[ป๋อจ้าน](Omegaverse) Red Rose #ป๋อจ้าน #อี้จ้าน #BoZhan #หวังเซียว

ตอนที่ 6 : Red Rose - 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,460
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,486 ครั้ง
    27 ต.ค. 62




 

นิ้วเรียวที่เกลี่ยไปมาอยู่ที่บริเวณหลังลำคอขาวทำให้โอเมก้าที่กำลังหลับอยู่งัวเงียรู้สึกตัวตื่นขึ้น ใบหน้าหวานขยับถูไถไปมาก่อนที่จะยกมือขึ้นขยี้ตาตนเอง

“ยังไม่ได้นะ” เซียวจ้านลืมตาขึ้นมองเจ้าของอกแกร่งที่ตนซบอยู่ยังคงไม่ตื่นดี เขาเผลองีบไปหลังจากที่กิจกรรมเหล่านั้นจบลงโดยไม่รู้เลยว่าผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วทว่าโอเมก้าย่อมไว้ต่อสัมผัสที่หลังคอ

มันคือจุดเดียวที่เอาไว้ชี้ชะตา….

“ทำไม?” คนที่เซียวจ้านนอนทับอยู่เอ่ยถามเบาๆด้วยสีหน้าจริงจัง ทำไมถึงจะให้กัดไม่ได้ในเมื่อพวกเขาทั้งคู่ต่างใจตรงกันแล้ว

เซียวจ้านพูดเองว่าเป็นของเขา

“ยังไม่ได้ ไม่ใช่ตอนนี้” ร่างบางพยายามจะลุกขึ้นทว่ากลับถูกเจ้าของอกแกร่งรั้งเอาไว้ ใกล้เช้าแล้ว หากอีกฝ่ายไม่ไปส่งเขาต้องเป็นเรื่องแน่นอน

“นาย เราเจ็บ” เซียวจ้านเอ่ยเสียงอ่อนเมื่อรู้สึกปวดร้าวไปหมดในตอนที่หวังอี้ป๋อรัดรั้งตนเอาไว้ ร่างกายเซียวจ้านไม่ได้อ่อนแอขี้โรคแต่ก็ไม่ได้แข็งแรงนักหรอก คนที่วันๆอาศัยอยู่แต่ในห้องอย่างเขาจะไปเอากำลังวังชามาจากที่ใดมากมาย “…อี้ป๋อ ปล่อยเราก่อน”

“นอนต่อเถอะ”

“ไม่ได้ เราต้องกลับ”

“ไม่ให้กลับ”

“ทำไม?

“นายพูดเองว่าเป็นของฉัน” หวังอี้ป๋อเอ่ยเสียงนิ่งด้วยความดื้อรั้น ในเมื่อเซียวจ้านรับปากแล้วเหตุใดจึงต้องกลับไปอีก เรื่องตระกูลเซียวถึงไม่เล่าเขาก็ไม่สนแล้ว แค่บอกเขามาว่าไม่อยากอยู่ที่นั่นอีกเซียวจ้านจะไม่มีวันต้องทนทุกข์

เขาไม่เคยสนใครหน้าไหนทั้งนั้น

“ใช่ เราเป็นของนาย อยู่ที่ไหนเราก็ต้องเป็นของนาย นายจะกังวลทำไม” เซียวจ้านเงยหน้าขึ้นตอบก่อนที่จะยิ้มละมุนให้อีกฝ่ายสบายใจ มือเรียวยกขึ้นลูบใบหน้าคมคายเบาๆด้วยความหลงใหลในตัวอีกฝ่ายไม่แพ้กัน “พาเรากลับนะ”

“เซียวจ้าน”

“หื้ม?” ร่างบางเอียงหน้าน้อยๆรอให้หวังอี้ป๋อเอ่ยพูดอะไรสักอย่าง ทำไมต้องเรียกชื่อเขาแล้วเงียบไปเช่นนั้น

เขาใจไม่ดีเลย…

“เดี๋ยวนะ!” ร้องอุทานออกมาเมื่อถูกจับพลิกให้นอนราบลงร่างสูงจดจ้องใบหน้าของเขานิ่งก่อนที่จะค่อยๆเผลอยิ้มออกมา

สร้อยเส้นงามถูกปล่อยลงจากมือตน…

“ของนาย”

สร้อยคอร้อยจี้รูปกระต่ายตัวน้อยที่ประดับประดาด้วยเพชรน้ำงามเม็ดเล็กๆทั่วตัว

หวังอี้ป๋อ …ให้เขางั้นเหรอ?

“ฉันใส่ให้” หวังอี้ป๋อเอ่ยเสียงละมุนก่อนที่จะพยุงตัวเซียวจ้านขึ้นนั่ง สร้อยเส้นงามถูกสวมใส่ลงบนลำคอระหงส์ของร่างบางก่อนที่คนด้านหลังจะตามมาสวมกอดเขาเอาไว้แน่น

อีกฝ่ายคงกะจะมอบให้เขาตอนที่เราลงไปเดินเล่นกันทว่าเขาดันพลัดหลงกันเสียก่อน

ความรู้สึกที่ได้เป็นคนของสำคัญของใครสักคน…ความรู้สึกนี้

ดีเหลือเกิน…

เซียวจ้านเม้มปากแน่นความรู้สึกอิ่มเอมใจท่ามกลางความว่างเปล่าที่ยืนรอตนอยู่ตรงหน้าทำให้เขาร้องไห้ออกมา…

เขาอยากอยู่กับหวังอี้ป๋อตรงนี้นานๆ

“อย่าร้องไห้”

เขาควรจะทำอย่างไรต่อไป…

ทำเช่นไรต่อไปดี

.

.

 

            “ถึงสักที” เอ่ยขึ้นมาเมื่อก้าวเข้ามาในห้องของตนอย่างปลอดภัยแล้ว วันนี้ร่างสูงเองก็ขึ้นมาส่งเขาถึงห้องเช่นเคยทว่าคงจะให้อยู่นานไม่ได้เพราะครั้งนี้จวนจะเช้ากว่าทุกวัน

เซียวจ้านออกไปข้างนอกกับหวังอี้ป๋อเกือบ 9 ชม.เลยทีเดียว

“รีบกลับไปพักผ่อนนะ นายไม่ยอมนอนเลย” เอ่ยเตือนอีกฝ่ายอย่างที่ชอบทำ วันนี้พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันยาวนานกว่าทุกครั้งทว่าไม่รู้ทำไมมันจึงได้ผ่านไปเร็วราวกับเป็นเพียงระยะเวลาแค่ชั่วพริบตาเดียว

ห้องนอนของเขาคืนนี้ทำให้เขารู้สึกว่างเปล่า…

ว่างเปล่าราวกับไม่ใช่สถานที่ที่คุ้นชิน

 

“นาย ไม่กลับเหรอ?

“เซียวจ้าน”

“หื้ม?

“…” ร่างสูงยืนมองเซียวจ้านนิ่ง ความรู้สึกไม่มั่นคงที่กลับกลายเป็นของอีกฝ่ายแทนทำให้เซียวจ้านต้องฝืนยิ้มออกมาราวกับไม่ได้คิดอะไร

เขาคิดแล้วว่าอีกฝ่ายต้องสงสัยเพราะวันนี้เขาทำมันได้ไม่ดีเอาเสียเลย

เขาควรจะทำตัวให้อีกฝ่ายสบายใจ

“เป็นอะไร เราอยู่ตรงนี้ไง”

“วันนี้นายแปลก” หวังอี้ป๋อเดินเข้าประชิดคนตัวบางจนเซียวจ้านแทบจะเซไปด้านหลัง มือหนาช่วยจับแขนเรียวเอาไว้แน่นก่อนที่จะเอ่ยถามต่อด้วยความข้องใจ “มีเรื่องอะไร?

“หื้ม? ไม่มี” เซียวจ้านส่ายหน้าไปมารัวๆ เรียวปากบางยังคงยกยิ้มน้อยๆให้อีกฝ่าย “นายกังวลมากไป”

“เซียวจ้าน”

“เราพูดจริงๆ นายไม่เชื่อเราเหรอ?” ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองคนสูงกว่าก่อนที่จะหัวเราะน้อยๆ แขนเรียวสอดเข้าไปกอดเอวสอบเอาไว้หลวมๆ แก้มนิ่มแนบอิงลงไปกับไหล่กว้างซึมซับความอบอุ่นจากร่างสูงตรงหน้าด้วยหัวใจที่คล้ายจะพังครืนลง…

วูบโหวงอยู่ภายในเก็บซ่อนเอาไว้ไม่ให้ใครได้รู้

“ไปอยู่กับฉัน” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาทั้งหนักแน่นทั้งเด็ดเดี่ยว ชั่ววินาทีหนึ่งเซียวจ้านรู้สึกอุ่นใจเหลือเกินทว่าวินาทีต่อมาเขาก็ชาวาบไปหมดทั้งตัว

เขาทำแบบนั้นไม่ได้…

ไม่มีสิทธิ์

“เราอยู่ที่ไหนก็เป็นของหวังอี้ป๋อ” เอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนอย่างที่อยากทำ ใบหน้าหวานที่ซบอยู่บนไหล่กว้างหลับตาลงซึมซาบความอบอุ่นเข้าไปในใจ

“ฉันรู้”

“จำเอาไว้ให้ขึ้นใจเลยนะ” เซียวจ้านเอ่ยออกมาพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ เขากลั้นสะอื้นเอาไว้สุดแรงก่อนที่จะกลั้นใจผละออกจากอีกฝ่ายแล้วก้มหน้าลงเพื่อซ่อนหยาดน้ำตา…

หากกอดกันนานกว่านี้เขาอาจจะตัดใจปล่อยอีกฝ่ายไปไม่ได้จริงๆ

ทำไมเขาจะไม่อยากครอบครองหวังอี้ป๋อ…เขาแค่รู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เท่านั้นเอง

“ขอบคุณนะ…สร้อยเส้นนี้เราจะเก็บไว้อย่างดี” เอ่ยเบาๆแม้ความจริงแล้วเขาแค่อยากจะขอโทษ ขอโทษที่ขอให้อีกฝ่ายมาเจอ ขอโทษที่ขอให้มาพาเขาออกไป…

ขอโทษที่เขามีใจ

ขอโทษที่มาไกลได้เพียงเท่านี้…

เขาไม่อยากเป็นภาระให้ใครอีกแล้ว…

เขาก็แค่โอเมก้าที่ท้องไม่ได้ตนหนึ่งเท่านั้นเอง

…ทิ้งทุกอย่างเพื่อเขาไม่ได้หรอกนะ อย่าทำเช่นนั้นเลย

คนที่คู่ควรจะได้ยืนเคียงข้างคุณชายรองตระกูลหวังไม่ใช่เขาและไม่มีวันเป็นเขา

คืนร่างสูงให้กับคนที่ควรจะได้ยืนตรงนั้นไป…

.

“กล้ามากนะคะพี่รอง…”

“ซวนอี๋” เซียวจ้านหันกลับไปมองคนมาใหม่ด้วยความตระหนก เงาร่างเพรียวบางของน้องสาวตนซึ่งพึ่งจากเปิดประตูเข้ามาหลังจากที่หวังอี้ป๋อออกไปได้ไม่นานทำให้เซียวจ้านเซถอยหลังด้วยความกลัว

“พี่แค่…”

“สร้อยสวยจังเลยค่ะ” เซียวซวนอี๋ยกยิ้มขึ้นไปถึงดวงตา ขาเรียวค่อยๆก้าวเข้ามาจ้องมองเจ้ากระต่ายตัวน้อยที่คอของอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู

“…”

“พูดดีๆไม่ฟังกันใช่มั้ยคะ…ซวนอี๋ก็คิดว่าพี่รองจะพูดรู้เรื่องกว่านี้เสียอีก”

แย่จริงๆ ความจริงไม่ได้อยากจะทำถึงขั้นนั้นเลย…แต่คงช่วยไม่ได้เสียแล้ว

“แบบนี้คุณชายรองคงไม่ยอมทิ้งพี่รองแน่ๆเขาจะตามไปที่งานแต่งแล้วหักหน้าทุกคน  แต่ไม่เป็นไรนะคะซวนอี๋มีวิธีจะช่วย พี่รองอยากจะลองฟังดูมั้ยคะ??” เซียวซวนอี๋ยิ้มเย็นก่อนที่จะก้าวเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่างที่ใบหูของพี่ชาย

มันอาจจะฟังดูโหดร้ายแต่นี่คงจะเป็นวิธีเดียวที่ดีที่สุดแล้ว

“….”

อยากจะยั่วให้เธอโกรธทำไมกัน

“คิดดีๆนะคะ ถ้าไม่ทำตระกูลทั้งตระกูลจะไม่เหลือความเป็นเลือดบริสุทธิ์อีกต่อไปแล้วสุดท้ายคุณพ่อคุณแม่ หรือแม้กระทั่งคุณชายรองก็จะต้องอับอายเพราะคนแบบพี่แค่คนเดียว

 

 

.

.

 

คฤหาสน์ใหญ่ตระกูลเซียว

08.30 น.

“อาตี้ กลับมาแล้วหรือ?” คุณหญิงเซียวเอ่ยถามคนใช้คนสนิทของตนในขณะที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ในห้องนั่งเล่น ช่วงนี้เซียวเหอตี้ไม่ค่อยว่างกลับบ้านนักเพราะมีโครงการใหญ่อยู่ที่ทางใต้ ความจริงแล้วงานก็แต่งได้3ปีแล้วแต่ทายาทก็ยังไม่มีให้สักคน เธอไม่รู้จะพูดอย่างไรเลยจริงๆ

“คุณชายใหญ่พึ่งกลับมาถึงเมื่อตอนเช้าค่ะคุณหญิง เห็นว่าแวะไปหาคุณหนูหลี่ก่อน ตอนบ่ายๆจะเข้ามาหานายท่านเซียวค่ะ” คนใช้คนสนิทเอ่ยกับคุณหญิงเซียวอย่างนุ่มนวลอ่อนหวาน เธอคอยรินชาให้คุณหญิงและคอยเป็นเพื่อนคุยเล่นให้คุณหญิงเธอเสมอ

“อืม ดีเลย ต้องเรียกมาตำหนิหน่อยแล้ว ขืนเป็นเช่นนี้เมื่อไหร่ฉันจะได้อุ้มหลานกัน อีกสองเดือนเหอตี้ก็30แล้ว เฮ้อ กลุ้มใจจริงๆเลย” คุณหญิงเซียวส่ายหน้าไปมาอย่างจนใจ สู้อุตส่าห์ยอมให้แต่งงานกับหลี่จือจือแทนคุณหนูตระกูลเจินแล้วดูเอาเสียว่าใช้ได้ที่ไหนกัน

เป็นภรรยาที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย

“คุณชายใหญ่ทำงานหนักก็เพื่อตระกูลทั้งนั้น คุณหญิงอย่าตำหนิเธอเลยนะคะ”

“แล้วนี่ซวนอี๋ไปไหน เห็นบอกว่าวันนี้ไม่มีเรียน ทำไมไม่ยักจะเห็น” คุณหญิงเซียวเอ่ยถามหาลูกสาวคนเล็กเมื่อนึกขึ้นได้ จะว่าไปนอกจากเซียวเหอตี้แล้วเซียวซวนอี๋เองก็ไม่ค่อยจะได้เรื่องได้ราว

ลูกแต่ละคนน่าหนักใจเสียจริง

“คุณหนูเล็กจะออกไปพบแพทย์ค่ะ เห็นว่าช่วงนี้สุขภาพผิวไม่ค่อยดี เลยจะไปบำรุงเพิ่มเสียหน่อย สักครู่ก็คงลงมาแล้วมังคะ”

“งั้นหรือ?

“อ้าว มาโน่นแล้วค่ะ” คนสนิทเอ่ยบอกเมื่อเห็นเซียวซวนอี๋พึ่งจะสวมสลีปเปอร์เดินลงมาจากด้านบน วันนี้คุณหนูเล็กแต่งตัวสวยทีเดียวคิดว่าคงจะพึ่งออกไปหาเพื่อนๆมา

“ซวนอี๋” คุณหญิงเซียวเอ่ยเรียกลูกสาวคนดีเสียงไม่ดังนักทว่าคงยังดังพอให้คุณหนูเล็กได้ยิน เธอยิ้มน้อย ๆช้อนสายตามองลูกสาวคนเล็กที่รีบวกเดินกลับมาหาตนด้วยรอยยิ้ม

“คุณแม่คะ?

“จะไปไหนแต่เช้ากัน” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแม้จะรู้อยู่แล้ว คุณหญิงก็เป็นเช่นนี้ มักจะทำให้คนรอบๆตัวรู้สึกเกร็งไปด้วยแม้จะไม่ได้ทำอะไรผิดก็ตาม

“ซวนอี๋จะออกไปคลินิกค่ะ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไป เหมือนว่าผิวจะหมองลงเลยค่ะ” เธอตอบก่อนที่จะนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆคุณแม่ของเธอ เซียวซวนอี๋เป็นเด็กน่ารักมากอยู่ เธอรู้ว่าอะไรควรพูดอะไรไม่ควรเช่นนั้นแล้วทุกคนในบ้านจึงเอ็นดูเธอ

“อืม เหรอคะ”

“ค่ะคุณแม่ คุณแม่อยากไปด้วยกันมั้ยคะ ซวนอี๋จะได้….”

“ไม่ล่ะ แม่อยากจะไปคุยกับคุณหญิงหวังเสียหน่อย ช่วงนี้เธอเงียบไปเลยแม่ใจไม่ค่อยดี” คุณหญิงเอ่ยขึ้นมาน้ำเสียงนุ่ม

“เรื่องนั้น…”

“บางทีช่วงนี้ลูกสาวแม่อาจจะเครียดจริงๆ คุณชายรองตระกูลหวังถึงได้เงียบไปเลย ไม่รู้ว่าคืนวันนั้นคุณชายรองสะดุดตาทายาทคนอื่นหรืออย่างไร” คุณหญิงเซียวเอ่ยต่อน้ำเสียงยังคงอยู่ในโทนเช่นเดิม “แต่แม่ก็ไม่ได้ใส่ใจนักหรอก หากลูกสาวของแม่ งดงามที่สุดจริงอย่างไรคุณชายรองหวังก็คงไปไหนไม่พ้น จริงมั้ยคะ?

“…” เซียวซวนอี๋เงียบไปก่อนที่จะก้มหน้าลง เธอเม้มปากเล็กน้อยก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นอีกครั้งราวกับไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น “คุณแม่เอ่ยหนักไปนะคะ ซวนอี๋จะสวยที่สุดได้อย่างไร พี่รองสิคะที่สวยที่สุด”

แสร้งไม่เข้าใจทั้งที่รู้ดี

เธอยังไม่ดีพอ…แม่ยังไม่อาจพึงใจ

ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าแม่ต้องการจะบอกอะไรกับเธอ…เธอคือลูกสาวของแม่ทั้งคน

เหตุใดคุณชายรองจึงไม่อยากแต่งงานกับลูก ทำให้แม่ต้องอับอายบากหน้าไปหาคุณหญิงหวัง…

แม่ทำเช่นนี้มาตลอดเมื่อไม่พึงใจเธอ…ประชดประชันเธอด้วยคำพูดแสนหวานเหล่านั้น

“อื้ม นั่นสินะ เซียวจ้านไม่เคยได้มีโอกาสเช่นลูกเลยจะมาดีไปกว่าลูกแม่ได้อย่างไร จริงมั้ยคะ?

ทำทุกอย่างขนาดนี้แล้วก็ยังสู้เซียวจ้านไม่ได้…สำนึกในตนเองบ้างหรือไม่ว่าใช้การไม่ได้อย่างไร…

ซวนอี๋ไปก่อนนะคะ สายแล้วค่ะ

เธอจะทำให้แม่เห็นเองว่าเซียวจ้านน่ะใช้ไม่ได้…

ไม่มีทางมาเทียบเธอได้ทั้งนั้น

.

.

 

 

บ่ายวันนั้น

ช่วงบ่ายในวันใหม่ที่ไม่สดใสเช่นวันวานเซียวจ้านนั่งนิ่งอยู่ที่หน้ากระจกบานโต ใบหน้าหวานที่แม้กระทั่งหมู่มวลดอกไม้ยังต้องเหนียมอายกำลังถูกสีสันจากเครื่องสำอางแต่งแต้มลงไปทีละเล็กทีละน้อยอย่างชำนาญและช่ำชองจนกระทั่งใบหน้างามนั้นผุดผาดน่ามองยิ่งกว่าผู้ใด

เซียวจ้านงดงาม…

ทุกคนที่นี่ประจักษ์ดี

“งามมากค่ะ คุณหนู” เหม่ยฉีที่ยืนอยู่ข้างๆเอ่ยชื่นชมด้วยความปลื้มใจ ทำไมวันนี้คุณหนูไม่สดใสเอาเสียเลยทั้งที่หนึ่งเดือนมานี้คุณหนูยิ้มเยอะกว่าที่เคย

หรือจะเป็นเพราะว่าตื่นเต้นนะ…

“ใครเห็นแล้วจะไม่หลงกันคะ” ช่างแต่งหน้าเอ่ยขึ้นพลางยกยิ้ม คนเป็นช่างยอมรู้สึกยินดีปรีดาเมื่อได้เห็นว่าคนที่ตนกำลังแต่งแต้มอยู่งดงามเพียงใด

เธอไม่เคยเห็นใครน่าหลงใหลขนาดนี้มาก่อนเลย…เพราะเธอเป็นโอเมก้าเช่นกันเธอจึงได้กลิ่นของคุณหนูผู้นี้อยู่บ้างลางๆตอนที่อีกฝ่ายขยับตัว

…มีกลิ่นที่หอมหวนมากๆ เธอไม่กล้าจะจินตนาการเลยว่าอัลฟ่ายามได้กลิ่นเช่นนี้แล้วจะเป็นเช่นไร

คงมิวายจดจ้องตกหลุมรักอีกฝ่ายจนหัวปักหัวปำ

“เรียบร้อยแล้วค่ะ” ช่างแต่งหน้าเอ่ยบอกก่อนที่จะวางแปรงลง ความจริงเธอแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยเพราะเจ้าของใบหน้าหวานนี้งดงามมากอยู่แล้ว เธอเพียงแค่แต่งเติมลงไปอย่างละนิดอย่างหน่อยเท่านั้นทว่าผลงานกลับออกมาดีเกินคาด

นี่สินะคนเรา…นับเอาแค่รูปลักษณ์เกิดมาก็ไม่เท่ากันแล้ว

เธอมองดูแล้วอดรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นมาไม่ได้จริง ๆ

“เชิญค่ะคุณหนู” คุณนมที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านหลังนานแล้วเป็นคนเอ่ยเชิญอย่างสุภาพ วันนี้เซียวจ้านถูกพาตัวมาที่คฤหาสน์หลังหลักตั้งแต่ตอนบ่ายๆแล้วเพื่อเตรียมตัว

เซียวจ้านต้องออกไปพบนายท่านหลิวข้างนอก…

ทุกอย่างถูกเตรียมการณ์ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว

ขาเรียวลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเดินตามคุณนมไปไม่แสดงสีหน้ายินดียินร้าย ร่างโปร่งบางสวมชุดสูทสีขาวลวดลายหงส์อัคคีก้าวลงจากบันไดสูงชันที่ลาดลงสองฝั่งอย่างสง่างามแม้จะไร้จิตวิญญาณ

ราชรถมารอท่าคุณหนูรองตระกูลเซียวอยู่นานกว่าสองชั่วโมงแล้ว…

“เชิญครับ” ชายชุดดำเปิดประตูผายมือเชิญร่างบางขึ้นรถ เพราะไม่อาจจดจ้องเซียวจ้านได้นานทุกคนจึงต้องก้มหน้าก้มตากันหมดเพราะกลัวว่าจะไม่อาจถอนสายตากันได้โดยง่าย…

ยังมีทายาทตระกูลชั้นสูงที่งดงามเพียงนี้…

เรื่องนี้น่าทึ่งเสียจริงๆ

“ไม่ได้ไปด้วยนะคะคุณหนู…เหม่ยฉีรออยู่ที่นี่นะคะ” เสียงของเหม่ยฉีที่ตะโกนตามมาพลันทำให้เซียวจ้านยกยิ้มน้อย ๆแม้จะขึ้นไปไม่ถึงแววตาที่แสนเศร้า ในที่สุดร่างบางก็ก้าวขึ้นมานั่งบนรถยนต์คันหรูแล้วในขณะที่มันค่อยๆเคลื่อนออกจากคฤหาสน์หลังงามไปยังสถานที่นัดหมายในวันนี้อย่างนุ่มนวล

ออกมาข้างนอกคนเดียวครั้งแรกโดยได้รับอนุญาต…

หากไม่อยากจะกำจัดเขาออกไปเสียเต็มประดาแล้วจะมีเหตุผลใดได้อีก

ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บปวด

เซียวจ้านถูกพามาที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งโดยใช้เวลาเพียงไม่นาน เพราะว่ามากับคนของตระกูลหลิวการต้อนรับขับสู่ของโรงแรมจึงยิ่งดูพิธีรีตรองมากมายวุ่นวายไปหมดทั้งชั้น

อยากจะประกาศให้ใครรู้กัน…

“นายท่านรออยู่ค่ะ” หญิงสาวหน้าประตูเอ่ยบอกเขาอย่างเชื้อเชิญยินดี ห้องอาหารคลาสระดับ VVIP ถูกเปิดออกในขณะที่มีชายร่างหนาผู้หนึ่งนั่งพาดแขนรอเขาอยู่ในนั้น

สมเพชเวทนาตนเองเหลือทนแต่เขาทำอะไรไม่ได้เลย…

ความเป็นห่วงนั้นช่างไร้ค่าไร้ราคาเกินจินตนาการ

ชายร่างหนาเอนกายขึ้นจากผนักพิงเมื่อเซียวจ้านมาถึง แววตาเย่อหยิ่งที่เห็นในคราแรกพลันเปลี่ยนไปเป็นตะลึงงันหลงใหลภายในเวลาแค่เสี้ยววิเดียวที่สบตากับกับร่างบางตรงหน้าตน…

แม้เคยเห็นผ่านตาตั้งแต่ครานั้นแล้วทว่ายังไม่เคยชินเสียที

“เธอมาแล้ว” ร่างหนาเอ่ยทักทายเสียงดังพลางทำมือบอกให้เซียวจ้านนั่งลง บนโต๊ะซึ่งมีเพียงแค่เชิงเทียนงามที่ตั้งอยู่ถูกนายท่านหลิวพยักพเยิดหน้าให้ยกออกไปเมื่อมันกำลังบดบังใบหน้าหวานของใครบางคน…

ได้พบเจอในครานี้ก็อยากจะชื่นชมเสียให้เต็มตา

“มีคนเคยบอกหรือไม่ว่าเธองามมาก กลิ่นของเธอก็น่าหลงใหล” นายท่านตระกูลหลิวเอ่ยคำเกี้ยวพาราสีออกมาไม่อายฟ้าอายดินตั้งแต่ที่ยังไม่ทันได้เริ่มรับประทานอาหารดี คำพูดเหล่านี้คล้ายว่าเซียวจ้านเคยได้ยินมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนจากคนใช้ในบ้านทว่าเขากลับไม่เคยรู้สึกอยากจะอาเจียนเท่านี้มาก่อน

สะอิดสะเอียนไปหมด…

“..” เซียวจ้านไม่ตอบอะไรในขณะที่ก้มหน้าลงมองมือตนเองที่ตัก เขาทนมองใบหน้าของอีกฝ่ายไม่ได้เลยยิ่งมองเขาก็ยิ่งไม่อาจเก็บซ่อนแววตา…

เขาอยากจะลุกวิ่งออกไปเสียเดี๋ยวนี้

“นายท่านเซียวบอกว่าเธอขี้อาย…ฉันเข้าใจ เราค่อยๆทำความรู้จักกันดีหรือไม่ ความจริงฉันก็ไม่ได้รีบเร่งอะไรนัก เพียงแค่อยากพูดคุยกับเธอเท่านั้นถึงได้ขอนายท่านเซียวพบเธออีกสักครั้งก่อนจะเข้าพิธี” เสียงทุ้มแหบยังคงเอ่ยพูดกับเซียวจ้านต่อไปเรื่อย ๆในขณะที่ร่างบางไม่ยอมเอ่ยตอบอะไรสักคำเดียว หากเป็นผู้อื่นคงจะถูกตำหนิแล้วแต่เพราะว่าเป็นเซียวจ้านที่งดงามแม้กระทั่งนายท่านหลิวจอมบ้าอำนาจยังไม่อาจทำใจเอ่ยดุอีกฝ่ายได้ลงคอ

เกรงว่าใบหน้าหวานนั้นจะไม่พึงใจเอา

“เอาล่ะ ฉันไม่พูดแล้วก็ได้ถ้าเธอไม่ชอบ จางเหว่ย” นายท่านหลิวเอ่ยเรียกเลขาชายที่ยืนอยู่ก่อนที่อีกฝ่ายจะถือกล่องไม้สลักลวดลายเข้ามา เพราะรู้ว่าเซียวจ้านดูจะถูกใจของขวัญคราวที่แล้วมาพบเจอในคราวนี้ย่อมต้องมีของขวัญมามอบให้อีก…

พู่กันล้ำค่าลวดลายดอกเหมยในคราก่อนคิดว่าคงจะงดงามพอหากแต่เมื่อได้เห็นเซียวจ้านครั้งแรกตอนนั้นจึงประจักษ์ว่ามันเป็นเรื่องน่าอาย...

เซียวจ้านควรค่ากับของที่ดีกว่านั้น

ต้องดีกว่าที่เคยให้ไป

“กำไลหยกคู่นี้ได้มาจากงานประมูลสองปีก่อน เป็นของหายากที่ 100 ปีจะมีครั้งหนึ่งฉันจึงทุ่มเงินไปไม่น้อยเพื่อมัน ได้พบเธอแล้วรู้สึกว่ามันเหมาะกับเธอมากจึงอยากจะยกให้”

เซียวจ้านเหลือบสายตาขึ้นมองกำไลหยกคู่เนื้อเนียนละเอียดไร้ที่ติก่อนที่จะก้มหน้าลงอีกครั้ง เพราะถูกสอนมาให้นอบน้อมสุดท้ายเขาจึงต้องเอ่ยอะไรออกมาบ้าง

“ขอบคุณครับ”

“…หึ ดี ดี! ถ้าเธอชอบฉันก็ดีใจ” นายท่านเซียวยิ้มออกเมื่อในที่สุดร่างบางก็ยอมเอ่ยวาจากับตน ความรู้สึกอิ่มเอมใจราวกับว่าตนสามารถคว้าใจคนงามเอาไว้ได้สำเร็จนี้ทำให้ร่างหนาฮึกเหิมจนอยากจะไปขนของมีค่าในคลังออกมายกให้ร่างบางเสียให้หมด

การที่ตระกูลเซียวติดต่อมาคราวนี้ช่างเป็นโชคชะตาที่น่าพึงใจเสียจริงๆ

“เธอเป็นญาติห่างๆของตระกูลเซียวฉันถึงไม่เคยพบเธอมาก่อน…นายท่านเซียวบอกว่าเพราะเธอไม่ใช่สายเลือดโดยตรงของตระกูลจึงไม่อาจป่าวประกาศได้ว่าเธอเป็นใคร เช่นนั้นแล้วคงเชิญแขกได้ไม่มากมายนัก…”

“…” อีกฝ่ายยังคงพูดไปเรื่อยไม่ยอมหยุดในขณะที่เซียวจ้านแทบจะกลืนอะไรไม่ลง ทุกๆวินาทีที่เขาต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ตรงนี้มีแต่ภาพความทรงจำระหว่างเขากับหวังอี้ป๋อที่ผุดขึ้นมาในหัวใจจนไม่อาจข่มความรู้สึกคิดถึงเอาไว้ได้อีก

เขาโหยหาร่างสูงเหลือเกิน…

โหยหาอ้อมกอดนั้น โหยหาน้ำเสียงนุ่มทุ่มนั้น…

ชั่ววินาทีหนึ่งในความคิดเขาอยากจะให้อีกฝ่ายมาพาเขาออกจากตรงนี้

แต่เป็นไปไม่ได้หรอก ไม่มีทาง…

เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับใครเส้นทางนี้เขาต้องเผชิญกับมันเพียงลำพัง

 

.

.

อีกด้านหนึ่ง


            “ปลูกกุหลาบเหรอ?” หันไปถามอวี้ปินด้วยความสงสัย ความจริงแล้วกลิ่นนี้คุ้นมากทีเดียวแต่เพราะที่นี่ไม่ใช่ตระกูลเซียวตนจึงต้องตัดมันทิ้งไป

เซียวจ้านจะมาที่นี่ได้อย่างไร แค่จะเดินออกจากห้องก็ยังทำไม่ได้เลย

“โรงแรมเราปลูกดอกไม้เยอะก็จริง แต่ผมไม่ยักเห็นกุหลาบนะครับ” อวี้ปินเอ่ยตอบก่อนที่จะสอดสายตาไปมาเพื่อมองหาที่มาของกลิ่น เขาเองก็เป็นอัลฟ่าเช่นกันเหตุใดประสาทสัมผัสจึงได้ด้อยกว่าคุณชายรองนัก

“แต่ฉันได้กลิ่น” หวังอี้ป๋อสอดสายตาเข้าไปยังโซนวีวีไอพีของโรงแรมแห่งนี้ด้วยความสงสัยเต็มทน เขาหงุดหงิดจริงๆเวลาได้กลิ่นเซียวจ้านแต่ไม่อาจจะสัมผัสตัว…

หรือว่าเขาจะเพ้อไปเอง?

“คิดว่าอาจจะเป็นโอเมก้าจากที่อื่นมีกลิ่นคล้ายๆกันรึเปล่าครับ แต่ผมก็ยังยืนยันว่าผมไม่ได้กลิ่นนะครับนาย” อวี้ปินเอ่ยยืนยันเพื่อให้ร่างสูงแน่ใจ อย่างคราวงานดูตัวเขาก็ไม่ได้กลิ่นคุณเซียวจ้านเลยเพราะกลิ่นดอกกุหลาบจริงๆกลบจนหมด ถ้าหากวันที่เลื่อนไฟล์ทบินไม่ได้มีโอกาสเอายาไปแขวนไว้รอคุณชายที่ริมน้ำเขาก็คงจะไม่ได้รู้ว่ากลิ่นที่นายพูดถึงนั้นเป็นเช่นไร

ทั้งหอมทั้งทรงเสน่ห์มากจริงๆ

“แต่นี่มันกลิ่นของเซียวจ้าน…”

“ให้คนไปเช็คที่ตระกูลเซียวดีมั้ยครับ?

“ไม่ต้อง” หวังอี้ป๋อเอ่ยตัดก่อนที่จะสาวเท้าเข้าไปยังทางเดินหน้าห้อง VVIP เหล่าพนักงานต่างรีบโค้งลงทันทีเมื่อเห็นผู้บริหารระดับสูงในขณะที่มือหนาค่อยๆยกขึ้นสัมผัสกลอนประตู

ยิ่งใกล้ก็ยิ่งแน่ใจ…

นี่มันกลิ่นเซียวจ้านไม่ผิดแน่

แกร๊ก!

หวังอี้ป๋อเปิดประตูห้อง VVIP ออกโดยไม่สนใจว่าจะมีใครอยู่ข้างในทว่าก็พบเพียงความว่างเปล่า ห้องห้องนี้คล้ายจะถูกใช้ไปเมื่อไม่นานมานี้เห็นเช่นนั้นแล้วอวี้ปินจึงรีบเอ่ยถามผู้จัดการโซน VVIP ทันที โดยไม่ต้องให้หวังอี้ป๋อเป็นคนเอ่ยปาก

“ใครคือลูกค้า?

“เป็นนายท่านตระกูลชั้นสูงค่ะ” ผู้จัดการสาวที่รีบเดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อครู่เอ่ยตอบอย่างสุภาพ เธอเป็นคนจัดการดูแลชั้นนี้ทั้งชั้น ไม่มีเรื่องใดที่เธอไม่รู้

“ตระกูลชั้นสูงที่ไหน?

“ตระกูลหลิวจากทางเหนือค่ะท่าน” อวี้ปินเสใบหน้ากลับมามองผู้เป็นนายที่แววตาดูคล้ายจะยุ่งเหยิงขึ้นทุกทีด้วยความกังวลใจ ไม่แน่ว่านายกังวลอะไรเขาจึงต้องรีบเอ่ยถามต่อ

“มากับใคร?

“มากับโอเมก้าท่านหนึ่งค่ะ รูปร่างหน้าตาสวยมากๆ แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นใครค่ะ”

หวังอี้ป๋อพยักหน้าให้กับอวี้ปินเชิงว่าให้ทุกคนกลับไปทำงานได้แล้ว พนักงานในโรงแรมทั้งหมดเป็นเบต้า จะไปซักไซ้ถามเรื่องกลิ่นกับคนเหล่านี้ก็ไม่มีทางได้ความอันใด

“กลับไปทำงานได้แล้ว”

“ดูเหมือนว่านายจะไวต่อฟีโรโมนดอกกุหลาบมากเลยนะครับ ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดูดีมั้ยครับ” เอ่ยแนะนำอีกครั้งด้วยความหวังดีที่เปี่ยมล้น นายได้กลิ่นคุณเซียวจ้านในระยะไกลเช่นนี้ไม่น่าจะใช่เรื่องบังเอิญได้

เขาคิดว่าคงต้องมีอะไรบางอย่างที่พิเศษมากทีเดียว

“ไม่ต้อง”

หวังอี้ป๋อเสใบหน้ากลับไปทางนั้นอีกครั้ง ดวงตาเรียวจ้องมองโต๊ะอาหารหรูหราที่ถูกตกแต่งด้วยโทนขาวทองด้วยความรู้สึกฉงนในใจ

กลิ่นกุหลาบหอมหวนอบอวลอยู่ได้เช่นไรทั้งที่ไม่มีดอกไม้จำพวกส่งกลิ่นตั้งวางในนั้นเลยสักดอกเดียว

ไปเตรียมรถไว้ ฉันจะไปหาเซียวจ้านคืนนี้…”

 

.

.

.

 

 

บ้านเล็กตระกูลเซียว

21.01 น.

เซียวจ้านเดินกลับเข้ามาที่บ้านเล็กจากที่รถของตระกูลหลิวมาส่งตนที่บ้านใหญ่ ในตอนที่เขาเดินผ่านศาลามาเขาเห็นพ่อและแม่กำลังนั่งเล่นกันอยู่สองคนที่สวนในขณะที่เขาทำได้แค่เดินก้มหน้ากลับมาที่บ้านเล็กพร้อมกับเหม่ยฉีและคนใช้อีกสี่คน

แม่ไม่แม้แต่จะชายตาแลเขาเลยด้วยซ้ำ

“คุณหนูรีบเปลี่ยนชุดแล้วก็อาบน้ำดีกว่าค่ะ”

…ไม่กล้าคิดเลยว่าแม่มีความสุขมากแค่ไหนตอนที่รู้ว่าเขาจะต้องออกจากที่นี่

คงเป็นวันที่แม่โล่งใจที่สุดแล้ว

 

เซียวจ้านยืนนิ่งปล่อยให้คนของบ้านใหญ่ช่วยดูแลเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำใหม่ พวกนั้นใช้เวลานานทีเดียวกว่าที่จะยอมปล่อยเขาให้ได้มีเวลาส่วนตัวเมื่อคนใช้ทุกคนออกไปแล้วภายในห้องจึงต้องเงียบเชียบลงเช่นนี้เอง

เงียบเชียบ…ทั้งที่ไม่ได้มีแค่เขาอยู่เพียงลำพัง

ดวงตากลมเหม่อมองออกไปที่กระดานวาดภาพซึ่งตอนนี้ไม่มีรูปใดแขวนอยู่ ตอนนี้ก็เป็นเวลากว่าสี่ทุ่มแล้ว ปกติเขาควรที่จะไปนั่งๆนอนๆชะเง้อคอรอหวังอี้ป๋อปีนขึ้นมาหาที่โซฟาทว่าวันนี้เขากลับรู้สึกจากก้นเบื้องลึกของจิตใจและคอยภาวนาว่าอย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย

เขาไม่อยากให้หวังอี้ป๋อมาหาเขา…

ในค่ำคืนนี้

เงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ค่อยๆเดินเข้ามาพาให้ใจดวงน้อยๆกระตุกวุบด้วยความกลัว ขาเรียวที่ถูกโซ่ล่ามอยู่เพียงลำพังในห้องนอนกว้างค่อยๆยกชันขึ้นกอดตนเองเอาไว้แน่นในขณะที่เงาร่างนั้นค่อยๆเข้ามาทาบทับสูดกลิ่นหอมจากลำคอของตนจากด้านหลัง…

เซียวจ้านปล่อยใครสักคนซุกไซ้ลำคอขาวนั้นทั้งน้ำตา

รอยจูบ…รอยสัมผัสที่หวังอี้ป๋อทิ้งเอาไว้

มันกำลังจะเลือนหายไปเพราะอัลฟ่าตนหนึ่งซึ่งเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นใคร…

รังเกียจตนเองเหลือทน

“ฮึก” เซียวจ้านกลั้นสะอื้นในขณะที่ดวงตาสังเกตเห็นเงาร่างของใครบางคนที่ระเบียง แม้จะอยากลุกขึ้นไปหาอีกฝ่ายแล้วกอดเอาไว้แต่เขากลับทำได้เพียงแค่ยอมปล่อยให้อัลฟ่าตนนี้ใช้แรงขึงตนทั้งน้ำตาที่มันยังคงไหลบ่าออกมาไม่หยุดหย่อน

หวังอี้ป๋อจะกำลังรู้สึกเช่นไร…กับภาพที่น่าอับอายท่ามกลางแสงสลัวนี้

รังเกียจเขาแล้วหรือไม่…สะอิดสะเอียดในตัวเขาแล้วหรือไม่

เขาไม่อาจรู้ได้เลย

 

ประตูกระจกถูกเปิดออกโดยมือหนาของเงาร่างที่ริมระเบียง หวังอี้ป๋อที่วันนี้สวมชุดไบร์เกอร์เดินเข้ามาเร็วๆก่อนที่จะพุ่งเข้ามากระชากคอของอัลฟ่าที่กำลังคร่อมเข้าอยู่ขึ้นไปต่อยอย่างแรงจนเซล้มลง

พลั่ก!!

“หวัง..หวังอี้ป๋อ”

พลั่ก!

หมวกกันน็อกใบแพงฟาดลงที่ใบหน้าของมันทีเดียวแรงๆจนเลือดอาบ หวังอี้ป๋อในยามนี้ดูน่ากลัวราวกับเป็นคนละคนกับที่เซียวจ้านรู้จัก ในแววตาคมนั้นมีแต่ความโมโหโกรธาราวกับอยากจะฆ่าอัลฟ่าตรงหน้าให้ตายคามือ

“ยะอย่าทำผมเลย! อั่ก! ผมยอมแล้ว” อัลฟ่าหนุ่มยกมือขึ้นร้องขอชีวิตเมื่อร่างสูงถีบตนจนกระเด็น ท่าทีของอีกฝ่ายที่ดูคล้ายจะยังไม่หายโมโหทำให้อัลฟ่าหน้าโง่สั่นไปทั้งตัวด้วยความกลัว

“คลานออกไป”

“คะครับ?

“คลานเอาตัวสกปรกของแกออกไปก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว” ร่างสูงเอ่ยเสียงลอดไรฟัน เขาไม่อาจทนมองหน้าของมันได้อีกแล้วและเขาก็ไม่สนใจสักนิดว่ามันเป็นใคร… “ฉันเอาแกตายตรงนี้แน่”

ที่เขาสนใจคือร่างบางที่กำลังนั่งตัวสั่นอยู่บนเตียงในสภาพที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ย

….

หมายความว่าอย่างไร

“อธิบายมา” เอ่ยเสียงนิ่งในขณะที่ไม่ยอมเสใบหน้ากลับไปมองร่างบาง มือหนากำหมัดแน่นจนสั่น หากตนหันไปมองตอนนี้ไม่แน่ว่าตนจะกล้าทำอะไร…

เขาบอกแล้วว่าคนอย่างเขามันทำได้ทั้งนั้นเพื่อสิ่งที่ต้องการ…

“เรา..ฮึก”

“อธิบายมา!!” เอ่ยตวาดเสียงดังจนกระทั่งร่างบางสะดุ้งตกใจด้วยความกลัว กลิ่นฟีโรโมนที่ยังคงหอมหวลอยู่รอบๆกายอีกฝ่ายนั้นทำให้เขาแทบจะคลั่งตายตรงนี้ด้วยความหึงหวง

มีสิทธิ์อะไร มันมีสิทธิ์อะไรมาแตะต้องเซียวจ้าน…

เขาจะลบมันออกให้หมด

ร่างสูงเขวี้ยงหมวกกันน็อกทิ้งไปก่อนที่จะพุ่งเข้าไปกดร่างงามนั้นลง เรียวปากหยักกดจูบกลีบเชอร์รี่สีสดด้วยแรงโทสะที่โหมไหม้โดยไม่อาจยั้งลง…

ร่างบางจะรับมันไหวได้อย่างไรกัน

“ฮึก” เซียวจ้านร้องไห้ออกมาน้ำตานองในขณะที่ถูกร่างสูงดูดดึงเรียวปากรุนแรงจนกระทั่งรู้สึกแสบไปหมด เสื้อผ้าของเขาที่เดิมหลุดลุ่ยหมิ่นเหม่อยู่แล้วถูกเจ้าของมือหนานั้นดึงทึ่งจนขาดวิ่นเผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่ยังคงเหลือร่องรอยความรักจากคืนวันนั้นให้เห็นอยู่จางๆ

ร่างกายนี้เขาไม่ให้ใคร…ไม่มีใครมีสิทธิ์ในร่างกายของเขาทั้งนั้น

ต่อให้เป็นบิดามารดาก็มาสั่งเขาไม่ได้…

เขาเป็นของหวังอี้ป๋อคนเดียว เป็นของอีกฝ่ายคนเดียวเท่านั้นแต่เขาแค่พูดมันออกไปไม่ได้

ทำอะไรเพื่อตนเองและความรักนี้ไม่ได้เลยสักอย่างเดียว

“ปล่อย ปล่อยเรา หวังอี้ป๋อ ฮึก!” เซียวจ้านเอ่ยร้องขอเมื่ออีกฝ่ายผละออกไปดูดดึงทำรอยที่ลำคอของตนในจุดที่เห็นได้ชัดเจนกว่าเดิม ร่างงามพยายามจะดิ้นพล่านอยู่อย่างนั้นทว่าเรี่ยวแรงไม่อาจจะสู้กับอัลฟ่าโตเต็มวัยอย่างอีกฝ่ายได้

สัญชาตญาณดิบที่ไม่ว่าอัลฟ่าตนใดก็มีเหมือนๆกันก็คือความอยากจะเอาชนะ…

ไม่ว่าจะอัลฟ่าข้างถนนหรืออัลฟ่าเลือดบริสุทธิ์ก็ไม่ต่าง

โอเมก้าก็เป็นเพียงที่รองรับอารมณ์เช่นนี้

“ฮึก เรา ฮึก เราเจ็บ…อี้ป๋อ” เมื่อเซียวจ้านร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่ยอมหยุดสุดท้ายแล้วแรงโทสะก็ไม่อาจจะข่มจิตใต้สำนึกลงได้ ในความจริงแล้วหวังอี้ป๋อรักและเป็นห่วงร่างงามนี้เพียงใดไยภายในใจของทั้งคู่จะไม่ต่างรู้…

“จะให้ทำยังไง?

แต่แม้กระทั่งสร้อยแทนใจที่มอบมันให้กับร่างบางวันนี้ร่างสูงก็ไม่เห็นมัน…

“ฮึก”

เซียวจ้านคิดจะทำอะไรกันแน่

“เลือกมา” ร่างสูงเอ่ยน้ำเสียงดุดันว่าเจือไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวด แม้จะเห็นกับตาเช่นนี้แล้วหากแต่ถ้าเซียวจ้านเอ่ยพูดมาจะเป็นของเขา เขาจะพาเซียวจ้านออกไปตอนนี้แล้วไม่ต้องกลับมาอีก “เลือกมาว่าจะเป็นของฉันหรือจะอยู่ที่นี่ทำตัวโสมมต่อ!”

“ปล่อยเรา นายแค่ปล่อยเรา”

“นายหมายความว่ายังไง”

“เราจะอยู่ที่นี่ ปล่อยเรา…” เซียวจ้านเอ่ยอีกครั้งโดยเสหน้าไปอีกทาง เขาไม่ยอมมองหน้าร่างสูงเพราะเขาคงทนไม่ไหวหากจะต้องเห็นอีกฝ่ายเจ็บปวดเพราะเขาอีก

แค่ครั้งเดียวตอนที่อีกฝ่ายพุ่งเข้ามาหัวใจเขาก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ

ไม่ควรเลย

พวกเขาไม่ควรพบเจอกันตั้งแต่แรก

มันทรมานเกินไปกับการยอมรับว่าความสัมพันธ์นี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น

ต้องจำนนและทำให้มันกลับไปสู่หนทางที่ถูกต้อง

“เราไม่ไปไหนทั้งนั้น ไม่ไปกับนาย…ปล่อยเรา” เซียวจ้านเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น คราบน้ำตาที่ยังไม่เหือดแห้งไปนั้นค่อยๆมีหยดใหม่ไหลรินออกมาแทนที่ “เราทำเป็นปกติแล้ว ไม่ใช่แค่นายที่ได้ปีนขึ้นมาบนนี้เข้าใจรึยัง”

“เซียวจ้าน”

แต่ตรงกันข้าม…เขาเจ็บปวดจนแทบขาดใจ

เราก็พึ่งรู้ ใครๆก็ชอบกลิ่นของเรา…” เซียวจ้านกลั้นใจเสใบหน้ากลับมามองหวังอี้ป๋อ ดวงตากลมจดจ้องเข้าไปในตาอีกฝ่ายต้องการจะยืนยันคำพูดของตน

เขาไม่อยากให้หวังอี้ป๋อเสื่อมเสียเพราะเขา

คุณชายรองตระกูลหวังคว้าโอเมก้าที่บกพร่องเช่นเขาเป็นคู่พันธะ

เขายอมให้มันเกิดขึ้นไม่ได้จริงๆ

“ขอบคุณนะ เราสนุกมากเลย…”

จำต้องเอ่ยคำโกหกทั้งหยาดน้ำตา

 

“แค่ชั่วครั้งชั่วคราว หวังว่านายก็จะสนุกเหมือนเรา” เซียวจ้านฝืนยิ้มขึ้นไปไม่ถึงดวงตา ต้องขอบคุณความมืดมิดที่ช่วยปกปิดมัน

เขาทนเอ่ยต่อไม่ได้แล้วจริงๆ


ชั่ววินาทีนั้นภายในของคนทั้งคู่คล้ายแหลกสลายลง ไม่ว่าจะคนกระทำหรือคนถูกกระทำก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน

เจ็บปวดเท่าๆกัน

 

.

.

 

            แปะๆๆ

“ไม่ยักรู้เลยนะคะว่าพี่รองเล่นละครเก่งเสียขนาดนี้ ตีบทแตกเชียว…พี่รองชอบตอนไหนมากกว่ากันคะ?” เซียวซวนอี๋เดินออกมาจากห้องแต่งตัวทันทีที่ทุกอย่างเงียบเชียบลง

หวังอี้ป๋อกลับไปแล้ว…

อัลฟ่าที่ถูกหยามเกียรติถึงเพียงนั้นไม่มีวันกลับมาเหยียบที่นี่อีกแน่ สาบานเลย…

“ชอบตอนที่ถูกอัลฟ่าที่ไหนก็ไม่รู้ลวนลาม หรือว่าชอบตอนที่ถูกว่าที่คู่หมั้นน้องสาวแท้ๆจูบคะ?” เซียวซวนอี๋เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงประชดประชัน เธอยืนกอดอกมองพี่ชายอยู่ที่ข้างเตียง ก่อนที่จะลอบมองเรียวปากบางและร่องรอยสีกุหลาบบนลำคอของพี่ชายตนด้วยความริษยา…

เพียงแค่คิดว่าหวังอี้ป๋อเป็นคนทำสิ่งเหล่านั้นบนร่างกายเซียวจ้านเธอก็รู้สึกโมโหจนหน้าจะมืด

เซียวจ้านเปลื้องผ้าให้คุณชายรองนานเท่าไหร่แล้วก่อนที่เธอจะรู้

น่าสมเพชสิ้นดี

หากเหม่ยอิงไม่บอกเธอว่าได้ยินเสียงแปลกๆเธอคงไม่มีวันรู้เลยว่าโอเมก้าชั้นต่ำเช่นเซียวจ้านหาญกล้าจะแย่งว่าที่คู่หมั้นของเธออย่างไร…

ไม่เจียมตัว

แค่เพราะถือดีว่าตนเองงดงามจึงคิดจะใช้มันยั่วยวนคนที่ไม่มีทางเป็นของตน

“ซวนอี๋  จะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร เห็นแก่ที่พี่รองยอมทำตามที่ซวนอี๋บอก ยังไงก็อย่าโกรธกันเลยนะคะ ซวนอี๋แค่ไม่อยากให้งานแต่งงานของเราทั้งคู่ต้องล่มแล้วก็เสื่อมเสียกันหมด หากไม่ใช้วิธีนี้คนดื้อรั้นอย่างคุณชายรองไม่มีทางยินยอมปล่อยพี่ไปแน่ๆ ไม่เป็นผลดีต่อใครเลยนะคะ” หญิงสาวเอ่ยต่อก่อนที่จะโยนของบางอย่างลงบนเตียงเพื่อคืนให้กับเซียวจ้าน

สร้อยรูปกระต่ายที่หวังอี้ป๋อมอบให้เซียวจ้านวันนั้น

ฮึก เซียวจ้านรีบคว้ามันมากุมเอาไว้ที่อกพลางกลั้นสะอื้น

“เอาไปนอนกอดเถอะค่ะ สัปดาห์หน้าพี่รองก็ต้องแต่งกับนายท่านตระกูลหลิวแล้ว อย่าร้องไห้จนตาบวมทำคุณพ่อคุณแม่ขายหน้านะคะ หน้าสวยๆจะโทรมเสียหมด” เซียวซวนอี๋เอ่ยเสียงเย้ยหยันก่อนที่จะเดินออกมา เธอหันกลับไปปรายตามองร่างบางที่กำลังกุมสร้อยเส้นนั้นร้องไห้สั่นเทาอยู่ที่เตียงด้วยความรู้สึกสมน้ำหน้าแล้วจึงปิดประตูลง

งดงามมากนักหรือ หอมหวนมากนักหรือ…จะมาเทียบเธอได้อย่างไรก็เป็นแค่โอเมก้าที่ใช้การไม่ได้ก็เท่านั้น

…ไม่เจียมตัวก็ต้องตกลงมาเจ็บเป็นธรรมดา

เธอเตือนแล้วแท้ๆว่าอย่าบังอาจไปเจอคุณชายรองอีกเพราะเรื่องทุกอย่างอาจจะแดง เธอยึดสมาร์ทโฟนก็แล้วพอคุณชายรองแอบมาหาแทนที่จะปฏิเสธกลับออกไปพลอดรักกับอีกฝ่ายเอาเสียดื้อๆ

อยากจะบอกลาอะไรกันในเมื่อตนเองไม่มีสิทธิ์มาตั้งแต่แรกแล้ว

ในเมื่อไม่เชื่อฟังก็ต้องโดนแบบนี้ถึงจะสาสม ตอนแรกเธอแค่ต้องการให้เซียวจ้านตัดสัมพันธ์แต่คิดว่ามันคงจะไม่พอจึงได้เพิ่มเชื้อเพลิงให้มันดูน่าเชื่อถือขึ้นอีกสักหน่อย

จะมีวิธีใดที่ดีไปกว่าการจับได้คาตาว่านอกใจ…

เธอต้องได้แต่งงานกับคุณชายรอง

ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์มาขวางทางเธอทั้งนั้น ไม่มีวัน!

 

.

.

.

 

เช้าวันต่อมา

บ้านเล็กตระกูลเซียว

07.31 น.

เหม่ยฉีและคนของบ้านใหญ่เดินถือถาดอาหารและชุดแต่งงานกว่าสิบชุดเดินเข้ามาในห้องนอนของคุณหนูรองด้วยสีหน้าแจ่มใส หลังจากที่คุณหนูต้องถูกคนของบ้านใหญ่ก้าวล้ำความเป็นส่วนตัวอยู่นานเดือนกว่าสถานการณ์ก็เริ่มจะเบาบางลงแล้ว คุณหญิงเซียวไม่ให้คนของบ้านใหญ่มาที่นี่แล้ว เหม่ยฉีจึงกลายเป็นคนที่ได้ครอบครองกุญแจอีกครั้งหนึ่ง

เธอจะให้คุณหนูเดินเล่นในห้องทั้งวันให้สาสมกับที่คุณหนูต้องถูกล่ามเดือนกว่าเต็มๆ

“คุณหนูคะ?” เหม่ยฉีสอดสายตาหาคุณหนูรองของตนหลังจากที่เดินเข้ามาแล้วไม่พบใครเลยสักคน บนเตียงของคุณหนูว่างเปล่า โซ่เส้นเดิมที่ถูกใช้ล่ามคุณหนูไว้ลากยาวหายเข้าไปในห้องน้ำ…

คุณหนูรองตื่นแล้วเหรอเนี่ย?

เหม่ยฉีวางถาดอาหารลงบนโต๊ะใกล้ๆก่อนที่จะเดินไปส่องที่ห้องน้ำ แม้ว่าประตูจะไม่ได้ปิดสนิทดีแต่เหม่ยฉีก็ไม่ได้ถือวิสาสะเปิดเข้าไปรบกวนคุณหนูโดนพลการ เธอทำแค่ยืนด้อมๆมองๆอยู่ที่หน้าห้องน้ำก่อนที่จะเอ่ยเรียกเบาๆ

“คุณหนูคะ? คุณหนูตื่นแล้วเหรอคะ?

“อื้ม”

เสียงตอบรับจากคนด้านในพลันทำให้เหม่ยฉีสบายใจขึ้นมาเล็กน้อย เธอยืนรออยู่ตรงนั้นจนกระทั่งคุณหนูรองยอมเปิดประตูออกมา เธอจึงเอ่ยถามขึ้น

ทำไมสีหน้าคุณหนูดูไม่ดีเลยสักนิดเดียว

“คุณหนูไม่สบายเหรอคะ?” เหม่ยฉีจ้องมองใบหน้าหวานที่ซีดเซียวลงไปมากด้วยความเป็นห่วง เพราะว่าต้องอยู่แต่ที่นี่มันจึงไม่บ่อยนักที่คุณหนูรองจะป่วยขึ้นมาเธอจึงตกใจไม่น้อยที่วันนี้คุณหนูดูเพลียๆ

ว่าแต่นี่ก็ผ่านกำหนดฮีทมาสักพักแล้ว…

ช่วงนี้คุณหนูไม่มีอาการฮีทเลย ไม่รู้ว่าไม่สบายตรงไหนหรือไม่

“เปล่า ไม่มีอะไร เราแค่เวียนหัว” เซียวจ้านเอ่ยตอบก่อนที่จะใช้มือข้างหนึ่งจับยันขอบประตูเอาไว้ ใบหน้าหวานมีหยดน้ำเกาะพราวอยู่เหม่ยฉีจึงพอจะรู้ว่าคุณหนูคงจะพึ่งเข้าไปล้างหน้าล้างตามา

“เรียกคุณหมอดีมั้ยคะ เหม่ยฉีไปบอกคุณนมให้”

“ไม่เป็นไร นั่งพักก็คงหายแล้ว … นั่นอะไร” หันไปถามเมื่อสังเกตเห็นว่าคนของบ้านใหญ่สี่คนหอบอะไรบางอย่างเข้ามา

“ชุดเข้าพิธีค่ะ ตระกูลหลิวส่งมาให้คุณหนูเลือก คุณหนูจะลองสวมดูเลยมั้ยคะ” เหม่ยฉีเอ่ยอย่างยินดีปรีดา ชุดที่ส่งมามีแต่แบบสวยๆทั้งนั้น คุณหนูสวมแล้วต้องดีมากแน่ๆ เธออยากจะให้คุณหนูลองสวมทุกชุดเลย

“เอาที่เธอถือ” เซียวจ้านชี้ไปที่ชุดสูทสีขาวในมือของคนจากบ้านใหญ่คนหนึ่งง่ายๆ ร่างบางแทบจะยังไม่ได้เห็นเสื้อผ้าที่อยู่ภายใต้ปลอกเหล่านั้นเลยด้วยซ้ำเหตุใดจึงได้ตัดสินในไวนัก

“คะ? ตัวนี้หรือคะคุณหนู”  หญิงสาวจากบ้านหลังใหญ่เลิกคิ้วพลางยกสูทตัวหนึ่งขึ้น เธอถือมาตั้งสามตัว คุณหนูเห็นได้อย่างไรว่าชอบตัวไหน

“อืม ตัวนั้นแหละ ออกไปได้แล้ว” เซียวจ้านเอ่ยไล่น้ำเสียงอ่อน คุณหนูรองดูไม่ค่อยสบายจริงๆสุดท้ายแล้วในเช้าวันนี้คนเหล่านั้นจึงเดินหอบของพวกนั้นกลับไปจนไปหมด

ใครจะมีแก่ใจบังคับเธอลองเสื้อผ้ากัน

“คุณหนูทำไมไม่เลือกดูดีๆก่อนล่ะคะ เมื่อกี้เหม่ยฉีเห็นมีชุดสวยๆหลายชุดเลย คุณหนูน่าจะลองดูก่อน” เหม่ยฉีเอ่ยบ่นขึ้นมาด้วยความเสียดาย ก็เธออยากจะให้คุณหนูได้สิ่งที่ดีที่สุดนี่นา

ถึงคุณหนูจะใส่ชุดไหนก็สวยก็เถอะ

เหม่ยฉีไม่ชอบเลย…

“เราเวียนหัว ว่าแต่เหม่ยฉีถืออะไรเข้ามา?? กลิ่นแปลกๆ” เซียวจ้านเบ้หน้าก่อนที่จะสอดสายตามองหาสาเหตุของกลิ่น

“กลิ่นอะไร ไม่มีนี่คะ วันนี้เหม่ยฉีทำโจ๊กเป็ดตุ๋นมาให้ค่ะ น่าทานมากๆ คุณหนู..”

“ฮึก..”

เหม่ยฉีเบิกตากว้างเมื่อคุณหนูใช้หลังมือปิดปากเอาไว้ด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะดีนัก คุณหนูรองของเหม่ยฉีหน้าซีดขึ้นอีกแล้ว เหม่ยฉีควรจะทำเช่นไรดี

“เดี๋ยวเหม่ยฉีไปตามหมอนะคะ”

“ไม่ ไม่ต้อง แค่เอาอาหารออกไปก็พอ เราอยากนอนพัก” เซียวจ้านเอ่ยรั้งก่อนที่จะก้าวขาเดินไปนั่งลงที่เตียง เขาไม่อยากเจอคุณอาหมอเพราะคุณอามักจะจัดยาบำรุงให้เขาเยอะแยะมากมายเกินความจำเป็นทุกครั้งที่มาตรวจ

เซียวจ้านไม่ชอบกินยา…

เขากินมาทั้งชีวิตแล้ว

“ก็ได้ค่ะ แล้วคุณหนูอยากทานอย่างอื่นมั้ยคะ คุณหนูไม่ทานอาหารเช้าจะยิ่งเพลียนะคะ” เหม่ยฉีเอ่ยถามต่อด้วยความเป็นห่วง เธอยืนรออยู่เช่นนี้เซียวจ้านที่เดิมแค่คิดจะนอนพักจึงต้องพยายามนึกว่ามีอะไรที่ตนพอจะทานได้บ้างในเวลานี้…

นึกถึงอะไรเขาก็อยากจะอาเจียนทั้งนั้น

นี่เขาเป็นอะไรกันแน่…

“เอาพวกผลไม้มาก็ได้… เราตื่นแล้วจะทานเอง”

“ได้เลยค่ะ เหม่ยฉีจะไปปลอกมาให้นะคะ คุณหนูนอนพักก่อนค่ะ” เหม่ยฉีตอบรับด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะเดินเข้ามาดึงผ้าห่มให้เซียวจ้าน คุณหนูไม่ชอบอากาศร้อนทว่าเวลาเปิดแอร์เย็นๆคุณหนูกลับชอบที่จะห่มผ้าห่มหนาๆเอาไว้

เหม่ยฉีรู้จักคุณหนูดีที่สุดอยู่แล้ว

“อื้อ ขอบคุณมาก” เซียวจ้านเอ่ยตอบเสียงงึมงำในขณะที่ดวงตากลมหลับลงไปแล้ว นอนพักสักหน่อยก็คงจะหายไม่น่าจะมีอะไรน่าเป็นห่วง…

เขาคงจะแค่เครียดมากไปเท่านั้นเอง




Tobe continued....



/////

 เอาล่ะ คุณหนูรองเป็นอะไรนะ เอ้ะ!!

ติ๊กต๊อกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#เรดโรสป๋อจ้าน

ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ น่ารักมากๆเลยยย

เราทั้งอ่านคอมเม้นต์ในนี้และกดเฟบให้ทุกทวิตในแท็กเลยนะคะ

ขอบคุณจริงๆค่ะ ฮื่ออออ ปลื้มใจ ไอเลิหนักอ่านทุกคนเลยงับ เจอกันตอนหน้านะ ><


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.486K ครั้ง

5,916 ความคิดเห็น

  1. #5915 fwk27 (@fwk27) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 19:49
    น้องท้องแน่ๆ คุณหวังอย่าเชื่ออะไรง่ายๆแบบนั้นนะ!
    #5915
    0
  2. #5856 wherearemee (@wherearemee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 21:15
    ขอร้องท้องเถอะนะ
    #5856
    0
  3. #5679 rainbowllplz (@rainbow98) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 12:41
    ท้องเถอะะะไหว้
    #5679
    0
  4. #5636 misunya (@unyaneechaochop) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 17:07
    ท้องแน่นอนเลยใครเปนพ่อของลูกไม่ต้องสงสัยหลังจากคืนนั้นที่ป๋อโมโหจ้าน
    #5636
    0
  5. #5454 qzmybear (@qzmybear) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 20:00
    เย้ ท้องแน่นอน จะต้องไม่บอกอี้ป๋อแน่ๆว่ามีน้องง
    #5454
    0
  6. #5451 เมษ. (@hr-bigbang) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 18:10
    มึเบบี๋แน่ล้าวววววว
    #5451
    0
  7. #5439 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 01:39
    ถ้ายัยน้องสาวไม่ได้เจอบทเรียนเราจะอึดอัด อัดอั้นมาก อมก นังนี้
    #5439
    0
  8. #5413 Paperheart96 (@Paperheart96) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 02:34
    ท้องแน่ๆๆๆ ทั่นต้องรู้นะๆๆๆแง

    เราสบถบ่อยมาก นังนี่ มันต้องไม่ตายดี! อิจฉาให้อกแตกตายไปเลยยยย
    #5413
    0
  9. #5412 sorrap (@sorrap) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 02:19
    ท้องงงงงงงงงง แน่ๆๆๆๆๆๆ แล้วป๋อจะคิดว่าลูกคนอื่นมั้นอะ ถูกจ้านหลอกว่าเคยนอนกับคนอื่นอะ เกลียดอินังน้องสาวเว้ยยย
    #5412
    0
  10. #5336 fridaytennight (@namphuengpimpika) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 21:19
    อี้ป๋ออย่าเพิ่งทิ้งจ้านนะ ฮืออออ ท้องแน่ๆๆ
    #5336
    0
  11. #5067 atita22049 (@atita22049) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 19:58
    ท้องงงงงงงง
    #5067
    0
  12. #5014 sunsunm (@sunsunm) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 23:41
    ............ทั่นต้องได้รู้แน่!!!!!
    #5014
    0
  13. #4976 kbrrcngkeux (@kbrrcngkeux) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 16:29

    น้องท้อง!!!!!!! แถมที่ไรท์แต่งนี้มันจะต่อยังไงยิ

    #4976
    0
  14. #4757 SaoY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 23:16

    รับผิดชอบมาซะ!!! น้ำตาชั้นร่วงเลยเนี่ย โอ้ยยยย สอยังไม่เครียดขนาดนี้เลย!!!!

    #4757
    0
  15. #4749 NutCh@ (@liewhoney) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 21:48

    เจ็บอ่ะ น้องอยากหนีจะตายแต่น้องดึงคนที่รักไปตกเหวด้วยกันไม่ได้ ต่อจากนี้ไปแค่อ้อมกอดที่กอดปลอบก็จะไม่มีอีกต่อไปแล้ว.. อยากทะลุหน้าจอเข้าไปกอดน้อง. ฮือ

    ปล.นึกถึงเพลงบังทันเลย. ที่บอกว่าim fine แต่พอมองจริงๆแล้วคือคำว่าsave me

    #4749
    0
  16. #4738 Rosemary is happy (@bossybossy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 03:58
    น้องท้องหรอ สถานการณ์ก็ไม่ค่อยดีเลยแล้วจะมาท้องอีก สงสารลูก
    #4738
    0
  17. #4721 ❤ Willis ❤ (@welovesnsdyul) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 12:35

    สงสารลูกมากไม่ไหวแล้ว อยากอดน้องแรงๆ หนูลูกกกกก ใจจะขาดตามตอนที่น้องร้องไห้ TT_TT ยัยซวนอี๋นี่ทำตัวน่ารังเกียจเหลือเกิน น่าจับตบให้หายหมั่นไส้เสียจริง อิคนนิสัยไม่ดี ทำไมต้องมารังแกลูกฉัน!! T^T แต่อาการของเซียวจ้านนี่คลับคล้ายคลับคลาเหมือนคนท้องเลยอะ แต่น้องท้องไม่ได้ไม่ใช่เหรอ? เอ๊ะ! มันยังไงกันแน่? รู้สึกว่าเรื่องนี้มันต้องมีเงื่อนงำอะไรบางอย่าง

    #4721
    0
  18. #4710 DOUBERB (@DOUBERB) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 02:39
    อีซวนอี๋ นังสา ละ เลววว อี ชั่ว อี สะ ตอ

    !!!!!

    ป๋ออย่าพึ่งปายยย กลับมาดูความสะตอของอีซวนอี๋ก่อนนนนน !!!!
    #4710
    0
  19. #4700 napa22 (@napa22) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 00:24
    นังซวนอี๋! ฉันจะฟาดหน้าแกกกก บังิาจทำจ้านนะะะะะ
    #4700
    0
  20. #4687 bunnyblink (@bunnyblink) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 11:54
    ท้องงงง
    #4687
    0
  21. #4588 warisara2425 (@warisara2425) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 15:18
    ตาอี้ป๋ออออออ กลับมาก่อนนนน. เมียท้องจ้าาาาา
    #4588
    0
  22. #4557 froggy_piggy (@froggy_piggy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 09:42
    ท้องแน่เลย ท้องเลยๆๆๆๆๆ
    #4557
    0
  23. #4547 Haru_ (@i-monoceri) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 07:15
    ท้องแน่เลออออิ แต่เนี่ยยัยคุณน้องฉลาดเดินเกม เอาสักทีต้องโดนเล่นสักที
    #4547
    0
  24. #4544 ฮิเมะ กามิ (@24mobile6547) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 05:49

    วิชาเซียนรูปแบบใหม่....เสกเด็กเข้าท้อง(ใช่หรอวะ)????

    #4544
    0
  25. วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 15:45
    ท้องแน่ๆ อี้ป๋อมาทวงคืนเดี๋ยวนี้
    #4354
    0
  26. #4104 PairofDollopheads (@25401182) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 07:20
    จะหักเป็นmpregมั้ยคะ ปกติเราไม่อ่านเห็นเรื่องนี้โปรยมาว่าน้องท้องไม่ได้เลยอ่าน แง;_____; ติดไปแล้วด้วยสิ
    #4104
    1
    • #4104-1 napa22 (@napa22) (จากตอนที่ 6)
      15 พฤศจิกายน 2562 / 00:25
      ท้องแน่ๆ ค่าาาา มาขนาดนี้แล้วววววววว
      #4104-1