[ป๋อจ้าน](Omegaverse) Red Rose #ป๋อจ้าน #อี้จ้าน #BoZhan #หวังเซียว

ตอนที่ 7 : Red Rose - 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28,910
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,444 ครั้ง
    27 ต.ค. 62

 

 

           

      สรุปงบประมาณไตรมาสนี้นะครับ แฟ้มเอกสารปึกใหญ่ถูกยื่นให้กับคุณชายรองที่วันนี้มาทำงานเร็วกว่าทุกวัน เมื่อคืนคุณชายรองกลับมาจากบ้านตระกูลเซียวแล้วก็อารมณ์ไม่สู้ดีนัก สีหน้าของคุณชายบึ้งตึงนิ่งเฉยเสียจนไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้ บ่ายนี้จึงมีแต่เขาที่กล้าเข้ามาพบหลังจากที่ทุกคนเอาแต่เกี่ยงกันไปมาตลอดวัน

      ท่าทางเช่นนี้ นายต้องคิดจะทำอะไรสักอย่างอยู่เป็นแน่

ส่วนนี่ ภาพจากกล้องโรงแรมที่นายให้ไปเอามาครับ ยื่นซองสีน้ำตาลซองเล็กให้กับคุณชายรองต่อโดยไม่เอ่ยถึงรายละเอียดเพิ่มเติม

เป็นยังไง?

ผมไม่กล้าครับ อยากให้นายพิจารณาเอาเอง กล่าวต่อก่อนที่จะยืนนิ่ง เขาจะกล้าเอ่ยได้อย่างไรว่าคนในภาพนั้นเป็นใครจะเป็นการใส่ร้ายกันเสียเปล่าๆ

หวังอี้ป๋อวางแฟ้มในมือลงก่อนที่จะตัดสินใจหยิบซองสีน้ำตาลขึ้นมาเปิดดู รูปภาพที่มาจากกล้องวงจรปิดที่ชั้นล่างและชั้นวีวีไอพีของโรงแรมแม้ไม่ได้คมชัดระดับเอชดีแต่ก็ชัดมากพอที่จะมองออกว่าคนในภาพรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร

กลิ่นกุหลาบในวันนั้น

เป็นของเซียวจ้านจริงๆ

ทางนั้นแจ้งว่าเป็นการดูตัวครับห้องถึงได้ถูกตกแต่งออกมาสไตล์นั้น พนักงานของเราบอกว่าโอเมก้าดูอึดอัดมากๆเอาแต่ก้มหน้าก้มตา อาหารก็ทานไปนิดเดียว อวี้ปินเอ่ยรายงานตามที่ตนได้ไปสอบถามมาตามความจริง เขาไม่ได้จงใจจะพูดเข้าข้างใครเลยแม้แต่น้อย

ไปถามข่าวเรื่องนี้จากญาติๆของแม่ที่ทางเหนือ วันเวลาสถานที่เอาให้ชัด ฉันต้องการจะรู้เร็วที่สุด เอ่ยต่อสั้นๆก่อนที่จะวางรูปภาพทั้งหมดนั้นลง คุณชายรองหันกลับไปสนใจงานอีกครั้งโดยที่สีหน้ายังคงไม่คลายความเย็นชา

หลังจากที่ยอมอ่อนโอนปิดหูปิดตาตามใจกระต่ายน้อยอยู่นาน เห็นทีครั้งนี้คุณชายจะโมโหขึ้นมาแล้วจริงๆ

 

.

.

 

เสียงคนใช้จากบ้านใหญ่ที่กำลังเปิดประตูก้าวเท้าเข้ามาด้านในพลันทำให้ร่างบางที่นอนหลับตาอยู่บนโซฟาลืมตาขึ้นด้วยความงัวเงีย ใบหน้าหวานซึ่งดูมีน้ำมีนวลขึ้นมาเล็กน้อยจากเมื่อเดือนก่อนผงกขึ้นจากหมอนก่อนที่จะลืมตามองคนใช้ที่ยืนเรียงกันอยู่ตรงหน้าด้วยความงงงวย

มีเรื่องอะไร?

แหวนแต่งงานค่ะ ตระกูลหลิวส่งมาให้คุณหนูเลือก 40 แบบ นายท่านหลิวฝากมาบอกด้วยนะคะว่าคุณหนูเลือกชุดแต่งงานได้งามมาก ๆ คุณหนูจะต้องสวมมันได้งามมากแน่ๆ หญิงสาวเอ่ยอย่างเอาอกเอาใจ ช่วงนี้คนจากบ้านใหญ่ทำตัวคล้ายเหม่ยฉีกันทุกคน จากที่เมื่อก่อนมีแค่เหม่ยฉีที่คอยอวยเขาทุกวันเช้าเย็นกลับกลายเป็นเหม่ยฉีตกงานเสียแล้ว

บางทีพ่ออาจจะกลัวว่าเขาจะทำอะไรไม่ดีขึ้นมาจริงๆ

เยอะแยะไปหมด เราลายตา เอ่ยบ่นก่อนที่จะกระพริบตาทีหนึ่ง เกือบครึ่งเป็นทองคำขาวทว่าบ้างก็ประดับด้วยเพชรเม็ดใหญ่บ้างก็ประดับด้วยเพชรเม็ดเล็ก จะมีดูง่ายๆหน่อยก็พวกที่เป็นหยก เซียวจ้านไม่สันทัดเรื่องเหล่านี้เลยจริงๆเลยไม่รู้จะเลือกวงใด

มือสวยชี้ไปที่แหวนวงหนึ่งส่งๆอย่างไม่ใส่ใจ ใบหน้าหวานดูคล้ายอยากจะอ้วกขึ้นมาอีกแล้วเหม่ยฉีที่ยืนรออยู่ไกลๆจึงต้องรีบวิ่งเข้ามาคอยปรนนิบัติพัดวี

หลายวันมานี้คุณหนูคลื่นไส้อาเจียนบ่อยมากจริงๆ

คุณหนูรองคะ วิ่งเข้ามาพร้อมกับยาหอมโบราณที่ไปขอมาจากคุณนม เธอว่ามันช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะได้ดี

เหม่ยฉี อึก เราอยากอาเจียน อึก

ไปค่ะ ไปห้องน้ำกันนะคะ หลบไปๆให้หมด เหม่ยฉีประคองคุณหนูของตนขึ้นไปที่ห้องน้ำก่อนที่จะมีเสียงอาเจียนตามมาระลอกใหญ่ คนใช้แต่ละคนได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่กกันไปมาเพราะไม่รู้ว่าคุณหนูไม่สบายเป็นอะไรกันแน่

ปกติคุณหนูรองก็ดูแข็งแรงดี

ไหวมั้ยคะคุณหนู เรียกคุณหมอเถอะนะคะ เหม่ยฉีใจไม่ดีแล้วค่ะ ฮื่อออ เสียงเหม่ยฉีที่คร่ำครวญอยู่ข้างในทำให้คนใช้ของบ้านใหญ่ทั้ง 5 คนตัดสินใจที่จะออกไปจากห้องเพราะไม่อยากรู้เห็นอะไรทั้งนั้น คุณหนูรองกำลังจะแต่งงาน หากมีเรื่องอะไรผิดปกติขึ้นมาใครจะอยากรองรับอารมณ์นายท่านเซียวกัน

อย่า.. ถ้าเหม่ยฉีเรียก ฮึก เราจะโกรธจริงๆด้วย เซียวจ้านเอ่ยบอกในขณะที่ถูกประคองออกมาจากห้องน้ำ โซ่ก็ยังถูกล่ามอยู่เช่นนั้นในขณะที่ก้าวเท้าออกมา

อึดอัดไปหมดเลยจริงๆ

ทำไมล่ะคะ ฮื่ออ ไม่ดีเลย ไม่ดีเลยค่ะ

เราอยากนอนพัก เหม่ยฉีออกไปเถอะ เราไม่เป็นไร

คุณหนู…”

เหม่ยฉี!”

ก็ได้ค่ะ…” เหม่ยฉีจำใจรับคำด้วยสายตาอาวรณ์ คุณหนูเป็นเช่นนี้จะให้เธอทำอย่างไรได้ ให้เรียกหมอมาก็ไม่ยอม ให้ช่วยดูแลก็ไม่เอา เธอทำอะไรไม่ได้สักอย่าง

เหตุใดคุณหนูจึงอารมณ์แปรปรวนเช่นนี้

หากไม่ใช่ว่าคุณหนูเป็นหมันเธอคงจะคิดว่าคุณหนูตั้งครรภ์แล้ว

อย่าลืมปลุกเรา…”

คุณหนูมีนัดกับนายท่านหลิวในวันพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้นแล้วคุณหนูต้องเตรียมตัวให้ดี

ตอนแรกก็ดีใจ แต่เมื่อคิดไปคิดมาเห็นสีหน้าไม่ยินดียินร้ายของคุณหนูยามที่ต้องเตรียมตัวแต่งงานแล้วเหม่ยฉีก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา

ความจริงแล้วนี่ไม่ใช่อิสระที่คุณหนูต้องการเลย

ไม่ใช่เลยสักนิดเดียว

 

.

.

           

        เซียวจ้านนอนหลับอยู่บนเตียงในยามบ่ายท่ามกลางลมโกรกจากประตูที่หน้าระเบียง ใบหน้าหวานซึ่งดูอิ่มเอิบขึ้นจากวันวานแนบซบอยู่บนหมอนใบโตในขณะที่ดวงตากลมเรียวงอนขึ้นเป็นเส้นโค้งงดงามน่าเอ็นดู

      ใบหน้าผุดผ่องแม้จะมีน้ำมีนวลมากอยู่ทว่ากลับมีหยาดน้ำซึมอยู่ที่หางตา

ก็คงจะหลับไปเช่นนี้เอง

ขายาวของใครบางคนซึ่งคล้ายจะกำลังก้าวเข้ามาลงน้ำหนักที่หน้าเท้าอย่างเงียบเชียบ เตียงนุ่มที่อ่อนยวบลงไม่ทำให้คนที่กำลังหลับอยู่รู้สึกตัวตื่นภายในเวลาอันแสนสั้นทว่ากลับทำให้เจ้าของเรียวจมูกรั้นนั้นขมวดคิ้วเป็นปมยุ่งเหยิงราวกับกำลังฝันร้าย

ใจคนที่เห็นย่อมต้องอ่อนลงไปอย่างไม่อาจให้อภัยได้

มือหนาหยาบกระด้างวางลงบนแก้มใสก่อนที่จะเกลี่ยเช็ดน้ำที่หางตาให้เบาๆ รอยจูบแสนหวานที่ถูกประทับลงบนหน้าผากมนพลันทำให้เจ้าของใบหน้าหวานสงบลงก่อนที่จะลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกคาดหวัง

ว่างเปล่า

มีเพียงความว่างเปล่าที่อยู่ตรงหน้า

ไร้ร่องรอยของชายที่ตนแสนคิดถึง ทั้งหมดเป็นเพียงแค่ฝันเฟื่องไป

กลับเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง

ก๊อกๆๆๆ

เหม่ยอิงค่ะคุณหนู

อืม เข้ามาสิ เอ่ยตอบก่อนที่จะยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าตน เพราะว่าตอนนี้ก็น่าจะได้เวลาแล้ว เขาจึงต้องเตรียมตัว

คนของบ้านใหญ่ต้องเข้ามาขัดสีฉวีวรรณให้เขาทุกวันจนกว่าจะเข้าพิธี

เซียวจ้านปล่อยตัวให้คนเหล่านั้นเข้ามานวดเค้นดูแลผิวกายด้วยสีหน้านิ่งๆอย่างที่ชอบทำ เขาไม่เอ่ยพูดอะไรกับคนเหล่านี้มากนักเพราะเมื่อใดก็ตามที่เขาเอ่ยปากพวกเธอก็จะรีบพูดจายกยอปอปั้นเขาจนน่ารำคาญเกินพอดี

นี่ จะเอาไปไหน? คนใช้คนหนึ่งหันไปเอ็ดคนใช้อีกคนซึ่งกำลังจะแบ่งสมุนไพรราคาแพงออกไปจำนวนหนึ่งออกไป

ของพวกนี้หายาก ต้องส่งมาจากทางเหนือเท่านั้นที่รีบมาแบ่งออกไปเช่นนี้ก็คงจะเพราะว่ามีคนสั่ง

คุณหนูเล็กบอกว่าอยากจะพอกผิวน่ะสิ เย็นนี้นายท่านตระกูลหวังและคุณชายรองจะมาด้วยตนเอง เธอเห็นว่าตระหลิวส่งสมุนไพรล้ำค่ามาให้คุณหนูรองมากมาย เลยให้มาขอแบ่งนิดหน่อย

“อ๋อ ยังไงไปเอาที่ยังไม่เปิดใช้ก็ได้ อยู่ในตู้เก็บยาด้านล่าง ว่าแต่…” เธอตอบก่อนที่จะหันกลับมาหาคุณหนูรองซึ่งไม่ค่อยจะเอ่ยอะไรมาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว เธอนั่งนิ่งๆในอ่างน้ำผสมสมุนไพรไม่ตอบอะไรแม้จะรู้ว่านั่นเป็นสิทธิ์ของตน

ของมาจากตระกูลหลิวให้คุณหนูรอง…

“คุณหนูรองคะ”

เอาไปเถอะ เซียวจ้านตอบอย่างไม่ใส่ใจ เขาไม่ได้ชอบของพวกนี้อยู่แล้วเพราะกลิ่นมันฉุน มันทำให้ผิวของเขายิ่งเปล่งปลั่งขึ้นมากก็จริงทว่าเขากลับไม่ชอบวิธีการใช้มันเอาเสียเลย

ต้องนั่งแช่อยู่เกือบชั่วโมงให้มันซึมเข้าไป

ตัวเขาเปื่อยหมดแล้ว

ค่ะ คุณหนู

บรรยากาศเงียบไปอีกครั้งหลังจากที่คนใช้ของซวนอี๋วิ่งออกไป เซียวจ้านนั่งอดทนอยู่ในนั้นจนกระทั่งครบตามเวลาแล้วจึงได้ลุกขึ้นมาล้างตัวแล้วพักผ่อน

เซียวจ้านอยากจะพักมากๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีโอกาสเขาก็อยากจะนอนอย่างเดียวไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร

บางทีอาจจะเพราะเขาไม่อยากตื่นมองภาพความจริง

เย็นนี้ตระกูลหวังจะมางั้นหรือ?

แปลกอย่างไรกัน นี่มันเป็นสิ่งที่ควรจะเป็นมาตั้งแต่แรกแล้ว ภาพก่อนหน้านี้ต่างหากที่มันผิดเพี้ยนไป

ไม่ได้เป็นของเขาเลยแม้กระทั่งใจเขาเอง

 

.

.

 

 

คฤหาสน์ตระกูลเซียว

ซวนอี๋สวยหรือยังคะพี่สะใภ้?? ยืนหมุนไปมาที่หน้ากระจกก่อนที่จะเอ่ยถามสะใภ้ของตนซึ่งนั่งอยู่ด้านหลัง เซียวเหอตี้ไม่ว่างวันนี้จึงให้ภรรยามาแทนและแน่นอนว่าเธอจำต้องมาขลุกอยู่กับน้องสะใภ้อย่างช่วยไม่ได้

ความจริงแล้วหลี่จือจือก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกับเซียวซวนอี๋นักทว่าเลี่ยงไม่ได้ก็เท่านั้น

สวยจ่ะ สวยมากๆ ชุดนี้เหมาะกับซวนอี๋ที่สุด เธอเอ่ยตอบก่อนที่จะยกยิ้มให้ เธอไม่ชอบเซียวซวนอี๋เพราะเด็กคนนี้ชอบพูดจากระทบกระทั่งเธอบ่อยครั้ง แม่ผัวว่าไม่ชอบเธอแล้วเซียวซวนอี๋เองก็ดูคล้ายจะเป็นไปด้วยอีกคน เธอไม่เข้าใจเลยว่าเธอผิดอะไรนัก แค่เพราะว่าเธอไม่ใช่คุณหนูตระกูลเจินที่ทางนี้หมายมั่นปั้นมือเอาไว้เท่านั้นเองน่ะหรือ

เธอมีดีตรงไหนสู้นังคนนั้นไม่ได้กัน

ขอบคุณค่ะ วันนี้พี่สะใภ้ก็สวยนะคะ มีน้ำมีนวลขึ้นมากๆ กำลังจะมีข่าวดีรึเปล่าคะ เซียวซวนอี๋หันมายิ้มหน้าซื่อ เป็นเช่นนี้อีกแล้ว หากเซียวซวนอี๋พึ่งจะเอ่ยกับเธอแบบนี้เป็นคราแรกเธอคงไม่ติดใจสงสัยอะไรทว่าเพราะอีกฝ่ายทักเธอเช่นนี้แทบทุกครั้งที่เจอกันเธอจึงได้รู้ว่าคนบ้านนี้ชื่นชอบการประชดประชัน

อยากจะพูดจากระทบกระทั่งใจเธอที่เธอไม่ตั้งครรภ์เสียที

เหมือนกันทั้งแม่ทั้งลูก

ไม่หรอกจ่ะพี่อาจจะทานเยอะ ซวนอี๋เองก็ยิ้มสวยๆนะจ๊ะ โอกาสดีๆแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ ถ้าคราวนี้แล้วคุณชายรองยังไม่มองก็คงไม่รู้จะทำเช่นไรแล้ว พี่เหนื่อยนะจ๊ะต้องมาคอยแก้ข่าวที่เป็นความจริงให้อยู่เรื่อยเลย พยายามเข้านะหลี่จือจือเอ่ยพูดในขณะที่ยิ้มตาใส เธอไม่ใช่คนประเภทปากหวานก้นเปรี้ยว เธอรู้สึกอย่างไรก็พูดอย่างนั้นเพียงแค่ว่าเธอใส่อารมณ์ไม่ได้ก็เท่านั้นเอง

เหตุนี้เองเซียวซวนอี๋จึงยิ่งไม่ชอบหน้าเธอเป็นเท่าทวีคูณ

หลี่จือจือในชุดเดรสกระโปรงบานสีดำห้าส่วนก้าวเท้าออกจากห้องด้วยอารมณ์แจ่มใส เธอพยักหน้าให้กับคนใช้ที่เดินผ่านมาโค้งให้อย่างใจดีก่อนที่จะกวาดสายตามองไปยังห้องอาหารด้านล่างซึ่งกำลังจัดเตรียมทุกอย่างกันอยู่อย่างขมักเขม่น

อยากจะแต่งลูกสาวออกต้องทำขนาดนี้เลยเชียว

หญิงสาวก้าวเดินลงจากบันไดลาดยาวอย่างนึกสนุก ใบหน้าเฉี่ยวคมเสมองความวุ่นวายที่ด้านนอกบ้านแล้วจึงรีบดึงแขนใครสักคนหนึ่งเอาไว้เพื่อถาม

มีเรื่องอะไร?

คะคือ…” คนใช้ก้มหน้าลงราวกับไม่กล้าตอบคำถาม สีหน้าของเธอลำบากใจมากจริงๆ หลี่จือจือจึงได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ เธอเป็นสะใภ้ใหญ่มีเรื่องใดในบ้านหลังนี่เธอรู้ไม่ได้กัน

ว่ายังไง?

ไม่มีอะไรค่ะ พอดีมีคนใช้ที่ท้ายคฤหาสน์ไม่สบาย เลยต้องตามหมอน่ะค่ะ คนใช้เอ่ยตอบเธอด้วยความเร่งรีบก่อนที่จะรีบโค้งตัววิ่งหนีไป

คนใช้ไม่สบาย?

คนใช้ไม่สบายเหตุใดต้องให้คุณอาหมอเป็นคนมาดูเอง? เมื่อครู่คนที่วิ่งไปพร้อมกับกระเป๋าสะพายข้างสีดำนั่นไม่ใช่อาหมอประจำตระกูลเซียวหรอกหรือ?

แปลกไปหมดเลย

แต่อาหมอวิ่งไปท้ายคฤหาสน์จริงก็คงจะเป็นไปตามนั้น เธอเคยถามสามีเช่นกันว่าบ้านเล็กท้ายสวนกุหลาบนั้นมีเอาไว้ทำอะไร ก็ไม่ได้คำตอบอะไรที่ฟังดูชัดเจนนัก เหอตี้เพียงบอกเธอว่าเป็นเรือนพักคนใช้อาวุโส ไม่ได้มีอะไรพิเศษ

เธอเองก็ไม่เคยไปเยือนเองสักครั้งหนึ่ง

ครุ่นคิดอยู่เช่นนั้นเผลอเพียงครู่เดียวก็มีรถคันงามเคลื่อนเข้ามาจอด เป็นนายท่านตระกูลหวังที่ลงจากรถมาพร้อมกับหวังอี้ป๋อและหลานชายอีกคนโดยวันนี้ทั้งสามสวมสูทที่เป็นทางการน้อยลงกว่ายามที่ต้องออกงานสังคม

เชื้อไม่ทิ้งแถวเลยจริง ๆ

สวัสดีค่ะ เธอเดินเข้าไปโค้งทักทายตระกูลหวังอย่างมีมารยาทเพราะตนอยู่ใกล้ที่สุด คนใช้มายืนรอรับตั้งแต่ตอนที่เห็นรถเคลื่อนเข้ามาแล้วเพราะฉะนั้นตรงนี้จึงมีแค่เธอที่เป็นคนตระกูลหวัง

หลี่จือจือใช่มั้ย?

ค่ะ ไม่ได้พบกันนาน ไม่นึกว่านายท่านจะยังจำได้นะคะ

จำได้สิ เธอคือเด็กที่เล่นกับไห่ควานตอนเด็ก ๆ จะจำไม่ได้ได้อย่างไรกัน นายท่านหวังเอ่ยอย่างใจดี ใบหน้าที่ยังคงดูอ่อนวัยเมื่อเทียบกับนายท่านเซียวทั้งที่วัยไล่เลี่ยกันทำให้ทุกคนต่างชื่นชมท่านนัก

เป็นเกียรติมากๆค่ะ เธอว่าก่อนที่จะผายมือ วันนี้นายท่านหวังมาที่นี่ด้วยตนเองว่าประหลาดแล้วทว่าประหลาดยิ่งกว่าเมื่อไม่เห็นเงาของคุณหญิงหวัง

เกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน

หลี่จือจือเดินนำทั้งสามไปที่ห้องอาหารที่ตอนนี้จัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้วในขณะที่นายท่านเซียวและคุณหญิงเซียวเดินตามเข้ามาพอดิบพอดี การนัดหมายเยี่ยมเยือนครั้งนี้ทุกท่านต่างรู้ดีว่ามีเรื่องสำคัญฉะนั้นแล้วเมื่อเห็นคุณชายรองปรากฏตัวที่นี่ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง

คงมิมีอันใดขัดข้องแล้วกระมัง

นายท่านเซียว

นายท่านหวัง

นายท่านตระกูลชั้นสูงต่างทักทายกันอย่างสุภาพในขณะที่คนในครอบครัวค่อยโค้งตาม นายท่านทั้งสองนั่งที่หัวโต๊ะคนละฝั่ง หวังอี้ป๋อและหวังอี้เทียนประกบซ้ายขวาถัดมาจากนายท่านหวังในขณะที่คุณหญิงเซียวนั่งฝั่งขวามือของนายท่านเซียว

จือจือ ไม่รู้ว่าซวนอี๋เป็นอย่างไรแล้ว ไปเรียกน้องลงมาที จะเสียมารยาท คุณหญิงเซียวเอ่ยกับลูกสะใภ้อย่างสุภาพอ่อนหวาน

ค่ะคุณแม่ จือจือยิ้มรับก่อนที่จะทำทีจะเดินไปตาม ความจริงจือจือย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่านี่เป็นความตั้งใจเซียวซวนอี๋กำลังหาจังหวะลงมาแบบสวยๆ อ่อนหวาน นุ่มนวล

เป็นคอนเซปของแม่ลูกคู่นี้ที่เธอเห็นจนเบื่อระอา

นั่น ลงมาพอดีเลยค่ะ จือจือแกล้งเล่นไปตามน้ำกับสองแม่ลูกจอมปั้นหน้าด้วยความจำใจ ต่อให้ไม่ชอบแต่เธอจะหักหน้าตระกูลเซียวได้อย่างไรก็เธอแต่งเข้ามาแล้ว

ถูกต้องต้องมาก่อนถูกใจจริงๆ

จือจือยืนมองเซียวซวนอี๋ที่กำลังเดินเหนียมอายเข้ามาด้วยชุดเดรสกระโปรงบานสั้นสีแดงขาวออมเบรด้วยรอยยิ้ม ความจริงเซียวซวนอี๋ก็งดงามมากอยู่แต่นิสัยดันเสียเพราะถูกเลี้ยงมาแบบผิดๆ เซียวซวนอี๋ถูกผู้เป็นแม่ปลูกฝังว่าต้องงามเลิศกว่าผู้ใดจึงจะใช้การได้เป็นเหตุให้เซียวซวนอี๋เป็นเด็กขี้อิจฉาเช่นนี้

รอยข่วนนั่นไม่น่ามองสักนิด ลูกควรจะระวังตัว เล่นกับแมวพวกนั้นจนได้แผลเป็นเช่นนี้แล้วจะงามที่สุดได้อย่างไร

ครั้งแรกที่เธอได้ยินเธออึ้งนักเชียว อยากจะถามคุณหญิงเซียวสักคำว่างามที่สุดแล้วได้อะไรทว่าก็ไม่รู้ว่าจะโดนกีดกันไม่ให้แต่งงานเมื่อไหร่จึงได้แต่นั่งจัดดอกไม้ใส่แจกันเงียบๆด้วยความเบื่อหน่าย

เซียวซวนอี๋งามที่สุดในบรรดาทายาทรุ่นเดียวกันอยู่แล้วไม่แน่ว่าคุณหญิงเซียวยังต้องการอะไรอีก

เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ

“ซวนอี๋ขอโทษนะคะ พอดีซวนอี๋อ่านหนังสืออยู่ค่ะเลยลืมเวลา…” เซียวซวนอี๋เอ่ยขึ้นมาพลางช้อนตามองทุกคนด้วยความรู้สึกผิด ข้อดีของซวนอี๋ก็คือทำตัวอ่อนหวานน่ารักเสมอ ส่วนข้อเสียก็คือชอบพูดจาไม่น่าฟังกับคนที่ไม่ชอบในขณะที่ทำท่าทางเช่นนั้นไปด้วย

..หลี่จือจือต้องอดกลั้นมากนักเชียวกว่าจะได้ย้ายออกไปอยู่ข้างนอก

เธอเกือบจะคลั่งแล้วจริงๆ

“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร กำลังอยู่ในวัยเรียนก็ต้องขยันเข้าไว้เป็นดี ฉันจะถือสาหาความได้อย่างไร นั่งลงเถิด” นายท่านหวังเอ่ยอย่างใจดีเซียวซวนอี๋จึงลอบยิ้มอย่างเขินอาย เธอเหลือบมองคุณชายรองทีหนึ่งด้วยความคาดหวังก่อนที่จะค่อยๆก้าวไปยังเก้าอี้ที่ตรงข้างอีกฝ่ายอย่างรู้งาน

“ทางนี้ครับ” เสียงเลื่อนเก้าอี้ของหวังอี้เทียนพลันทำให้เซียวซวนอี๋ต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความงงงวย ใบหน้าหวานเสไปมองแม่ของตนด้วยความสับสนก่อนที่จะเกิดความเงียบขึ้นในชั่วระยะเวลาหนึ่งตรงนั้น

“คะ?

หมายความว่าอย่างไรกัน

“ฮะ ฮ่าๆๆ ซวนเอ๋อ พี่เขามีน้ำใจ ลูกจะปฎิเสธได้ลงหรือ” เป็นนายท่านเซียวเอ่ยขึ้นมาเพื่อไม่ให้ขายหน้า หวังอี้เทียนเป็นบุตรชายของน้องชายแท้ๆของนายท่านหวัง แม้ไม่ใช่คนที่จะสืบทอดแต่ย่อมไม่อาจจะดูแคลนทำให้เสียหน้าได้ 

การให้ซวนอี๋ไปนั่งตรงนั้นสมควรเป็นเรื่องที่คนมีมารยาทพึงกระทำ

“ค่ะ คุณพ่อ” เซียวซวนอี๋ตอบรับพ่อของตนอย่างไม่อิดออดและไม่มีแสดงสีหน้าว่าไม่พอใจ เธอเดินไปนั่งลงที่ตรงนั้นอย่างยินดีก่อนที่จะยกยิ้มอีกครั้งหลังจากที่เงยหน้าขึ้น

“ขอบคุณค่ะ”

“เอาล่ะ คนพร้อมแล้ว อาหารเลิศรสพร้อมแล้ว เชิญนายท่านหวัง”

“เชิญนายท่านเซียว”

การรับประทานอาหารเริ่มต้นขึ้นหลังจากนั้นในขณะที่ทั้งสองตระกูลต่างถามสารทุกข์สุขดิบกันและกันไปมาอย่างคนที่ไม่ได้เจอกันมานาน ตระกูลหวังมั่งคั่งร่ำรวยที่สุดในบรรดาตระกูลชั้นสูงของแผ่นดินใหญ่ไม่แปลกที่คนตระกูลเซียวจะชื่นชมและเกรงใจตระกูลหวังมากหน่อย

มีเงินนับเป็นน้องมีทองนับเป็นพี่ ตระกูลที่มีเงินทองมากก็ย่อมมีอำนาจในกำมือมากตามใครเล่าจะอยากปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป

“พูดถึงคนมีความสามารถ ผมเองก็นึกขึ้นได้ คราวนั้นมีโอกาสได้พบกับเลขาของท่านเซียวที่ลอนดอน จำได้ว่าเป็นเด็กจากสลัมที่ท่านเซียวให้ทุนการศึกษาจนจบ โตมามีความสามารถเช่นนี้ต้องยอมรับว่าท่านเซียวหูตากว้างไกลมากจริงๆ ผมไม่อาจเทียบได้เลย”

“ท่านหวังเอ่ยหนักไป จะไปเรียกว่าหูตากว้างไกลได้อย่างไร เรียกว่าบังเอิญโชคดีเสียดีกว่า ผมเห็นเด็กคนนี้ดูน่าสงสาร อยากเลี้ยงดูให้เติบโตมีชีวิตดีๆกับเขาก็เท่านั้น”

“ เรื่องนี้ใครก็เทียบท่านเซียวไม่ได้เลยจริงๆ อยู่ดีๆเจอเด็กนั่งอยู่ใต้สะพานคงไม่คิดอยากเก็บมาส่งเสีย ท่านเซียวจิตใจงดงามเช่นไรก็เป็นเช่นนั้น ไม่กล้าเทียบเลย ไม่กล้าเทียบจริงๆ” นายท่านหวังเอ่ยยกยอนายท่านเซียวเสียจนคนถูกยกยอไม่อาจเก็บสีหน้าที่แสนยินดีเอาไว้ได้

“เพียงแต่เห็นว่าเด็กนั่นหน่วยก้านดี น่าสงสารหน่อยจึงอยากให้โอกาสผู้อื่นบ้างเท่านั้น ไม่ได้น่าชื่นชมอันใด ท่านหวังอย่าเก็บมาใส่ใจ”

“ไม่ได้ ไม่ได้ เมื่อทำดีก็ต้องเป็นที่ประจักษ์ชื่นชมเป็นเรื่องธรรมดา นายท่านเซียวชื่นชอบคนมีความสามารถไม่สนฐานะปูมหลัง น่าชื่นชม น่าชื่นชม” นายท่านหวังเอ่ยไปยกยิ้มไปอย่างยินดี สีหน้าของทุกคนบนโต๊ะอาหารล้วนแล้วแต่เป็นไปในทางเดียวกันเว้นก็แต่คุณชายรองหวังที่ยังนิ่งเงียบไม่เอ่ยอะไร

“กล่าวหนักไปๆ” นายท่านเซียวส่ายหน้าไปมาทั้งยังยิ้มอย่างพึงพอใจ ดวงตาคมเสมองใบหน้าภรรยาของตนอย่างคนกำลังเปรมปรี

“เซียวซวนอี๋ ปีนี้อายุได้กี่ปีแล้ว” นายท่านหวังหันไปถามเซียวซวนอี๋ที่นั่งก้มหน้าอยู่นานแล้วราวกับจะพึ่งนึกขึ้นได้

“21ปีค่ะ”

“อืม เป็นช่วงวัยที่กำลังเบ่งบาน ใบหน้าน่ามองไม่ทิ้งแถวคุณหญิงเซียวเช่นนี้ใครเห็นเป็นต้องเอ็นดู” นายท่านหวังเอ่ยชมเซียวซวนอี๋อย่างใจดี ใบหน้าคมเสกลับมาที่นายท่านเซียวคำรบหนึ่งก่อนที่จะเอ่ยต่อ “ตระกูลใดได้สะใภ้เช่นนี้ไปย่อมต้องยินดี”

เซียวซวนอี๋แอบลิงโลดอยู่ในใจเมื่อในที่สุดนายท่านหวังก็เอ่ยเปิดขึ้นมา ความจริงเรื่องนี้เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วทว่าเธออดกังวลใจไม่ได้เลยสักนิดเดียว

เซียวจ้านร้ายกาจเกินไป ยั่วยวนคุณชายรองเสียจนหลงหัวปักหัวปำทั้งที่รู้ดีว่าตนเองมันใช้การไม่ได้

น่าสมเพชจริงๆ

สมแล้วที่เป็นลูกผู้หญิงคนนั้น...

“มาครั้งนี้ อยากจะทาบทามหนูเซียวซวนอี๋เข้าตระกูลหวังไม่แน่ว่าท่านเซียวคิดเห็นอย่างไรกัน”

ต้องเป็นเธอที่ได้ยืนข้างคุณชายรอง

เธอเท่านั้นที่คู่ควร

“ถ้าท่านหวังเห็นเช่นนั้นทางเราก็ไม่ขัดข้อง ความจริงแล้วตระกูลทั้งสองก็มีความสัมพันธ์อันดีมายาวนาน เพียงแต่ยังไม่มีโอกาสได้ดองกัน”

อื้ม เป็นดังที่ท่านเซียวว่าจริงๆ นายท่านหวังพยักหน้าอย่างพึงใจ ดวงตาคมเหลือบมองลูกชายของตนก่อนที่จะเอ่ยต่ออย่างที่ทุกท่านทราบบิดาของ หวังอี้เทียนเสียตั้งแต่ยังเล็กเขาจึงต้องมาอาศัยอยู่กับฉันซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงเขา เขาเป็นคนมีความสามารถ ตอนนี้กำลังดูแลกิจการที่ทางใต้ ปีนี้ก็อายุได้ 23 ปีพอดี เป็นเวลาเหมาะสมที่จะได้เลือกคู่ดูตัวนายท่านเซียวคิดเห็นประการใด

 

.

.

.


 

วันต่อมา

 

ห้องรับรอง

คฤหาสน์ตระกูลเซียว

            ยาค่ะคุณหนู เหม่ยอิงยื่นยาให้เซียวจ้านหนึ่งแก้ว เมื่อวานคุณหนูอาเจียนหนักมากๆ สุดท้ายแล้วเหม่ยฉีจึงจำต้องรายงานคุณนมให้ไปตามคุณหมอมา ตอนแรกคุณหนูก็คล้ายจะไม่ยินยอมนักแต่ทว่าเมื่ออาเจียนหนักๆเข้าจึงยอมให้คุณหมอตรวจแต่โดยดี

            โชคดีที่คุณหมอบอกว่าไม่เป็นอะไรมาก แค่เครียดมากไปเท่านั้น

            ยาอะไร?

            คุณหมอบอกว่าเป็นยาแก้เวียนหัวค่ะ ให้คุณหนูทานทุกวันเช้าเย็น อีกไม่นานก็หายแล้วค่ะ เหม่ยอิงเอ่ยบอกตามที่คุณหมอสั่งเอาไว้ ที่จริงแล้วเมื่อวานคุณหญิงเซียวตามมาที่นี่ด้วยตอนที่คุณหมอตรวจเสร็จ ท่าทางคุณหญิงจะเป็นห่วงคุณหนูรองเช่นกันไม่เช่นนั้นจะปลีกตัวมาได้อย่างไรทั้งที่ติดงานแขกอยู่

            ขอบคุณเหม่ยอิงมากนะ เซียวจ้านเอ่ยพลางยกยิ้ม ร่างบางทานยาเข้าไปแล้วจึงวางแก้วน้ำคืนลงบนถาดนั้น

คุณหนูพร้อมหรือยังคะ? คนใช้เอ่ยถามหลังจากที่จัดการแต่งหน้าแต่งตัวให้คุณหนูเรียบร้อยแล้ว วันนี้คุณหนูดูเพลียมากๆ เพลียยิ่งกว่าวันก่อน..

คล้ายคนไม่ได้หลับไม่ได้นอนทว่าก็ยังสวยอยู่ดี

เราไม่พร้อมได้ที่ไหน เอ่ยตอบก่อนที่จะลุกขึ้นจากเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ต่อให้เขาไม่พร้อมเขาก็ไม่มีสิทธิ์นั่งรอเขาต้องไปมันเป็นความต้องการของตระกูล

สิ่งสุดท้ายที่เขาจะทำ

ร่างบางก้าวเดินออกจากห้องที่ใช่ของตนไม่ได้เร่งรีบนัก ห้องนี้เป็นห้องรับรองแขกต่างหาก พ่อให้เขามาแต่งตัวที่นี่เพราะไม่อยากให้ช่างที่ตระกูลหลิวส่งมาทราบว่าเขามีชีวิตความเป็นอยู่เช่นไร

ปกปิดกระทั่งความบกพร่องของเขาพ่อยอมทำถึงขนาดนั้นเชียว

เพราะแค่อยากจะกำจัดเขาจากตระกูล

เชิญค่ะ

เซียวจ้านเดินลงจากบันไดตรงไปยังรถคันเดิมที่มารับตนเมื่อหลายวันก่อนด้วยสีหน้าปกติ จะบอกว่าเคยชินก็ไม่ใช่จะบอกว่าด้านชาก็ไม่เชิง ใจเขามันคล้ายจะสลายไปแล้วเขาจึงไม่มีอาการเศร้าหรืออาการต่อต้านใดใดให้เห็นอีก

เซียวจ้านได้แต่หวังว่าวันหนึ่งเขาจะมีโอกาสจากไปยังที่ไกลแสนไกล

ไกลสุดลูกหูลูกตา

นายท่านหลิวเตรียมของขวัญไว้ให้คุณหนูมากมายเลยนะคะ คนตระกูลหลิวซึ่งนั่งอยู่ที่เบาะหน้าเอ่ยกับเซียวจ้านเพื่อสร้างบรรยากาศ ร่างบางคล้ายเป็นดอกไม้น้ำแข็งไปแล้วนายท่านหลิวจึงสั่งให้คราวนี้มีผู้หญิงติดรถมาด้วยบ้าง

เผื่อเจ้าของใบหน้างามนั้นจะอารมณ์ดีขึ้น

“…”

ร่างบางไม่ตอบรับคำอันใดทั้งนั้นหากแต่เสใบหน้ามองออกไปยังนอกหน้าต่าง ถนนสายเดิมที่ตนเคยนั่งผ่านมาพร้อมกับหวังอี้ป๋อครานั้นพลันทำให้ความทรงจำไหลเวียนเข้ามาจนดวงตากลมสั่นระริกไปด้วยความโหยหา

ใจเขาเป็นของใครเขาย่อมรู้ดี

ถึงแล้วค่ะ นายท่านรอด้านในนะคะ

เซียวจ้านพยักหน้ารับครั้งหนึ่งก่อนที่จะเดินตรงเข้าไปยังโรงแรม คราวนี้ผู้จัดการสาวที่มายืนรอรับเขาไม่ใช่คนเดิมแต่เป็นอีกคนที่ดูจะเข้มงวดมากกว่า

เหตุใดเขาจึงรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่ไม่ชอบมาพากลกัน

ร่างบางเดินตามผู้จัดการสาวมาเรื่อย ๆจนกระทั่งถูกพาขึ้นลิฟต์ มายังชั้นที่สูงที่สุดของโรงแรม แถบนี้เป็นห้องพักทั้งหมดหาใช่ห้องอาหารวีไอพีเช่นคราวก่อนเช่นนั้นแล้วขาเรียวที่กำลังจะก้าวต่อจึงหยุดชะงักลง

จะพาเราไปไหน?เอ่ยถามด้วยความระแวง แม้ว่าเขาจะถูกขังแต่ทว่าเขารู้ว่าชั้นนี้ไม่ได้มีไว้พักผ่อนทานอาหารแน่เหตุใดนายท่านหลิวต้องให้เขาขึ้นมาหาถึงชั้นนี้

เดินต่อเถอะครับ การ์ดตัวโตด้านหลังเอ่ยเสียงสุภาพทว่ากลับยิ่งทำให้เซียวจ้านกลัว ทั้งสี่คนทำท่าคล้ายพร้อมจะล้อคตัวเขาทุกทางหากเขาคิดจะหนีหรือโวยวาย

คิดจะทำอะไรเขากัน

นายท่านบอกว่าวิวข้างบนสวยกว่าค่ะ อยากให้คุณหนูชื่นชมบรรยากาศ ผู้จัดการสาวเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม เธอผายมือเชิญเขาเข้าไปเข้าในห้องสวีทหรูหราซึ่งมีโต๊ะอาหารตั้งอยู่ที่หน้ากระจกใสจริงๆเพื่อบอกให้เขามั่นใจ

คุณหนูไม่ต้องกังวลค่ะ ถ้ามีอะไรอยากเรียกใช้ให้เรียกดิฉันดังๆนะคะ ดิฉันรอข้างนอกค่ะ

เซียวจ้านมองผู้จัดการสาวสลับกับบรรยากาศภายในห้องด้วยความลังเล ตอนนี้เขาไม่เห็นนายท่านหลิวอยู่ในนั้นจึงโล่งใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง

คงไม่น่าจะมีอะไร

ขอบคุณ ร่างบางเอ่ยบอกก่อนที่จะยอมก้าวเข้ามาในห้องแต่โดยดี เขาเสมองไปรอบๆห้องได้ไม่ทันถึงวินาทีดีประตูหน้าห้องก็ปิดลงเสียงดัง

ปัง! แกร๊ก!

ร่างบางรีบหันกลับไปมองประตูห้องที่ปิดลงไปแล้วด้วยความตกใจ มือเรียวรีบเอื้อมไปคว้าที่จับเอาไว้ก่อนที่จะขยับมันไปมาเพื่อคลายข้อสงสัยตน

แกร๊กๆๆๆ

มันถูกล็อคเอาไว้แล้วจริงๆ

ไม่จะเป็นแบบนี้ไม่ได้

มาแล้ว เซียวจ้านที่น่ารักของฉัน” เสียงแหบของนายท่านหลิวซึ่งดังขึ้นจากด้านหลังทำให้เซียวจ้านขนลุกไปหมดทั้งตัว ใบหน้าหวานค่อยๆหันกลับไปมองชายสูงอายุที่สวมเพียงเสื้อคลุมอาบน้ำตรงหน้าตนก่อนที่จะถอยหลังจนชิดประตู “หอมมาก…อยู่ไกลขนาดนี้ก็ยังได้กลิ่นชัดเจน...”

“ผมไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว”

“กลิ่นนายช่างเล่นกับความอดทนฉันเสียจริง” คนตัวใหญ่กว่าก้าวเข้ามากระชากข้อมือเรียวเอาไว้แน่นก่อนที่จะออกแรงดึงให้เซียวจ้านก้าวตาม เรี่ยวแรงที่มหาศาลมากกว่าโอเมก้าตัวบางๆหลายเท่าตัวทำให้เซียวจ้านถูกฉุดกระชากไปที่ห้องด้านในโดยไม่เต็มใจ

“ปะปล่อย ปล่อยนะ ปล่อย!” เซียวจ้านพยายามยื้อยุดสุดแรงเพื่อไม่ให้ตนต้องตกเป็นเหยื่อ เขายอมเข้าพิธีแต่งงานด้วยไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมให้กระทำอย่างไรก็ได้…

นี่ยังไม่ทันถึงวันงานเลยด้วยซ้ำ

ไม่มีสิทธิ์ ไม่มีสิทธิ์มาทำกับเขาเช่นนี้

“ปล่อยเรานะ ปล่อย! ฮึก ไม่เอา” เซียวจ้านดันคนที่กำลังพยายามซุกไซ้ลำคอตนเอาไว้สุดแรง เขากำลังถูกนายท่านหลิวรัดรั้งเอวเอาไว้แน่นด้วยแขนสองข้างเขาจึงทำให้เพียงแต่เอี่ยวตัวหลบเท่านั้น

แต่หลบเท่าใดก็ไม่พ้น ทุกครั้งที่ไรหนวดหยาบกระด้างนั้นสัมผัสโดนผิวของเขาเขารู้สึกขนลุกไปหมดทั้งตัว

เขารังเกียจ

รังเกียจตนเองไปด้วยกี่ครั้งแล้วที่เป็นเช่นนี้ ทั้งเซียวซวนอี๋ทั้งพ่อของเขา ทุกคนต่างผลักเขาลงปากเหวได้โดยไม่รู้สึกผิดแค่เพียงเพราะเรื่องราวบ้าๆที่สังคมชั้นสูงกำหนด

สำหรับคนในครอบครัวแล้วเขามันเป็นตัวอะไรกัน

นี่มันเลวร้ายเสียยิ่งกว่าตัวปัญหาอีก

ฮึก หวังอี้ป๋อ ..” เซียวจ้านพึมพำออกมาราวกับจะขาดใจ เขาอยากออกไปแล้ว แค่มาช่วยเขา พาเขาออกไปเขาจะไม่ขออะไรอีกเลย

ช่วยเขาพาเขาออกไปจากตรงนี้ที

อี้ป๋อฮึก ช่วยเราที เซียวจ้านร้องไห้ออกมาในขณะที่ถูกจับกดลงกับเตียง เขารู้เขารู้ดีว่าคนคนเดียวที่เขาพอจะนึกออกว่าห่วงใยเขาไม่มีทางมาอยู่ตรงนี้แต่เขาก็แค่อยากจะร้องออกมา

ร้องออกมาแม้จะจนใจแล้วก็ตาม

ไม่มีใครช่วยเขาได้อีกแล้ว...

เขาเป็นคนผลักไสออกไปด้วยมือตนเองทั้งนั้น




พลั่กๆๆๆๆ

ปัง!

เสียงเคลื่อนไหวของบางสิ่งบางอย่างที่ด้านนอกห้องนอนไม่ได้ทำให้อัลฟ่าที่กำลังหิวกระหายดับอารมณ์ตนลง กลิ่นฟีโรโมนหอมๆที่ยั่วยวนผู้คนไม่เลือกหน้าทำให้หลิวเสี่ยวหมิงยังคงมัวเมาอยู่บนลำคอขาวๆนั้นจนไม่อาจละไปได้

ใครจะทนไหวกัน...ใครจะอยากทน

เข้าไม่ได้นะคะ เข้าไม่ได้!”

ไล่ออกไป เสียงเข้มดุดันของคนที่ก้าวเข้ามาใหม่ดังขึ้นพร้อมๆกับร่างหนาของนายท่านหลิวที่ถูกกระชากออกจากคนตัวบาง อยู่ดีๆทุกอย่างก็ชุลมุนไปหมด คนของนายท่านหลิวสองคนกองอยู่ที่พื้นในขณะที่ตัวนายท่านหลิวเองก็ถูกต่อยหลายครั้งจนเลือดกลบปาก

พลั่กๆๆ!

แก! แกมัน ตระกูลหวัอ๊อก ยังไม่ทันได้เอ่ยจบเท้าหนักๆข้างเดิมก็ตวัดลงใบหน้าหื่นกามนั้นจนเลือดกระเซ็น ร่างสูงที่เดือดไปด้วยไฟโทสะทำท่าที่จะพุ่งเข้าไปซ้ำแต่ถูกอวี้ปินเอ่ยรั้งเอาไว้เสียก่อน

นายครับ…” อวี้ปินเอ่ยเรียกนายตนเพื่อเตือนสติ จะอย่างไรตระกูลหลิวก็เป็นตระกูลเลือดบริสุทธิ์เช่นเดียวกันหากปล่อยให้คุณชายรองระบายอารมณ์จนกว่าจะพอใจตาแก่ใกล้จะลงโรงเช่นนี้คงต้องอาการสาหัสเป็นแน่

นั่นคงรุนแรงเกินกว่าจะอ้างได้ว่าเป็นการทะเลาะเบาะแว้ง

คุณเซียวจ้านดูจะไม่ค่อยสบายนะครับ เลขาคนสนิทเอ่ยอ้างถึงสาเหตุที่ทำให้นายตนอารมณ์เดือดขึ้นมาอย่างจนใจ เพราะนายได้กลิ่นคุณเซียวจ้านตั้งแต่ตอนที่นั่งอยู่ในห้องประชุมสุดท้ายการประชุมจึงต้องล่มลงเพราะอยู่ดีๆนายก็ลุกออกมาแบบไม่บอกไม่กล่าวใครทั้งนั้น

คุณชายรองดูกระวนกระวายมากจริงๆ

“คืนเงินที่มันจ่ายมาให้มันไป เอ่ยเสียงเย็นก่อนที่จะหันไปกระชากตัวคนที่นั่งร้องไห้อยู่บนเตียงขึ้นมา สภาพเซียวจ้านดูแทบไม่ได้เลย ยังดีที่เสื้อซีทรูสีขาวตัวในและกางเกงขายาวสีเดียวกันยังอยู่ครบไม่เช่นนั้นแล้วเขาคงไม่อาจข่มใจไม่ให้พลั้งมือฆ่าตาแก่นั่นได้

เขาจะทนเห็นหน้ามันในงานสังคมได้อย่างไรกัน

เซียวจ้านถูกหวังอี้ป๋อช้อนตัวขึ้นต่อหน้าธารกำนัลทั้งหมดของตระกูลหลิวและตระกูลเซียวโดยที่ไม่มีผู้ใดกล้าตั้งคำถาม อารมณ์โทสะอันรุนแรงของคุณชายรองทำให้ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเพื่อเอาตัวรอดกันโดยไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ

“ไล่ทุกคนที่เกี่ยวข้องออกให้หมด

เกิดคุณชายรองหงุดหงิดตนขึ้นมาคงไม่มีทางจบแค่ถูกไล่ออกแน่นอน..

ร่างสูงโอบอุ้มร่างบางที่กำลังสะอื้นเอาไว้แน่นในขณะที่พาเดินออกมา หวังอี้ป๋อพาเซียวจ้านขึ้นลิฟต์ลงมายังชั้นล่างโดยมีคนของตนคอยเคลียร์ทางให้เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าหนีไม่พ้นข่าวลือ

คุณชายรองตระกูลหวังอุ้มโอเมก้าตัวหอมตนหนึ่งลงมาจากชั้นบนในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย

เรื่องนี้สุดท้ายแล้วจะต้องแพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้างแน่นอน

คุณชายจะขับเองเลยมั้ยครับ

แต่เขาสนที่ไหนกัน??

ฉันขับ เอ่ยตอบเสียงปกติก่อนที่จะวางเซียวจ้านลงบนเบาะข้างคนขับ ขายาวๆเดินอ้อมกลับมายังที่นั่งตนก่อนที่จะเอ่ยสั่งเสียงเข้มต่อ ให้การ์ดตามไปที่เพนท์เฮ้าส์

ครับนาย

เมื่ออวี้ปินรับคำแล้วร่างสูงจึงเข้าขึ้นรถด้วยสีหน้าที่ยังไม่คลายความหงุดหงิด ยานพาหนะคันหรูถูกเหยียบคันเร่งออกตัวไปข้างหน้าด้วยความเร็วหลังจากนั้นก็หายลับไปบนถนนโดยจุดหมายย่อมไม่ใช่ตระกูลเซียว

เรื่องนี้ต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่นอนทุกคนต้องเตรียมการณ์รับมือให้ดี

.

.

หวังอี้ป๋ออุ้มเซียวจ้านขึ้นมายังเพนท์เฮ้าส์ห้องเดิมในขณะที่อวี้ปินและการ์ดส่วนหนึ่งเดินทางตามมาจนถึงด้านหน้า คนของเขาจะคอยเฝ้าอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหนเพราะในครั้งนี้เขาไม่ต้องการที่จะให้ใครได้เข้ามาและได้ออกไปทั้งนั้น

ไม่ว่าอย่างไรอย่าคิดว่าเขาจะยอมปล่อยอีก

ไม่มีทาง

ห้ามเข้ามา

ครับ?

ไม่ว่าจะได้ยินอะไรก็ห้ามเข้ามาเอ่ยสั่งเสียงเข้มในขณะที่เดินเข้ามาไวๆ คุณเซียวจ้านยังคงงามแม้จะดูไม่จืดเลยสักนิด ขนาดว่าผมเผ้ายุ่งเหยิงน้ำตาก็นองเต็มใบหน้าแต่กลิ่นหอมๆที่ยังคงแผ่ซ่านออกมาก็ยังคงทำให้เขาต้องจดจ่อจ้องมองร่างงามในอ้อมแขนของนายอยู่นานโดยไม่รู้ตัว

เขาเองก็คล้ายกับจะถูกสะกดจริงๆ

อวี้ปินส่ายหน้าไปมาเพื่อเรียกสติตนเอง คุณชายรองกำลังอุ้มคนงามเดินเข้าไปในห้องนอนโดยไม่หันหลังกลับมาอีก

สองครั้งแล้วที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้…

คุณเซียวจ้าน…จะทำให้นายโมโหไปถึงเมื่อไหร่กัน

 

ทันทีที่ประตูบานนั้นปิดลง…

เสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังออกมาจากด้านในพลันทำให้อวี้ปินและการ์ดอีกสองคนต้องรีบก้มหน้าก้มตา โอเมก้าที่กำลังกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดทรมานอย่างที่สุดเช่นนี้หากไม่ใช่ว่ากำลังจะตายก็มีอยู่แค่อย่างเดียวก็คือกำลังถูกอัลฟ่าบังคับสร้าง Bond

คุณชายรองคงไม่อาจจะทนรั้งรอได้อีกต่อไป

จากตอนแรกที่คิดจะไปพังงานแต่งทิ้งกลับต้องไปชิงตัวว่าที่เจ้าสาวออกมาก่อนกำหนด

นายคงจะต้องจัดการเสียตอนนี้ก่อนที่จะสายอีกครา

ออกไปเฝ้าด้านนอก หันไปสั่งการ์ดอีกสองคนก่อนที่จะเดินตามออกไปเช่นกัน ตอนนี้เรื่องคงแพร่กระจายออกไปไกลแล้วไม่แน่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ในบรรดาทั้งสามตระกูลใครจะโวยวายก่อนกัน

แต่เห็นทีคงไม่พ้นตระกูลหลิวเป็นแน่

เขาต้องจับตาดูให้ดี

 

.

ด้านในห้องนอน

 

ฮึกฮื้ออออเซียวจ้านกรีดร้องจนแทบจะเป็นลมล้มลงคาแขนแกร่งเมื่อความเจ็บปวดที่หลังคอกำลังแผ่ซ่านเข้ามาเล่นงานร่างกาย ความรู้สึกที่คล้ายกับว่าร่างทั้งร่างได้แตกสลายกลายเป็นเสี่ยงๆทำให้สติสัมปชัญญะที่มีเริ่มเลื่อนลอยลง

เซียวจ้านเจ็บ..

เจ็บอย่างที่ไม่เคยเจ็บมาก่อนเลยในชีวิตนี้

ร่างสูงพุ่งเข้ามากัดเขาทันทีที่ปล่อยเขาลง เช่นนั้นแล้วเขาจะตั้งตัวอย่างไรทัน

มือหนาบีบใต้คางของเซียวจ้านเอาไว้แน่น แขนแกร่งข้างหนึ่งที่รัดรั้งเอวเซียวจ้านเอาไว้ยังคงไม่ยอมผ่อนแรงลงเนื่องจากเจ้าของกายบางยังคงบิดเกร็งไปสุดส่วนด้วยความเจ็บปวด

อัลฟ่าผู้แสนจะดื้อรั้นแทบจะลืมรู้สึกนึกคิดไปแล้วจนหมดสิ้น เขี้ยวคมกัดฝังลงไปทั้งลึกและมั่นถึงขนาดที่ว่าหากเซียวจ้านคิดขืนอยากจะขยับดิ้นตอนนี้ผิวเนื้อคงจะต้องหลุดรุ่ยไม่น่ามอง

ฝังลงไปจนกระทั่งแน่ใจว่าร่างบางเป็นของตนแล้วจริงๆ

ฮึก …” เซียวจ้านสั่นเทาไปหมดทั้งกายในขณะที่เขี้ยวคมถอนออกจากหลังลำคอขาวที่เคยไร้รอยตีตรา…สันจมูกคมเคลื่อนเข้ามาซุกไซ้อยู่ที่หลังใบหูก่อนที่จะใช้มือทั้งสองข้างไล่ปลดกระดุมเสื้อซีทรูตัวบางออกไปจนพ้นสายตา

เรียวปากหยักไล่พรมจูบลาดไหล่งามด้วยความหลงใหลที่แทบจะทำให้คลั่งตาย

เซียวจ้าน…” เอ่ยเรียกเสียงพร่า เจ้าของกลิ่นกุหลาบที่ได้กลายเป็นของหวังอี้ป๋อไปแล้วทั้งตัวไร้แรงจะต่อต้านเนื่องจากพิษในเขี้ยวที่จะให้โอเมก้าแทบไม่ได้สติหลังจากถูกกัดเพื่อสร้าง Bond

เซียวจ้านได้แต่หอบใจปล่อยให้อีกคนอุ้มตนไปกอดรัดต่อที่เตียง

เจ็บ เราเจ็บ ฮึก…” ร้องออกมาเพราะปวดร้าวไปหมดทั้งกาย เซียวจ้านเชิดหน้าขึ้นสูงในขณะที่สันจมูกคมลากผ่านลำคอขึ้นมาจนถึงปลายคาง

หากกลืนลงไปได้ทั้งตัวก็จะกลืนกิน

หวังอี้ป๋อกอดรัดร่างบางที่มองตนตาปรือเอาไว้ด้วยความหวงแหน ภาพคืนนั้นภาพเมื่อบ่ายวันนี้

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ทนไม่ได้จริงๆ เขาทนให้เซียวจ้านเป็นของผู้อื่นไม่ได้ไม่ว่าเต็มใจหรือไม่ก็ตาม

รักไม่ใช่การครอบครองแต่สัญชาตญาณอัลฟ่าคือการครอบครอง

เพราะทั้งรักและทั้งเป็นอัลฟ่าเขาจึงไม่อาจจะวางความรู้สึกนี้ลงไปได้แม้จะพยายามเท่าไหร่ก็ตาม

ตอนนี้คนที่มีสิทธิ์โดยชอบธรรมคือเขาแล้วคือเขาเพียงผู้เดียว

มือหนาลูบไล้ใบหน้าหวานที่ไม่เคยจะปราศจากหยาดน้ำตาตั้งแต่ครั้งแรกที่พบเจอกันด้วยความรู้สึกสับสนในใจ ไม่ว่าเบื้องหลังเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรแต่เขาก็ยังคงโกรธเจ้าของร่างงามนี้อยู่ดี

เหตุใดจึงไม่เลือกเขาเหตุใดจึงเลือกที่จะแต่งออกไปกับตาแก่นั่นมากกว่าเขา

หากเขาไม่นึกสงสัย หากเขาจดจำกลิ่นกุหลาบนี้ไม่ได้เขาจะทำเช่นไร

ถึงเวลานั้นเขาจะทนมองได้อย่างไรกัน

นิ้วเรียวสัมผัสต้องรอยแดงๆที่ลำคอขาวแผ่วเบานอกจากรอยเล็กๆที่เกิดจากตาเฒ่าตระกูลหลิวนี้แล้วทั้งหมดบนแผ่นอกขาวเนียนยังคงเป็นร่องรอยจางๆที่เกิดจากเขา

ยังคงเป็นของเขาทั้งหมดนั้น

‘เราทำเป็นปกติแล้ว’

ยัยกระต่ายตัวน้อยคิดจะเอาอะไรมาหลอกเขากัน?

พลันนึกถึงตอนที่เซียวจ้านฝืนเอ่ยมันทั้งน้ำตาแล้วจึงกดจูบลงบนหน้าผากอุ่นนั้นด้วยเสน่ห์หา

กายงามนี้เป็นเขาต่างหากที่ได้สัมผัสก่อนใครณ ตอนนั้นเขายอมรับว่าเขาโกรธจนเขวไปพักหนึ่ง ด้วยความหึงหวงที่เซียวจ้านดันปล่อยให้อัลฟ่านั่นมาแตะต้องตัวเขาจึงเผลอปากพูดอะไรแย่ๆออกไปแต่แท้จริงแล้วในใจเขาย่อมรู้ดี

เซียวจ้านไม่รู้และไม่เข้าใจเรื่องพวกนั้นมากพอที่จะทำมันไปเพื่อความสนุก

เซียวจ้านไม่ได้เต็มใจเลย แม้กระทั่งตอนที่เอ่ยปากไล่ก็ยังเอ่ยออกมาทั้งน้ำตา

เซียวจ้านของเขาจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร…

      เรื่องเดียวที่เขาโกรธก็คือเซียวจ้านเลือกคนพวกนั้นจนกระทั่งยอมทำร้ายตัวเองถึงเพียงนี้…ทำร้ายทั้งตนเอง ทำร้ายทั้งใจเขา

      มีเหตุผลอะไรที่แต่งกับเขาไม่ได้แต่แต่งกับตาเฒ่าตระกูลหลิวได้ จะแต่งออกไปจะไปอยู่ในที่ที่เขาไม่มีวันหาเจอแต่ทว่าคนอย่างเขาจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร

เซียวจ้านคิดจะทิ้งเขาเอาไว้ให้จมกับความรู้สึกเช่นไรกัน

 



To be continued 

/////

วุ้วววววว 

ตอนหน้าช้าหน่อยนะคะ ยังบอกไม่ได้ว่าจะอัพวันไหน

พอดีช่วงนี้ยุ่งๆ อาจจะประมาณเสาร์หน้าค่ะ ไม่เกินเสาร์หน้า(19)เนอะ

#เรดโรสป๋อจ้าน

ขอบคุณทุกกำลังใจงับๆๆๆๆๆๆ ทั้งคอมเม้นต์ทั้งในแท็กเลยน้าาา


 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.444K ครั้ง

5,934 ความคิดเห็น

  1. #5916 fwk27 (@fwk27) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 20:24
    ไรท์แต่งได้ลื่นไหล ไม่สะดุดอธิบายรายละเอียดได้ดีมากๆชอบภาษามากเลย แบบเราอ่านแล้วหน่วงมากชอบมากๆเลยค่ะ
    #5916
    0
  2. #5788 imewllee11 (@imewllee11) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 08:27
    หน่วงมากค่ะ น้ำตาจะไหล สงสารยันน้องมากๆ ไม่มีอี้ป๋อจ้านคงขาดใจมากกว่านี้ 😭
    #5788
    0
  3. #5680 rainbowllplz (@rainbow98) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 13:31
    ภาษาสวยอ่านลื่นไหลมากเลยค่ะ เราตั้งใจอ่านทุกตัวอักษรเลยยยไม่ได้เจอไรทแต่งเก่งๆแบบนี้นานแล้ว😍😭
    #5680
    1
  4. #5678 Mng (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 09:57

    "ไล่ทุกคนที่เกี่ยวข้องออกให้หมด" แง ชอบพระเอกฉลาด

    ที่ชอบมากกว่านั้นอีกคือ ไรท์เตอร์ลงรายละเอียดของเหตุแต่ละจุดในเหตุการณ์ไว้ชัดเจน ทำให้เข้าใจได้ดีมากๆๆๆๆ ค่ะ

    #5678
    0
  5. #5460 PeiFen (@zhilan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 09:31
    น้ำตาแตกเลยจ้า เป็นฟิคที่ดีงามมาก ดีใจที่อี้ป้อมาช่วยทัน
    #5460
    0
  6. #5440 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 01:51
    อย่างแรกคือต้องสะใจก่อนที่ยัยน้องไม่ได้แต่งกับป๋อ และจริงด้วยที่จ้านไม่ใช่ลูกของนังคุณแม่คนนี้ ใดใดก็ตาม คุยกันให้เข้าใจเถอะนะ
    #5440
    0
  7. #5337 fridaytennight (@namphuengpimpika) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 21:24
    ฮือออ คิดว่าจะได้แต่งกับตาแก่นั้นจริงๆแล้ว ขอบคุณอี้ป๋อที่มาทันน
    #5337
    0
  8. #5069 Kr.JinseonHo (@Thekimjioun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 07:31
    ทำดีมาก ป๋อ เนี่ยแหละมันต้องแบบนี้กัดไปเลย
    #5069
    0
  9. #5045 tyng5389 (@tyng5389) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 21:02
    ดีมากจาร้องไห้ อี้ป๋อทำดีมากๆ ที่ไม่ยอมปล่อย
    #5045
    0
  10. #5020 hallo hallo hallo (@namemejung) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 02:58
    ในๆในความโหดร้ายของชีวิตจ้าน ขอบคุณความฉลาดของอี้ป๋อ ขอบคุณที่ไม่เข้าใจผิดน้อง
    #5020
    0
  11. #4980 kbrrcngkeux (@kbrrcngkeux) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 17:01

    ยาแก้เครียดบ้านแกสิ!!!!! จ้านท้องโว้ย!!!? -หมอถ้าจ้านเป็นไรแกต๊าย!!!!!

    #4980
    0
  12. #4751 NutCh@ (@liewhoney) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 22:08

    กลัวยาที่หมอเอาให้จ้านจ้านกินอ่ะ จะไม่เป็นอะไรใช่มั้ย ป๋ออออออออออ แงงงงงงงงง

    #4751
    0
  13. #4739 Rosemary is happy (@bossybossy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 04:39
    ป๋อฉลาดมากดูออกหมดเลย ขอบคุณที่ไม่ทิ้งจ้านนะ<3
    #4739
    0
  14. #4722 ❤ Willis ❤ (@welovesnsdyul) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 12:52

    คุณชายรองทำดีมากเลยค่ะ ก็รักมากอะเลยอยากครอบครองทั้งตัวและหัวใจ แต่พอนึกถึงตอนที่น้องกำลังจะโดนขืนใจมันก็อดจะโมโหไม่ได้จริงๆนะแล้วก็รู้สึกโล่งใจมากๆที่อี้ป๋อไปช่วยน้องเอาไว้ได้ทัน

    #4722
    0
  15. #4711 DOUBERB (@DOUBERB) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 02:59

    ในที่สุด ในที่สุดดด !!!!!

    #หัวเราะเหมือนคนบ้าแปป
    #4711
    0
  16. #4701 napa22 (@napa22) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 00:57
    น้ำตารื้นเลยตอนนี้ คือเข้าใจอี้ป๋อมากๆๆๆๆ เลย ก็คนมันรักก็ต้องอยากครอบครองทั้งตัวทั้งใจกันทั้งนั้น ไรท์บรรยายได้ดีมากๆๆๆๆ เลยค่ะ ทั้งตอนที่จ้านร้องหาอี้ป๋อจนถึงตอนที่โดนกัด จี๊ดใจสุดๆ ก็ตอนที่ป๋อรู้ทันว่าจ้านโกหก จากนี้หนีไปไหนไม่ได้แล้วนะจ้าน
    #4701
    0
  17. #4590 warisara2425 (@warisara2425) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 15:56
    มันต้อง แบบนี้ค่ะ. กัดไปเลยย. ดูสิภ้าอี้ป๋อรู้ว่าท้องแล้วคงดีใจ น่าดู ส่วน น้องคนเล็กจะตัองอาละวาดแน่ๆๆ. ลุงหลิวอีก
    #4590
    0
  18. #4286 fly_the_m (@I_M2) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 07:58
    มันต้องอย่างนี้แหละคุณชายรอง!!! มันต้องอย่างเน้ แงงงงงงงง ทำดีมากคุณชายรองงงงง
    #4286
    0
  19. #4125 Timtha (@WIFE_ENGINEER) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 18:20
    โล่งที่ป๋อไปช่วยน้อง แต่แบบสงสารน้องที่ถูกจัด
    #4125
    0
  20. #4115 ` dnmbdef (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 00:11
    โล่งใจไปเปราะหนึ่ง ฮืออออ แต่-ตาแก่ตระกูลหลิวคงไม่ยอมง่ายๆแน่เลย
    #4115
    0
  21. #4101 TM-love (@nu-rungring) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 22:32
    ฮือกัดแล้ว โดนกัดแล้วว &#12640;&#12640; ดีจัย~
    #4101
    0
  22. #4093 fahChanok (@skyfah-sai) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 19:24
    งื้ออออออออ น้วยไปหมด คิดว่าจะมาช่วยไม่ทันซะแล้ว ชอบการบรรยายตอนโดนกัดมากเลยค่ะ มันดูมีเสน่ห์สุดๆ ๆๆๆๆๆ
    #4093
    0
  23. #4073 รักที่ใจมิใช่เพศ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 02:52

    อี้ป๋ออย่าปล่อยมือจากเซียวจ้านนะ นายต้องปกป้องยิ่งกว่าชีวิตของนาย เพราะนั่นคือหัวใจของนาย

    #4073
    0
  24. #4063 Yesmyboy (@jxperyah) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 21:23
    ป๋อตั้งใจให้เป็นข่าวใช่มั้ย ถ้าเกิดการกดดันจากสังคมตระกูลเซียวหน้าบางขนาดนั้นจะทำไงนะ 5555555
    #4063
    0
  25. #4028 กระต่ายส้ม (@chayapaseehakun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 03:51
    โล่งใจไปแล้วหนึ่ง ที่เหลือ...ค่อยว่ากันนะคะ
    #4028
    0
  26. #2876 saiparnskw (@rparksint) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 02:55
    ชั้นดีใจได้มั้ยย พระเอกชั้นฉลาด ชั้นประทับใจตรงนี้ๆๆๆๆ แล้วก้ๆๆๆ เค้าเป็นของกันและกันละเด้อออ กิสสสส ถึงหนทางข้างหน้าจะดูยากก้เถอะ สู้นะ
    ปล. เรางงตอนนั่งเก้าอี้กินข้าวอะค่ะ สรุปซวนอี๋ได้นั่งตรงใหน รุ้แต่อี้เทียนเป็นคนถอยเก้าอี้ให้ กลับไปอ่านสองรอบละงง เราอ่านตกตรงใหนป่าวTT
    #2876
    1
    • #2876-1 napa22 (@napa22) (จากตอนที่ 7)
      15 พฤศจิกายน 2562 / 00:58
      คงนั่งข้างๆ อี้เทียนแหละมั้งคะ ก็เป็นคนเลื่อนเก้าอี้ให้แล้ว มั้งนะะะ
      #2876-1