คัดลอกลิงก์เเล้ว

การสมัครฝึกงานในต่างประเทศ: United Nations และ NGO

ช่วงที่เรียนปริญญาโทที่ฝรั่งเศส เราได้มีโอกาสฝึกงานสองที่ ได้แก่ องค์กรของสหประชาชาติ Association Shams เป็นNGOในสาธารณรัฐตูนิเซีย จึงอยากมาแชร์ประสบการณ์สมัครฝึกงานตั้งแต่การหาที่ฝึกงาน การเตรียมตัวและขั้นตอนการสมัครอย่างละเอียดค่ะ

ยอดวิวรวม

12

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


12

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  4 พ.ค. 63 / 13:26 น.
นิยาย Ѥý֡ҹ㹵ҧ: United Nations NGO การสมัครฝึกงานในต่างประเทศ: United Nations และ NGO | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ช่วงที่เรียนปริญญาโทที่ฝรั่งเศส เราได้มีโอกาสฝึกงานสองที่ ได้แก่ 1) United Nations Mechanism for International Criminal Tribunals (MICT) ซึ่งทำหน้าที่ต่อจาก ICTY และ ICTR โดยเราทำสาขาที่ กรุงเฮก ประเทศเนเธอแลนด์ และ 2) L’Association Shams เป็นสมาคมซึ่งตั้งอยู่เมืองตูนีส สาธารณรัฐตูนิเซีย แต่มีที่ที่สมัครแล้วโดนปฏิเสธหรือไม่มีเสียงตอบรับอีกเยอะมาก หรือได้รับตอบรับแต่มีอุปสรรคอื่น ๆ จึงอยากมาแชร์ประสบการณ์
 
จุดประสงค์ในการเขียนเล่าครั้งนี้เพราะมีคนถามเข้ามามาก บางทีเราก็ไม่มีโอกาสได้ตอบอย่างละเอียด เป็นขั้นเป็นตอน อีกทั้งเมื่อนึกย้อนไปเมื่อตอนตัวเองสมัครครั้งแรกก็งมเข็มอยู่พักใหญ่ ผิดพลาดบ่อย เลยคิดว่าถ้าตอนนั้นได้คำชี้แนะอะไรบ้างก็คงง่ายกว่านี้ เลยตั้งใจอยากรวบรวมข้อมูลจากประสบการณ์ส่วนตัวโดยให้ผู้อ่านไปเลือกปรับใช้ ถ้าบันทึกนี้ทำให้ใครสักคนที่ลังเลอยู่ได้ตัดสินใจลองยื่นสมัครฝึกงานดูก็ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ของเราแล้ว ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่คิดจะสมัครฝึกงานนะคะ :)
 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 4 พ.ค. 63 / 13:26


 

1) เริ่มอย่างไร

แรงบันดาลใจในการฝึกงานของเรามาจากคาบสุดท้ายของวิชากฎหมายอาญาระหว่างประเทศ อาจารย์ทิ้งท้ายว่าถ้ามีเหตุการณ์ในชีวิตให้ต้องตัดสินใจเลือกระหว่างสองทาง ทางหนึ่งเป็นทางที่คุ้นเคย อีกทางเป็นทางลึกลับที่ไม่เคยเดินมาก่อนและไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ให้เลือกทางที่สองนี้เพราะนั่นจะทำให้เราโตขึ้น เราเลยตัดสินใจว่าช่วงปิดเทอมจะลองหาที่ฝึกงานแทนที่จะกลับไปอยู่บ้านที่คุ้นเคย

เราเริ่มจากสำรวจว่ามีหน่วยงานไหนบ้างที่น่าจะตรงกับความชอบและสิ่งที่เราเรียนมา ส่วนมากก็จะเป็นหน่วยงานใหญ่ๆ ที่รู้จักจากการเรียน/ข่าว เช่น หน่วยงานต่างๆของ UN และองค์กรระหว่างประเทศอื่นๆ จากนั้นเราก็เข้าไปดูในเว็บไซต์ว่ามีรับฝึกงานไหม ส่วนใหญ่ไม่มีค่าตอบแทนให้ แต่บางที่ก็มีโดยอาจจะใช้ชื่ออื่นเช่น Traineeship ด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างองค์การระหว่างประเทศที่เราเคยหาไว้ แนะนำให้หาล่วงหน้าตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะหลายๆที่โดยเฉพาะของ UN รับสมัครล่วงหน้าถึงครึ่งปี และให้สำรวจคุณสมบัติดีๆ ส่วนมากรับนักศึกษาในระดับ graduate program (สูงกว่าปริญญาตรีขึ้นไป) บางที่รับนักศึกษาที่จบปริญญาตรีแล้วหรือกำลังเรียนปริญญาตรีปีสุดท้าย

2) แหล่งหาที่ฝึกงาน และการสมัครฝึกงานในระบบ Inspira

ถ้าเป็นของ UN สมัครที่เว็บกลางนี้ https://careers.un.org/lbw/home.aspx?ตรง filter ด้านล่างเลือก caregory ‘internship’ เลือก job network เป็นสายงานที่เราสนใจ นอกจากนี้ระบุ Department/Office และประเทศ duty station ได้อีกด้วย แต่เราแนะนำให้เลือกแค่ internship พอและดูภาพรวมก่อนว่ามีที่ไหนเปิดรับอยู่บ้างเพราะมันไม่ได้มีเปิดทุกสาขา ทุกช่วงเวลา search แล้วหน้าจอจะขึ้นมาประมาณนี้ เข้าไปดูรายละเอียดได้

un.jpg

ถ้าเจอ job opening ที่สนใจต้องสร้าง account ก่อนโดยคลิ๊กที่มุมขวาบนที่คำว่า Log in มันจะพาเราไปที่ระบบrecruitment ของ UN ชื่อ Inspira ให้เลือก register แล้วเว็บก็จะให้เราสร้าง profile กรอกข้อมูลส่วนตัว ประวัติการศึกษา/การทำงาน ทักษะภาษา คอมพิวเตอร์ ฯลฯ เนื่องจาก insprira ไม่ให้แนบไฟล์ CV จากนั้น เมื่อจะเลือกสมัครงานไหนก็ใส่ job title ที่เล็งไว้ และกรอก Application ซึ่งจากการที่เราสร้าง Profile ไว้แล้วก็จะไม่ต้องกรอกอะไรใหม่ในส่วนนั้น แค่ต้องพิมพ์ cover letter เพิ่มและในสมัครสามารถให้เราแนบไฟล์ที่เกี่ยวข้องได้จำนวนหนึ่ง ก็ควรแนบ transcript, letter of recommendation, certificates, ตัวอย่างงานเขียนของเรา และอื่นๆที่คิดว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้เค้าอยากรับ

การสมัครครั้งแรกจะใช้เวลามากหน่อย แต่ครั้งต่อๆไปมันจะสะดวกมาก เพราะระบบอนุญาตให้เราดึงใบสมัครอันก่อนมาแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อสมัครงานใหม่ได้ อีกทั้ง profile ก็สร้างไว้อยู่แล้ว เมื่อสมัครแล้วสถานะจะขึ้นว่า Under consideration และกลับไปแก้ไขไม่ได้ ซึ่งถ้าหน่วยงานสนใจเราก็จะส่งอีเมลล์มานัดสัมภาษณ์โดยตรง บางหน่วยงานมีแผนกที่ใหญ่ เช่นเราเคยสมัครของ Office of the United Nations High Commissioner for Human Rights (OHCHR) ใน Treaties Branch เมื่อมีเจ้าหน้าที่ส่งอีเมลล์มาถามช่วงเวลาและระยะเวลาที่เราสะดวกจะเริ่มงาน ถ้าเราไม่สะดวกเค้าก็จะปล่อยใบสมัครเราไว้ในระบบเพื่อให้ section อื่นในแผนกนั้นมาพิจารณาต่อ

มีหน่วยงานของ UN อื่นๆที่ไม่ได้ใช้ระบบกลางนี้ โดยเข้าไปดูข้อมูลได้ในเว็บไซต์ซึ่งมักจะมีการเปิดรับสมัครฝึกงานเป็นรอบๆ โดยให้ส่งใบสมัครทางอีเมลล์หรือไปรษณีย์ โดยระบุแผนกที่อยากทำ เช่น

United Nations Mechanism for International Criminal Tribunals (MICT) http://www.unmict.org/en/recruitment/internship-programme

United Nations Interregional Crime and Justice Research Institute (UNICRI) http://www.unicri.it/institute/join_us/jobs/internships/

United Nations Assistance to the Khmer Rouge Trials (UNAKRT) http://www.unakrt-online.org/recruitment

United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization (UNESCO) https://en.unesco.org/careers/internships

องค์การระหว่างประเทศอื่นๆอีกมากมายที่ประกาศรับสมัครฝึกงานบนเว็บไซต์ เช่น

International Committee of the Red Cross (ICRC) https://www.icrc.org/en/traineeshipsเป็นตำแหน่ง Traineeship กำหนดอายุ 25 ปีขึ้นไป มีเงินเดือนให้ สัญญาทำงาน 1 ปีเต็ม มีสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์

International Criminal Court (ICC) https://www.icc-cpi.int/jobs/Pages/internships-and-Visiting-Professionals.aspx

World Trade Organisation (WTO) https://erecruitment.wto.org/public/hrd-cl-vac-view.asp?jobinfo_uid_c=3475&vaclng=en

International Labour Organisation (ILO) https://erecruit.ilo.org/public/

Max Plank Institute for Comparative Public Law and International Law http://www.mpil.de/en/pub/employment-opportunities/internship-programme.cfmที่นี่มีเงินสมทบค่าใช้จ่ายให้เล็กน้อย

บันทึกนี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในการ list ที่ฝึกงานเนื่องจากแต่ละคนมีความสนใจต่างกันรวมถึงอาจมีผู้อ่านที่ไม่ได้อยู่ในสายกฎหมายด้วย เราเลยอยากเน้นวิธีการหามากกว่า ถ้าไม่ได้มีองค์กรไหนอยู่ในใจเป็นพิเศษก็มีเพจ FB, website ให้เราติดตามได้เช่น ‘youth opportunities’, ‘Career in Human Rights/NGOs. Sharing resources’ ‘Human Rights Careers’ หรือง่ายที่สุดก็พิมพ์ใน google เลยก็ได้ เช่น ‘africa transitional justice internship’ ก็จะปรากฎเว็บไซต์ขององค์กรต่างๆเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆให้เราเข้าไปดูต่อ ด้านล่างเป็นตัวอย่างองค์กรที่เราไม่รู้จักมาก่อนแต่หาเจอใน google

REDRESS Legal Intern, London เน้นเตรียมคดีให้เหยื่อที่ถูกทรมาน สมัครได้ตลอด http://www.redress.org/how-you-can-help/legal-interns

European Centre for Constitutional and Human Rights (Berlin) มีงานสามสาย 1) International crimes 2) Business and Human Rights 3) Migration https://www.ecchr.eu/en/our_work/education-program/legal-training-program.html

Trial International มี internship สองสายงาน 1) Investigation & Criminal Law Division 2) Access to Justice for Victims of International Crime สมัครได้เรื่อยๆ https://trialinternational.org/latest-post/internship-access-to-justice-for-victims-of-internationalcrimes/

3) ฝึกงานในองค์กรเล็กๆ ?

สำหรับเรา หลังจากฝึกงานในองค์กรใหญ่ๆแบบ UN และยิ่งองค์กรที่มีลักษณะเป็นศาล ก็มีความเป็นกลาง ยึดถือระบบระเบียบ และความเป็นทางการ ในปีต่อมา เราเลยอยากลองไปฝึกงานในองค์กรเล็กๆ แบบ NGO ท้องถิ่น สมาคม activist ในประเทศที่มีความเสี่ยงบ้าง แต่จะหาองค์กรเหล่านี้ได้จากไหน?

เนื่องจากเราพอจะรู้อยู่แล้วว่าอยากฝึกงานเกี่ยวกับเรื่องอะไร และมีความใฝ่ฝันอยากไปอยู่ทวีปแอฟริกาสักครั้ง เลยเน้นอ่านบทความ/รายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เราสนใจของประเทศในแถบนั้น และจากรายงาน/บทความเหล่านี้แหละที่เราจะเจอองค์กร local เหล่านั้น ไม่ว่าองค์กรนั้นจะเป็นผู้จัดทำรายงานนั้นเองกล่าวคือเป็นศูนย์วิจัยที่มี publications ของตัวเอง หรือถ้าเป็นองค์กรแนว activist บทบาทของเขาก็จะถูกกล่าวถึงในรายงาน/บทความดังกล่าว เช่น เราสนใจเกี่ยวกับ gender-based violence ยุค post-apathied ในประเทศแอฟริกาใต้ ก็มีบทความต่างๆ มากมาย เราก็จะเจอองค์กรที่วิจัยและทำรายงานเรื่องนี้ เช่น Centre for the Study of Violence and Reconciliation (CSVR) บางหน่วยงานไม่ได้มีประกาศรับฝึกงานในเว็บไซต์ ก็ลองส่งเมลล์ไปถามได้

ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดของการสมัครฝึกงานในองค์กรใหญ่ๆ กับองค์กรเล็กๆ คือความไม่มี formality ซึ่งอาจเป็นข้อดีแต่ก็อาจจะมีความเสี่ยงก็ได้ ขอยกตัวอย่างประสบการณ์ส่วนตัว เราไปรู้จัก L’Association Shams จากการดู documentary film เรื่องหนึ่งที่จัดทำโดยสมาคมนี้ในยูทูป จากนั้นเราเข้าไปดูในเว็บไซต์ของสมาคมก็ไม่เห็นประกาศรับฝึกงาน เลยไปเจอเพจ FB ที่เป็นภาษาอาหรับ/ฝรั่งเศส และได้ลองทัก chat ไปถามว่ามีรับฝึกงานไหม และปรากฎว่า admin ตอนนั้นเป็นประธานสมาคมเอง (คือจริงๆอาจมีเจ้าหน้าที่ไม่กี่คน 55) เค้าก็คุยกับเรา พิจารณาเอกสารเราตอนนั้น ไม่ดู transcript ไม่ติดต่อ referee และก็ตอบรับในวันนั้นพร้อมบอกหน้าที่ความรับผิดชอบที่จะมอบหมายให้ทำ ในขณะที่ตอนเราฝึกงานที่ UN MICT เค้าจะมีเอกสารให้เราชัดเจนเกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ต่างๆ ข้อแนะนำความเป็นอยู่ กระบวนการใช้เวลานาน ตรงกันข้าม ของ L’Association Shams เราก็พยายามถามเค้าให้คลอบคลุมหลายๆเรื่องที่ควรจะตกลงกัน ทั้งระยะเวลาทำงาน จำนวนวันลา อุปกรณ์เอาไปเองไหม แนะนำที่พักได้ไหม ฯลฯ

4) ข้อแนะนำเกี่ยวกับเอกสารการสมัคร

ส่วนตัว เห็นว่าการสมัครฝึกงานนั้นไม่ยุ่งยากเท่าการสมัครเรียน หลายๆที่ใช้แค่ CV, Cover Letter, references เราคิดว่าปัจจัยที่สำคัญที่หน่วยงานจะพิจารณาเด็กคือ ความสนใจและความรู้ในเรื่องที่จะมาฝึกงาน กล่าวคือประสบการณ์ทำงานก่อนหน้านี้ วิชาที่เลือกลงสอดคล้องกับที่จะมาฝึกงานไหม (GPAรวมไม่ดีก็ใช่เรื่องใหญ่ ขอให้คะแนนในวิชาที่ต้องใช้ในการฝึกงานโอเค และ/หรือ มีการลงวิชาเลือกเพิ่มเติมในเรื่องนั้นๆ)

ทั้งนี้ เรื่องคะแนนที่มันผ่านมาแล้วก็ย้อนกลับไปทำอะไรไม่ได้ สิ่งที่ยังอยู่ในความควบคุมของเราคือ Cover Letter ซึ่งไม่ควรเกิน 2 หน้า จะใช้พื้นที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดอย่างไร ? เมื่อก่อนเราเคยคิดว่าในเมื่อหน่วยงานที่เราสมัครก็เป็นเรื่อง theme เดียวกัน แล้วเราสมัครหลายที่ แบบเน้นปริมาณ ก็เลยแค่เปลี่ยนชื่อหน่วยงานใน cover letter และอย่างอื่นอีกเล็กน้อยเท่านั้น กล่าวคือใช้แบบ one-size-fits-all หลังจากไม่มีเสียงตอบรับ เราเลยคิดว่าต้องเปลี่ยนยุทธศาสตร์ >< คราวนี้เราเน้นถ่ายทอด Cover letter ของเราในสองแง่ด้วยกัน

หน่วยงาน ‘เหมาะ’ กับเราอย่างไร: (ส่วนนี้จะสำคัญกับกรณีสมัครองค์กรเล็กๆมากกว่าองค์กรใหญ่ๆแบบ UN ที่ mandate เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว) เราพยายามศึกษาหน่วยงานมาให้ดีๆ โดยเฉพาะพวก NGO activist เล็กๆต่างๆ บอกให้เห็นเป็นรูปธรรมว่าเราประทับใจกับสิ่งที่เค้าทำสำเร็จในอดีตและกำลังทำอยู่อย่างไร ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของการรณรงค์ รายงานวิจัย ฯลฯ มันสอดคล้องกับ passion, ideology เรายังไง อาจจะมองให้เลยตัวหน่วยงานไปถึงบริบททางสังคมของประเทศที่หน่วยงานนั้นตั้งอยู่ เช่น ตอนเราสมัคร L’Association Shams ก็บอกไปว่าเราสนใจประเทศตูนิเซียมากว่าทั้งๆที่ Jasmine Revolution ของตูนิเซียทำให้ประเทศค่อยๆเป็นประชาธิปไตยและ progressive มากขึ้นอีกทั้งมีอิทธิพลต่อประเทศอาหรับอื่นๆในภูมิภาคอีกด้วย แต่ทำไม hate crimes เกี่ยวกับเพศยังรุนแรงอยู่ ทำไมมีความย้อนแย้งในเรื่อง sodomy law ที่รับมาจากฝรั่งเศสในสมัยเป็นประเทศในอาณานิคมแต่กลับบอกว่าต้องคงกฎหมายนี้ไว้เพื่อรักษา identity ของการเป็นประเทศมุสลิม

เราจะเป็น added value ให้กับหน่วยงานอย่างไร: ส่วนนี้ไม่ต้องเขียนซ้ำกับ CV ที่ต้องส่งให้เค้าอยู่แล้ว ถ้าจะดึงข้อมูลจาก CV มาก็เป็นไปเพื่อขยายความให้เห็นว่ามันจะมีประโยชน์กับงานที่จะทำอย่างไร เช่นต่อให้เคยมีประสบการณ์ฝึกงาน law firm กฎหมายธุรกิจดังๆก็อาจไม่มีประโยชน์ที่จะเอามาเล่าใน cover letter ที่จะฝึกงานเกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่อาจเอามาอธิบายในแง่ของ research methodology, legal drafting ที่ได้ซึ่งคิดว่าเป็น skill ที่มีประโยชน์กับการฝึกงานอย่างไร ถ้าใน CV ไม่ได้ทำอะไรที่เกี่ยวกับที่จะฝึกงานเท่าไหร่ก็เขียนจากใจก็ได้ว่าทำไมสนใจ เช่นตอนเราสมัคร L’Association Shams ก็บอกไปว่าแม้ไม่มีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน ไม่เคยเรียนวิชาเกี่ยวกับ gender เลยแต่ปีหน้าจะทำ PhD เกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติทางเพศและต้องการเก็บข้อมูล การที่ได้ไปฝึกงานกับเค้าจะช่วยให้เราเห็นภาพว่าบริบททางการเมือง สังคม วัฒนธรรมมันมีอิทธิพลต่อการรูปแบบการเลือกปฏิบัติและความรุนแรงทางเพศในประเทศนั้นๆ อย่างไร (ซึ่งในเมื่อสมาคมอยากให้เราช่วยในการเขียนรายงานสถานการณ์เรื่องนี้ในประเทศตูนิเซียต่อประชาคมระหว่างประเทศอยู่แล้ว ก็ถือว่าได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย)

5) ประสบการณ์จากการฝึกงาน

ในหัวข้อสุดท้ายนี้จะรีวิวคร่าวๆเฉพาะของ UN MICT ที่เราฝึกเป็นเวลาสามเดือนเมื่อหน้าร้อนที่ผ่านมา ในสายฝึกงานด้านกฎหมายมีให้เลือกหลายแผนกเช่น Chambers (ทำงานให้ผู้พิพากษา), Prosecution (อยู่ฝ่ายอัยการ), Registrar, Victim Units, etc. เราเลือก Chambers

หลังจากที่ได้รับตอบรับแล้วก็ต้องเตรียมเรื่องวีซ่าและหาที่อยู่ UN ก็มีส่ง housing list และเอกสารที่จะใช้ทำวีซ่า เนื่องจากกรุงเฮกมีองค์การระหว่างประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะ Tribunals/ Courts ต่างๆ ทำให้มีเด็กฝึกงานเยอะเช่นกัน ก็จะมีกรุป FB ที่เอาไว้หาที่พัก ติดตาม social events ต่างๆ มี weekly drink ที่จัดทุกวันพฤหัสให้ interns จากที่ต่างๆทั้งเก่าหรือใหม่ได้มีโอกาสรู้จักกัน คน introvert อย่างเราแม้จะนานๆไปทีแต่ไปแต่ละครั้งก็ประทับใจกับความเป็นมิตรและพลังงานที่สูงของแต่ละคน Staff ขององค์กรเองและเพื่อนฝึกงานมีความหลากหลายมากๆ ทั้งในแง่เชื้อชาติ ภาษา อาชีพ เป็นเรื่องน่าสนใจมากเมื่อได้คุยแลกเปลี่ยน ฟังเรื่องราวของพวกเขา แต่ละคนมี passion ที่ชัดเจน ชอบการเดินทาง

วันแรกที่ไปถึงก็จะมีปฐมนิเทศอธิบายการใช้ห้องสมุดและระบบต่างๆ สิทธิหน้าที่ของเรา เช่นวันลา การรักษาความลับ ประทับใจที่มีหน่วย Staff Welfare มีนักจิตวิทยาให้ปรึกษาตลอด จากนั้นก็จะพาไปพบ supervisor ของแผนก แต่เวลาทำงาน legal officer ทุกคนก็สามารถให้งานเราได้ เวียนๆกันไป งานก็มีหลากหลายตั้งแต่ตรวจภาษา, research ข้อกฎหมายทั้ง substantive/procedural, draft เอกสารต่างๆ เราเล่าให้ฟังแบบละเอียดตรงนี้ไม่ได้ แต่ถ้าอยากรู้ตรงไหนเพิ่มเติมถามได้เลย อาจจะมีเหนื่อย มีเบื่อบ้าง แต่โดยรวมประทับใจมากและรู้สึกดีใจที่ตัดสินใจมาฝึกงาน สัมผัสได้ว่า staff ใจดีและไม่ได้แค่สั่งงานแต่ให้เวลาในการอธิบาย สอนงาน และให้ความไว้วางใจในการมอบหมายงาน ติดตามและตรวจงานให้โดยให้เรารับรู้ด้วยว่าแก้ตรงไหน กระบวนทั้งหมดนี้ เค้าทำเองคงเสร็จเร็วกว่า 55

นอกจากนี้ การได้ไปใช้ชีวิตทำงานอยู่ในต่างเมืองก็ต่างจากไปเที่ยว เราได้ขี่จักรยานไปกลับที่ทำงานแบบคนดัตช์ (เพราะค่ารถแพง) ดูแลตัวเองเรื่องอาหารการกินและอื่นๆ ซึ่งรู้สึกว่าเหนื่อยกว่าชีวิตนักศึกษา อนึ่ง นอกจากมิตรภาพจากเพื่อนฝึกงานที่ทำให้ชีวิตมีสีสันแล้ว นับเป็นความโชคดีของเราที่มีอาจารย์คนไทยที่เรียนปริญญาเอกอยู่ ตั้งแต่ช่วยหาที่พัก พาไปทัศนศึกษาวันเสาร์-อาทิตย์ ขอบคุณอาจารย์พิมและพี่เอมากๆ สิ่งเหล่านี้เป็นประสบการณ์ที่ดีไม่แพ้การฝึกงาน

สุดท้ายนี้ ที่มาแชร์เพราะอยากบอกว่าการสมัครฝึกงานในต่างประเทศไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อมเลย เราเองก็ไม่ได้เกียรตินิยมตอนเรียนปริญญาตรี ประสบการณ์ทำงานรวมกันก็ไม่ถึงครึ่งปี แต่อาศัยความมุทะลุ และที่สำคัญคือสนุกกับการหาข้อมูล เตรียมตัว ศึกษาประเทศที่อยากลองอยู่ ลักษณะงานที่อยากลองทำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการค้นหาตัวเองไปเรื่อยๆ สมัครแล้วโดนปฏิเสธก็ไม่เป็นไร สมัครใหม่ได้และไม่เคยต้องเสียเงินค่าสมัครด้วย จึงมีแต่ได้กับได้ อีกทั้งเราคิดว่าคนไทยมีโอกาสมากกว่าคนจากชาติตะวันตกอื่นๆ เนื่องจากหลายๆหน่วยงานอยากจะสนับสนุนความหลากหลายอยู่แล้ว

ถ้ามีคำถามเพิ่มเติมหรือมีอะไรที่คิดว่าเราพอจะช่วยได้ก็บอกได้เลยนะคะไม่ต้องเกรงใจ  และเราจะดีใจมากถ้าผู้อ่านที่สนใจฝึกงานได้สมัครตามที่ตั้งใจไว้ หรือใครที่เคยฝึกมาแล้วมาแชร์ประสบการณ์กันเพื่อที่จะได้ช่วยกันเพิ่มเติมข้อมูล หรือให้คำแนะนำที่หลากหลายขึ้นแก่คนอื่นๆต่อไปค่ะ

ผลงานอื่นๆ ของ +คนมีฝัน+

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น