[FIC NCT] So long (JaeDo)

ตอนที่ 19 : CHAPTER 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,944
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    20 ก.ย. 59

CHAPTER 18

 

 

.

 

.

 




ถึงจะบ่นอยากกลับตั้งแต่ยังไม่ข้ามวันใหม่ แต่โดยองก็อยู่กับผองเพื่อน(?)ต่อหลังจากนั้นอีกหลายชั่วโมงจนเวลาล่วงเลยไปจนถึงตีสอง

 

 

หลังจากที่จองแจฮยอนเมาไปตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ เอาจริงๆก็เลยช่วงเวลาค่ำมาพอสมควรหากนับเวลาที่เป็นตัวเลขบนหน้าปัดเข็มนาฬิกาจริงๆ กระนั้นการที่อีกฝ่ายมีร่างกายโงนเงน ปากเปราะ พูดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ตั้งแต่แก้วแรกๆที่ดื่ม จะเปรียบเทียบเอาแบบนั้นก็คงได้

 

 

ตอนนี้ที่พวกเขาทั้งหมดพากันมาจนถึงบริเวณลานจอดรถของคลับ ก็เห็นคนเมาเพิ่มขึ้นจากเดิมอยู่หลายราย เจ้าของรถอย่างอีแทยงดันร่างกึ่งสลบไสลของเตนล์เข้าไปที่เบาะหน้าข้างคนขับ จีฮันซลก็เหมือนเดิม ทุกครั้งที่ชวนกันมาดื่มก็มักจะเมามายตามปกติเสมอ เดินโซซัดโซเซโวยวายไปตามประสา ถึงอย่างนั้นฝ่ายคนตัวสูงก็สามารถเดินขึ้นเบาะหลังได้เองโดยที่มียูตะที่แทบจะไม่ได้ดื่มตามประกบ คิมโดยองที่ไม่ได้เมา เพราะหลังจากเกมบ้าบอคอแตกนั่นคนตัวบางก็ไม่ได้ดื่มเพิ่ม ในขณะที่แฟนเด็ก ...จองแจฮยอนนั้นดูเหมือนจะติดใจดื่มไปเรื่อยไม่มีลิมิต แถมห้ามเท่าไรก็ไม่ฟัง ที่แย่ไปกว่านั้นคือความลับสมัยเด็กตั้งมากมายที่โดยองอยากลบเลือนไปก็ดันโดนแจฮยอนเอามาแฉเสียยับเยิน

 

 

อย่าให้ถึงตอนมีสติจำอะไรได้นะโดยองจะเอาคืนให้หนักเลยคอยดูสิไอ้ลูกหมู!

 

 

พวกเขาที่กล่าวมาทั้งหมดพากันขึ้นรถนั่งประจำที่กันหน้าสลอน เหลืออีกสองบุคคลที่ยังยืนอยู่ภายนอก ซอยองโฮที่ยืนเคียงข้างมุนแทอิลได้แค่คิดว่าจะเอายังไงดี หากเป็นในยามปกติ แม้ภายในรถจะอัดแน่นไปด้วยสมาชิกจนแทบมองไม่เห็นที่ว่างเหลือ ยองโฮก็คงจะดันทุรังเอาร่างยักษ์ของตัวเองเข้าไปรวมอยู่ด้วยแล้ว แต่เพราะว่าตอนนี้มีอีกคนข้างๆ...

 

 

อืมนั่นแหละ

 

 

แล้วนี่ไอ้คนที่มันพาแทอิลมาไม่คิดจะรับผิดชอบอะไรคนๆนี้เลยหรือยังไงกันล่ะ ซอยองโฮมองคิมโดยองที่พยายามเอามือของตัวเองผลักหัวไอ้เด็กจอมเกาะแกะข้างๆออกด้วยสีหน้ารำคาญ ดูรำคาญมากราวกับไม่ใช่คนเป็นแฟนกัน นึกอยากโพล่งด่าตัวการที่พามุนแทอิลมาออกไปบ้างในตอนนั้น แต่พอนึกขึ้นมาได้ว่าอยู่ต่อหน้าใคร เขากลับทำได้แค่เงียบ แล้วก็ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามเรื่องตามราวอย่างยอมจำนน

 

 

เอาไงดีวะ…? จะพาอีกคนขึ้นรถไปพร้อมไอ้พวกบ้านั่นทั้งหมดก็ดูจะนำความลำบากลำบนมาให้กับอีกฝ่ายเพราะต้องเบียดกับไอ้ขี้เมาพวกนั้น แต่ถ้าจะให้แยกกันตรงนี้แล้วทิ้งมุนแทอิลไว้เพียงลำพัง ไม่ต้องให้ใครมาตราหน้าว่าอะไรกันหรอก เขานี่แหละจะด่าตัวเองให้ยับเลย จิตใจทำด้วยอะไร จะทิ้งร่างเล็กให้ต้องกลับคนเดียวตามลำพังได้อย่างไรกัน คราวนี้เห็นทีว่าก็คงจะเหลืออยู่เพียงทางเลือกเดียวเท่านั้นแล้ว ซึ่งยองโฮคิดว่ามันน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ตอนนี้ แต่จะว่าก็ว่าเถอะเพราะมันดันกลับกลายเป็นเรื่องที่ทำได้ยากที่สุดสำหรับเขา ซึ่งนั่นก็คือการกลับไปพร้อมกันกับมุนแทอิล

 

 

แค่เขาและมุนแทอิลเพียงสองคนเท่านั้น

 

 

แค่คิดก็ผวาไปหมดแล้วเพราะยองโฮรู้ว่ามันจะเป็นยังไง มันชัดเจนในทุกครั้งที่ผ่านมาเมื่อคนที่อยู่ตรงหน้าเขาคือแทอิล ซอยองโฮคนที่เก่งกาจมักจะควบคุมตัวเองไม่ได้ พูดประโยคที่ไร้ซึ่งความหมาย เพราะสมองไม่สามารถไตร่ตรองและกลั่นกรองอะไรได้เลย คำในประโยคมักจะสลับที่ไปมาจนเขาเองยังเวียนหัว ซึ่งมันก็คงดูตลกดีพิลึก และนั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่กล้าเผชิญหน้ากับมุนแทอิลบ่อยเกินกว่าความจำเป็น ซอยองโฮไม่อยากเผยด้านที่มันดูตลกจนน่าหัวเราะเยาะให้อีกฝ่ายได้เห็น

 

 

ไม่ปล่อยให้คิดฟุ้งซ่าน คิดไปเองคนเดียวได้นานกว่านั้น ก็มีหนึ่งเสียงสรุปทุกอย่างให้เอ้ย รถเต็มแล้วไอ้ยองโฮ มึงไปส่งแทอิลด้วยแล้วกันไม่ใช่ใคร บุคคลที่เป็นเจ้าของรถนั่นแหละ ยองโฮยังไม่ทันได้อ้าปากแม้แต่จะตอบรับ เสี้ยววินาทีก็โดนประตูรถปิดใส่หน้า ถัดไปอีกเพียงไม่กี่อึดใจ รถคันงามของอีแทยงก็ขับเคลื่อนออกไปและคงไม่คิดจะย้อนกลับมาอีก

 

 

คราวนี้ล่ะ... วิกฤตของชีวิตซอยองโฮจริงๆแล้ว...

 

 

ร่างสูงยืนสงบนิ่งไว้อาลัยให้กับตัวเองอีกพักใหญ่ๆ และก็คงจะเป็นพักใหญ่จริงๆคนข้างๆถึงได้ยอมพูดอะไรบางอย่างขึ้นมาหลังจากเงียบกันมาโดยตลอด

 

 

ย...ยองโฮ... เดี๋ยวเราแยกกันตรงนี้ก็ได้นะ...

 

 

ไม่ดิแม้แต่ตัวเองยังชะงัก เพราะไม่คิดว่าจะสวนตอบอีกคนกลับไปรวดเร็วปานนั้น ทั้งยองโฮและแทอิลใช้ดวงตาที่โตกว่าปกติมองสบกัน แต่ก็ทำอย่างนั้นได้ไม่นาน ต่างฝ่ายก็ต่างต้องล่าถอยหนีกลับมากะพริบตาถี่อยู่กับตัวเอง

 

 

คนตัวโตสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่คิดว่าตัวเองมี พลางบอกใจตัวเองว่าให้เต้นช้าลงหน่อย แล้วฮึดทำใจกล้าหันไปพูดกับอีกฝ่ายแล้วแทอิลพักอยู่ที่ไหนล่ะ... เดี๋ยวไปส่ง

 

 

อ่า... อ...เอางั้นเหรอ...?”

 

 

อื้มเขาพยักหน้ายืนยันหนักแน่น

 

 

งั้นเอางั้นก็ได้... ก็ถ้าจากตรงนี้เดินไปก็ได้ ไม่ไกลเท่าไรหรอก...บอกได้ถึงตรงนี้ มุนแทอิลก็มีท่าทีเหมือนกังวลอะไรบางอย่างขึ้นมาอีกจนได้ ด้วยท่าทางแลดูอึกอักลำบากใจเอ่อ... แล้วยองโฮอยู่ที่ไหนล่ะ... ถ้ามันคนละทางน่ะ ก็ไม่ต้องก็ได้นะ ...ฉันเกรงใจ...

 

 

เกรงใจทำไม... ไม่ต้องเลย...ถึงจะบอกปัดไปอย่างนั้น ทว่าอาการเดิมๆของมุนแทอิลก็ยังคงไม่หมดไปเสียทีเดียว ดูเหมือนจะหนักกว่าเก่าด้วยซ้ำ

 

 

แล้ว... นี่เมาหรือเปล่าล่ะ... แบบอยากรีบกลับไปนอนพักเร็วๆอะไรอย่างนี้น่ะ ฉันเกรงใจยองโฮจริงๆนะ หอฉันเองก็อยู่แค่นี้เอง เดินกลับคนเดียวคงไม่เป็นอะไรหรอก อีกอย่างฉันเองก็เป็นผู้ชาย... คงไม่...

 

 

ก็บอกว่าเดี๋ยวไปส่งให้ไงครับแรกๆก็ทำตัวไม่ค่อยถูกอยู่หรอก แต่พอเห็นมุนแทอิลมุมนี้ที่เขาไม่เคยเห็น เอ...แต่จะว่าไป ที่ผ่านมาเขาก็คุยกับอีกฝ่ายได้แค่คำทักทายเท่านั้นหรือเปล่า... พอมาเจออะไรแบบนี้ ได้เห็นความกังวลใจที่ไม่ใช่แค่จากคำพูด แต่กับสีหน้าเองก็แสดงออกชัดถึงกับทำให้ต้องยิ้มออกมาอย่างไม่มีเหตุผล... อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไม...

 

 

ยองโฮแค่กำลังมองว่ามันน่ารักดีอย่างงั้นเหรอ...?

 

 

แล้วฉันก็ไม่ได้เมาด้วย” ยองโฮว่า


ดวงตาเรียวของอีกฝ่ายช้อนขึ้นมองเขาก่อนบอกด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ก็... ก็ยังไม่ทันได้ว่าอะไรเลย

 

 

นี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเหมือนกันน้ำเสียงทุ้มกลั้วหัวเราะซอยองโฮดูเหมือนจะผ่อนคลายขึ้นจากที่ผ่านๆมา ไม่รู้สิเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่ามุนแทอิลจะมีด้านแบบนี้ ภาพที่เขาคุ้นเคยเห็นจะเป็นตอนที่อีกฝ่ายยืนร้องเพลงต่อหน้าคนมากมายด้วยท่าทางมั่นใจไร้ความกังวลใดๆ อีกภาพเป็นตอนที่คนตัวเล็กคนนี้ในตอนที่วิ่งวุ่นจัดการเรื่องต่างๆในชมรมได้อย่างคล่องแคล่วกระฉับกระเฉง แตกต่างจากตอนนี้ที่ดูเหมือนจะกลายเป็นคนละคน

 

 

และคงเพราะทุกครั้งที่ผ่านมา ทุกครั้งที่คุยกันไม่ว่าจะเป็นตอนที่เขาตั้งใจไปเจอที่ชมรมเองหรือบังเอิญเดินสวนกัน ก็ไม่ได้มีวี่แววประหม่าจากคนตัวเล็กให้เห็นเหมือนอย่างที่แทอิลเป็นอยู่ตอนนี้เลย กลับกลายเป็นเขาเองเสียอีกที่ลนลานลกลนอยู่ในทุกครั้งที่ได้สบตา ก็เลยอดตั้งคำถามขึ้นมาในใจไม่ได้...

 

 

ที่เรื่องราวในตอนนี้มันเปลี่ยนแปลงกลับตาลปัตรไปได้ขนาดนี้... จุดเริ่มต้นมันเกิดจากตอนที่แจฮยอนจงใจเรียกแทอิลมาในวันนั้นเหรอและต่อมาหลังจากวันนั้นที่เพื่อนเขาพร้อมใจพากันล้อกันแซวนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งด้วยใช่ไหม...

 

 

หรือนี่อาจจะเป็นสัญญาณที่ดีว่ามันน่าจะถึงเวลาที่ซอยองโฮต้องเดินหน้าได้แล้ว

 

 

สรุปทุกอย่างได้แบบนั้นหัวใจยิ่งเต้นหนักหน่วง แต่ก็พยายามเฝ้าบอกตัวเองว่าเขาจะปล่อยให้มันเป็นอย่างที่ผ่านมาไม่ได้ ยองโฮพยายามคิดค้นหาทาง นึกถ้อยคำสารพัดสารเพที่จะชวนอีกฝ่ายคุย แต่ก็ดันกลัวว่ามันจะเป็นคำพูดแปลกๆและดูน่าขัน

 

 

งั้นเดี๋ยวแทอิลนำทางไปเลยนะแต่เห็นทีว่าถ้าไม่ได้บอกประโยคนี้ก็คงจะไม่ได้ไปไหนกันเสียทีนึง เพราะเป็นเวลานานพอสมควรที่พวกเขาเอาแต่ยืนบิดไปบิดมา

 

 

อ่าไม่เอาอะ ยองโฮก็เดินไปด้วยกัน ไปพร้อมๆกันนี่แหละ

 

 

อ่อ...ซอยองโฮคิดว่าเขาก็พอจะเก่งกล้าสามารถขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ทุกครั้งที่แทอิลตอบกลับมา กลับให้ความรู้สึกเหมือนตัวเขากำลังอยู่บนสังเวียนซึ่งคู่ต่อสู้ของเขานั้นตัวเล็กนิดเดียวเท่านั้น กระนั้นอาวุธที่เขาปล่อยออกไปแต่ละครั้งก็ไม่แน่ใจว่าโดนคู่ต่อสู้อย่างแทอิลบ้างไหม แต่สำหรับยองโฮแล้วเขากลับโดนหมัดที่คนตัวเล็กปล่อยมา และแน่นอนว่ามันสามารถทำให้ถึงกับน็อคได้ทุกครั้ง

 

 

หลังจากที่เริ่มออกเดิน โดยที่มีเท้าทั้งสองคู่เคียงข้างกันไป ก็เห็นจะมีแต่เสียงฝีเท้าที่ดังให้ได้ยิน ฝ่ายคนตัวสูงพยายามนึกสิ่งที่จะพูดอยู่ตลอดเวลา ทั้งตั้งคำถามที่จะถาม ไม่พอยังตอบแทนอีกฝ่ายในใจเสียเสร็จสรรพ ซอยองโฮคงกังวลกับทุกสิ่งทุกอย่างมากไป ที่เห็นปากขมุบขมิบก็เพราะคิดย้ำและทบทวนอยู่กับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเหมือนจะลืมสนใจตัวเป็นๆของคนที่เขามัวแต่คำนึงถึงอยู่ทั้งในสมองและจิตใจที่กำลังอยู่ข้างๆกันตอนนี้ไปเลย

 

 

เอ่อนี่ยองโฮ...ร่างสูงถึงกับสะดุ้งแล้วหันไปมองข้างๆ

 

 

ที่สุดแล้วคนที่เปิดปากชวนคุยกลับไม่ใช่เขา

 

 

หากไอ้พวกเพื่อนเขามันแอบดูอยู่ที่ไหนสักแห่งตอนนี้คงได้มีคำพูดประเภทว่าตัวใหญ่ซะเปล่าแต่ใจปลาซิวเหลือเกินให้ได้ยินบ้างแล้ว

 

 

วันนี้สนุกมากเลยนะ ...เพื่อนๆทุกคนของยองโฮน่ะ ตลกกันดีจังเป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายหันมายิ้มให้เขาซึ่งๆหน้า เป็นรอยยิ้มที่ดูก็รู้ว่าจริงใจและมาจากข้างในจริงๆ ซึ่งเพราะแบบนั้นก็ทำให้เขาเกิดอาการเกร็งขึ้นมาอีก พอยิ้มมาก็ยิ้มตอบแต่ก็เป็นไปในแบบแหยๆ เหมือนไม่ตั้งใจยิ้ม

 

 

เมื่อไรจะเลิกเป็นแบบนี้ซะทีวะไอ้ยองโฮ ! มุนแทอิลทั้งน่ารักแล้วก็เป็นมิตรต่อกันขนาดนี้แล้วนะ !

 

 

ต...แต่คือบางทีพวกมันก็พูดอะไรที่ไม่น่าฟังไปบ้าง ...ก็อย่าไปถือสาเลยนะ

 

 

ไม่ๆฉันชอบนะ อยู่ด้วยแล้วตลกอะ สนุกดี

 

 

เหรอ?” เหรอแล้วอะไรต่อวะ…? จังหวะที่มุนแทอิลกำลังจะหันหน้าหนีไป ภายในกายเขาคล้ายจะมีแรงผลักดันอะไรบางอย่างจนพูดประโยคหนึ่งออกไปถ้าชอบน่ะ ...คราวหลังจะมาด้วยกันอีกก็ได้นะพอพูดออกไปแล้วก็ชะงักกึก ยิ่งตอนที่แทอิลหันกลับมาเอียงคอมองกัน ตาเขาก็ค้างอยู่อย่างนั้น

 

พูดอะไรออกไปกันวะ

 

 

ตอนที่ถูกจ้องมองเหมือนจะเอาคำตอบมุมริมฝีปากทั้งสองข้างก็ยกขึ้นฉีกยิ้มที่ดูยังไงก็ไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลยให้เห็นคือจริงๆแล้วฉันหมายความว่า...

 

 

ว่า…?” แทอิลถามย้ำ

 

 

เมื่อจนหนทาง เพราะไม่มีอะไรจะแก้ต่างหรือแก้ตัวยองโฮก็ยืนยันออกไปตรงๆแม้จะสัมผัสได้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังหูร้อนและหน้าแดงมากแค่ไหนก...ก็หมายความอย่างที่พูดไปนั่นแหละ

 

 

อ่า...มุนแทอิลค่อยๆหันหน้ามองกลับไปยังเส้นทางข้างหน้าที่จะเดินไป แล้วก็เหมือนจะกำลังพึมพำอะไรอยู่กับตัวเองเสียมากกว่างั้น... วันหลังก็ชวนกันอีกนะ

 

 

นี่มันอะไรกัน...

 

 

ยองโฮไม่เคยคิดว่าเขาจะได้คุยกับแทอิลเกินกว่าสองประโยคด้วยซ้ำ ทว่าวันนี้เขากลับได้ตอบโต้กันประโยคต่อประโยค มันชักจะเกินไปแล้ว หัวใจเขาชักจะทำงานหนักเกินไปแล้วด้วยนะ

 

 

“แต่วันหลังคงไม่มีอะไรแบบนี้อีกแล้วล่ะ...” พอพูดออกไปได้ แล้วฝ่ายแทอิลใช้ดวงตาเรียวที่เบิกโตขึ้นเล็กน้อยมาสบกัน เขาก็รีบก้มหลบหนี เหมือนจะกล้าแต่ความจริงแล้วก็ยังไม่กล้าเท่าไร ยองโฮคิดไว้แล้วว่าตัวเองจะพูดอะไร แต่ก็ไม่รู้ว่าผลลัพธ์มันจะออกมายังไง ...ซึ่งแน่นอนว่าเขาเองก็อยากรู้เหมือนกัน...

 

 

“อ้าว ทำไมอะ”

 

 

“ไว้วันหลังน่ะ... เราไปกันสองคนนะ ...มีแค่ฉัน... กับนายเท่านั้นก็พอนะแทอิล” พอได้มองกันรอบนี้ต่างฝ่ายก็ต่างห้ามรอยยิ้มเอาไว้ไม่ไหว เกาหู เกาคาง ลูบผมกันพัลวัน ก่อนที่ฝ่ายคนตัวเล็กกว่าจะตอบกลับมาอ้อมๆแอ้มๆ

 

 

“บ... แบบนั้นก็ได้...”

 

 

 

ดูเหมือนว่าที่ผ่านมา... ซอยองโฮน่าจะเป็นอีกคนหนึ่งที่ตกหลุมรักในเสียงร้องของมุนแทอิลแทบไม่ได้แตกต่างอะไรจากคนอื่นๆ...

 

 

แต่มันพิเศษหน่อย... ตรงที่เขาเคยเล่นคีย์บอร์ดอยู่ภายในห้องซ้อมดนตรีเดี่ยวของคณะศิลปกรรมศาสตร์ระหว่างรอคิมโดยองมาซ้อมร้องเพลงที่จะใช้ในงานอะไรสักอย่างเมื่อสิ้นปีก่อนนู้น ซึ่งเขาเองก็จำไม่ได้เหมือนกันว่ามันเป็นงานอะไร

 

 

ระหว่างรอโดยอง...ร่างสูงก็ใช้เรียวนิ้วกดลงบนเครื่องดนตรีที่เขาคุ้นเคยและฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กๆ ด้วยบทเพลงที่โดยองบอกกับเขาก่อนหน้าแล้วว่าจะใช้ร้อง ถือว่าตอนนี้ก็เป็นการซ้อมรอไปก่อนเสียรอบหนึ่ง เขาเล่นไปจนถึงกลางเพลง ก็ได้ยินเสียงร้องจากใครคนหนึ่งดังขึ้นมาเสมือนว่ากำลังช่วยเติมเต็มให้บทเพลงที่เขาบรรเลงนั้นกลายเป็นบทเพลงที่สมบูรณ์ เมื่อลองหันไปสังเกตที่บานประตู มองผ่านช่องกระจกใสที่อยู่ระดับสายตาก็พบว่ามีบางคนหันหลังพิงบานประตูอยู่จริงๆ ซึ่งเขาก็คิดว่าน่าจะเป็นเจ้าของเสียงร้องที่เขากำลังได้ยินอยู่ตอนนี้ และแน่นอนว่าไม่ใช่คิมโดยอง

 

 

WHO ARE YOU STRANGER CAN’T STOP THINKING OF YOU

คนแปลกหน้า คุณเป็นใครกัน หยุดคิดถึงคุณไม่ได้เลย

잡힐 사라지는 모래같이 항상 그래

เหมือนฉันจับคุณเอาไว้ได้แต่คุณก็หายไปทุกทีเหมือนกับทราย

PEOPLE SAY THAT LOVE IS ALL THE SAME

ว่ากันว่าความรักจบลงแบบเดิมทุกครั้ง

특별한 답도 없는 WHO ARE YOU

แต่คุณพิเศษ แต่คุณกลับไร้คำตอบ คุณเป็นใครกัน

 

 

และเพราะไอ้งานเดียวกันกับที่โดยองไหว้วานให้เขาไปเล่นเปียโนให้นั่นแหละที่ทำให้เขาได้พบกับเจ้าของเสียงปริศนาที่เขารู้สึกหลงใหลในวันนั้น

 

มุนแทอิลขึ้นร้องเพลงในงานเดียวกันกับคิมโดยอง แล้วเสียงร้องในขณะที่อีกฝ่ายจับไมค์อยู่บนเวทีก็เป็นเสียงเดียวกับในวันนั้น ...ยองโฮจำมันได้แม่น...

 

 

หลังจากนั้นก็ไม่ใช่เพียงแค่เสียงของมุนแทอิลเท่านั้นที่เขารู้สึกตกหลุมรักเพียงได้เห็นอีกฝ่ายเรื่อยๆ ได้เฝ้ามองดูอยู่อย่างนั้น ซอยองโฮก็ตกหลุมรักตัวตนทั้งหมดของมุนแทอิลอย่างไม่สามารถปฏิเสธได้เลย...

 

 

ความสัมพันธ์ระหว่างซอยองโฮกับมุนแทอิลดูเหมือนจะเริ่มต้นมานานแล้ว... ทว่าความสัมพันธ์ในรูปแบบที่ซอยองโฮเฝ้าเพ้อฝันและอยากให้เป็น...

 

 

เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นและเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาในวันนี้เอง...

 

 

--------


ลำพังตัวเขาคนเดียวโดยองไม่แน่ใจว่าจะสามารถแบกแจฮยอนที่ตัวอ่อนปวกเปียกและพร้อมจะเททิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงพื้นได้ทุกขณะขึ้นมาจนถึงห้องพักได้ยังไง... โชคดีที่หลังจากขับรถมาส่งจนถึงที่พัก อีแทยงก็เปิดประตูรถลงมาช่วยแบกไอ้เด็กร่างหมู พร้อมพาหามกันมาอย่างทุลักทุเลจนท้ายที่สุดก็ทุ่มจองแจฮยอนลงบนเตียงของเจ้าตัวได้

 

ร่างบอบบางยืนหอบหายใจท้าวสะเอวอยู่ข้างๆคนมาส่ง ดวงตากลมโตมองเด็กผิวขาวที่ยังคงไม่สิ้นฤทธิ์ดิ้นไปดิ้นมาบนเตียงตัวเองอย่างเหนื่อยหน่ายใจ “มันน่าจะปล่อยให้นอนข้างถนนจริงๆเลย” โดยองว่า หน้าหงิกไปสามโลกแล้วตอนนี้ บ่นไปก็หันกลับมาสังเกตคนข้างๆอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายที่มาส่งยังไม่ขยับตัวเดินออกไปจากห้องเสียที จึงหันไปไล่ “ยืนทำไรอะ ไปได้แล้ว”

 

อีแทยงมองหน้าเขา ทำสีหน้าเหลือเชื่อใส่ “อะไรวะ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี”

 

แม้จะโดนทวงกันซึ่งๆหน้าแต่โดยองก็หาสนใจไม่ เขาเดินเข้าไปใกล้อีกคนดันร่างกายนั้นกลับไปยังบานประตูห้องพักก่อนไล่ซ้ำ “ไปๆ ไปได้แล้วไป”

 

“มึงจะใจร้อนอะไรนักหนา” แทยงโวยวายร้องดังขณะโดนผลักไส “อยากเสียตัวขนาดนั้นเลยหรือไงวะ!” ได้ผล พอแกล้งเย้าแบบนี้โดยองก็ชักมือกลับแทบไม่ทัน ร่างเพรียวยืนนิ่งทำตาโต ให้อารมณ์กระต่ายตกใจสุดๆ แก้มที่พองเล็กน้อยรับกับรูปหน้าเรียวขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด

 

“ส...เสียตัวบ้าอะไรวะ!”โดยองขึ้นเสียงดัง แต่ก็เป็นไปในรูปแบบตะกุกตะกัก

 

“ก็แล้วตอนที่อยู่ร้านเฮียชานยอลไอ้แจฮยอนมันพูดว่าอะไรล่ะ ...เขาก็ได้ยินกันทุกคนแหละ” ดวงตาแมวเหมียวของอีแทยงในตอนนี้แพรวพราวมีความเจ้าเล่ห์แฝงอยู่เต็มไปหมด

 

“พี่จะบ้าเหรอ! ดูสภาพน้องมันดิ เมาไม่เป็นผู้เป็นคนขนาดนี้จะไปทำอะไร...ด... ได้วะ...เสียงแผ่วลงในท้ายประโยค โดยองก้มหน้า รู้สึกขัดใจตัวเองที่ยิ่งพูด ยิ่งพยายามจะแก้ตัว ก็ดูเหมือนว่ามันจะยิ่งเป็นการเปิดช่องให้อีกฝ่ายแซวได้สะดวกและสะใจเพิ่มขึ้นอีกแน่ะ “โว้ย จะไม่ทำอะไรทั้งนั้นแหละ จะนอน รำคาญจะไปไหนก็ไปปะ” ทำหงุดหงิดกลบเกลื่อนได้ ก็ถือโอกาสนั้นดันร่างอีแทยงให้พ้นออกจากประตูไปด้วยเลยเดี๋ยวนั้น

 

แต่ก็ยังไม่วาย...

 

ในขณะที่เขายืนอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง แล้วรุ่นพี่อย่างแทยงยืนอยู่ด้านนอกบานประตูแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังจะมายืนยิ้มกรุ่มกริ่มแถมพูดอะไรไม่เข้าท่าเอาได้อีก “เอาถุงยางมะ กูมีนะ”

 

“ไอ้พี่แทยง! ไอ้ลามก! ไอ้ทะลึ่ง! พี่แม่งพกของอย่างนั้นติดตัวตลอดเวลาเลยหรือไงกันวะ! ไอ้ทุเรศ! ไอ้คนไม่มียางอาย!” โดยองยิ่งตาโต แก้มยิ่งแดงราวกับลูกตำลึงสุก โวยเสียงดังลั่น จนฝ่ายอีกแทยงต้องยกนิ้วชี้ขึ้นมาติดริมฝีปากส่งเสียงชู่วออกมาให้ได้ยิน

 

“เบาๆ เดี๋ยวเขาก็แห่กันออกมาด่ามึงกันทั้งชั้นหรอก”

 

“ก็พี่แม่ง”

 

เห็นโดยองฮึดฮัดแทยงก็หัวเราะ และอดที่จะแหย่อีกฝ่ายซ้ำไม่ได้ “ตกลงว่าจะเอามะ? เจลหล่อลื่นก็มีนะ”

 

“ไอ้พี่แทยง!” คราวนี้โดยองไม่ได้ใช้เสียงดังอย่างเดียว แต่ยกแขนขึ้นมาทำท่าว่าจะทุบด้วย

 

“อ่อ กูเข้าใจละ คือจะไม่ใส่สินะถุงยางน่ะ อย่างว่าแหละก็มันดีกว่ากันเห็นๆนี่เนอะ” ร่างโปร่งแกล้งพยักหน้าเข้าใจอยู่กับตัวเอง คราวนี้โดยองไม่ได้โวยวายเป็นคำพูดอะไรออกไปแล้ว แต่กลับเหวี่ยงแขนออกไปจะทุบจริงๆ ทว่าแทยงก็ไหวตัวทัน ดึงประตูปิดใส่หน้าดังปัง วินาทีที่ด้านหน้าเห็นแต่บานประตูทึบ โดยองจึงได้แต่เก็บหมัดลงมากำไว้ข้างตัวอย่างเจ็บใจ

 

นี่มันเรื่องอะไรกันล่ะวะ... โคตรบ้าเลย!

 

แต่ก็เอาเถอะ... ยอมรับก็ได้ว่าตอนแรกที่ได้ยินแจฮยอนพูดเรื่องนั้นต่อหน้าทุกคน ในสมองเขาก็เริ่มคิดค้นหาทางหนีทีไล่ขึ้นมาจ้าละหวั่นทันทีและยังคงคิดวนเวียนอยู่อย่างนั้นต่อไปอีกพักหนึ่ง แต่พอเวลาล่วงเลยไป...หลังจากเจออาการเมาเรื้อนของแจฮยอนทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ความหงุดหงิดรำคาญใจก็เหมือนจะมาแบ่งพื้นที่ในสมองให้คิดแต่ว่าจะเอาเรื่องเด็กแสบนี่ยังไงในตอนที่อีกฝ่ายมีสติครบดี สุดท้ายโดยองก็ลืมเรื่องนั้นที่แจฮยอนพูดต่อหน้าทุกคนไปจนได้ จนกระทั่งอีแทยงดันรื้อฟื้นมันขึ้นมาเมื่อครู่ และถึงแม้จะรู้ว่าแจฮยอนอาจจะแค่พูดไปเรื่อยตามประสาคนเมา ...แต่อย่างว่าแหละ... คนเมาก็คือคนที่ขาดสติดีๆนั่นเอง คงไม่ได้คิดหรือไตร่ตรองอย่างดีก่อนจะพูด จึงมักจะเป็นคำพูดที่ออกมาจากใจและไม่ได้โกหก...

 

เพราะงั้นตอนที่แจฮยอนบอกว่าคิดเรื่องนั้นอยู่ตลอดน่ะ...

 

ทุกครั้งที่มองตา สัมผัส แตะต้องโดนตัว เวลาที่กอดก่ายหรือแม้กระทั่งลงเอยด้วยการจูบกัน... จองแจฮยอนมีความคิดถึงขั้นตอนต่อไปหลังจากนั้นด้วยหรือ...

 

สำหรับโดยอง...เพียงแค่จูบ...ผสานลมหายใจของพวกเขาเอาไว้ด้วยกัน เพียงแค่นั้นก็เล่นเอาหายใจหายคอไม่ทันเอาได้แล้ว ...อย่าให้ต้องข้ามขั้นมีอะไรไปมากกว่านี้เลย...

 

ถึงจะรู้ดีแก่ใจอยู่แล้วว่าหากพวกเขาดำรงสถานะความสัมพันธ์ที่กำลังเป็นอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ เรื่องแบบนั้นก็คงเกิดขึ้นได้ในสักวัน ...แต่ถ้าจะเป็นคืนนี้ตามที่อีกฝ่ายพูดราวกับร้องขอแถมแสดงท่าทีออดอ้อนเคล้าแข้งเคล้าขานัวเนียขนาดนั้น... โดยองก็มองว่ามันยังเร็วเกินไป... ไม่ใช่ว่าไม่พร้อม... มันไม่มีคำว่าพร้อมหรือไม่พร้อมสำหรับเรื่องราวแบบนั้น... ไม่มีใครจะสามารถคาดเดาได้ว่าอารมณ์จะพาไปถึงจุดนั้นได้เมื่อไรหรือว่าตอนไหน ...แต่ถึงอย่างนั้น... สำหรับตอนนี้...โดยองก็ยังมองว่าเรื่องอย่างว่าสำหรับเขากับแจฮยอนมันยังเร็วไปจริงๆ

 

เจ้าร่างผอมบางสูดลมหายใจเข้าลึกหลังจากเอาแต่มัวคิดซ้ำไปซ้ำมา โดยองตัดสินใจก้าวเท้าสวนกลับเข้าไปสู่บริเวณห้อง ดวงตาปรากฏเด็กหนุ่มคนเดิมนอนคว่ำหน้ากลับหัวกลับหางโดยเอาเท้าพาดทับหมอนที่อยู่ฝั่งหัวเตียง เพียงเห็นภาพนั้นแล้วเรียวคิ้วจึงขมวดเข้าหากันอย่างช่วยไม่ได้...

 

ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านั้นเขากับแทยงแบกแจฮยอนไปทุ่มลงบนเตียงอีกฝ่ายที่อยู่ถัดไปหรือ...? แล้วทำไมเด็กนี่ถึงมานอนอยู่บนเตียงเขาได้กัน โดยองที่ใบหน้าติดง้ำงอนิดๆเพราะแปลกใจเดินต่อไปอีกไม่กี่ก้าว พอถึงเตียงตัวเองก็ทรุดตัวนั่งลงที่ปลายเตียง โดยที่ข้างๆตักมีใบหน้าของแจฮยอนที่แนบสนิทกับฟูกนุ่มอยู่

 

“แจฮยอน...” มือบางแตะเข้าที่ไหล่ของคนที่เหมือนจะนอนหลับ แต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าจะหลับจริงๆหรือเปล่า เพราะก่อนหน้าหลังจากที่เขากับแทยงพาแจฮยอนไปถึงเตียงตัวเองอีกฝ่ายก็มีท่าทางเหมือนจะหลับสบายอย่างตอนนี้ แต่พอเขากลับเข้ามาในตอนนี้เขากลับดันเจอว่าแจฮยอนมานอนอยู่บนเตียงเขาเสียอย่างนั้น มาคิดดูแล้วก็คงไม่มีเหตุผลแฟนตาซีอะไรนอกเสียจากอีกฝ่ายจะเป็นฝ่ายเดินมาล้มตัวลงนอนเองนั่นแหละ

 

“อื้อ... โดยองงี่ครับ” นั่นยังไงล่ะ จองแจฮยอนน่ะไว้ใจได้เสียที่ไหน... หลับไม่จริง จริงๆด้วย

 

พอเขาแตะสัมผัสพลางเรียกชื่อ อีกฝ่ายก็ขยับตัว ย้ายแขนทั้งสองข้างมาโอบรัดตัวเขาไว้ก่อนจะเอาศีรษะขึ้นมาวางบนตักไถแก้มเข้ากับหน้าขาจนรู้สึกจั๊กจี้

 

“ไปนอนเตียงตัวเองเลย”

 

“ไม่ด้ายงับ~ นอนเตียงตัวเองแล้วนอนไม่หลับ”

 

“อย่ามาทำเป็นเว่อร์ไปหน่อยเลย”

 

“ไม่ได้เว่อร์นะครับ... แต่ผมน่ะติดกลิ่นโดยองงี่แล้วนี่ครับ...” ว่าได้เท่านั้น จากตอนแรกที่แค่พริ้มตาหลับราวกับสบายใจเมื่ออยู่บนตักเขา แจฮยอนก็เปลี่ยนเป็นก้มหน้าลงเอาจมูกฟัดเข้ากับหน้าขาเล่นเอาโดยองถึงกับเกร็งขาขึ้นมาเพราะจะว่าไปบริเวณนั้นมันก็ถือได้เป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยงดีๆนี่เอง

 

“จ...แจฮยอนอย่าทำแบบนี้” ห้ามปราบไปก็เอาสองมือช่วยกันดันหน้าอีกฝ่ายออกไปด้วย

 

ที่บอกว่าติดกลิ่นเขา ...โดยองก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง... แต่เพราะพักหลัง จะบอกว่าตั้งแต่คืนแรกที่ตกลงเป็นแฟนกันเลยก็ได้ที่พวกเขานอนเตียงเดียวกัน วันแรกแจฮยอนงัดลูกอ้อนสารพัดสารเพมาใช้เพราะต้องการจะนอนร่วมเตียง โดยองไม่ได้ตามใจ ขัดใจและเถียงกันอยู่นาน กระนั้นอีกฝ่ายก็ยังเอาแต่ใจตัวเอง ตามมานอนกอดเอาจนได้  อย่างว่าพอคืนแรกทำอย่างนั้นได้คืนต่อไปมีหรือจะรอด... หลังๆเมื่อต่อสู้ไปก็ไม่ชนะโดยองก็เลยปล่อยเลยตามเลย อยากจะนอนข้างๆหรืออยากจะกอดเอาไว้ก็ตามแต่ใจ

 

แม้เตียงจะขนาดเล็กเท่าเดิม ขนาดที่ว่านอนคนเดียวยังกลัวจะตกเตียงเอาได้ แต่พอมีเด็กร่างใหญ่กว่าเขาทิ้งตัวนอนลงข้างๆและกอดกันไว้ โดยองกลับไม่ได้รู้สึกได้ถึงความอึดอัดได้อย่างที่สมควรจะเป็น กลับรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยซ้ำยังหลับสบายนอนหลับไปพร้อมกับรอยยิ้มในทุกคืน  

 

ดวงตาคู่โตหรี่เล็กลงเพราะกำลังยิ้ม โดยองลูบหัวเด็กที่อยู่บนตักที่นิ่งลง แต่พอรับรู้ได้ถึงสัมผัสจากเขา แจฮยอนก็ขยับเอาแก้มนุ่มนิ่มนั่นถูกับขาอีกราวกับโหยหา

 

“ลูกหมู... นอนดีๆหน่อยได้ไหม” พอบอกรอบนี้เด็กนั่นก็ขยับกอดรัดแน่นขึ้นอีก

 

“ฮื้อ..”

 

“ลุกขึ้น แล้วนอนใหม่ดีๆ เอาเท้าพาดกับหมอนไว้อย่างนั้นใครเขาทำกันล่ะ ไม่น่ารักเลย” ในที่สุดแจฮยอนก็ขยับตัวลุกขึ้นมานั่ง ยังไม่ทันได้ล้มตัวลงนอนกลับหัวไปอีกด้าน ก็ลืมตาอันปรือปรอยมองมาทางเขาที่ยังนั่งอยู่ปลายเตียงเหมือนเดิม

 

“โดยองงี่มานอนด้วยกันสิครับ... ถ้าไม่มีโดยองงี่นะ... ผมน่ะ.... นอนไม่หลับหรอก”

 

“ก็บอกว่าอย่าเว่อร์ไง”

 

“ไม่ได้เว่อร์ ก็บอกว่าไม่ได้เว่อร์ๆๆ ทำไมไม่เชื่อกันล่ะ ฮืออ... ปวดหัว หัวจะระเบิดแล้ว นี่ถ้าไม่รีบนอนนะ สงสัยจะได้ตายแน่แล้วจริงๆ ฮืออ.. นอนกันนะครับนอน” ดีดดิ้นแค่นั้นไม่พอยังยื่นมือมาคว้าแขนไว้

 

“อาบน้ำก่อนได้ไหมล่ะ”

 

“ไม่อาวว”

 

“แต่ฉันไม่อยากนอนกับนายนี่ เหม็นเหล้าจะตาย”

 

“งื้ออออออ” แล้วก็งอแงดีดดิ้นบึนปากให้เห็นจนน่าหมั่นไส้ ก่อนหน้าตอนที่ถูกล้อมรอบด้วยคนอื่นก็รู้สึกไม่พอใจอยู่มากที่แจฮยอนเอาเรื่องน่าอับอายสมัยเด็กของเขาไปพูด แล้วไหนจะตอนที่เตือนให้ดื่มเพลาลงหน่อยก็ยังเถียงไม่หยุดนั่นอีก โดยองรู้สึกหงุดหงิดใจมากนะ แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะค่อยๆเจือจางลงไปเมื่ออยู่ตามลำพังสองคน ยิ่งแจฮยอนตรงหน้าตอนนี้มีท่าทางไร้เดียงสากลายเป็นเด็กขี้อ้อนคนหนึ่งก็อดที่จะเอ็นดูขึ้นมาไม่ได้

 

“ก็ได้ๆๆๆๆ” ตอบรับได้แค่นั้นก็โดนดึงลงไปนอน เสี้ยววินาทีเดียว รวดเร็วมาก พริบตาเดียวเท่านั้นจริงๆที่หลังจากเด็กตัวโตกว่าดึงเขาลงไปนอนได้แล้ว ฝ่ายนั้นก็ขึ้นคร่อมทันที ยังไม่ทันได้ทักท้วงอะไร ริมฝีปากที่ระยะหลังเขาคุ้นเคยกับมันเพราะจูบกันบ่อยๆก็บดเบียดเข้ากับริมฝีปากเขาแบบไม่ทันให้ได้ตั้งตัว

 

โดยองตาโตด้วยความตระหนก มันไม่เหมือนครั้งก่อนๆ ที่แจฮยอนมักจะเริ่มต้นด้วยความนุ่มนวลราวกับพยายามจะสร้างความคุ้นชินให้กับเขาเสมอ ทว่าคราวนี้เหมือนกำลังยัดเยียด มันเป็นไปอย่างรีบร้อน พยายามไล่ต้อนให้รู้สึกร่วมและตอบรับ ซึ่งโดยองก็ยินดีและเดินตามเกมฝ่ายรุกเร้าหลังจากนั้นไม่นาน

 

เด็กหนุ่มลดจังหวะจาบจ้วงลง ดึงดูดกลีบปากล่างสลับบนของคนเป็นพี่เชื่องช้าลงราวกับต้องการให้อีกฝ่ายพักหายใจ กลิ่นเหล้าจากทั้งตัวและริมฝีปากของแจฮยอนยังคละคลุ้งเวียนวนชิดลมหายใจ ยิ่งตอนที่ผละจูบออกไป โดยองที่กำลังมองสบตาใบหน้าตรงหน้าอยู่ในตอนนี้ ก็รู้ได้เลยว่าตัวเองถูกมอมเมาให้ลุ่มหลงตามไปด้วยอย่างแน่นอนแล้ว ไม่ว่าจะจากแอลกอฮอล์ที่ติดอยู่ที่ปลายลิ้นของอีกฝ่ายหรือเป็นตัวตนทั้งหมดของจองแจฮยอนก็เหมือนว่าจะมอมเมาให้ขาดสติได้พอๆกัน

 

“ไหนใครกันที่บอกว่าปวดหัวน่ะ” โดยองแกล้งหยอกทั้งที่รู้ดีอยู่แล้ว ว่าอีกฝ่ายน่ะคงจะแค่ป่วยการเมือง คงนึกอยากจะอ้อนกันเท่านั้น

 

ทว่าเด็กหนุ่มกลับไม่ยอมตอบในสิ่งที่เขาจงใจพูดใส่ คนตรงหน้าสบตานิ่ง แล้วยิ้มด้วยดวงตาหยาดเยิ้ม  “ผมไม่ได้พูดเล่น... ไม่ได้พูดไปอย่างนั้นนะที่บอกว่าผมเองก็คิดเรื่องนั้นอยู่ตลอดเวลา... ก็เพราะเวลาที่อยู่ใกล้โดยองงี่น่ะ... มันหักห้ามใจได้อยากจริงๆ”

 

“....”

 

“เพราะงั้น.... คืนนี้น่ะ...” ทิ้งหางเสียงไว้แค่นั้น มือข้างนึงก็ไปวนเวียนอยู่แถวสะโพกอย่างไร้เหตุผล ในขณะที่ใบหน้ากลับฝังเข้ากับช่วงลำคอขาวเนียนพลางซุกไซ้

 

“จ...แจฮยอน...ไม่...” พออ้าปากจะทัดทาน อีกฝ่ายก็เปลี่ยนริมฝีปากขึ้นมาแตะจูบเข้ากับริมฝีปากเดิมอีกครั้ง คราวนี้กลับกลายเป็นเหมือนจูบหลอกล่อ เมื่อมือข้างหนึ่งดันผ่านเข้าไปใต้เสื้อลูบไล้ผิวนวลเนียนบริเวณหน้าท้องแบนราบก่อนจะสูงขึ้นเรื่อยๆจนแตะเข้ากับยอดอก

 

โดยองไหวสะท้านแอ่นอกรับสัมผัสอย่างห้ามไม่ได้ ยิ่งยังจูบกันอยู่อย่างนี้ด้วยแล้ว ก็เหมือนถูกลดทอนกำลัง ลิดรอนสตินึกคิดและยิ่งทำให้สัมปชัญญะกระเจิดกระเจิงกันเข้าไปใหญ่ เขาปล่อยให้แจฮยอนเป็นฝ่ายกำหนดทุกอย่างจนกระทั่งเสื้อยืดถูกถอดออกไปจนพ้นแขนตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ 

 

แม้จะเคยแก้ผ้าอาบน้ำด้วยกันตั้งแต่เด็ก แต่ถึงอย่างไรก็คงไม่เหมือนกัน... ยิ่งการกระทำทุกอย่างที่กำลังทำร่วมกันอยู่ตอนนี้ก็ดูเหมือนจะยิ่งตอกย้ำได้ดี เพราะนี่ไม่ใช่พฤติกรรมที่เด็กเขาทำกัน แต่เป็นพฤติการณ์ของผู้ใหญ่โดยแน่แท้

 

แจฮยอนจูบเขาอีกครั้ง หลังจากถอดเสื้อออกไป คราวนี้มือเคลื่อนต่ำลงไปจนถึงขอบกางเกง โดยองที่แม้จะโดนล่อลองด้วยจูบที่ตัวเองชอบมากขนาดไหน แต่เมื่อรู้สึกได้ถึงสิ่งที่แปลกใหม่ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับพวกเขาก็ถึงกับสะดุ้งราวกลับสติถูกเรียกกลับมา มือบางจับเข้าที่มือข้างนั้นของแจฮยอนไว้ก่อนห้ามปราบ

 

“เดี๋ยว... แจฮยอนเดี๋ยว...” คนน้องขมวดคิ้วมองหน้า คงเพราะน้ำเสียงของโดยองที่แลดูจะจริงจังขึ้นมาหลังจากที่ก่อนหน้าทำได้เพียงส่งเสียงร้องครางเบาๆ

 

“ทำไมล่ะครับโดยองงี่...”  

 

“น...นายเมา...” บอกเสียงค่อยขาดห้วงแล้วก่อนหลบตา

 

“ผมเปล่านะครับ...” ขณะพูดก็ยังได้กลิ่นเหล้าอยู่เลย แถมก่อนหน้านั้นยังพร่ำเพ้อพูดอะไรไปตั้งมากมาย ถ้าไม่บอกว่าเมาแล้วจะจำกัดความว่าอะไรได้อีกล่ะ

 

“ขอร้องล่ะ... ร...เรื่องนี้น่ะเอาไว้วันหลังเถอะ” ขณะบอก มือก็ยังจับแขนของแจฮยอนที่วางอยู่เหนือขอบกางอยู่เลย

 

“ทำไมล่ะครับโดยองงี่ พี่ไม่รักผมเหรอ.. ผมอยากรักพี่ใจจะขาดแล้วนะครับ...” เด็กหนุ่มทำปากเป็ดให้เห็น

 

สีหน้าโดยองเริ่มฉายแววกังวลให้เห็นมากขึ้น เพราะเขามีบางอย่างที่คิดอยู่ในใจ ส่วนตัวรู้สึกว่ามันน่าอายพอสมควรหากจะพูด แต่ถึงขนาดนี้แล้ว... ถ้าไม่ได้พูดสิ่งที่คิดแล้วปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไป เขาอาจจะมานั่งนึกเสียใจเอาทีหลังก็ได้ ว่าแล้วก็เลยทำใจกล้า สบตาคนอายุน้อยกว่าตรงๆ

 

“ถ้าเราทำกันจริงๆ ...มันก็นับว่าเป็นครั้งแรกของเราใช่ไหม...? แต่ว่าตอนนี้นายกำลังเมาอยู่... จะไม่ให้คิดกังวลได้ยังไงล่ะ... ว่าถ้าเกิดพรุ่งนี้นายตื่นขึ้นมาแล้วจะจำเรื่องราวและความรู้สึกที่มันเกิดขึ้นทั้งหมดไม่ได้...”

 

“...”

 

“ค... คือ... มันเป็นสิ่งที่เราทั้งคู่ทำร่วมกัน... ฉันก็แค่อยากจะให้เรารับรู้ถึงความรู้สึกนั้นไปด้วยกัน และต่อให้ตื่นขึ้นมาก็ยังอยากให้เรารู้สึกได้ถึงความรู้สึกในขณะนั้นด้วยกันทั้งคู่น่ะ...”

 

พอเห็นว่าแจฮยอนยังคงนิ่งอยู่ เขาก็ผงกศีรษะขึ้นเอาริมฝีปากแตะจูบอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนบอกต่ออีก “ไม่ใช่ว่าฉันไม่ต้องการนายนะ... ฉันเองก็ต้องการ... ต... แต่ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ...” พูดได้ถึงตรงนี้ก็หลับตาหันหน้าหนี “โธ่เว้ย!... มันน่าอายนะ.... ที่ต้องมาพูดอะไรแบบนี้น่ะ...” คนที่ถูกกล่าวหาว่าเมา พอเห็นอาการคนพี่เป็นแบบนั้นก็ยิ้มจนเหมือนคนบ้า เด็กหนุ่มก้มลงมาฟัดแก้มที่ขึ้นสีแดงจัดราวกับต้องการจะให้มันช้ำคาจมูกตัวเองยังไงยังงั้นเลย

 

“งั้นนอนกันเถอะครับ” เด็กหนุ่มย้ายร่างตัวเองออกจากร่างของอีกฝ่าย เหมือนจะรู้โดยปริยาย โดยองพลิกตัวนอนตะแคงหันหลังเพื่อให้สอดรับกับแผ่นอกของอีกฝ่ายที่นอนซ้อนอยู่ด้านหลัง แจฮยอนดึงผ้าห่มขึ้นมาปกคลุมท่อนบนที่เปลือยเปล่าของร่างที่เขากำลังจะรับเข้าสู่อ้อมกอด ปลายจมูกซุกเข้ากับกลุ่มผมหนานุ่มแล้วจึงพริ้มตาหลับอย่างเป็นสุข

 

“ถ้ารู้ว่าดื่มแล้วจะพลาดโอกาสดีๆแบบนี้... คราวหน้าจะไม่ดื่มอีกแล้วล่ะครับ...” เด็กหนุ่มเว้นวรรคไปนิดก่อนพูดต่อ “แล้วนี่พูดแล้วนะว่าถ้าไม่เมาก็ทำอย่างนั้นได้... พรุ่งนี้ตื่นมาผมจะจัดการพี่เลยคอยดูสิ”

 

“นายมันเด็กเอาแต่ใจ”

 

เมื่อถูกว่าเอาแบบนั้นแจฮยอนก็ได้แต่หัวเราะพลางจูบซ้ำเข้าที่กลุ่มผมที่ตัวเองติดกลิ่นเสียเหลือเกินนั่นอีกครั้งและอีกครั้ง...

 

 “ฝันดีนะครับโดยองงี่”

 

 

TBC…

 

 

ง่อว์ นี่มันอะไรกัน เขินเกินกว่าจะทอล์กอะไรไปมากกว่านี้แล้วค่ะ 55555555

 

ตอนหน้าจบแล้วนะคะ TvT แจกัน

ขอบคุณมากๆค่ะ ;)

 

#solongJD

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 








 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

636 ความคิดเห็น

  1. #629 exkn72 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 00:49

    เก็บศพที่ข่า

    #629
    0
  2. #589 ploy-orathai (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 22:36
    พี่ยองโฮเว้ยยยย เดินหน้าแรงๆไปเลย จองแจเจ้าเล่ห์มากอะ ฟิลเตอร์หลัว สลับโหมดแทบไม่ทัน
    #589
    0
  3. #561 hs-eun (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:25
    จอห์นอิลน่ารักมากงึ-//////////- ลูกหมูนี่มันเจ้าเล่ห์จริงๆ55555555555
    #561
    0
  4. #507 army-trustyeol (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:42
    ดีใจกับจอห์นอิลดเวยค่ะ ฮรืออออออออ สำหรับทั้งคู่ที่เป็นแฟนคนแรกของกันและกัน น่ารักมากๆ ตอนต่างคนต่างนึกจะชวนคุยกัน ต้องบอกว่าแผนการสื่อรักของแจโดนี่ได้ผลดีมาก ส่วนแจโดนั้น เขินมากค่ะ ลูกหมูมันไม่ใช่ลูกหมูอีกต่อไปแล้วค่ะ ฮรืออออ นี่มันจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ส่วนแมวแทยงนี่ไม่ไหวอ่ะ ทะลึ่งตึงตังจริงๆค่ะ 5555555 กระต่ายโดยองตอนพูดเรื่องแบบนี้แล้วน่ารักเป็นพิเศษมากๆ สัมผัสได้ถึงจิตใจที่บริสุทธิ์มากๆเลย น่ารักกกกก เขินแทนลูกหมูเขาเลย
    #507
    0
  5. #463 abbitzz (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 18:42
    โอ้ยยยยยยยทีมอ่านช้า ทีมหวีดไม่ค่อยจะทันชาวบ้านมาแล้วค่ะ แง้ พี่ยองโฮกับพี่แทลทำไมน่ารักกันงี้ รอบหน้าจะไปกันสองคนเหรอคะ โอ๋ยยยยยยยยยยยยยอยากอ่านคู่นี้ต่อเหลือเกิน ไม่มีอะไรจะตะมุนไปกว่านี้แล้วค่ะ งือออออ น่ารักจนดีดดิ้น นี่ถ้ารถไม่เต็มก็คงไม่ได้เดินมาส่งกันใช่มั้ยคะ ขอบคุณความบังเอิญนี้เสียจริง ต่อไปก็สู้ๆนะคะยองโฮชิ~~~~~~

    มาพาร์ทยูกหมูก็ฟินแบบใจจะขาดรอนๆ ตอนอ่านต้องพักหายใจเป็นระยะๆเลยทีเดียว โง้ยยยยยฟินเบอร์แปดล้าน หลงในความอ้อนของเจ้าลูกหมูนัก คนอะไรน่ารักแถมเจ้าเล่ห์อย่างนี้ โดยองงี่น่าตะจับตีก้นซะให้เข็ดเลย ตอนอ่านไปก็ลุ้นไปว่าจะไปถึงขั้นไหนกันนะ ถึงรู้มาก่อนแล้วจากการอ่านเข้าแท็กไปอ่านสปอยว่ายังไม่ถึงขั้นนั้นแต่บับ....ฮรึกก็ฟินก็ลุ้น ก็จิกเล็บอยู่ดีทำไมเป็นฟิคที่ทำให้กรีดร้อง ใจสั่น ในความน่ารักได้ทุกตอนอย่างนี้คะแงงงงงงงงงง จะจบแล้วก็ยิ่งใจหาย กลับนั่งอ่านตั้งแต่ตอนแรกให้หายคิดถึงดีกว่างิงิ
    #463
    0
  6. #458 aonnbyunsic (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 13:13
    ทำไมลูกหมูน่ารักงี้กรี๊ดx1000000000
    #458
    0
  7. #457 thatsanee-kjys (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 08:12
    เขินแรงมากถึงกับตีหลังเพื่อนรัวๆเลยค่ะ /พี่ยองโฮไม่กากแล้วนะคะ 5555
    #457
    0
  8. #456 ag_ss (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 19:14
    โอ้ยย ขำมาตอนแทยงแซวตุ่ย คือแบบไปไม่เป็นจริงๆอ่ะ แล้วยัยก็อาย 5555555555 ตกใจและตื่นตูมอะไรเบอร์นั้นคะ อิๆ น่ารัก / โอ้ยยย ลุ้นมาก แบบ ที่ยัยพูดมามันก็ถูกอ่ะ เปล่า คืออิพี่ลุ้นหนักมาก กลัวแจปล้ำลูกตอนเมา 55555555 แบบนั้นไม่โอเคเว่ย 55 / ตอนหน้าจะจบแล้วหรอ โอ้ก็อดดดด ยังไม่อยากให้เรื่องนี้จบเลยอ่ะ สนุกและก็น่ารักมากๆด้วย ;-; ม่ายยยยยยยยยยยย โหยหวนเบอร์ 88
    #456
    0
  9. #453 kura-_- (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 11:54
    หมูมันร้าย!!!5555
    #453
    0
  10. #452 peemmoddang (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 08:43
    ฮื่อออ ฮอลลลลล กรี๊ดดดดลูกหมูจองแจอ่าาาาา ตอนแรกเมาหนักเลยนะเราพอเจอพีาโดยองงี่นี่หายเมาเลยหราาาา ล่ะจะทำอะไรพี่เขาาาา ฟ้หสหพนรดยหว เขินมากกก เขินจนแก้มจะแคกเลย โดยองใส่ใจมากและแจฮยอนก็ใส่ใจมันมากเหมือนๆกับโดยองเลย ฮื่อน่ารัก ความสัมพันธ์มันน่ารักมากเลยอ่ะฮอล ;3;
    #452
    0
  11. #451 siwanguy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 08:31
    งื่อเขิน ทำไมน่ารัก ฮื่อ จะจบแล้วอ่ะ ม่ายยยยย
    #451
    0
  12. #450 d-pcn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 07:42
    กรี๊ดดดด เขินนนนนน แจฮยอนโคตรรักโดยองอะ ฮือออ ให้เกียรติโดยองด้วย โอ้ยยยย โดยองโคตรโชคดี แจฮยอนก็โคตรโชคดีเลย รักกันไปตลอดเลยนะะะะ ลูกหมูกับโดยองงี่ ~~~ ง่าาา จะจบแล้วเหรอคะ เรื่องนี้ไรท์แต่งเพลินดีอ่าาา ชอบบบบบ งื้อออ
    #450
    0
  13. #449 admongiiz (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 07:30
    อยากบอกว่าโคตรจะหมั่นไส้แจฮยอนเลยค่ะ
    ตอนมันดีดดิ้น แง้วๆๆๆอ่ะแบบถ้าอยู่ข้างๆคงได้ง้างมือฟาดสักทีสองที
    มาทำให้ค้างแบบนี้สเปต้องมีอะไรดีๆรออยู่ป่ะคะ *เหล่* 55555555555555555
    แต่แบบเรารู้สึกดีมาก ตอนโดยองพูดเหตุผลอ่ะ อยากบอกว่าใจเต้นเลย
    แล้วแจฮยอนจะใจเต้นขนาดไหนอ่ะ คือมันไม่ใช่แบบรับฟัง เข้าใจ อะไรแบบนั้นอย่างเดียวนี่นะ
    คงจะรู้สึกได้ว่าคนพี่ใส่ใจเรื่องของเราขนาดไหน รู้สึกจริงจังกับความรักของเราขนาดไหน
    ทั้งที่ก็เขินจะตายอยู่แล้วแต่ก็ยังยอมอธิบายเหตุผลออกมาตั้งมากมายอ่ะ
    แล้วที่แจฮยอนเงียบไปนี่นอกจากจะทำความเข้าใจแล้วก็คงรู้สึกดีมากๆอยู่แน่ๆ
    แล้วก็ชอบมากไปอีกตรงที่แจฮยอนไม่งี่เง่า รับฟังเหตุผลอย่างดี สุดท้ายก็ยอมนอนกอดพี่ไปทั้งคืนแบบนั้น ฮือออ แต่พี่โดยองไม่ได้ใส่เสื้อนะ ต้องกอดแน่นๆด้วยล่ะ ไม่งั้นยัยพี่จะหนาว555555555555
    ไปละ เจอกันตอนจบนะจ้ะ <3 <3
    #449
    0
  14. #448 Cho_WM (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 06:45
    นึกว่าลูกหมูน้อยเเจฮยอนจะกลายร่างเป็นหมาป่าเจ้าเล่ห์กินพี่กระต่ายซะเเล้ว เเต่ชอบอ่ะ มีการยอมพี่ น่ารักกกกก
    #448
    0
  15. #447 embell (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 06:29
    เขินนังลูกหมู นี่เมาจริงป้ะเนี่ยย น่ารักมากๆเลยยยยยยยยยยย
    #447
    0
  16. #446 noeyystp (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 06:16
    โอ้ยยดีงามมมม รอนะค้า ตอนเช้าจะเปนไงน้าาา
    #446
    0
  17. #445 hydyjung (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 02:40
    กรี๊ดดด ละมุนดีต่อใจมากกก ลูกหมูเอ้ย จะได้รักพี่เขาเมื่อไหร่ล่ะลูก แต่ระดับนั้นแล้ว เดี๋ยวคนพี่มีคล้อยตามแน่นอน55555 โดยองงี่น่ารักมาก อยากฟัดเลยยย
    #445
    0
  18. #444 pippepor (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 01:54
    โอ๊ยแง ใจหนุ ฮืออออออออออออออออออออออมะไหวแล้วค่ะ ขอยาดมๆๆๆๆๆๆๆๆ ฮือออออออออจิตใจหนุมันจะพังมันจะตายหลาววววแงงงงงงงงง

    เขินมากเขินแจหะยอน ฮือทำไมเป็นเด็กทะลึ่งตึงตัง ทำไมมีแต่เรื่องแบบนั้นในหัว ำไม๊ ทำม๊ายยยยยยย /เป็นลมเพราะความหื่นของแจหะยอน

    โดยองแบบโอ๊ยเจ้ากระต่ายจอมซึน ฮือโดนแกล้งขนาดนั้น พิแทยงก็ช่างแกล้งน้อง ว้อย แกล้งขนาดนั้นทำไมไม่เอาถุงยางกะเจลวางไว้ในห้องเลยล่ะห้ะ! 555555555

    หนุเขินง่ะ เขินไม่ไหวหลาว พาร์ทจอห์นอิลคือตะมุนมาก ใจพัง นั่งอ่านไปอมยิ้มไปกับความน่ารักของคุณซอและคุณมุน ฮรือ พอมาพาร์ทแจโดละคือความร้อนแรงและหืดหาด เมื่อกี้เกือบหยิบทิชชู่มารอซับกำเดาละนะคะอ้าวนกเฉย แงมะไหวอยากได้ฉากคัทค่ะ! 5555555 แต่แจน่ารักมากเลยนะคะพอรู้ว่าพี่เขามีเหตุผลแบบนั้นแล้วก็ไม่ทำต่อง่ะโอ๊ยพ่อพระเอกของหนุ มาให้จุ๊บกระหม่อมที 555555555 แต่แงยิ่งโดยองยิ่งน่ารัก โอ๊ยเหตุผลไรไม่รู้ง่ะน่ารักมาก อยากให้เป็นความทรงจำตอนไม่เมาเพราะกลัวแจลืม โอ๊ยๆ ถ้าหนุเป็นแจละได้ฟังคำนั้นคงยิ้มแก้มแตกแน่ๆ เลอฮือ คนอะไรไม่รู้ใส่ใจจัง ดี๊ย์ดีย์ แฟนเบอร์หนึ่งเลยแงฮือออ โอ๊ยๆๆๆๆๆๆๆ คนอะไรน่ารักยันในฟิคเลย จะให้อวยไปถึงไหนคะเจ้าคนน่ารักนี่ ฮือออออออออออออออแพ้ล้าววววว

    ฮรึกยิ่งใกล้จบหนุยิ่งเสียใจ แงไม่อยากให้จบเลย อยากอ่านความน่ารักของสองคนนี้ไปเรื่อยๆ ฮึก มันน่ารักมากจริงๆ นะคะซิส ยิ่งแจพอรู้ใจตัวเองละยิ่งน่ารักน่าถวายโดยองให้ ฮือแงไม่เกี่ยว 5555555

    โอ๊ยชอบมากๆ ข่า ฮือ ถ้าจบแล้วรวมเล่มแล้วกะอยากให้มีสเปอีกค่ะ ฮือยังไม่จุใจหนุเลยแง /ขอเยอะ 5555555 แงรอตอนต่อไปที่ไม่อยากให้เป็นตอนจบค่ะฮึก
    #444
    0
  19. #443 aziia (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 01:15
    กรี๊ดดดดดดดด ขัดใจ ทำไมไม่ ทำต่อ 55555555555555
    #443
    0
  20. #442 dreammyt001 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 00:36
    ไม่นะะะะะะะะะะ ไรท์เตอร์จะจบแล้วเหรอออ ;____; คือรักฟิคเรื่องนี้มากเลยง่ะ ชอบคาแรคเตอร์ทุกคนในเรื่องเลย โดยเฉพาะน้องลูกหมูขี้เมาของพี่โดยอง แง พอไรท์พูดว่าจะจบแล้วก็ใจหาย ชอบทุกอย่างทั้งตัวละคร เนื้อเรื่อง การดำเนินเรื่อง ปมของเรื่อง แล้วก็การคลี่คลาย คือแบบมันผูกพันธ์ไปแล้วอ่ะค่ะ ถ้าจบแล้วคงคิดถึงแย่เลย แง ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆ น่ารักๆแบบนี้นะคะ รักมาก
    #442
    0
  21. #441 gamesriiiii (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 00:15
    แม่ฮะะะะะะะะะ จองแจฮยอนตอนนี้มันอะไรกันฮะ...
    ในใจเผลอคิดไป แถมลืมความน่ามคานไปหมดสิ้น พร้อมตะโกนบอกว่า ถ้าพี่เค้าไม่ให้ มาหาพี่คนเน้ค่ะ มาาาาาาานี่!!! <<< น่ากัววมากกกก

    แต่พอคิดว่าเป็นจองแจฮยอนอ่ะ ก้ะด้ะก้ะด้ะ ให้โดยองงี่ไปเถอะ วั้ยยยย คนอาร๊ายยยเมาแล้วพลาด หว่ายยยย~ #แซว อิอิ

    ตอนพี่แทยงมาส่งก้ะว่าเหนือชั้นละนะ ตอนอิพี่แทยงกลับไปเสร็จ อ้ะหอวววว์ จองแจฮยอนมันร้ายค่ะหัวหน้า หรือจิงๆอิพี่โดยองมันเอ๋อออ แงงงงง ตัลลั๊คคคคคอ้ะะะะ กิ๊วก๊าวววได้เท่าระดับแรกเริ่มเลยค่ะ เลเวลความรำคาญของจองแจฮยอนก้ะเท่าเดิมเพิ่มเติมคือความหมั่นไส้ ไม่ได้หมั่นคนน้องนะคะ หมั่นคนพี่!! โดนซะทีสิคะ จัลดั้ยลู้ตัว ว่าสมควรโดนมานานล้าววว ฮึฮึ


    แงงงงง จัลจบแล้วหรอมมม ,,__,, ต้องคิดถึงฟิคใสไร้ริ้วรอย(?)เรื่องนี้แน่ๆ แต่มีเเพลนเรื่องใหม่แล้วช่ะมะคะ? อิอิ คาดหวัง~


    ฮ้อลฮ้อลลลลลลลล ชอบจังๆ เอาอีกๆ
    ขอบคุณค่าาาาา *เริงระบำ*
    #441
    0
  22. #440 supasuta129 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 00:01
    โอ้ยยยยย เขินนนนนน ตื่นเช้ามาระวังนะโดยองงี่ 5555555555
    #440
    0
  23. #439 kimminda_doz (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 23:41
    ก่อนจบขอncสักตอนนะคะ5555555จิต
    #439
    0
  24. #438 maymildyimyim556 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 23:40
    เขินนนน5555
    #438
    0
  25. #436 siwanguy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 01:45
    เขินนนน ละมุนมาก ชอบยองโฮเรื่องนี้มากๆ ดูน่ารักใสซื่อละเกินนน คนดีของน้อง
    #436
    0