คัดลอกลิงก์เเล้ว

Christmas Eve 第二人生 OS [达鑫] ต๋าซิน

เรื่องราวหวานอมเปรี้ยวในวันคริสต์มาส ของดาราดังเฉิงอี่ซินกับอดีตบอดี้การ์ด ต๋าซี ใน 1 ปีให้หลัง

ยอดวิวรวม

419

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


419

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


11
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 ธ.ค. 60 / 01:25 น.
นิยาย Christmas Eve 第二人生 OS [达鑫] ҫԹ Christmas Eve 第二人生 OS [达鑫] ต๋าซิน | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องราว 1 ปีให้หลังของดาราดังเฉิงอี่ซินกับอดีตบอดี้การ์ด ต๋าซี วันคริสต์มาสของพวกเขาจะเป็นอย่างไร?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 ธ.ค. 60 / 01:25


OS 第二人生 [达鑫]

 


一年后 One year later

 


Christmas eve

 


1 ปีหลังจากเหตุการณ์วัดใจระหว่างเฉิงอี่ชิงกับต๋าเซี่ยผ่านไป ระหว่างนักแสดงหนุ่มชื่อดังกับเด็กน้อยนักแสดงหน้าใหม่ไม่มีอะไรผิดใจกันอีกต่อไป ต่างคนก็ต่างกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติ

 


ต๋าเซี่ยกับต๋าซี พี่ชายที่เคยทำงานเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวให้เฉิงอี่ชิงกลับมาทำกิจการร้านอาหารด้วยกัน ส่วนเฉิงอี่ชิงยังคงเป็นนักแสดงต่อไปในชื่อเฉิงอี่ซิน

 


ก่อนไปทำงาน เฉิงอี่ชิงกับเจี่ยนฉีซึ่งเป็นผู้จัดการมักจะมารับประทานอาหารเช้าที่ร้านของต๋าเซี่ยและต๋าซีแทบทุกวัน จะต่างออกไปก็ตรงช่วงนี้ใกล้สิ้นปีแล้ว ดาราดังอย่างเฉิงอี่ชิงกลับต้องทำงานอย่างหนัก เขาต้องไปออกอีเว้นท์แทบทุกวันจนไม่ได้แวะไปรับประทานอาหารที่ร้านของต๋าซีหลายวันแล้ว

 


วันนี้ก็เช่นกัน คืนวันที่ 24 ธันวาคม เวลาหนึ่งทุ่มครึ่ง ร่างบางเปิดประตูห้องพักเข้ามาอย่างเหนื่อยล้า เป็นอีกวันที่เขาต้องไปทำงานตั้งแต่เช้า ทั้งโปรโมทละคร ถ่ายละครและออกอีเว้นท์ กว่าจะกลับถึงที่พักก็ค่ำพอดี แทบไม่มีเวลาพัก แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อดาราดังอย่างเฉิงอี่ซินเป็นคนของประชาชน จะให้ปฏิเสธงานก็ไม่ได้ เฉิงอี่ชิงถอนหายใจพลางเข้าไปล้างหน้าล้างตาสลัดความเหนื่อยล้าทิ้งไป วันนี้เขายิ้มมากเกินไปจนรู้สึกเมื่อยหน้า แต่เพราะมันเป็นหน้าที่ของคนอาชีพอย่างเขา ต่อให้ขัดกับบุคลิกภาพที่แท้จริงแต่เขาก็ต้องทำ ได้แต่บอกตัวเองว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดแล้ว จะได้นอนพักยาว ๆ สักที

 


หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จเขาก็ลงมานอนทิ้งตัวบนโซฟา ก่อนจะผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่เขาเข้าสู้ห้วงนิทราภาพเดิมในอดีตก็ฉายชัดในความฝันของเขาอีกครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ต่อให้เหตุการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมาไม่มีใครกล่าวโทษเขา แต่ภาพของพี่ชายที่กำลังจมน้ำหายไปต่อหน้าต่อตาก่อนที่เขาจะคว้าไว้ทันยังคงชัดเจนในความทรงจำ

 


ก๊อก ๆ เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น ทำให้เฉิงอี่ชิงสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นมาทั่วใบหน้า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาฝันแบบนี้ แต่เป็นแทบทุกครั้งที่เขานอนหลับ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง ร่างบางรีบสะบัดหน้าเรียกสติก่อนเดินไปเปิดประตู





 


“นึกว่าไม่อยู่เสียอีก” คนหน้าประตูส่งเสียงบอกพร้อมร้อยยิ้มก่อนเดินเข้ามาในห้อง


“แล้วทำไมก่อนมาไม่โทรมาบอกก่อนล่ะ” เฉิงอี่ชิงบ่นอุบ


“ก็ส่งข้อความมาแล้ว แต่นายไม่ตอบเลยตัดสินใจมาหาเลย แล้วนี่กินอะไรแล้วยัง?” ต๋าซี อดีตบอดี้การ์ดร่างสูงที่ตอนนี้ผันตัวไปเป็นเจ้าของร้านอาหารเอ่ยถาม

.


.


.

โครกกกกกก

เฉิงอี่ชิงก้มหน้างุด เขาคงไม่ต้องเอ่ยปากตอบ แต่เสียงท้องร้องคงทำให้อีกฝ่ายรู้คำตอบหมดแล้ว เขาหลับไปจนลืมกินอาหารเย็นไปเสียสนิท

 


ต๋าซียิ้มมุมปากก่อนหยิบถุงอาหารที่เขาทำเองออกมาแกะใส่จานให้ร่างบาง ไม่เจอกันหลายวันเขาเหลือบมองไม่นานก็รู้ว่าอีกฝ่ายผอมลงอีกแล้ว คงโหมทำงานหนักจนไม่ได้กินข้าวอีกเช่นเคย ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องดูแลอีกฝ่าย

 


ใครเห็นคงประหลาดใจไม่น้อยที่อดีตบอดี้การ์ดยังคงสนิทสนมกับนักแสดงหนุ่มแม้ภารกิจติดตามตัวจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจบอกใครได้ว่าระหว่างเขากับเฉิงอี่ชิงมีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน คงไม่ดีเท่าไหร่ที่นักแสดงผู้มีประวัติขาวสะอาด ไม่เคยมีข่าวฉาวเลยจะต้องมาถูกสงสัยด้วยเรื่องความสัมพันธ์กับบอดี้การ์ดหนุ่ม

 


“ช่วงนี้ยุ่งมากเหรอ ไม่เห็นมากินข้าวที่ร้านบ้างเลย” ต๋าซีเอ่ยถามเฉิงอี่ชิงที่กำลังตักอาหารคำโตเข้าปาก

 


“ก็ยุ่งน่ะสิ งานเยอะเป็นบ้า แต่ละวันฉันยิ้มจนกรามจะค้างแล้ว ดีหน่อยที่พรุ่งนี้ไม่มีงานอะไร ว่าแต่นายเถอะ พรุ่งนี้ปิดร้านเหรอ คืนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่” เฉิงอี่ชิงตอบก่อนจะถามหยอกอีกฝ่ายทีเล่นทีจริง

 


“อืม...ก็มาอยู่เป็นเพื่อนนาย” คำตอบน้ำเสียงจริงจังของร่างสูงทำให้ เฉิงอี่ชิงถึงกับหน้าแดง ก่อนแก้เขินด้วยการรับประทานอาหารทั้งหมดบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว


.


.


.


หลังรับประทานอาหารเสร็จ เฉิงอี่ชิงกับต๋าซีก็มานั่งที่โซฟาด้วยกัน บนทีวีกำลังฉายละครเรื่องใหม่ที่ต๋าเซี่ย น้องชายของต๋าซีแสดงนำ ร่างบางมองเห็นแล้วก็นึกขึ้นได้จึงเอ่ยถามขึ้น

 


“อ้าว...แล้วนายมาหาฉันแบบนี้ แล้วน้องชายนายล่ะ”

 


“เขาอยู่ได้น่า...พรุ่งนี้ร้านปิด เขาก็ไม่มีงานอะไร คืนนี้เลยมาหานายดีกว่า...คิดถึง...”

 


พูดไม่ทันขาดคำ ศอกของเฉิงอี่ชิงก็กระแทกเข้าที่สีข้างของต๋าซีโดยไม่ทันตั้งตัว ทำเอาร่างสูงถึงกับกุมท้องด้วยความเจ็บปวด แต่ใบหน้ากะล่อนกลับประดับด้วยรอยยิ้ม ร่างสูงรู้ดีว่าที่อีกฝ่ายทำแบบนี้ก็เพื่อระบายความเขิน เขาแค่เพียงอยากแหย่อีกฝ่ายเล่นเท่านั้น




 




ท่าทีเล่น ๆ ของต๋าซีรีบเปลี่ยนกลับมาเป็นท่าทีจริงจังภายในพริบตากอ่นเอยปากถามเฉิงอี่ชิง

 


“ช่วงนี้นายยังฝันร้ายอยู่รึเปล่า?”

 


ต๋าซีรู้เรื่องนี้ตั้งแต่ตอนที่ยังทำงานเป็นบอดี้การ์ดให้อีกฝ่าย เวลาอีกฝ่ายนอนหลับมักจะฝันร้ายถึงเรื่องในอดีตอยู่บ่อย ๆ

 


“ก็มีบ้าง...”  เฉิงอี่ชิงตอบเบา ๆ

 


“งั้นคืนนี้ ฉํนอยู่เป็นเพื่อนนายเอง เผื่อนายจะไม่ฝันร้าย” ร่างสูงพูดยิ้ม ๆ

 


“จะบ้าเหรอ กลับไปเลยนะ ฉันอยู่ได้ กลับไปอยู่กับน้องนายเถอะ ฉันเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่า...”

 


“ถ้ามีโอกาสก็อยู่กับเขาให้มาก ๆ อนาคตอาจจะไม่ง่ายที่จะได้อยู่ด้วยกัน นายบอกฉันตั้งกี่ครั้งแล้ว” ต๋าซีทวนคำที่อีกฝ่ายบอกกับเขาบ่อย ๆ จนจำได้ขึ้นใจ เขารู้ว่าเฉิงอี่ชิงเป็นห่วง และไม่อยากให้เขาต้องประสบชะตากรรมการสูญเสียพี่น้องไปเหมือนตนเอง

 


“ฉันรู้แล้วน่า แต่ฉันอยากอยู่กับนาย” น้ำเสียงจริงจังของต๋าซีทำให้เฉิงอี่ชิงเงียบไป ร่างบางพยายามเก็บอาการ แต่สีหน้าระเรื่อก็แสดงออกมากพอจะทำให้ร่างสูงรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังดีใจอยู่ไม่น้อย แต่คนอย่างเฉิงอี่ชิงน่ะเหรอจะพูดออกมาตรง ๆ ว่ารู้สึกอย่างไร มันยากยิ่งกว่าจะเป็นเสือออกลูกเป็นกวางเสียอีก

 


เฉิงอี่ชิงซ่อนอาการเขินด้วยการเดินหนีเข้าห้องน้ำไป ก่อนออกมาด้วยชุดนอน เส้นผมมีหยดน้ำเกาะ ต๋าซีเดินเข้ามาจัดการเช็ดผมให้อีกฝ่ายจนแห้ง แล้วเป็นฝ่ายเดินเข้าไปอาบน้ำบ้าง ถือวิสาสะหยิบเสื้อตัวใหญ่สุดของอีกฝ่ายมาใส่ เขามาห้องนี้บ่อยจนรู้ทุกซอกทุกมุมแล้วว่าสิ่งของอะไรอยู่ตรงไหน

 


พอร่างสูงออกมาก็เห็นร่างบางนอนหลับอยู่บนเตียง โดยมีหนังสือเล่มหนาวางทับอยู่บนใบหน้า เขาค่อย ๆ ย่อตัวลงข้างเตียง หยิบหนังสือออกจากใบหน้าของเฉิงอี่ชิง มุมปากยกยิ้มบาง พลางนิ้วมือเรียวก็เกลี่ยไปมาตามแนวคิ้วได้รูป ไล่ลงมายังเปลือกตา แพขนตาขยับน้อย ๆ เหมือนรู้สึกตัว นิ้วเรียวไล่ลงมายังสันจมูกก่อนหยุดลงตรงริมฝีปากอิ่ม

 


พอดีกับนาฬิกาข้างเตียงดังบอกเวลาเที่ยงคืนตรงพอดี ร่างบางลืมตาตื่นขึ้นมาสบตากับร่างสูงที่ใบหน้าโน้มลงมาอยู่ห่างกันแค่คืบ เวลาเหมือนหยุดนิ่งไปชั่วขณะ

 


“สุขสันต์วันคริสต์มาส” ต๋าซีกระซิบเบา ๆ ก่อนโน้มใบหน้าลงไปประทับจูบที่ริมฝีปากของร่างบาง

 


ต่อให้เหนือศีรษะของทั้งคู่ไม่มีมิสเซิลโท แต่เฉิงอี่ชิงก็ไม่ได้ปฏิเสธ แขนขาวโอบรอบคออีกฝ่ายแทนการยอมรับกลาย ๆ ระยะห่างของทั้งคู่ลดน้อยลงเมื่อต๋าซีขยับจากพื้นที่ข้างเตียงไปแชร์พื้นที่บนเตียงกับร่างบาง ค่ำคืนผ่านไปอย่างเร่าร้อน  โดยจบลงที่เฉิงอี่ชิงหลับสนิทในอ้อมแขนของต๋าซี

.


.


.


แดดเช้าส่องเข้ามาทางหน้าต่างห้อง ในวันที่ 25 ธันวาคม เฉิงอี่ชิงลืมตาตื่นมาพบว่า ใบหน้าตัวเองซบอยู่กับอกแกร่งก็รีบผุดลุกขึ้น พลอยทำให้ต๋าซีตื่นไปด้วย

 


“เมื่อคืนฝันร้ายรึเปล่า” ร่างสูงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

 


“เปล่า...” เฉิงอี่ชิงตอบเสียงแผ่ว

 


“...หึ...นั่นสินะเหนื่อยขนาดนั้น ใครจะไปฝัน...โอ้ยยย” ร่างสูงพูดไม่ทันจบก็โดนฝ่ามืออรหันต์ฟาดเข้าเต็มไหล่จนสะดุ้ง

 


“เพราะใครล่ะ...ฮึ...” ร่างบางบ่นอุบอิบด้วยความอับอายก่อนรีบเผ่นแผล็วเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว

.


.


.


ระหว่างที่เฉิงอี่ชิงกำลังอาบน้ำ ต๋าซีก็ออกไปเตรียมอาหารเช้า รอจนร่างบางออกมาจึงนั่งรับประทานด้วยกัน

 


เฉิงอี่ชิงหยิบโทรศัพท์มือถือมาเปิดเพราะนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของอ๋าวซาน เพื่อนรักตั้งแต่สมัยเรียนของเขาและยังเป็นอดีตหัวหน้าของต๋าซีด้วย เขาตั้งใจจะส่งข้อความไปอวยพร แต่กลับพบว่าอีกฝ่ายส่งข้อความมาหาเขาก่อนแล้ว...

 


“วันเกิดคุณชายสาม วันนี้จัดงานเลี้ยงมื้อเที่ยงที่ร้าน XXX นายต้องมานะ ฉันบังคับ”

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ชวนต๋าซีไปด้วยกันเสียเลย

.


.


.


.

[ที่ร้านอาหาร]


เฉิงอี่ชิงกับต๋าซีเดินไปยังโต๊ะของอ๋าวซาน ในใจแอบคิดว่าคงเป็นงานเลี้ยงเล็ก ๆ ที่มีแค่เขากับครอบครัวเจ้าของวันเกิด แต่คิดไม่ถึงว่าทันทีที่เขากับต๋าซีเดินไปถึง พวกเขากลับโดนจับจ้องด้วยสายตาเกือบ 10 คู่

 


ใครจะไปคิดว่าเจ้าเพื่อนมาดกวนของเขาคนนี้จะชวนคนมาเยอะแยะมากมายขนาดนี้ นอกจากเจ้าของวันเกิดแล้วยังมีซ่งเซวียน น้องชายของอ๋าวซานซึ่งเป็นนักร้องชื่อดังสังกัดเดียวกับเขา อูหยาง ประธานบริษัทของเขา เจี่ยนฉี ผู้จัดการของเขา จางจวนหยวนกับอู่เฮ่อ อดีตนักข่าวสำนักพิมพ์ดังซึ่งตอนนี้ผันตัวมาทำงานในบริษัทเดียวกับเขา รวมถึงเถาเถากับเถาจุ้ย อดีตเพื่อนร่วมงานที่ไม่รู้ว่ากลับจากอเมริกามาตั้งแต่เมื่อไหร่ และสุดท้ายคือต๋าเซี่ย น้องชายของต๋าซี เรียกได้ว่า ทุกคนล้วนเป็นคนรู้จักของเขาทั้งสิ้น

 


“ฮ่า ๆ ฉันว่าแล้ว ว่าทำไมตอนแรกฉันจะจัดงานที่ร้านของต๋าซี แต่ต๋าเซี่ยบอกว่าวันนี้ปิดร้าน ทำไมเจ้าของร้านถึงได้มากับนายได้ อธิบายมาเดี๋ยวนี้ เฉิงอี่ซิน”

 








คราวนี้ร่างบางถึงกับยิ้มเจื่อน หันไปหาความช่วยเหลือจากต๋าซี ซึ่งสิ่งที่ได้รับกลับมาคือสายตาเจ้าเล่ห์ และสิ่งที่ทำให้เขาแทบทึ้งผมตัวเอง

 


“เมื่อคืนผมไปค้างบ้านซินเกอน่ะครับ”


 

คำตอบของร่างสูงทำให้เขาถึงกับหน้าถอดสี พอมองไปยังสายตากระหายใคร่รู้ของคนทั้งโต๊ะ เรื่องนี้คงต้องอธิบายกันอีกนาน และกับคนข้างกาย...คงได้เคลียร์กันอีกยาว


 

 

“นายตายแน่...ต๋าซี” เฉิงอี่ซินกระซิบเสียงลอดไรฟัน พลางหันไปคาดโทษตัวปัญหาที่ทำหน้าตาไม่รู้เรื่องรู้ราวข้างกาย  


 

...หนึ่งปีหลังจากนั้น ก็เป็นแบบนี้แหละ...

 

 ☺


[END.]

.


.


.


.





- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 



//Talk กันหน่อย


I AM PIMMIE► เองจ้าาาา แฮร่ ;P ไม่เคยแต่งฟิค นี่ก็เรื่องแรกเนอะ มาเป็น one shot สั้น ๆ  หวังว่าจะชอบกันนะคะ มีอะไรติชมคอมเม้นต์ได้ จริง ๆ ก็แต่งไม่ทันวันคริสต์มาสแหละ เลยมาวันที่ 26 แล้ว 555+


แต่งเป็นเรื่องราว side story ของ second life สาระว่าติดมาก ไม่อยากให้จบ เข้มข้นเหลือเกิ๊นนนน ใคร ๆ ดูก็รู้เนอะว่าคุณบอดี้การ์ดออกจะห่วงคุณเฉิงอี่ซินออกหน้าออกตา ไม่เชื่อค่ะว่าไม่มีใจ งุ้ยยยย


#ChristmasEveต๋าซิน

ผลงานอื่นๆ ของ ดอกหญ้าแห่งจินตนาการ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 070402 (@Rinkafu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 14:42
    อ่านกี่ทีก็ชอบ(。♡‿♡。)
    #3
    0
  2. #2 070402 (@Rinkafu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 12:14
    รักเสมอคู่นี้
    #2
    0
  3. #1 070402 (@Rinkafu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:52
    ชอบมาก อยาดอ่านคู่นี้อีก
    #1
    0