คนอกหัก [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S]

ตอนที่ 27 : -The end-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 772
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    30 พ.ค. 63



-The end-



NILLAKAL PART :


หนึ่งเดือนต่อมา


“ทำไมกูต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยวะ?” เสียงบ่นกระปอดกระแปดของมาวินทำให้ผมที่กำลังนั่งสูบลูกโป่งอยู่จำต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง


“น้ำใจ มึงมีไหม?” ผมถามอีกฝ่ายหน้าตาย มือก็สูบลูกโป่งต่อไป


“กูก็ไม่ได้ญาติดีกับมึงขนาดนั้นนะ” มาวินกลอกตามองบนท่าทางดูเบื่อหน่ายและเซ็งมาก ๆ กับการที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้


“มิตรภาพลูกผู้ชาย” แค่สูบลูกโป่งมันยากนักเหรอครับ? คนไทยด้วยกันช่วยกันได้ไหม?


“ฟังแล้วจะอ้วก” มาวินทำหน้าพะอืดพะอมจนเหมือนจะอ้วกออกมาจริง ๆ ผมรีบกวาดข้าวของให้ออกห่างจากอีกฝ่ายทันที เดี๋ยวของที่ซื้อมาก็เสียหายหมด


“มึงพูดแล้วก็ทำด้วยสิ” ผมหันไปบอกมาวินในตอนที่อีกฝ่ายมัวแต่พูดมากจนหยุดมือจากการสูบลมใส่ลูกโป่ง


“อย่ามาสั่งกู” เพื่อนร่วมเซคที่มีสถานะเป็นแฟนของเพื่อนสนิทผมชักสีหน้ามองตาขวางอย่างเคือง ๆ


“ช่วยกูหน่อย น้ำใจ คนไทยด้วยกัน” ผมบอกพร้อมโยนลูกโป่งที่ยังไม่ได้เป่าให้มาวินจัดการทำต่อ


“มึงรีบ ๆ ทำเถอะ จะได้รีบกลับไปนอนกอดเมีย” มารุตว่าเสียงเซ็ง ๆ คนเด็กกว่าหยิบลูกโป่งมาสูบด้วยท่าทางและหน้าตาเบื่อโลก


“เออ กูอยากกลับไปนอนกอดเมียจะแย่แล้ว” มาวินที่ได้ยินอย่างนั้นก็กระเด้งนั่งตัวตรงแล้วรีบหยิบลูกโป่งไปสูบลมต่ออย่างรวดเร็ว นี่ผมต้องขอบคุณมารุตไหมที่ปลุกพลังใจของมาวินในการช่วยเหลือผม


“มึงว่าวันนี้เมียเราจะใช้เงินกันท่าไหร่?” มารุตพูดขึ้นลอย ๆ หน้าตาดูเหม่อลอยมาก ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่


“กูไม่อยากรับรู้” มาวินเบือนหน้าหนีเหมือนไม่อยากรับรู้อย่างที่ปากพูดจริง ๆ


“เร็กซ์ใช้เงินเก่งเหรอวะ?” ผมถามด้วยความสงสัย เพราะตลอดเวลาที่รู้จักกับเร็กซ์ผมไม่เห็นเขาจะใช้เงินกับอะไรเลยนอกจากเรื่องกิน แต่มันก็หลายปีมาแล้วล่ะ ตอนนี้เขาอาจจะเปลี่ยนไปแล้ว


“มีล้านก็หมดล้าน” มาวินกลอกตามองบนใส่ทันที


“โชคดีนะที่มึงรวย” ไม่รู้ว่าควรสงสารหรือสมน้ำหน้าอีกฝ่ายดี


“กูเกือบล้มละลายเพราะเมีย” มาวินจิ๊ปากอย่างขัดใจ สีหน้าหนักอกหนักใจของมาวินทำให้ผมเชื่อว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นความจริงแน่ ๆ ผมเชื่ออย่างสนิทใจเลย มาวินยังพูดขนาดนี้แสดงว่าเร็กซ์ต้องใช้เงินเก่งจริง ๆ นั่นแหละ แต่กิจการสนามแข่งรถของมาวินก็ไปได้ดี ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการเงินหรอก


“กูฟ้องเร็กซ์นะ” มารุตที่นั่งเงียบอยู่นานก็รีบพูดขึ้นมาทันทีเหมือนหาจังหวะเล่นพี่เขยแฟนอยู่


“มึงเงียบไปเลย” หันไปแยกเขี้ยวใส่มารุตหนึ่งทีแล้วก็หันกลับมาสูบลูกโป่งต่อ เออ ดี ตีกันเก่ง


“ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้กูมีเมียอย่างรัชช์” ได้ทีไอ้คนเด็กกว่าก็เกทับทันที หน้าตาดูปลื้มปริ่มกับการที่มีรัชช์เป็นแฟนมาก ๆ


ภูมิใจอะไรขนาดนั้นวะ?


แต่ก็น่าภูมิใจจริง ๆ นั่นแหละ


“แล้วเมียมึงล่ะ?” มาวินหันมาถามผม


“ไม่ค่อยได้ใช้เงินหรอก ส่วนมากหมดกับเรื่องกิน ถ้าหิว ๆ หน่อยก็กินดุอยู่” ลองนึก ๆ ดูแล้วเชนใช้เงินน้อยมาก เหมือนเขาแทบจะไม่ซื้ออะไรเลยนอกจากของกิน


“เออ ดี เมียกูใช้เงินก็เก่ง แถมยังแดกดุอีก” มาวินบ่นหน้าเศร้า ถ้าชีวิตมันจะน่าสงสารขนาดนั้นทำไมไม่เลิกกับเมียเลยล่ะ


“ไม่เหมือนเมียกู กินก็น้อย ใช้เงินก็น้อย แสนดีที่สุด” ผมรู้ว่ารัชช์ดีมากขนาดไหน แต่ผมเริ่มจะรำคาญมารุตแล้ว นี่เขาเรียกว่าโคตรหลงแฟนเลยนะ หลงแบบชาตินี้ทั้งชาติก็จะไม่รักใครอีกแล้วนอกจากรัชช์คนเดียว


“เพราะมึงแย่งรัชช์กินไง รัชช์ถึงได้ผอมเหมือนตัวจะปลิวได้แบบนั้น” มาวินพูดขัดขึ้นอย่างรู้ดี ปกติรัชช์ก็ผอมมากอยู่แล้ว ยิ่งมาคบกับมารุตรัชช์ยิ่งดูตัวเล็กลง ถึงจะสูงมากแต่ก็ผอมมากเช่นกัน ซึ่งต่างจากมารุตที่นับวันตัวก็เริ่มจะหนามากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่ากินอะไรเข้าไปถึงได้โตไวขนาดนี้


“อย่ามาสบประมาทกู” มารุตที่โดนมาวินพูดขัดก็ส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างขัดใจ


“มึงว่าความสัมพันธ์ของพวกเรามันดูแปลก ๆ ไหมวะ?” ผมที่นั่งมองคนทั้งสองถกเถียงกันอยู่นั้นก็รู้สึกถึงบางขอย่างที่มันดูจะแปลกตาและขัดแย้งในความรู้สึก


“กูว่ามันแปลกตั้งแต่ที่มึงโทรตามพวกกูมาทำเซอร์ไพรส์ให้เมียแล้ว” มาวินว่าพร้อมกับปาลูกโป่งที่เพิ่งสูบเสร็จมาใส่ผม แต่มันก็แค่ลูกโป่งไง ไม่เจ็บ


“ก็เพื่อนกูไม่มีใครว่าง พวกมึงเองก็เคยทำเซอร์ไพรส์เร็กซ์กับรัชช์ไม่ใช่เหรอ ช่วยหน่อยไม่ได้หรือไง?” ผมว่าอย่างเสียไม่ได้ นึกย้อนกลับไปแล้วก็เจ็บใจ


จำได้ไหมที่ผมเคยบอกว่ามีเรื่องสำคัญที่อยากจะคุยกับมาวินและมารุต


นั่นแหละ ผมอยากทำเซอร์ไพรส์ขอเชนคบ ถามเวย์กับริวแต่ก็ไม่ได้เรื่อง ไร้ประโยชน์มาก จะถามแองจี้ก็กลัวโดนล้อ ล้อไม่ว่าแต่จะโดนด่าว่าไร้สมองให้ด้วยน่ะสิ ผมเคยคุยกับรัชช์ เขาบอกว่ามารุตเคยทำเซอร์ไพรส์ตอนวันวาเลนไทน์ และรัชช์กับมารุตก็ยังเคยไปช่วยมาวินทำเซอร์ไพรส์ขอเร็กซ์เป็นแฟนอีก ผมเลยคิดว่าผู้ชายสองคนนี้น่าจะช่วยผมได้ ซึ่งตอนไปปรึกษาทั้งมาวินและมารุตก็ให้คำปรึกษาได้ดีมาก ยิ่งรัชช์ชอบชวนเร็กซ์กับเชนออกไปเที่ยวพวกเราก็ยิ่งได้เจอกันบ่อย ก็แอบปรึกษาหารือกันตอนรอทั้งสามคนไปใช้เวลาอยู่ด้วยกันนั่นแหละ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพอรวมตัวกันแล้วบรรดาผัวอย่างพวกผมถึงได้โดนเมีย ๆ ทั้งสามเทตลอด ไม่ว่าจะไปไหนก็จับกลุ่มเดินกันแค่สามคนทุกที แถมเดินตัวปลิวเหมือนไม่ได้มากับแฟนด้วยนะ


ครั้งล่าสุดที่ไปเดินห้างกันก็เกือบมีเรื่องเพราะมีคนเข้ามาวอแวกับรัชช์ มารุตมันก็หวงของมันแหละเนอะ มาวินนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย แทบจะยืนสิงเร็กซ์ ผมก็ทำเนียน ๆ โอบเอวเชนให้คนอื่นเลิกมองเขา อย่างว่าแหละเมียพวกเราหน้าตาดี อาจไปตรงสเปคใครหลายคน แต่อย่าหวังเลยว่าจะได้ครอบครองพวกเขา เพราะพวกเขาเป็นของพวกเรา


กลับมาที่เรื่องทำเซอร์ไพรส์ต่อ อืม ตอนขอคำปรึกษาก็ช่วยได้ดีอยู่หรอก แต่ตอนขอให้มาช่วยจัดสถานที่จริงนี่โวยวายกันเก่งที่หนึ่ง เวย์กับริวไม่ว่างคนหนึ่งกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ส่วนอีกคนไปเที่ยวต่างประเทศ แล้วผมก็นัดแนะวันกับรัชช์และเร็กซ์ไว้เรียบร้อยแล้วด้วย วันนี้ผมขอให้สองพี่น้องเร็กซ์รัชช์พาเชนออกไปข้างนอกเพื่อที่ผมจะได้จัดห้องนอนทำเซอร์ไพรส์ ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่เป่าลูกโป่ง เด็ดกลีบดอกกุหลาบ ติดไฟสี ๆ แล้วก็เรียงเทียนหอมตามทางเดิน ไอเดียพวกนี้ลูกเขยสองคนของอัศวบุญโชคเขาช่วยกันคิด ซึ่งผมก็คิดว่ามันเป็นไอเดียที่ดีมาก ทุกอย่างดูเหมือนง่ายเมื่อเป็นเพียงแค่ความคิดและคำพูด แต่พอมาลงมือทำจริงนี่โคตรวุ่นวายเลย


ให้ตายเถอะ!


คือมึงจะมีเมียทำไมต้องเดือดร้อนพวกกูวะ?มาวินหยิบลูกโป่งที่ยังไม่ได้เป่าปาใส่ผม และมันก็โดนหน้าผมเต็ม ๆ เลย


“น้ำใจ” ผมปากลับไปบ้าง แต่อีกฝ่ายก็รับไว้ได้ทัน


“มันแดกไม่ได้!” มารุตร้องโวยหน้าตายุ่งเหยิงไปหมด ไอ้เด็กนี่เวลาโมโหแล้วน่ากลัวจริง ๆ ไม่รู้ว่ารัชช์เลี้ยงด้วยอะไรทำไมถึงได้ดุขนาดนี้


“สามวันสองคืนรีสอร์ทที่หัวหิน” ผมยื่นข้อเสนอ


อย่าหาว่าใช้เงินแก้ปัญหาเลย แต่จริง ๆ ก็ใช้เงินแก้ปัญหานั่นแหละ


คนรวย ๆ เขาก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ


“รีสอร์ทอะไร?/ที่ไหน?” สองเขยบ้านอัศวบุญโชคเอ่ยถามออกมาพร้อมกัน ทั้งสองหันมองหน้ากันนิ่ง ๆ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีกันไปคนละทาง ผมก็ไม่เข้าใจว่าสองคนนี้เป็นอะไร ไม่รู้ว่าเกลียดชังกันตรงไหน แต่ก็ตีกันแบบนี้มาตลอด


SKY & SEA RESORTรีสอร์ทที่ผมเลือกไว้เป็นรีสอร์ทระดับ 5 ดาว พอดีแม่ผมรู้จักกับแม่ของเจ้าของรีสอร์ทเลยมีการชักชวนกันไปเที่ยว แม่ผมเขาก็ไปกับเพื่อนนั่นแหละ แต่พอกลับมาก็มาเล่าให้ฟังใหญ่เลยว่ารีสอร์ทเขาสวยอย่างนั้นดีอย่างนี้ แล้วก็ตบท้ายที่แม่เป็นลูกค้า VIP ของรีสอร์ท ผมเห็นรูปที่แม่ถ่ายรีสอร์ทมาแล้วก็คิดว่ามันน่าสนใจดี เลยจะใช้ชื่อแม่ไปจองรีสอร์ทสักหน่อย เห็นว่าได้ลดอีกกี่เปอร์เซ็นนี่แหละ


Deal/Deal” มารุตกับมาวินหันมองหน้ากันคล้ายปรึกษากันผ่านทางสายตาก่อนจะหันมาพยักหน้าให้ผม ซึ่งนั่นก็เป็นคนตอบที่ผมต้องการอยู่แล้ว


หลังจากที่ต่อรองเรื่องผลประโยชน์กันเสร็จแล้วพวกเราทั้งสามคนก็ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จทันเวลา ถึงผมจะตกลงเรื่องเวลากับสองพี่น้องไว้แล้วว่าให้พาเชนกลับมาตอนหัวค่ำ แต่ผมก็กลัวจัดห้องไม่เสร็จตามที่คิดไว้ เกิดมาเคยทำอะไรแบบนี้ที่ไหนล่ะครับ


แต่เพื่อเชน ผมจะทำออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้


เราใช้เวลาหลายชั่วโมงในการตกแต่งห้องให้ดูสวยงามสมกับเป็นการเซอร์ไพรส์ขอเป็นแฟน ระหว่างช่วยกันจัดห้องก็มีเสียงถกเถียงกันบ้างให้ห้องไม่เงียบ ตัวโวยวายเก่งที่หนึ่งคือมารุต จอมขัดทุกอย่างคือมาวิน ส่วนผมคือคนกลางที่ทำอะไรไม่ถูก พอจะทำตามที่มารุตบอกก็โดนมาวินขัด พอจะทำตามมาวินก็โดนมารุตโวยใส่ ตอนนี้ผมต้องการยาแก้ปวดสักสิบเม็ด ไม่ได้กินเองหรอก จะเอามายัดปากสองคนนี้ เถียงกันไม่เลิกเลย กว่าจะเสร็จก็เล่นเอาเหนื่อย นั่งพักยังไม่ทันไรรัชช์ก็ส่งข้อความมาตอนหกโมงครึ่งบอกว่าแยกกับเชนแล้ว พวกผมเลยต้องรีบเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบและเรียบร้อยก่อนที่เชนจะมาถึง พอทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้วมาวินกับมารุตก็รีบกลับไปทันที ผมตรวจดูความเรียบร้อยภายในห้องเป็นครั้งสุดท้ายแล้วถึงไปรออยู่ในห้องนอน

 







KACHAIN PART :


06.24 PM


“ตกลงวันนี้เราหมดไปเท่าไหร่?” ผมขมวดคิ้วมองถุงของที่อยู่ในมือก่อนจะหันไปมองหน้าเร็กซ์กับคุณรัชช์สลับกัน


“อย่าถามเลย” เร็กซ์หันหน้าหนีทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้


“ไม่น้อยเลยนะ” คุณรัชช์ก้มมองถุงที่อยู่ในมือแล้วก็ได้แต่ยิ้มแหย ๆ


“ถ้าถูกถาม?” ผมเลิกคิ้วถามเพื่อขอตัวช่วย


“หมื่นนิด ๆ” เร็กซ์พูดพร้อมยกมือขึ้นทำมือประกอบท่าคำว่านิด ๆ ของตัวเอง


“นั่นแค่ร้านแรก” คุณรัชช์กลอกตาไปมาเหมือนคิดอะไรไม่ออก ซึ่งผมก็มีอาการเดียวกัน วันนี้ผมถูกคุณรัชช์กับเร็กซ์ชวนมาซื้อของกัน ตอนแรกก็กะว่าจะนั่งกินข้าวแล้วไปเข้าร้านหนังสือ เดินเล่นอีกนิดหน่อยแล้วค่อยไปต่อกันที่ร้านขนมหวาน แต่ตัดภาพมาที่ความเป็นจริงคือลากกันเข้าร้านนั้นออกร้านนี้เข้าอีกร้านออกอีกร้านและได้ของติดมือออกมาทุกร้าน ผมจำไม่ได้แล้วว่าเราเดินเข้าร้านเสื้อผ้ากันไปกี่ร้าน แต่ที่แน่ ๆ ในมือของผมมีถุงของเกินสิบอย่าง เกิดมาไม่เคยใช้เงินเยอะเท่านี้มาก่อนเลย แต่มันก็รู้สึกสนุกยังไงก็ไม่รู้ เสียเงินแล้วรู้สึกดีชะมัดเลย


“เออน่า กลับ ๆ กันได้แล้ว” เร็กซ์ว่าตัดบทเหมือนไม่อยากให้พวกเราพูดถึงเรื่องเงินเรื่องทองกันต่อ ซึ่งผมก็พอเข้าใจได้ ในบรรดาเราสามคนเร็กซ์หมดเงินไปเยอะมากที่สุด รองลงมาก็น่าจะเป็นผม ส่วนคุณรัชช์ซื้อไม่กี่อย่าง และของเกินครึ่งก็ซื้อให้มารุต รักมากแค่ไหนถามใจดู


“แยกกันตรงนี้เลยก็ได้ครับ” เพราะคอนโดฯ ของแต่ละคนอยู่กันคนละทางเราเลยจำเป็นที่จะต้องบอกลากันตรงนี้


“โอเค กลับกันดี ๆ นะ” เร็กซ์พยักหน้าแล้วโบกมือเบา ๆ


“ครับ” ผมกับคุณรัชช์ค้อมหัวให้คนอายุมากกว่าก่อนจะเดินแยกไปยังรถของตัวเอง


เอาล่ะ มาดูกันว่าผมจะโดนนิลกาฬบ่นเรื่องใช้เงินหรือเปล่า แต่เดาว่าเขาคงไม่บ่น แต่น่าจะตกใจกับจำนวนของที่ผมซื้อและจำนวนเงินที่หมดไปมากกว่า นี่ผมยังไม่กล้าเอาใบเสร็จมาบวกราคารวมกันเลย กลัวตัวเองเป็นลม แต่คนที่น่าจะคิดมากมากกว่าผมคงเป็นเร็กซ์ อยากรู้จริง ๆ ถ้ามาวินเห็นยอดรวมทั้งหมดจะทำหน้ายังไง รวยแค่ไหนก็ต้องมีท้อบ้างล่ะ เมียเล่นใช้เงินขนาดนี้

 





แกร๊ก!


“นิล” เปิดประตูเข้าไปในห้อง สิ่งแรกที่ผมทำคือการเรียกหาเจ้าของห้อง


“...” แต่ภายในห้องกลับมืดสนิทและเงียบเชียบ ผมขมวดคิ้วมองด้วยความแปลกใจ อยู่ยังไงห้องมืดขนาดนี้ หรือเขาจะออกไปข้างนอก กดเปิดไฟแล้วมองไปรอบ ๆ ห้อง แต่ก็เห็นเพียงห้องโล่ง ๆ  


“นิลกาฬ” ผมลองร้องเรียกอีกครั้ง เอาของที่ซื้อมาไปวางบนโซฟาแล้วเดินตามหาอีกฝ่าย


“...” ไม่มีเสียงตอบรับเช่นเดิม เดินไปดูที่ห้องครัวกับห้องน้ำก็ไม่มี


ไปไหนของเขานะ?


หรืออยู่ในห้องนอน?


คิดได้ดังนั้นผมก็รีบจ้ำเท้าไว ๆ ไปที่ห้องนอน มีแสงอะไรบางอย่างลอดออกมาจากช่องใต้ประตู ผมเลยมั่นใจแน่ ๆ ว่านิลกาฬจะต้องอยู่ในห้อง บางทีเขาอาจหลับหรืออาบน้ำอยู่เลยไม่ได้ยินเสียงเรียกของผม


แกร๊ก!


“หืม!?” เปิดประตูห้องนอนเข้าไปแล้วผมก็ถึงกับตาโตด้วยความตกใจและแปลกใจ ก่อนจะตามมาด้วยความตื่นเต้นและดีใจกับอะไรบางอย่าง


ภายในห้องมืดสลัว ตลอดทางเดินจากหน้าประตูไปที่เตียงนอนมีเทียนหอมวางอยู่สองข้างทาง เว้นตรงกลางไว้เป็นทางเดิน แสงไฟจากเทียบหอมหลายอันทำให้มองเห็นทางเดินได้ชัดเจน บนเพดานห้องนอนเต็มไปด้วยลูกโป่งสีขาว แดง และชมพู บนเตียงที่เราใช้นอนอยู่ทุกวันถูกเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่เป็นสีขาวสะอาดตา และบนเตียงก็เต็มไปด้วยกลีบกุหลาบสีแดงที่โรยเรียงไว้เป็นรูปหัวใจขนาดใหญ่เต็มเตียง ผนังตรงหัวเตียงมีไฟสี ๆ ที่ติดเรียงเป็นคำว่า


“เป็นแฟนกันนะ” เสียงทุ้มนุ่มที่ได้ยินอยู่ทุกวันดังขึ้นข้างหูก่อนที่จะรู้สึกได้ถึงท่อนแขนแกร่งที่สอดเข้ามาโอบรอบเอวผมจากทางด้านหลัง ไออุ่นจากลมหายใจเป่ารดที่ต้นคอของผม สัมผัสบางเบาแตะที่ลำคอเบา ๆ ก่อนจะผละออก คางเรียววางเกยบนไหล่ผมก่อนที่แขนเรียวจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น


“พี่นิล” ผมมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นรัว ผมไม่สามารถอธิบายความรู้สึกในตอนนี้ได้เลย มันดีใจและตื้นตันจนพูดไม่ออก ผมไม่ได้เตรียมใจไว้ว่าวันนี้จะถูกเซอร์ไพรส์ขอเป็นแฟน และผมก็ไม่คิดด้วยว่าคนอย่างนิลกาฬจะทำอะไรแบบนี้ ทุกอย่างมันอยู่เหนือความคาดหมายของผมไปหมด


“พี่ว่าพี่ไม่อยากรอเวลาอีกแล้วล่ะเขาผละตัวออกก่อนจะเดินมายืนอยู่ตรงหน้าผม รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา


หมายความว่า…” ผมมองใบหน้าของนิลกาฬอย่างหลงใหล


ผมแพ้รอยยิ้มของนิลกาฬ


แพ้เสียงทุ้มนุ่มที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา


แพ้การกระทำของเขา


และแพ้สายตาที่เต็มไปด้วยความรักแบบที่เป็นอยู่ในตอนนี้


ผมแพ้ทุกอย่างที่เป็นนิลกาฬ


เป็นแฟนกับพี่นะเชน” เขามองสบตาผม เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลน่าฟัง รอยยิ้มและแววตาของเขาสะกดสายตาของผมเอาไว้ราวกับต้องมนต์สะกด


แล้วผมก็ได้รู้อีกอย่างหนึ่งว่า


นิลกาฬเป็นผู้ชายที่หล่อมาก


และผมก็ชอบเขามากเช่นกัน


“ผมก็อยากคบกับพี่แล้วเหมือนกัน” ผมทำใจกล้ามองสบตากับเขาทั้งที่ใจเต้นแรงมากแท้ ๆ แม้จะอยู่ด้วยกันมาเป็นเดือนแล้ว แต่นิลกาฬก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องคบหากันเรื่อง ผมคิดว่าเขาอาจต้องการเวลามากกว่านี้ หรือเขาอาจไม่มั่นใจอะไรสักอย่าง แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะเล่นใหญ่จัดเซอร์ไพรส์ขนาดนี้ โคตรดีใจ โคตรรู้สึกดีเลย


นิลกาฬกำลังจะทำให้ผมไปจากเขาไม่ได้ ผมคงไปไหนไม่รอดแล้วล่ะ


“ถ้าอย่างนั้น...” เขาวาดรอยยิ้มสวยน่ามอง


“เป็นแฟนกันนะ” ผมชิงพูดขึ้นก่อนที่เขาจะพูดจบประโยค


“อย่าแย่งพี่พูดสิ” เขาเอ็ดเสียงดุ


“ใครจะพูดสุดท้ายมันก็เหมือนกันนั่นแหละ” ผมพูดยิ้ม ๆ ที่ผมพูดน่ะจริงที่สุดแล้ว ไม่ว่าผมหรือนิลกาฬจะเป็นคนพูดปลายทางมันก็เหมือนกันนั่นคือ


“ตอนนี้เราเป็นแฟนกันแล้วนะ”


ใช่ ปลายทางก็คือเราเป็นแฟนกัน เราคบกันอย่างเป็นทางการแล้ว


หลังจากที่ทดลองอยู่ก่อนแต่งตอนนี้ก็เตรียมแต่งได้เลย


แหม หยอกครับ


ความจริงแล้วเราก็ทำอะไรข้ามขั้นไปเยอะเหมือนกันนะ เรื่องบางเรื่องที่ควรมาก่อนอย่างการขอเป็นแฟนดันกลายเป็นเรื่องที่มาทีหลัง แต่ผมก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรหรอก เพราะยังไงนิลกาฬก็ไปจากผมไม่ได้อยู่แล้ว และผมเองก็ไม่สามารถไปจากเขาได้เช่นกัน ตอนนี้เหมือนเราสร้างโลกที่มีเพียงสองเราขึ้นมาเลยเนอะ เป็นโลกที่มีแค่เราเพียงสองคน เป็นโลกที่เราต่างก็แชร์ความคิด ความรู้สึก และตัวตนให้แก่กัน เป็นโลกที่ไม่มีใครสามารถเข้ามาก้าวก่ายหรือสร้างเรื่องอะไรให้เราได้


เป็นโลกที่อยากจะรักษาให้อยู่กับตัวไปตลอดชีวิต


ผมไม่รู้ว่าอนาคตในวันข้างหน้าจะเป็นยังไง ผมรู้แค่ว่า ณ ตอนนี้ผมได้ยกทั้งร่างกายและหัวใจให้นิลกาฬไปหมดแล้ว ผมเทความรู้สึกทั้งหมดที่มีให้กับเขา เพราะผมเลือกแล้วที่จะมีเขาอยู่ในชีวิต หากวันหนึ่งเราต้องจากลากันผมก็จะไม่เสียใจที่ครั้งหนึ่งเคยได้รักผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่ชื่อนิลกาฬ เพราะเขาทำให้คนอกหักอย่างผมกลับมามีความรักได้อีกครั้ง เขาทำให้ผมได้รู้จักความรักที่แสนล้ำค่า และทำให้ชีวิตของผมมีค่ามีความหมายกับใครสักคน


เขาคือคนที่เข้ามาเติมเต็มในชีวิตของผม


“รู้หรอกว่าคิดอะไร?” แค่มองตาเขาผมก็รู้แล้ว เวลานิลกาฬคิดเรื่องอย่างว่าน่ะ เขาดูออกง่ายจะตาย ทั้งที่ก็ไม่น่าจะเป็นคนลามกแต่เขาก็ชอบคิดแต่เรื่องแบบนี้


“ได้ไหมล่ะ?” และทุกครั้งที่เขาต้องการ


“ได้สิ” ผมก็ไม่เคยปฏิเสธเขาได้เลยสักครั้ง


อ้อ ยกเว้นตอนที่เขาอยู่โรงพยาบาลกับช่วงที่กลับมาอยู่คอนโดฯ อาทิตย์แรกล่ะนะ


ไม่มีเสียงพูดคุยอะไรอีกเพราะแค่มองตาก็รู้ใจกัน นิลกาฬตวัดแขนโอบรอบเอวของผมแล้วดึงเข้าหาตัว ผมก็ยกมือขึ้นโอบกอดรอบลำคอเขา เรามองหน้ากัน ส่งยิ้มให้กัน แล้วเราก็จูบกัน ผมยังคงยืนยันคำเดิมว่าผมชอบจูบของนิลกาฬมากที่สุด ผมชอบทุกสัมผัสจากเขา ไม่ว่าจะริมฝีปาก ฝ่ามือ หรือส่วนนั้น


เอาเป็นว่าผมไม่ขอบรรยายเหตุการณ์ต่อจากนี้ก็แล้วกัน ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของผมสองคนเถอะ เนอะ

 







NILLAKAL PART :


หลังจากที่ใช้เวลาอยู่บนเตียงด้วยกันอย่างเร้าร้อนเชนก็หลับไปเพราะความเหนื่อยล้า ผมลุกขึ้นเดินเก็บเสื้อผ้าของตัวเองกับเชนไปลงตะกร้ารอซัก แล้วหาเสื้อผ้าชุดใหม่มาใส่ให้กับคนหลับ เชนตอนหลับก็ดูน่ารักดีนะครับ เหมือนเด็กวัยรุ่นผู้ชายธรรมดาทั่วไป แต่ถ้าเขาลืมตาเมื่อไหร่ ใบหน้า ท่าทาง คำพูด และแววตาของเขาจะเป็นจุดที่ดึงคนรอบข้างให้เข้าหา เชนมีเสน่ห์ในตัว ดวงตาเรียวคมคู่นั้นก็เป็นจุดเด่นของเขาเช่นกัน หากได้ลองสบตากันครั้งหนึ่งแล้วก็จะอยากสบตากับเขาไปอีกเรื่อย ๆ


อยากเฝ้ามองเวลาที่เขาหลับ


อยากสบตายามที่เขาตื่น


อยากใช้เวลาในทุก ๆ วันอยู่ด้วยกัน


ถ้าถามว่าผมจริงจังกับเชนแค่ไหนก็บอกได้เลยว่าจริงจังมาก ผมอยากคบกับเขาไปนาน ๆ อยากมีเขาอยู่ข้าง ๆ กันแบบนี้ไปตลอด ผมยอมรับว่าไม่อยากเริ่มต้นใหม่กับใครแล้ว มันเป็นเรื่องยากนะที่เราจะต้องตัดใจจากรักครั้งเก่าให้ได้ก่อนจะเริ่มต้นใหม่กับใครสักคน เพราะอย่างนี้ผมถึงอยากให้ความรักของผมในครั้งนี้ยืนยาว และผมก็คิดว่าเชนคงอยากให้เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน เมื่อเราโตขึ้นความคิดหลาย ๆ อย่างในวัยเด็กก็เริ่มเปลี่ยนไป พอนึกย้อนกลับไปแล้วผมก็ได้รู้ตัวว่าตนเองนั้นทำผิดพลาดไปหลายอย่าง ผมเคยชอบเร็กซ์ แต่ผมก็เปลี่ยนใจจากเร็กซ์ไปหารัชช์ ผมไม่ควรจีบรัชช์และไม่ควรขอรัชช์คบ เพราะผมก็น่าจะรู้ดีว่าหากเร็กซ์รู้เรื่องของผมกับรัชช์ เราสองคนจะมองหน้ากันไม่ติด ผมรู้สึกเสียใจที่เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น ที่ผ่านมาผมถึงไม่เคยโทษใครเลยนอกจากตัวเอง เพราะผมเองที่เป็นคนสร้างความสัมพันธ์ที่วุ่นวายนี้ขึ้นมา และผมก็รู้ดีว่าไม่สามารถกลับไปแก้ไขเรื่องในอดีตได้ ตอนนี้พวกเราต่างก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ มีทางเดินในชีวิตของตัวเอง แล้วเราก็เข้าใจกันดีมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน


ผมเคยคิดว่าที่ผมกับรัชช์ต้องเลิกกันเป็นเพราะรัชช์รักผมไม่มากพอ แต่เมื่อโตขึ้นผมก็ถึงได้เข้าใจว่าแค่ความรักอย่างเดียวมันใช้ไม่ได้ มันไม่เพียงพอกับความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น หากจะคบกับใครสักคน มันต้องมีมากกว่าความรัก ผมได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างจากความรักในอดีต ผมคิดที่จะเอาข้อผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นมาเป็นบทเรียนในความรักครั้งใหม่ ผมจะไม่ทำผิดอีกเป็นครั้งที่สอง จะดูแลและรักษาความรักในครั้งนี้ให้ดีที่สุด


เพราะผมรู้ตัวเองดีว่าเสียเชนไปไม่ได้


เชนกลายเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตของผม


เชนผมเอ่ยเรียกคนที่หลับอยู่ให้ตื่นขึ้นมา


อือ~ นิลเชนค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองหน้าผม เขายกยิ้มบางเบาส่งมาให้


จุ๊บ!


พี่รักเชนนะผมขยับเข้าไปกดจูบที่หน้าผากขาวก่อนจะผละออกมามองหน้าเขา


ผมก็รักพี่เขาพึมพำเสียงแผ่วเบาแล้วก็หลับไปอีกรอบ ผมหัวเราะในลำคอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูอีกฝ่าย


เชนน่ารักเสมอในสายตาของผม


และผมก็ชอบทุกอย่างที่เป็นเขา


คงจะจริงอย่างที่รัชช์บอกนั่นแหละ ว่าหัวใจของผมอยู่ที่เชน ยกให้เขาหมดแล้วทั้งตัวและหัวใจ









-------------------------------------------------------------------







ในที่สุดก็มาถึงบทส่งท้ายแล้ว

เป็นยังไงกันบ้างคะกับคู่นิลเชน คอมเม้นต์พูดคุยกันได้นะคะ

ขอบคุณที่ติดตามกันมาตั้งแต่ต้นจนจบ

เราเห็นหลาย ๆ คนก็ตามมาตั้งแต่จีบคนเถื่อนและเพื่อนไม่จริง ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ

ช่วงนี้ก็ยังมีสถานการณ์โควิดอยู่ หนังสือเรื่องเพื่อนไม่จริงกับคนอกหักก็ต้องเลื่อนการตีพิมพ์ออกไปก่อน

อยากให้ทุกคนรักษาสุขภาพด้วยนะคะ เป็นห่วงทุกคนเลย ถ้าเหงา ๆ ก็มาอ่านนิยายกันเนอะ


แล้วก็จีบคนเถื่อนมีภาค 2 แล้วนะคะไปตามอ่านกันได้

จีบคนเถื่อน 2 ภาคเป็นแฟนคนเถื่อน

กับ

คู่ของมาร์โลว์และไอริสค่ะ (มาร์โลว์เป็นพี่ชายของมาวิน ส่วนไอริสเป็นแฟนเก่าของมารุต)

คนสุดท้าย


ฝากกดติดตามเพจของเราด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

144 ความคิดเห็น

  1. #143 Pakgood- (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 08:44
    เห็นความคลั่งรัก พี่นิลอบอุ่นเป็นบ้าเลย เขินมากไม่ไหวแล้ว ไรท์แต่งดีมากๆเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #143
    0
  2. #140 mildmind19 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 02:11
    ชอบคู่นี้มากๆเลยค่าาา
    #140
    0
  3. #139 Suni-Waew (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 18:42
    งื้อๆๆๆๆพี่นิลน่ารักน้องเชนก่ะน่ารักกก
    #139
    0
  4. #138 yuki352010 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 17:11
    ชั้นรักเรื่องนี้
    #138
    0
  5. #137 thyrfch (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 15:52
    ขอบคุณมากๆค่ะ ชอบมากๆเลย จะติดตามเรื่องต่อไปนะคะ
    #137
    0
  6. #136 Anelta (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 13:04
    โหเรื่องที่แต่งเป็นจักรวาลแฟนเก่ามั้ยเนี่ย55555รู้จักกันหมดเลย ขอบคุณไรท์ที่แต่งเรื่องนี้มานะคะเราชอบเรื่องนี้มากๆ (แต่ก็ชอบเรื่องอื่นๆเหมือนกัน) รอเรื่องอื่นๆนะคะแล้วก็รอทำเป็นหนังสือด้วยค่ะ
    #136
    0