คนอกหัก [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S]

ตอนที่ 26 : -Twenty five-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 850
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    9 พ.ค. 63



-Twenty five-



NILLAKAL PART :


หลังจากที่กินข้าวเที่ยงเสร็จ ผมก็หลับไปอีกครั้งเพราะฤทธิ์ยา ตื่นมาอีกทีก็ตอนบ่ายสองโมงกว่า แต่ตื่นมาแล้วเห็นใครอีกคนนอนฟุบหน้าอยู่กับมือของผมที่ข้างเตียงก็ทำให้ผมแปลกใจ


ทำไมเชนมานอนอยู่นี้?


“เชน” ผมเอ่ยเรียกพร้อมกับเขย่ามือที่เขาเอาไปรองแก้มตัวเองเบา ๆ


“อือ” เสียงขานรับแผ่วเบาในลำคอดังขึ้นก่อนที่เปลือกตาสีอ่อนจะค่อย ๆ เปิดขึ้น


“ทำไมมานอนตรงนี้” ผมยกมือขึ้นลูบแก้มเนียนเบา ๆ เชนทำสีหน้างง ๆ ท่าทางดูเหมือนยังไม่ตื่นดีนัก


“ผมเผลอหลับไป” อีกฝ่ายพึมพำเสียงเบา


“เมื่อยไหม?” อดจะเป็นห่วงไม่ได้ นั่งฟุบหน้าหลับข้างเตียงแบบนี้ก็ต้องเมื่อยอยู่แล้วล่ะ เพราะก่อนหน้านี้ที่ผมเคยมาเฝ้าเชนตอนเขาโดนแทงก็เคยเผลอหลับท่าเดียวกับเขา มันเมื่อยมาก


“นิดหน่อย” เชนขยับบิดตัวเล็กน้อยเพื่อขับไล่ความปวดเมื่อย


“ความจริงไม่ต้องเฝ้าพี่ก็ได้นะ กลับไปนอนที่คอนโดฯ ก็ได้” ผมไม่อยากให้เชนต้องลำบาก ผมอยู่คนเดียวได้ จริง ๆ ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก โดนยิงแค่แขนส่วนอื่นก็ยังขยับใช้งานได้ปกติ


“ผมจะกลับได้ยังไงถ้าพี่ยังนอนอยู่แบบนี้” เชนมองสบตาผมด้วยแววตาเศร้า ๆ พอพูดเรื่องนี้ขึ้นมาก็มีสีหน้าหงอย ๆ ขึ้นมาทันที


“ไม่มีคนนอนกอดล่ะสิ” ผมแกล้งแหย่ออกไปเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายคิดมาก


“ไม่เกี่ยวสักหน่อย” เชนชะงักตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เขาตวัดสายตามามองผมแล้วทำปากขมุบขมิบเหมือนด่าผมอยู่ และแม้คิ้วเรียวจะขมวดเข้าหากันแน่นแต่ว่าผิวแก้มขาว ๆ กลับขึ้นสีแดงจาง ๆ


เขิน ดูออก


“แล้วทำไมไม่กลับคอนโดฯ” ผมแกล้งถามยิ้ม ๆ อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะตอบว่ายังไง?


“ผมก็แค่อยากอยู่กับพี่” เชนมองสบตาผมด้วยแววตาซื่อ ๆ เหมือนไม่ได้คิดอะไร เขารู้สึกยังไงก็พูดแบบนั้น


“พูดแบบนี้นี่ไม่กลัวเจ็บตัวหรือไง?” แต่ผมนี่คิดดีไม่ได้เลย อย่าหาว่าหื่นเลย แต่ใครมาเจอแบบนี้จะทนไหวบ้าง คนที่ชอบทำตัวน่ารักขนาดนี้ แล้วผมจะทนไม่อยากรักเขาได้หรือไง


“พี่จะทำอะไรผมได้?” เขาพูดด้วยสีหน้าท่าทางที่ดูท้าทาย


“ลองไหม?” ผมกระตุกยิ้มพร้อมเอื้อมมือไปจับข้อมือขาวแล้วออกแรงดึงเข้าหาตัว


“อย่านะ!” เชนที่ไม่ทันตั้งตัวก็เซถลาหน้าแทบจะทิ่มอกผม แต่พอเขาตั้งหลักได้ก็รีบลุกออกไปยืนตัวตรงแถมยังมองผมเคือง ๆ อีกด้วย


“หึ” ผมยกยิ้มทันทีที่เห็นท่าทางตื่นตระหนกของอีกฝ่าย


เชนน่ารักในสายตาของผมเสมอ


“ทำไมชอบแกล้ง” เขาบ่นหน้ายุ่งพยายามจะดึงแขนออกจากมือผมแต่ผมก็ไม่ยอมปล่อยไปง่าย ๆ


“เปล่านี่” ผมทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วกระตุกแขนดึงเชนให้เซเข้ามาหาผมอีกรอบ ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ มือเรียวรีบยกขึ้นดันแผ่นอกของผมเอาไว้ก่อนที่ใบหน้าของเราจะเข้าใกล้จนแนบชิดกัน ผมหัวเราะเบา ๆ เมื่อเชนยกมือขึ้นปิดปากตัวเองไม่ยอมให้ผมได้จูบเขา เรามองสบตากันอยู่สักพักเชนก็ค่อย ๆ ผละตัวออกไป ผมยอมปล่อยเชนให้หลุดมือไปง่าย ๆ เพราะกลัวว่าถ้าแกล้งมากกว่านี้จะทำให้อีกฝ่ายโมโห เชนเวลาโกรธก็น่ารักดีอยู่หรอก แต่ถ้าเล่นมากไปผมอาจจะซวยได้ เขามองค้อนผมไปทีก่อนจะเดินหน้ายุ่งหนีไปเข้าห้องน้ำ


อาการแบบนี้ ผมคิดว่าเชนกำลังเขินผมอยู่นะ


หลังจากที่เชนออกมาจากห้องน้ำเขาก็ไม่ยอมมองหน้าผมเลยแม้แต่นิดเดียว เขาหยิบหนังสือนิยายสยองขวัญที่รัชช์เอามาให้ไปอ่าน ไม่มองหน้าและไม่พูดกับผมด้วย ผมนอนมองหน้าเชนเงียบ ๆ เวลาที่เชนตั้งใจอยู่กับอะไรสักอย่างมันเป็นภาพที่น่ามองมาก แม้ใบหน้าจะเรียบนิ่งแต่แววตากลับฉายชัดออกถึงความตั้งใจ เชนเป็นผู้ชายที่หล่อ จะว่ายังไงดีล่ะ ถ้าอย่างที่ผู้หญิงเรียกกันคงเหมือนแบดบอยล่ะมั้ง เชนหล่อ และเขาก็เท่มาก แต่ผมกลับลบภาพลักษณ์นั้นทิ้ง ในสายตาของผมเชนเหมือนเด็กดื้อ ๆ คนหนึ่ง ที่ต่อจะให้ดื้อยังไงก็ดูน่ารักในสายตาผมอยู่ดี


อือ โคตรหลงเลย


ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นขนาดนี้ เชนไม่ได้มีใบหน้าหวานหรือดูสวยเหมือนรัชช์ แต่เขามีเสน่ห์ในตัวเอง เป็นผู้ชายเท่ ๆ ที่คิดว่าจะกดผมได้ แต่ผมไม่คิดว่าเชนจะสามารถทำแบบนั้นได้หรอก เรามันคนละระดับกัน ผมไม่ได้คิดจะให้เชนกดผมตั้งแต่แรกแล้ว ผมก็แค่อยากให้เชนเป็นฝ่ายเริ่มก่อน และผมก็ปลื้มใจกับลีลาของเชนมาก แค่ก! ตอนนี้ผมก็เลยได้แต่งงว่าเชนจะเขินผมทำไมกับเรื่องแค่นี้ ความจริงเราทำกันมากกว่านั้นอีกนะ


อะไรนะ ดูหื่นกามเกินไปเหรอ?


แต่ผมก็พูดความจริงนะ ผมกับเชนเราข้ามขั้นตอนกันไปเยอะแล้ว แฟนยังไม่ได้เป็นแต่เป็นผะ แค่ก! เอาเป็นว่าผมกับเชนเรามีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันมากกว่าที่เห็นและคนอื่นรับรู้ ก็เป็นผมเองนั่นแหละที่หลอกล่อเชนจนเขาเสียรู้และเสียท่า โอเค ยอมรับก็ได้ว่าผมคิดไม่ดีกับเชน แต่เชนก็ทำให้ผมคิดดีกับเขาไม่ได้เลย จะบอกว่าผมลามกก็ได้ ยอมรับ แม้กระทั่งตอนนี้ผมก็ยังอยากที่จะกอดเชน แต่น่าเศร้าที่ตอนนี้เราอยู่โรงพยาบาล ผมไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ และแขนที่ถูกยิงก็เจ็บเอาเรื่อง แผลอาจฉีกได้ และหากผมทำแบบนั้นกับเชนจริง ๆ มีหวังผมโดนเชนฆ่าทิ้งแน่ ถึงแม้ว่าจริง ๆ แล้วเชนเองก็ชอบที่ผมทำแบบนั้นก็เถอะ แต่ผมไม่ขอเสี่ยงดีกว่า


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


เสียงเคาะประตูห้องทำให้ความคิดของผมหยุดชะงักลง เชนเองก็ละสายตาขึ้นมาจากหนังสือที่อ่านอยู่ เราบังเอิญสบตากันแล้วก็เป็นเชนที่เบือนหน้าหนีไปก่อน


“ยังไม่ตายเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นหลังจากที่มีเสียงเปิดประตูห้องเข้ามา


“ปากเหรอนั่น?” ผมตวัดสายตามองมาวินนิ่ง ๆ มาขัดจังหวะความคิดผมแล้วยังจะปากเสียอีก ปกติเร็กซ์ให้กินอะไรทำไมกัดไม่ปล่อยขนาดนี้ จะจงเกลียดจงชังผมไปถึงเมื่อไหร่ เรื่องของผมกับเร็กซ์ก็จบไปตั้งนานแล้ว หรือเขาไม่ได้เกลียดขี้หน้าผมเรื่องเร็กซ์ แต่เขาเกลียดผมด้วยความรู้สึกส่วนตัว?


“โดนยิงเจ็บไหม?” มารุตที่เดินตามหลังรัชช์เข้ามาติด ๆ เอ่ยถามด้วยหน้าตากวน ๆ


เด็กเวร


“อยากลองโดนบ้างไหมล่ะ?” ผมบอกไม่ได้หรอกว่ามันเจ็บหรือเปล่า เพราะความอดทนของคนเราไม่เท่ากัน สำหรับผมการโดนยิงมันเจ็บมาก แต่ถ้าเป็นมารุตเขาอาจจะไม่รู้สึกอะไรเลยก็ได้ ดูท่าแล้วหนังน่าจะหนาพอควรเลย


“กูว่ามึงไม่ได้เจ็บจริงหรอก แค่สำออยอ้อนเมีย” มาวินหรี่ตามองผมก่อนจะกรีดยิ้มร้ายที่มุมปาก


“รู้ดี” ความจริงผมก็อยากอ้อนเชนเหมือนกัน แต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำแบบนั้นเลย อยากสำออยเหมือนที่มาวินบอกเหมือนกันแหละ แต่ก็กลัวว่าเชนจะซ้ำแผลเดิมมากกว่าปลอบโอ๋ ผมเหล่ตามองเชนก็เห็นเขามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก คงจะรู้สึกแปลก ๆ กับคำพูดของมาวินนั่นแหละ ผมยังแอบตกใจเลยที่ได้ยินมาวินพูดแบบนั้น แต่ก็แอบถูกใจอยู่หน่อย ๆ


“เพราะกูก็ทำ” มาวินลอยหน้าลอยตาตอบกลับมา


“นี่มึงเจ็บตอแหลเหรอ?” เร็กซ์ที่ได้ยินแฟนตัวเองพูดก็หันขวับไปมองทันที


“เจ็บจริงนิดเดียว ที่เหลือเจ็บตอแหล” มาวินยกยิ้มกวน ๆ


“มึงอยากเจ็บจริงอีกสักแผลไหม?” ทำเอาเร็กซ์หัวร้อนยกมือที่ถือโทรศัพท์อยู่ขึ้นเตรียมจะปาใส่หัวคนเป็นแฟน


“ใจเย็นเมีย แค่นี้สมองกูก็แทบจะไหลออกมาแล้ว” มาวินตาโตรีบยกมือขึ้นห้ามเร็กซ์ทันที เขาดึงโทรศัพท์มือถือออกจากมือเร็กซ์แล้วเก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง เร็กซ์ทำท่าจะตบตีมาวินอีกรอบทำเอามาวินต้องหดคอหนี


คนจริงไหมล่ะ?


“พวกสำออย” มารุตเหยียดยิ้มเยาะเย้ย ทำหน้าทำตาเหมือนตัวเองเหนือกว่าผมกับมาวินเสียเหลือเกิน


“มึงอย่ามา มึงก็เป็น” มาวินหันไปแขวะน้องเขยแฟนทันที นี่ก็หาแนวร่วมไปตายด้วยเก่งจริง ๆ ตายเดี่ยวแล้วเหงาคงอยากหาเพื่อนไปตายด้วย


“อะไร กูไม่ได้สำออยแบบพวกมึงสักหน่อย แผลแค่นี้ โอ๊ย!” มารุตยกยิ้มพร้อมยกมือทั้งสองข้างขึ้นแล้วไหวไหล่ทำท่าทางเหมือนมันเป็นเรื่องเล็ก ๆ แค่นี้ แต่พอถูกรัชช์จิ้มนิ้วลงไปบนผ้าพันแผลก็ร้องเสียงหลงทันที


“ฮ่า ๆ” พวกผมหลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ สงสารนะ แต่ก็ขำ มาวินนี่ตัวดีเลย หน้ามันดูสะใจมาก


“เล็ก!” มารุตหันไปร้องโวยใส่แฟนตัวเองหน้าตาบึ้งตึงเอามือกุมแผลไว้แน่น น้ำตาคลอเลยว่ะ


“อะไร? ก็ไหนว่าแค่มีดบาด?” รัชช์ถามหน้าซื่อ ทำหน้าเหลอหลาเหมือนคนไม่ได้ตั้งใจ


“จิ้มมาแบบนี้มันก็เจ็บสิ” มารุตว่าเสียงดุ


“ขอโทษ” ทำเอาคนโดนดุหน้าหงอยไปเลย


“กลับไปโดนแน่” ปากดุแต่มือดึงแขนแฟนตัวเองเข้าไปกอดเอาไว้หลวม ๆ รัชช์ที่ถูกกอดก็ไม่ขัดขืน ยืนให้แฟนกอดนิ่ง ๆ ปล่อยให้มารุตทำตามใจชอบ ผมแอบกลอกตาเบา ๆ ไม่ได้อิจฉานะ แต่รำคาญ สงสารรัชช์ว่ะที่มีแฟนแบบนี้


“อะแฮ่ม” แต่มารุตก็ยืนกอดรัชช์ได้ไม่นานเมื่อพี่ชายแฟนอย่างเร็กซ์กระแอมไอเสียงดังแล้วดึงตัวน้องชายออกจากแขนมารุต


“ขัดกูอีกแล้วนะ” มารุตที่โดนเร็กซ์ขัดก็หันไปถลึงตามองอย่างเอาเรื่อง


“ทำไม?” เร็กซ์ไม่มีท่าทีจะกลัวแม้ตัวจะเล็กกว่า แถมยังทำท่าจะเข้าไปตีมารุตอีก


“อย่าตีกันน่า” ทำเอามาวินต้องเข้ามาห้ามเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาลขึ้น รัชช์ก็ได้แต่ยืนถอนหายใจทำหน้าเหมือนแบกโลกเอาไว้ทั้งใบ ผมกับเชนหันมองหน้ากันแล้วก็หลุดยิ้มเหนื่อย ๆ ออกมา เหนื่อยแทนรัชช์ครับ พี่กับแฟนตีกันตลอด เร็กซ์ก็หวงน้องเกิน แต่มารุตก็ชอบยั่วอารมณ์โมโหเร็กซ์ ถ้าตีกันจริงนี่เดาไม่ถูกเลยว่าใครจะชนะ เร็กซ์ถึงจะตัวเล็กกว่าแต่เป็นมวย ส่วนมารุตตัวใหญ่กว่าและมีเรื่องต่อยตีบ่อย สองคนนี้อาจพอสูสีกัน น่าจะล้มกันยาก พูดแล้วผมก็อยากเห็นสองคนนี้ตีกันจริง ๆ เหมือนกันนะ ต้องมีใครสักคนแหละที่จะหายซ่า


กว่าจะห้ามศึกระหว่างพี่เมียกับน้องเขยได้ก็ทำเอามาวินปาดเหงื่อไปหลายรอบหวิดจะโดนลูกหลงไปด้วยอีกคน รัชช์ถึงกับเดินหนีมานั่งที่โซฟากับเชนเลย ผมก็ได้แต่มองรัชช์ด้วยความเห็นใจ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเร็กซ์กับมารุตสนิทกันแบบไหนทำไมถึงได้ตีกันเก่งขนาดนี้ แต่พอเหตุการณ์สงบเราก็กลับมาพูดคุยกันปกติทำเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เห็นมาวินบอกว่าจับตัวพวกก่อความวุ่นวายได้ครบหมดทุกคนแล้ว ก็จัดการเรียงคนก่อนจะส่งให้กับตำรวจที่รู้จักกัน เร็กซ์คิดว่าคราวนี้คงจะไม่มีใครมากล้าสร้างเรื่องวุ่นวายที่สนามอีก แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ทำเอาสนามเสียรายได้ไปเยอะ คนจำนวนมากไม่กล้าไปใช้บริการสนามแข่งรถเพราะกลัวเกิดเหตุยิงกันอีก โชคดีที่วันนั้นไม่มีใครเป็นอะไร มีแค่พวกผมสามคนกับลูกน้องของมาวินที่เข้าไปคุมสถานการณ์แล้วโดนลูกหลงกลับมาเท่านั้น


รัชช์แอบมากระซิบกับผมว่าเร็กซ์ลงไปจัดการไอ้คนที่ฟาดหัวมาวินแตกจนเลือดอาบเองกับมือเลย สภาพสยองพอ ๆ กับมาวินเมื่อคืนนี้เลย ส่วนคนที่ฟันแขนมารุตก็เละเทะไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว มารุตกระทืบซะยับเยิน ก็ไม่แปลกใจที่คนทั่วไปจะกลัวเขา หน้าดุไม่พอ เวลาโกรธยังน่ากลัวอีกด้วย สมแล้วล่ะกับฉายามารุตคนเถื่อน


“พวกกูต้องกลับแล้ว” นั่งคุยกันมาหลายชั่วโมงจนลืมดูเวลา พอเร็กซ์หันไปมองนาฬิกาก็ทำท่าตกใจแล้วรีบสะกิดมาวินให้กลับ


“กลับไปเถอะมึงน่ะ” ผมพยักพเยิดหน้าส่ง ๆ ไป


“มึงจะไฟท์กับกูเหรอนิลกาฬ?” เร็กซ์จิ๊จ๊ะทำท่าขัดใจแล้วเดินมาจะตีผมแต่ก็ถูกมาวินอุ้มให้หันกลับไปทางประตูห้อง


“เมียมึงโคตรห้าว” ผมว่าติดตลก นิสัยแบบนี้ไม่เคยเปลี่ยน ไม่แปลกใจเลยทำไมเมื่อก่อนเร็กซ์ถึงมีเรื่องได้เกือบทุกวัน ไม่โดนหาเรื่องก็ไปหาเรื่องเขานั่นแหละ


“ตัวจี๊ดของสนามกูเลยนะ” มาวินว่ากลั้วเสียงหัวเราะพร้อมกอดรัดตัวเร็กซ์เอาไว้แน่นไม่ให้อีกฝ่ายดิ้นหลุดได้ เชื่อแล้วล่ะว่าตัวจี๊ดจริง


“กลับก่อนนะครับ” รัชช์ที่เห็นว่าพี่ชายกับพี่เขยจะตีกันเองแล้วก็รีบเอ่ยลาทันที


“หายไว ๆ นะมึง” มารุตหันมาบอกผมก่อนจะหันไปจับมือรัชช์เตรียมกลับ


“ขอบใจ” ผมยิ้มรับบาง ๆ แล้วทั้งสี่ก็พากันเดินออกไปจากห้องพักฟื้นของผม มาวินกอดคอเร็กซ์เอาไว้แน่น ส่วนมารุตก็จับมือรัชช์ไม่ปล่อย ผมมองตามแผ่นหลังของพวกเขาไป น่าแปลกที่ผมไม่รู้สึกเจ็บปวดกับการที่ได้เห็นรัชช์และมารุตแสดงความรักต่อกัน ผมแทบไม่รู้สึกอะไรเลย หากจะมีก็มีแต่ความยินดีให้เท่านั้น การได้เจอรัชช์และมารุตในวันนี้ทำให้ผมได้รู้ว่าตัวเองไม่ได้รักรัชช์เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ผมมองรัชช์เป็นเพียงน้องชายที่สนิทคนหนึ่งเพียงเท่านั้น


หันมองหน้าเชนก็เห็นเขามองตามแผ่นหลังของคนทั้งคู่ไปเหมือนกัน ผมแอบใจแกว่งเล็กน้อยเพราะกลัวว่าเชนจะยังคงทำใจเรื่องรัชช์ไม่ได้ แต่มันกลับไม่เป็นอย่างนั้น เชนหันมามองหน้าผมด้วยรอยยิ้มกว้างเหมือนเขาต้องการจะบอกกับผมว่าตัวเขานั้นได้เดินก้าวผ่านข้ามช่วงเวลาที่เจ็บปวดมาได้แล้ว


ตอนนี้ใจของเขาเป็นของผมเพียงคนเดียว


“ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่?” เชนถามยิ้ม ๆ เหมือนเขาจะแปลกใจอยู่เหมือนกันที่เห็นผมสามารถพูดคุยกับมาวินและมารุตได้ ทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราแทบจะบวกใส่กันตลอดเวลา


“มิตรภาพลูกผู้ชาย” ผมว่าติดตลก


“นึกว่าจะตีกันตายเสียอีก” เชนหัวเราะจนตาหยี


“เรื่องแบบนี้มันคุยกันได้ ปัญญาชนเขาไม่ใช้กำลังกันหรอก” แม้จะถกเถียงกันบ้างแต่ก็ไม่ถึงกับตีกันตาย คุยไปสลับด่าไป มีแขวะกันบ้างสลับกัดกันเล็ก ๆ ให้พอเป็นพิธี แซะนิดหน่อยเพื่อความบันเทิง วันนั้นที่คุยกันก็แบบนี้แหละ คุยกันสองประโยคจิกกัดกันอีกสามประโยค ทั้งที่ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยกับสองคนนั้นแท้ ๆ แต่ดันเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นเสียก่อน คิดว่าผมจะพาเชนไปที่สนามแข่งรถของมาวินเฉย ๆ เหรอ เปล่าเลย ผมมีธุระที่จะคุยกับลูกเขยทั้งสองคนของตระกูลอัศวบุญโชค คิดว่าหลังออกจากโรงพยาบาลแล้วผมคงต้องหาทางไปคุยกับพวกเขาให้ได้


“เหรอ~” เชนลากเสียงยาวทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ


“ไม่เชื่อเหรอ?” ผมถามยิ้ม ๆ เวลาเชนทำหน้ากวน ๆ แบบนี้โคตรน่าฟัดเลย


“เชื่อก็ได้” อีกฝ่ายพยักหน้าหงึกหงัก ปากบอกเชื่อแต่หน้านี่ไปคนละทางเลยนะครับ


“จูบหน่อยสิ” ผมกระตุกยิ้มที่มุมปากพร้อมจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากเรียวได้รูป เห็นเชนขยับปากพูดทีไรแล้วอดที่จะคิดถึงสัมผัสตอนที่เราจูบกันไม่ได้ ผมชอบจูบของเชน ชอบมาก ๆ


“โรงพยาบาลนะ” เชนชะงักทันทีที่ได้ยินผมพูด เขาจ้องหน้าผมนิ่งคล้ายกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง


“ไม่เห็นเป็นไรเลย” ผมพูดยิ้ม ๆ แล้วกางแขนข้างที่ไม่เจ็บออกรอรับร่างของอีกฝ่ายเข้ามาในอ้อมกอด เชนยืนนิ่งเหมือนชั่งใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินเข้ามาหาผม ผมตวัดแขนเกี่ยวเอวเชนให้เข้ามาหาตัว เขาเอนตัวเข้ามาหาผมพร้อมกับเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้


“อืม~” ริมฝีปากของเราทาบทับกันได้พอดิบพอดี ผมขบเม้มสลับดูดดุนริมฝีปากบางเบา ๆ เชนก็ไม่น้อยหน้าเขาตวัดลิ้นเลียรอบริมฝีปากของผมก่อนจะสอดลิ้นเข้ามาในโพรงปากของผม จากตอนแรกที่ผมเป็นฝ่ายเรียกร้อง แต่ดูเหมือนตอนนี้เชนจะต้องการผมมาก ลิ้นเรียวตวัดเกี่ยวลิ้นของผมอย่างหยอกล้อ เขากวาดลิ้นไปทั่วโพรงปากของผมก่อนจะเป็นผมบ้างที่ตวัดลิ้นตอบกลับแล้วดูดดุนลิ้นของเขาเบา ๆ จนเกิดเสียงน่าอายขึ้น


หลังจากที่ปล่อยให้เชนได้ทำตามใจตัวเองแล้วครั้งนี้ผมก็ขอทำตามใจตัวเองบ้าง ผมสอดลิ้นเข้าไปในปากของเชนกวาดต้อนไล่หาความหวานจากเขา ส่วนมือก็สอดเข้าไปในเสื้อยืดตัวบาง ลูบไล้แผ่วเบาไปทั่วแผ่นหลังเนียน แขนเรียวยกขึ้นโอบรอบลำคอของผมแล้วเชนก็บดเบียดร่างกายเข้ามาหาผมจนช่องว่างระหว่างเราหายไป แต่ผ่านไปสักพักเชนก็เหมือนจะตั้งสติได้ เขาพยายามจะผละตัวออกจากผม แต่ผมก็ไม่ยอมปล่อยไปง่าย ๆ


“พอแล้ว” เชนถอนจูบออกแล้วยกมือขึ้นกั้นระหว่างริมฝีปากของผมกับเขา เชนหอบหายใจถี่หน้าแดงก่ำอย่างน่าเอ็นดู


อยากฟัดว่ะ


“อยากออกจากโรงพยาบาลแล้ว” ผมรวบร่างที่เล็กกว่าเข้ามากอดแล้วเอนหัวพิงกับไหล่ของอีกฝ่าย ผมต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะระงับอารมณ์และสงบสติของตัวเอง ผมเหมือนจะคลั่งทุกครั้งที่ได้จูบกับเชน ทุกครั้งที่จูบกันผมไม่อยากจบอยู่แค่จูบ ผมอยากทำมากกว่านั้น อยากใช้เวลาอยู่กับเขา อยากอยู่ด้วยกัน อยากกอดเขาให้จมอกเลย


“รู้นะว่าคิดอะไรอยู่” อีกฝ่ายถอนหายใจแรงคล้ายหนักอกหนักใจกับผม


“คิดเหมือนกันล่ะสิ” ผมผละหน้าออกมามองสบตากับเขา เชนชะงักหน้าเหวอก่อนที่แก้มทั้งสองข้างจะขึ้นสีแดงก่ำ


“ไม่ใช่สักหน่อย” เขาเถียงออกมาไม่เต็มเสียง หน้าแดงไปถึงใบหูและลำคอ


“หึ ๆ” ผมหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นว่าเชนเริ่มเสียอาการ ก็บอกแล้วไงว่าเชนเวลาเขินน่ะน่ารักมาก พอเขาเห็นว่าผมหัวเราะก็ตีหน้าบึ้ง แต่ผมก็ดึงเขาเข้ามาหาตัวแล้วประกบจูบอีกครั้ง


ตอนนี้ทำได้แค่จูบ แต่ถ้าออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ผมจะทำมากกว่านี้อีก


จะไม่ใช่แค่จูบปาก แต่จะจูบทั้งตัวเลย







 

07.00 AM


“นิลกาฬ!” เสียงร้องเรียกที่ดังลั่นไปทั่วทั้งห้องครัวทำเอาผมที่ยืนทอดไข่ดาวอยู่สะดุ้งด้วยความตกใจ


“ว่าไง?” ผมหันหลังไปมองที่มาของเสียงก็เห็นเชนยืนเท้าเอวหน้าบึ้งอยู่ที่หน้าประตูห้องครัว


“ทำอะไร? พี่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลนะ” เชนเดินหน้าตึงเข้ามาหาผม สายตาที่ใช้มองกันก็น่ากลัวเสียเหลือเกิน


“ทำอาหารให้เมียกิน” ผมตอบกลับไปแล้วก็หันไปตักไข่ดาวขึ้นจากกระทะ


“นิลกาฬ!” เชนร้องเสียงดังหน้าแดงจัดไม่รู้ว่าโกรธหรือเขินกันแน่


“เสียงดังนะคเชนทร์” ผมหันไปปรามเขา ตื่นมาก็เสียงดังแต่เช้าเลย ไม่เจ็บคอหรือไงกัน?


“ก็พี่ไม่ฟังที่ผมบอกเลย” เขาว่าอย่างอ่อนใจ เชนเดินหน้าบึ้งไปนั่งบนเคาน์เตอร์ที่อยู่ข้าง ๆ


“พี่ไม่ได้เป็นอะไรแล้ว ทำอาหารแค่นี้มันไม่ได้หนักหนาอะไรเลยเชน” ผมปิดเตาแล้วหันไปถอนหายใจเบา ๆ


ผมออกจากโรงพยาบาลมา 2 วันแล้ว ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลมาเชนไม่ให้ผมทำอะไรเลย เขาขับรถให้ผม ซื้อข้าวมาให้กิน และก็สั่งให้ผมนอนอยู่เฉย ๆ ความจริงแล้วแผลผมดีขึ้นมากแล้ว วันนี้ผมรู้สึกตัวตื่นตั้งแต่เช้ามืดเลยลุกขึ้นมาเปิดตู้เย็นดูว่าพอจะทำอะไรให้เชนกินเป็นมื้อเช้าได้บ้าง แล้วผมก็เจอแค่ไข่ไก่ แฮม และไส้กรอก ผมเลยเอามาทอดให้เชน กะว่าคงทำเสร็จก่อนอีกฝ่ายตื่น แต่เชนกลับตื่นก่อนที่ผมจะทำเสร็จ เขาเลยโวยวายเสียงดังอย่างที่เห็น


“แต่แผลพี่...” คิ้วเรียวยังคงขมวดเข้าหากันอย่างขัดใจ


“มันดีขึ้นเยอะแล้ว ให้ออกกำลังกายบนเตียงกับเชนพี่ยังทำได้เลย” ผมพูดแทรกเขาขึ้นมาพร้อมยักคิ้วข้างเดียวแบบกวน ๆ ไปให้


“ทะลึ่ง!” ดวงตาเรียวคมถลึงตามองกลับมาดุ ๆ แถมอีกฝ่ายยังทำท่าเหมือนจะยกมือขึ้นมาตีผมด้วย แต่เขาก็นึกขึ้นได้ว่าแขนข้างนี้เพิ่งถูกยิงมาเขาเลยลดมือลงแล้วมองผมด้วยสายตาเคือง ๆ แทน


“ไม่อยากเหรอ?” ผมแกล้งแหย่ แต่แหย่แบบหวังผล ถ้าได้ก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ก็ค่อยหาทางตะล่อมใหม่


“อะไรของพี่เนี่ย!” เชนชักสีหน้ากระชากเสียงใส่แล้วเดินหนีออกจากห้องครัวไป หูแดงเชียว เขินล่ะสิ


“อย่าเดินหนีสิ” ผมเดินตามเขาออกไป จะคว้าแขนมาจับก็ไม่ทัน เดินเร็วจริง


“เงียบไปเลย!” เขาหันมาร้องโวยใส่แล้วเดินปึงปังเข้าห้องนอนไป ผมยกยิ้มขำกับตัวเอง เชนไม่ใช่คนก้าวร้าว แต่เขาเป็นแบบนี้ตั้งแต่ที่ผมออกจากโรงพยาบาล เวลาผมพูดแหย่หรือตะล่อมให้เขาคล้อยตามเรื่องบนเตียง เขาก็จะทำเสียงดังชักสีหน้าใส่คล้ายกับไม่พอใจผมมาก ๆ แต่ผมรู้ว่าจริง ๆ แล้วเขาทำกลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเอง


น่ารักเนอะ


“เชน” ผมเปิดประตูห้องนอนเข้าไปหาเขา เชนนั่งหน้าตึงกอดหมอนอยู่บนเตียง


“อย่ามาเรียกชื่อผมนะ” ดวงตาสีเข้มตวัดมามองผมอย่างเอาเรื่อง


“อะไร พี่จะเรียกมากินข้าวหรอก” ผมแกล้งยกยิ้มล้อเลียนอีกฝ่าย


“เลิกแกล้งผมได้แล้ว” เชนชะงักนิ่งไปนิดก่อนจะดึงหน้าตึงกลับมาอีกครั้ง แถมครั้งนี้ยังมองผมด้วยสายตาไม่พอใจสุด ๆ ไปเลย


“โอเค ๆ มากินข้าวเร็ว” ผมเดินเข้าไปหาเขาพร้อมกับจับมือขาวดึงให้ลุกขึ้น


“ฮึ่ย!” เชนทำเสียงขึ้นจมูกอย่างขัดใจ ยอมเดินตามผมออกมาจากห้องนอนแต่ยังไม่เลิกทำหน้าบึ้งตึง


“เลิกทำหน้าบึ้งได้แล้ว พี่ไม่แกล้งแล้ว” ขนาดนั่งกินก็ยังไม่เลิกทำหน้าบึ้ง สงสัยจะโกรธเรื่องที่ผมลุกมาทำอาหารให้เขากินจริง ๆ นั่นแหละ ไม่ใช่ว่าผมไม่ฟังเขานะ ผมก็แค่อยากทำอะไรให้เขาบ้าง ผมรู้ร่างกายตัวเองดี แค่ยืนทอดของกินพลิกไปพลิกมามันไม่กระทบกระเทือนถึงแผลที่แขนหรอก แถมข้างที่โดนยิงก็ไม่ใช่ข้างที่ถนัดด้วย ผมยังทำอะไรได้อีกเยอะ เรื่องแค่นี้มันเล็กน้อยมาก ๆ เลย ผมเข้าใจในความห่วงใยของเชนนะ เอาเป็นว่าผมจะไม่ทำอะไรที่ขัดใจเขาจนกว่าแผลผมจะหายดีก็แล้วกัน


“พี่นั่งกินไปเงียบ ๆ เลย” ตวัดตามองผมดุ ๆ ไม่พอยังยกมือทำท่าจะตีผมด้วย


เมียใครดุจัง?


อ๋อ เมียผมเอง


“หึ!” ผมอดจะยกยิ้มขำกับตัวเองไม่ได้ นี่แหละนิสัยจริง ๆ ของเชน ก่อนหน้านี้ที่เห็นพูดกับผมเพราะ ๆ ดี ๆ นั่นมันภาพลวงตา เพราะคเชนทร์ตัวจริงต้องแบบนี้


แต่ผมก็ชอบที่เชนเป็นแบบนี้นะ เขาสามารถเป็นตัวของตัวเองได้เวลาที่อยู่กับผม จะโวยวายเสียงดัง ดื้อดึงหรือทำตัวยังไงก็ได้ เหมือนเขาพอใจที่จะเป็นตัวของตัวเอง ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้วกับเรื่องพวกนี้ เพราะตอนที่เรายังเป็นเพียงพี่รหัสน้องรหัสกันเชนทำมากกว่านี้อีก เขาทำเหมือนจะเคารพและเชื่อฟังผม แต่จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้รู้สึกแบบนั้นจริง ๆ หรอก เขาเกลียดขี้หน้าผมตั้งแต่ที่รู้ว่าผมเป็นแฟนเก่ารัชช์ อาจเป็นเพราะสาเหตุนี้เขาเลยดูจะมึนตึงกับผมมาตลอด แต่พอได้อยู่ด้วยกัน ได้รู้จักกันมากขึ้น และสถานะระหว่างเราเปลี่ยนไป เชนทำตัวน่ารักขึ้นเยอะเลย มันเหมือนเป็นอีกมุมที่ผมไม่เคยได้เห็นมาก่อน และเมื่อผมได้ค้นพบเจอ ผมก็โคตรชอบเลย


ถ้าถามว่าตอนนี้หลงเชนมากไหม ผมก็ตอบได้เลยว่า ไม่


ไม่น้อยเลยล่ะครับ อีกนิดจะจับเชนปั้นเป็นก้อนแล้วกลืนลงท้องแล้ว


ผมรู้สึกว่าตัวเองอาการหนักมาก มากแบบมาก ๆ ตอนคบกับรัชช์ยังไม่เป็นขนาดนี้เลย ผมติดอยู่กับเชนจนไปไหนไม่รอดแล้ว หลงจนโงหัวไม่ขึ้น และก็อยากที่จะหลงเขาแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ แล้วผมก็จะทำให้เชนติดอยู่กับผมจนไปไหนไม่ได้เหมือนกัน







 

08.18 PM


ตั้งแต่ผมแกล้งเชนไปเมื่อเช้า ทั้งวันเชนก็ไม่ยอมเข้าใกล้ผมเลย เขาคุยกับผมปกติ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พอผมเดินเข้าไปหาเขาก็จะลุกเดินหนีแบบเนียน ๆ ผมขัดใจนิดหน่อยที่เชนทำอย่างนั้น เขาทำเหมือนระแวงผม แต่ก็สมควรที่จะระแวงนั่นแหละ ถ้าเชนรู้ว่าตอนนี้ผมกำลังคิดอะไรอยู่เขาคงหนีผมกลับไปอยู่คอนโดฯ ตัวเองแน่ ๆ


เฮ้! ผมไม่ได้หื่นนะ มันเป็นเรื่องปกติของผู้ชายไม่ใช่หรือไง?


ผมได้แต่นั่งคิดวนไปว่าจะทำยังไงให้เชนไม่เดินหนีผมและเป็นฝ่ายเข้ามาหาผมเอง นั่งคิดอยู่หลายชั่วโมงแต่ก็คิดไม่ออก คิดหาวิธีมาตั้งแต่บ่ายจนตอนนี้ 2 ทุ่มแล้ว หลุดเสียงถอนหายใจแรงแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างเซ็ง ๆ แต่สายตาก็ดันไปมองเห็นอะไรบางอย่าง แล้วมันก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา


“เชน มานี่หน่อย” ผมลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วถอดเสื้อของตัวเองออกก่อนจะตะโกนเรียกเชนที่นั่งดูทีวีอยู่ตรงห้องนั่งเล่น


“มีอะไร?” ไม่นานเชนก็เดินมาหาผม แต่เขาก็ยังไม่ยอมเข้ามาข้างใน ยืนมันอยู่ตรงขอบประตูนั่นแหละ ไม่รู้ว่าระแวงหรือรังเกียจผมกันแน่


“อาบน้ำให้หน่อย” ผมมองเขาอ้อน ๆ


“ไม่” ปฏิเสธได้ไร้เยื่อใยมาก!


“แผลมันจะโดนน้ำ” ผมยังคงไม่ยอมแพ้ วันก่อน ๆ ยังทำให้ได้เลย ทำไมวันนี้ถึงไม่ยอมทำ


เศร้าจังครับ


“ไม่ต้องเลย ผมรู้นะว่าพี่คิดอะไรอยู่” ดวงตาสีเข้มถลึงตามองดุ ๆ อ่า สมกับเป็นเมีย รู้ทันตลอดเลย


“ไม่ได้คิดอะไรเลย จริง ๆ” ผมทำหน้าใสซื่อ พยายามทำให้ตัวเองดูไร้พิษภัยมากที่สุด มองตาผมสิ ผมน่ะไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ นะ ผมก็แค่อยากอาบน้ำ แต่กลัวว่าน้ำมันจะกระเด็นโดนแผลก็เท่านั้นเอง ผมเจ็บขนาดนี้จะไปทำอะไรได้ ไม่เชื่อผมเหรอครับ?


“ก็ได้” เชนยืนจ้องหน้าผมอยู่สักพักเหมือนขบคิดปัญหาใหญ่ ซึ่งผมก็คิดว่าเขาน่าจะระแวงผมไม่น้อยเลย นี่ตกลงแล้วผมเป็นคนทำให้เขากลัวเหรอ?


บ้าน่า ผมออกจะเป็นผะ แค่ก! ที่ดี เชนไม่ควรระแวงผมอย่างนี้สิ


“อาบด้วยกันสิ” สบตาผมแล้วก็จะรู้ว่าผมน่ะจริงใจสุด ๆ ไม่มีคิดอกุศล แค่หวังตอดนิดตอดหน่อยเอง


“นิลกาฬ อย่าเยอะ” เชนที่กำลังจะก้าวขาเข้ามาในห้องน้ำตวัดสายตามองแรงใส่ผมทันที


“ก็อาบพร้อมกันจะได้ไม่เสียเวลาไง” ผมยิ้มหน้าซื่อ พยายามพูดจาหว่านล้อมอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุด หวังจะให้เชนใจอ่อนแล้วยอมโอนอ่อนตามผม


“พูดอีกอาบเองนะ” แต่ก็ถูกอีกฝ่ายพูดตัดบท


“โอเค เงียบแล้ว” ผมยกมือขึ้นปิดปากตัวเองไม่กล้าพูดต่อเพราะกลัวเชนจะไม่ยอมอาบน้ำให้


เขามองผมตาดุแล้วส่งสายตาสั่งให้ผมถอดกางเกงออก ผมทำท่าทางเหนียมอายจนเกือบจะโดนเชนฟาดหัวเข้าให้ พอเห็นว่าควรหยุดเล่นได้แล้วผมก็รีบถอดกางเกงออกจนหมด เชนเบ้หน้าแล้วเบือนหน้าหนีไม่ยอมมองร่างกายของผม ผมเลยแกล้งเดินเข้าไปหาเขา แต่เชนก็ถอยหลังหนี


ถอยออกไปเขายกมือขึ้นดันอกผมไว้โดยที่ไม่ยอมมองหน้า


เชนก็รีบอาบน้ำให้พี่สิผมกระตุกยิ้มร้ายที่มุมปาก ซึ่งแน่นอนว่าเชนมองไม่เห็นมัน


อืมเขาขานรับเสียงเบาแล้วเดินหนีไปยืนใต้ฝักบัว ผมหัวเราะในลำคอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู เลิกคิดแกล้งอีกฝ่ายแล้วยอมยืนอยู่นิ่ง ๆ ให้เชนอาบน้ำให้ เชนอาบน้ำให้ผมโดยไม่พูดอะไรและไม่ยอมมองลงต่ำกว่าเอวของผม จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าเชนจะเขินอายผมทำไมในเมื่อเราก็เห็นกันมาหมดแล้ว เขาน่าจะชินได้แล้วไม่ใช่เหรอ?









-------------------------------------------------------------------






พระเอกของเราแต่ละคนร้าย ๆ ทั้งนั้น


และแล้วก็จบแล้วจ้า

เหลือบทส่งท้ายอีก 1 ตอน แล้วเราก็จะย้ายไปที่

จีบคนเถื่อน 2 ภาคเป็นแฟนคนเถื่อน

กับ


ขอบคุณที่ติดตามกันมานะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

144 ความคิดเห็น

  1. #141 Jeafa4833 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 23:27
    Feel good มากๆๆๆ
    #141
    0
  2. #135 Anelta (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 10:09
    จบแล้วววว ดีใจนะคะที่เขียนเรื่องนี้มา เรื่องนี้มันดีจริงๆนะคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #135
    0