รักได้ไหม..พี่ชายที่รัก

ตอนที่ 13 : โลกสองใบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    11 ก.พ. 58


ในห้องกว้างๆที่ถูกจัดออกมาให้เป็นสตูดิโอ ที่ดูวุ่นวาย ทั้งสไตล์ลิสออกแบบท่าทาง คนจัดเสื้อผ้า ช่างแต่งหน้า ตากล้อง นายแบบ นางแบบ และ เด็กหญิงตัวกระเปี๊ยกแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ๊ตลายหมากลุกกับกางเกงยีนส์ตัวโคร่งดูไม่เข้ากับ บรรยากาศ และเหมือนจะเป็นตัวเกะกะสำหรับพื้นที่วุ่นวายนี้ด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะว่า นายแบบพามา แล้วบอกว่า เป็นน้องสาว เด็กตัวกระเปี๊ยกคงได้ ออกไปยืนด้านหนอกสตูดิโอนี่แล้ว


คิม โอซอง ดูเป็นคนญี่ปุ่นก็ไม่ใช่ คนจีนก็ไม่เหมือน ทั้งเรือนกายสูงใหญ่กว่าชายไทยทั่วไป ผิวขาวสะอาดแต่ไม่ซีดเซียว ผมสีดำเข้มตัดกับดวงตาสีน้ำตาล ขณะที่น้องสาว ดูยังไงก็เด็กไทย หนำซ้ำยังตัวกระเปี๊ยก ผิดพี่ คำว่าน้องสาว จึงต่างเข้าใจว่า น่าจะเป็นน้องสาวข้างบ้านที่ขอตามมาดูเสียมากกว่า


ท่ามกลางบรรยากาศวุ่นวาย พลอยปภัส ได้แต่ยืนจ้องมอง ขวัญใจวัยรุ่นด้วยความชื่นชอบ ต้อม ศศิมา กำลังยิ้ม แอ๊คท่า จับผม จับไหล่ โอบเอว นายแบบหุ่นเสาไฟที่ แอ๊คท่า หน้านิ่ง หน้ายิ้ม แบบที่ เด็กหญิงไม่เคยเห็นบุคลิกแบบนี้ของ คิม โอซองมาก่อน


แล้วคำพูดของแต้มก็เหมือนลอยเข้ามากระทบเบาๆให้ได้ยิน


ดูไว้นะ อีกหน่อย พี่โอจะดังมากๆ


จะเป็นไปได้ไง ในตอนนั้นเด็กหญิงบอกกับเพื่อนว่า ไม่มีทางที่ ใครจะมานิยมชมชอบ ผีจีน อย่างคิม โอซองได้ แต่พอได้มาเห็น ผีจีนถ่ายแบบ ในวันนี้ เด็กหญิงก็รู้สึกได้ทันทีว่า คำทำนายของ แม่หมอแต้ม คงจะไม่ใช่แค่เรื่อง เล่นๆ และในอีกไม่กี่ปีต่อมามันก็เป็นจริงอย่างคำทำนายของแต้มเสียด้วย

 

 


ชีวิตรั้วมหาวิทยาลัยเอกชนในเมืองไทยของโอชอง ทำให้เขาได้เรียนรู้อะไรหลายสิ่งหลายอย่างที่แตกต่างจากชีวิตเด็กมัธยมปลายในประเทศเกาหลี เขาสามารถสอบเข้าเรียนวิศวกรรมเครื่องยนต์ภาคอินเตอร์ได้อย่างไม่ยากนัก เพราะมีพื้นฐานที่ดีจากการเตรียมความพร้อมที่ค่อนข้างเคร่งครัดตั้งแต่เรียนมัธยม


ระยะเวลาครึ่งปีในชีวิตนักศึกษาปีหนึ่งของโอซองดูเหมือนจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผ่านไปพร้อมกับการเรียนที่รู้ว่าเมื่อจบต้องเข้าไปรับหน้าที่ดูแลโรงงานต่อในสาขาที่เมืองไทย และงานวงการบันเทิงที่รับเพื่อมีรายได้เข้ามาเป็นเงินเก็บ เขาเลือกรับงานถ่ายแบบให้กับนิตยสารซึ่งไม่เบียดเบียนเวลาในการเรียน แม้จะถูกทาบทามติดต่อให้รับงานละครหรือแม้แต่งานถ่ายโฆษณา แต่เขาก็ไม่เคยรับเหตุผลง่ายๆสั้นๆที่เขาบอกคือ ผมไม่สะดวก


ในรั้วมหาวิทยาลัย ท่ามกลางเพื่อนใหม่หลากหลายเชื้อชาติ ถ้าจะมีผู้หญิงสักคนให้ความสนใจให้ความสนใจ นักศึกษาหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่สิ่งที่น่าแปลก แต่ สิ่งที่น่าแปลกคือ โอซอง ไม่ได้ให้ความสนใจผู้หญิง ที่พยายามเข้ามาตีสนิทแม้แต่น้อย เขามีคำปฎิเสธที่จะเลี่ยงผู้หญิงเหล่านั้นเสมอ


“ขอโทษนะครับผมไปดูหนังด้วยไม่ได้ เพราะต้องไปรับน้องสาวที่โรงเรียนกลับบ้านทุกเย็น” หรือไม่ก็


“เสาร์ อาทิตย์ ผมไม่ว่างครับ ต้องติวหนังสือให้น้องสาวเตรียมสอบเข้าม.1

 
โอซองไม่เคยว่าง เพราะเวลาว่างที่เขามี เขาให้เวลานั้นกับ น้องสาวเพียคนเดียวหมดแล้ว

 


โลกยังคงหมุนไปทุกๆวัน โอซองเรียนมหาวิทยาลัย พลอยปภัสเตรียมสอบเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาโรงเรียนรัฐบาลที่กล่าวขวัญกันว่า สอบเข้ายากมากที่สุดแห่งหนึ่ง  สองพี่น้อง ดูรักใคร่กันดีไม่มีสิ่งที่ทำให้รู้สึกแปลกแยกแตกต่าง แต่มีบางอย่างในส่วนลึกอรนภัสที่รู้สึกถึงความแปลก ในสายใยเบาบางที่ก่อตัวขึ้นระหว่างพี่น้อง


“พี่โอวันเกิดแต้ม พลอยจะซื้ออะไรให้แต้มดีอ่ะ หรือจะซื้อเค้กชอคโกแลตหน้านิ่มดี พลอยชอบกิน”


“วันเกิดแต้ม ไม่ใช่วันเกิดโบซอกซะหน่อย ก็ต้องเลือกที่แต้มชอบสิ” โอซองหันไปบอกคนที่เดินเข้ามานั่งแหมะข้างตัว ขณะที่เขากำลังนอนอ่านหนังสือเรียนอยู่บนโซฟา


“เหมือนกันแหล่ะ เพื่อนกัน ชอบเหมือนกัน น่านะ พี่โอพรุ่งนี้พาไปซื้อเค้กหน้านิ่มร้านประจำให้หน่อยนะ”คนเป็นน้องมีหรือจะยอมแพ้ ยังคงนั่งเบียดชิด น้ำเสียงออดอ้อน แล้วทำทีนวดหลังจนพี่ชายเริ่มใจอ่อน


“สรุปว่าเค้กหน้านิ่ม นี่ให้แต้ม หรือให้โบซอกกันแน่ฮึ”


“ให้แต้มสิ วันเกิดแต้ม แต่พลอยชอบกินนี่หน่า”


“คราวที่แล้วก็ให้พาไปกินไอติม วันพรุ่งนี้ขนมเค้ก เนี่ยอ้วนแล้วนะ”


คนถูกบอกว่าอ้วน ลุกขึ้นยืนแบบไม่พอใจแล้ว นั่งลงทับที่หลังคนที่นอนอ่านหนังสือ ทั้งยังทิ้งน้ำหนักตัวจนคนถูกทับแทบทนไม่ไหว


“จะพาไปมั้ย ถ้าไม่พาไปจะนั่งทับแบบนี้แหล่ะ”


“โอย หนักนะเนี่ยลุกก่อน พี่จะหลังหักแล้ว”


“ไม่ลุก พี่โอต้องบอกก่อนว่าจะพาไป”


“ตกลง”


“ตกลงอะไร”เด็กหญิงทิ้งน้ำหนักตัวมากกว่าเดิม


“โอเค ตกลงก็ได้ กินให้อ้วนไปเลยดีไหม”


เด็กหญิงยิ้มทำหน้าเจ้าเล่ห์แล้วลุกขึ้น ก่อนจะย่อตัวไปหาคนที่บ่นโอดโอยเพราะเจ็บหลัง พลอยปภัสกระชิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูโอซอง ชินกีมองดูลูกชายที่ตาโต คล้ายอ้าปากร้องห้ามแล้วอมยิ้ม ในขณะเด็กหญิงที่หัวเราะร่าวิ่งหนีตรงมาแอบที่หลังของแม่


“แม่คะ คะ น้องพลอยมีอะไรจะบอก”


“มีอะไรรึน้องพลอย”


คนเป็นพี่รีบวิ่งเข้ามาหา ยัยตัวแสบ ที่ยืนแลบลิ้นทำหน้าทะเล้น


“คือพรุ่งนี้เลิกเรียนตอนเย็นแล้วพี่โอจะพาน้องพลอยไปซื้อของขวัญวันเกิดให้แต้มค่ะ ใช่ไหมพี่โอ”


คนเป็นพี่ทำใจพยักหน้ารับ ทั้งที่มีงานส่งอาจารย์อีกเพียบ แต่เพราะเจ้าตัวแสบ ยกเรื่องขึ้นมา ทั้งที่คิดว่า ไม่ใช่เรื่อง แต่มันคงไม่ดี ถ้าปล่อย ให้ตัวดี เอาไปพูดต่อหน้าพ่อหรือ อาอร เพราะเขาเองที่จะโดนว่า ที่เก็บ หนังสือแบบนั้น ไว้ไม่ดี มันก็เรื่องธรรมดาของผู้ชาย แต่ เด็กแสบกลับเห็นเป็นเรื่องใหญ่โต


“พลอยเห็นวิดีโอโป๊ที่ห้องพี่โอ เรื่องนี้ต้องถึงหูพ่อชินกีแน่”

               
ครั้งเดียวเท่านั้นที่ เด็กแสบ จะสามารถเอาเรื่อง นั้นมาอ้างต่อรองได้อีก เพราะเขาจะเก็บไปคืน มนัส เพื่อนที่มหาวิทยาลัย ให้หมดไอ้เรื่องที่มันบอกว่า เอาไปดูแก้เครียด ทั้งที่ดูแล้วจะเครียดขึ้นกว่าเดิมมากกว่า

 

               
ค่าปิดปาก ที่เจ้าแสบร้องขอจึงไม่ใช่แค่ขนมเค้ก แต่เป็นรายงานที่ต้องหาข้อมูลให้อีก สองวิชา และต้องเข้าเล่มให้เรียบร้อยสวยงาม

               
“แล้วพลอยจะทำลืมๆไปซะ ไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นจริงๆนะ”

 

               
ผิดไหมที่อรนภัสมองภาพความสนิทสนมนั้นอย่างกระอักกระอ่วนใจ พี่ชายที่เป็นหนุ่มแล้วกับ น้องสาวที่กำลังเข้าสู่วัยสาว ความสัมพันธ์ที่เธออยากให้ราบรื่นมันเกิดขึ้นอย่างที่เธอหวัง แต่ถ้ามันเลยเถิดไป คนเป็นแม่อย่างเธอควรจะป้องปรามหรือหยุดก่อนเกิดเรื่องไม่ดีไม่งาม

               
แต่มันดุเหมือนจะเป็นเรื่องที่พูดยาก หากอีกฝ่ายไม่ได้มองเห็นแบบเดียวกัน จะกลายเป็นว่า เธออคติและชี้โพรงให้กระรอก ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องที่เริ่มดีจะกลายเป็นห่างเหินเมินหมางอย่างที่เคยเกิดขึ้นอีกรึเปล่า
 
อรนภัสยอมรับว่าหล่อนรู้สึกไม่สบายใจและควรจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลมก่อนที่จะสายและไม่สามารถกลับมาแก้ไขอะไรได้

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

3 ความคิดเห็น