คนอกหัก [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S]

ตอนที่ 6 : -Five-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 974
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    25 ธ.ค. 62



-Five-



NILLAKAL PART :


อิ่มชะมัดเขาว่าพร้อมยกมือขึ้นลูบท้องของตัวเอง


กินไปตั้งสองจานไม่อิ่มก็แปลกแล้ว สั่งพิเศษสองจาน ผมยังกินไปแค่จานเดียวเอง ผมว่าทางร้านเขาก็ให้ข้าวเยอะนะ แต่มันกลับไม่พอกระเพาะของเชนเสียอย่างนั้น


ก็ผมหิวนี่เขาทำปากขมุบขมิบ เหมือนอยากจะเถียงอะไรสักอย่างแต่ก็เงียบไป


กลับกันเถอะผมเอ่ยชวนแล้วหันไปเรียกเด็กในร้านมาคิดเงินค่าข้าว


เดี๋ยวผมเลี้ยงพี่เองเชนรีบร้องบอกในตอนที่ผมหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา


ไม่ต้องหรอก ฉันต่างหากที่ต้องเลี้ยงนายผมปฏิเสธไป ผมยังติดเขาเรื่องเลี้ยงข้าวทุกวันอยู่ ก็ที่ผ่านมาผมไม่เคยทำหน้าที่พี่รหัสที่ดีเลย อีกไม่กี่เดือนผมก็จะจบแล้ว ขอให้ผมได้ทำหน้าที่ของตัวเองหน่อยเถอะ


พี่จู่ ๆ เชนที่กำลังคลำหากระเป๋าสตางค์ของตัวเองก็นิ่งไป


อะไร?” ผมมองสีหน้าตื่น ๆ ของเขาด้วยความสงสัย


กระเป๋าตังค์หายอีกฝ่ายร้องออกมาเสียงดังหน้าตาตื่น


หาดีแล้วเหรอ?” ผมก็พลอยตกใจไปด้วย รีแอคชั่นของเชนทำเอาผมทำตัวไม่ถูก


สงสัยหล่นตอนหนีพวกมันแน่เลยเขาทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง


คืนนี้นายก็ไปค้างห้องฉันก่อนก็ได้สภาพเชนเป็นแบบนี้ผมก็ไม่อยากให้เขากลับไปอยู่คนเดียว ไม่รู้ด้วยว่าพวกนั้นมันจะไปดักรอที่ไหนอีกหรือเปล่า แค่นี้สภาพเชนก็เละเทะพอสมควรแล้ว ถ้ามากกว่านี้คงต้องหามเข้าโรงพยาบาลแล้วล่ะ


จะดีเหรอพี่ เกรงใจอีกฝ่ายเม้มปากแน่นเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่กล้าพูด


ไม่เป็นไร นายเป็นน้องรหัสฉันนะยังไงคืนนี้เราก็ย้อนกลับไปเอารถไม่ได้อยู่แล้ว ดีไม่ดีมันอาจดักรออยู่ที่ร้าน เราคงต้องขึ้นแท็กซี่จากที่นี่กลับไปที่คอนโดฯ ผมแทน


เออ ลืมอีกฝ่ายว่าออกมาหน้าตายแล้วลุกขึ้นยืน ผมหันไปจ่ายเงินค่าข้าวแล้วพยักหน้าให้เชนเดินออกไปรอที่หน้าร้านก่อน เราเดินออกมาอีกนิดเพื่อเรียกรถแท็กซี่กลับไปที่คอนโดฯ

 






10.40 PM


ไปอาบน้ำแล้วออกมาทำแผลเมื่อกลับมาถึงคอนโดฯ ผมก็เข้าห้องไปหาเสื้อผ้าและผ้าขนหนูเอามาให้เชนไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด


ครับอีกฝ่ายตอบรับอย่างว่าง่ายแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ


ผมก็เดินย้อนกลับเข้าไปในห้องนอนเพื่อหาเสื้อผ้าให้ตัวเองแล้วไปอาบน้ำบ้าง พออาบเสร็จก็รู้สึกว่าตาสว่างแถมข้าวขาหมูที่เพิ่งกินไปก็ดูเหมือนจะยังไม่ย่อยผมเลยเดินออกมาเปิดทีวีดูข่าวรอบดึก


พี่ยังไม่นอนอีกเหรอ?” เชนที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำเดินเข้ามาหาผมด้วยความแปลกใจ


ดูข่าวอยู่ผมว่าพร้อมพยักพเยิดหน้าไปทางจอทีวีที่กำลังพูดถึงข่าวอุบัติเหตุทางรถยนต์อยู่


พี่ทำตัวเหมือนพวกคนแก่เลยเชนเดินมานั่งลงข้าง ๆ แล้วมองผมด้วยสายตาที่เหมือนเห็นสิ่งแปลกประหลาด


หาเรื่องเหรอ?” ผมเลิกคิ้วถามพร้อมยื่นมือไปบีบหลังคออีกฝ่ายเบา ๆ


เปล่าเชนเบ้หน้าใส่ผมแล้วขยับหนีไปนั่งที่โซฟาเดี่ยวแทน ผมเลยลุกไปหยิบกล่องยามาให้เขาได้ทำแผล


ช่วยไหม?” ผมที่เห็นว่าเชนน่าจะทำแผลบนใบหน้าของตัวเองไม่ถนัดนักจึงอาสาช่วยออกไป


ไม่เป็นไร แค่นี้เองแต่อีกฝ่ายก็ปฏิเสธน้ำใจผมแล้วทำแผลบนหน้าตัวเองต่อไปโดยมีกล้องหน้าของโทรศัพท์เป็นตัวช่วย


เมื่อก่อนฉันก็ทำแผลให้เร็กซ์กับรัชช์บ่อย สองคนนั้นชอบไปมีเรื่องประจำเห็นเชนนั่งทำแผลให้ตัวเองแล้วผมก็อดที่จะนึกถึงสองพี่น้องเร็กซ์รัชช์ไม่ได้ เห็นแบบนั้นแต่ก็แสบกันใช่ย่อย โดยเฉพาะคนพี่ ห้าวหาญมาก เรื่องต่อยตีนี่ถนัดนัก แถมสองพี่น้องยังเป็นมวยอีก ตอนไปตีกับเขานี่ไม่มีร้องสักแอะ แต่ตอนทำแผลล่ะโวยวายน่าดู


คุณรัชช์ตอนนั้นคงดื้อมากเชนระบายยิ้มบางออกมาเมื่อพูดถึงรัชช์


เชนเป็นอีกคนที่รักรัชช์มาก ส่วนไทม์ ผมก็มองออกว่าหมอนั่นก็ชอบรัชช์ แต่คนขี้ขลาดที่ไม่กล้าเอื้อมมือไปคว้ารัชช์มาไว้กับตัวอย่างนั้นผมไม่ให้ค่าหรอก อย่างไทม์ไม่มีทางขึ้นมาเทียบผมได้ แต่ผมกลับไม่สามารถเอาชนะมารุตได้ อาจเพราะรัชช์เองก็มีทิฐิที่สูงลิ่วพอ ๆ กับพี่ชาย ไม่ว่ายังไงสองพี่น้องก็ไม่มีทางหันกลับมาหาผม เพราะต่างก็แคร์กันมาก แต่กลับไม่มีใครนึกถึงจิตใจผมเลย แต่ผมก็เข้าใจพวกเขานะ ยังไงความสัมพันธ์ของพี่น้องก็ต้องสำคัญกว่าคนนอกอย่างผม


สุด ๆ เลยล่ะแต่ผมว่ารัชช์ในตอนนี้ดื้อกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย คงเป็นเพราะมีคนคอยตามใจมากล่ะมั้ง ทั้งพี่ริคทั้งเร็กซ์ไหนจะมารุตอีก ถึงมารุตจะไม่ใช่ผู้ชายที่ดีที่สุด แต่เขาก็พยายามที่จะทำให้ตัวเองดีพอสำหรับรัชช์ ผมถึงบอกไงว่าผมไม่ให้ค่ากับคนขี้ขลาดอย่างไทม์ แทนที่หมอนั่นจะพยายามทำตัวให้คู่ควรกับรัชช์แต่กลับผลักรัชช์ออกไปจากตัว ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจความคิดแบบนี้สักเท่าไหร่ แต่ผมที่เคยคบกับรัชช์มาบอกได้เลยว่าไทม์พลาดมาก


“…” 


“…” แล้วก็เกิดเดดแอร์ขึ้นอย่างงง ๆ


เราเปลี่ยนเรื่องคุยกันเถอะเชนหันมามองผมก่อนจะหันกลับไปทำแผลต่อ เพราะเราพูดถึงรัชช์มันก็เหมือนรื้อฟื้อความเจ็บปวดในใจของพวกเราขึ้นมา


พรุ่งนี้มีเรียนไหม?” ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราควรจะคุยเรื่องไหนกันดีเลยเลือกคำถามง่าย ๆ ออกไป


ผมว่าจะโดด สภาพแบบนี้ผมไม่อยากให้ใครมาถามมากเชนว่าพร้อมก้มมองตัวเอง นอกจากใบหน้าแล้วตามแขนของเขาก็มีรอยช้ำรอยถลอกเต็มไปหมด พวกนั้นเล่นหนักกันจริง ๆ


สาย ๆ ค่อยออกไปเอารถก็แล้วกันนึกขึ้นได้ว่ารถยังจอดอยู่ที่ร้าน ผมก็เป็นห่วงรถเหมือนกัน แต่ถ้าให้เลือกผมก็เลือกชีวิตตัวเองมากกว่า ย้อนกลับไปเอารถนี่เสี่ยงตายมากนะ แถมพวกมันมีเยอะกว่าด้วย


นั่นแหละที่ผมต้องการเชนพยักหน้ารับแล้วทำแผลที่แขนต่อ


“…” ผมเงียบเมื่อไม่รู้จะต่อบทสนทนายังไงต่อดี ผมคิดไม่ออกแล้วว่าควรชวนอีกฝ่ายคุยเรื่องไหน ปกติบรรยากาศระหว่างเรามันก็ไม่ได้น่าอึดอัดแบบนี้หรอก แต่เพราะก่อนหน้านี้ผมดันพูดถึงรัชช์ขึ้นมาสถานการณ์มันเลยแย่ลงกว่าปกติ


“…” เชนนั่งทำแผลต่อไปเงียบ ๆ เขาเองก็ดูเหมือนว่าจะไม่รู้ว่าควรคุยอะไรต่อดี นี่เป็นบรรยากาศแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นกับพวกเราเป็นครั้งแรก


ดูหนังไหม?” พอเห็นเขาทำแผลเสร็จผมเลยเอ่ยชวนขึ้นมา ไหน ๆ พรุ่งนี้เขาก็จะโดดแล้วและผมก็ไม่มีเรียนอีกด้วย คืนนี้เราสามารถนอนดึกได้


อยากดู Hunger Game มีไหม?” เชนเก็บอุปกรณ์ทำแผลก่อนจะหันมามองหน้าผม


อืมผมพยักหน้ารับแล้วเดินไปหาแผ่นหนังที่ซื้อไว้ มันค่อนข้างจะเป็นหนังเก่าแล้ว แต่มันก็สนุกดี ดูอีกรอบคงไม่เป็นไรหรอก ยังไงรอบนี้ก็มีคนดูเป็นเพื่อน ไม่ได้ดูคนเดียวเหมือนครั้งก่อน


พี่ไม่ถูกกับพี่มาวินเหรอ?” ระหว่างที่รอผมเปิดหนังให้ดูจู่ ๆ เชนก็ถามขึ้นมา


ก็ประมาณนั้นถ้าบอกว่าเปล่าก็คงจะดูโกหกสินะ แต่ฝ่ายที่เริ่มมีปัญหาก่อนก็คือฝ่ายนู้นไม่ใช่ผม ผมยังจำได้เลยครั้งก่อนนั้นที่ผมนัดเจอกับเร็กซ์แล้วมาวินมานั่งเฝ้า หากลุกขึ้นมาต่อยผมได้เขาคงทำไปแล้วล่ะ ผมไม่รู้ว่าคนใจร้อนสองคนจะอยู่ร่วมกันได้ยังไง แต่ผมคิดว่าพวกเขาก็รักกันดี บางทีเรื่องราวระหว่างคู่รักอาจต้องให้พวกเขาค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนและปรับตัวไปเอง


เขาคงเกลียดพี่มากเชนกระตุกยิ้มกวน ๆ


คงงั้นแหละผมไม่ปฏิเสธหรอก เพราะความจริงก็คือมาวินเกลียดขี้หน้าผม และเรื่องก็มาจากเร็กซ์นี่แหละ แต่ผมไม่โทษเร็กซ์หรอก มาวินทำนิสัยเด็กเกินไปต่างหาก


บทสนทนายุติลงเมื่อหนังเริ่มฉาย เชนไม่ได้พูดอะไรต่อเขาเอาแต่นั่งจ้องหน้าจอทีวีตาไม่กระพริบ เห็นแบบนั้นผมก็อดจะยกยิ้มเอ็นดูไม่ได้ เชนเองก็มีนิสัยเหมือนเด็ก ๆ ไม่ต่างกัน แต่รายนี้เหมือนเด็กดื้อ ๆ ซน ๆ ทั่วไป ท่าทีที่แข็งกระด้างที่เขาแสดงออกดูเหมือนจะไม่ใช่ตัวตนของเขาเลย บางทีเชนอาจมีเรื่องอะไรในใจเขาถึงได้แสดงออกมาอย่างนี้ การอยู่กับเขามาสักพักทำให้ผมได้รู้จักเชนมากขึ้น จริง ๆ แล้วเชนดูเป็นคนที่อ่อนไหวง่ายและเป็นคนคิดมากด้วย ผมไม่รู้ว่าถ้าผมอยู่กับเชนมากกว่านี้ เขาจะแสดงตัวตนที่แท้จริงของเขาออกมาไหม แต่ผมก็อยากรู้จักเขาให้มากกว่านี้นะ

 







KACHAIN PART :


ผมรู้สึกตัวตื่นตอนแปดโมงกว่า ๆ แต่ตื่นมาก็ไม่เจอเจ้าของห้อง ผมเลยลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วเดินออกจากห้องนอนเพื่อที่จะไปหานิลกาฬ ไม่รู้ว่าเขาอยู่ส่วนไหนของห้อง แต่เดินออกมาได้ไม่กี่ก้าวก็ได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากในครัวผมเลยเดินเข้าไปดู


พี่แล้วก็เจอกับนิลกาฬที่นั่งอยู่หน้าตู้เย็น ทำอะไรของเขาวะ?


ตื่นแล้วเหรอ?” เขาหันมามองผมก่อนจะยกยิ้มให้


ทำอะไรน่ะ?” ผมกอดอกพิงขอบประตูมองเขาด้วยความสงสัย


จะหาของกิน แต่ตู้ว่างมากเขาว่ากลั้วเสียงหัวเราะ ร่างสูงขยับตัวเดินออกจากหน้าตู้เย็นให้ผมได้เห็นภายในตู้เย็นได้อย่างชัดเจน อืม ว่างจริง โล่งจนเข้าไปนอนได้เลยนะนั่น


ออกไปเอารถแล้วแวะหาอะไรกินไหม?” เราคงหวังพึ่งอะไรจากการหาของกินในตู้เย็นไม่ได้ ทางเดียวก็คือพาตัวเองออกไปหาของกินซะ


เป็นความคิดที่ดีเขาพยักหน้าแล้วปิดประตูตู้เย็น


ผมส่ายหน้าเบา ๆ แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องนอน นิลกาฬก็เดินตามเข้ามา เขาหาเสื้อผ้ามาให้ผมใส่เปลี่ยน แล้วหันไปหาของตัวเองบ้าง ผมเอาเสื้อผ้าและผ้าขนหนูออกไปข้างนอกเพื่อที่จะใช้ห้องน้ำด้านนอกอาบน้ำ ส่วนนิลกาฬก็ปล่อยให้เขาใช้ห้องน้ำในห้องนอนไป ใช้เวลาไม่นานเราก็ออกมาเรียกแท็กซี่เพื่อที่จะไปเอารถที่จอดไว้ที่ร้านเมื่อคืน


จะแจ้งความไหม?” เขาหันมาถามหลังจากที่เงียบไปนานตั้งแต่ขึ้นรถมา


ไม่ล่ะ วุ่นวายผมละสายตาจากวิวด้านนอกรถมาตอบเขา


พวกมันอาจกลับมาอีกนิลกาฬบอกด้วยความเป็นห่วง


กลัวที่ไหน ให้มาเถอะแต่ผมไม่กลัวพวกมันหรอก บอกเลยว่ากระจอก เก่งแต่หมาหมู่ นิสัยเหมือนไอ้ชินเลย แต่นี่ผมก็ยังไม่เห็นหน้าไอ้คนที่สั่งกระทืบผมนะ เมื่อวานมีแต่ลูกกระจ๊อก มือตีนหนักกันใช้ได้ แต่บอกเลยนะว่าถ้าพวกมันไม่รุมผมป่านนี้ผมชนะไปแล้ว ฝีมือพวกมันไม่เท่าไหร่หรอก แต่ผมรู้สึกคุ้นหน้าพวกมันบางคนนะ แต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอกันที่ไหน


เก่งจริง ๆ เลยอีกฝ่ายส่ายหน้าไปมาเบา ๆ เหมือนเอือมระอากับความขี้โม้ของผม


อย่ามากระแหนะกระแหนผมน่าจิ๊ปากอย่างขัดใจ ไม่ได้โม้นะ แต่เรื่องต่อยตีผมก็เก่งเหมือนกัน เมื่อวานก็ฝากหมัดฝากเท้าไว้ที่พวกมันหลายคน แต่พอโดนรุมผมก็สู้ไม่ไหว ดีที่วิ่งหนีออกมาได้ ไม่อย่างนั้นเจอยำตีนแน่ แต่ผมว่าพวกมันก็ไม่ได้ฉลาดเท่าไหร่ ดีแต่ใช้กำลังแต่ไม่มีสมอง


ไม่นานเราก็มาถึงร้านที่เราเอารถจอดทิ้งไว้เมื่อคืนนี้ สงสัยครั้งหน้าผมต้องเปลี่ยนร้านดื่มเหล้าแล้วล่ะ ขืนผมยังมาที่นี่อีกคงได้โดนตีนอีกเรื่อย ๆ ดูท่าแล้วพวกมันจะไม่ยอมปล่อยผมไปง่าย ๆ เหมือนกะให้ผมตายคาตีน ถึงจะห้าวแค่ไหนแต่ก็กลัวตายเหมือนกันนะครับ อย่าหาว่าป๊อดเลย จริง ๆ ก็ป๊อดแหละ


เจอกันร้านอาหารตามสั่งหน้าปากซอยนะพี่ก่อนขึ้นรถผมหันไปตะโกนบอกนิลกาฬที่กำลังจะขึ้นรถของตัวเองเหมือนกัน


ได้เขาพยักหน้าเบา ๆ แล้วเข้าไปนั่งในรถ


เห็นอย่างนั้นผมก็รีบขึ้นรถแล้วขับนำออกไปยังร้านข้าวที่ผมบอกเขาเมื่อกี้ มันเป็นร้านอาหารตามสั่งธรรมดา เป็นร้านเล็ก ๆ ไม่ได้ใหญ่โตอะไร พอมาถึงนิลกาฬก็ขับรถมาจอดต่อท้ายทันที เราสั่งอาหารง่าย ๆ กัน นิลกาฬสั่งผัดผักกับไข่เจียว ส่วนผมสั่งหมูทอดกระเทียมกับไข่ดาวไม่สุก นั่งรอสักพักอาหารก็มาเสิร์ฟ


ร้อนเหรอ?” ผมที่นั่งกินข้าวอยู่ก็สังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายมีเหงื่อขึ้นเต็มใบหน้าเลย


นิดหน่อย” เขาชะงักไปนิดก่อนจะกินข้าวต่อ


พี่โคตรไม่เข้ากับร้านนี้เลยไม่ว่าจะดูยังไงมันก็ขัดตาอยู่ดี นิลกาฬกับร้านอาหารข้างทางไปด้วยกันไม่ได้จริง ๆ


ทำไม?” เขาขมวดคิ้วน้อย ๆ มองผมอย่างไม่เข้าใจ


ก้มมองตัวเองแล้วมองรอบ ๆ ร้านดูสิผมพยักพเยิดหน้าไปที่เขาก่อนหันไปมองรอบ ๆ ร้านให้เขาได้คิดตาม


แล้วยังไง?” นิลกาฬก้มมองตัวเองแล้วมองรอบร้านอย่างที่ผมบอก แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี


วันหลังผมพาพี่กินข้าวแต่ในห้างดีกว่า ที่แบบนั้นคงเหมาะกับพี่ที่สุดแล้วผมถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนใจ เขาไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าตัวเองไม่เหมาะกับร้านข้างทางแบบนี้ นิลกาฬควรไปนั่งหล่อ ๆ ตากแอร์เย็น ๆ ในร้านอาหารหรู ๆ มากกว่า แบบนั้นดูเหมาะกับเขากว่าเยอะ


ฉันกินที่ไหนก็ได้น่าเหมือนคำพูดของผมจะฟังไม่เข้าหูอีกฝ่าย นิลกาฬถึงได้ขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม


เชื่อครับเชื่อผมรู้ว่าเขาไม่ได้ติดหรู แต่เห็นหน้าแดง ๆ เพราะอากาศร้อน ๆ ของเขาแล้วก็อดสงสารไม่ได้


แยกกันตรงนี้เลยแล้วกันหลังกินข้าวเสร็จนิลกาฬก็เป็นคนจ่ายเงิน แน่ล่ะ ก็กระเป๋าสตางค์ผมหายนี่


ครับ เจอกันพรุ่งนี้นะพี่ผมพยักหน้ารับแล้วเตรียมขึ้นรถ


มื้อเช้าที่มหาลัยแต่เสียงของนิลกาฬก็ดังขึ้นมาเสียงก่อน


ได้ผมยิ้มรับแล้วเข้านั่งประจำตำแหน่งคนขับ


ผมสตาร์ทรถแล้วขับออกมา มองกระจกหลังก็เห็นว่านิลกาฬขับตามออกมาติด ๆ ผมขับตรงกลับมาที่คอนโดฯ โดยไม่แวะที่ไหนเลย จะแวะไหนได้ล่ะก็ไม่มีเงินติดตัวเลย เรื่องเงินยังไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องบัตรต่าง ๆ ในกระเป๋านี่สิ ผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันหายไปตอนไหน ได้แต่ภาวนาขอให้ใครสักคนเก็บได้แล้วเอามาคืนด้วยเถอะ ผมขี้เกียจไปทำบัตรใหม่

 





Rrrrr~


กลับมาถึงห้องได้ไม่นานเสียงโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น ขยับไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะหน้าทีวีขึ้นมาดู ใจอยากกดตัดสายทิ้งแต่ก็ทำไม่ได้ ขืนทำแบบนั้นอีกฝ่ายคงโผล่มาเคาะประตูห้องผมแน่


ฮัลโหลกดรับสายเสียงเนือย ๆ แล้วทิ้งตัวลงนอนราบกับโซฟาอีกครั้ง


(“ทำไมมึงไม่มาเรียน”) เสียงของไทม์ดังมาตามสาย ผมได้ยินเสียงกรินคุยกับคุณรัชช์ดังแทรกเข้ามาด้วย


กูขี้เกียจผมโกหกออกไป ผมไม่ได้ขี้เกียจ แต่หน้าผมเละขนาดนี้คงไปเรียนไม่ได้ มีหวังคนได้เข้ามาถามกันไม่หยุด ผมรำคาญ อีกอย่างก็ไม่รู้จะตอบคุณรัชช์กับกรินยังไงด้วย


(“เฮิร์ทอีกหรือไง?”) ผมได้ยินเสียงกุกกักจากปลายสายก่อนที่ไทม์จะพูดขึ้นมาเสียงดังฟังชัด ให้เดามันคงลุกเดินแยกออกมาจากคุณรัชช์กับกรินนั่นแหละ


มึงก็เฮิร์ทผมสวนกลับทันควัน มาทำเป็นว่าคนอื่น ตัวมันก็น้ำตาซึมมาหลายรอบแล้ว มันเมานอนกอดขวดเหล้ามากี่วันแล้วทำไมผมจะไม่รู้


(“เจ็บจี๊ดเลย”) อีกฝ่ายบ่นพึมพำกลับมา


แค่นี้นะ กูจะนอนผมกลอกตาไปมาแล้วเตรียมกดตัดสาย


(“เฮ้ย! เดี๋ยว…”) ไทม์ร้องโวย


ติ๊ด!


แต่ผมก็กดตัดสายทันทีโดยไม่รอให้เพื่อนสนิทได้ร้องแย้งอะไรอีก ไทม์โทรมาอีกรอบแต่ผมก็กดตัดสายไป เอาโทรศัพท์วางไว้ที่เดิมแล้วผมก็ปิดเปลือกตาลง เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปเรียนก็ค่อยคุยกับมันแล้วกัน

 







วันนี้ผมไปเรียนตามปกติ แต่ก่อนออกจากห้องก็มีแต่งหน้ากลบรอยช้ำบนหน้าไปด้วย มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ชายสมัยนี้จะแต่งหน้า คนเรามันก็ต้องดูดีก่อนออกจากบ้านจริงไหมครับ? ปกติผมก็ไม่ได้แต่งอะไรหรอก แค่มีรองพื้นไว้กลบรอยแผลเฉย ๆ และรองพื้นที่ผมใช้ก็ดีขนาดที่กลบรอยได้เนียนกริ๊บ ไม่มีใครเห็นรอยช้ำ และไม่มีใครเข้ามาถาม มาถึงมหาลัยผมก็เจอคุณรัชช์เป็นคนแรก อีกฝ่ายมีมารุตมาส่ง ไอ้เด็กนั่นตามคุณรัชช์เป็นเงาเลย ตอนเจอหน้าผมมันก็มองตาขวาง แต่เพราะมีคุณรัชช์อยู่มันเลยไม่กล้าพูดว่าอะไร ลองคุณรัชช์ไม่อยู่สิ ผมนี่แหละจะพุ่งไปต่อยมันก่อนเลย


เด็กเวร ชอบปีนเกลียว


หนึ่งวันของผมหมดไปอย่างรวดเร็ว การเรียนเป็นไปอย่างน่าเบื่อ ผมกลับมานอนเล่นที่ห้องและพอเริ่มดึกหน่อยผมก็ออกไปดื่มเหล้า วันนี้ผมไม่ได้ชวนนิลกาฬออกมา ผมอยากมานั่งดื่มชิลล์ ๆ คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเพียงลำพัง ผมเลือกที่จะเปลี่ยนร้านเป็นอีกร้านที่เคยมาแต่ไม่บ่อยเท่าร้านก่อนหน้านี้ อย่างที่บอกแหละ กลัวตายครับ เกิดนั่ง ๆ อยู่แล้วมันเข้ามารุมตีนผมจะทำไงล่ะ? ผมยังไม่อยากเข้าไปนอนเล่นในโรงพยาบาลนะ


10.38 PM


พี่ ๆ รถพี่โดนทุบกระจก!” นั่งดื่มอยู่ดี ๆ ก็มีเด็กเสิร์ฟในร้านวิ่งเข้ามาหาผมด้วยสีหน้าตื่นตระหนกตกใจ


ห๊ะ!?” ผมร้องเสียงดังด้วยความมึนงงและตกใจ


ออกไปดูเร็วพี่!” อีกฝ่ายว่าแล้วลากผมออกมานอกร้าน


ผมวิ่งนำออกมาที่รถของตัวเองด้วยความตกใจและเป็นกังวล แต่เมื่อมาถึงที่รถแล้วทุกอย่างกลับอยู่ในสภาพที่เป็นปกติ รถผมยังคงจอดสนิทไม่มีรอยทุบหรือรอยบุบสลายใด ๆ ทั้งสิ้น


ใครแม่งเล่นเหี้ยอะไรวะ?


ผมสบถในใจอย่างหัวเสีย ไอ้เด็กเสิร์ฟนั่นเล่นตลกอะไรกับผมวะ เดินดูรอบคันรถแล้วแต่ก็ไม่เจออะไรที่ผิดปกติสักอย่าง ผมยกมือขึ้นเสยผมตัวเองแรง ๆ แล้วเตรียมจะเดินกลับเข้าไปในร้าน


พลั้ก!


บ้าเอ๊ย!” แต่กลับถูกอะไรสักอย่างกระแทกเข้าที่หลังเต็มแรงจนผมล้มหน้าแทบทิ่มพื้น


ผลั้วะ!


และยังไม่ทันจะได้ตั้งหลักผมก็ถูกกระชากไปต่อยหน้าเต็ม ๆ แรงอีกหนึ่งหมัด เล่นเอาผมมึนไปหมดเลย


ไอ้ทาโก้!” แต่พอตั้งสติได้ผมก็หันมองหน้าไอ้คนที่มันทำร้ายผมแล้วก็พบว่ามันคือลูกน้องคนสนิทของไอ้ชิน


นี่คือผลตอบแทนของคนที่ชอบยุ่งกับเมียชาวบ้านมันกระชากคอเสื้อผมให้เข้าไปหาพร้อมกับชูมีดพกที่อยู่ในมือขึ้นมา ผมมองมีดสีเงินตรงหน้าด้วยความตกใจ


ฉึก!


อึก!” แต่ยังไม่ทันจะได้ร้องโวยอะไรมีดเล่มนั้นก็พุ่งเข้ามาเสียบที่ท้องของผมด้วยความรวดเร็วโดยฝีมือของไอ้ทาโก้ พอมันแทงผมแล้วมันก็ดึงมีดออกทำท่าเหมือนจะแทงผมอีกแผล


เหี้ยจริง! แผลเดียวกูก็จะตายอยู่แล้วไอ้เวร!


เฮ้ย! ทำอะไรวะ!?” แต่ก่อนที่ผมจะได้แผลที่สองก็มีเสียงของใครตะโกนดังมาไกล ๆ ไอ้ทาโก้กับลูกน้องอีกสองคนหันไปมองตามต้นเสียง พวกมันโยนมีดทิ้งไว้พร้อมกับกระเป๋าสตางค์ของผมแล้ววิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว มันเก็บกระเป๋าสตางค์ผมได้เหรอวะ? เสียงฝีเท้าที่มากกว่าหนึ่งคนดังเข้ามาใกล้ ๆ และไม่นานก็มีคนวิ่งเข้ามาดูผม


มีคนเจ็บ!” อีกฝ่ายประคองผมขึ้นแล้วหันไปร้องบอกเพื่อนของตัวเอง


เฮ้!” เขาหันมายกมือขึ้นตบแก้มผมเบา ๆ เพื่อเรียกสติ


“…พี่…” ผมที่มองเห็นใครบางคนที่เป็นคนรู้จักก็เอ่ยเรียกอีกฝ่ายออกไป


เชน!” นิลกาฬพุ่งเข้ามาหาผมแล้วประคองร่างผมไว้ด้วยความตกใจ


เวย์! ไปถอยรถมา!” นิลกาฬหันไปตะโกนบอกเพื่อนอีกคนที่วิ่งเข้ามาทีหลัง พอถูกสั่งให้ไปเอารถ คนชื่อเวย์ก็รีบวิ่งกลับไปที่รถทันที


รุ่นน้องเรานี่ใครอีกคนที่วิ่งเข้ามาดูผมเป็นคนแรกก้มมามองหน้าผมก่อนจะหันไปคุยกับนิลกาฬ


อืมคนตัวสูงไม่ได้พูดอะไรมากแค่พยักหน้าเบา ๆ มือข้างหนึ่งของเขาจับมือผมเอาไว้แน่นและคอยเขย่าเบา ๆ เพื่อเรียกไม่ให้ผมหลับ แต่เพราะเลือดที่ไหลออกมามันทำให้ผมเริ่มรู้สึกเพลียและอ่อนแรง สมองผมแทบไม่รับรู้อะไรแล้ว ผมเหนื่อยและอยากนอน


เชนแม้จะมีเสียงของนิลกาฬคอยเรียกอยู่ตลอด แต่ผมก็รู้สึกง่วงมาก ๆ จนเปลือกตาที่หนักอึ้งปิดลงสนิท









-------------------------------------------------------------------






นายคเชนทร์ ห้าวตลอด เจ็บตัวอีกแล้วไง

นิลกาฬ ดูแลน้องดี ๆ นะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

144 ความคิดเห็น

  1. #111 Feum23 (@Feum23) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 21:24
    อมก เล่นแรงมาก ไม่คิดว่าจะถึงขั้นแทง ดีจังที่พี่นิลอยู่ด้วย T T
    #111
    0
  2. #78 Amysarocha (@Amysarocha) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:42
    โอ้ยยย น้อง เจ็บแทนเลยลูก
    #78
    0
  3. #14 yuki5555 (@yuki352010) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 01:58
    น้องงงง
    #14
    0
  4. #13 Anelta (@Anelta) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 21:24
    กำลังสนุกเลยค่ะไรท์​~~~

    สู้ๆนะคะรออัพเรื่อยๆค่ะ
    #13
    0