คนอกหัก [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S]

ตอนที่ 12 : -Eleven-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 937
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    25 ม.ค. 63



-Eleven-



KACHAIN PART :


เช้านี้ผมตื่นขึ้นมาเองโดยที่ไม่มีเสียงเคาะประตูห้อง เสียงกริ่งหรือแม้กระทั่งเสียงโทรศัพท์ รู้สึกใจหายแปลก ๆ พอคิดว่านับต่อจากนี้ไปผมจะกลับมาใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังเหมือนเดิม ใจผมก็วูบโหวงขึ้นมาทันที หันมองนาฬิกาดิจิตอลที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงแล้วผมก็ทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง สายตาจับจ้องอยู่ที่เพดานสีขาวว่างเปล่า มันเหมือนสมองของผมในตอนนี้ที่มันโล่งจนผมคิดอะไรไม่ออก ผมนอนอยู่อย่างนั้นนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ แต่พอรู้สึกตัวอีกทีมันก็เกือบจะแปดโมงแล้ว ผมพาตัวเองเข้ามาอาบน้ำแล้วเตรียมไปเรียน ก่อนถึงคณะผมก็แวะซื้อขนมปังในร้านสะดวกซื้อติดกระเป๋าเป้ไปด้วย แต่ก่อนขึ้นห้องเรียนผมต้องเดินไปที่โรงอาหารก่อน


พี่นิลผมเรียกคนตัวสูงที่นั่งหันหลังให้ผมอยู่ แม้จะเห็นไกล ๆ แต่ผมก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นนิลกาฬ


ทำไมมาช้า?” เขาหันมาขมวดคิ้วมองผมนิด ๆ


ผมตื่นสายนิดหน่อยผมโกหกออกไป ผมไม่ได้ตื่นสาย แต่ผมไม่อยากเจอเขา ไม่อยากกินข้าวหรืออยู่ใกล้ ๆ เขาอีกแล้ว


แล้วจะกินข้าวทันเหรอ?” นิลกาฬถอนหายใจออกมาเบา ๆ คล้ายกับโล่งใจอะไรบางอย่าง


ผมแวะซื้อขนมปังมาแล้ว คงไปกินบนห้องเรียนผมแสร้งทำมองนาฬิกาแล้วตบกระเป๋าเป้ของตัวเองเบา ๆ


จะอยู่ท้องเหรอ?” เขามองอย่างไม่ชอบใจ แววตาดูจะขุ่นมัวเล็กน้อย


ก็พอได้ครับเอาจริง ๆ ผมก็กินอะไรไม่ค่อยลงหรอก กินแค่นี้ผมก็อิ่มแล้ว


เอานี่ไปด้วยสิ ฉันซื้อมาเผื่อเขาบอกพร้อมหันไปหยิบขวดนมช็อกโกแลตที่ตั้งอยู่บนโต๊ะมาให้ผม


ขอบคุณครับผมชะงักไปนิดที่เห็นขวดนมนี่ เขาจำได้ว่าผมชอบกินมัน


นิลกาฬใส่ใจผมขนาดนี้เลยเหรอ?


วันนี้ฉันจะได้เลี้ยงข้าวนายไหม?” อีกฝ่ายว่าพร้อมระบายยิ้มบางออกมา แต่มันดูเป็นยิ้มที่ฝืน ๆ ยังไงก็ไม่รู้ แววตาของนิลกาฬหม่นแสงลง เหมือนเขามีเรื่องอะไรในใจ


แค่นมนี่ก็พอแล้วครับผมชูขวดนมขึ้นมาแล้วยกยิ้มให้เขาถึงแม้ว่าในตอนนี้ผมจะยิ้มไม่ค่อยออกแต่ผมก็จะยิ้มให้เขา เพื่อไม่ให้เขาต้องคิดมาก


ไปขึ้นเรียนเถอะ เดี๋ยวสายเขาพยักหน้าเบา ๆ นัยน์ตาคู่คมมีความคิดบางอย่างซุกซ่อนอยู่ ซึ่งผมไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่


ครับผมยิ้มรับบาง ๆ แล้วหันหลังเดินออกจากโรงอาหารไป


ทั้งที่ทุกทีผมต้องรอเขาเสมอ จะไม่เดินนำเขาก่อน ผมจะยืนรอจนกว่าเขาจะเดินมา แต่ครั้งนี้ผมคงยืนรอเขาไม่ได้ ถ้าทางเดินที่เราเดินไปมันคนละทางกัน ผมขอเดินออกมาก่อนก็แล้วกัน เขากำลังไปได้ดีกับใครอีกคน ส่วนผมก็คงต้องกลับไปทำใจเรื่องเขาก่อน ผมคิดไว้แล้วว่าหลังจากนี้ผมจะค่อย ๆ พาตัวเองออกมาจากนิลกาฬ


ผมจะเริ่มตัดใจจากเขาแล้ว

 







Rrrrr~


เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นในเวลาเดิมทำให้ผมต้องหยุดการกระทำทุกอย่างเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย ผมไม่จำเป็นต้องมองชื่อของคนโทรเข้ามาเลยด้วยซ้ำ เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นใคร


ฮัลโหล


(“กินข้าวเช้ากัน”) เสียงทุ้มนุ่มที่ผมได้ยินอยู่ทุกวันดังมาจากปลายสาย ก็บอกแล้วไงว่าผมรู้อยู่แล้วว่าใครโทรมา


ผมออกจากห้องมาแล้วผมเดินไปที่หน้าต่างแหวกผ้าม่านออกเล็กน้อยแล้วมองลงไปที่ชั้นล่าง รถยนต์คันหรูที่ผมคุ้นตาดีจอดอยู่ที่ลานจอดรถตรงหน้าคอนโดฯ ของผม


(“แล้วอยู่ที่ไหน?”) น้ำเสียงของนิลกาฬเปลี่ยนไปเล็กน้อย


อยู่กับเพื่อนที่ร้านข้าวผมโกหกออกไป ผมยังอยู่ที่ห้อง ผมยังไม่ได้ออกไปไหน และผมไม่ได้นัดใครไว้ ผมรู้ว่านิลกาฬจะต้องมา ผมเลยเลือกที่จะโกหกออกไป


(“กินข้าวแล้วเหรอ?”) เขาเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะเอ่ยถามกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวัง


กำลังจะกินผมโกหกอีกครั้ง สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่รถยนต์คันหรู


ขอโทษนะพี่นิล


ขอโทษที่โกหก


แต่ถ้าเรายังคงทำตัวเหมือนเดิม มันจะเป็นผมเองที่ขาดนิลกาฬไม่ได้ ผมจะยอมรับการสูญเสียที่กำลังจะมาในอนาคตไม่ไหว ผมอยากเดินออกมาในตอนที่ผมยังไม่ชอบเขามากนัก เพราะถ้านานกว่านี้ผมคงไม่อยากยกเขาให้ใคร


(“อืม”) เขาตอบรับสั้น ๆ แล้วก็กดตัดสายไป


ทั้งที่มันเป็นคำตอบรับที่ผมได้ยินบ่อยที่สุดแต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่ผมจะฟังแล้วรู้สึกแย่เท่าในตอนนี้ ทำไมผมถึงได้คิดว่านิลกาฬเองก็เจ็บปวดกับการกระทำของผม ทำไมผมถึงได้รู้สึกถึงความเสียใจในคำตอบรับนั้น ผมยืนมองจนกระทั่งรถยนต์ของนิลกาฬขับเคลื่อนออกไปจากลานจอดรถหน้าคอนโดฯ ผมค่อย ๆ ทิ้งตัวลงนั่งที่พื้นด้วยความอ่อนแรง นี่แค่เริ่มตัดใจผมก็เจ็บขนาดนี้แล้ว ถ้าวันหนึ่งผมต้องลบนิลกาฬออกจากชีวิต ผมจะทนความเจ็บปวดนั้นได้เหรอ ชีวิตที่มันถูกเติมเต็มจะต้องกลับไปว่างเปล่าและเว้าแหว่งอีกครั้ง ถึงตอนนั้นผมจะยอมรับความจริงได้ไหม


ผมว่าผมรักนิลกาฬเข้าให้แล้วล่ะ

 





ใช้เวลาสักพักผมถึงจะลุกขึ้นจากพื้นแล้วเดินออกไปหยิบกระเป๋าเป้เพื่อเตรียมไปเรียน ก่อนถึงคณะผมก็แวะซื้อขนมปังกับนมช็อกโกแลตเพื่อไปกินที่ห้องเรียน ชีวิตของผมก่อนที่จะมีนิลกาฬเข้ามา มันก็เป็นแบบนี้แหละ ผมออกจากห้องตอนแปดโมง แวะร้านสะดวกซื้อ แล้วก็ขึ้นห้องเรียน ตอนเที่ยงก็ซื้อข้าวไว้สองกล่องเผื่อตอนเย็น แล้วผมก็กลับไปกินข้าวเพียงคนเดียวในห้องที่ว่างเปล่า เมื่อวานเป็นวันแรกที่ผมกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิม แต่แล้วผมก็พบว่ามันโคตรแย่เลยว่ะ


ชีวิตที่ไม่มีนิลกาฬคอยพูดบ่นพูดเตือนมันโคตรเหงาเลย


ชีวิตที่ไม่มีหนังสือประวัติศาสตร์ไว้อ่านเล่นฆ่าเวลามันโคตรว่างเปล่าเลย


ชีวิตของคเชนทร์ที่ไม่มีนิลกาฬมันโคตรเจ็บปวดเลย


แต่ผมก็ต้องอยู่ให้ได้ ในเมื่อผมเลือกที่จะเดินออกมาแล้ว ผมก็ต้องอยู่ด้วยตัวเองให้ได้ มันไม่ได้ยากเลย ก็แค่กลับมาใช้ชีวิตแบบเดิม เหมือนตอนที่นิลกาฬยังไม่เข้ามามีบทบาทในชีวิตของผมมากขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ไม่มีนิลกาฬผมก็อยู่ได้ แล้วตอนนี้ทำไมจะอยู่ไม่ได้ล่ะ


อย่าอ่อนแอนะเชน


บ้าเอ๊ย!” ผมสบถออกมาแล้วฟุบหน้าลงกับพวงมาลัย


แค่คิดถึงผมก็อยากจะร้องไห้ออกมาแล้ว


นิลกาฬมีอิทธิพลต่อผมมากจริง ๆ


ผมนั่งฟุบหน้าอยู่กับพวงมาลัยรถสักพักเพื่อจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง พอรู้สึกดีขึ้นผมก็คว้าเอากระเป๋าเป้มาสะพายแล้วลงจากรถ ผมรีบก้าวขายาว ๆ ไปที่ห้องเรียน เพราะอีกไม่กี่นาทีก็จะได้เวลาเข้าคลาสแล้ว


มึงเป็นอะไรหรือเปล่า?” ระหว่างพักเบรกสิบนาทีไทม์ที่นั่งข้าง ๆ ก็หันมามองหน้าผมนิ่ง ๆ


เปล่าผมชะงักไปนิดที่ถูกทักแบบนั้น ไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอแสดงท่าทางหรือสีหน้าแบบไหนออกไปเพื่อนถึงได้ทักแบบนี้


แต่หน้ามึงดูเครียดไทม์ส่ายหน้าเหมือนไม่เชื่อคำพูดของผม มันจ้องหน้าผมนิ่งเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่างอยู่


ปกติผมยังคงยืนกรานปฏิเสธ


เชน กูว่ามึงแปลก ๆพอผมจะหันหนีไทม์มันก็จับผมให้หันไปสบตากับมันอีกครั้ง


ยังไง?” ผมขมวดคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ ผมแปลกตรงไหน ก่อนออกจากห้องผมก็สำรวจความเรียบร้อยของตัวเองแล้วนะ ก็ดูปกติดีนี่


ปกติมึงชวนกูมาเรียนพร้อมกันที่ไหน?” มันว่าพร้อมมองหน้าผมอย่างจับผิด


แล้วมันแปลกหรือไง?” ผมยังคงท่าทีนิ่งไว้อยู่ ก่อนเข้าคลาสผมชวนไทม์มาเรียนพร้อมกันพรุ่งนี้ เพราะผมจะหาข้ออ้างไม่ไปกินข้าวเช้ากับนิลกาฬและถ้าผมมาเรียนพร้อมไทม์ผมจะได้มีข้ออ้างที่จะไม่ไปเจอนิลกาฬด้วย


ก็แปลกน่ะสิไอ้ไทม์สวนกลับมาทันที


มึงเป็นเพื่อนกู จะแปลกตรงไหนผมแสร้งขมวดคิ้วทำสีหน้าหงุดหงิดใส่มัน


โง่มาทั้งเรื่องแล้วมึงจะมาเพิ่งฉลาดอะไรตอนนี้!


อย่าเพิ่งหาซีน กูไม่มีอารมณ์


เออ แล้วแต่มึง ไม่แปลกก็ไม่แปลกเหมือนไทม์มันจะยังไม่เชื่อ แต่เพราะเห็นผมเริ่มหงุดหงิดแล้วมันเลยไม่เซ้าซี้ผมต่อ


ผมยังไม่อยากให้ไทม์มาถามอะไรมากในตอนนี้ ผมยังไม่พร้อมที่จะพูดกับใคร ยิ่งกับคุณรัชช์ผมจะให้เขารู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด เป็นไปได้ผมก็ไม่อยากให้ใครรู้เรื่องระหว่างผมกับนิลกาฬทั้งนั้นแหละ มันควรจะจบและเงียบหายไปโดยที่ไม่มีใครรับรู้

 







07.00 AM


Rrrrr~


เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้ผมต้องหยุดหันมอง แม้จะรู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นใครแต่ผมก็ยังหยุดมองมัน ผมปล่อยให้โทรศัพท์ดังอยู่อย่างนั้นแล้วมันก็เงียบหายไปก่อนจะดังขึ้นอีกครั้ง ผมทำใจแข็งต่อไม่ไหวเลยลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์มากดรับสาย


ฮัลโหลผมพยายามอย่างมากที่จะไม่ให้เสียงตัวเองสั่น แต่ผมก็ยังรู้สึกว่ามันสั่นอยู่ดี สั่นพอ ๆ กับใจของผมเลย


(“ไปกินข้าวกัน”) อีกฝ่ายเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่สดใส แค่ได้ยินเสียงเขาผมก็แทบจะร้องไห้ออกมาแล้ว ทำไมมันเจ็บขนาดนี้ ทั้งที่ผมเป็นฝ่ายเลือกเดินออกมาเองแท้ ๆ ทั้งที่มันคือการตัดสินใจของผมแต่ผมกลับรับผลของการกระทำไม่ได้


โทษทีพี่ ผมกินแล้วเป็นอีกครั้งที่ผมเลือกจะโกหกออกไป ผมไม่พร้อมที่จะเจอนิลกาฬตอนนี้ ผมมีความคิดที่ว่าถ้าสักวันหนึ่งผมไม่รู้สึกอะไรกับเขาแล้ว ผมจะกลับไปหาเขา จะเป็นเพียงแค่รุ่นน้องคนหนึ่งของเขาเพียงเท่านั้น


(“เหรอ ไม่เป็นไร”) น้ำเสียงของเขาฟังดูผิดหวังมาก นิลกาฬไม่ได้พูดอะไรต่อ เขากดวางสายไปหลังพูดจบ


ผมทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นข้างเตียง ยกขาขึ้นกอดเข่าแล้วซบหน้าลงไป ทั้งที่คิดว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองแต่ผมกลับเกลียดที่ตัวเองเป็นแบบนี้ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่นิลกาฬเดินเข้ามาอยู่ในใจของผม ยึดพื้นที่ที่มันเคยเป็นของคุณรัชช์ไปเป็นของเขาแทน ไม่รู้เลยว่าผมรักเขาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ และไม่รู้เลยว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนผมถึงจะทำใจกับเรื่องนี้ได้ การมีอยู่ของนิลกาฬไม่เหมือนกับคุณรัชช์ กับคุณรัชช์ ผมไปรักเขาเอง แต่กับนิลกาฬ เขาทำให้ผมรักเขา ผมรู้ว่ามันไม่ใช่ความผิดของเขา หากจะโทษก็โทษที่ใจผมมันอ่อนแอเอง แค่เขาดีด้วยหน่อยผมก็ตกหลุมรักเขาแล้ว ผมอาจลืมไปว่านิลกาฬก็ดีกับคนอื่นเหมือนกัน และสิ่งที่ผมจะลืมไม่ได้เลยคือการที่นิลกาฬกำลังจะเริ่มต้นใหม่กับใครสักคน และใครคนนั้นอาจเป็นแองจี้

 





ผมนั่งคิดถึงแต่เรื่องของนิลกาฬอยู่อย่างนั้นจนไทม์มากดกริ่งเรียก ผมพาร่างที่เหมือนกับไร้วิญญาณเดินออกจากห้องไปหาเพื่อนสนิท ไทม์มองหน้าผมแล้วขมวดคิ้วแน่น มันเหมือนจะอ้าปากพูดอะไรสักอย่างแต่แล้วก็เงียบไปเมื่อผมเดินผ่านหน้ามันไปที่ลิฟต์ ไทม์เดินตามมาไม่ได้พูดอะไร จนกระทั่งมาถึงที่รถ


ถ้าหน้ามันจะอมทุกข์ขนาดนั้นก็ไปขี้เถอะพอหมดเวลาเลิกเรียนไทม์มันก็หันมาว่าผมทันที


กูไม่ได้ปวดขี้ผมหันไปมองหน้ามันนิ่ง ๆ ไม่อยากต่อปากต่อคำอะไรมาก ผมไม่อยากทำอะไรเลย ความจริงอยากนอนเฉย ๆ อยู่ที่ห้องมากกว่า แต่คิดแล้วว่าอยู่คนเดียวเดี๋ยวก็คิดอะไรฟุ้งซ่านอีกเลยออกมาเรียนดีกว่า อย่างน้อยเจอคนมาก ๆ ผมอาจจะไม่คิดอะไรเยอะ


เหรอ?


ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด


แต่ปวดใจไทม์มันสวนขึ้นมาทันที


อะไร?” ผมชะงักไปนิดแต่ก็ยังคงท่าทีนิ่งเฉยเอาไว้


ก็หน้ามึงมันฟ้อง เฮิร์ทอีกหรือไง?” มันว่าพร้อมยื่นมือมาบีบแก้มผมแล้วจับส่ายไปส่ายมา


หรือมึงไม่เฮิร์ท เจอหน้ากันอยู่ทุกวันใครจะทำใจได้ผมปัดมืออีกฝ่ายออกแล้วขมวดคิ้วจ้องหน้ามันเขม็ง ถ้าสิวขึ้นหน้ากูนะ มึงโดนแน่


แน่ใจเหรอว่ามึงเฮิร์ทเพราะคุณรัชช์ไทม์จ้องหน้าผมกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้ มันทำเหมือนว่ารู้อะไรสักอย่างแต่ไม่ยอมพูดออกมาตรง ๆ


ถ้าไม่ใช่คุณรัชช์แล้วจะเป็นใคร?” ผมว่าเสียงเครียด ไม่รู้ว่าไทม์ไปรู้อะไรมามันถึงได้พูดจาแบบนี้ ขออย่าให้เป็นอย่างที่กลัวเลย


ไม่รู้สิ อาจเป็นคนที่ชอบพามึงไปไหนมาไหนบ่อย ๆ จนลืมเพื่อนล่ะมั้งไทม์ไหวไหล่เบา ๆ คำพูดของมันทำเอาผมนิ่งค้างไปหลายวิฯ หรือไทม์มันจะรู้จริง ๆ


ไม่มีคนแบบนั้นหรอกน่าผมตอบปัดไป นอกจากโกหกนิลกาฬแล้วผมยังต้องมาโกหกเพื่อนอีก แต่ว่านับจากนี้ไปคงไม่มีคนที่คอยพาผมไปไหนมาไหนแล้วล่ะ


ไม่มีอีกแล้ว


กูเชื่อก็ได้" อีกฝ่ายเบ้หน้าใส่ก่อนจะทำเป็นพยักหน้า ดูก็รู้ว่ากวนตีน ผมกลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย เพื่อนกันก็ไม่จำเป็นต้องรู้ทันกันหมดทุกเรื่องก็ได้มั้ง เห็นเรื่องอื่นล่ะโง่จัง พอเรื่องนี้ล่ะฉลาดขึ้นมาทันที


ไปห้างกันผมแสร้งทำเป็นเปลี่ยนเรื่อง ตอนนี้เหลือผมกับไทม์แค่สองคน คุณรัชช์กับกรินกลับไปแล้ว ก็สองคนนั้นเขามีคนขับรถส่วนตัวนี่ครับ ส่วนผมสองคนก็อยู่อย่างเหงา ๆ กันต่อไป


ไปทำไม?” พอชวนไปห้างมันก็ทำหน้าเซ็งทันที ไม่แปลกหรอกที่ไทม์มันจะทำหน้าแบบนี้ เพราะมันไปเดินห้างคนเดียวบ่อย พอเบื่อห้องหรือเหงา ๆ ก็ออกไปเดินห้าง ผมก็เข้าใจอารมณ์มันนะ เมื่อก่อนผมยังออกไปดื่มบ่อย ๆ เลย แต่เดี๋ยวนี้แทบไม่ได้ไป เพราะต้องตื่นเช้าทุกวันผมเลยขี้เกียจออกและไม่อยากนอนดึก แต่เดี๋ยวก็คงได้พาตัวเองออกไปดื่มเหมือนเดิมแล้วล่ะครับ


หาข้าวกิน เดินเล่นกลับห้องไปก็เหงา ถึงแม้ผมจะไม่ค่อยชอบเดินห้างสักเท่าไหร่ แต่ช่วงที่อยู่กับนิลกาฬก็เดินบ่อยพอสมควรเลย


อย่างมึงเนี่ยนะจะเดินเล่นในห้างไทม์มองเหมือนไม่เชื่อที่ผมบอก


ทำไม?” ขมวดคิ้วใส่ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมวันนี้ไทม์มันถึงมีปัญหากับผมนัก


มึงไม่ชอบเดินห้างไม่ใช่เหรอ?” อีกฝ่ายว่าออกมาพร้อมจ้องมองผมอย่างจับผิด


แล้วไง กูแค่อยากไปดูหนังสือผมไหวไหล่เบา ๆ ทำเหมือนเป็นเรื่องปกติไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร


หนังสือประวัติศาสตร์อีกแล้วเหรอ?” ไทม์เท้าคางมองหน้าผมนิ่ง ๆ


อืม กูอยากอ่านอีกผมพยักหน้าเบา ๆ แม้ภายในใจจะสั่นไหวเล็กน้อย ผมรู้สึกว่าชีวิตมันน่าเบื่อเลยอยากที่จะหาหนังสือมาอ่าน และหนังสือที่ผมจะอ่านก็คงไม่พ้นหนังสือประวัติศาสตร์อีกนั่นแหละ


ผมทำตัวเหมือนนิลกาฬเลยเนอะ


ก็ได้ ๆ กูไปเป็นเพื่อนก็ได้ แต่มึงต้องขับนะ กูขี้เกียจอีกฝ่ายเหมือนจะนิ่งคิดอะไรสักอย่างอยู่พักหนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับแล้วลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจไปมา


อืมผมไม่มีปัญหาเรื่องขับรถอยู่แล้ว เมื่อก่อนเวลาไปดื่มกันแล้วเอารถไทม์ไปผมก็เป็นคนขับกลับ เพราะเจ้าของรถเมายิ่งกว่าหมาอีก

 





แวะหาของกินกันก่อนได้ไหม?” เสียงไทม์ดังขึ้นในตอนที่เรากำลังเดินเข้ามาข้างในตัวห้าง พอถูกถามอย่างนั้นผมก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเรายังไม่ได้กินข้าวเที่ยงกันเลย และตอนนี้ก็จะบ่ายโมงแล้ว


จะกินอะไร?” หันไปมองหน้าเพื่อนสนิทเพื่อต้องการขอความคิดเห็น


อาหารญี่ปุ่นไทม์ว่าพร้อมพยักพเยิดหน้าไปทางร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังที่อยู่ข้างหน้าพวกเรา


นึกว่าจะบอกอาหารเกาหลีผมหันไปมองร้านอาหารญี่ปุ่นก่อนจะหันกลับมามองหน้าอีกฝ่ายยิ้ม ๆ


ปกติถ้ามาห้างกันครบกลุ่ม พวกเราจะเข้าร้านอาหารเกาหลีกันเพื่อเอาใจคุณรัชช์ ถึงไม่ชอบแต่ก็ต้องแกล้งทำว่าชอบ แต่คุณรัชช์ก็พูดเสมอว่าไม่จำเป็นต้องตามใจเขา แต่ผมกับไทม์ก็ชอบที่จะตามใจเขานะ เห็นเขามีความสุขแล้วพวกเราก็มีความสุข ไม่น่าเชื่อว่าผมที่รักคุณรัชช์มากจะทำใจจากเขาได้เร็วกว่าที่คิด ก็คงจะจริงที่ว่าหากเราต้องการตัดใจจากใครสักคน เราต้องมีคนเข้ามาช่วยให้เราตัดใจได้เร็วขึ้น และคนที่ช่วยให้ผมตัดใจจากคุณรัชช์ได้ก็คือนิลกาฬ


อ่า ผมคิดถึงนิลกาฬอีกแล้ว


ไว้กินตอนมากับคุณรัชช์เถอะแค่ได้ยินคำว่าอาหารเกาหลีไทม์ก็เบ้หน้าออกมาแล้ว น่าสงสารเขานะครับ


คงไม่มีโอกาสนั้นแล้วมั้งผมพึมพำเสียงเบา คุณรัชช์ติดแฟนจะตาย เลิกเรียนแล้วก็ต้องรีบกลับเพราะแฟนมารอรับ บางทีมารุตมันก็ทำตัวว่างจนผมสงสัยว่ามันเข้าเรียนบ้างหรือเปล่า แต่เห็นอย่างนั้นมันก็เรียนเก่งอยู่นะ ดูเหมือนเป็นคนไม่ได้เรื่องแต่จริง ๆ ก็มีดีอยู่เยอะ แต่ผมก็ไม่อยากจะพูดถึงสักเท่าไหร่หรอก


อย่างน้อยได้เป็นเพื่อนกันก็ดีแล้วไทม์ว่าเสียงแผ่ว มันเองก็คงต้องใช้เวลาอีกสักพักถึงจะทำใจเรื่องคุณรัชช์ได้ ยิ่งมันไม่มองใครเลยยิ่งเป็นเรื่องยาก ผมเคยยุให้มันคบกับใครสักคนจริง ๆ จัง ๆ แต่มันก็ปฏิเสธ ที่แกล้งให้คุณรัชช์ช่วยไปจีบคนนู้นคนนี้ให้ พอจีบติดคบกันได้ไม่เท่าไหร่ก็เลิก เป็นเพราะอีกฝ่ายทนมันไม่ไหว ไทม์มันไม่เคยเทคแคร์ใครเท่ากับที่ทำให้คุณรัชช์เลย


มึงมันโง่ผมอดที่จะด่ามันออกไปไม่ได้ คุณรัชช์ชอบมัน และมันก็ชอบคุณรัชช์ แทนที่มันจะจีบหรือบอกความในใจออกไป แต่มันกลับทำเรื่องโง่ ๆ ที่ทำให้คุณรัชช์เสียใจเพื่อที่จะได้ตัดใจจากมันไป เพียงเพราะมันคิดว่าตัวเองไม่คู่ควรกับคุณรัชช์ มันเลยสร้างเรื่องต่าง ๆ ให้คุณรัชช์เจ็บปวดและเสียใจมาก ๆ ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจความคิดที่ซับซ้อนนี้เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นผมคงจะไม่กล้าทำให้เขาเสียใจหรอก ไม่กล้าแม้แต่จะทำให้เจ็บสักนิด


ถ้ามึงเป็นกู มึงจะกล้าดึงคุณรัชช์ลงมาอยู่กับตัวเองเหรอวะ?” ไทม์ว่าเสียงเครียด หน้าตามันดูเศร้าหมองขึ้นมาทันทีที่พูดถึงคุณรัชช์ ตัวมันเองก็คงจะเสียใจไม่น้อยเลย


แต่กูก็ไม่อยากเห็นเขาเสียใจผมไม่รู้ว่าถ้าเป็นตัวเองผมจะทำยังไง แต่ที่แน่ ๆ ผมคงไม่กล้าทำให้เขาเสียใจแม้แต่น้อย สำหรับผมแล้วคุณรัชช์เป็นคนที่ผมไม่อยากให้เจอกับเรื่องไม่ดีมากที่สุด ผมอยากเห็นเขามีความสุขในทุก ๆ วัน อยากเห็นรอยยิ้มสวย ๆ ของเขาทุกครั้งที่หันไปมองหน้าเขา และผมก็คิดว่าตอนนี้คุณรัชช์กำลังเป็นอย่างนั้นอยู่ ถึงผมจะเกลียดนี้หน้า(ไอ้)มารุต แต่ก็ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่สามารถทำให้คุณรัชช์มีความสุขได้มากที่สุด


พูดเรื่องนี้แล้วเจ็บจี๊ด ๆ ตลอดเลยมันว่าติดตลก แต่แววตามันกลับกำลังฉายชัดถึงความเจ็บปวด ไทม์มันก็แค่ทำตลกกลบเกลื่อนก็เท่านั้นเอง


เฮ้อผมหลุดเสียงถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก เรื่องนี้นี่มีแต่คนอกหักจริง ๆ นะ


เฮ้ย! มึง กูเจอพี่รหัสอยู่ดี ๆ ไอ้เพื่อนบ้าก็ร้องขึ้นมาอย่างตื่นเต้น มันดึงแขนเสื้อผมให้เดินเข้าไปหาผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดัง


พี่แองจี้ไทม์เข้าไปสะกิดเรียกอีกฝ่าย ชื่อที่ได้ยินทำเอาผมนิ่งค้างไปเลย


อ้าว ไทม์และก็เป็นอย่างที่คิด แองจี้พี่รหัสไอ้ไทม์ก็คืออดีตดาวคณะ เพื่อนรุ่นเดียวกับนิลกาฬ


มากับใครน่ะพี่?” ไอ้ไทม์ถามยิ้ม ๆ


พี่นิลแต่ก่อนที่แองจี้จะได้พูดอะไรผมก็หันไปเห็นใครบางคนที่เพิ่งเดินออกมาจากทางไปห้องน้ำ


นิลกาฬ


อ่า ใช่ พี่มากับนิลกาฬ แล้วนี่มากัน 2 คนเหรอ?” หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวหันไปมองตามสายตาของผม เธอยกยิ้มสวยให้กับนิลกาฬก่อนจะหันมาพูดกับน้องรหัสของตัวเอง


ครับเหมือนไทม์ชะงักไปนิดตอนที่หันไปเห็นนิลกาฬ มันเหลือบตามามองผมเล็กน้อยก่อนจะหันไปตอบพี่รหัสของตัวเอง


นี่น้องรหัสนิลใช่ไหม?” เมื่อนิลกาฬเดินเข้ามาถึงแองจี้ก็หันไปถามอีกฝ่ายพร้อมพยักพเยิดหน้ามาทางผม


ใช่นิลกาฬตอบกลับเสียงนิ่งเรียบ นัยน์ตาคู่คมมองจ้องมาที่ผมนิ่ง แววตาที่สะท้อนออกถึงความคิดบางอย่างที่แลดูอ่านยากเกินกว่าที่คิด ผมเบือนหน้าหลบสายตาของอีกฝ่ายเพราะไม่อยากมองหน้าเขานาน ๆ


ผมทำตัวไม่ถูก


สายตาที่นิลกาฬมองมาที่ผมมันไม่เหมือนกับทุกที สายตาเรียบนิ่งแบบนั้น มันดูเฉยชามาก มากจนเหมือนเขาไม่ได้รู้สึกอะไร


ยินดีที่ได้รู้จักนะเชนรุ่นพี่ร่วมคณะหันมายกยิ้มหวานให้ผม


สวัสดีครับผมยกมือขึ้นไหว้อีกฝ่ายตามมารยาท ไม่คิดเหมือนกันว่าจะมาบังเอิญเจอทั้งคู่ที่นี่ แบบนี้ก็แสดงว่าสิ่งที่ผมคิดมันเป็นจริงสินะ


นิลกาฬกำลังคุยอยู่กับแองจี้


คิดถูกแล้วล่ะที่ถอยออกมา


พี่ขอตัวก่อนนะแองจี้ที่เห็นนิลกาฬไม่ได้เอ่ยทักอะไรผมก็มองด้วยสีหน้างง ๆ แต่เหมือนเธอจะเดาอารมณ์นิลกาฬออกเลยรีบบอกลาพวกเราทันที นิลกาฬไม่ได้พูดอะไร เขาหมุนตัวเดินนำออกไปก่อน


ไว้เจอกันครับพี่ไทม์ยกมือโบกไปมา


จ้ะแองจี้ยกมือโบกตอบกลับเบา ๆ แล้วเดินตามนิลกาฬออกไป พี่รหัสน้องรหัสคู่นี้เขาเหมือนกันนะครับ ดูสดใสและเป็นมิตรทั้งคู่เลย


เขาคบกันเหรอ?” ผมเอ่ยถามขึ้นลอย ๆ ในขณะที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังกว้างของใครบางคน ทั้งที่พอจะเดาได้อยู่แล้วแท้ ๆ แต่ทำไมพอมาเจอกับตาตัวเองแบบนี้มันถึงได้เจ็บนัก


ไม่รู้ว่ะไทม์หันมามองหน้าผมแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับไปมองที่สองคนนั้น


ดูเหมาะกันดีนะปฏิเสธไม่ได้เลยว่านิลกาฬนั้นดูเหมาะสมกับแองจี้ขนาดไหน พวกเขาเป็นดาวเดือนคู่กันมา แถมยังเป็นคู่ที่ใคร ๆ ต่างก็เชียร์ให้คบกันอีก พวกเขาดูเหมาะสมกันมากจริง ๆ


อืมไทม์ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ผมเองก็พูดอะไรไม่ออก


ผมใช้เวลาสักพักในการปรับอารมณ์ของตัวเอง พอหันหลังกลับไปก็เจอไทม์มองผมอยู่ อีกฝ่ายมองมาที่ผมนิ่ง ๆ ก่อนจะยกยิ้มบางเบาส่งมาให้ ผมมองรอยยิ้มของเพื่อนสนิทอยู่อย่างนั้นก่อนจะเดินเข้าไปหาแล้วซบหน้าลงกับบ่าของอีกฝ่าย ไทม์ไม่ได้พูดหรือถามอะไร มันทำแค่ยกมือขึ้นมากอดหัวผมไว้หลวม ๆ


ไม่ต้องถามแล้วล่ะว่าไทม์รู้อะไรมา มันก็คงรู้มากพอสมควร ไม่อย่างนั้นคงไม่เข้าใจอะไรง่าย ๆ แบบนี้ บางทีผมอาจลืมไปว่าไทม์เองก็อยู่คอนโดฯ เดียวกับผม การที่มันไม่พูดไม่ได้หมายความว่ามันไม่รู้ จริง ๆ แล้วมันอาจจะรู้แต่ไม่พูดออกมาก็ได้


สิ่งหนึ่งที่ผมควรจะจำให้ได้ขึ้นใจเลยคือไทม์มันเป็นเพื่อนผม และมันมักรู้ทันผมเสมอ

 







วันต่อมา


11.00 AM


ผมนอนนิ่ง ๆ มองเพดานมาชั่วโมงกว่าแล้ว ผมเพิ่งตื่นตอน 9 โมงกว่า เมื่อคืนกว่าผมจะหลับได้ก็ปาเข้าไปเกือบตี 3 วันนี้ผมไม่มีเรียนเพราะอาจารย์เดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศ ผมตื่นสายกว่าทุกวันและวันนี้ผมก็ปวดหัวมาก เมื่อวานผมเอาแต่คิดเรื่องของนิลกาฬไม่หยุด หลังจากที่ผมไปยืนซบไหล่ไทม์แล้วผมก็ใช้เวลาในการจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองอีกพักหนึ่ง สุดท้ายเราก็ไม่ได้กินข้าวกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่น ไทม์ลากผมออกมาจากห้างและแวะซื้อข้าวกลับมากินที่คอนโดฯ แทน แน่นอนว่ามันสั่งมาเผื่อผมด้วย พอกลับมาถึงคอนโดฯ ไทม์ก็ไม่ได้พูดอะไร มันแค่เดินมาส่งผมที่ห้องแล้วขอโทษที่เข้าไปทักแองจี้ ผมไม่ได้พูดอะไรแค่ส่ายหน้าให้มันเบา ๆ มันไม่ใช่ความผิดของไทม์ ไม่ใช่ความผิดของแองจี้ และไม่ใช่ความผิดของนิลกาฬด้วย ไม่มีใครผิด ไม่จำเป็นต้องขอโทษเลย เมื่อวานผมก็ไม่ได้กินข้าว ผมกินอะไรไม่ลง มันจุกแน่นไปหมด ผมจมอยู่แต่กับความคิดของตัวเอง ภาพของนิลกาฬที่เดินอยู่ข้างกับแองจี้ยังคงติดตาผมอยู่ และเพราะภาพนั้นผมถึงได้คิดมากตลอดทั้งคืน


Rrrrr~


เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นในตอนสิบเอ็ดโมงกว่าทำเอาผมรู้สึกแปลกใจไม่น้อย อยากจะให้มันดังอยู่อย่างนั้นแต่ก็กลัวว่ามันจะเป็นเรื่องสำคัญอะไร ผมขยับไปหยิบโทรศัพท์ที่ชาร์จอยู่บนโต๊ะหัวเตียงมากดรับโดยไม่ทันได้ดูเบอร์


ครับผมรับสายเพียงสั้น ๆ เพราะไม่มีอารมณ์จะพูดคุยกับใคร


(“กินข้าวกันไหม?”) เสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นหูดังมาจากปลายสาย ผมชะงักไปนิดที่ได้ยินเสียงนิลกาฬ ไม่คิดว่าเขาจะโทรมา


ผมมีธุระผมโกหกอีกแล้ว วันนี้ผมไม่ได้มีธุระที่ไหน ผมว่าง ว่างแบบที่สามารถนอนโง่ ๆ อยู่บนเตียงได้ทั้งวัน แต่ผมไม่อยากออกไปเจอหน้านิลกาฬ ผมอยากทำใจเรื่องเขาให้ได้ก่อน


(“เหมือนนายไม่อยากเจอฉันเลยเนอะ”) ปลายสายว่าออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่คำพูดคำจาช่างฟังดูประชดประชันเหลือเกิน


ผมแค่ไม่ว่างผมเม้มปากแน่นแล้วตอบกลับไปเสียงแผ่วเบา นิลกาฬกำลังโกรธ ทั้งที่ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมาเขาไม่เคยแสดงท่าทีโกรธเคืองใส่ผมเลย แต่ดูท่าแล้วตอนนี้มันจะไม่เป็นอย่างนั้นแล้ว


(“ฉันจะเชื่อก็ได้”) ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ผมรู้ดีว่านิลกาฬไม่เชื่อ เขาไม่เชื่อในสิ่งที่ผมบอกเขา


แน่ล่ะ นิลกาฬไม่ได้โง่ เขาก็ต้องดูออกอยู่แล้วว่าผมกำลังหลบหน้าเขาอยู่ แล้วผมจะทำแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน นิลกาฬไม่ได้อยู่ไกลตัวผมเลย ยังไงสักวันผมก็ต้องเจอเขาอีกอยู่ดี ไม่ว่ายังไงผมก็หนีไปจากนิลกาฬไม่พ้นหรอก เหมือนกับใจผมที่มันไม่ยอมปล่อยนิลกาฬไปเสียที ทั้งที่ทุกอย่างมันก็ชัดเจนขนาดนี้แล้ว ทำไมใจผมถึงยังไม่ยอมเดินออกมาอีกนะ









-------------------------------------------------------------------




อนุญาต saveแองจี้ นะคะ

นิลเชนควรไปคุยกันดี ๆ เนอะ

เรื่องนี้ไม่ดราม่านะคะ ฟีลกู๊ดค่ะ

เชื่อเราไหมคะ?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

144 ความคิดเห็น

  1. #142 My Angle (@love-w) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 20:21
    น้องมันคงไม่กล้าข้ามเส้น เพราะตอนนี้ก็เหมือนเป็นครอบครัวกันกลายๆแล้วอ่ะ ถ้าเดินหน้าแล้วเหลวก็มองหน้ากันไม่ติด อิพี่ก็ไม่ชัดเจนพอที่น้องจะมั่นใจด้วย มันเลยชักหน้าไม่ถึงหลังงี้ไง หน่วงแทน
    #142
    0
  2. #115 Feum23 (@Feum23) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 20:27
    สงสารทั้งคู่อะ น้องเข้าใจผิด คนที่นิลชอบก็เชนนั่นแหละ แต่ก็เข้าใจว่าพี่ไม่ได้บอกชัดเจนแล้วน้องก็คงไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองอีก แต่สงสารพี่นิลมากเลย ปวดใจอะ พี่นิลแบบไม่รู้เรื่องเลย อยู่ดีๆน้องก็ไม่อยากเจอหน้ากัน ตอนพี่นิลโทรมาหาตอนเช้าแล้วน้องปฏิเสธทุกวันคืออ่านแล้วปวดใจจริงๆ ฮือ
    #115
    0
  3. #102 earthtone (@wiztershy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 12:08
    เจ็บใจไปหมดแล้วว
    #102
    0
  4. #79 Amysarocha (@Amysarocha) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:21
    แงงงงง ปวดใจจจ
    #79
    0
  5. #48 KK_P1610 (@ktmkww1166) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 18:45
    คุยกันเถอะะะะะะะ
    #48
    0
  6. #47 ʕ•ﻌ•ʔssaichonn (@LuckRiver) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 08:26

    ทำไมไม่คุยกันนนน
    #47
    0
  7. #46 lina2123 (@lina2123) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 06:38
    มันอึดอัดใจเหลือเกิน มาเคลียใจกันเร็วทั้งสองคน

    //รออ่านตอนต่อไปอยู่น้า
    #46
    0
  8. #45 porn1phan (@porn1phan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 17:15
    ต่างคนต่างไม่พูดมันเจ็บแบบนี้นี่เอง
    #45
    0
  9. #44 Suni-Waew (@Suni-Waew) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 14:35
    แงๆๆๆๆๆๆพี่นิลบุกเลยค่ะแล้วก้อบอกน้องได้แล้วว่าพี่อ่ะก่ะสนใจน้องgogogo
    #44
    0
  10. #43 Anelta (@Anelta) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 11:16

    อิพี่มาคุยกับน้องเร็ววววว​ก่อนที่น้องจะคิดมากไปมากกว่านี้~~~~~~
    #43
    0
  11. #42 Anelta (@Anelta) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 11:14
    โอ้ยยยยยย​ เจ็บแทนเลย​ มาอัพเรื่อยๆนะคะ​ รออ่านอยู่ค่ะ
    #42
    0
  12. #41 Panisa2546 (@Panisa2546) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 11:12
    พลีสมีวววววว
    #41
    0
  13. #40 Panisa2546 (@Panisa2546) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 11:12
    ขออีกกกกกตอนนนนนน
    #40
    0
  14. #39 yuki5555 (@yuki352010) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 11:08
    มันช่างอึดอัดใจเหลือเกินนนนน พี่ต้องบุกแล้ววววว
    #39
    0