้า ว้า ว้า! ถ้าว้ากลับตอนนี้เราเลิกกัน” เด็กหนุ่มเดินตามเธออย่างไม่ลดละ เรียกเธอหลายครั้ง และยื่นคำขาดให้แก่เธอ นั่นทำให้เธอหยุดชะงักไป เธอหันหลับไปสบตากับภากร ก่อนจะพูดในสิ่งที่หากเป็นตัวเธอก่อนหน้านี้คงไม่มีทางพูดได้เด็ดขาด

“ได้ เลิกก็เลิก”

 

 

            วันจันทร์หมุนเวียนมาอีกครั้ง ตั้งแต่เธอเลิกกับเขาในวันเสาร์เจ้าตัวก็ขยันส่งข้อความมาถามถึงอาการที่แปลกไปของเธอ รวมถึงตามง้อเธอด้วย ทำให้เธอต้องปิดเครื่องตลอดทั้งวัน และเมื่อเธออยู่ที่โรงเรียน โชคยังดีที่อยู่กันคนละห้อง เธอพยายามเดินเลี่ยงในสาถนที่ที่เธอรู้ว่าเขาชอบอยู่เป็นประจำ รวมถึงมาถึงโรงเรียนก่อนเวลาปกติด้วย แต่ไม่ว่าอย่าไร เธอก็หนีเขาไม่พ้น เพราะเขารู้ว่าเธอเรียนห้องไหน จึงมาดักรอเธอ ทันทีที่เห็นหน้า พัฐวราก็เดินหนีไปอย่างรวดเร็ว

“ว้า เดี๋ยวสิ คุยกันก่อน” ภากรบอกพลางเอื้อมือไป หมายจะจับแขนเด็กสาวไว้ไม่ให้เธอเดินหนีเขาไปไหนอีก 

“ตั้งแต่วันนั้นว้าเป็นอะไร เมื่อก่อนไม่เห็นเป็นไรเลย” เขายังคงพูดต่อหลังจากจับแขนเธอได้แล้ว พัฐวราพยายามสะบัดแขนหนี แต่เรี่ยวแรงที่มีน้อยกว่าทำให้ต้องจำยอมอยู่เฉย ๆ และตอนคำถามของเขา

“ว้าบอกไปแล้ว คะแนนว้าตกลงไปมาก พวกเราจะปิดเทอมอยู่แล้วนะภาม ปีหน้าเราก็ขึ้นม.6กันแล้ว ต้องสอบเข้ามหาลัยฯ” ความจริงข้อนี้ทำให้ภากรนิ่งคิด แล้วค่อย ๆ ปล่อยแขนเด็กสาวให้เป็นอิสระ

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ว้าไปนะ” พัฐวราเอ่ย แต่ในขณะที่กำลังเดินออกไปนั้น ภากรก็ถามขึ้นซะก่อน

“ว้าจะไปไหน”

“ห้องสมุด” เธอตอบทั้งที่ยังไม่หยุดเดิน ส่งผลให้อีกคนต้องเดินตามเพื่อคุยอย่างช่วยไม่ได้

“ไปด้วยสิ” เขาขอ ทว่าดูจะเป็นคำขอที่ไม่ได้ต้องการคำตอบอย่างจริงจังนัก เพียงแค่มองตาเธอที่ก็รู้แล้ว ถึงเธอจะปฏิเสธ เขาก็ตามเธอไปอยู่ดี

“ว้าจะไปอ่านหนังสือเตรียมสอบนะ” เธอบอก  และเป็นการบอกเขากลาย ๆ ว่าเธอไม่ยอมให้เขาไปกวนเธอแน่นอน

“ไปช่วยกันติว” ภากรพูดด้วยท่าทีสบาย ๆ นั่นทำให้พัฐวรามองเขาอย่างไม่ไว้ใจ

“ไม่เชื่อใจกันเหรอ ว้าเรียนเก่งนี่ ช่วยติวให้ภามด้วยสิ ไม่ได้ตั้งใจจะไปกวนจริง ๆ นะ” เขาพูดต่อ

“หรือรังเกียจภาม”

“เปล่า จะไปก็มาสิ” เหมือนคำพูดสุดท้ายของเขาจะได้ผล เธออนุญาตเขาในทันที ทำไมภากรจะไม่รู้ว่าแฟน ไม่สิ อดีตแฟนของเขาไม่ชอบให้เขาคิดว่าเธอรังเกียจเขาขนาดไหน จะกี่ครั้งที่เขาพูดว่า รังเกียจภามเหรอพัฐวราก็ปฏิเสธ ทั้งยังให้ในสิ่งที่เขาต้องการเสมอ

ทั้งคู่เดินไปถึงห้องสมุด แล้วตรงไปนั่งที่โต๊ะตัวหนึ่ง นำหนังสือออกมานั่งอ่าน รวมถึงทำแบบฝึกหัดต่าง ๆ ด้วย ภากรเองก็ทำเช่นกัน แต่เขาคอยดูสิ่งที่พัฐวราทำ พลางช่วยตรวจข้อต่าง ๆ ที่เธอทำไปด้วย หากเขาเจอข้อที่เธอทำผิด เขาจะเตือนเธอ ทั้งยังช่วยอธิบายสิ่งที่ผิด และวิธีแก้ นั่นทำให้พัฐวราแปลกใจเล็กน้อย เธอไม่ได้แปลกใจเพราะเขาช่วยตรวจ ช่วยแก้ให้เธอ เพราะพอรู้อยู่แล้วว่าภากรเก่งวิชาสายวิทย์มาก แต่ที่เธอแปลกใจคือภากรยอมช่วยติวให้เธอ โดยไม่ชวนเธอคุยเล่นออกนอกประเด็นเลยต่างหาก

หลังจากวันนั้น ภากรก็ยังปฏิบัติตัวกับพัฐวราไม่ต่างจากเดิมนัก มาถึงโรงเรียนพร้อมกับ เขาเดินไปส่งเธอที่ห้อง กลางวันกินข้าวด้วยกัน กลับบ้านพร้อมกัน  ที่เพิ่มเข้ามาคงมีแค่ภากรช่วยกันติวกับพัฐวราที่ห้องสมุดเท่านั้น  มีบ้างที่ภากรส่งแชทมาหาเธอ เหมือนเขาจะรู้ดีว่าตอนนี้ทั้งคู่อยู่กันในสถานะแบบไหน เขาจึงชวนเธอคุยเพียงเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นการกระทำหลาย ๆ อย่างของทั้งคู่ทำให้เพื่อน ๆ ต่างมึนงงว่าสรุปเลิกกันแล้ว หรือยังคบกันอยู่ ทั้งสองไม่เคยปริปากพูดถึงความสัมพันธ์ อยู่กันไปแบบมึน ๆ จะแฟนก็ไม่ใช่ จะเพื่อนก็ไม่เชิง รู้แค่ว่าอยู่กันแบบนี้แล้วสบายใจก็พอแล้ว   

กาลเวลาที่ร่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว จนถึงวันนี้ วันประกาศผลสอบของมหาวิทยาลัย เป็นครั้งแรกหลังจากที่เลิกกันที่ภากรชวนเธอไปบ้านของเขา เพื่อลุ้นผลสอบด้วยกัน พัฐวราก็ไม่ได้ปฏิเสธคำชวนนั้นแต่อย่างใด ยอมไปบ้านภากร ทั้งสองมีโน๊ตบุ๊คอยู่บนตักคนละเครื่อง เมื่อถึงเวลาประกาศผล เสียงรัวแป้นคีย์บอร์ดพิมพ์เลขรหัสก็ดังขึ้น เพียงไม่กี่อึดใจ ผลก็ปรากฎตรงหน้าของทั้งคู่

“ภาม ว้าติดแล้ว” พัฐราเอ่ยอย่างดีใจ ส่งยิ้มกว้างให้กับเขา พร้อมหมุนหน้าจอให้ดู

“ภามก็ติดเหมือนกัน มหาลัยฯเดียวกันเลย” เขาบอก พลางหมุนหน้าจอให้เธอเช่นกัน ทั้งสองยิ้ม และมองตากันสักพัก บรรยากาสเหมือนวันที่เขาขอคบเธอ...

“ว้า กลับมาคบกันได้ไหม” ภากรถามในที่สุด

“หือ” ดวงตาของพัฐวราเบิกกว้าง เลิกคิ้วขึ้นอย่าไงม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่ได้ยินนัก

“ก็ตอนที่ภามท้าให้ว้าเลิกกับภาม ว้าก็เลิกจริง ๆ สัญญาเลย คราวนี้ภามจะไม่เอาแต่ใจแบบนั้นอีกแล้ว ภามขอโทษนะกับเรื่องเมื่อตอนนั้น แต่ให้โอกาสภามอีกครั้งได้ไหม” ภากรเอ่ยย้ำทั้งยังส่งสายตาอ้อนวอนมาให้เธอ พัฐวราหน้าแดงขึ้นมา จากที่มองตาอีกฝ่าย กลับหลุบตาต่ำไม่ยอมสบตา ก่อนตอบเสียงเบา แต่ก็มากพอที่ภากรจะได้ยิน

 

“อื้อ” 

                          

 
 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ น้องหญิงมันเผา/The Black Twin จากทั้งหมด 21 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(