คนอกหัก [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S]

ตอนที่ 2 : -One-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,320
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 94 ครั้ง
    5 ธ.ค. 62



-One-



KACHAIN PART :


ขอบคุณสำหรับค่าเหล้าและที่พักนะครับ พี่รหัสพอเข้ามาในห้องของนิลกาฬได้ผมก็หันไปยกมือไหว้ขอบคุณเจ้าของห้องทันที


อย่าพูดจาเหมือนประชดประชันกันแบบนั้นสิเขาหันมามองผมอย่างอ่อนใจ ร่างสูงเดินเอากระเป๋าไปวางไว้ข้างโซฟาก่อนจะเดินเลยไปทางห้องครัว


ก็ทำไงได้ ตั้งแต่มีพี่เป็นพี่รหัสผมไม่เคยได้อะไรจากพี่เลย พี่มีอะไรก็ให้คุณรัชช์หมดจนพี่มาวินที่เป็นพี่รหัสแท้ ๆ แทบไม่ได้ทำหน้าที่เลยด้วยซ้ำผมเดินตามเขาเข้าไปในห้องครัวก็พบว่าเขากำลังชงกาแฟอยู่


อย่ามาตัดพ้อน่าเขาหันมามองหน้าผมแล้วยกยิ้มนิด ๆ


ขอโทษก็แล้วกันผมเอ่ยคำขอโทษอย่างไม่จริงจังนักเพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายก็คงไม่ได้ต้องการคำขอโทษที่จริงจังจากผมนักหรอก


นี่ เมาแล้วเป็นแบบนี้เหรอ?” คิ้วเข้มเลิกสูงขึ้นเชิงถาม นิลกาฬส่งแก้วกาแฟที่ชงเสร็จแล้วมาให้ผม


แบบนี้น่ะแบบไหน?” รับแก้วมาแล้วมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความสงสัย คิ้วกระตุกนิด ๆ เมื่อคิดได้ว่าผมต้องโดนอีกฝ่ายว่าอะไรออกมาอีกแน่ ๆ


เหมือนเด็กงอแงเขาพูดแค่นั้นแล้วก็หันไปชงกาแฟให้ตัวเองบ้าง


ขนลุกชะมัดเบ้หน้าอย่างไม่ชอบใจนักแล้วยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ ผมที่เป็นผู้ชายสูงร้อยแปดสิบกับคำว่างอแงนี่มันไม่น่าจะไปด้วยกันได้เลยนะ โคตรไม่เข้ากันเลย


หึ ไปอาบน้ำ ฉันไม่ให้นายนอนเตียงแน่ ๆ ถ้ายังไม่ได้อาบน้ำน่ะอีกฝ่ายหัวเราะเบา ๆ คล้ายชอบอกชอบใจกับคำพูดของตัวเองก่อนจะยกกาแฟที่ชงเสร็จแล้วขึ้นดื่ม


ถ้าอย่างนั้นก็ขอเสื้อผ้าด้วยครับว่าพร้อมแบมือไปตรงหน้าพร้อมกระดิกนิ้วนิด ๆ นิลกาฬพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องนอนของเขาแล้วออกมาพร้อมเสื้อผ้าและผ้าขนหนู


อะ นายก็ตัวพอ ๆ กับฉันน่าจะใส่ได้นะเขาส่งเสื้อผ้ากับผ้าขนหนูมาให้พร้อมกวาดสายตามองผมเล็กน้อย


“Thanks” ผมรับมาถือไว้ ผมกับเขาสูงพอ ๆ กัน อีกฝ่ายอาจสูงกว่านิดหน่อย แต่เรื่องขนาดตัวผมผอมกว่า นิลกาฬตัวหนากว่าผมพอสมควร ก็อย่างว่าเขามันนักกีฬา ส่วนผมแค่กิน ๆ นอน ๆ กับสร้างเรื่องไปวัน ๆ เท่านั้นแหละ


หลังจากดื่มกาแฟจนหมดแก้วแล้วผมก็พาตัวเองเข้าไปอาบน้ำให้ห้องน้ำที่อยู่มุมด้านใน ส่วนนิลกาฬเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำที่อยู่ในห้องนอน ใช้เวลาไม่นานผมก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ พอเดินออกมาก็ไม่เห็นเจ้าของห้อง ผมเลยลองเดินเข้าไปดูในห้องนอน แล้วก็พบนิลกาฬยืนอยู่ที่ระเบียงหน้าห้อง ผมเลยเดินเข้าไปหาเขา


พี่สูบด้วยเหรอ?” พอเดินมาถึงแล้วก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจที่เห็นบุหรี่อยู่ในมือของอีกฝ่าย


หืม? อืมนิลกาฬที่เพิ่งจะรู้ตัวว่าผมยืนอยู่ข้าง ๆ หันมามองงง ๆ ก่อนจะขานรับเบา ๆ


เครียดอะไร?” ผมหันหลังพิงระเบียงแล้วมองหน้าเขาด้วยความสงสัย ใบหน้าหล่อมีแววตึงเครียดเล็กน้อย ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้มีสีหน้าแบบนี้


เปล่านี่ แค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเขาปฏิเสธแล้วยกบุหรี่ขึ้นสูบต่อ


คิดถึงคุณรัชช์เหรอ?” ผมลองเดาเล่น ๆ ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่ตัวเองเดาออกไปมันจะถูกหรอกนะ แต่ทั้งผมและเขาก็ไม่ได้แตกต่างกัน ผมเลยคิดว่าที่สีหน้าเขาเป็นแบบนี้ก็เพราะกำลังคิดถึงใครบางคนอยู่


แล้วนายไม่คิดถึงหรือไง?” เขาย้อนถามกลับมาด้วยท่าทางเรียบนิ่ง นิลกาฬแทบจะไม่แสดงออกเลยว่าเขากำลังอกหักอยู่ เขาเก็บอารมณ์ได้ดี หากไม่รู้ เขาก็เหมือนคนทั่วไป ใช้ชีวิตปกติ เหมือนคนไม่ได้มีเรื่องอะไรในใจ แต่ความจริงแล้วอดีตของเขาน่าสงสารมากเลยล่ะ ก็อย่างที่บอก ในความสัมพันธ์ของทั้งสามคน นิลกาฬคือคนที่น่าสงสารมากที่สุด เขาไม่ใช่คนที่ถูกเลือก แถมยังเริ่มต้นใหม่กับใครไม่ได้อีกด้วย


คิดถึงสิ คิดถึงมากด้วยผมมองหน้าเขาพักหนึ่งก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า วันนี้ท้องฟ้ามืดจนมองไม่เห็นดวงจันทร์เลย คงเหมือนนิลกาฬที่อยู่ในความสัมพันธ์ที่มืดสนิท จะเดินต่อก็มองไม่เห็นทาง จะถอยหลังกลับก็ไม่ได้อีก


ทั้งที่อยู่ใกล้กันแท้ ๆ แต่กลับรู้สึกห่างไกลกันเขาพูดโดยที่สายตาเหม่อลอยมองออกไปข้างหน้า


ผมเห็นใจพี่นะ แต่คงช่วยอะไรไม่ได้ผมเลื่อนสายตามาสบตากับเขานิ่ง ๆ ใช่ว่าผมจะตอกย้ำให้เขาเจ็บช้ำเสียเมื่อไหร่กัน แต่ผมสงสารเขาจริง ๆ ตัวผมยังไม่น่าสงสารเท่าเขาเลย


ให้นายจัดการเรื่องความรู้สึกของตัวเองก่อนดีกว่าเขาดับบุหรี่ทิ้งก่อนจะหันมามองหน้าผมด้วยสายตาที่ดูเหนือกว่า


คำพูดคำจาพี่นี่เจ็บดีจริง ๆผมแค่นยิ้มออกมา นิลกาฬนี่ร้ายกาจจริง ๆ เขาสามารถฆ่าคนได้ด้วยคำพูด


ปากคอเราะร้ายใช่เล่น


ช่วยไม่ได้ นายอยากหาเรื่องก่อนเองเขาไหวไหล่เหมือนไม่แคร์ ผมก็เพิ่งรู้ว่าพี่รหัสผมเป็นคนที่กวนประสาทและน่าโมโหได้มากขนาดนี้ ปกติเขาก็ไม่ได้เป็นแบบนี้หรอกนะ ก่อนหน้านี้เราก็คุยกันดี แต่พอเป็นเรื่องคุณรัชช์ เราเองก็เขม่นกันเองอยู่หน่อย ๆ


ผมไปนอนดีกว่า เถียงกับพี่ก็ไม่ชนะหรอกผมเบ้หน้าอย่างขัดใจ ให้เถียงกับผู้ชายคนนี้ก็มีแต่จะแพ้ อย่าได้หลงกับใบหน้าหล่อ ๆ ลุคคุณชายแสนดีของเขาเชียวล่ะ นิลกาฬไม่ใช่เทพบุตร เขาน่ะร้ายกว่านั้นเยอะมาก


นอนที่เตียงก็ได้เขาบอกในขณะที่ผมกำลังก้าวขาเดินกลับเข้าไปในห้องนอน


ครับ~” ผมตอบรับเสียงยานคางแล้วเดินไปยังเตียงนอน ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เวลาผมมานอนที่นี่คุณพี่รหัสก็ให้ผมนอนที่เตียงตลอด ยกเว้นแค่ตอนเมาไม่ได้สติแล้วไม่อาบน้ำอาบท่าให้ดี ก็อย่างนี้แหละ เขารักสะอาด ถึงจะใจดีให้นอนด้วยได้แต่ก็ต้องมีข้อแม้นั่นแหละ







 

09.00 AM


ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนเช้า หันมองนาฬิกาก็เห็นว่าเก้าโมงแล้ว แต่ผมก็ตื่นในเวลานี้แทบทุกวันที่ไม่มีเรียนนั่นแหละ หันมองใครอีกคนที่นอนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเตียงก็เห็นนิลกาฬยังคงหลับอยู่ สงสัยใช่ไหมว่าทำไมผมไม่เรียกเขาว่าพี่เหมือนตอนพูดคุยกับเขา ถึงผมจะให้เกียรติและค่อนข้างเกรงใจเขาในฐานะพี่รหัส แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมอยากเคารพเขาจริง ๆ สักหน่อย นิลกาฬก็ทำผมไว้แสบมาก ตอนที่เขามองออกว่าผมชอบคุณรัชช์น่ะ เวลาเขามาหาคุณรัชช์ทีไรเขาก็จะแสดงท่าทีสนิทสนมให้ผมเห็นชัด ๆ เหมือนจะตอกย้ำว่าผมกับเขามันคนละชั้นกัน


เป็นคนที่น่าโมโหจริง ๆ นั่นแหละ


ผมลุกขึ้นจากเตียงเดินไปหยิบบุหรี่กับไฟแช็คในกระเป๋ากางเกงยีนตัวเมื่อคืนแล้วเดินออกไปที่หน้าระเบียงห้องนอน อากาศในตอนเช้าเย็นนิด ๆ มันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาได้หน่อย หลังจากที่ผ่านวันอันน่าเจ็บปวดมา ผมก็คิดได้ว่าไม่ควรจะดื่มเหล้าเมาแบบนี้อีก


ปวดหัวชะมัดเลย


เชนระหว่างที่คิดอะไรเพลิน ๆ อยู่นั้น เสียงเรียกชื่อผมก็ดังขึ้น


ครับ?” ผมหันไปขานรับคนที่เรียกชื่อผมงง ๆ


แต่เช้าเลยเหรอ?” เขาพยักพเยิดหน้ามาทางบุหรี่ที่อยู่ในมือของผมก่อนจะเดินออกมายืนข้าง ๆ


ติดนิดหน่อยครับผมบอกไปตามความจริง ผมติดบุหรี่และผมต้องสูบมันทุกเช้า ความจริงผมก็พยายามลดมันอยู่เพราะคุณรัชช์ไม่ชอบกลิ่นบุหรี่ ถ้ามีเรียนเช้าผมก็จะพยายามไม่สูบมันเพื่อที่คุณรัชช์จะได้ไม่ได้กลิ่น ก็พยายามทำมาสักพักแล้ว แต่พอเป็นวันที่ไม่มีเรียนผมก็อดที่จะหยิบมันขึ้นมาสูบไม่ได้


แต่เมื่อวานไม่เห็นสูบอีกฝ่ายว่าอย่างแปลกใจ


ผมสูบตั้งแต่ก่อนเข้าร้านแล้วผมยกยิ้มบาง ๆ ก่อนจะยกบุหรี่ขึ้นมาสูบต่อ ผมรู้ว่าสูบบุหรี่มันไม่ได้เท่ แต่ผมชอบอารมณ์ตอนสูบมัน ระหว่างสูบจะมีช่วงเวลาหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าหัวสมองโล่ง โปร่งสบาย ผมชอบความรู้สึกในตอนนั้นนะ


ระวังจะเป็นมะเร็งปอดอีกฝ่ายยืนพิงระเบียงแหงนหน้ามองท้องฟ้าเหมือนกับที่ผมทำในเมื่อคืน ท่าเดียวกันเป๊ะเลย เหมือนเดจาวู


บอกตัวพี่เองเถอะผมพ่นควันให้ลอยขึ้นไปในอากาศ มองตามควันจนมันสลายหายไปจนหมด


ถ้าความรู้สึกของผมเป็นเหมือนควันนี่ก็คงดีสิ


ถ้ามันสามารถสลายหายไปได้ ผมก็คงไม่ต้องเจ็บปวดเหมือนอย่างในตอนนี้


มีเรียนไหม?” นิลกาฬไม่ได้ถือสากับสิ่งที่ผมพูดเขาพาเปลี่ยนเรื่องอย่างหน้าตาเฉย


ไม่มีครับผมตอบโดยที่สายตายังมองเหม่อไปบนท้องฟ้า ไม่รู้ว่าวันหยุดแบบนี้คุณรัชช์จะตื่นหรือยัง แต่เขาเป็นคนตื่นเช้า ป่านนี้ก็น่าจะตื่นแล้วล่ะ


ไปหาอะไรกินกันอีกฝ่ายเอ่ยชวนออกมาพร้อมกับยื่นมือมาแย่งบุหรี่ของผมไปดับแล้วโยนทิ้งลงถังขยะไป


เข้าห้างนะ ข้างนอกมันร้อนผมไม่ได้ว่าอะไรกับสิ่งที่นิลกาฬทำ ถึงจะขัดใจเล็ก ๆ แต่ก็ช่างมันเถอะ


อืมเขาพยักหน้ารับแล้วเดินกลับเข้าไปในห้อง


ผมยืนรับลมอีกสักพักก็เดินตามเขาเข้าไป นิลกาฬเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ผมเลยมานอนเล่นโทรศัพท์ระหว่างรออีกฝ่าบอาบน้ำ ผมไม่มีเสื้อผ้า ยังไงก็ต้องรอให้เขามาหาเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ เสื้อผ้าผมชุดเมื่อคืนยังไม่ได้ซักเลย ถ้าจะให้ใส่ซ้ำมันก็ดูจะซกมกสกปรกเกินไป รออยู่สักพักใหญ่นิลกาฬก็เดินเปือยอกออกมาจากห้องน้ำ ผมขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายอย่างขัดใจ ทำไมหุ่นผมไม่หนาแบบเขาบ้างนะ ถึงจะสูงแต่ผมก็ออกจะผอมไปสักหน่อย


หรือผมต้องไปเล่นกล้ามและสร้างซิกแพค?


เอาไว้ให้ผมมีซิกแพคเห็นชัด ๆ แบบเขาแล้วจะมาเดินอวดบ้าง


มองพอเห็นผมมองอยู่นิลกาฬก็เดินเข้ามาหา เอาหุ่นหนา ๆ มาอวดใกล้ ๆ สายตาของผม


ขอเสื้อผ้าหน่อยผมละสายตาจากหน้าท้องแกร่งขึ้นมามองใบหน้าหล่อเหลาที่มีหยดน้ำจากเส้นผมสีน้ำตาลเข้มไหลลงมาเกาะทั่วใบหน้า


เบ้าหน้าพระราชทานจริง ๆ พระเจ้าคงรักเขามากสินะ


อืมเขาขานรับเบา ๆ ในลำคอแล้วเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า


ผมลอบมองแผ่นหลังของอีกฝ่ายแล้วก็ได้แต่คิดในใจว่าพระเจ้าไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย


นิลกาฬเรียกได้ว่าเป็นคนที่เพอร์เฟคทั้งหน้าตา ฐานะ การศึกษา ส่วนเรื่องนิสัย ถ้าตัดความร้ายเงียบออกไปเขาก็ถือว่าเป็นคนที่น่าคบหามาก ๆ คนหนึ่งเลยล่ะ เขาหาเสื้อผ้าให้ผมอยู่แปบหนึ่งก่อนจะเดินเอามาให้ ผมผงกหัวขอบคุณแล้วเดินไปหยิบผ้าขนหนูเข้าไปในห้องน้ำ

 





กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวกันเสร็จก็กินเวลาไปเป็นชั่วโมง กว่าจะได้ออกจากห้องแล้วเดินทางมาถึงห้างก็รวม ๆ แล้วใช้เวลาไปทั้งหมดเกือบสองชั่วโมง จากตอนแรกที่ยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ แต่ตอนนี้หิวมาก ๆ แล้ว พอมาถึงเราก็ไม่ต้องเสียเวลาเลือกร้านเลย เหมือนมันเป็นความเคยชินที่พอมาห้างทีไรก็ต้องเดินเข้าร้านอาหารเกาหลี ซึ่งนิลกาฬก็มีอาการไม่ต่างกัน


ผมเคยมากินร้านนี้กับคุณรัชช์ด้วยหลังสั่งอาหารเสร็จผมก็พูดขึ้นมาพลางมองไปรอบ ๆ ร้าน ผมเข้าร้านนี้บ่อย เวลามากินข้าวกับคุณรัชช์


รัชช์ชอบอาหารเกาหลีนิลกาฬพยักหน้ารับเบา ๆ ดูเหมือนว่าเขาเองก็น่าจะมาร้านนี้บ่อยดูได้จากการสั่งอาหารเมื่อกี้นี้ คล่องเชียว


ก็เขาเป็นลูกครึ่งนี่ครับคุณรัชช์เป็นลูกครึ่งไทย-เกาหลี และเขาก็ชอบอาหารเกาหลีมาก ๆ


แล้วนายล่ะ? ยอมกินมันเพราะรัชช์ชอบใช่ไหม?” อีกฝ่ายถามในสิ่งที่น่าจะรู้ดีอยู่แล้ว ผมว่าเขาก็คงไม่ต่างจากผมหรอก ถึงคุณรัชช์จะไม่เคยบังคับหรือเรียกร้องจะเอาอะไร แต่พวกเรามักตามใจเขาเสมอ เลือกในสิ่งที่คิดว่าเขาน่าจะชอบ ทำเพื่อเอาใจเขาและอยากเห็นเขามีความสุข แม้มันจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยอย่างแค่การกินอาหารที่เขาชอบก็ตาม


ผมเกลียดอาหารเกาหลี แต่พอรู้ว่าคุณรัชช์ชอบ ผมก็ต้องยอมกินมันผมไม่ชอบอาหารเกาหลีที่มันดูแหยะ ๆ เหมือนอ้วกหมา(ขอโทษหากพูดแรงไป) ก็ผมไม่ชอบมันจริง ๆ นี่ แต่ที่ตลกร้ายกว่าการทนกินอาหารที่ไม่ชอบเพื่อคนที่ชอบก็คือการที่ผมเคยชินกับร้านนี้จนเผลอเดินเข้ามาเองหน้าตาเฉย


ฝืนใจน่าดูเขาว่าพร้อมทำหน้าทำตาเห็นอกเห็นใจผม แต่ดูยังไงก็ปลอม โคตรปลอมเลย


ถ้าเพื่อคนที่เรารัก ไม่ว่าอะไรก็ทำให้ได้ทั้งนั้นผมว่าพลางจับหลอดคนน้ำในแก้วไปมาอย่างเหม่อลอย ถึงผมจะเกลียดอาหารเกาหลีมากแค่ไหน แต่ถ้าคุณรัชช์อยากกิน ผมก็จะทำเป็นว่าชอบกินมันและนั่งกินได้อย่างมีความสุข ความจริงแล้วสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขไม่ใช่อาหารแต่เป็นคนที่นั่งกินข้าวด้วยกันต่างหาก


น้ำเน่าดีนิลกาฬพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะกรีดยิ้มร้าย ๆ ที่มุมปาก


อย่าขัดคอน่าผมตีหน้าเซ็ง กำลังเข้าซีนอารมณ์เลย จะขัดทำไมก็ไม่รู้ เกือบได้ซีนดราม่าระดับท็อปแล้ว


นายชอบรัชช์มากเลยเหรอ?” เขาเท้าคางมองหน้าผมนิ่ง ๆ มือข้างหนึ่งก็ยกขึ้นจับหลอดคนน้ำในแก้วเล่นเหมือนผม


ผมสังเกตมาหลายทีแล้วว่านิลกาฬมีนิสัยบางอย่างที่คล้ายคลึงกับผมเลย


ผมรักคุณรัชช์ผมตอบออกไปตามตรง ผมไม่ได้แค่ชอบคุณรัชช์ แต่ผมรักเขาเลยล่ะ เริ่มแรกมันอาจเป็นเพียงแค่ความชอบ แต่ ณ ปัจจุบันนี้ผมรักเขา รักเขามาตลอดตั้งแต่ปีหนึ่ง จนตอนนี้ก็ปีสามแล้ว ผมก็ยังรู้สึกเหมือนเดิม ยังรักไม่เคยเปลี่ยน


แล้วคนอกหักสองคนจะมาคุยเรื่องความรักกันทำไม?” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันคล้ายกับว่ากำลังสงสัยสิ่งที่พูดอยู่เป็นอย่างมาก


ผมกับพี่ก็คงเหมือนกันแค่เรื่องนี้แหละ คือรักคุณรัชช์และอกหักเหมือนกันผมไหวไหล่เบา ๆ ก็ไม่รู้หรอกว่าเราจะมาพูดเรื่องนี้กันทำไม แต่พอคิดย้อนกลับไปแล้ว ก็เพราะเรื่องความรักนี่ไม่ใช่เหรอที่ทำให้เราสนิทกันมากกว่าเดิมเพียงชั่วข้ามคืนน่ะ


คนอกหักสองคนมาเจอกัน มันก็ดูจะเข้าใจกันง่ายดี


คำพูดนายก็เจ็บดีนะนิลกาฬแค่นยิ้มออกมาก่อนจะหัวเราะฝืด ๆ


ชีวิตแม่งดราม่าว่ะ


เราจะออกจากความรู้สึกแบบนี้กันได้ยังไง?” ผมมองหน้าอีกฝ่ายแล้วก็ตั้งคำถามขึ้นมา หลังจากที่นิลกาฬตั้งคำถามก่อนหน้านี้ไว้ ผมก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ เพราะเราอกหัก เราถึงได้มาอยู่ด้วยกัน แต่แล้วเมื่อไหร่ล่ะที่เราจะสามารถตัดใจและทำใจได้


ซึ่งมันไม่ง่ายเลย


ถามฉัน ฉันก็ไม่มีคำตอบให้หรอกนะ เพราะฉันก็ไม่เคยออกจากความรู้สึกนี้เลยจนมาถึงตอนนี้นิลกาฬชะงักไปนิดก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ ผมมองหน้าเขาแล้วก็ได้แต่คิด แสนดีอย่างนิลกาฬยังไม่ถูกเลือกแต่คนที่ถูกเลือกดันเป็นคนมีประวัติด่างพร้อย ส่วนผมนี่ไม่มีหวังตั้งแต่เริ่มแล้ว


บางทีผมก็เหนื่อยที่จะวิ่งตามนะ ยิ่งตอนนี้ที่คุณรัชช์คบกับมารุต ผมยิ่งท้อใจและเหนื่อยมากไม่ใช่ว่าผมจะดันทุรังที่จะอยู่ในจุดนี้ แต่ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าต้องทำยังไงถึงจะตัดใจและทำใจได้ ผมหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้เลย เราเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน เจอหน้ากันแทบทุกวัน คุณรัชช์ยังคงแสนดีเหมือนเดิม และผมก็แพ้สิ่งที่เป็นเขา มีวิธีไหนที่จะทำให้ผมไม่เผลอใจไปกับเขาอีกเวลาที่เราอยู่ใกล้กัน ถ้าตัดใจมันง่ายเหมือนตัดกระดาษก็คงดี


เราเดินไปต่อไม่ได้แล้วเชน เราต้องถอยหลังแล้วเดินออกมาดวงตาคู่คมมองสบกับผมนิ่ง แววตาสะท้อนออกมาถึงความจริงจังและความเจ็บปวดผสมปนเปกันไปหมด


ผมก็อยากทำแบบนั้น แต่ผมก็ทำไม่ได้ ผมไม่รู้ว่าจะออกจากสิ่งที่เป็นอยู่นี้ได้ยังไง?” ตรงไหนล่ะคือทางออก เหมือนผมวิ่งวนอยู่ในเขาวงกต หากเปรียบเทียบแล้วความรู้สึกของผมที่มีให้คุณรัชช์คงไม่ต่างจากทางในเขาวงกต มันมากมายและพัวพันกันไปหมด ผมไม่รู้ว่าตรงไหนคือทางออก เพราะเดินไปทางไหนก็เจอแต่ทางตันทั้งนั้น


ฉันกับนายก็ไม่ต่างกันหรอก เอาอย่างนี้ไหม? ถ้านายอยากไปดื่มเหล้าก็โทรหาฉัน คนอกหักมาเจอกันน่าจะเข้าใจกันได้ดีกว่ารอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา มันยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้ชายอบอุ่นอ่อนโยนของเขาเข้าไปอีก


ก็ได้ เอาไว้ถ้าวันไหนผมเฮิร์ทขึ้นมาอีก ผมจะโทรเรียกพี่มาดื่มเหล้าด้วยกันผมไม่ปฏิเสธคำเชิญชวนนั้น อย่างน้อยไปกินเหล้าสองคนก็ดีกว่าคนเดียว ถ้าผมเมาก็ยังมีคนหิ้วกลับ หรือไม่แน่ผมอาจต้องเป็นฝ่ายหิ้วเขา


แต่รู้อะไรไหม? เวลาคนเราอ่อนแอน่ะ เขาก็ต้องการแค่ใครสักคนที่ยืนอยู่เคียงข้างเพียงเท่านั้น ไม่ต้องพูดไม่ต้องปลอบ แค่อยู่ด้วยกันก็พอแล้ว


สำหรับผมในตอนนี้ การมีนิลกาฬอยู่ด้วยก็ไม่ใช่เรื่องแย่เท่าไหร่นัก เผลอ ๆ มันอาจจะดีกว่าที่คิดไว้ก็ได้

 





ขอบคุณที่เลี้ยงข้าวและมาส่งนะครับหลังจากที่จบจากมื้อเช้ารวบเที่ยงที่เป็นอาหารเกาหลี ผมกับนิลกาฬก็ตัดสินใจกลับกันเลย เขาเลี้ยงข้าวผม แถมยังขับรถมาส่งถึงที่หน้าคอนโดฯ อีกด้วย


ใจดีจริง ๆ


เอาเถอะ ยังไงฉันก็เป็นพี่รหัสนาย ให้ฉันได้ทำหน้าที่พี่รหัสบ้างก็แล้วกันดูท่านิลกาฬเองก็คงจะติดใจกับเรื่องที่ไม่ได้ดูแลผมในฐานะน้องรหัสเลย พอมาตอนนี้เขาก็พยายามที่จะดูแลและช่วยเหลืออย่างเต็มที่


ถ้าพี่อยากทำหน้าที่พี่รหัส เดี๋ยวผมให้พี่ทำเต็มที่เลยผมว่าพร้อมยักคิ้วข้างเดียวกวน ๆ ส่งไปให้เขา ผมคิดอะไรดี ๆ ออกแล้วล่ะ


เอาสิ ฉันรวยนะเขาพูดเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ แต่ผมโคตรหมั่นไส้คำพูดคำจาเขาชะมัดเลย


หล่อให้ห้ามั่นหน้าให้สิบ


ถ้าอย่างนั้นก็เลี้ยงข้าวผมทุกวันสิพูดจบก็ยกยิ้มมุมปากด้วยท่าทีที่เหนือกว่า คิดว่ารอบนี้ผมต้องชนะอีกฝ่ายแน่


“ได้ ไม่มีปัญหาแต่กลับผิดคาด เขาตอบรับทันทีแบบไม่ต้องหยุดคิดเลย


เฮ้ย! ผมล้อเล่นแล้วก็เป็นผมเองที่ต้องถอยทัพกลับมา ดูท่าผมคงจะเล่นผิดคนซะแล้ว กะว่าจะพูดแกล้งเขาเฉย ๆ แต่เขากลับจริงจังเสียอย่างนั้น


แต่ฉันพูดจริงเขาว่าพร้อมจ้องหน้าผมนิ่ง ๆ


จะบ้าเหรอพี่ เลี้ยงทุกวันเดี๋ยวก็หมดตัวหรอกผมส่ายหน้าพรืด เลี้ยงตัวเองยังเปลืองเลย ถ้าต้องเลี้ยงคนอื่นด้วยนี่คงจนกันพอดี


ไม่เป็นไร ก็บอกแล้วว่าฉันรวย แค่เลี้ยงข้าวน้องรหัสทำไมจะทำไม่ได้เขาว่าด้วยท่าทีที่เหนือกว่า ริมฝีปากหยักยกยิ้มกวน ๆ ส่งมาให้


ขี้โม้ชะมัดผมกลอกตาไปมา ย้ำจริงว่ารวยเนี่ย พูดมากดีนักเดี๋ยวจะทำให้หมดตัวเลย


เดี๋ยวก็รู้ว่าโม้หรือไม่โม้เขายักคิ้วข้างเดียวส่งมาอย่างอย่างท้าทาย


ได้ แล้วผมจะคอยดูผมไม่ปฏิเสธเหมือนครั้งแรก


แล้วมาดูกันว่าใครจะแน่กว่ากัน ระหว่างผมกับเงินในกระเป๋านิลกาฬ ขอพิสูจน์หน่อยเถอะว่ารวยแค่ไหน

 







เช้าวันต่อมา


Rrrrr~


เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ที่ผมได้ยินไม่บ่อยนักดังลั่นไปทั่วห้อง ขยับมือไปคลำหาโทรศัพท์โดยที่ตายังไม่ลืมขึ้นมอง ยื่นมือไปควานหาตามเสียงแล้วก็เจอโทรศัพท์เจ้าปัญหาที่ส่งเสียงดังน่ารำคาญไม่ยอมหยุด


ฮัลโหลผมรับสายเสียงยานคางแบบงัวเงียขั้นสุด


(“ตื่น ไปกินข้าวกัน”) เสียงทุ้มนุ่มมีเอกลักษณ์ที่ดังมาตามสายทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่าใครเป็นคนโทรมา


จะใครล่ะ ก็พี่รหัสผมไง


6 โมงครึ่ง! ตอนนี้เนี่ยนะ?” ผมหันมองดูนาฬิกาดิจิตอลที่อยู่ข้างหัวเตียงแล้วก็ถึงกับตกใจ


มันไม่เช้าไปหน่อยเหรอ?


(“ข้าวเช้าไง”) อีกฝ่ายตอบกลับมาเหมือนว่ามันเป็นเรื่องปกติ ปกติที่ไหนกันล่ะ ผมไม่เคยกินข้าวเช้าขนาดนี้เลยนะ


พี่ไปกินเถอะ ผมไม่กินอยากนอน ทำไมเขาต้องมาปลุกผมในเวลานี้ด้วยนะ


หกโมงเช้ากับนายคเชนทร์ เช้ามาก เช้าไป ผมไม่สู้


(“ไม่ได้ ฉันมารอหน้าคอนโดฯ นายแล้ว รีบล้างหน้าแล้วลงมา”) อีกฝ่ายว่าเสียงเข้ม ทั้งน้ำเสียงและรูปประโยคมันบังคับกันชัด ๆ ให้ตายเถอะ ขอความยุติธรรมให้ผมด้วย


ผมบอกเหรอว่าผมจะไปกับพี่?” เราไม่ได้นัดกันไว้เสียหน่อย แล้วเขาจะมาพูดเองเออเองแบบนี้ได้ยังไง


(“ฉันทำหน้าที่พี่รหัสอยู่นะ”) เขาย้ำเสียงดังฟังชัด ทำเอาผมเผลอกลอกตามองบนด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ


นี่สินะนิสัยที่แท้จริงของคนที่ใคร ๆ ต่างก็พากันเรียกว่าเทพบุตร นี่มันมารร้ายชัด ๆ


เหมือนพี่แกล้งผมเลยผมบ่นพลางงัดตัวเองลุกขึ้นมานั่งบนเตียง อ้าปากหาวไปที ง่วงชะมัดเลย


(“10 นาที ถ้ายังไม่ลงมาฉันจะขึ้นไปตามเอง”) เขาว่าเสียงดุ


พี่ขึ้นมาไม่ได้หรอก จะเข้ามาได้ก็ต้องมีคีย์การ์ด ซึ่งเขาไม่มี


(“แน่ใจเหรอ?”) อีกฝ่ายย้อนถามกลับเสียงนิ่ง


โอเค ๆ เดี๋ยวผมลงไปผมรีบรับคำแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำอย่างไว คนอย่างนิลกาฬผมว่าเขาทำจริงแน่ ถึงจะไม่รู้ว่าเขาจะขึ้นมาได้ยังไงแต่ผมก็ไม่ขอเสี่ยงดีกว่า ผู้ชายคนนี้น่ากลัวจะตาย






หลังจากที่รีบล้างหน้าแปรงฟันแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ปาไปเกือบสิบนาทีแล้ว กว่าจะลงลิฟต์มาได้ผมก็เตรียมนับเวลาถอยหลังเลย พอประตูลิฟต์เปิดปุ๊บผมก็รีบวิ่งออกมาหารถของนิลกาฬทันที และเมื่อผมขึ้นมาอยู่บนรถผมก็เห็นว่าอีกฝ่ายนั่งชิลล์กดโทรศัพท์ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร คงมีแต่ผมที่เป็นบ้าไปเอง


พี่แกล้งผมใช่ไหม?” ถามเขาเสียงหอบ ผมอุตส่าห์รีบวิ่งมา แต่เขากลับนั่งสบายใจเฉิบ นี่มันแกล้งกันชัด ๆ


คิดมากไปหรือเปล่า?” เขาหันมามองผมยิ้ม ๆ ก่อนจะหันไปจับพวงมาลัยถอยรถออกจากที่จอดรถ


พี่ควรจะบอกผมล่วงหน้าไม่ใช่อยากมาก็มาแบบนี้ นี่ผมยังไม่ทันได้อาบน้ำเลยนะแค่ 10 นาทีจะไปทำอะไรทัน นี่ผมแปรงฟันทันก็บุญแล้ว จากชั้นที่ผมอยู่ลงมาถึงข้างล่างก็ใช้เวลาไปตั้งกี่นาทีแล้ว ลิฟต์นะครับไม่ใช่เทเลพอร์ตจะได้วาร์ปได้ เขาจงใจแกล้งผม แล้วผมก็ดันประสาทเสียบ้าจี้ทำตามที่เขาสั่ง น่าโมโหตัวเองจริง ๆ เลย


เอาไว้วันหลังฉันจะบอกนายก่อนก็แล้วกัน เขาหันมายกยิ้มที่มุมปากให้ผม ดูยังไงมันก็กวนกันชัด ๆ


ยังจะมีวันหลังอีกเหรอ?” ผมร้องถามเสียงหลง แค่เช้านี้ผมก็หาวไปจะสิบรอบแล้ว ผมยังต้องแหกขี้ตาตื่นมากินข้าวเช้ากับเขาในวันถัดไปอีกเหรอ?


ก็นายพูดเองนี่ว่าจะให้ฉันเลี้ยงข้าวทุกวัน อีกฝ่ายว่ายิ้ม ๆ เขาเหล่ตามามองผมแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับไปตั้งใจขับรถต่อเหมือนเดิม


ถ้าอย่างนั้นขอเป็นมื้ออื่นไม่ได้เหรอ ทำไมต้องมื้อเช้า คนเรากินข้าวสามมื้อต่อวัน แล้วมันจำเป็นไหมที่เขาจะต้องมาเลี้ยงข้าวผมเฉพาะมื้อเช้าน่ะ?


เพราะฉันพอใจ หลังจากที่คำตอบนี้หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปผมก็แทบจะเอาหัวโขกกับขอบประตูรถ


นี่พี่กวนผมอยู่ใช่ไหม?” เอาหยาบ ๆ เลยนะ นี่แบบโคตรกวนตีนเลย ใครก็ได้ช่วยมาเอาผมออกไปจากตรงนี้ที


คิดมากน่า ฉันจะไปทำอย่างนั้นทำไม?” คำพูดดูดี แต่ปากอมยิ้มขำนี่คืออะไร?  ก็รู้จักกันมานานแล้วแต่ก็ไม่เคยเจอนิลกาฬในมุมนี้ ผมไม่แน่ใจว่าแฟนเก่าของเขาอย่างคุณรัชช์จะเคยเจอเขาในโหมดนี้หรือเปล่า แต่ผมบอกได้เลยว่าไม่อยากเจอเขาอีกไม่ว่าจะในมุมไหนหรือโหมดไหนก็ตาม


อยากลาออกจากการเป็นน้องรหัส


เรากำลังจะไปไหน?” ผมแสร้งเมินท่าทีก่อนหน้านี้ของนิลกาฬแล้วทำเป็นเปลี่ยนเรื่องแทน หันมองออกไปนอกรถก็เห็นว่าตรงนี้เริ่มออกไปไกลจากคอนโดฯ ผมมากแล้ว


กินโจ๊กเขาตอบกลับมาสั้น ๆ โดยที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ถนนเบื้องหน้า


โจ๊ก? ทำไมต้องไปไกล แถวคอนโดฯ ผมก็มีนะ ผมขมวดคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ แถวคอนโดฯ ผมมีร้านโจ๊กตั้งหลายร้าน หลายสูตรหลายที่มีเต็มไปหมด พอใจร้านไหนก็เลือกเข้าร้านนั้น ปกติผมก็กินร้านหน้าปากทางเข้าคอนโดฯ เพราะร้านอยู่ใกล้สุด แต่จริง ๆ ผมก็ไม่ได้กินบ่อยนัก เพราะตื่นมาไม่ค่อยทันเขาขายหรอก กว่าจะตื่นเขาก็ขายหมดเก็บร้านไปแล้ว มื้อเช้าของผมเลยเป็นอะไรง่าย ๆ อย่างนมกับขนมปัง หรือไม่ก็ข้าวร้านในโรงอาหารที่มหาลัย ซึ่งถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ผมก็ไม่ค่อยอยากกินมันสักเท่าไหร่


พาไปร้านประจำเขาว่าแค่นั้นแล้วก็เงียบไป


คนเราจำเป็นต้องประหยัดคำพูดแค่ไหน?


เออ แล้วแต่พี่เถอะ ขอไม่เถียงไม่พูดต่อก็แล้วกัน อยากพาไปไหนก็ไป ยังไงผมก็มีหน้าที่แค่นั่งอย่างเดียวอยู่แล้ว









-------------------------------------------------------------------







คู่นี้เขาก็จิกกัดกันเบา ๆ เนอะ

ไม่ดราม่าหรอกเชื่อเราสิ

คู่นี้น่ารักนะ เชื่อเรา เชื่อเรา

เม้นเถอะอยากอ่าน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 94 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

144 ความคิดเห็น

  1. #108 Feum23 (@Feum23) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 20:26
    น่ารักกกก ชอบความมาอยู่ด้วยกันบ่อยๆแบบงงๆ แต่ก็ดันกลายเป็นคนที่อยู่เป็นเพื่อนในเวลาที่ไม่มีใครไปแล้วงี้ 555555 แล้วก็ชอบนิลกาฬมากเลยแง ดูเป็นคนมีเสน่ห์จัง
    #108
    0
  2. #101 earthtone (@wiztershy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 01:27
    แงงง เจ้าเชนคือเด็กน้อยไปเลยตอนอยู่กับพี่นิลล ต้าวน้องงงง
    #101
    0
  3. #38 lina2123 (@lina2123) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 22:52
    อ่านซ้ำกรอบระหว่างรอไรท์มาต่อ สนุกมากจริงๆหยุดอ่านไม่ได้
    #38
    0
  4. #7 Anelta (@Anelta) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 21:38
    ชอบบบบค่ะะะะ
    #7
    0
  5. #6 Suni-Waew (@Suni-Waew) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 16:55
    รอความน่ารักค่า
    #6
    0
  6. #5 Thingyib (@Thingyib) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 10:28

    เราชอบบบ สนุกก ปูเสื่อรอตอนต่อไปปนะคะไรท์
    #5
    0
  7. #4 Anelta (@Anelta) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 09:32

    น่ารักดีค่ะไรท์​ มาอัปต่อบ่อยๆนะคะ​ รออ่านอยู่นะ
    #4
    0