รักได้ไหม..พี่ชายที่รัก

ตอนที่ 14 : กฎของบ้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    12 ก.พ. 58

อรนภัสบอก เรื่องที่ไม่สบายใจให้ชินกีได้รู้ในคืนวั้นนั้นหลังจากที่ สองพี่น้องเข้าห้องนอน เรียบร้อยกันทั้งคู่แล้ว

               
“เรื่องที่อรห่วง ขอให้เชื่อผมนะว่า มันไม่มีทางจะเกิดขึ้น โอซองไม่น่าคิดสิ่งใดเกินเลยกับพลอยได้เพราะโอซองก็มีเพื่อนผู้หญิงที่อยู่ในวัยเดียวกัน แล้วยังมี เพื่อนที่เป็นนางแบบ แต่เพื่อความสบายใจของอรผมจะเป็นคนพูดเตือนโอซองเรื่องนี้เอง”

               
“อรขอโทษนะคะที่ กังวลและเป็นห่วงเรื่องนี้มากกเกินไป”

               
“ผมเข้าใจ คนเป็นแม่ ก็ต้องห่วงลูก เป็นธรรมดา”

               
พอพูดคำนี้ออกไปแล้ว ชินกีก็นึกไปถึง คนเป็นแม่อีกคน ผู้หญิงคนนั้น เคยคิด ห่วงและกังวงใจเกี่ยวกับเรื่องลูกบ้างไหม หรือนึกถึง แต่เรื่องของตนเอง

               

               
เพราะความกังวลใจของอรนภัสทำให้ชินกีต้องมายืนอยู่หน้าห้องลูกชาย เขาเลือกที่จะพูดกับ โอซองในคืนนี้ทันที เพื่อตัดเรื่องนี้ออกไปไม่ให้เกิดขึ้น ไวที่สุด เพราะกฎของบ้าน คือ ห้ามล็อคห้อง ทำให้พ่อ สามารถเปิดประตูเข้าห้องลูกชายได้ทันที และทำให้ เจ้าป่วน เข้าห้องเขาได้ แล้วมาเจอกับของต้องห้าม

               
“ยังไม่นอนอีกหรือโอซอง”

               
ชินกี เดินไปดูลูกชายที่นั่งทำรายงาน การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐาน

               
“อีกนิดเดียวครับเขียนแบบเสร็จก็จะนอนแล้ว กลัวพรุ่งนี้ไม่ได้ทำ เพราะต้องพาโบซอกไปชอปปิ้ง”

      
คนเป็นพ่อ เดินเข้ามาโอบไหล่ลูกชาย ไม่ได้สนใจมองรายงานของลูกเท่าใดนัก เขาเพ่งไปที่ใบหน้าลูกชาย ยามพูดถึง น้องสาว แล้วรู้สึกได้ว่า ไม่มีอะไรแอบแฝงหรือซ่อนเร้นในความรู้สึกที่มากกเกินพี่น้อง

               
“ขยันและตั้งใจแบบนี้ดีแล้ว จบออกมาจะได้มาช่วยพ่อดูแลโรงงานรถยนต์ที่นี่”

               
โอซองวางปากกา แล้วหันไปมองพ่อ โรงงานผลิตรถยนต์ที่เมืองไทย ที่พ่อมีหน้าดูแล ควบคุมให้ตรงเป้าหมายของบริษัทใหญ่ ที่อยู่ที่เกาหลี ไม่มีทางเลยที่จะหนีไปให้พ้น เงาของที่คลอบคลุมบงการ แล้วนี่ก็เป็นเหตุอีกอย่างที่เขาเลือกที่จะรับงานถ่ายแบบ เพื่อจะได้ไม่ต้อง รับเงินที่ทางครอบครัวใหญ่เจียดมาให้เขา เงินค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่นอกเหนือจากการเรียน หนี้บุญคุณที่เขาไม่รู้ว่า อีกสักเท่าไหร่ ถึงจะใช้หมด แม้เงินเดือนของพ่อ จะพอที่จะ จ่ายค่าเล่าเรียน แต่ทางนั้น เอ่ยปาก ถ้าเขาไม่เลือกเรียนวิศวะเครื่องกล และไม่ให้ทางนั้นจ่ายค่าเทอม พ่อจะต้องย้าย ให้ไปดูแลโรงงานที่เพิ่งเปิดใหม่ในอินเดีย ซึ่งนั่นเท่ากับว่า พ่อจะต้องย้ายอีกครั้ง และอาจจะต้องย้ายทุกครั้งเพื่อไปดูแลโรงงานที่เปิดใหม่ และเมื่อขาเรียนจบ เขาก็คงไม่แตกต่างจากพ่อ

               
“ครับ”เขารับคำสั้นๆแล้วหันไปทำรายงานต่อ แต่ดูเหมือนว่า พ่อ ยังไม่หมดเรื่องที่จะเข้ามาคุย หรือ พ่อคงไม่ได้ตั้งใจแค่จะเข้ามาถามหรือดูว่า ทำไมเขาถึงยังไม่นอน  พ่อยังคงยืนอยู่ภายในห้อง ชั่วอึดใจนั้น โอซองวางปากกา แล้วหันไปหาพ่ออีกครั้ง

               
“พ่อมีอะไรจะพูดกับผม นอกจากเรื่องให้ตั้งใจเรียนหรือเปล่าครับ”

               
ชินกีรู้ว่าลูกชาย เป็นผู้ใหญ่และมีเหตุผล และน่าจะเข้าใจ เรื่องที่ น้าอร กังวลได้ไม่ยากนัก

               
“น้องพลอยจะสอบเข้าม
.1 แล้ว และโอซองก็เรียนหนักมาก พ่อว่า จะให้น้องไปติวกับสถาบันกวดวิชาโดยตรง โอซองว่าดีไหม”

               
“เรียนกับสถาบันกวดวิชา มันก็ดีครับถ้าไปกวดวิชากันจริงๆ ผมกลัวแต่ว่า พอไปรวมกลุ่ม ไปเจอเพื่อนที่ไปกวดวิชากัน จะชวนกันคุย ชวนกันเล่นมากกว่า แล้ว ผมก็ไม่ได้รับงานอะไรช่วงนี้ แค่ติวให้น้องวันละ สองชั่วโมงก็ไม่ได้ ลำบากอะไรครับ ถ้ามัวไปรับไปส่ง สู้สอนเองดีกว่า เพราะผมรู้ว่า น้องอ่อนตรงไหน ไม่เข้าใจตรงไหนก็สอนได้ทันที”

               
“โอเค ถ้าอย่างนั้นพ่อ เข้าเรื่องให้ตรงประเด็นเลยดีกว่า พูดกันแบบในฐานะผู้ชายคุยกัน เรื่องน้องพลอย”

                
โอซอกพยักหน้าอย่างเข้าใจ เอาแล้ว เจ้าป่วน คงเอาเรื่อง หนังโป๊ไปเร่ฟ้องน้าอร แล้วน้าอรต้องมาบอกพ่อแน่ๆ อย่างนี้ ต้องทำโทษ ไม่พาไปซื้อขนมเค้ก รวมถึงไม่หาข้อมูลรายงานให้ด้วยจะดีไหม

               
“น้องพลอยกำลังจะโตเป็นสาว เป็นวัยอยากรู้ อยากเห็น อยากลอง โอซองเข้าใจที่พ่อพูดใช่ไหม”

               
เขาพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาคิดไว้ไม่ผิด พ่อไม่ได้ว่าเขาที่มีหนังโป๊ในห้อง แต่เพราะ น้องดันไปเห็นหนังโป๊วางเด่นอยู่บนโต๊ะหนังสือของเขา ถ้าตรวจการบ้านเสร็จแล้วส่งคืนเลยไม่ให้เจ้าแสบเข้ามาหยิบเอง ก็คงไม่เกิดเรื่องไปถึงหูพ่อ

               
ชินกี ตบบ่าลูกชายเบาๆ

               
“พ่อรู้ว่า โอซองไม่ได้คิดอะไร ที่ไม่ดี ไม่เหมาะสมกับน้อง พ่อไว้ใจและเชื่อใจโอซองมากที่สุด และน้องเองก็เชื่อใจและไว้ใจโอซองมากที่สุดเช่นกัน เข้าใจที่พ่อพูดใช่ไหม”

               
กลายเป็นว่า เรื่องที่เขาคิดว่าพ่อจะพูดกลับไม่ใช่เรื่องนั้น แต่เป็น อีกเรือง เรื่องที่เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า จะทำให้พ่อคิดมาก และอาจรวมไปถึงน้าอรซึ่งเป็นแม่ของพลอยปภัสด้วย

               
เขาโตพอที่จะเข้าใจความรู้สึกที่พ่อเป็นห่วง โตพอที่จะรู้ว่า อารมณ์และบรรยากาศสนิทสนมจะทำให้เกิดความรู้สึกอะไรได้บ้าง แต่ ความรู้สึกสิเน่หา แบบหนุ่มสาว อย่างที่พ่อกังวลใจ มันไม่เคยเกิดขึ้นกับโบซอก สิ่งที่เขามองเห็น ก็คือ เด็กหญิงหน้ายียวผูกผมเปียสองข้าง และเป็นน้องสาวที่เขาต้องดูแลในฐานะพี่ชาย

               
“ผมไม่มีทางคิดอะไรไม่ดีกับน้องแบบนั้น อย่างแน่นอนครับพ่อ”

               
“พ่อรู้ว่าโอซอกโตพอที่จะรู้ว่าเป็นห่วงและหวังดี เพราะน้องยังเด็กและอาจไม่ได้คิดว่า การใกล้ชิดกับผู้ชายมากเกินไปอย่างไม่ระมัดระวังตัวเป็นสิ่งที่น่ากลัว โอซองโตกว่าน้องมาก ก็ต้องเตือนน้องและระมัดระวังตัวเองไว้ด้วย เพราะความรู้สึกบางอย่างบางครั้งมันก็มีอำนาจที่ทำให้เรามองไม่เห็น สิ่งที่ถูกต้อง พ่อไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ไม่ดี แล้วจะต้องมาเสียใจกับเรื่องนั้น “

               
โอซองเข้าใจสิ่งที่พ่อชินกีพูดทุกอย่าง แม้เวลานี้ เขาจะไม่รู้สึกแต่ไม่ใช่ว่าจะไม่เกิดและไม่รู้สึก ทางที่ดีที่สุดคือ ระมัดระวังตัวเองไม่ให้เข้าไปอยู่ในภาวะที่เสี่ยงแบบนั้น

               
ชินกีตบไหล่ลูกชายเบา ก่อนจะบอกลูกยิ้มๆว่า

               
“ถ้าทำงานเสร็จแล้วก็รีบนอนซะ ถ้าพรุ่งนี้ตื่นสายกว่าน้อง มีหวัง โดนเละแน่ พ่อไม่ช่วยเรานะ”

               
ชินกีปิดประตูห้องนอน เขาหวังว่า ลูกจะเข้าใจ และคงรู้ว่า พ่อเตือนเพราะหวังดี 

 

               
คนที่ตื่นเต้นที่สุด เห็นจะเป็นคนที่จะไปร่วมงานมากกว่าเจ้าของวันเกิด พลอยปภัสเดินหิ้วถุงขนมเค้กสองกล่องออกมาจากร้านอย่างมีความสุข แล้วยังขอให้พาไปซื้อของขวัญวันเกิดที่ร้านกิฟช๊อปไม่ไกลจากร้านขนมเค้ก จนเย็นย่ำ ถึงได้กลับมาถึงบ้านรังอุ่น

               
เมื่อกลับมาถึง อรนภัสกำลังนั่งคุยกับชินกี เด็กหญิงไม่ได้สนใจฟัง เพียงแต่ได้ยินแว่วๆจะต้องไปดูไร่ข้าวโพดที่ครบกำหนดการให้เช่า พลอยปภัสเดินไปเก็บขนมเค้กในตู้เย็น แล้วลงมือ ตกแต่งการ์ดวันเกิดให้แต้ม

               
“ไปเช้าเย็นกลับ ดีกว่าค่ะขับรถไปแป๊บเดียวก็ถึง แค่ไปดูว่า ที่ให้เช่าไว้ คนเช่าไม่ได้ทำผิดสัญญาก็จะให้เช่าต่อ”

               
“ก็ดีนะ ผมยังไม่เคยไปเขาใหญ่ แล้วครบกำหนดเมื่อไหร่ล่ะอร”

              
  “อีกสองเดือนค่ะ ยังเดินทางนั่งรถไกลๆได้ เพราะท้องยังไม่ใหญ่มาก ไม่งั้นนั่งนานๆ ไม่ไหวค่ะ”

 

               
พลอยปภัสพยามวาดรูปแมวคิตตี้ตามแบบที่เพื่อนชอบ แต่วาดไปวาดมาดูเหมือนเป็นโดเรม่อนมากกว่า วาดแล้วลบ เปลี่ยนกระดาษใหม่ แล้ววาดจนคนวาดไม่เหมือนแมวที่ตั้งใจเริ่มหงุดหงิดตัวเอง สุดท้ายก็ต้องเดินขึ้นบันไดไปหาคนที่กำลังนั่งทำรายงานหน้ายุ่งที่ห้องนอนของเขา

               
เด็กหญิงเปิดประตูพร้อมกับส่งเสียงเรียก แบบที่เคยทำประจำ ทั้งที่ เจ้าของห้องเคยบอกแล้วว่า ต้องเคาะประตูก่อน

               
“พี่โอ

               
“โปซอกพี่บอกแล้วว่าต้องเคาะประตูก่อน เปอิดพรวดเข้ามาแบบนี้ไม่ดีรู้ไหม”

               
“ทำไมล่ะ แอบดูหนังโป๊อยู่เหรอ” เด็กหญิงพูดไปก็ทำหน้าตาแก่แดดเกินวัย ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ที่ตัวเองพูดว่า หนังโป๊ แท้จริงเป็นยังไง รู้แต่ว่า คงเป็นวีดีโอ ที่มีรูปคนไม่ใส่เสื้อผ้าแค่นั้น

               
เด็กหญิงเดินเข้าไปใกล้ ไม่มีวิดีโอโป๊วางหราอยู่บนโต๊ะหนังสือแล้ว เห็นมีแต่หนังสือเล่มหนาใหญ่หลายเล่มวางอยู่ และหน้าที่เปิดอยู่ ก็มีแต่ตัวเลข เต็มไปหมด และคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ก็ลุกขึ้นยืน กอดอก มองหน้าเด็กหญิงนิ่ง ทำยังกับว่า เธอทำอะไรผิดนักหนา ก็แค่เข้าห้องมาโดยที่ไม่ได้เคาะประตู ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิดอยู่ก็ไม่น่าจะโกรธ

               
ตอนเย็นที่มารับก็เหมือนกัน ทำตัวแปลก ไม่ยิ้ม ไม่พูดด้วย ถามคำตอบคำ ยังกับโดนบังคับมา ถึงจะโดนบังคับให้มา ก็น่าจะยิ้มบ้าง แปลก ตอนข้ามถนนก็ไม่จับมือ พาข้ามมีอย่างที่ไหนมาดึงเปียแล้วจูงข้ามถนน คนนะไม่ใช่หมา นี่ยังมาทำหน้านิ่งใส่อีก

               
“โบซอกเข้ามาห้องพี่มีอะไรหรือเปล่า พี่มีงานต้องส่งอาจารย์อีกเยอะเลย”    

               
“วันนี้พี่โอเป็นไร ทำเหมือนกับโกรธพลอย ไม่อยากคุยกับพลอยอย่างนั้น”

               
“พลอยไม่ได้ทำอะไรให้พี่โกรธ พี่จะโกรธพลอยเรื่องอะไร พี่แค่ถามว่าพลอยเข้ามาในห้องพี่มีอะไร”

               
“ก็นั่นสิ พลอยไม่ได้ทำอะไรให้พี่โอโกรธ ไม่ได้บอกอาปาด้วยว่าพี่มีหนังโป๊ในห้อง แล้วทำไมต้องทำท่าเหมือนพลอยเป็นตัวเชื้อโรคด้วย ถ้าไม่อยากคุยกับพลอย ทีหลังไมต้องไปส่งไปรับที่โรงเรียน แล้วติวหนังสือน่ะไม่ต้องแล้วนะ ไม่จำเป็น”

               
โอซองมองเด็กหญิงที่ตะเบ็งเสียงน้ำตารื้น หน้าตาแดงก่ำด้วยความโกรธ มือเล็กที่ถือกระดาษกำแน่น  เรื่องที่พ่อให้ระมัดระวังตัวอย่าใกล้ชิดกับน้องมาก ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ และเริ่มบานปลาย

               
พลอยปภัสเขวี้ยงกระดาษลงพื้นแล้ววิ่งออกไปนอกห้องนอนโอซอง ฉับพลันก้ได้ยินเสียงปิดประตูดังขึ้น

จนชินกีและอรนภัสที่นั่งอยู่ด้านล่างต้องรีบขึ้นมาดู สงครามย่อมๆที่เกิดขึ้นด้านบน

               
แล้วก็เห็น คนเป็นพี่ เคาะประตู เรียกน้อง แต่ ประตูห้องนอนยังคงปิดสนิท โอซองหมุนลูกปิดประตู พลอยปภัสฝ่าฝืนกฏของบ้าน

               

   
“พ่อครับ น้องล๊อคประตูห้อง”

               
โอซองบอกชินกีที่เดินมาหยุดที่ประตูหน้าห้องพลอยปภัสเช่นกัน ชินกีหันไปมองหน้าอรนภัส แล้วถอนหายใจยาว ผู้หญิงเป็นเพศที่เข้าใจยาก แต่เด็กผู้หญิงที่กำลังจะโตเป็นสาวนั้นเข้าใจยากยิ่งกว่า ทางที่ดีสุดก็คือ ให้คนเป็นแม่ พูดกับลูกสาวก่อนที่เรื่องจะบานปลาย

               
“ลงไปข้างล่างกับพ่อก่อนดีไหม ปล่อยให้ผู้หญิงเขาคุยกัน”

               
ชินกีตบไหล่ลูกชายแล้วพาเดินลงบันไดไปรอให้สถานการณ์สงบลง อรนภัสปรายตามอง สองหนุ่มแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่คิดว่า เรื่องราวจะใหญ่โต อาจเป็นเพราะน้องพลอยถูกตามใจเพราะเป็นลูกสาวคนเดียว บางครั้งจึง ตั้งแง่และเอาแต่ใจตัวเองมากเกินไป ยิ่งมีโอซองมาให้ท้ายตามใจน้อง เพราะกลัวน้องไม่รัก นิสัยเอาแต่ใจก็ดูเหมือนยิ่งเพิ่มพูน

               

               
“น้องพลอยเปิดประตูห้องให้แม่เข้าไปได้ไหม” อรนภัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

               
เด็กหญิงเดินมาเปิดประตูทั้งที่น้ำตายังเปรอะหน้า อรนภัสเดินเข้าไปในห้องนอน ที่เด็กหญิงนั่งหน้างออยู่บนเตียง

               
“พลอยทะเลาะอะไรกับพี่โอคะ”

               
“ก็พี่โอน่ะสิคะ ทำตัวแปลกตั้งแต่เช้าแล้ว ทำเหมือนรังเกียจพลอย พลอยพูดด้วยก็ไม่ค่อยคุย ทำเหมือนพลอยเป็นตัวเชื้อโรคน่ารังเกียจ

               
“น้องพลอยมีเหตุผลหน่อยสิลูก พี่โออาจจะมีงานที่ต้องทำมาก อาจจะเครียดเรื่องเรียน จะให้พี่เขาตามใจเราทุกเรื่องไม่ได้หรอกนะลูก”

               
“หมายความว่าพลอยผิด ที่เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับพี่โอจนเขารำคาญใช่ไหมคะแม่ ถ้าอย่างนั้นต่างคนต่างอยู่เลย”พลอยปภัสโมโหกระแทกตัวนั่งลงบนเตียงนอน

               
“พลอยฟังแม่นะหนูเป็นผู้หญิง แล้วร่างกายหนูกำลังจะโตเป็นสาว ส่วนพี่โอเขาเป็นผู้ชายแล้วเขาก็เป็นหนุ่มแล้ว เหมือนอย่างเพื่อนผู้ชายที่โรงเรียน หนูจะไปเล่นคลุกคลีกับเพื่อนผู้ชายมันก็ไม่เหมาะสมเหมือนกัน  น้องพลอยเข้าใจที่แม่พูดไหมลูก”

               
“พลอยไม่เข้าใจค่ะ พี่โอเป็นพี่ชาย พลอยเป็นน้องสาว แล้วมันไม่ดีตรงไหนคะ น้องพลอยง่วงแล้วขอน้องพลอยนอนก่อนแล้วกันนะคะแม่”

               
อรนภัสมองเด็กหญิงที่ล้มตัวลงนอน หันหลัง ทั้งยังใช้ผ้าห่มคลุมโปงจนมิด
แม่หวังว่า สักวันน้องพลอยจะเข้าใจ ว่า แม่เตือนเพราะเป็นห่วง เมื่อหนูโตกว่านี้ สิ่งต่างๆภายในตัวหนู จะบอกกับหนูเอง

 

              
 
เช้าวันใหม่กลับสดใสผิดคาด  เด้กหญิงขี้วีนดูอารมณ์ดีแตกต่างจากเมื่อเย็นวาน ไม่มีอาการหน้างอ ประชด ทำเสียงตึงตัง

               
เด็กหญิงเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถเหมือนเคย เปิดกระเป๋าแล้วหยิบการ์ดสีขาวที่รูปวาดคิ๊ตตี้ออกมา

               
“ขอบคุณค่ะพี่โอ”

               
หนุ่มน้อยนักศึกษา โยกหัวน้องสาวเบาๆ แล้วยิ้มให้ เด็กเอาแต่ใจที่ส่งยิ้มให้กลับมา
  พลอยปภัสเป็นน้องสาว และเขาเป็นพี่ชาย และมันจะยังคงเป็นอย่างนั้นเสมอตลอดไป ถึงแม้คำว่า ไม่ใช่พี่น้องรวมสายเลือดเดียวกันจะเป็นตัว แบ่ง ความสัมพันธ์ให้ห่างลง แต่ น้องก็คือน้อง และเขาจะปกปก้องดูแลน้องสาวคนนี้ รวมถึงน้องที่กำลังจะเกิดมา เพราะนี่คือ ครอบครัวที่เขาเหลือยู่อย่างแท้จริง

 

 

               

               

               

               

                            

               

                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

3 ความคิดเห็น