คัดลอกลิงก์เเล้ว

กุมภาพันธ์ (February)

...8 ปีที่แอบรัก ...8ปีที่แอบมองดู แอบช่วยอยู่ห่างๆ ...8ปีที่เป็นเพื่อนกัน เมื่อถึงเวลาที่ต้องจากกันไป จะเก็บคำบอกรักไว้ หรือ บอกออกไป ถึงจะดี??

ยอดวิวรวม

186

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


186

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 ก.ค. 56 / 21:24 น.
นิยาย Ҿѹ (February) กุมภาพันธ์ (February) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



 ในวันที่เราต้องจากกัน
ฉันรู้ว่าฉันไม่อาจห้ามน้ำตาให้หยุดไหลได้
แต่สิ่งหนึ่งที่อยากบอกเธอไว้
เธอไม่ต้องกังวลไป...ต่อจากนี้
"
ฉันจะไม่เป็นไร"
ไม่เป็นไรอีกเลย


เรื่องนี้ไรเตอร์ Pimmie (คนเดิม) ลงเรื่องสั้นที่ เอิ่ม...ยาวอ่ะ = ="
โรแมนติกดราม่า บีบน้ำตา(ตัวเอง)เขียนมาล้วนๆ ถือว่าเป็นมาสเตอร์พีซของเราเลยก็ว่าได้น่อ^^
แต่ไม่รู้ว่าคนอ่านจะอินกะเราด้วยรึเปล่า ดราม่าเกิ๊น แต่ก็...อ่านแล้วคอมเม้นต์ด้วยละกันนะคะ- - -เรื่องนี้จริงๆแล้ว ตั้งใจแต่งให้ใครคนนึง + เพลงที่ใส่ ก็มีความหมายนะ ^^++

 
v
v
v
Me thanks


for theme สุดสวยงาม
&


for song สุดซึ้ง คร้าบบบ^__^
:-daisy ✿
@music box

เนื้อเรื่อง อัปเดต 12 ก.ค. 56 / 21:24


กุมภาพันธ์

               

คุณไม่จำเป็นต้องรู้จักชื่อของฉัน อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าคนที่สมควรรับรู้นั้นไม่ใช่คุณ หากแต่คุณคือคนๆนั้น คนที่ฉันต้องการบอกกล่าวและสัมผัส แต่หากคุณไม่ใช่ จงรับฟังอย่างเงียบๆ ฟังเรื่องราวที่อาจไม่น่าสนใจใดๆของฉันโดยที่ไม่รู้จักชื่อของเจ้าของเรื่องราว แต่คุณไม่ต้องกังวลไป...อย่างน้อยคุณก็ได้รู้จักนิสัยของฉันและส่วนหนึ่งของชีวิตฉัน...คุณสัญญาได้ไหมว่าจะไม่บอกใคร แน่นอน!ต้องได้ และคุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธฉัน แม้คุณจะไม่อยากรู้อะไรเลยก็ตาม

นิยามของคำว่า เด็กเจ็ดขวบ...

ทำบัตรประชาชนใบแรกหรือ?                        ไม่ใช่ฉันแน่ ไม่เร็วขนาดนั้น

เพิ่มขึ้นป.1หรือ?                                                  นี่สิใช่

มีเพื่อนใหม่ๆหรือ?                                             นี่ก็ใช่

แอบปลื้มใครสักคนหรือ?                                  ไม่ใช่...ไม่ใช่สำหรับเด็กเจ็ดขวบทั่วไป แต่ใช่สำหรับฉัน

ทั้งๆที่ยังเจ็ดขวบน่ะหรือ แล้วยังกับเด็กผู้ชายที่รู้จักแค่หน้าตากับชื่อเล่น ไม่เคยแม้แต่จะคุยกันสักคำ มองเห็นเพียงบุคลิกบางส่วนของเขายามเขาเล่นกับเพื่อนและเดินผ่านหน้าฉันไป ไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่ามีสายตาคู่หนึ่งคอยจับจ้องเขาอยู่ เด็กผู้ชายที่เรียนต่างห้องคนนั้นไม่รู้จักชื่อของฉันเหมือนกับที่คุณไม่รู้นั่นแหละ แต่ไม่ใช่เพราะฉันปิดบังตัวเองแต่เขาไม่สนใจเด็กผู้หญิงต่างห้องไร้เพื่อนซ้ำยังแทบไม่เคยถูกกล่าวถึงอย่างฉันต่างหาก คุณอาจคิดว่าการปลื้มใครสักคนในวัยเด็กนั้นไม่ใช่สิ่งที่ควรเชื่อถือ ฉันก็เคยคิดแบบนั้น ดังนั้นฉันจึงอยู่เฉยๆแล้วคอยสังเกตเด็กคนนั้นเงียบๆต่อไป ในขณะที่ปีถัดมาฉันก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

                เด็กป.2คนอื่นๆในห้องเรียนของฉันกำลังนั่งลอกลายรูปวัวจากหนังสือวิทยาศาสตร์ ส่วนฉันกำลังตั้งชื่อตัวการ์ตูนที่ฉันชอบที่สุดในหนังสือวิทยาศาสตร์เป็นชื่อของเด็กผู้ชายคนนั้น เขายังคงเดินผ่านระเบียงหน้าห้องเรียนของฉัน แน่นอนว่าเรายังไม่ได้เรียนห้องเดียวกันเหมือนที่ฉันหวังไว้ แต่ฉันก็ไม่เสียใจ ตราบที่ฉันยังได้มองดูเขาเดินผ่านไปพร้อมกับเพื่อนๆด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ใช่!ฉันชอบรอยยิ้มนั่นของเขา ถ้าฉันยิ้มได้สดใสแบบนั้นบ้างคงทำให้ฉันมีเพื่อนนะ ด้วยเหตุนี้ จากการมองเขาและทำตามเพียงเท่านั้น ฉันก็สามารถมีเพื่อนหลายคนและทุกคนทำให้ฉันกล้าพูด กล้าทำในสิ่งที่คิด เปลี่ยนตัวเองจากเด็กในมุมมืดมายืนกลางเวทีโดยมีสปอตไลท์ส่องให้เห็นชัด...นี่เป็นสิ่งดีๆที่ฉันอยากของคุณเพื่อนของฉันและขอบคุณเด็กผู้ชายคนนั้นด้วยอีกที ถ้าฉันกล้ากว่านี้...ฉันคงพูดออกไปได้ แต่ฉันยังไม่กล้าพอ

คุณคงยากจะเชื่อว่าเพราะเด็กผู้ชายคนนั้นทำให้เด็กป.3อย่างฉันมีเพื่อนกลุ่มใหญ่โดยที่ฉันดำรงตำแหน่งหัวหน้าพร้อมกับมีเด็กผู้ชายนอกกลุ่มคอยดูแลฉันอีก2คน แต่ก็ผิดหวังอีกเช่นเคย เรายังไม่ได้เรียนห้องเดียวกัน ที่ยังเรียกมันว่าความหวังไม่ใช่ความฝันเพราะความหวังสามารถเป็นจริงได้ และในที่สุดมันก็เป็นจริงเสียที

ตุ้บ! เสียงดังของกระเป๋าถือนักเรียนที่ฉันปล่อยลงพื้นจากหน้าห้องเรียนด้วยความตกใจในวันเปิดเรียนวันแรกของชั้นป.4 เพื่อนๆหลายคนได้ยินพร้อมหันมาดูด้วยความสงสัยและคงหลงลืมไปแล้วเช่นกัน ในขณะที่สายตาหลายคู่มองมาที่ฉัน แต่ฉันกลับเห็นทุกอย่างเป็นเพียงภาพเบลอ สิ่งที่เด่นชัดที่สุดที่มองเห็นในวินาทีนั้นคือเด็กผู้ชายที่ฉันเฝ้าภาวนาให้ได้เรียนห้องเดียวกันเสมอ เป็นคนหนึ่งในไม่กี่คนที่ยืนหันหลังและไม่ได้หันมามองฉันตอนนั้นเหมือนอย่างที่คนส่วนใหญ่ทำ ความตั้งใจเกิดขึ้นในทันใดว่าฉันต้องคุยกับเขาให้ได้

    ไปเที่ยวสวนสนุกสนุกมากๆเลย ฉันเพิ่งเคยขึ้นรถไฟเหาะครั้งแรก หวาดเสียวสุดๆ คุณคงคิดว่ามันเป็นบทสนทนาที่งี่เง่ามากที่จะเริ่มคุยกับคนที่แอบปลื้มมาหลายปี แต่ถ้านี่เป็นสิ่งที่เด็กป.4จะคิดได้แล้วก็ มันคงไม่เลวร้ายเท่าใดนัก ซ้ำสิ่งที่ได้รับกลับมายังเป็นรอยยิ้มที่ฉันชอบและบทสนทนาเรื่องเดียวกัน...ฉันพอใจ แต่เหตุการณ์ที่ทำให้ฉันรู้จักเขามากขึ้นกลับเป็นสิ่งที่ฉันไม่พอใจ มันคงไม่แปลกใช่ไหมที่เด็กผู้หญิงอย่างฉันจะมีเพื่อนเป็นเด็กผู้หญิงน่ารักๆสักคนแล้วก็มีคนชอบเธอมากมายรวมถึงคนๆนั้นด้วย เขาพยายามมากเสมอเพื่อให้ได้ใจของเพื่อนฉันมาในขณะที่ฉันทำได้เพียงมองดูและขัดขวางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่การขัดขวางของฉันมันไร้ประโยชน์หากเทียบกับความพยายามของเขา ฉันชอบความพยายามนั่น แต่ฉันไม่ชอบที่มันไม่ใช่เพื่อฉัน เด็กผู้ชายคนนั้นกลายเป็นศัตรูอันดับ1ที่ฉันบอกกับใครๆ ทั้งที่ในใจของฉันมันตรงข้ามกัน ฉันเพิ่งรู้ตัวเองตอนนั้น...เพราะฉันปากไม่ตรงกับใจ

เพราะคิดว่ามันไม่มั่นคง ฉันอาจเปลี่ยนใจจึงตัดสินใจเก็บเอาไว้ไม่พูดออกไป แม้จะเลิกพูดไปแล้วว่าเกลียดแสนเกลียดก็ตาม อีกทั้งเขาคนนั้นก็ไม่ได้มีท่าทีรังเกียจฉัน ยังคุยเล่นกับฉันเป็นปกติ ฉันอยู่ป.5แล้ว ฉันโตขึ้นอีกปีและโตพอที่ฉันรู้อีกสิ่งหนึ่งที่ฉันชอบเกี่ยวกับเขา ฉันชอบนิสัยร่าเริงอยู่เสมอของเขาที่สุด

ฉันกับเด็กผู้ชายคนนั้นเราได้เรียนห้องเดียวกันอีกแล้ว ปีที่3แล้วที่ฉันได้เห็นหน้าเขาทุกวันที่มาโรงเรียน ทั้งฉันและเขาอยู่ป.6แล้ว ไม่มีใครรู้เหตุผลว่าเพราะอะไรฉันกับเขาถึงสนิทกันได้มากขนาดนี้ มันเกินความคาดหวังมากจริงๆ จนบางครั้งแอบคิดไปว่ามันคือความฝันหรืออาจเป็นเพราะโชคชะตาที่ทำให้เราต้องถูกจัดให้นั่งข้างกัน เขาเป็นเพียงเด็กผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งไม่ได้พิเศษกว่าใคร ชอบเล่นซนและทำการบ้านไม่ทันอยู่บ่อยๆ ดังนั้นคนที่ช่วยทำและอธิบายเสมอจึงเป็นฉัน และก็ไม่รู้เหตุผลอีกเหมือนกันว่าเพราะอะไรฉันถึงเป็นคนที่ถูกเลือก แต่มันก็น่าดีใจไม่ใช่หรือ คุณคิดแบบนั้นไหม?

ในที่สุดก็มาถึงเดือนที่มีทั้งเทศกาลวาเลนไทน์และกลิ่นไอของการจากลา จบสิ้นแล้วเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน ต่อจากนั้นฉันกับเขาต้องแยกไปเรียนมัธยมคนละที่กัน กี่คืนแล้วที่ฉันต้องร้องไห้คนเดียวเพราะทำใจไม่ได้ แต่ฉันสัญญากับตัวเองไว้ว่าจะไม่ร้องไห้ในวันที่ต้องจากกันแล้วฉันก็ทำได้จริงๆ ไม่มีใครเห็นน้ำตาของฉันในวันสุดท้ายที่จะได้เจอกัน...ฉันมั่นใจ ช็อกโกแลตวาเลนไทน์ชิ้นจิ๋วที่ใต้กระดาษห่อมีคำว่า ชอบนะ เขียนไว้ถูกเก็บใส่ในตู้เย็นเช่นเดิม เวลานี้แม้ได้ให้ไปก็สายเกินการ

วันปิดเทอมแสนหดหู่กับสายวันหนึ่งที่ฉันเพิ่งตื่นพร้อมกับเสียงโทรศัพท์จากเพื่อนรักที่ปิดเทอมไปเกือบเดือนหนึ่งแล้วไม่เคยโทรหาเลย

หา จริงเหรอ เย้! เสียงฉันตะโกนลั่นพร้อมกระโดดไปมาด้วยสีหน้าหลุดโลกทำให้ครอบครัวตกใจไม่น้อยหากนั่นไม่ใช่ข่าวดีอย่างเพื่อนของฉันกับเด็กผู้ชายคนนั้นที่ควรจะไปเรียนมัธยมที่อื่นกลับมาเรียนด้วยกันที่โรงเรียนเดิมกับฉัน ฉันรู้ว่าฉันออกจะดีใจมากเกินไป แต่ถ้าคุณเป็นฉันคุณก็ต้องทำแบบนั้นเหมือนกัน อุตส่าปลื้มมาหลายปีแต่ทุกอย่างกลับต้องสลายไปอย่างนั้นหรือ ฉันไม่มีวันยอมแน่

                                ช่วงเวลาแห่งมัธยมเริ่มขึ้นแล้วพร้อมกับความทรงจำดีๆที่ยังมีบทต่อไป แม้จะไม่ได้เรียนห้องเดียวกันเหมือนเก่า แต่เรายังคงเป็นเพื่อนกันต่อไป ยังคงทำกิจกรรมมากมายด้วยกันและเขายังยิ้มให้ฉันเหมือนเคย ทั้งฉันและเขาต่างโตขึ้นอีก1ปี แต่ช่วงเวลาดีๆเหมือนหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น ฉันไม่อยากให้มันผ่านไปเลย แม้ความจริงจะเป็นไปไม่ได้ก็ตาม

                                แต่ระยะเวลาแห่งความสุขมักสั้นเสมอ...อีกปีหนึ่งแล้วที่พ้นผ่านไป ม.2แล้วเราก็ยังไม่ได้เรียนห้องเดียวกันและมันช่างเป็นปีที่เราเหินห่าง สิ่งที่ฉันและเขาเคยทำด้วยกันเมื่อปีก่อนก็หยุดลงไป แต่ฉันยังดีใจที่เด็กผู้ชายคนนั้นยังเดินมาหาเวลาต้องการความช่วยเหลือ ยังทักทายและส่งยิ้มให้ฉัน แม่ตอนนี้เขาอาจไม่ใช่เพียงเด็กผู้ชายตัวเล็กๆที่ฉันเคยแอบมองเมื่อตอนป.1อีกแล้ว แต่ฉันก็ชอบร่างกายที่เติบโตขึ้นของเขา ความสูงที่เหลือเชื่อนั่นทำให้ฉันแทบต้องแหงนหน้าเวลาคุยด้วยและฉันก็ชอบเวลาเขาเรียกชื่อของฉันด้วยเสียงที่ทุ้มนิดๆนั่น ฉันรู้สึกเหมือนมีความสำคัญในทันที...แต่ใช่ว่าเมื่ออยู่มัธยมแล้วฉันจะเลิกแอบมองเขา ฉันยังคงสังเกตเขาเสมอ ดังนั้นฉันจึงรู้ก่อนใครว่าวันไหนที่เขาขาดเรียน และฉันก็จำเขาได้เสมอแม้มองเห็นจากข้างหลัง เห็นเพียงขาหรือเห็นเพียงแขน ซ้ำยังจำเสียงที่เคยเรียกชื่อฉันได้ดี ฉันชอบมากเวลาที่เขาเรียกฉันด้วยฉายาที่เขาตั้งให้ มันทำให้รู้สึกว่าฉันมีความสำคัญกับเขาโดยไม่รู้ตัว

                   สนิทกัน...คำนี้คงใช้เรียกความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเขาได้ เราโตขึ้นอีกแล้วและเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมากรวมถึงช่วงเวลาที่ผันผ่านไปอย่างว่องไวจนแทบปรับตัวไม่ทัน มันใกล้มาถึงอีกครั้งแล้วกุมภาพันธ์ เดือนที่ลมหนาวพัดมาแต่หยาดน้ำตายังไม่เหือดแห้งไป แม้จะเป็นเดือนแห่งความสุขของใครหลายคนแต่ก็เป็นเดือนแห่งความทุกข์ของใครหลายคนเช่นกัน

เกลียดกุมภาพันธ์ นี่เป็นสิ่งที่ฉันรู้สึก มันคงเป็นอีกปีที่ฉันปล่อยช็อกโกแลตวาเลนไทน์ละลายในกระเป๋าและฝืนยิ้มท่ามกลางเสียงร้องไห้ในวันที่ต้องจากลา เขาเป็นทั้งเพื่อน ทั้งพี่ชาย ทั้งน้องชายของฉัน เป็นคนที่ฉันอยากดูแลและอยากให้ดูแลฉัน ที่ผ่านมาทั้งหมดฉันไม่เคยมั่นใจอะไรเลย แต่ตอนนี้ฉันมั่นใจแล้วว่า ฉันชอบเขา

ชอบทุกอย่างที่เป็นตัวเขา คราวนี้ฉันหวังให้มีปาฏิหาริย์เหมือนครั้งก่อนให้เราได้เรียนที่เดียวกันอีก แม้ไม่ฉันก็เขาต้องแยกตัวเองออกจากอีกคนหนึ่งก็ตาม

                   ฉันไม่หวังและไม่ขอให้เขาหันมาใส่ใจหรือสนใจทำอะไรให้กับฉัน แต่ฉันหวังและขอแค่เพียงให้เขารู้ว่ายังมีคนหนึ่งคนพร้อมจะยืนเคียงข้างและมอบสิ่งดีๆให้เขาเสมอ ขอให้เขาไม่ดูถูกหรือละเลยความหวังดีที่ฉันให้ก็พอ

                                ถ้าคุณเป็นเขาคนนั้นคุณจะตอบฉันอย่างไรถ้าฉันบอกออกไป ฉันรู้...คุณคงไม่อยากพูดคำที่ทำร้ายจิตใจใครหรือถ้าไม่มีทางเลือกอื่นคุณคงไม่พูดอะไรแล้วปล่อยทุกอย่างไว้เหมือนเดิม ส่วนฉันก็คงขออะไรไม่ได้แล้วทำเพื่อคุณอย่างที่เคยทำต่อไป แต่อยากให้คุณจำไว้ว่าฉันจะไม่เปลี่ยนไป เรียกหาฉันได้เสมอถ้าคุณต้องการ ฉันจะอยู่ตรงนี้เพื่อคุณ

 

อย่าเพิ่งเคลิ้มสิ! ฉันพูดกับเขานะ ไม่ใช่กับคุณ

 

 

                               

 

 

          This is the 8th year after I fall in love with…you.

 

Whenever winter comes, we’ll have to say “Good bye”. I hope I still have a chance to say…I love you.

 

 

February, we’ll have to say “Good bye”

There isn’t any time for us

You are the first one in my mind

I love you so much.

 

ใกล้ถึงแล้วเวลาต้องจากกัน

กุมภาพันธ์ฉันรักเธอได้ยินไหม

หลังจากนี้แม้ว่าเราต้องห่างไกล

ในหัวใจไม่ลืมเธอฉันสัญญา

 

 

ดอกหญ้าแห่งจินตนาการ

ผลงานอื่นๆ ของ ดอกหญ้าแห่งจินตนาการ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 มิน
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2556 / 14:51
    If this was a movie,this is very good

    But This is the truth. So sad
    #1
    0