นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

Social Distancing ระยะห่างสร้างรัก

โดย Hanatundi

การที่เราได้หยุดอยู่กับตัวเอง ในวันที่ความปกติของชีวิตเปลี่ยนไป สิ่งบางสิ่งก็อาจจะชัดเจนขึ้นเช่นกัน

ยอดวิวรวม

13

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


13

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  29 มี.ค. 63 / 15:38 น.
นิยาย Social Distancing ҧҧѡ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ในความรู้สึกของคนหนึ่งคน 
ระยะห่างอาจจะให้อะไรบางอย่างที่ไม่มีใครเห็น
ชัดเจนขึ้น 

#หัดเขียน

Hanatundi

เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 มี.ค. 63 / 15:38


"Social Distancing หรือ การเว้นระยะห่างทางสังคม

คือ หนึ่งในกลไกสำคัญในภาวะวิกฤตที่ถูกกล่าวถึงในสื่อต่าง ๆ ผ่านมาตรการและวิธการที่แตกต่างกัน "

 

กริ๊งๆ เสียงจากโทรศัพท์ส่งสัญญาณให้ชายร่างเล็กในห้องพักหนึ่งในย่านการค้าของเมืองหลวง ขยับแขนเพื่อควานหาโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่บนหัวเตียง พร้อมกับการลุกขึ้นจากเตียงอย่างงัวเงีย เสมือนหนึ่งพึ่งฟื้นคืนชีพจากราตรีที่ยาวนาน

"ไอโจ้!!! โหกว่าจะรับโทรศัพท์ได้ มึงอ่านไลน์กรุ๊ปของสำนักงานยัง ?" ปลายสายส่งเสียงราวกับหนึ่งรอการรับสายของเจ้าของโทรศัพท์อย่างยาวนาน

"หืม อะไรหรอ ไม่รู้เรื่องเลย" โจ้ ชายหนุ่มร่างเล็กที่รับโทรศัพท์จากสายดังกล่าวตอบ พร้อมกับความงุ่นงงในสิ่งที่เกิดขึ้น พลางพยายามนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันก่อน

เขาจำได้เพียงว่า การระบาดของโรคอุบัติใหม่ที่ยังไม่มีวัคซีนรักษาจากประเทศข้างเคียงนั้นเริ่มส่งผลอย่างมากต่อประเทศของเรา

เขาจำได้ว่า ตั้งแต่การเริ่มต้นมีการข่าวการระบาด หนึ่งในกิจวัตรประจำวันของทุกคนที่เพิ่มขึ้นมา คือ การไปไหนมาไหน โดยการใส่หน้ากากอนามัยและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกันและกัน ตลอดจนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีการสัญจรไปมาอย่างแออัด

สิ่งเหล่านี้ คือ สิ่งที่เกิดขึ้นมาในช่วงระยะหนึ่ง แล้ววันนี้ หนุ่ม เพื่อนร่วมงานของเขาโทรมาถามถึงเรื่องในไลน์กรุ๊ปของสำนักงานมันเกิดขึ้นอะไรขึ้นนะ

"ฮัลโหลโจ้!! มึงยังฟังอยู่ป่าวเนี่ย"

"เออ ๆ ฟังอยู่ ๆ แต่ไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อคืนจำได้ว่ากลับมาจากอ๊อฟฟิสก็อาบน้ำแล้วก็ภาพตัดเลยหว่ะ"

"กูว่าแล้วไง งั้นมึงคงไม่รู้สินะว่า วันนี้เขาให้ในส่วนงานของพวกเรา Work From Home เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อจากการระบาดอ่ะ"

"จริงดิ"

"อื้ออออออ แต่เขาให้ใช้ไลน์กลุ่มในการสื่อสารงานนะ เพราะฉะนั้นก็เตรียมเจอกันได้เลยมึง"

"โอเค" โจ้ตอบรับเสียงของเพื่อนเขาก่อนที่จะวางสายจากเพื่อนที่ปรารถนาดีโทรศัพท์มาแจ้งข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ทางที่ทำงานออกมาตรการเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

สำหรับโจ้แล้วนั้น การใช้มาตรการ Work From Home อาจจะไม่ใช่มาตรการที่เป็นอุปสรรคในการทำงานของงานของเขาเลยในฐานะกองบรรณาธิการของวารสารของวารสารชื่อดัง

....

อาจจะดูเป็นเรื่องปกติที่หลายคนอยากตื่นเช้ามาแล้วมีเวลาในการดำเนินชีวิตอย่างเลื่อนลอย และเอื้อนเอ่ยไปกับการทำอะไรบางอย่างในบ้านหรือหอพักอย่างไม่ต้องใช้ความคิด แต่การเริ่มต้นวันทำงานในบริเวณห้องพักในสภาวการณ์ที่พิเศษกว่าปกติมาก ๆ นั้นก็ทำให้ชีวิตของใครบางคนต้องปรับกิจกรรมหรือกิจวัตรในงานประจำวันของตัวเองเพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบของการทำงานที่เปลี่ยนไป โจ้ตระหนักดีในเรื่องนี้ว่า แม้ว่างานของเขาหลายคนเข้าใจว่าเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับตัวหนังสือ แต่ในความเป็นจริงการทำงานกับทีมบรรณาธิการด้วยกัน ทีมนักเขียนที่เกี่ยวข้อง หรือทีมอื่น ๆ ในการทำให้วารสารหนึ่งฉบับเกิดการก่อร่างสร้างเป็นผลงานเพื่อตีพิมพ์สู่มือของนักอ่านหลาย ๆ คนได้นั้นต้องผ่านกระบวนการที่หลากหลายใช่เพียงการนั่งจมจ่อมกับแล๊ปท๊อปหนึ่งเครื่องแล้วร่างงานอย่างเรื่องเปื่อย สำหรับเขาแล้วนั้นแม้จะเป็นเพียงชายหนุ่มร่างเล็กที่พูดน้อยแต่เขาคำก็ยังมีเพื่อนร่วมทีมและเพื่อนร่วมงานอีกหลายคนที่เขาต้องเจอในทุกวันที่ผ่านมา แต่วันนี้การไม่ได้เห็นหน้าคร่าตาในการเวลาทำงานในช่วงนี้ก็ทำให้อารมณ์ของเขาแปลกรู้สึกไม่ค่อยชินสักเท่าใดนัก แต่ยังดีที่อย่างน้อยในไลน์ของอ๊อฟฟิสก็ยังมีเพื่อนร่วมงานที่ทักทายและสนทนางานกันอย่างมีชีวิตชีวาเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็พาให้ชีวิตของทุกคนผ่อนคลายความตึงอันมาจากการปรับตัวในสถานการณ์ที่ไม่ชินไปได้อีกแบบ

โจ้ ตัดสินใจที่จะเลือกเอาพื้นที่โต๊ะอ่านหนังสือของเขาเป็นพื้นที่ในการร่างบทความที่จะต้องใช้การตีพิมพ์ พร้อมกันกับการประสานงานกับบรรณาธิการภาพที่ทำงานร่วมกันมาในการออกวารสารฉบับก่อนหน้ามาแล้วร่วมกันสองฉบับ เมื่อคิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเข้าแอพลิเคชั่นเพื่อสื่อสารสนทนากับบรรณาธิการภาพของวารสารที่ปกติมักจะเข้ามาทักมาทายบริเวณพื้นที่ของโจ้อยู่เสมอ ๆ

"@w@" สติกเกอร์รูปรอยยิ้มถูกส่งไปหาเพื่อนร่วมอ๊อฟฟิส

"สวัสดีครับพี่โจ้ ตื่นขึ้นมาทำงานแต่เช้าเลยนะครับ"

"ใช่ครับน้องท๊อป พอดีพี่จะคอนเฟิร์มเรื่องภาพที่จะใส่ประกอบในส่วนที่พี่รับผิดชอบอ่ะครับ"

"ไม่มีปัญหาครับ เอาตามที่พี่แนะนำเลย @U@ " ข้อความของอีกฝ่ายส่งพร้อมกับสติกเกอร์อมยิ้ม

"ว่าแต่ วันนี้พี่ได้ดื่มไวท์ช๊อคมัคคิอาโตแก้วโปรดที่พี่ดื่มทุกวันยังครับ"

"รู้ด้วยหรอ ว่าพี่ชอบดื่มไวท์ช๊อคมัคคิอาโตอ่ะ" โจ้พิมพ์ข้อความตอบกลับไปพร้อมด้วยความสงสัย ด้วยไม่คิดว่าบรรณาธิการภาพรุ่นน้องจะสังเกตในรายละเอียดปลีกย่อยที่รายคนไม่ได้สังเกตเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของเขา

"รู้สิครับ" เพื่อนร่วมงานรุ่นน้องตอบกลับพร้อมส่งรูปถ่ายของโจ้พร้อมกับแก้วไวท์ช๊อคมัคคิอาโตแก้วโปรดที่ทุกเช้าเขาจะดื่มด่ำในความหอมหวานของไวท์ช๊อคที่ผสมผสานกับรสชาติของกาแฟอย่างมีความสุข

"ฮ่า ๆ ก็นิดนึงนะครับ ว่าแต่บก.ภาพแอบถ่ายรูปคนอื่นในที่ทำงานได้ด้วยหรอเนี่ย"

"ก็นิดนึงครับ ทดสอบมุมกล้อง"

ภายใต้ข้อความที่พิมพ์โจ้เองพอจะจินตนาการสีหน้าของบก.รุ่นน้องได้ว่า เขาจะยิ้มแย้มแบบไหนในเวลาที่คุยกันเหมือนทุกวันที่รุ่นน้องจะเข้ามาคุยในบริเวณพื้นที่ของฝ่ายเขา จนเป็นเสมือนหนึ่งกิจวัตรประจำวันในการทำงานของเขาไปเสียแล้ว

"ช่วงนี้ Work From Home พี่ก็อย่าแอบอู้งานนะครับ"

"รู้แล้วครับ" โจ้พิมพ์ข้อความส่งไปพร้อมสติกเกอร์โกรธ

"ฮ่า ๆ ผมล้อเล่นครับ ตั้งใจทำงานครับ" คู่สนทนาส่งข้อความกลับมาจากนั้นก็เงียบไปเสมือนจุดเริ่มต้นของการทำงานของทุกคนได้เริ่มขึ้น

ซึ่งเมื่อลองมองย้อนไปในช่วงระยะเวลาในการทำวารสารสองฉบับก่อนหน้านี้ โจ้ได้มีโอกาสร่วมงานกับรุ่นน้องในกองบรรณาธิการภาพคนหนึ่งที่มีนิสัยเฮฮา อัธยาศัยดี เมื่อเทียบกันกับเขาที่แม้จะมีเพื่อนร่วมงานและเพื่อนสนิทอยู่บ้างแต่กับมีมุมที่สดใสไม่ได้เท่าตัวหนึ่งของน้องท๊อปคนนั้น จำได้ว่าเมื่อเริ่มทำงานด้วยกันน้องเองก็เป็นฝ่ายที่เข้ามาทักทายก่อนและในรอบการทำวารสารรอบนั้น น้องก็พาเขาออกตามเก็บภาพถ่ายเพื่อประกอบคอลัมน์ของเขาอย่างเต็มใจจนทำให้ได้ภาพประกอบเนื้อหาที่ได้อรรถรส นอกจากนี้น้องเขาเองยังส่งภาพแอบถ่ายที่เจ้าตัวชอบบอกว่า ทดสอบเลนส์ส่งมาให้ในไลน์ส่วนตัวอีกจำนวนหนึ่งในทุกครั้ง ก็ได้แต่นึกสงสัยในครั้งนั้นที่น้องเองเอ่ยปากในวงฉลองสิ้นเดือนว่าเขาโสดและกำลังจีบใครคนนึงอยู่ ที่ทำให้ทีมบรรณาธิการต่างให้กำลังใจเขาเต็มไปหมด ว่าคนอย่างน้องเขานั้นกันนะที่ช่างโชคดีที่จะได้ครอบครองหัวใจของคนที่ช่างใส่ใจคนอื่นอย่างนี้

...

สุดท้ายแล้วในช่วงระยะเวลาวันแรกของการ Work From Home ของโจ้นั้นก็ผ่านไปด้วยดี นอกจากการสนทนากับเพื่อนและน้องในไลน์ส่วนตัวแล้วนั้น เขาได้พบเจอกับเพื่อนในทีมบรรณาธิการที่ต้องปิดคอลัมน์ด้วยกันผ่านการประชุมทางไกลด้วยแอพลิเคชันที่ถูกนำมาช่วยเหลือในการกระบวนการทำงานในระยะนี้ด้วย ใช่ครับและหนึ่งในนั้นก็น้องท๊อปอยู่ด้วย

...

จังหวะของการ Work From Home ในวันที่สองนั้น วันนี้เรื่องทุกอย่างก็เป็นไปอย่างปกติ หากแต่สิ่งที่ไม่ปกติเกิดขึ้นมาในวันนี้ก็เพราะว่าวันนี้เป็นวันที่แต่เดิมเคยเคยนัดทานข้าวในกันในทีมคอลัมน์เพราะเป็นวันที่จะต้องรวมบทความและภาพเข้าด้วยกัน ซึ่งหลักก็จะประกอบด้วยโจ้ หนุ่ม น้องท๊อป และเพื่อนจากทีมบรรณาธิภาพภาพอีกหนึ่งคน ซึ่งทุกคนทราบกันดีถึงสถานการณ์แต่การปิดฉบับของพวกเขาเสร็จสิ้นตั้งแต่ตอนช่วงเช้าแล้ว แต่มีเพียงหนึ่งข้อความที่ทวงนัดดังกล่าว ซึ่งโจ้เองก็ได้แต่บอกปัดไปด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หากแต่น้องยืนยันจะขอทานข้าวกันตามเดิม โดยขอที่อยู่ของชายหนุ่มร่างเล็กเพื่อที่จะได้สั่งอาหารและขอฝากไปให้ ซึ่งโจ้เองก็พอจะทราบอยู่บ้างว่าน้องท๊อปบรรณาธิการรุ่นน้องนั้นพักอาศัยอยู่ในคอนโดยย่านเดียวกันเพราะมีโอกาสที่เคยมีนัดเลี้ยงและเดินทางกลับที่พักในเส้นทางเดียวกัน เพียงชั่วครู่ระยะเวลาหนึ่งก็มีสายของโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเพื่อติดตามให้เขาลงไปรับของขิ้นมาที่ห้องพัก

ไม่ผิดจากคาด นี่คือของที่รุ่นน้องบรรณาธิการภาพ สั่งเพื่อส่งให้เขาพร้อมกับกล่องหนึ่งใบ แทบจะทันทีที่ได้รับของจากบริการเดลิเวอร์รีที่มาส่งให้เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงทักทายจากปลายสาย

"พี่โจ้ครับ ทีนี้เราก็ทานข้าวตามนัดได้แล้วนะครับ"

"ฮ่า ๆ ก็ไม่เห็นต้องจริงใจขนาดนี้ก็นะน้องท๊อป ที่จริงวันหลังก็ได้ จะได้ไปพร้อม ๆ กัน"

"ไม่ได้หรอกครับ นัดกับพี่สำคัญนะครับ เป็นเหมือนกิจวัตรประจำวันของผมเลยครับ"

"ฮ่า ๆ" โจ้ได้แต่หัวเราะเล็ก ๆ หลังได้ยินข้อความที่ทำให้ใจของเขาเองรู้สึกไม่ปกติ เพราะเมื่อคิดถึงตลอดช่วงระยะเวลาที่ทำงานมาด้วยกัน บรรณาธิการรุ่นน้องคนนี้ก็เป็นเสมือนส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาเช่นกัน

"พี่โจ้ครับ วันนี้ขออนุญาตใช้วิดีโอคอลได้ไหมครับ"

"วิดีโอคอล??" โจ้ตอบกลับปลายสายอย่างสงสัย

"ก็เรามีนัดทานข้าวกันไงครับ ถ้าไม่วิดีโอคอลแล้วเราจะเห็นหน้ากันได้ไง" โจ้เองก็ได้แต่ประหลาดใจในความคิดที่แสนแปลกประหลาดของเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องคนนี้ หากแต่เขาเองก็ไม่วายที่จะทำตามความประสงค์ของอีกฝ่าย

ภาพตรงหน้าที่ปรากฏเป็นภาพของรุ่นน้องคนที่เมื่อสองวันก่อนยังเดินมาทักทายเขาที่โต๊ะทำงานและชวนสนทนาเฮฮาเหมือนกับทุกวัน พร้อมกันกับจานอาหารตามสั่งง่าย ๆ ที่เหมือนว่าจะเป็นเมนูเดียวกันกับที่ส่งมาถึงเขา

"เท่านี้เราก็ทานข้าวตามนัดได้ตามปกติแล้วนะครับ"

"อืออือ ถ้างั้นพี่ว่าพี่โทรไปชวนหนุ่มวิดีโอคอลทานข้าวด้วยกันอีกคนดีไหม"

"ก็ได้ครับ หลาย ๆ คน จะได้ไม่เหงา" ปลายสายตอบรับแทนจะทันทีที่โจ้เองจบประโยค

โจ้จึงไม่รอช้าวิดีโอคอลหาหนุ่มเพื่อนของเขาเพื่อที่จะชวนกันทำกิจกรรมแปลก ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นจากความคิดที่ไม่ธรรมดาของบรรณาธิการรุ่นน้อง จึงทำให้มื้อเที่ยงวันนี้ทีมของคอลัมน์นั้นได้ทานข้าวเที่ยงร่วมกันเกือบจะครบทุกคนขาดเพียงบรรณาธิการร่วมอีกคนที่ไม่สะดวกในการร่วมกิจกรรมดังกล่าว

"เออ มึงก็สั่งสรรหาวิธีในการที่จะได้กินข้าวเที่ยงร่วมกันนะ" หนุ่มเพื่อนของเขาเอ่ยขึ้น

"ทั้งที่ในความเป็นจริงวันนี้แทบจะไม่ต้องมานั่งทำกิจกรรมแบบนี้แล้วด้วยซ้ำ ฮ่า ๆ " เพื่อนของโจ้ผู้ถูกดึงมาร่วมในกิจกรรมสุดแสนประหลาดในยามเที่ยงกล่าวต่อ

"ฮ่า ๆ ไม่แปลกหรอกครับ" "วันนี้เป็นวันครบรอบการทำงานร่วมกันของทีมนี้นะครับ" รุ่นน้องกล่าวขึ้น

"ไม่รู้ว่าพี่โจ้ได้เปิดกล่องที่ผมส่งไปให้แล้วรึยัง"

"กล่องที่ส่งมาพร้อมข้าวอ่ะหรอ"

"ใช่ครับ พี่เปิดตอนนี้เลยก็ได้นะครับ"

"เอ้ย ไอท๊อป มึงส่งอะไรให้เพื่อนกูหว่ะ" หนุ่มที่เหมือนจะถูกลืมจากการสนทนากล่าวขึ้น

"มึงรีบเปิดเลยโจ้ นี่พร้อมเผือกเต็มที่"

โจ้ที่ได้ยินบทสนทนาดังกล่าวลุกเดินไปหยิบกล่องขนาดกะทัดรัดที่ถูกส่งมาถึงเขา เมื่อเปิดดูเขาพบกลับไดอารีเล่มหนึ่งที่มีการเขียนและแนบสิ่งต่าง ๆ ไว้

"ไดอารีหรอหว่ะ" โจ้เอ่ยขึ้น

"ใช่ครับ พี่ลองเปิดอ่านดูสิครับ" ท๊อปกล่าวตอบคำถามจากคู่สนทนา

โจ้นำไดอารีเล่มดังกล่าวเริ่มเปิดพิจารณาจากหน้าที่หนึ่งของไดอารีที่เขียนว่า วันนี้คือวันที่ดีวันหนึ่ง ขอบคุณที่ทำให้ผมได้ร่วมงานกับรุ่นพี่คนนั้น ที่เคยเจอกันที่ร้านกาแฟข้างอ๊อฟฟิส

หน้าที่ 2 วันนี้เป็นวันที่ได้ร่วมการคุยงานครั้งแรกตื่นเต้น แต่ก็ดีใจ

หน้าที่ 3 เพิ่งสังเกตเห็นนะว่า เมนูที่พี่เขาทานบ่อย ๆ คือ ไวท์ช๊อคมัคคิอาโต

....

"เป็นไงบ้างหว่ะไอโจ้ ไอท๊อปเขียนอะไรถึงมึง" เพื่อนสนิทของเขากล่าวขึ้น

"พี่อ่านจบยังครับ" บรรณาธิการรุ่นน้องกล่าวถามขึ้น หลังอีกฝ่ายนิ่งเงียบอ่านข้อความในไดอารีหน้าแล้วหน้าเล่า

"อื้ออ่านจบแล้ว"

"มันว่าไงบ้างหว่ะ" หนุ่มกล่าวขึ้นทันทีที่เพื่อนของเขาเอ่ยขึ้น

"ถ้างั้นพี่ตอบคำถามที่ผมถามในหน้าสุดท้ายได้ไหมครับ ว่า..." บรรณาธิการรุ่นน้องกล่าวขึ้นพร้อมหยุดชะงัดอย่างลังเล

"ว่าอะไร บอกกูด้วยดิพวกมึง ถ้าจะคุยกันสองคนแล้วจะดึงกูเข้ามาอยู่ในสายทำตั้งแต่แรก" หนุ่มออกอาการหัวร้อนนิด ๆ ที่ไม่มีใครสนใจเขาแต่ก็ยังรอลุ้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเพื่อนและรุ่นน้อง

"พี่ไม่มั่นใจนะ ก็แล้วแต่น้องละกัน" โจ้กล่าวขึ้นซึ่งแน่นอนนี่คือการตอบคำถามปลายเปิดเพื่อให้รุ่นน้องของเขาได้เลือกคำตอบเอง

"งั้นผมขอจีบพี่นะครับ" ท๊อปกล่าวขึ้นทันทีแทบไม่รอช้าหลังได้คำตอบที่ปลายเปิดจากรุ่นพี่ที่เลือกจะตอบคำถามแบบให้อิสระกับผู้ตั้งคำถามแบบนี้

"เด๋วนะ นี่แสดงว่าที่กองบรรณาธิการภาพถ่ายรือ ๆ กันว่ามีไอท๊อปจีบใครบางคนอยู่นั้น คือ มึง" หนุ่มเอ่ยขึ้นเมื่อเริ่มเดาทุกสิ่งทุกอย่างได้

"ถามจริง?"

"ใช่ครับ"

"งั้นวันนี้กูก็เป็นพยานความรักของพวกมึงสินะ"

"ไอท๊อปพยานรักบ้าบออะไร กูยังงง ๆ อยู่เลย" โจ้เอ่ยขึ้นเพื่อตัดบทสนทนาของเพื่อนของเขา

"ถ้างั้นเชิญพวกมึงสนทนากันต่อไปนะครับ กูบายก่อนนะ มีงานต้องทำ" หนุ่มที่เอ่ยลาแล้วก็ปิดวิดีโอคอลของตัวเองไปแทบทันที

เพิ่งครู่เดียวไลน์ของอ๊อฟฟิสก็ดังขึ้น พร้อมกับข้อความที่บอกว่า

"Work From Home ครั้งนี้มีคนได้แฟน 1 อัตราครับ @คุณโจ้ @น้องท๊อป"

หลังจากนั้นก็กลายเป็นว่า มื้อเที่ยงนัดสำคัญที่แสนประหลาด พื้นที่ไลน์คุยงานหลังจากนั้นก็เต็มไปด้วยคำยินดี และไลน์ที่พาให้ทุกคนได้มานั่งสนทนาในประเด็นสำคัญของ บก.รุ่นพี่ และ บก.รุ่นน้องได้โดยปริยาย

และทำให้ตลอดวันอันแสนเรื่อยเปื่อยของใครบางคนเปลี่ยนไป แม้จะยังไม่ใช่แฟนกันก็ตามที

รวมถึงนี่อาจจะเป็นหนึ่งสิ่งที่แสนดีในภาวะวิกฤตที่ทำให้ความห่างกัน กลายเป็นโอกาสในการพิจารณาความสัมพันธ์และกิจวัตรแต่ละวันของแต่ละคนให้คิดถึงความไม่ปกติในความปกติก็เป็นได้ 

ผลงานอื่นๆ ของ Hanatundi

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น