คัดลอกลิงก์เเล้ว

{GunRitz} ขอโทษครับ ผมหลงรักหมอ

ป่วยกายก็หนักจะแย่อยู่แล้วนะนภัทร! นี่ยังทำท่าจะมาป่วยใจเพราะความน่ารักของคุณหมอทำพิษเสียอีก ตายแล้ว! แล้วเขาควรจะทำอย่างไรดี?!

ยอดวิวรวม

1,506

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,506

ความคิดเห็น


11

คนติดตาม


25
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  20 มี.ค. 59 / 07:55 น.
นิยาย {GunRitz} ɤѺ ŧѡ {GunRitz} ขอโทษครับ ผมหลงรักหมอ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีค่ะ
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เรือนร่มพิรุณรื่นนะคะ
/ไรต์เตอร์เป็นมือใหม่หัดลง
คนอ่านท่านใดผ่านไปผ่านมา แวะให้คำแนะนำได้เสมอนะคะ/

คำเตือน!
นิยายเรื่องนี้เป็นฟิคกันริทนะคะ ชายชายด้วย
ใครที่คิดว่าไม่เหมาะกับตัวเรา กดปิดได้เลยนะคะ ไม่ว่ากันเนอะ :D
ฟิคนี้เกิดจากจินตนาการของผู้เขียนเพียงคนเดียวนะคะ 
ไม่มีเจตนาพาดพิงตัวศิลปินแต่อย่างใด 
ขอให้อ่านให้สนุกนะคะ ด้วยรักจากผู้เขียน


จะเป็นอย่างไร
เมื่ออยู่ๆ จิตรกรหนุ่มผู้รักความสันโดษเสียเหลือเกินเกิดจะป่วยกายขึ้นมา
แถมยังโดนคุณหมอคนน่ารักป่วนใจจนไปไม่เป็นเสียนี่
เอาล่ะสิ  เขาจะรับมือและจัดการยังไง 
ติดตามได้เลยค่ะ 

:D



ขอบคุณโค้ดสวยๆจาก  STAR  THEME นะคะ :D

?star

เนื้อเรื่อง อัปเดต 20 มี.ค. 59 / 07:55


สวัสดีครับ  ผมชื่อนภัทรครับ ชื่อเล่นชื่อกัน ตอนนี้ผมอายุ 25 ปีแล้วครับ แต่ก็ยังโสด  ด้วยอาชีพที่ค่อนข้างฟรีสไตล์อยู่บ้าน ก็เลยไม่มีเวลาไปจีบใครที่ไหน  อ้อ ผมเป็นจิตรกรน่ะครับ  ก็อย่างที่เขาว่าล่ะนะครับ ศิลปินมักไส้แห้งเสมอ แต่ผมก็ทำมันด้วยความรักแหละครับ  จะยากจะลำบากทนอะไรยังไงก็ไหวครับ กับการที่เราได้ทำในสิ่งที่เรารัก

แล้วเมื่อไหร่ผมถึงจะได้เจอและทำเพื่อคนที่ผมรักบ้างนะ..

อยู่ๆความคิดแบบนี้ก็โผล่ขึ้นมาในสมอง  ผมส่ายหัวเล็กน้อยกับความคิดประหลาดๆของตัวเอง  อยู่คนเดียวมาหลายปี  จะมาเหงาเอาป่านนี้หรอไอ้กัน

ผมหันซ้ายหันขวาอยู่ริมกระจกได้สักพักเมื่อรู้สึกไม่คุ้นกับการแต่งตัวที่ค่อนข้างจะเป็นทางการเมื่อต้องออกไปนอกบ้าน แหงล่ะครับ ทั้งปีทั้งชาติผมก็ได้แค่ออกไปซื้ออาหารเข้ามากิน หรือไม่ก็กินอาหารตามสั่งแถวๆนี้  ไม่มีเวลาไปเที่ยวไหนหรอก  แต่วันนี้คงต้องได้ออกไปจริงจังแล้วล่ะครับ เพราะว่าเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย กรอบรูปหล่นทับไหล่น่ะครับ ตอนแรกก็ไม่ได้รู้สึกอะไรหรอกครับ เอาไปเอามาพอเริ่มม่วงแล้วก็บวมปวดแล้วก็ได้เรื่อง จำใจได้ไปหาหมอ

ที่สุดผมก็ได้มายืนอยู่ที่นี่  หน้าโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งที่ใกล้บ้านที่สุด  ผมยื่นคิวรอพบหมอ ซักประวัติอะไรเรียบร้อยได้สักพักใหญ่ๆ คิดวางแพลนวาดรูปไปได้หลายรูปก็ได้ยินเสียงพยาบาลเรียก

คุณนภัทรค่ะ

ผมผลุดลุกขึ้นตามเสียงเรียก และเดินไปที่เค้าท์เตอร์พยาบาล

ห้องตรวจที่ 8 ค่ะเธอพูดพลางผายมือเพื่อบอกทาง

ขอบคุณครับผมก้มหัวพร้อมยิ้มขอบคุณเธอและเดินไปที่ห้องตรวจหมายเลข

ผมค่อยๆเลื่อนประตูอย่างช้าๆและระมัดระวัง เป็นอะไรไม่รู้นะ พอเป็นที่โรงพยาบาลแล้วทำให้ผมประหม่าและรู้สึกว่าต้องทำตัวเรียบร้อยทุกที  พอผมหันหน้ากลับมาเจอคุณหมอที่นั่งอยู่ที่โต๊ะก็ทำให้ผมเผลอตะลึง

คุณหมอนั่งก้มหน้าจดอะไรสักอย่างอยู่ทำให้ผมเห็นหน้าไม่ชัด แต่ที่ชัดเจนคือขนตาเรียงเป็นแพสวย จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากกระจับรูปธรรมชาตินั่น ผมตะลึงไปเล็กน้อย แล้วก็เงยหน้าขึ้นมาเผยให้เห็นวงหน้ารี ดวงตากลมสวย ถึงจะใส่แว่นอยู่แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความน่ามองลดลงเลย แต่กลับดูมีเสน่ห์มากขึ้นไปซะอีก ผู้ชายหรอกหรอเนี่ย ผู้ชายอะไรโครงหน้าสวยได้ขนาดนี้ คุณหมอขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปาก

นั่งสิครับ

            เสียงนุ่มทุ้มนั่นเรียกสติผมให้กลับคืนมา ผมสะดุ้ง รู้สึกเก้อเขินอย่างไม่เป็นของตัวเอง  แล้วก็ทรุดนั่งตามคำสั่งคุณหมอช้าๆ

            ของหนักหล่นทับไหล่ขวาคุณหมอพูดพึมพำ  ก่อนที่จะใช้ตากลมนั่นจ้องที่ไหล่ขวาของผม ถอดเสื้อออกครับ

            “ครับ?ผมทวนคำสั่งเหมือนว่าคำพูดเมื่อกี้เป็นภาษาต่างดาว

            ให้ผมเช็คประสาทหูด้วยมั้ยคุณ แต่เท่าที่ผมเรียนเนี่ย ของหนักทับไหล่มันไม่กระทบถึงการได้ยินหรอกนะคุณหมอพูดหยอกผมด้วยสีหน้าอมยิ้มนิดๆ ทำให้ผมเผลอยิ้มตาม ก่อนจะลุกขึ้นและเดินอ้อมโต๊ะมายืนข้างผม เอ้า ถอดสิคุณ ผมจะดูแผลว่ามันช้ำแค่ไหน

            ผมถอดเสื้อออกเหลือแต่เสื้อกล้ามตามที่คุณหมอสั่ง มือเรียวดึงสายเสื้อกล้ามผมออกก่อนจะกดเบาๆที่แผลให้ผมจี๊ดเล่น

            บวม ช้ำพึมพำเสียงค่อย ผมกดแล้วคุณเจ็บไหม

            “เจ็บครับ มันจี๊ดๆตรงที่ม่วงๆอ่ะครับผมตอบ

            สงสัยจะหนักจริงๆ ถ้าตกใส่แรงกว่านี้อีกนิด กระดูกร้าวได้เลยนะคุณ ทำอะไรก็ระวังหน่อยล่ะคุณหมอดุผม ก่อนที่จะเดินกลับไปนั่งเก้าอี้

            ผมใส่เสื้อกลับ แล้วก็เหลือบมองใบหน้าของคุณหมออย่างไม่มีอะไรทำ  คุณหมอก้มหน้าเขียนอะไรสักอย่างที่คนเป็นหมอเท่านั้นที่จะเข้าใจ  ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมจังๆ แม้ริมฝีปากนั้นจะไม่มีรอยยิ้ม แต่ดวงตากลมนั่นก็สะท้อนให้เห็นได้ชัดว่าคุณหมอกำลังอมยิ้มเล็กๆอยู่ภายใน

            กล้ามเนื้อคุณช้ำนะ ผมจะให้ยาคุณไปทาน สักสองอาทิตย์เดี๋ยวผมจะนัดมาตรวจใหม่ว่าทุเลาลงหรือยัง อ้อ แล้วก็อีกอย่าง งดใช้มือขวานานๆด้วย  ถ้าทำงานสัก 3-4 ชั่วโมงไปแล้วก็ควรพักคุณหมอใช้ปลายปากกาชี้ที่ไหล่ขวาของผม ขณะที่ผมโอดครวญในใจ ถ้าผมพักทำงาน.. แล้วผมจะเอารูปที่ไหนไปขายกินล่ะครับหมออออ

            ครับจะอะไรได้ล่ะครับ จะเถียงหมอก็ใช่เรื่อง  ก็ต้องรับคำไปตามระเบียบ

            รับใบนัดข้างนอกเลยครับคุณหมอผายมือไปที่ประตูให้ผม 

            ผมค่อยๆลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปอย่างอ้อยอิ่ง  พยาบาลยิ้มให้ผมขณะที่เขียนใบนัดและยื่นให้ผม แพทย์ที่ดูแล นายแพทย์เรืองฤทธิ์นะคะ นัดวันที่ 3 เดือน 8 นะคะ ไม่สะดวกโทรเลื่อนนัดได้ค่ะ

            “ขอบคุณครับผมรับใบนัดและส่งยิ้มให้อีกครั้งก่อนจะเดินออกจากแผนก

            ให้ตายสิไอ้กัน เป็นอะไรวะมึง ใจเต้นแบบนี้  คงไม่ใช่หลงรักหมอหรอกนะ

.....................................................................................................................................................................................................................

Special RITZ part

หมดเคสด่วนแล้ว หมอไปพักเถอะ

เสียงพี่เจี๊ยบ พี่พยาบาลที่เข้าเวรด้วยกันพูดขึ้นตอนเกือบๆจะตีห้า  ผมเพิ่งกลับจากสอดท่อช่วยหายใจให้คนไข้รายด่วนที่เพิ่งเข้ามาเสร็จ

ไม่เป็นไรครับพี่เจี๊ยบ อีกแปปเดียวก็แปดโมงละผมหันไปยิ้มให้พี่เจี๊ยบ

มาไม่เป็นไรอะไรหมอ พี่เห็นหมอวิ่งวุ่นทั้งคืน ยังไม่ได้พักเลยพี่เจี๊ยบแย่งชาร์ตในมือผมไปถือ อย่างน้อยก็กลับไปนอนสักสองชั่วโมงก่อนก็ดีนะหมอ

เอ่อ.. เอางั้นก็ได้ครับ ขอบคุณมากนะครับพี่เจี๊ยบ ผมเก็บของเสร็จแล้วก็หันมายิ้มให้พี่เจี๊ยบอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากโรงพยาบาลมา 

สวัสดีครับ  ผมชื่อเรืองฤทธิ์  ชื่อเล่นชื่อริทครับ ก็อย่างที่เห็นน่ะแหละครับ ผมเป็นหมอ เพิ่งเรียนจบครับ กำลังใช้ทุน หรือพวกวงการหมอเขาเรียกว่า อินเทิร์นครับ อย่างว่าล่ะครับ ชีวิตคนเป็นหมอจะมีอะไรมากมายล่ะครับ  ก็มีแต่คนไข้ ครอบครัว แฟนเฟินน่ะลืมไปได้เลยครับ แค่หาเวลาส่วนตัวก็น้อยมากพออยู่แล้ว อย่าได้คิดจะไปดูแลใครเลย  เวลาว่างๆผมชอบร้องเพลงครับ หรือถ้าเวลาเหลือพอสักหน่อย ผมชอบเที่ยวครับ เที่ยวไปเรื่อยๆ  มันสบายใจ สบายสมองดี

ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กน้ำตกชามนึงครับไหนๆก็ไหนๆแล้ว แวะหาอะไรกินหน่อยดีกว่า ผมมีลางสังหรณ์ว่าถ้าไม่รีบกินตอนนี้ จะไม่ได้กินไปอีกหลายชั่วโมง

ผมเดินหาที่นั่งได้สักพัก  ก่อนที่จะพบกับใครสักคน คนไข้ของผมเองแหละครับ  หมอนี่ประหลาดดี  ผมว่านะ ถึงผมจะเป็นหมอที่หลายๆคนมองว่าต้องเนิร์ด ต้องเก่งน่ะ มันก็ไม่ใช่หรอกครับ  จริงๆผมเป็นคนชอบแกล้งคน  ฮาๆ บ้าๆ รั่วๆไปเรื่อยนั่นแหละ แต่เวลาจริงจังก็ต้องเข้มกันนิดนึงครับ แต่ปกติผมไม่ใช่คนที่จะแกล้งใครง่ายๆถ้าไม่สนิท แต่กับคนไข้คนนี้เขาทำให้ผมรู้สึกคุ้นเคยแปลกๆ แถมหมอนี่ยิ้มสวยมากเลย ไม่ใช่อะไรครับ อิจฉา 5555 ผมอมยิ้มขึ้นมาอย่างนึกแกล้ง 

บอกให้พักไหล่ขวาไงผมเอาแฟ้มในมือสะกิดไหล่ซ้ายเขา ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะมานั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามของเขา

...อ้าปากค้างเลยเรอะ  ผมคนนะเนี่ย ทำไมต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้น เขาเป็นคนตาโตมากเลยนะเนี่ย ตาคมด้วย ยิ่งพอทำหน้าตกใจตาก็ยิ่งโตขึ้นไปอีก

อึ้งอะไรขนาดนั้นคุณ  ผมนั่งด้วยนะ

ครับ เอ่อ ได้ครับหมอผมอดขำไม่ได้จริงๆกับท่าทางตกใจแบบนั้นของเขา

นอกเวลาเวรแล้ว ผมไม่ได้เป็นหมอแล้ว

แล้ว.. คุณชื่ออะไรอ่ะครับ ผมจะได้ไม่ต้องเรียกหมอเขาพูดพลางเผยรอยยิ้มที่ทำให้เกิดลักยิ้มที่ข้างแก้ม  ยิ้มสวยจริงๆ ตาก็สวย คม อิจฉาว่ะ

คนเราต้องแนะนำตัวก่อนป่ะ ถึงจะถามชื่อคนอื่นผมแกล้งเลิกคิ้ว

หมอขี้แกล้งนะเนี่ย  ผมชื่อกันครับแววระยิบระยับในตานั่นมันทำให้ดูเจ้าเล่ห์จริงๆ หมอล่ะ ชื่ออะไร

ชื่อริทครับผมเอนตัวไปพิงพนักเก้าอี้ แล้วนี่หายปวดหรือยัง ออกมาหาอะไรกินสบายใจเฉิบแบบนี้

สบายใจเฉิบอะไรกัน หมอ เอ๊ย ริทรู้มั้ย ผมอดทำงานไปหลายวันแล้ว จะไม่มีอะไรกินแล้วเนี่ยเขาตัดพ้อผม  แต่ทำไมผมรู้สึกอารมณ์ดียังไงชอบกล

คุณทำงานอะไรอ่ะผมรับชามก๋วยเตี๋ยวจากป้าเจ้าของร้านมาจัดการ พลางถามคนไข้ช่างเถียงไปด้วย  ตอนตรวจก็ไม่เห็นจะออกลายกวนขนาดนี้นะ

เป็นจิตรกรครับ นักวาดอิสระ

มิน่าล่ะ ถึงพลาดกรอบรูปหล่นทับเอา หมองูตายเพราะงูนะเนี่ยผมหัวเราะในขณะที่เขาเบ้ปาก  แต่ก็ไม่ละสายตาออกไปจากหน้าผม อยากจะถามอยู่นะว่าจ้องอะไรนักหนา

ริทอย่าซ้ำเติมผมสิ

กันก็อย่าซุ่มซ่ามทำอะไรหล่นทับตัวเองสิผมคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากเป็นคำสุดท้าย ก่อนจะจัดการซดน้ำก๋วยเตี๋ยวต่อ

มันห้ามกันได้ที่ไหนล่ะริท  มันเป็นอุบัติเหตุนะ

กันก็ระวังไง จะได้ไม่ต้องพักงาน ไม่ต้องกินยา ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องมาหาหมอด้วยผมกระดกน้ำเข้าปากจนหมดแก้ว กันอมยิ้มจนแก้มเป็นรอยบุ๋มเล็กน้อย

แต่กันอยากไปหาริทนะไอ้นัยน์ตาแบบนั้น มัน.. โชคดีมากที่ผมกลืนน้ำลงคอไปแล้ว ไม่งั้นได้สำลักแน่  หมอนี่รู้ตัวหรือเปล่าว่าที่พูดออกมามันหมายความว่ายังไง 

ก่อนที่ผมจะได้ต่อว่าคนไข้ตัวดีต่อ  เสียงโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น

หมอริท  พี่ขอโทษนะที่โทรมา  แต่มีเคสด่วนมาก  เดนต์เก่งให้โทรตามอินเทิร์นทุกคนเลย

ลางสังหรณ์ผมเคยผิดซะที่ไหนเล่า ผมอยากจะทรุดตัวลงไปร้องไห้จริงๆ ไม่ได้อาบน้ำมาวันนึงแล้วนะเฟ้ยยย

ครับพี่เจี๊ยบ ผมจะรีบเข้าแผนกเดี๋ยวนี้เลยครับผมรวบแฟ้มและสะพายเป้ใบเก่งขณะที่วางสายและหยิบแบงค์ห้าสิบวางไว้เป็นค่าก๋วยเตี๋ยว

ไปแล้วคุณ อย่าลืมมาตามนัดนะกันดูยังตั้งตัวไม่ทันกับอาการปุบปับของผม  เขาทำท่าจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่ทันผมซึ่งกำลังรีบสาวเท้าเดินออกมาก่อน

โชคดีครับริท ไว้เจอกันเสียงแผ่วๆที่แว่วมามันทำให้ผมคลี่ยิ้มออกมาได้ไม่ยาก

อื้อ ไว้เจอกัน

End RITZ part

..................................................................................................................................................................................................................


กัน

            วันนี้ผมตื่นเช้าอย่างอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ลุกขึ้นมาอาบน้ำสระผมแต่งตัวไป ร้องเพลงไปด้วย แหม ไม่ต้องถามหรอกครับว่าอารมณ์ดีมาจากไหน ก็คนมันมีความสุขนี่คร้าบบบ ผมหันซ้ายหันขวาอยู่หน้ากระจกบานเดิม ก่อนจะถอยออกมาและยิ้มหล่อให้กระจกเป็นรอบสุดท้าย คว้ากระเป๋าเงิน โทรศัพท์ สะพายเป้คู่ใจเดินออกมาขึ้นรถเมล์ ขึ้นมาได้สักพักก็ลงหน้าโรงพยาบาลที่คุ้นเคย

            ผมเผลอยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าวันนี้จะได้เจอใคร แหม ผมก็ไม่ใช่เด็กประถมอมลูกกวาดนะครับ จะได้ไม่รู้ว่าไอ้การคิดถึง อยากเจอหน้าเนี่ยมันหมายความว่ายังไง

            นั่งรอคิวไปได้ เอ่อ สักพักใหญ่ๆ จริงๆก็นานนั่นแหละครับ ก็เล่นนัดผมบ่าย แต่คนไข้ตกค้างตั้งแต่เช้าก็ยังไม่หมดเลย ผมก็เลยได้นั่งรอ รอ แล้วก็รอ แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ผมเตรียมการมาดี  ผมก็นั่งร่างงานบ้าง ร่างรูปเล่นไปพลางๆ แต่ก็ไม่ได้ลงเส้นหรอกครับ เดี๋ยวใช้งานมือหนักแล้วจะไม่หายเอา

            คุณนภัทรค่ะคุณพยาบาลเรียกชื่อผม ทำให้ต้องเก็บสมุดร่างภาพลงกระเป๋าและเดินไปที่ห้องตรวจที่ 8 อย่างรู้งาน ริมฝีปากผมคลี่ยิ้มอัตโนมัติ

            เชิญนั่งครับริทก็ยังคงนั่งก้มหน้าให้ผมอยู่เหมือนวันเดิมที่เจอกัน แต่วันนี้เขาไม่ได้ใส่แว่น ดูประหลาดตาไปเสียหน่อย แต่หัวใจผมพองโตอย่างประหลาดเมื่อเห็นภาพนี้

            มาตามนัดครับผมผมพูดแล้วก็หย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ เมื่อเห็นริทเงยหน้าขึ้นมาเจอผมและส่งยิ้มให้

            ไหน หมอขอดูรอยช้ำซิ จางลงหรือยังผมถอดเสื้อออกให้เห็นถึงรอยช้ำที่จางลงมากแล้วให้ริทดู  ริทเดินอ้อมโต๊ะมาจับที่รอยช้ำและพึมพำภาษาหมอ ก่อนจะพูดกับผม รอยจางลงแล้ว เลือดก็ไม่คั่งแล้วด้วย น่าจะไม่อักเสบแล้วล่ะครับ กินยาครบตามที่สั่งใช่มั้ย

            “ครบครับริทริทถลึงตาดุใส่ผม ทำให้ผมต้องเปลี่ยนสรรพนาม ครบครับหมอ

            “ดีมากเขาเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะและก้มเขียนใบสั่งยา แต่ก็คุยกับผมไปด้วย กินยาชุดนี้ให้ครบนะครับ แล้วก็หมั่นทายาบ่อยๆด้วยถ้าอยากให้รอยช้ำหายเร็ว

            “เอ่อ ไม่นัดอีกหรอครับผมเลียบๆเคียงๆถาม ริทตวัดสายตาขึ้นมามอง

            จะหายแล้ว ผมจะนัดมาเพิ่มงานให้ตัวเองทำไมล่ะคุณรูปประโยคเหมือนตำหนิ แต่น้ำเสียงกลับเจือด้วยเสียงหัวเราะน้อยๆ

            แหม รู้อย่างนี้ผมน่าจะทำให้แผลหายช้าๆหน่อยเนอะ

            เชิญครับ รับยาด้านนอกนะครับเขาพูดส่งท้าย ผมก็เลยต้องจำใจสะพายกระเป๋าเป้อย่างอ้อยอิ่งและเดินออกจากห้อง

            รอมาตั้งหลายชั่วโมง ได้เจอหน้าไม่ทันหายคิดถึงก็ต้องไปซะแล้ว อาภัพจริงๆเลยผม

            ผมไปนั่งรอรับยาต่อที่อีกแผนกข้างๆกันด้วยความรู้สึกหงอยพิลึก นั่งรอไปได้สักพักก็ได้ยินเสียงประกาศเรียกชื่อ ผมรับยากินและยานวดอย่างที่ริทสั่งไว้ กำลังจะเดินออกจากแผนก สายตาเจ้ากรรมก็หันไปเจอคนที่คิดถึงกำลังเดินออกมาจากห้องพอดี  สองเท้าไปไวกว่าความคิด  ผมรีบเดินตามริทไปอย่างรวดเร็ว

            รู้ตัวอีกทีผมก็มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าร้านอาหารตามสั่งแห่งหนึ่ง ได้แต่ยืนมองริทที่เดินเข้าไปสั่งข้าวอยู่เงียบๆ เป็นโรคจิตเกินไปหรือเปล่านะผม แต่มาถึงขั้นนี้แล้วไอ้กัน หลงรักเค้าก็เอามันให้สุดๆไปเลยก็แล้วกัน

            มีคนนั่งหรือเปล่าครับผมเดินไปหยุดอยู่ข้างๆเขา ริทเงยหน้าขึ้นมามองแล้วก็เลิกคิ้วน้อยๆ

            เห็นมีใครนั่งหรือเปล่าล่ะครับเอาแฟ้มในมือตีต้นแขนผม ทำให้ผมหัวเราะแล้วก็เดินอ้อมไปนั่งที่ตรงข้ามเขา ยังไม่กลับบ้านอีกหรอ

อ้อ ผมเดินตามหมอมาน่ะ

ห้ะริทมองผมแบบตื่นตะลึง จนทำให้อดขำไม่ได้กับท่าทางที่ดูเปิ่นๆของเขา

กันบอกว่ากันเดินตามริทมาผมย้ำอีกทีด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ได้ยินแล้วเว้ยยยริทพูดด้วยน้ำเสียงติดจะโวยวายเล็กๆ ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อได้กับข้าวที่ต้องการ  ผมนั่งมองริทกินอยู่อย่างนั้นโดยไม่รู้สึกเบื่อ เขาเงยหน้าขึ้นมามองผมเป็นระยะๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร จนข้าวของผมมาถึง ผมก็กินไปบ้าง มองริทกินบ้าง มันรู้สึกดียังไงไม่รู้ครับ มันบรรยายไม่ถูก  แต่รู้ว่า มันมีความสุขอยู่ข้างในใจ

ริทจะไปไหนต่อหรอผมเอ่ยถามขึ้นเมื่อจ่ายเงินค่าข้าวอะไรเรียบร้อย เวลามันช่างดูผ่านไปเร็วเมื่อผมได้เจอกับริท พูดคุยกับริท

ถามทำไมอ่ะเขาเดินแกว่งแขนเหมือนเด็กๆ ไปตามทางที่ผมค่อนข้างจะคุ้นเคย ลัดเลาะไปตามซอยเล็กๆข้างร้านข้าว มันเป็นสวนสาธารณะครับ  มีสระน้ำแล้วก็ที่นั่ง เย็นๆแบบนี้ก็จะมีหลายๆคนมาเดินบ้าง วิ่งบ้าน ออกกำลังกายเป็นประจำ

อยากไปด้วยผมไม่เห็นสีหน้าของเขาหรอกว่า เมื่อได้ยินที่ผมพูดไปแล้วเขาทำหน้ายังไงบ้าง แต่ริทก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ริทเดินนำผมไปเรื่อยๆ เมื่อพวกเราเดินมาถึงริทก็นั่งลงที่ม้านั่งริมสระน้ำ ผมก็เลยหย่อนตัวลงนั่งตาม

ตามผมมาทำไมเนี่ยเขาพูดขึ้นทั้งๆที่ไม่ได้มองหน้าผม ทอดสายตาไปที่สระน้ำ ผมมองตามแล้วก็เผลอยิ้มออกมาเมื่อเห็นภาพคุณตาคุณยายคู่หนึ่งวิ่งออกกำลังกายด้วยกัน พอหันกลับไปมองคนข้างตัวอีกครั้ง เขาก็กำลังมองภาพเดียวกับผมและยิ้มอยู่เช่นกัน

ริทหันหน้ามาสบตากับผมทั้งๆที่ริมฝีปากยังแต่งแต้มด้วยรอยยิ้ม มันทำให้ผมใจเต้นรัวได้ไม่ยากเลย

ก็.. อยากตามมาผมพูดไปตามที่ใจคิด  ไม่อยากจะทำอะไรให้มันซับซ้อนหรอกครับ คนสมองน้อยๆอย่างผม ใช้เป็นแต่ความรู้สึกและถ่ายทอดมันออกมาเท่านั้น

...”  เขานิ่งไป ผมจ้องมองเสี้ยวข้างของริทอย่างประหลาดใจ  แปลกนะ ริทไม่ใช่คนน่ารักเรียบร้อยอย่างที่ผมเคยชอบ หรือแม้แต่ไม่ใช่ผู้หญิงก็ตาม แต่ผมรู้สึกว่าเขาน่ารัก และอยากเห็นรอยยิ้มของเขาเยอะๆ ผมไม่ได้ชอบในสิ่งที่ผมคาดหวังให้เขาเป็น แต่ผมชอบในความที่ริทเป็นริท โดยไม่อาจมีข้อแม้อะไรได้เลย

ริทมีแฟนยังอ่ะเขาแทบจะหันขวับมาทันทีที่ผมถามประโยคนี้ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้น

ยังงงง จะเอาเวลาที่ไหนไปมีล่ะคุณลากเสียงยาวและไม่ลังเล แสดงว่าไม่ได้โกหก ผมแอบยิ้มในใจ แหม ดีแล้ว ถ้ามีแฟนแล้วผมก็คงต้องอกหักไปตามระเบียบสิ แต่โสดแบบนี้แสดงว่ามีโอกาส

งั้นผมจีบริทได้ป่ะ

เฮ้ย จะบ้าหรอริทแทบจะอ้าปากค้าง ผมฉีกยิ้มจนตาแทบจะปิดใส่เขา

ไม่บ้าหรอก  ผมคิดมาแล้วนะ ผมว่า.. ผมชอบริทอ่ะเขินดีว่ะ รู้สึกแทบจะได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัวเลย

จริงมั้ยยย พูดอะไร ไร้สาระน่าคุณแหน่ ผมดูออกนะว่าริทแอบอมยิ้มมมมม น่ารักจังเลยแฮะ

ถ้าผมบอกว่าผมพูดจริง แล้วก็จริงจังอ่ะ หมอริทจะให้โอกาสผมมั้ยผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมคู่นั้น พยายามแสดงความจริงใจและความรู้สึกที่มีให้เขารับรู้

แล้วกันคิดว่าผมจะตอบว่าไงริทโบกแฟ้มในมือไปมา

ริทลองใจกันอีกแล้วนะผมแทบจะบ้าตาย เมื่อริทเอาแต่เฉไฉคำตอบ  ไม่เห็นแก่ความเขินของผมหน่อยเลยหรือไงกัน

“55555” หัวเราะ หัวเราะเข้าไป อยากจับตัวเขามาเขย่าๆนัก หมั่นไส้

ถ้าเดาจากสายตานะ ผมว่า.. คุณหมอริทก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเราสนิทกันมากกว่านี้ แล้วมันจะเป็นยังไงคนข้างตัวผมเผยยิ้มเหมือนกับจะพอใจในคำตอบ แหม ก็ไม่ได้ปุบปับอยากจะขอเป็นแฟนหรอกครับ เพิ่งเจอกันนี่นา แต่ผมแค่อยากได้โอกาสที่มากขึ้นที่จะได้เจอริท พูดคุยกับริท มันก็เท่านั้นเอง

ผมเผยยิ้มเป็นรอบที่สิบกว่าๆของวัน ตั้งแต่ได้เจอเขามันทำให้ผมรู้สึกมีความสุขจริงๆนะ เราทั้งคู่ก็อาจจะเหมือนแค่คนคนนึงบนโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้ที่มีหน้าที่ที่ต่างกันไป ที่อาจจะบังเอิญโคจรมาพบกัน แต่การพบกันของเราทำให้ผมรู้สึกดีและอยากทำเพื่อใครสักคนมากขึ้น นอกเหนือจากพ่อแม่พี่และน้อง ผมคิดว่านะ ผมคงจะมีความสุขในชีวิตมากขึ้น ถ้ามีคุณหมอคนนี้อยู่ข้างๆ คิดว่านะ

นี่เดาหรือเข้าข้างตัวเองริทพูดกลั้วเสียงหัวเราะ

คุณหมอไม่รู้หรอก แค่ผมมองตาหมอ สายตาหมอก็ฟ้องหมดแล้วเรื่องจริงนะครับ ริทเป็นคนที่อ่านออกง่าย ถ้าอยากจะอ่าน

หึหึ กลับเถอะคุณ  ผมมีเวรดึกต่ออีกน่ะ  คุณก็กลับบ้านกลับช่องไปพักผ่อนได้แล้วไป”  เปลี่ยนประเด็นหน้าตาเฉยเลยนะครับ   แหมม  

เฮ้ออออออ  คนเป็นหมอเนี่ยดูแลแต่สุขภาพคนอื่น แต่ไม่ค่อยดูแลสุขภาพตัวเองเลยเนอะผมก็พูดไปตามที่คิดน่ะนะ

หึ  พูดเหมือนตัวเองเป็นหมอประชดผมซะอย่างนั้น แต่มันก็จริงไม่ใช่หรอครับคุณหมอ

ผมก็พูดไปเรื่อยเปื่อย  แต่มันก็จริงใช่มั้ยล่ะ

พูดมากจริง!” ริทผุดลุกขึ้นยืน ทำให้ผมต้องยืนตาม ท่าทางจะเถียงไม่ออกแล้วพาลด้วยแฮะ ท่าทางแบบนั้นมันน่ารักดีจริงๆ

ให้ผมดูแลให้มั้ย? ก็ยังเดินตามริทไปอยู่ดีแหละผม เขาหันหลังกลับมาหาด้วยท่าทางสงสัย

อะไร?

หมอน่ะ  ให้ผมดูแลได้มั้ย  ทั้งสุขภาพ แล้วก็หัวใจ  ผมจะดูแลให้อย่างดีเลย

ไอ้บ้าเอ๊ย!” เขิน หน้าแดงด้วยแฮะ เอ้า เขินแล้วเดินจ้ำอ้าวเชียว ผมคิดขำๆแล้วก็ก้าวเท้าเร็วๆตามไป

เอ้า หมอออ รีบเดินไปไหนนน รอผมด้วยดิงานเนียนก็ต้องมาครับ วิ่งไปคว้ามือริทมาจับไว้ เขาหันมาถลึงตาใส่ผม แต่ก็ไม่ได้สะบัดมือออก

ไม่ต้องมาจับมือนะ

ทำไมล่ะ ไหนเมื่อกี้ดูรีบๆ เดี๋ยวผมจะพาวิ่งเลยยยย  ป่ะ ไปกันนนน

โอ๊ยยย ไอ้บ้า!”

จะจับมือและหัวเราะไปด้วยกันได้หรือเปล่า หรือได้อีกนานเท่าไหร่ ผมก็ไม่รู้หรอกนะ แต่ตอนนี้ผมรู้แค่ว่าผมจะจับมือเขาไว้ให้แน่นๆ และแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็พอ นะคุณหมอ :D

...........................................................................................................................................................................................................................



#ขอโทษครับผมหลงรักหมอ


ผลงานอื่นๆ ของ ร่มพิรุณรื่น

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

11 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 20:25
    เอื้อออ~~~เสียเลือดตายอย่างสงบ.....//ฟินนนน
    #11
    1
    • 31 พฤษภาคม 2559 / 21:18
      น่ารักใช่มั้ยคะ 555555 (อวยฟิคตัวเองตลอดดด)
      มาฟินไปด้วยกันนะคะ~ 555555 :D
      #11-1
  2. วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 06:44
    น่ารักเกินไปเเล้วค่ะ โอ้ยฟินมากกกก
    #10
    1
  3. Columnist
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 16:52
    โอ้ยยยยย ตายๆๆๆๆๆ
    ตอนอ่านนี่ให้นึกภาพหมอริทในใจไปด้วย
    ไม่ได้ชิฟอะไรเลยนะคะ สาบาน
    นึกถึงตอนนางพูด คาแรกเตอร์มันใช่มาก!! ฟินนนนน

    พล็อตเป็นเรื่องทั่วไประหว่างคุณหมอกับคนไข้
    แต่เพราะเป็นฟิค มันเลยทำให้เห็นภาพเวลาอ่านมาขึ้น
    เนื้อเรื่องน่ารักดี อ่านแล้วยิ้มตามค่ะ ^ ^
    #9
    1
    • 24 พฤษภาคม 2559 / 18:17
      โง้ยย ขอบคุณค่า ขอบคุณนะคะที่ชอบ~ พวกเค้าทั้งคู่น่ารักกันเนอะๆ อิอิอิ
      #9-1
  4. วันที่ 18 เมษายน 2559 / 02:37
    โอ้ย!คุณ! น่ารักเกินไปแล้ว อ่านไปยิ้มไป ฟินมาก>////<
    #8
    1
    • 18 เมษายน 2559 / 08:35
      ขอบคุณมากๆนะคะที่ชอบ~ ถ้าว่างก็แวะไปอ่านเรื่องอื่นๆด้วยก็ได้นะคะ~
      #8-1
  5. วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 16:06
    งื้อๆบ้าบอคอพอกมาก สติเตลิดกระเจิดกระเจิงแล้วเนี้ยะ โอ๊ยฟินวัวตายควายล้ม กรี๊ดลั่นห้องได้มั๊ย 
    #7
    1
    • 6 มีนาคม 2559 / 19:33
      ใครห้ามคะคุณ จะกรี๊ดก็กรี๊ดสิ ระวังข้างห้องเคาะมาด่าก็พอนะคะ อิอิอิอิ
      ฟินน~ อ่านทีไรก็ฟินนน คนเขียนอ่านเองยังฟิน 55555
      #7-1
  6. วันที่ 9 มกราคม 2559 / 13:31
    เฮ้ยยย ทำไมน่ารักงี้อ่ะ
    ชอบจัง กันริทมุ้งมิ้ง น่าร้ากกก
    คุณหมอมีเขิน ฮั่นน่อวววววว ><
    #6
    1
    • 9 มกราคม 2559 / 13:34
      ง่อออว์ น่ารักใช่มั้ยล่าาาาา 55555
      ขอบคุณนะคะที่ชอบ ขอบคุณจริงๆ :D
      #6-1
  7. #5 Covanic
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 18:51
    น่ารักอ่ะอ่านเเล้วเเก้มบาน( > < ). <= ขนาดหน้า
    #5
    1
  8. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  9. #3 Saeloa
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 07:35
    สนุกค่ะ มาอัพต่อไวๆนะคะ
    #3
    0
  10. #2 จิรา
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 05:29
    น่ารักค่ะ สไตล์กันริทเลย
    #2
    1
    • 7 มกราคม 2559 / 04:47
      สไตล์กันริทเลย พูดคำนี้แล้วเหมือนเรารู้กันยังไงไม่่รู้เลยนะคะ 555555
      แล้วก็ขอบคุณมากนะคะที่ชอบกัน
      #2-1
  11. #1 eng-eng
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 19:55
    น่ารักมากเลยยย อ่านเเล้วยิ้มตาม ><ฟินนน
    #1
    1
    • 7 มกราคม 2559 / 04:48
      พอคนเขียนเห็นคอมเม้นแล้วก็ยิ้มเหมือนกันค่ะ :D
      ขอบคุณนะคะที่ชอบกัน
      #1-1