คนอกหัก [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S]

ตอนที่ 13 : -Twelve-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 923
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 113 ครั้ง
    31 ม.ค. 63



-Twelve-



KACHAIN PART :


 ทำไมมาเช้าจัง?” เสียงทุ้มหวานที่เอ่ยทักจากทางด้านหลังทำให้ผมต้องละสายตาจากหนังสือประมวลกฎหมายขึ้นมามองหน้าอีกฝ่าย


ก็มารอคุณรัชช์ไงผมพูดแล้วก็ยกยิ้มกว้างจนตาหยี


ไม่ต้องมาหยอดเลยอีกฝ่ายทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ ผมแล้วหันมาทำหน้าดุอย่างไม่จริงจังนัก


คิดถึงคุณรัชช์จังผมว่าแล้วแกล้งเอนหัวไปซบที่บ่าเล็ก


ฟ้องมารุตนะถึงจะพูดแบบนั้นแต่เขาก็ไม่ได้ผลักหัวผมออก ก็เพราะเขารู้ไงว่าผมเป็นเพียงเพื่อนคนหนึ่งของเขา เรื่องที่ผมชอบเขาตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ แต่ชอบในแบบที่ชื่นชม ยกขึ้นไว้บนหิ้งบูชาเช้า - เย็น เป็นสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่ต้องเทิดทูน


คุณรัชช์ติดแฟน ไม่ยอมไปเที่ยวกับเพื่อนเลยนะผมผละตัวออกพร้อมหัวเราะในลำคอเบา ๆ คุณรัชช์นี่น่ารักจริง ๆ มีขู่จะฟ้องแฟนตัวเองด้วยนะ ถ้าต่อยกันจริง ๆ ผมน่าจะแพ้ ไอ้เด็กเถื่อนนั่นสูงกว่าผมแถมยังตัวหนากว่าอีก หุ่นคล้าย ๆ นิลกาฬเลย


อ่า ผมเผลอคิดถึงเขาอีกแล้ว


ทั้งที่ย้ำเตือนกับตัวเองเสมอว่าให้หยุดคิดเรื่องของเขาได้แล้วแต่ผมก็มักเผลอตัวไปทุกที ราวกับว่านิลกาฬวนเวียนอยู่ในความคิดของผมตลอดเวลา และดูเหมือนว่าผมจะอาการหนักกว่าตอนที่ชอบคุณรัชช์เสียอีก ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมมันเป็นแบบนี้ แต่ผมไม่สามารถตัดนิลกาฬออกจากความคิดได้ คงเป็นเพราะนิลกาฬเป็นเหมือนที่พึ่งสุดท้ายที่ผมมีล่ะมั้ง ผมมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้ก็เพราะนิลกาฬ และผมก็กำลังจะกลับไปไร้ชีวิตชีวาเหมือนเดิมก็เพราะนิลกาฬเช่นกัน เขาเป็นเหมือนตัวแปรสำคัญในชีวิตผม พอไม่มีนิลกาฬแล้วชีวิตผมมันดูว่างเปล่ามาก


เราเปล่าคุณรัชช์เถียงกลับหน้าแดงก่ำ ดูก็รู้ว่าเขิน


เปล่าอะไร เดี๋ยวนี้ไม่กินข้าวกับเพื่อนแล้วนะเมื่อก่อนเวลาเลิกเรียนแล้วก็จะกินข้าวด้วยกันก่อนกลับตลอด แต่พอมีมารุตเข้ามาก็ไม่ได้นั่งกินข้าวกับเพื่อนแล้ว เพราะต้องไปกินข้าวกับแฟนตลอด ไอ้เด็กมารุตนั่นก็ทำตัวเหมือนเหาฉลาม ถ้าย้ายคณะได้มันคงทำไปแล้วล่ะมั้ง


อย่าเอาเรื่องจริงมาพูดเล่นสิ เชนเสียงหวานใสดังขึ้นก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะคิกคักชอบอกชอบใจ


กรินคนถูกล้อหันไปตีหน้าดุใส่เพื่อนตัวเล็กทันที


อะไร ก็เรื่องจริงทั้งนั้นกรินไหวไหล่เบา ๆ ก่อนจะหันมาแท็กมือกับผม ทำมาเป็นว่าคนอื่น ตัวเองก็ติดคุณคู่หมั้นเหมือนกันนั่นแหละ เลิกเรียนแล้วต้องรีบไปหาคุณหมอปัถย์ทันที ไม่มีเวลามานั่งกินข้าวกับเพื่อนเหมือนอย่างเคย คนโสดอย่างผมกับไทม์ก็นั่งเหงาเฉากันต่อไป


พรุ่งนี้จะไปกินข้าวด้วยคนดีของทุกคนเม้มปากแน่นเหมือนจะเขินไม่น้อยที่ถูกเพื่อนล้อแบบนั้น


พูดแล้วนะ ถ้าเบี้ยวพวกเราจะโกรธไทม์รีบชิงพูดก่อนใครเพื่อน แต่ผมกับกรินก็เห็นด้วยกับคำพูดของไทม์นะ


ไทม์จะโกรธเราลงเหรอ?” คุณรัชช์หันไปช้อนตาขึ้นมองไทม์โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวว่าสีหน้าและท่าทางแบบนั้นมันดูขี้อ้อนมากขนาดไหน


ไม่ต้องมามองแบบนั้นเลยไทม์ชะงักเสียอาการไปนิดแต่ก็แกล้งทำหน้าดุเหมือนว่าท่าทางของอีกฝ่ายนั้นใช้ไม่ได้ผลกับตัวเอง


เราสัญญา พรุ่งนี้เลิกแล้วไปกินข้าวกันคุณรัชช์ก็ยังคงเป็นคุณรัชช์ เป็นคนดีของทุกคนและเป็นคนที่น่ารักเสมอ


ไม่ต้องพกแฟนไปนะผมแกล้งพูดดักคอ ผมกับมารุตไม่ค่อยถูกกันสักเท่าไหร่ จริง ๆ ต้องบอกว่ามารุตมันไม่ถูกกับใครเลย ยิ่งมันเป็นแฟนคุณรัชช์ คนยิ่งเกลียดมันเพิ่มมากขึ้น ตอนนี้มารุตมันมีศัตรูเกินครึ่งมหาลัยได้แล้วมั้ง


รู้แล้วน่าปากเล็กขยับขึ้นลงอย่างน่ามันเขี้ยว เพราะคุณรัชช์เป็นแบบนี้ไง เขาถึงได้เป็นขวัญใจของใครต่อใครหลายคน ใคร ๆ ต่างก็ชื่นชอบชื่นชมเขา ไม่แปลกหรอกที่มารุตจะถูกคนเกินครึ่งมหาลัยเขม่นน่ะ

 





หลังจบคลาสบ่ายคุณรัชช์กับกรินก็ขอแยกตัวกลับไปก่อนเหมือนอย่างทุกที เหลือคนโสดสองคนที่แห้งเหี่ยวอยู่ตรงนี้ ผมกับไทม์นั่งเล่นกันอยู่ในห้องเรียนสักพักก็พากันเดินออกมาเพื่อเตรียมกลับ


มึงเห็นหน้าคุณรัชช์ตอนนั้นไหม? โคตรอ้อนระหว่างเดินลงบันไดจากชั้น 5 ไทม์ก็พูดเรื่องเมื่อเช้าขึ้นมา ตึกนี้มีแค่ 6 ชั้น และแน่นอนว่ามีลิฟต์ แต่พวกเราไม่ใช้กันครับ ช่วยชาติประหยัดพลังงาน แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย เปล่าหรอก พอดีกดลิฟต์ลงแล้วลิฟต์ที่มาจากชั้น 6 มันเต็มทุกรอบเลยต้องเดินลงเอา


มึงทำได้แค่มองเท่านั้นแหละผมหันไปกรีดยิ้มร้ายให้กับเพื่อนสนิท


อย่าหาว่ากวนตีนเลย จริง ๆ ก็กวนตีนนั่นแหละ


ตอกย้ำเพื่อ?” ไอ้ไทม์หันมาถลึงตาดุ ๆ ใส่ แล้วคิดว่าผมกลัวมันไหม?


กลัวตายล่ะ


เตือนสติต่างหากผมไหวไหล่เบา ๆ ผมไม่ได้ตอกย้ำเพื่อนสักหน่อย ผมแค่พูดเตือนสติเฉย ๆ ผมกลัวว่ามันจะหลงละเมออยู่ในโลกความฝันของตัวเองจนลืมไปว่าความจริงนั้นมันเจ็บปวดแค่ไหน


กวนตีนมันมองผมด้วยสายตาขุ่นเคือง


มึงจะไปไหนหรือเปล่า?” ผมพาเปลี่ยนเรื่อง เดี๋ยวแหย่มันมาก ๆ แล้วมันหันมาต่อย


อยากกลับไปนอนดูหน้าก็รู้แล้วว่ามันง่วงขนาดไหน ชีวิตมันมีแต่นอนกับนอน อยู่ในคลาสมันก็หลับ ผมก็ไม่เข้าใจว่ามันสอบผ่านมาได้ยังไง แต่มันก็ผ่านมาจนถึงปีสามได้ ก็นับว่ามันเอาตัวรอดได้เก่ง


ถ้าอย่างนั้นแยกกันตรงนี้วันนี้ผมกับไทม์เอารถมาคนละคัน เพราะผมออกมาก่อน เมื่อเช้าไทม์มันตื่นสายนิดหน่อย มันกลัวมาไม่ทันเลยให้ผมออกมาก่อน


เออ เจอกันพรุ่งนี้ไทม์พยักหน้าแล้วโบกมือให้ ผมกับไทม์เดินแยกกันไปคนละทาง เพราะจอดรถกันคนละที่ ผมจอดด้านหน้าตึก ส่วนไทม์จอดด้านหลังตึก


เชนจังหวะที่กำลังจะก้าวพ้นเขตตัวตึกคณะก็มีเสียงของใครบางคนเรียกผมไว้


พี่นิลผมหันมองอีกฝ่ายแล้วก็อดจะตกใจไม่ได้ เมื่อวานเพิ่งคิดไปเองว่ายังไงก็คงต้องเจอเขาในสักวัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะเจอกันเร็วขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ก็ใช่ว่าจะเดินสวนกันในคณะบ่อยหรอกนะ เรียกว่าแทบไม่เจอกันเลยจะดีกว่า แต่พอมาตอนนี้ที่ไม่อยากจะเจอกลับเจอกันเสียได้


จะกลับแล้วเหรอ?” นิลกาฬเดินเข้ามาหาผม เขาถามพร้อมยกยิ้มบาง ๆ แต่แววตาของเขากลับหม่นแสงยังไงชอบกล


อ่า ครับผมตอบรับเสียงแผ่ว พอเจอหน้ากันตรง ๆ แบบนี้ผมก็รู้สึกพูดอะไรไม่ออก ผมไม่กล้าสู้หน้าอีกฝ่ายเลย


ไปเล่นบาสฯ กันเขาว่าผมยื่นมือมาจับเข้าที่ข้อมือของผม


ครับ?” ผมผงะถอยด้วยความตกใจ แต่นิลกาฬก็ยังคงจับข้อมือผมไว้อยู่


ถ้านายบอกว่าไม่ได้หลบหน้าฉัน ฉันก็จะเชื่อ แต่นายต้องทำให้ฉันเห็นก่อน ว่าไม่ได้หลบหน้ากันจริง ๆเขาพูดพร้อมมองสบตากับผมนิ่ง ๆ สีหน้าและแววตาของอีกฝ่ายดูจริงจังจนผมทำตัวไม่ถูก


ผม…” อยากจะพูดปฏิเสธออกไป แต่พอถูกจ้องมองมาก ๆ เข้าผมก็พูดไม่ออก


ว่าไง?” เขาถามย้ำอีกครั้งพร้อมบีบมือที่จับข้อมือผมอยู่เบา ๆ


ผมจะไปเล่นบาสฯ กับพี่ผมกลั้นใจตอบออกไป ผมไม่อยากให้นิลกาฬคิดว่าผมหลบหน้าเขา ถึงแม้ผมจะทำอย่างนั้นจริง ๆ ก็เถอะ


เจอกันที่สนามกลางแจ้งเขาบอกแต่ก็ยังไม่ปล่อยมือออกจากข้อมือของผม


ครับผมรับคำแล้วหลุบตาลงต่ำมองที่ข้อมือของตัวเอง นัยน์ตาสีเข้มก้มมองตามสายตาของผมก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยมือออกช้า ๆ ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับนิลกาฬอีกครั้งก่อนจะเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีแล้วเดินแยกออกไปที่รถของตัวเองก่อน


ผมไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย


ผมขึ้นมานั่งบนรถแล้วขับนำอีกฝ่ายไปที่สนามบาสฯ กลางแจ้งก่อน รถของนิลกาฬขับตามมาติด ๆ พอมาถึงสนามผมก็เห็นมีรถจอดอยู่หลายคัน ทั้งรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ พอจอดรถเสร็จ รถของนิลกาฬก็ขับมาจอดเทียบข้างรถผม ยืนรออีกฝ่ายอยู่แปบหนึ่งนิลกาฬก็ลงมาจาดรถ


พี่ดูว่างนะผมเอ่ยขึ้นเมื่อนิลกาฬเดินเข้ามาหา


ก็ไม่นี่เขามองหน้าผมแล้วไหวไหล่เบา ๆ ผมลอบถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นท่าทีไม่ทุกข์ร้อนของอีกฝ่าย นิลกาฬทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่เขาก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าระหว่างเรามันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว


พี่คบกับพี่แองจี้เหรอ?” ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมถามออกไปอย่างนั้น อยู่ดี ๆ ก็มีความกล้าขึ้นมาทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่อยากจะรับรู้เรื่องของเขาเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ต้องยอมรับว่าลึก ๆ แล้วผมก็อยากรู้ เพียงแค่ผมไม่กล้าที่จะฟังและยอมรับความจริงก็เพียงเท่านั้น


ทำไมคิดอย่างนั้น?” นิลกาฬที่เดินอยู่ข้าง ๆ หยุดขาที่กำลังจะก้าวไปข้างหน้า เขาหันมามองหน้าผมด้วยสายตาที่เคร่งเครียด


ก็เมื่อวานพี่อยู่ด้วยกันที่ห้างผมแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไร ชวนคุยเหมือนมันเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป ผมพยายามที่จะไม่ทำให้มันกลายเป็นเรื่องจริงจังหรือดูหยอกล้อเกินไป ผมก็แค่อยากรู้ แต่ไม่ได้ต้องการคาดคั้นเขา


แค่อยู่ด้วยกันก็คิดว่าคบกันแล้วเหรอ? ถ้าอย่างนั้นก่อนหน้านี้ที่ฉันอยู่กับนายบ่อย ๆ ก็แสดงว่าฉันคบกับนายสิขายาวก้าวมาดักข้างหน้าผม นิลกาฬยกมือขึ้นกอดอกมองมาที่ผมด้วยสายตาเรียบนิ่ง แต่น้ำเสียงกลับแฝงความไม่พอใจอะไรบางอย่าง


ไม่ใช่สักหน่อยผมรีบสวนกลับทันควัน เราไม่ได้คบกันสักหน่อย อย่ามาพูดจาชวนให้คิดได้ไหม หัวใจผมยิ่งทำงานหนักขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองเป็นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่


บ้าชะมัดเลย!


แต่พอมาคิดในอีกมุมคือเขาต้องการจะสื่อว่าไม่ได้คบกับแองจี้ และไม่ได้คบกับผมด้วย ใช่ไหมนะ?


ผมคิดอะไรไม่ออกเลย พอเจอหน้านิลกาฬสมองมันก็โล่งขึ้นมาทันที


ก็เมื่อกี้นายพูดเอง…” แต่นิลกาฬก็ร้องแย้งพาให้ผมคิดหนักอีกรอบ


ช่างเถอะ ถ้าพี่ไม่อยากบอกผมก็ไม่เป็นไรผมบอกปัดแกล้งทำเป็นไม่อยากรู้และไม่สนใจ ทำท่าจะเดินหลบเข้าไปในสนามบาสฯ


ฉันไม่ได้คบกับแองจี้แต่นิลกาฬก็ขยับมาขวางทาง เขามองสบตากับผมด้วยสายตาที่จริงจังและหนักแน่ หัวใจของผมเต้นระรัวเร็วเมื่อได้ยินคำตอบที่ตัวเองคาดหวัง ครับ ยอมรับก็ได้ว่าผมคาดหวังที่จะให้คำตอบออกมาเป็นแบบนี้ อยากได้ยินจากปากของนิลกาฬเองว่าพวกเขาไม่ได้คบกันจริง ๆ และตอนนี้ผมก็ดีใจมาก ๆ ที่ได้ยินอย่างนี้


เหรอแต่ผมก็ไม่ได้แสดงสีหน้าหรือท่าทีอะไรออกไป สำหรับนิลกาฬแล้วผมคือรุ่นน้องของเขา เป็นเพียงแค่น้องรหัส ไม่ได้เป็นอะไรที่มากไปกว่านั้น


พวกมึงจะยืนจีบกันอีกนานไหม?” เสียงตะโกนที่ดังมาจากในสนามบาสฯ ทำเอาทั้งผมและนิลกาฬต่างชะงักกันไปทั้งคู่ พวกเรามองหน้ากันด้วยความตกใจก่อนจะเบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน


พี่เวย์ผมหันมองค้อนใส่คนที่ตะโกนผ่ามากลางวงแล้วเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย นิลกาฬเดินตามหลังผมมาติด ๆ และมันติดจนผมสงสัยว่าจำเป็นไหมที่ต้องใกล้กันขนาดนี้


ไงไอ้น้องพี่ริวร้องทักอย่างเป็นกันเอง


สวัสดีครับผมยกมือไหว้รุ่นพี่ร่วมคณะที่พอจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่ ที่อยู่กันตรงนี้ก็คนรู้จักกันทั้งนั้น พี่ริว พี่เวย์ พี่ซัน พี่อิม


มา ๆ เล่นแข่งกัน แต่กูขอน้องรหัสมึงนะพี่ซันว่าพร้อมยกแขนขึ้นกอดคอผมแล้วออกแรงลากให้เข้าไปหาเขาเบา ๆ พี่ซันเป็นหนึ่งในสมาชิกทีมบาสฯ ของคณะ แต่การแข่งกีฬาครั้งล่าสุดเขาไม่ได้ลงแข่งด้วยเพราะแขนหัก ได้ยินคนเขาพูดกันว่าทะเลาะกับแฟน ผมก็ไม่รู้ว่าเขาทะเลาะกันยังไงจนแขนหักได้ เพิ่งจะถอดเฝือกออกเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานี่เอง ผมกับพี่ซันรู้จักกันดีอยู่แล้วตั้งแต่ช่วงรับน้อง และเพื่อนของเขาอีกคนคือพี่อิม สองคนนี้เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับมาวิน ผมเคารพใครก็เรียกคนนั้นพี่ ส่วนที่ไม่ได้เรียกก็แปลว่าไม่ได้เคารพนั่นแหละ


เออ แยกทีมเลย กู ซัน เชนพี่ริวว่าพร้อมยกแขนขึ้นกอดคอผมแล้วหันไปแท็กมือกับพี่ซันเหมือนถูกใจอะไรบางอย่าง


เหลือกู นิล อิมพี่เวย์พูดแล้วหันไปมองหน้านิลกาฬและไล่มาที่พี่อิม


กูไม่อยากได้ไอ้อิม!” พี่เวย์โวยวายเสียงดังพร้อมชี้ไปที่พี่อิมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พี่ซัน


กวนตีนแล้วพี่เวย์ก็โดนพี่อิมยกขาขึ้นเตะก้นเบา ๆ


มึงแพ้กูแน่นิลกาฬพี่ซันว่าพร้อมกระตุกยิ้มที่มุมปากเหมือนพวกตัวโกงในหนัง


กูไม่เคยแพ้มึงนะซันนิลกาฬตวัดสายตามองหน้าพี่ซันด้วยแววตาที่เรียบนิ่ง แต่ท่าทางที่แสดงออกกลับดูอวดดียังไงก็ไม่รู้


มาวัดกันเลยพี่ซันหัวเราะเบา ๆ เหมือนเดาไว้อยู่แล้วว่านิลกาฬจะต้องตอบแบบนี้


ได้นิลกาฬรับคำท้าอย่างไม่เกรงกลัว เขาพยักหน้ารับคำนิ่ง ๆ แล้วเดินออกไปรวมตัวกับทีมของตัวเอง


ผมกับพี่ริวและพี่ซันหันมาปรึกษากันว่าจะเล่นยังไงให้ชนะนิลกาฬ คนที่น่ากลัวที่สุดของทีมนั้นคือนิลกาฬที่เป็นกัปตันทีมบาสฯ ของคณะเรา อีกฝ่ายมีทักษะที่ยอดเยี่ยมและไหวพริบที่ดีเลิศ จริง ๆ มันควรจะเป็นแค่เกมบาสฯ ที่เล่นกันเรียกเหงื่อเพียงเท่านั้น แต่เพราะมีการท้าทายกันของนักบาสฯ จากทั้งสองทีมเกมนี้เลยดูดุเดือดกว่าที่คิด พี่ัซันเล่นอย่างเอาเป็นเอาตายมาก เขาตามประกบนิลกาฬไม่ให้ห่างเลย คอยกันไม่ให้นิลกาฬได้รับลูก ส่วนพี่เวย์ก็ตามมาประกบผมไม่ให้เข้าไปรับช่วงต่อจากพี่ริวได้ง่าย ๆ จากเกมกีฬาที่เรียกเหงื่อกลายเป็นเกมที่สู้กันด้วยศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย อันนี้พี่ซันพูดนะครับ เขาบอกว่าจะไม่ยอมแพ้นิลกาฬง่าย ๆ เขาจะต้องเอาชนะอีกฝ่ายให้ได้(สักครั้ง) ผมกับพี่ริวก็ไม่อยากขัดอะไร ก็เล่นเต็มเท่าที่พวกเราจะเล่นได้ จริง ๆ ก็อยากบอกให้พี่ซันชวนนิลกาฬไปเล่นกันเองแค่สองคนมันจะได้ไม่เดือดร้อนพวกเราที่เหลือ แต่ก็นั่นแหละครับ ปล่อยเขาไปเถอะ


เชน!” เสียงร้องเรียกของนิลกาฬดังขึ้นเมื่อผมเข้าไปแย่งลูกบาสฯ จากพี่เวย์แต่ถูกอีกฝ่ายกระแทกจนหงายหลังจะล้มลงไปอยู่ที่พื้น แต่ทุกอย่างก็หยุดนิ่งเมื่อนิลกาฬคว้าตัวผมเอาไว้ได้ทัน


ขอบคุณผมพึมพำเสียงแผ่วแล้วขยับออกมายืนห่าง ๆ เมื่อกี้เราอยู่ใกล้กันมาก มากจนผมกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวเร็วของผม


นิลกาฬเป็นอันตรายต่อหัวใจผมจริง ๆ


เราเล่นบาสฯ กันเป็นเวลาชั่วโมงกว่า ๆ แล้วถึงหยุดเพราะแต่ละคนเริ่มเหนื่อยกันแล้ว นอกจากนิลกาฬและพี่ซันแล้วพวกเราทุกคนก็เหนื่อยหอบกันหนักมาก ดูก็รู้ว่าแต่ละคนไม่ค่อยได้ออกกำลังกายกันเลย แต่เกมนี้เหมือนจะมีคนสนุกกันอยู่แค่สองคน นั่นก็คือสองนักบาสฯ จากทีมของคณะ


ทำไมไม่ไปเล่นกันเองวะ?

 





เฮ้อ เหนื่อยว่ะพี่อิมว่าเสียงหอบแล้วทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวยาวที่เราเอาของวางไว้


มึงอ้วนแล้วอิมพี่ริวเดินเข้าไปบีบต้นแขนของพี่อิมแล้วยกยิ้มกวน ๆ


เสือกคนถูกทักว่าอ้วนตวัดตามองเคือง ๆ พี่อิมเป็นผู้ชายที่หุ่นสมส่วน แต่แก้มเยอะเลยดูเหมือนเป็นคนอวบ ๆ หน่อย พี่อิมก็ไม่ได้อ้วนหรอก แต่พี่ริวผอมแห้งเองมากกว่า


ขนาดมึงมีไอ้อิมยังชนะพวกกูอีกนะพี่ซันขมวดคิ้วหน้าตาดูซีเรียส


พูดเหมือนกูเป็นตัวถ่วงพี่อิมที่กระดกขวดน้ำขึ้นดื่มอยู่ชะงักหันมาขมวดคิ้วใส่เพื่อนสนิทของตัวเอง


ก็เข้าใจถูกแล้วพี่ซันพยักหน้าเบา ๆ


ไอ้ซัน ไอ้เลว กูเพื่อนมึงนะพี่อิมร้องโวยหยิบเอาผ้าขนหนูที่เพิ่งเช็ดหน้าตัวเองไปเมื่อกี้มาปาใส่หน้าพี่ซัน และใช่ พี่ซันหลบไม่ทัน เลยโดนหน้าไปเต็ม ๆ


แล้วไงพี่ซันไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองหรือถือสากับการกระทำของเพื่อนสนิท เขาไหวไหล่ทำหน้าทำตากวนประสาทจนเกือบจะโดนพี่อิมปาขวดน้ำใส่ ดีที่ผมคว้าไว้ทันไม่อย่างนั้นพี่ซันหน้าแหกแน่ ผมพอจะเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมพี่ซันถึงแขนหัก


หิวว่ะพี่เวย์ที่เก็บของอยู่หันมาพูดเบา ๆ


หาอะไรกินกันแล้วพี่ริวก็เอ่ยชวนพวกเราทันที


อาหารตามสั่งหน้าหอ B อร่อยนะพี่อิมรีบเสนอขึ้นมาทันที


เออ ไปกินกันพี่ซันหันมามองหน้าผม ผมเลยหันไปมองนิลกาฬอย่างขอความเห็น


ไปสิเขาบอกออกมาแบบนั้น ผมเลยพยักหน้ารับเบา ๆ แล้วพวกเราทั้งหกคนก็เดินออกมาขึ้นรถของตัวเองแล้วขับไปร้านอาหารตามสั่งที่อยู่หน้าหอพักซอยข้าง ๆ นี้


มาถึงร้านต่างคนก็ต่างสั่งอาหารของตัวเองด้วยความหิวโหย ผมไม่รู้จะกินอะไรเลยสั่งตามนิลกาฬไป อีกฝ่ายหันมามองหน้าผมแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ปากไม่พูดแต่สายตามองล้อเลียนผมอยู่ ให้ตายสิ กวนประสาทกันหรือไง?


อร่อยจริงพออาหารยกมาเสิร์ฟทุกคนก็รีบกินข้าวของตัวเองทันที กินกันเหมือนกลัวใครแย่ง ความหิวโหยนี่น่ากลัวจริง ๆ เลยนะครับ


ในโรงอาหารสู้ไม่ได้เลยพี่เวย์ว่าขึ้นมา


อันนั้นกินกันตายของแท้พี่อิมเสริม ซึ่งพวกเราทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย


เลือกไม่ได้ ไม่มีอะไรก็ต้องกินจริงครับ อารมณ์แบบหิว ๆ กินอะไรก็อร่อยหมดแหละ แล้วร้านข้าวมีตั้งหลายร้านแต่ไม่อร่อยสักร้าน เพราะแบบนี้ไงนักศึกษาถึงได้ชอบพากันออกมากินข้าวข้างนอก


เออ นิล อาทิตย์หน้ามึงต้องไปค่ายอาสาใช่ไหม?” พี่ซันที่นั่งกินข้าวอยู่ฝั่งตรงข้ามนิลกาฬเอ่ยถามขึ้นมา


อืม เดินทางเช้าวันศุกร์นิลกาฬพยักหน้าเบา ๆ กลุ่มเราค่อนข้างได้รับความสนใจจากโต๊ะรอบข้างเป็นพิเศษ ทั้งผู้หญิงผู้ชายหันมามองพวกเราเหมือนเห็นสิ่งแปลกประหลาด ความจริงที่นั่งอยู่นี่ก็คนดังกันทั้งนั้น แค่นิลกาฬกับพี่ซันก็เรียกสายตาคนได้เยอะแยะแล้ว


มีใครได้ลงชื่อไว้ไหม?” พี่อิมถามพร้อมมองหน้าพวกเรารอบวง


กูกับไอ้เวย์พี่ริวว่าพร้อมยักคิ้วข้างเดียวกวน ๆ


นี่มึงหลอกเพื่อนไปลงชื่อเหรอ?” พี่อิมเบ้หน้าใส่พี่ริวก่อนจะหันไปคุยกับนิลกาฬที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผม


พวกกูสมัครใจไปเอง คนดีก็อย่างนี้แหละพี่เวย์ว่ายิ้ม ๆ ทำท่ายืดหน่อย ๆ


มันรู้ว่าถ้าไอ้นิลไป สาว ๆ จะไปกันเยอะแต่ก็ถูกพี่ริวพูดขัดขึ้นมาเสียก่อน นี่มันแฉเพื่อนนี่ เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด หักหน้ากันชัด ๆ


คิดบาปอีกแล้วพี่อิมกลอกตามองบนใส่อย่างเอือมระอา


แล้วมึงได้ลงชื่อไว้หรือเปล่า?” พี่ซันหันมาพยักพเยิดหน้าถามผม


ลงครับผมพยักหน้ารับเบา ๆ


โดนไอ้นิลหลอกไปล่ะสิพี่ซันว่ายิ้ม ๆ สองคนนี้เขาสนิทกันนะครับ จริง ๆ ทั้งพี่ซันและพี่อิมก็สนิทกับกลุ่มของนิลกาฬนั่นแหละครับ มีแต่พี่มาวินเท่านั้นที่ไม่กินเส้นกับนิลกาฬ ก็นิลกาฬคือรักแรกของแฟนเขานี่ พี่มาวินเลยไม่ชอบขี้หน้านิลกาฬสักเท่าไหร่


การชวนไม่ได้เรียกว่าหลอกนะนิลกาฬหันมามองหน้าผมก่อนจะหันไปว่าพี่ซันเสียงดุ


แล้วมึงไปกันกี่โมง?” พี่ซันหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้กลัวกับคำตำหนินั้น


รถออกตีห้าครึ่งนิลกาฬตอบกลับมาหน้านิ่ง ๆ


เช้ามากพี่ริวเบิกตากว้างเผลอปล่อยช้อนตกลงจานข้าวด้วยความตกใจ


กูอยากเปลี่ยนใจไม่ไปแล้วพี่เวย์เบ้หน้าออกมาทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น


ไม่ทันละแต่ก็ถูกพี่อิมดักทางเอาไว้


เออ ไปก็ได้ ซ่อมแซมโรงเรียน กูคงได้บุญเยอะพี่เวย์ทำหน้ายุ่งยกมือขึ้นขยี้หัวตัวเองแรง ๆ


โคตรพลาดเลยว่ะ


คนบาปแบบมึงไปทำอะไรแบบนี้ก็ดีนะ จะได้ลดความเหี้ยลงบ้างแล้วก็ถูกพี่ริวสวนกลับด้วยรอยยิ้มเหยียดที่มุมปาก หันมาเล่นกันเองแล้วครับ


ไอ้ริว กูเพื่อนมึงนะพี่เวย์ตีโต๊ะเสียงดังแล้วหันไปจ้องหน้าเพื่อนสนิทของตัวเองตาเขม็ง


ก็เพื่อนไง ถึงรู้สันดานพี่ริวก็จ้องหน้าพี่เวย์กลับอย่างไม่ยอมแพ้


ไอ้เวรพอเถียงต่อไม่ได้พี่เวย์ก็ขยับปากด่าพี่ริวแบบไม่มีเสียง ทันทีที่พี่ริวอ่านคำด่าจากปากของพี่เวย์ออก ฝ่ามือเรียวก็ยกขึ้นตบหัวเพื่อนตัวเองอย่างแรงทันที


โอ๊ย!” พี่เวย์ร้องเสียงหลง หน้าแทบทิ่มลงไปในชามสุกี้ พวกเราหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อสองเพื่อนสนิทวางมือจากการกินข้าวแล้วหันมาตีกันเอง


ผมยกยิ้มขำ ๆ แต่พอหันมาเจอนิลกาฬที่นั่งมองหน้าผมอยู่ก็ชะงักนิ่งค้างไป อีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไร เขาทำเพียงแค่มองหน้าผมอยู่อย่างนั้นจนเป็นผมเองที่เบือนหน้าหนีไม่กล้าสบตาด้วย









-------------------------------------------------------------------





คเชนทร์ นายตึงใส่พี่นิลอะ

กด 99 เป็นกำลังใจให้นายนิลกาฬด้วยนะคะ

นิยายฟีลกู๊ดเนอะ มันก็จะค่อยเป็นค่อยไป แล้วมันจะเริ่มกู๊ดขึ้นเรื่อย ๆ

เชื่อเราสิคะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 113 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

144 ความคิดเห็น

  1. #53 porn1phan (@porn1phan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:22
    พี่นิลไม่ชัดเจนไงต้องชัดเจนกว่านี้
    #53
    0
  2. #52 lina2123 (@lina2123) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 16:28

    พี่นิลต้องทำอะไรซักอย่างแล้วน้าา//เป็นกำลังใจให้ไรท์แต่งต่อไปเรื่อยๆนะคะ
    #52
    0
  3. #51 Suni-Waew (@Suni-Waew) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 13:26
    พี่นิลจีบเล้ยยยย
    #51
    0
  4. #50 Anelta (@Anelta) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 11:04
    ไรท์​~~~~ค่ะมาอัพต่อเถอะค่ะมันค้างงงงง​

    พี่นิลรุกเลยๆๆๆๆๆๆๆๆๆ5555
    #50
    0
  5. #49 yuki5555 (@yuki352010) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 10:20
    มาแล้ววววว พี่นิลรุกเลยยย
    #49
    0