soulmateฟากฟ้าที่เดียวดาย - นิยาย soulmateฟากฟ้าที่เดียวดาย : Dek-D.com - Writer
×

    soulmateฟากฟ้าที่เดียวดาย

    โดย pipi261

    เดียวผู้ชายคนหนึ่ง ได้ตามหาฟากฟ้าผู้หญิงที่ตายไปแล้ว เขารู้สึกว่าเธอต้องมีส่วนเกี่ยวข้องบางอย่างกับเขาและเมื่อพบความจริงมันก็ได้เปลี่ยนเขาไปตลอดกาล

    ผู้เข้าชมรวม

    118

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    0

    ผู้เข้าชมรวม


    118

    ความคิดเห็น


    0

    คนติดตาม


    0
    จำนวนตอน : 2 ตอน
    อัปเดตล่าสุด :  8 ธ.ค. 54 / 12:12 น.

    อีบุ๊กจากนิยาย ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ

    ตอน วันที่เธอจากไป

     

                    ดาดฟ้ายามเย็น

                    แสงโพล้เพล้ของพระอาทิตย์ตกดิน มองดูเหงาจับใจ   ปรากฏร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งยืนเหม่อตรงขอบตึก เมฆที่กำลังเปลี่ยนสีกำลังอาบฟ้า ดูคล้ายเป็นปีกผืนใหญ่กางออกจากตัว

                    เจ้าของร่างจะล้มตัวลงไปเหมือนจะโบยบินไปกับสายลมเบื้องหน้า   บนท้องฟ้าหมู่เมฆเริ่มเลือน  แสงไฟจากเมืองยามค่ำคืนเบื้องล่าง งดงามและสับสน  ดูเหมือนสรรพสิ่งยังดำเนินต่อไปโดยไม่รับรู้ถึงชีวิตหนึ่ง ที่เพิ่งแตกดับไปเมื่อครู่.....

    บนพื้น....ร่างนั้นนอนจมกองเลือดอยู่   แต่ไม่ใช่หญิงสาวคนเดิม  กลับเป็นชายหนุ่มอีกคนนอนแน่นิ่ง  เลือดสีแดงไหลซึมออกมาจากศีรษะ  ไหลนองออกมาแสดงถึงบาดแผลฉกรรจ์ที่เกิดขึ้น     

                          .....................................................

                           ฟ้าข้างนอกดูหม่นมัว ฝนตกปรอยๆ เป็นละลองไอน้ำ สร้างความฉ่ำเย็นให้กับบรรยากาศรอบข้าง  เช้าวันครึ้มฝนเช่นนี้ เดียวรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวขึ้นมาเฉยๆ  ยิ่งในเวลาอยู่คนเดียวเช่นนี้ยิ่งไม่อยากทำอะไรเลยนั่นคือความรู้สึกที่แท้ที่สุด เธอจากไปนับปีแล้ว  แต่เขายังไม่สามารถสลัดความรู้สึกเคยชินบางอย่างซึ่งเคยมีร่วมกันไปได้ 

                                    บนเตียงยังมีหมอน2ใบ ที่กลิ่นกายจางๆของเธอติดอยู่  บางครั้งมันก็ทำให้เขาน้ำตาไหลอย่างไร้เหตุผล  กระจกโต๊ะเครื่องแป้งเขลอะไปด้วยฝุ่นผง มีโพสต์อิสสีเชียวอ่อนแปะอยู่  ขอบคุณสำหรับปากกาด้ามใหม่นะ ช่วยได้เยอะเลย  ริกะจัง... รักเดียวที่สุด  ลายมือน่ารักของเธอที่เขาแทบจำไม่ได้ว่าเขียนตั้งแต่เมื่อไหร่  

                                    เวลาสามปีอาจจะยาวนานเกินไปสำหรับคนสองคน  และมันก็เป็นข้อพิสูจน์ว่ารักแท้ไม่มีอยู่จริง  ไม่เว้นแม้กระทั่งคู่ของเขาที่ใครๆบอกว่าเหมาะสมกันเหลือเกิน  แต่สุดท้าย หากหมดรักกันแล้ว  เหมาะกันแค่ไหนก็ไร้ความหมาย

                                    เขายอมรับว่าเป็นความผิดของตัวเองเต็มๆ  ที่แอบนอกใจในครั้งนั้น  เธอบอกว่า หากผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนญี่ปุ่น และไม่ใช่น้องสาวเพื่อนแบบนี้ ก็ยังพอให้อภัยเขาได้  แน่หรือ....ไม่ใช่เพราะตัวเธอเองมีคนใหม่มาแทนที่เขาอย่างนั้นหรือ

                               แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เผลอไผลมีอะไรกับโมเอะแล้ว  เขาเพียงแค่ส่งเมล์ตอบกลับกันแค่สองฉบับ แล้วก็จบความสัมพันธ์   ไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นหลักฐานมัดตัว หลังจากเรื่องจบไปนานนับเดือน

                                    เดียวจำได้ดีถึงวันที่สุดท้ายที่ได้เห็นหน้ากันในฐานะคนรัก  วันนั้นเขากำลังปั่นงานที่จู่ๆก็ถูกโยนมาสุมโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวอยู่  และเธอก็เข้ามาหาเขาถึงออฟฟิศ

                             

                                    ลมอะไรพัดมาถึงที่นี่ล่ะริกะ เขาทักทายแต่เธอไม่ตอบ กลับทำหน้าบึ้งตึง  ดวงตาที่เย็นชาไร้ความรู้สึกในเวลาปกติ  วันนั้นมีประกายแห่งความโกรธเกรี้ยวแฝงอยู่  จนเดียวเริ่มเอะใจกับอาการที่เกิดขึ้น

                                     รู้เรื่องแล้วนะ คำแรกที่เปล่งจากปากเธอ  ปกติริกะพูดได้เทียบเท่ากับเจ้าของภาษา  เพราะเธอมีเลือดไทยอยู่ครึ่งหนึ่งในตัว

                                    เรื่องอะไรเดียวถามกลับไป โดยไม่เอะใจแม้แต่น้อย

                                    ได้อ่านเมล์แล้ว  ที่เธอนอกใจชั้น

                                    เมื่อได้ยินคำนั้นเขาถึงกับตัวชา ไม่รู้ว่าเรื่องที่ิดว่า จบไปแล้วจะกลับย้อนเข้าหาตัวได้

                                    แต่เรื่องนั้นมันจบไปแล้วนะ เขาพยามยามอธิบายแม้รู้ว่ามันคงไม่ช่วยอะไร

                                    ใช่...แล้วมันจะจบไปพร้อมกับเรื่องของเรา

                           เย็นนั้นเมื่อเขากลับไปถึงห้องก็พบว่าข้าวของของเธอได้อันตรธานไปจนสิ้น    ไม่เหลือแม้แต่คำร่ำลา  หลังจากวันนั้นเขาพยามยามตามง้องอนทุกวิถีทาง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือ ข่าวคราวที่ว่าเธอมีคนใหม่ไปแล้วในเวลาไม่กี่สัปดาห์   ไม่ใช่สิ เธอมีคนใหม่ตั้งแต่ตอนที่อยู่กับเขาแล้วด้วยซ้ำ

                                    มันเจ็บที่รู้ว่าเธอมีคนอื่น  แต่เจ็บยิ่งกว่านั้นคือ การรู้ว่าเขาไม่อาจจะทำอะไรได้เลย  เพราะการหักหลังครั้งนี้  เป็นตัวเขาเองที่ทำให้มันสำเร็จ

                                    สำหรับเขาช่วงชีวิตที่มีเธออยู่นั้นเปรียบเหมือนว่าวซึ่งถูกปล่อยให้ล่องลอยอยู่บนห้วงอากาศ ไร้จุดหมาย  แต่ยังมีเธอที่คอยดึงสายป่านเอาไว้  ไม่มีเธอเช่นนี้เขาได้แต่ลอยเคว้งไปตามยถากรรม

                                    .................................................................................

                                   ฝนหยุดตกไปครู่หนึ่งแล้ว เดียวสลัดความง่วงงุนออกจากหัว   หยิบนาฬิกาขึ้นมาดูอีกครั้ง  พบว่าล่วงเลยไปถึงสิบโมง  ชายหนุ่มกุลีกุจอเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่ทันจะอาบน้ำด้วยซ้ำ  เวลาเร่งรีบแบบนี้เขาไม่ค่อยจะสนใจตัวเองเท่าไหร่นัก สมกับที่ริกะชอบบ่นว่าเขาไม่รู้จักดูแลตัวเอง แล้วจะมาดูแลเธอได้อย่างไร

                              เขาหยิบ เสื้อยืดสีเทา ซึ่งวางพาดอยู่บนเก้าอี้มาสะบัดแล้วใส่มันอย่างลวกๆ  เดียวเป็นคนง่ายๆ เหมือนไม่ค่อยพิถีพิถันในการแต่งตัวมากนัก แต่ที่จริงมันคือสไตล์ของเขา ที่ยึดรูปแบบ เสื้อยืดตัวเก๋า กางเกงยีนส์เก่า รองเท้าผ้าใบเน่าๆ  ไว้เป็นเอกลักษณ์   ชีวิตเขาแทบไม่มีสมบัติอะไรติดตัวนอกจากรถมอเตอร์ไซค์กอลิล่าคันน้อย ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ภูมิใจ

                                     เดียวเป็นนักข่าวส่วนภูมิภาคของหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ฉบับหนึ่ง   อาชีพนักข่าวเป็นสิ่งที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่วัยเรียน  และโชคดีได้มาทำสมใจตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ กว่าสี่ปีมาแล้ว  แต่ยิ่งนานวันกลับหมดไฟในการทำงานไปทุกขณะ

                                    อาจเป็นเพราะความเฉื่อยชาของระบบการทำงานที่แวดล้อมอยู่  รวมทั้งเรื่องอุดมการณ์ของนักข่าวรุ่นพี่ที่ทำให้เสื่อมศรัทธาลงไปทุกวัน   เขายังจำได้ว่าบรรณาธิการข่าวยืนยันที่จะไม่รับซองขาวจากแหล่งข่าวทั้งที่นักข่าวสำนักอื่นเห็นเป็นเรื่องปกติ  เดียวคิดว่าหนังสือพิมพ์ของเขา มีศักดิ์ศรี และน่าภาคภูมิใจที่สุด  แต่เมื่อได้เห็นนักข่าวอาวุโสคนหนึ่ง รับซองขาวจากแหล่งข่าวต่อหน้าต่อตา  ตั้งแต่นั้นมาไฟที่มีในตัวก็มอดลงไปอย่างน่าใจหาย

                                     วันนี้เดียวมาถึงสำนักงานหนังสือพิมพ์ในช่วงสายตามปกติ  เขาสังเกตว่าบรรยากาศในออฟฟิศดูเงียบเชียบผิดปกติ    น้องผู้หญิงคนหนึ่งรับโทรศัพท์แล้วพยักพเยิดบอกเดียวว่าบรรณาธิการเรียก  

                                    เขาเดินผ่านโต๊ะนักข่าวที่จัดเรียงกันสองฝั่ง  ปล่อยทางเดินตรงกลางให้พุ่งตรงเข้าสู่ห้องของบก. เดียวตัดสินใจเคาะประตู เป็นมารยาทก่อนเข้าไป  

                       เชิญ

                       พี่วุฒิเรียกผมมีอะไร รึปล่าวครับ

                       อืม    

       บก.วุฒิกระอักกระอ่วนใจในสิ่งที่จะพูด  ร่างใหญ่นั้นโน้มตัวจากพิงพนักเก้าอี้สำหรับผู้บริหารหุ้มหนังดำขลับ มาประสานมือที่โต๊ะจ้องหน้าเขาอย่างตั้งใจจะพูดสิ่งสำคัญ   ปกติบก.วุฒิหรือพี่วุฒิของทุกคน จะเป็นคนใจดี แต่ดูจากสีหน้าเคร่งเครียดในวันนี้  เดียวก็รู้ว่ามันไม่น่าจะเป็นเรื่องดีเท่าไหร่นัก

                  คืออย่างนี้เดียว ตอนนี้ออฟฟิศเรากำลังมีปัญหา มันก็เรื่องเศรษฐกิจอย่างี่รู้กันนั่น

    แหล่ะ ทางผู้ใหญ่ท่านมีคำสั่งลงมาว่าเดือนสองเดือนนี้  อาจจะเอาคนออกเพื่อจะพยุงส่วนใหญ่ไว้

    พี่ก็พยายามจะช่วยทุกคนนะ แต่มันก็ต้องวัดกันที่ผลงาน ถ้าใครด้อยกว่าคนอื่นก็ต้องไป เข้าใจนะ

    เดียวใจหายวาบ แต่ก็รอฟังต่ออย่างลุ้นๆ  คิดว่าควรตอบให้น้อยที่สุดเพื่อป้องกันตัวเอง

     ครับ

                 พี่เรียกเดียวมาวันนี้  เพราะอยากจะบอกให้เดียวพยายามเรื่องผลงานหน่อย ทำยังไงก็ได้ให้งานมันโดนๆ   เรามีเวลากันไม่มาก พี่ยังอยากให้โอกาสกันอยู่ แต่มันก็อยู่ที่เดียวน่ะนะว่าจะทำได้แค่ไหน พี่อยากเห็นเดียวคนที่ พี่รับเข้ามาในวันแรก  ให้มันมีไฟเหมือนตอนนั้น

        ชายหนุ่มทำตาปริบๆ พูดได้แค่ ครับ

    ..เอนหลังพิงพนักก่อนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

          อืม คงไม่พูดอะไรมากละ มันเครียดว่ะ เอาเป็นว่ามีโอกาสก็พยายามเข้าละกัน

    เดียวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็นก่อนตอบ  ครับ

                บ..พยักหน้าก่อนโน้มหัวลงไปใช้มือข้างที่วางบนพนักนวดขมับเบาๆ แบบคนที่เจอความเครียดสั่งสม มาหลายเรื่อง

            เข้าใจก็ดีละ

    เดียวลุกขึ้นพร้อมกับไหว้   บ..พยักหน้า ก่อนพูดตามหลังเมื่อนึกได้

                         อ้อ...แล้วเรียกน้ำหวานมาพบพี่ด้วยนะ

                ชายหนุ่มรู้ในนาทีนั้นเลยว่า คนที่รับชะตากรรมนี้ ไม่ได้มีเขาเพียงคนเดียว  เขาเดินออกจากห้องนั้นมาอย่างล่องลอย หัวตื้อไปหมด    รู้สึกแค่ว่าชีวิตมันช่างบัดซบเสียจริงๆ

                    ระเบียงอ่านหนังสือพิมพ์ที่จัดไว้สำหรับให้พนักงานมานั่งผ่อนคลาย และหาข้อมูล  แต่ตอนนี้กลับเป็นที่ ที่หลายคนมานั่งหลบมุมสูบบุหรี่คลายเครียด   เดียวก็มักจะหลบมุมมาอัดบุหรี่ที่นี่เป็นประจำ  วันนี้ก็ไม่ต่างกัน ชายหนุ่มหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาไล่อ่านทีละฉบับแม้จะอ่านหนังสืออยู่แต่ในหัวนั้นกลับวนเวียนครุ่นคิดถึงเรื่องอื่น  บนนั้นโต๊ะมีก้นบุหรี่ที่กรุ่นๆในที่เขี่ยอยู่สองสามมวน

                    ในขณะที่อยู่ในภวังค์ ก็มีเสียงกระแอมของหญิงสาวดังข้างๆ

                    อะแฮ่ม..

                    เดียวเงยหน้าขึ้นมองตามทิศของเสียงพบปริมโน้มตัวมามอง ผมยาวดำขลับถึงกลางหลัง ระลงด้านข้างเป็นแพยาว  พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้ใจละลาย 

                    นั่งด้วยคนได้รึปล่าวพี่เดียว เธอพูดซ้ำอีกอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้น จนทำให้เขาหลุดจากภวังค์

                    เดียวผายมืออนุญาต เอาสิ ก่อนฟอร์มหยิบกาแฟที่เหลือในถ้วยขึ้นจิบ

                       ปริมกระแทกตัวนั่งลงข้างๆแอบจงใจแกล้งชนเดียวนิดหนึ่ง ซึ่งปกติอาจจะไม่สะเทือนมากนัก แต่สัมผัสนั้นกลับทำให้เดียวถึงกับสำลักกาแฟ  ด้วยความเขินจับใจจึงหันมาดุแก้เก้อ

                          เดี๋ยะๆ ซ่าใหญ่แล้วนะเรา

                       หญิงสาวทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แล้วแกล้งหันมาสนใจหนังสือพิมพ์ในมือเดียวแทน   ปริมเข้ามาทำงานที่นี่ได้ไม่ถึงปีในตำแหน่งพิสูจน์อักษร  ตอนที่เธอเข้ามาทำให้ทุกคนฮือฮากันมากเพราะออฟฟิศหนังสือพิมพ์แห่งนี้ขาดแคลนสาวสวย   พอปริมเข้ามาในลุ้คของสาวน้อยผู้ร่าเริงสดใส ก็ทำให้หนุ่มๆที่นี่กระชุ่มกระฃวยกนขึ้นมาทำทันตา 

                      เธอจะชอบเข้ามาคุยเย้าแหย่กับเขาเป็นประจำ  เดียวก็ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองมากนัก ว่าปริมจะให้ความสนิทสนมกับเขาเป็นพิเศษ  แม้จะคิดลึกซึ้งกับเธอไปบ้างแต่เขาก็ไม่เคยมีโอกาสจะแสดงความรู้สึกออกมาสักที อาจจะเป็นเพราะบาดแผลที่ยังเจ็บไม่หายกับความรักครั้งเก่า หรืออาจเป็นเพราะเขารู้ตัวว่าไม่คู่ควร

                     หาข่าวอยู่เหรอ ให้ปริมช่วยนะ

                    ว่าแล้วก็หยิบหนังสือพิมพ์ใกล้มือขึ้นมาตรวจผ่านไปสองสามฉบับ  แล้วก็สะดุดที่ข่าวหนึ่ง    เธอจึงยื่นให้เดียวดู    

                    แย่จัง ..เรียนป.โทด้วย หน้าตาก็ดี๊ดี ไม่น่าคิดสั้นเลยเนอะ พ่อแม่คงเสียใจแย่

                    เดียวดึงหนังสือพิมพ์มาดู  มันเป็นข่าวนักศึกษาปริญญาโทกระโดดตึกฆ่าตัวตาย  แต่ที่ทำให้เขาถึงกับอึ้งก็คือใบหน้าของผู้ตาย ที่ดูคุ้นเคยเหลือเกิน  ปริมสังเกตเห็นอาการนั้นจึงถามขึ้น

                    เป็นไร พี่เดียวรู้จักเหรอ

                     เปล่า แต่คุ้นๆหน้าเฉยๆ  นี่ข่าวเมื่อไหร่

                    เมื่อวาน

                    งั้นช่วยตัดเก็บให้ทีสิ

                     โอเค เจ้าค่ะ

                    สาวน้อยรับคำ แล้วหยิบกรรไกรที่อยู่ใกล้มือมาบรรจงตัดทันที 

                    หนังเรื่องนั้นเข้าแล้วนะที่เราชอบน่ะ เดียวขัดจังหวะขึ้น

                    เรื่องอะไร

                    turn left turn right เขายื่นหนังสือพิมพ์หน้าโฆษณาหนังให้เธอดู ปริมชะโงกหน้ามาดูใกล้ๆ น้ำหอมกลิ่นลาเวนเดอร์จางๆ  แตะจูมกเดียว จนเขาแอบเคลิ้มนิดๆ    เมื่ออีกฝ่ายแสดงความสนใจ  ก็เข้าทางทันที เดียวรีบชวนอย่างไม่รีรอ แต่ในใจก็แอบลุ้นกลัวเธอจะผิดสังเกต

                    เย็นนี้ไปมั๊ย เดี๋ยวพี่เลี้ยง ค่าช่วยหาข้อมูล

                    เย้! จริงนะ แต่เสียดายเย็นนี้ไม่ว่างแล้วล่ะ  ว่างอีกทีอาทิตย์หน้าโน่น

    แม้คำตอบของเธอจะทำให้เขาผิดหวังเล็กน้อย  แต่ก็ใช่ว่าจะหมดหวังเสียทีเดียว

                    อาทิตย์หน้าก็ได้

                    เดียวยังพยายามอย่างไม่ลดละ

                    โอเค..อาทิตย์หน้าปริมจะถล่มพี่เดียวให้หมดตัวเลยคอยดู

                    ซวยแล้วเรา คิดถูกคิดผิดเนี่ย ชายหนุ่มบ่นอุบ แต่ในใจกลับลิงโลด

     

                        

                            เย็นวันนั้นเดียวตัดสินใจไปจองตั๋วหนังด้วยความครึ้มอกครึ้มใจ  มองอะไรๆรอบตัวดูสวยงามไปหมด นานแล้วที่เขาไม่ได้มาดูหนังในโรงกับใครสักคน  นานก่อนหน้าที่จะเลิกกับริกะเสียด้วยซ้ำ

                                    เรื่องสุดท้ายที่เขาไปดูหนังกับเธอคือเรื่อง always ภาคแรก เป็นหนังญี่ปุ่นน่ารักๆ ที่เธอออกปากชวนเขาไปดู  จำได้ว่าเมื่อออกจากโรงเธอร้องไห้คิดถึงบ้านไม่หยุด  ตอนนั้นเขาให้สัญญาว่าจะพาเธอกลับญี่ปุ่นให้ได้   แต่จนแล้วจนรอดก็ทำไม่ได้สักที    

                     #160;              เดียวสลัดความคิดถึงระกิออกจากสมอง มองตั๋วหนังสองใบที่อยู่ในมือ เขาควรจะได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งกับใครสักคน  ซึ่งอาจจะเป็นปริมก็ได้    แม้จะไม่รู้ว่าในอนาคตเขาและเธอจะมีความรักที่ยืดยาวได้แค่ไหน  แต่อย่างน้อยในตอนนี้เธอก็ทำให้ชีวิตที่เหี่ยวเฉาของเขาได้สดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา

                          ช่วงเย็นของปลายสัปดาห์  ผู้คนเริ่มหลั่งไหลกันเข้ามาซื้อตั๋วดูหนัง  การพักผ่อนของมนุษย์เงินเดือนในยุคนี้ มักจะมีอยู่ไม่กี่อย่าง ไม่ดูหนัง  ฟังเพลง  ก็ไปดื่มเหล้าสังสรรค์ วนเวียนอยู่เท่านี้

                           เดียวถือตั๋วของอาทิตย์หน้าไว้ในมืออย่างมีความสุข ในใจอย่างเร่งเวลาที่เธอได้มานั่งดูหนังข้างๆเขาให้ไวขึ้น  นึกแล้วก็ตลกตัวเองที่บ้าเห่อได้ขนาดนี้   หากเจอปริมที่นี่ คงทำหน้ากับเธอไม่ถูกเหมือนกัน

      แล้วจู่ๆความฝันก็พังทลายลงตรงหน้า  ราวกับสวรรค์ส่งลงมาบอกให้เขารีบตัดใจ   ภาพที่เห็นคือ เธอเดินคลอเคลียมากับผู้ชายหน้าตาดี   คนหนึ่งอย่างมีความสุข  ทั้งคู่ดูสมกันมากเทียบกับตัวเขาแล้วมันไกลกันลิบ 

                          ทั้งคู่เดินผ่านเดียวโดยไม่ทันเห็นเขาด้วยซ้ำ แต่เมื่อเดินพ้นไป ก็สะกิดใจให้หันปริมหันกลับมาดู พบเดียวยืนหน้าซีดเซียว  เธอทำหน้าไม่ถูกได้แต่รีบเดินจากไปให้เร็วที่สุด   ชายหนุ่มขยำตั๋วหนังในมือ รู้สึกสมเพชตัวเองเสียเต็มประดา

                                                            ***********************

                                    เดียวพกใจอันห่อเหี่ยว จูงรถออกมาจากที่จอดแล้วเริ่มสตาร์ท แต่เจ้ามอเตอร์ไซต์คู่ใจไม่มีที่ท่าว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งเช่นที่เคยเป็น  ฝนเริ่มตกลงมาปรอยๆราวกับรู้ใจคนอกหัก เขาสตาร์ทอีกสองสามที ก่อนจะถอดใจจูงมันต่อไปจนถึงหอพักท่ามกลางหยาดฝนที่โปรยปรายลงมา                                

                                เมื่อถึงที่พักเขาถอดเสื้อผ้าที่เปียกปอน ทิ้งลงในตะกร้า ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกาย   ใจก็อยากจะนอนหลับไปเลยจะได้ไม่ต้องนึกถึงเรื่องอะไรให้มันฟุ้งซ่านอีก  แต่ข่มตาลงไปมันก็ยังกระสับกระส่าย  อย่างคนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว   

                         ลองหยิบเกมส์ขึ้นมาเล่น  หวังจะลืมความเศร้าที่พบเจอมาเมื่อครู่ได้ แต่กลับทำให้แย่ไปกันใหญ่  เมื่อเล่นไปก็แพ้ไม่รู้กี่เกมส์ต่อกี่เกมส์  มันกลายเป็นเครื่องตอกย้ำว่าเขาเป็นคนขี้แพ้อย่างหมดข้อสงสัย   เดียวเหวี่ยงเกมส์ลงข้างๆกายอย่างไร้เรี่ยวแรง เขาค่อยๆเคลิ้มหลับลงไปได้อย่างที่หวังไว้ในตอนแรก 

                          เมื่อเข้าสู่ภวังค์  หญิงสาวคนนั้นกลับลอยวนเวียนเข้ามาในภาพฝัน เธอหันมาเพียงครึ่งเสี้ยว  แต่เขากลับสัมผัสได้ถึงความเหงาที่ลึกสุดใจจากแววตา 

                          แล้วจู่ๆเขารู้สึกวูบเหมือนดิ่งลงเหว  ร่างกายกระตุก2-3 ทีก่อนสะดุ้งตื่น อาจเป็นเพราะความเครียดและอ่อนเพลีย ที่ทำให้เขาฝันแปลกๆจนผวาตื่นแบบนี้  เมื่อหมดหมดอารมณ์นอน  ก็นึกได้ว่ายังมีภาระหน้าที่ ที่ต้องทำอยู่  ชายหนึ่งยันตัวลุกขึ้นมานั่งตรงขอบเตียงด้วยความเหนื่อยหน่าย

                    ว่างนักเหรอวะ.เฮ้อ!

                    สุดท้ายก็ลุกไปเปิดคอมพิวเตอร์ เสิร์ซหาข้อมูลข่าว  เขาหยิบหน้าหนังสือพิมพ์ชิ้นหนึ่งขึ้นมาจากแผ่นอื่น  กรอกคำค้นลงไปในช่องหาข้อมูลของกูเกิ้ล  ปรากฏข่าวนั้นขึ้นมาหลายหัวข้อ  เมื่อคลิกเข้าไปในรายละเอียดของข่าว ยิ่งรู้สึกประหลาดใจ

                    ทำไมเด็ก ป.โทคนนี้ ดูคุ้นๆจัง  ต้องมีอะไรแน่ๆ

                                                  ...........................................................

    สำนักงานหนังสือพิมพ์ เดียวมาถึงโต๊ะพบว่ามีอมยิ้มจูบาจุ๊บรสสตอเบอรี่วางอยู่พร้อมกับการ์ดใบเล็กสีหวานบรรจงวาดภาพดอกไม้น่ารักยิ้มทักทายเขา 

                                                     วันนี้คุณยิ้มหรือยัง

                  เดียวไม่สงสัยแม้แต่น้อย ว่าใครเป็นคนทำ   เขาหยิบอมยิ้มขึ้นมาแกะห่อแล้วยัด  ใส่ปากทันที 

                                                                    หวานชิบ

                       หนุ่มมาดเซอร์  เดินไปมาทั่วสำนักพิมพ์ ทั้งที่อมยิ้มยังคาอยู่ในปาก แทนที่จะเป็นบุหรี่ อย่างเคย  เป้าหมายของเขาคือ โต๊ะปริม

                                    แหม...พี่เดียววันนี้อารมณ์ดีจริงนะ น้ำหวานนักข่าวรุ่นน้องผ่านมา ก็อดทักไม่ได้

                                    ... เดียวยักคิ้วให้หนึ่งทีแทนคำตอบ
                    หญิงสาวนั่งอยู่หน้าห้องบก. เธอทำหน้าที่ทุกอย่างตั้งแต่ พิสูจน์อักษร เลขา ธุรการ  สุดแท้แต่บก.จะเรียกใช้  เพราะหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแบบนี้ จะรับคนมาทำงานเยอะก็เปลืองงบประมาณดังนั้นคนหนึ่งคนจึงควรจะทำให้ได้หลายหน้าที่เข้าไว้ ซึ่งเรื่องหน้าที่กับเงินเดือนก็มักจะสวนทางกันเสมอ

                    วันนี้ท่าทางปริมจะยุ่งเป็นพิเศษ  งานเธอจะเยอะช่วงปลายสัปดาห์ ที่ต้องส่งข่าวเข้าส่วนกลาง   ขณะที่จดจ่อกับงานเธอรวบผมไว้ข้างหลังแล้วหนีบด้วยที่หนีบผมรูปเกลียวสีขาว เข้ากับใบหน้ารูปไข่และดวงตากลมโตของเธอยิ่ง 

                    สาวสวยเงยหน้าขึ้นมาสบตากับอีกฝ่ายพอดิบพอดี  และเห็นว่าชายหนุ่มคาบอมยิ้มที่เอาไปวางให้บนโต๊ะอยู่  ถึงกับหัวเราะกิ๊กออกมา

                    เขาพูดกับเธอแค่ว่า หวานไปหน่อย แต่ก็ขอบใจนะ แล้วเดินจากไปโดยไม่รอให้เธอพูด ปริม

    มองตามร่างนั้น  รู้สึกคลายใจที่เขาไม่โกรธ

                    ชายหนุ่มกลับมานั่งพิมพ์ประเด็นข่าวที่คิดได้เมื่อคืนส่งบก.วันนี้เขาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานที่เริ่มมีไฟจะทำมันอีกครั้ง  รวมทั้งเรื่องปริมที่ยังเขามีความหวังอยู่

                    ประเด็นที่นำเสนอบก. เดียวตั้งใจจะทำเป็นบทความเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายของคนในยุคสมัยที่วัตถุกำลังเติบโตอย่างฉุดไม่อยู่ ขณะที่คนซึ่งมีการศึกษาดี  เลือกจะหนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย หากมีใครหันมาสนใจกันสักนิด  สาวป.โทคนนี้อาจไม่ตายก็ได้ 

                    เขาพิมพ์เสร็จก็สั่งปริ้น ก่อนหยิบกระดาษแผ่นนั้นเดินเข้าห้องบก. เขาวางแผ่นกระดาษบนถาดส่งงาน บก.วุฒิเงยหน้าจากหนังสือพิมพ์ 

                     อ้าว! เดียว เอางานมาส่งเหรอ

                  ครับพี่วุฒิ  พอดีได้ประเด็นน่าสนใจมาเมื่อวานน่ะครับ

                    นั่งก่อนสิ เดี๋ยวพี่อ่านให้เลย

    บก.ก้มลงอ่านงานในมือเพียงอึดใจ ก็เงยหน้าขึ้นมาคุยกับเขา

                     อืม..มันก็ใช้ได้นะ แต่ประเด็นมันจะซ้ำไปน่ะสิพี่ว่า แต่ยังไงก็ลองทำมาก่อนแล้วกันนะ เผื่อมันจะเวิร์ค
                     บก.ยื่นกระดาษแผ่นนั้นคืนเขา  เดียวรู้สึกผิดหวังที่หัวหน้าไม่ได้แสดงที่ท่าชอบประเด็นที่เขาตั้งใจเสนอ แต่ก็ยังมองในแง่ดีได้ว่ายังมีโอกาสที่จะทำและพิสูจน์ให้เห็น แต่สิ่งที่เขาไม่รู้เลยก็คือ การได้ลงมือทำงานชิ้นนี้มันจะทำให้พบสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล

                                                    **************************************

    นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    คำนิยม Top

    ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

    คำนิยมล่าสุด

    ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

    ความคิดเห็น