[END] [KOOKMIN] #THEKINGJK - นิยาย [END] [KOOKMIN] #THEKINGJK : Dek-D.com - Writer
×

[END] [KOOKMIN] #THEKINGJK

โดย OASIS.S

ผมเกิดที่ครอบครัวยากจน ผมมีทางเลือกแค่สองทางตลอดชีวิต ผมหนีไปไหนไม่ได้ ผมถูกทำร้าย ผมถูกย่ำยี ผมกลายเป็นทาส และผมเป็นคนบ้าเซ็กส์ขั้นรุนแรง

ยอดวิวรวม

11,701

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


11.7K

ความคิดเห็น


82

คนติดตาม


791
จำนวนตอน : 25 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  6 ก.ค. 63 / 21:42 น.

แท็กนิยาย

#Kookmin #JinV #THEKINGJK #18 #WHORE #1152


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


..................................


#THEKINGJK

​​​​​เรต18+


 *นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาสะท้อนสังคมด้านมืดทั้งเก่าใหม่ผสมผสานกันไป

หากผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

และโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและคอมเมนต์เนื้อหาอย่างมีสติ

แจ้งมาเพื่อให้นักอ่านทุกคนทราบเพียงเท่านี้

ขอบคุณค่ะ*


..................................


ผมเกิดที่ครอบครัวยากจน ผมมีทางเลือกแค่สองทางตลอดชีวิต ผมหนีไปไหนไม่ได้ ผมถูกทำร้าย ผมถูกย่ำยี ผมกลายเป็นทาส





และผม…เป็นคนบ้าเซ็กส์ขั้นรุนแรง

………………………


บทนำ


   16:40 น.

ในบ้านเมืองอันแสนจะศิวิไลซ์ไม่มีสิ่งใดให้ ต้องปวดหัว พื้นที่ที่เปี่ยมไปด้วยความเจริญรุ่งเรืองครบครัน เสิรฟ์พร้อมสีสันจากแสงไฟนับร้อยควบร้านขายของสวยๆ หรูๆ มากมายนับพันร้านให้ลูกค้ามีฐานะเทียบเท่ากับเงินหนุนอู้ฟู่ในซองกระเป๋าหนังชั้นดีให้เข้ามาได้เลือกจับจองกันสนุกมือ

แต่ถ้าลองเลื่อนตามองออกไปทางท้ายสุดของเมืองครึกครื้นใจกลางย่านหรูหรานี้แล้วล่ะก็ มันก็มีแต่เพียงบ้านหลังให้เช่าเล็กๆต่อกันเต็มไปหมด ถนนหนทางทุกสิ่งอย่างแตกต่างจากในเมืองที่ไกลออกไปจากกันลิบลับตา มันไร้ซึ่งความทันสมัยที่จะเอื้อมมาถึงพวกเขาได้ มันกลายเป็นเมืองที่แบ่งชนชั้นกันอย่างชัดเจนแต่ก็ไม่มีลุกขึ้นคัดค้าน และในที่แห่งนี้ บ้านหลังสีน้ำเงินเล็กๆหลังหนึ่งติดกับบ้านอื่นทอดยาวต่อกันไป ที่ภายในนั้นกำลังมีเสียงหญิงสาววัย20กว่าๆกับชายหนุ่มตัวอ้วนเผละกำลังร่วมกันประกอบกิจเสียงดังออกมาจากในตัวบ้านอยู่


   “แม่ครับผมกลับมาแล้ว!” ???

“ไอเด็กบ้าเอ๊ย! ขัดจังหวะจริงเลย!!” ชายอ้วน


  ประตูไม่บานสีน้ำตาลเปิดเข้ามาด้วยน้ำแรงของเด็กชายวัยเพียง 6 ขวบที่เพิ่งจะกลับมาจากโรงเรียนตามประสาเด็กยากจนบนพื้นที่ห่างไกลแสงสีเหล่านั้น แต่เขากลับต้องได้มาพบกับร่างของผู้ชายแปลกหน้าที่เขากำลังทำการวิตถารคู่กับมารดาตนเหนือโซฟาเก่าๆกลางบ้านต่อหน้าต่อตา เสียงสบถพล่ามดังทันทีที่ตาของบุคคลแปลกหน้าคนนั้นยกหน้าขึ้นมามองเด็กเล็กในชุดกันหนาวสีม่วงตัวโคร่งเก่าๆที่ดูแล้วก็คงใส่มาซ้ำวันไม่น้อย


“จีมิน ขึ้นไปบนห้องรอแม่ก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่จะเอานมกับคุ้กกี้ขึ้นไปให้กินนะลูกนะ” เธอบอกกล่าวเยี่ยงคนกำลังเสแสร้งให้ลูกชายยืนนิ่งกินลมเชื่อใจ เด็กชายตัวน้อยพอได้ยินว่าเธอบอกเช่นนั้นก็รีบวิ่งขึ้นบันไดไปในห้องตัวเองให้เร็วที่สุดโดยไม่ได้ฟังคำพูดของใครต่อเลย

   ในห้องสี่เหลี่ยมโทรมและเก่ากักไร้การจะซ่อมแซม หนุ่มน้อยแก้มตุ่ยวัยเพียงแค่6ขวบนั่งขดตัวหลบซ่อนอยู่ในห้องแคบๆของตัวเองพยายามนั่งกดสมองไม่ให้ไปนึกถึงผู้ใหญ่สองคนข้างล่างนั่น แต่ยิ่งจีมินจะกดดันให้ตัวเองไม่นึกถึงเท่าไหร่ แต่ไอเสียงโหวกเหวกโวยวายนั่นก็ดังเข้ามาหาเขาดังเป็นเท่าตัวกว่าเดิม ทำให้ตัวเล็กที่ก้มหน้ากดใบหูให้ไม่รับฟังต้องถึงกับตกใจพรวดทันที มือที่เล็กจนทำอย่างอื่นไม่ได้นอกจากจะยกเอามาป้องหูเอาไว้ไม่ให้ตนได้ยินเสียงใดๆจากข้างนอกเข้ามาทั้งนั้น


“ทำไมแกถึงไม่ร้องให้ดังเหมือนก่อนหน้านี้ ถ้าแกไม่ร้องให้ดังเท่าตอนแรกล่ะก็ ฉันจะไม่จ่ายแกสักแดงเดียวเลยนะเฟ้ย!!!”

    คำตะโกนของผู้ชายตัวอ้วนเหงื่อไหลเยิ้มดังกระหึ่มไปทั่วทั้งบ้าน มือจับคางบีบบังคับให้ร้องออกมาถึงจะรู้ว่าลูกของเธอกลับมาแล้วก็ช่างหัว ต่อจากนั้นไม่นานเกินใจรอมันก็เริ่มมีเสียงร้องครวญครางดังแทรกดังขึ้นมาตามหลังคำสั่งชายคนนั้นทันที 

เด็กน้อยพยายามแกล้งหลอกตัวเองในหัวว่าเขาไม่ได้ยินมันทั้งที่เสียงวิตถารเหล่านั้นมันยังดังเข้ามาหลอกเขาเสมอๆ จีมินเอื้อมไปหยิบกระเป๋ามาเปิดซิปหาการบ้าน แต่สิ่งที่มันมากกว่าหนังสือและของใช้เรียนนั้นมันก็คือเศษขยะ เศษกระดาษขยำใช้แล้วทิ้งมากมายมากองกันอยู่ในนี้หมด มืออ้วนกลมเล็กล้วงเปิดทางหาดินสอขึ้นมาเขียนพร้อมหนังสือการบ้านอยู่ยังมุมห้องตรงนั้นรอแม่จะเข้ามาหาไปเรื่อยๆ เด็ก6ขวบในห้องคนเดียวนั่งตั้งใจเขียนหนังสือยับพวกนี้ไปพร้อมกับเสียงประกอบกิจกามารมณ์ของมารดาด้านนอกห้อง


ที่แม้พยายามจะทำให้ตัวเองไม่ได้ยินเสียงไปมากเท่าไหร่ แต่ยังไงมันก็ยังดังเข้ามาก้องในโสตประสาทของเขาอยู่ดี



  1 ชั่วโมงผ่านไป

ประตูไม้เก่าเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดเปิดเข้ามาเบาๆไม่ให้มันไปรบกวนลูกชายข้างในห้องเอาซะเปล่าๆ ในมือปริศนาถือมาพร้อมกับขนมคุ้กกี้ช็อกโกแลตชิปสีน้ำตาลและนมหนึ่งแก้วใหญ่ มือเรียวบางแต่ซ่อนเอาไว้ด้วยความหยาบกระด้างสัมผัสลงที่หนังศีรษะของเด็กชายตัวเล็กน่ารักเบาๆพอประมาณเธอทำการลูบเส้นผมเส้นหนาไล่จบไปยังท้ายทอยเพื่อเชื่อมสัมพันธ์แม่ลูกตามปกติ


      “แม่ครับ”


แต่เมื่อการกระทำของแม่วางลงมายังผมของลูก แทนที่จะทำให้ได้ยินเสียงวัยสดใสของเด็กวัยแค่นี้ แต่มันกลับสั่งให้ดินสอหยุดเคลื่อนไหวแทนเสียมากกว่า เสียงสั่นครวญแตกต่างจากเสียงเด็กทั่วไปนิดหน่อยดังคล่องออกมาจากลำคอของเด็กเล็กวัยเพียงแค่นี้เท่านั้น

     หน้าที่เคยธรรมดานิ่งเงียบกลับค่อยๆมีหยดน้ำสีใสไหลหยดเลอะเส้นกระดาษการบ้านออกมาทีละหยดสองหยด มันเริ่มทยอยไหลตกลงไปเรื่อยๆ จนกระดาษจุดนั้นจุดเดียวจนกระดาษการบ้านมันเปียกแฉะหนักเกินกว่าจะเขียนต่อได้ไหว

  “เป็นอะไรไปหรือจีมิน ร้องไห้ทำไมลูก?” เธอตกใจรีบช้อนหน้าบุตรชายของเธอขึ้นมาพลางใช้นิ้วโป้งสองนิ้วปาดน้ำตาออกจากใบหน้านวลใสของเขาอย่างเร็วไว


...


  ผมคือลูกของผู้ชายคนไหนของแม่กันแน่? แล้วผมเกิดมาเพราะว่าแม่ตั้งใจจะมีผมด้วยหรือเปล่า…


คำถามนี้มันเอาแต่เล่นดังไปทั่วหัวของเด็กชายที่มีอายุวุฒิภาวะเพียง 6 ขวบเท่านั้น เขากล้าถามกับตัวเองก็จริง แต่สิ่งที่เขากล้าทำมันออกมาได้ก็มีเพียงแค่การส่ายหน้าและตอบไปว่า...


   “เปล่าครับแม่” ยิ้มเจื่อนทั้งน้ำตา


รอยยิ้มตึงพยายามบอกให้ตัวเองยิ้มเข้าไว้แต่กลับกลายเป็นถูกซ่อนความเจ็บปวดอยู่ข้างในเต็มไปหมด น้ำตาเม็ดโตไหลเอ่อออกมาจนล้นตาไม่สบายใจกับมารดาเขายิ่งนัก จีมินในคราบเด็กน้อยตัวเล็กแค่ขาของผู้หญิงที่มีแม่ปักอยู่ตรงหน้าต้องทุกข์ทรมานจากคำโกหกของมารดาตัวเองอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ว่าพ่อของเขาเสียชีวิตไปตั้งแต่ที่เขาเกิดมาแล้ว แต่ในชีวิตของเด็กตัวเล็กที่ผ่านมานี้ ตัวของจีมินนั้นก็ยังไม่เคยที่จะได้พบเจอรูปถ่ายของพ่อตัวเองสักรูปหรือแม้กระทั่งวิดีโอสักม้วนก็ไม่มี




9 ปีผ่านไป


    ปึง!!

เสียงหัวบริเวณท้ายทอยที่ปกคลุมไปด้วยเส้นผมสีดำจากการถนอมมานับปีของมารดาดันถูกผลักให้ตัวไถลไปชนหัวกระแทกเข้ากับกำแพงเสียงดังลั่นแบบที่เจ้าของร่างกายเองก็ไม่ทันได้คิดว่าข้างหลังจะมีกำแพงรองรับไว้อยู่ เนื้อตัวบอบช้ำเต็มไปด้วยเลือดสีเข้มรวมไปถึงรอยทุบตีมากมายที่ออกสีเป็นสีม่วงสีเขียวไปหมดทั้งตัว 

จากเด็กวัย6ขวบไต่วันเดือนปีอันแสนทรมานขึ้นเป็นชายหนุ่มอายุวัย15 ปีอย่างเจ็บปวดไม่ต่างอะไรจากร่างกายในตอนนี้ จีมินสวมเสื้อยูนิฟอร์มโรงเรียนมัธยมต้นเหมือนคนอื่น แต่เขาดันกลับมาถูกทำร้ายปางตายหลังตึกเสมือเขาเป็นเพียงผักปลา โดยไม่มีใครเหลียวแลสักคนหรือจะมาช่วยเหลือเขาเลยสักคน


“ว่าไงวะ ไอลูกแม่ขายตัว วันนี้ได้เงินจากแม่มาเท่าไหร่เหรอวะ 555!!”


  คำตอกย้ำจากเพื่อนฝูงที่ไม่ได้รักจริงจำนวนมากกว่าเขาเอ่ยสบประมาทลามถึงจิตใจของชายผมดำแบบไม่มีนึกถึงว่ามันจะเจ็บปวดแค่ไหน บนตัวสีขาวขึ้นมาจนถึงหน้าตาที่ดูดีแต่กลับมีแต่รอยแผลดูไม่ได้ ไม่ว่าจะตรงสันจมูก โหนกแก้ม หรือแม้แต่มุมปากที่แตกอีกฝั่งก็ดูไม่มีท่าจะลดราวาศอกให้กับปาร์คจีมินเลย


“ขอร้องพวกกูดิวะไอลูกแม่ขายตัวๆๆๆ! 5555” 

    ...

แต่จีมินกลับทำหน้าเรียบเย็นใส่พวกนั้นไม่มีแม้แต่คำขอร้องอย่างที่พวกมันต้องการออกมาจากปากสักคำเดียวก็ไม่มี



[ห้องอาจารย์ที่ปรึกษา]

    “นี่! นายปาร์คจีมินถ้านายอยากเรียนต่อที่นี่จริงๆนายช่วยลบๆเรื่องพวกนี้ออกไปจากสมองจะได้มั้ย!? ถือว่าฉันขอก็ได้ นายก็รู้ว่ายังไงฉันก็ทำอะไรพวกเขาไม่ได้อยู่แล้ว เพราะมุนบยอนเขาเป็นถึงลูกเจ้าของบริษัทก่อสร้างรายใหญ่ ถ้าฉันไปต่อว่ามุนบยอนขึ้นมา แล้วพ่อแม่ของพวกเขาจะมาช่วยโรงเรียนเราเรื่องเงินมั้ย! ลืมๆมันไปแล้วก็ยอมๆเขาไปเถอะนะ หรือไม่เธอก็คิดซะว่าเธอกำลังช่วยโรงเรียนเราอยู่ก็ได้” อาจารย์ที่ปรึกษาพูดจาใส่สีหน้าหน่ายในใบหน้าจีมินที่เขาดูจะไม่อยากสนใจเด็กคนนี้สักเท่าไหร่

“อาจารย์แทฮันครับ อาจารย์ซอฮยอนเรียกพบครับ” ประตูกระจกสีชาเปิดเข้ามาโดยชายใส่ปลอกแขนสีแดงสัญลักษณ์ของประธานนักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้ ทันทีกับที่ปาร์คจีมินกำลังเดินออกมาจากห้องอยู่พอดี รูปหน้าประธานนักเรียนเสียงเข้มหันมองตามจีมินเมื่อเห็นเพียงสบตาแรก

“เอ้อ! ขอบใจมากนะแทฮยอง” ลุกขึ้นหยิบหนังสือการสอนติดมือไปด้วย

และกลายเป็นว่าในทุกๆวันที่จีมินมาโรงเรียน จีมินก็จะต้องมีสภาพเละเทะแบบนี้กลับบ้านไปตลอดเวลา และทุกครั้งที่มือเจ้ากรรมโตตามวัยเปิดประตูเข้าไปในบ้านหลังเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง เขาก็จะพบกับแม่ตัวเองที่ต้องไปอยู่ในสภาพสมยอมผู้ชายแปลกหน้าทุกคนไปเรื่อยๆไม่มีซ้ำหน้าสักวัน


  และทุกครั้ง...แม่ก็จะเข้ามาหาผมในห้อง พร้อมกับคุ้กกี้หนึ่งจานกับนมหนึ่งแก้วตามเคย


   ก๊อกๆๆ!

“จีมิน แม่ขอเข้าไปในห้องนะลูก” คำขอจากข้างนอกที่เธอทำงานของตัวเองเสร็จสิ้นแล้วดังเข้ามาถึงข้างใน ทันทีที่ประตูเปิดต้อนรับเธอดวงตาคล้ำบวมไร้สีสันของหญิงมีวัยก็เบิกโตขึ้นมาทันทีที่เห็นหน้าลูกตัวเอง

     “ขอบคุณครับ”


   ปึง!!

มือหยิบแย่งเอาจานคุ้กกี้พร้อมแก้วนมสีขาวเข้าห้อง ประตูบานไม่ใหญ่มากปิดใส่หน้าของผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ไปเสียงดังกระทุ้งหูรอบเดียวไม่มีเปิดออกมาหาซ้ำ จานและแก้ววางลงไม่สนใจ มือขวามีรอบช้ำสีเขียวเข้มเปิดสมุดการบ้านที่อยู่ในสภาพยับเยินไม่เหมือนของคนอื่นเขาในนั้นมันดันหาพื้นที่เขียนลงกระดาษสมุดการบ้านไม่ได้แล้วเพราะปากกาหลากสีพวกนี้มันได้จองพื้นที่กันเขียนล้อเลียนเขาและแม่ของเขาเป็นของเล่นไว้เล่นแก้เครียดในทุกๆวันแทน ภาพวาดอนาจารที่เขียนเหนือกระดาษแปะไว้เป็นมีดด้ามใหญ่ปาดหัวใจเด็กที่ต้องทนรับกับสิ่งที่เขาเองก็รับไม่ได้เหมือนกัน


     แม่ขายตัว555


ความเครียดเข้าเกาะควบคุมจิตใจและความรู้สึกเขาเข้าไปเกือบครึ่ง จนจีมินถึงกับต้องหยุดนั่งนิ่งมองตัวอักษรพวกนั้นแล้วก็เผลอร้องไห้ออกมาทุกทีที่ไม่ว่าจีมินจะพาตัวเองหนีด้วยการเปิดไปหน้าไหนก็ตาม เขากลับต้องเจอไอภาพพวกนี้และคำคำนี้ตลอด มันคือคำหยอกล้อผสมกับคำด่าเต็มหน้ากระดาษทุกแผ่น จีมินหนีไปไม่ไหนไม่ได้นอกจากต้องทำใจทนรับมันให้ไหวซะเอง

อุปนิสัยด้านมืดที่เขาเอาแต่หลบซ่อนอยู่ข้างในตัวของเขาเองมานานนับ15ปีเต็ม ได้เผยออกมาในเช้าวันรุ่งขึ้น ปาร์คจีมินตัดสินใจที่จะเดินไปอีกทางที่ไม่ใช่ทางไปโรงเรียนเหมือนเช่นในทุกๆวัน เท้าเดินย่ำไปจนถึงบ้านร้างไร้คนผ่านไปผ่านมาหลังหนึ่ง ซึ่งในความคิดเขามันคือสถานที่ที่เหมาะแก่การโดดเรียนเอามากๆ กระเป๋าหนังสือสภาพเก่าเกรอะเปิดเทสิ่งของทั้งหมดในนั้นร่วงลงมายังพื้น ภายในว่างเปล่าไม่มีทั้งหนังสือเรียนหรือปากกาดินสอ มันมีเพียงแต่ ไฟแช็กและบุหรี่ประมาณ 3 มวนข้างในกระเป๋าที่ควรจะมีแค่หนังสือกับปากกาเท่านั้น


        ฟู่วว~


หลอดกระดาษใส่ไส้ยาสูบข้างในปล่อยควันสีขาวอมเทาบางส่วนออกมาให้ลอยฟุ้งขึ้นอากาศครอบทั่วใบหน้าที่มีแต่บาดแผลจีมินทุกๆจุด สี่เหลี่ยมที่จะสร้างระเบียงแต่ก็ตอนนี้มันกลับกลายเป็นที่ให้ขาเล็กสวมกางเกงขายาวสีดำมาห้อยโทงเทงอยู่ขอบโล่งที่ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ ดวงตาวาดปรือมองไปยังข้างหน้าที่ซึ่งมันก็เป็นเพียงแค่ป่าว่างเปล่าไม่มีคนให้มาจับตามอง จิตใจสีเทาเท่าควันบุหรี่ล่องลอยดั่งควันพิษเหนืออากาศ จนในขณะที่กำลังนั่งทบทวนถึงไอพวกบัดซบพวกนั้น ก็ดันมีใครบางคนเดินขึ้นมาที่ชั้น3ที่จีมินนั่งอยู่เงียบๆพร้อมกับหยุดยืนมองอยู่ด้านหลังตรงขั้นบันไดขั้นสุดท้าย


“มาทำอะไรที่นี่คนเดียวงั้นเหรอ?”

     ??!!


ในระหว่างช่วงที่จีมินกำลังมัวแต่ใช้เวลานั่งสูบบุหรี่เพื่อปลดปล่อยความทุกข์ทั้งหมดออกมา เสียงของใครบางคนที่ไม่ได้รับเชิญก็ดังขึ้นจากด้านหลังเขา ชายหนุ่มตัวสูงในชุดนักเรียนมัธยมปลายรูปร่างดี เขาเดินมานั่งข้างๆนายปาร์คเงียบๆไม่บอกไม่กล่าวเข็มกลัดสีเงินเอกลักษณ์ของการศึกษาระดับเกรด 12แล้ว ส่วนจีมินเป็นเพียงเข็มกลัดธรรมดา นั่นคืออยู่แค่เกรด9


“แอบโดดมาแบบนี้พ่อแม่ไม่รู้เหรอ?” ชายตัวสูงนั่งลงแขนเหยียดตึงไปค้ำวางข้างหลังพร้อมกับยืดขาตึงเพื่อผ่อนคลายเหมือนจีมิน


“พ่อผมไม่มีหรอกครับ ส่วนแม่ผมก็…”


หน้ายิ้มมุมปากเจื่อนซะไม่มี กล่องลูกกระเดือกลดเสียงเงียบหายไปราวกับว่าเขาไม่อยากจะตอบมันเสียเท่าไหร่นัก


      …?


“นายคือคนที่ไปหาอาจารย์แทฮันเมื่อวานใช่มั้ย?” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นมากะทันหัน รอยฟกช้ำที่โหนกแก้มยังไม่หายเจ็บซาดี ก็รู้สึกปวดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง


“คุณรู้ เอ๊ย! พี่รู้ได้ไงครับ!?” พยายามตั้งสติถามกลับ


เสียงหัวเราะดังจากต้นคอหนาสีเข้มเท่ากับผิวตัวทั้งหมด ดวงตาเรียวคมมองมาทางตาตี่นิ่งเย็น ริมฝีปากขบเม้มพร้อมกับลิ้นอวบเปียกน้ำในปากเลียขอบริมฝีปากแห้งทีนึงไปตรงๆโดยไม่นึกรู้สึกอายสายตาคนตรงหน้าแต่อย่างใด


“นี่ก็ได้ยินทุกวันนะ เรื่องแม่ของนายน่ะที่เขาว่ากันว่าเด็ดนักเด็ดหนา แต่ฉันไม่สนหรอกนะพวกชอบสาวใหญ่น่ะ...”


  “แต่ฉันแค่รู้สึกว่าคนลูกน่าจะเด็ดกว่า”


คิ้วมัดปมตึงหันข้างไปมองใบหน้าหล่อเหลาของรุ่นพี่เกรด12ที่ชั่วเพียงแค่เวลาเดียวเท่านั้นมือหนาไร้มลทินดูเป็นคนแสนดีกลับมาหยิบบุหรี่ออกจากดวงปากอวบอิ่มมาหน้าตาเฉยและทำการดูดต่อเลยไม่ขอเจ้าของสักคำ และแถมยังปล่อยควันจากในปากให้พวยพุ่งออกมาทางจมูกชำนาญกว่าจีมินซะอีก


“พี่หมายความว่าอะไร? ที่ลูกน่าจะเด็ดมากกว่า?” จีมินเริ่มไม่ไว้วางใจ


บรรยากาศเงียบๆของบ้านร้างที่ยังสร้างไม่เสร็จมีแค่เสียงลมเย็นๆมาตีผ่านช่องขาพวกเขาสองคนไปเรื่อยๆ ชายสองคนในชุดนักเรียนโรงเรียนเดียวกันนั่งมองกันไปมาสลับขับคลื่นกันถึงอารมณ์ในดวงตา ความคิดข้างในใจของฝ่ายที่นั่งอยู่ก่อนเขาบอกตามตรงว่าเขาเริ่มกระวนกระวายอยู่ในใจนิดๆแล้ว ตาหวานสีน้ำตาลอมดำหน่อยเลิกลักอยากจะมองสู้ต่อแต่ก็กลัว แผ่นท้องขาวเรียบสวยข้างในเสื้อบีบกระเพาะเสมือนพวกมันกำลังตีกันอยู่ข้างในจนจีมินเองนั้นเริ่มปวดท้องขึ้นมาแล้ว


“ให้พูดแบบเอาตรงๆ เลยปะล่ะ” เสียงทุ้มทักขึ้นมาพรวดพราดจนจีมินสะดุ้ง เขามองหัวเราะใต้ลูกกระเดือกเบาๆให้กับท่าทางเมื่อกี้รอยยิ้มถูกยกจากมุมปากและยักไหล่หน่อยๆ


      …


“…ขอเอาหน่อยดิ” !!!


  พอได้ยินคำขอเช่นนั้น หัวใจและลมในท้องร่างบางมันก็ยิ่งทวีความรุนแรงแบบที่ว่ากระอักกระอ่วนมากจนแทบจะรั้งไว้ไม่ไหว ถ้าจะหนีในตอนนี้เลยมันก็คงเป็นไปไม่ได้แน่ๆที่เขาอาจจะรอด แต่ถ้าเกิดว่าเขายอมขึ้นมา…เรื่องนี้ก็อาจจะถูกเอาไปปล่อยในโรงเรียนและจีมินเองอาจจะโดนถูกพวกบ้านั่นกระหน่ำด่ามากกว่าเดิมก็ได้


   “เอ่อพี่ครับผมไม่…”


“พี่มีเงินอยู่20,000 ในกระเป๋าเรียน ถ้าเรายอม เดี๋ยวพี่จ่ายสดเลย เอาปะ?” พูดจาน้ำเสียงอยากยื่นข้อเสนอให้ใจจะขาด


คำปลอบหู และอำนาจตัวเลขบนแบงก์ธนบัตรมันคือเงินที่มีจำนวนมหาศาล ณ ขณะนั้นสำหรับเด็กมัธยมต้นอย่างเขามาก จีมินเหลือบมองไปยังกระเป๋าที่เจ้าตัวก็บอกเองว่ามีเงิน20,000อยู่ เขาพยายามไม่คิดเรื่องราคาอันมากมายกับตัวเอง เม็ดน้ำเหงื่อหนึ่งหยดไหลลงมาากคางตกที่ไหปลาร้าฝั่งบนตัวของรุ่นพี่พอดีเข้า และนั่นมันก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกในหัวจีมินยิ่งแปรปรวนทวีคูณเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมไปเรื่อยๆ


     ถ้าพูดตามความจริงนั่นก็คือ เขารู้สึกอยากลองแค่นั้นแหละ...


“ไม่ต้องกลัวหรอก พี่มีถุงยางน่ะ ไม่ติดง่ายๆ ชัวร์” พูดปลอบประโลม

     …

ทำ ไม่ทำ ทำ ไม่ทำ ทำ ไม่ทำ ทำ! ไม่ทำ!!

     ...

“แต่พี่ต้องสัญญานะ ว่าพี่จะไม่บอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด” คิ้วขมดขดงอเพราะกำลังวิตกอย่างหนักอยู่

   ผมสีน้ำตาลแสกกลางพยักหน้าเข้าใจดีถึงข้อตกลงเพียงอย่างเดียวที่จีมินยกขึ้นมา ปาร์คจีมินขยับตัวเข้ามาให้พ้นจากขอบโล่ง ร่างสูงยอดขนาดจีมินก็ยังเทียบไม่ติดขยับคลานเข่าเข้ามาใกล้เรื่อยๆจนตัวติดกันแนบสนิท ใบหน้าชายหนุ่มรุ่นพี่ก้มซุกเข้ามาที่ซอกคอพร้อมมอบรอยจูบจากน้ำหวานและความนุ่มนิ่มจากสิ่งที่เรียกว่าปากลงไปยังจุดที่เรียกว่าข้างคอ


  ฮาาา!~


“กลัวเหรอ?”

 …

“ครับ”

“อย่ากลัวเลย…พี่เป็นคนชอบทำเบาๆ”


    แต่คำพูดนั้นดันไม่ได้ตรงกับความเป็นจริงที่เขาได้พูดออกมาเลย มือยาวกว่าของตัวเล็กและแถมยังเรียวเย็นกว่าข้างขวายกมาวางตรงเป้ากางเกงร่างบางแบบที่อีกคนก็ไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยเหมือนกัน ฝ่ามือกระด้างค่อยๆนวดคลึงมันไปพลางๆให้กับคนที่ไม่ได้ทำอะไร จีมินนอนราบไปกับพื้นฝุ่นเขรอะก็ทำได้เพียงหลับตาไม่นึกโทษใครทั้งนั้นนอกจากจะเอาตังค์มาอย่างเดียว


“พ! พี่ชื่ออะไรเหรอครับ?” ทำลายบรรยากาศให้เบาบางจนวางใจได้

   …

“ก้มอ่านเองสิ” จูบคอเสียงดังจ๊วบจ๊าบแต่ก็ยังหาเวลามาตอบได้อีก


   และนั่นก็คือคำตอบทั้งหมดจากที่เขาสงสัยอยู่มาตั้งนมนาน ชายที่ได้ยินชื่อจากเมื่อวานในห้องอาจารย์ที่ปรึกษา ความคิดที่จะเป็นชายอบอุ่นสมดั่งที่อาจารย์พูดจาดีด้วยดันกลับกลายมาเป็นชายหัวรุนแรงที่ชอบซื้อกินเหมือนกัน


      “คิม…แทฮยอง” !!!



- แนะนำตัวละคร -



                             


   จอน จองกุก

(ข้อมูลสมมุติ) อายุ 25 ปี

(ข้อมูลสมมุติ) ส่วนสูง 180 ซม.

(ข้อมูลสมมุติ) น้ำหนัก 64 กก.


   ลูกชายคนโตของเจ้าของกิจการอสังหาริมทรัพย์และกิจการเครื่องเพชรชั้นนำ เขาคือทายาทที่ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็อยากจับจอง แต่ก็ต้องเสียใจไปตลอดชีวิตเมื่อจริงๆแล้วเขาชอบเพศเดียวกันมากกว่าเพศตรงข้ามเป็นไหนๆ และมากกว่านั้นคือเขามีนิสัยซื้อกินมากกว่าจะต้องมานั่งหาคู่ชีวิตในเวลาทำงานยุ่งๆแบบนี้ จนทำให้ร้านคาราโอเกะบางร้านจำหน้าตาและยินดีต้อนรับจองกุกให้เป็นแขกวีไอพีประจำไปโดยปริยาย




   



   ปาร์ค จีมิน

(ข้อมูลสมมุติ) อายุ 18 ปี

(ข้อมูลสมมุติ) ส่วนสูง 170 ซม.

(ข้อมูลสมมุติ) น้ำหนัก 60 กก.


    เด็กชายที่เกิดมาในบ้านที่มีฐานะยากจนจนตรอกอยู่ในบ้านเก่าไม่มีเงินแม้จะมาซ่อมแซมและตัวของเขายังเป็นเด็กกำพร้าพ่อ ที่ตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยได้พบหน้าสักครั้งจะทั้งจากรูปถ่ายหรือวิดีโอก็ไม่มี ห่วงโซ่ชีวิตจีมินถูกปรับเปลี่ยนเมื่อเขาต้องทำงานตั้งแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เพื่อจะหนีมารดาและรวมไปถึงความผิดบาปที่ตัวเองได้สร้างก่อเอาไว้


                         



    มิน ยุนกิ

(ข้อมูลสมมุติ) อายุ 20 ปี

(ข้อมูลสมมุติ) ส่วนสูง 171 ซม

(ข้อมูลสมมุติ) น้ำหนัก 60 กก.


   น้องชายคนละแม่กับจองกุก ความฉลาดของยุนกิเป็นกรดที่รุนแรง แต่เขากลับใช้มันในทางทุจริต ยุนกิเกิดมาพร้อมความชอบที่แปลกประหลาดนั่นคือ เขาชอบเย็บร่างกายตัวเองให้เต็มไปด้วยด้ายสีม่วงสังเวยความชอบของตัวเองเป็นประจำ ยุนกิมีความบกพร่องบางอย่างจนทำให้เขากลายเป็นคนที่มีอาการไบโพลาร์ ชอบกอดตุ๊กตาอยู่คนเดียว และยังทำร้ายร่างกายตัวเองอยู่บ่อยๆ




   


 

   คิม นัมจุน

(ข้อมูลสมมุติ) อายุ 26 ปี

(ข้อมูลสมมุติ) ส่วนสูง 183 ซม.

(ข้อมูลสมมุติ) น้ำหนัก 63 กก.


ผู้ร่วมหุ้นจอมโกงหน้าตายหาทางจับเข้าคุกไม่ได้ นัมจุนเคยทำงานให้กับที่อื่นมาก่อนและมักจะจบลงที่คุกตลอดเพราะส่วนมากจะมาจากคดีแอบลอบยักยอกเงินบริษัทนั่นเอง ความฉลาดของนัมจุนมีค่าเป็นกรดเท่ากับยุนกิ แต่น้อยกว่าแค่นิดเดียว ที่สำคัญเขายังเป็นพวกบ้าการค้าบริการไม่ต่างกันกับจอนจองกุกเท่าไหร่ 





  



   คิม ซอกจิน

(ข้อมูลสมมุติ) อายุ 24 ปี

(ข้อมูลสมมุติ) ส่วนสูง 178 ซม.

(ข้อมูลสมมุติ) น้ำหนัก 62 กก.


    พี่ชายคิม แทฮยอง ที่มีฐานะทางบ้านค่อนข้างดี จินยอมรับว่าตนแอบชอบน้องชายของตัวเองมาตั้งแต่แตกหนุ่มได้ ถึงแม้จะได้ชื่อว่าคนละพ่อคนละแม่กัน เพราะซอกจินถูกเก็บมาเลี้ยงก่อนก็ไม่ใช่อุปสรรคอะไรที่เขาจะชอบต่อ เพราะเขารักแทฮยองไปทั้งใจแล้ว แต่แค่ยังบอกอะไรไม่ได้เท่านั้น








    คิม แทฮยอง

(ข้อมูลสมมุติ) อายุ 22 ปี

(ข้อมูลสมมุติ) ส่วนสูง 177 ซม.

(ข้อมูลสมมุติ) น้ำหนัก 60 กก.


   น้องชายคนละพ่อและคนละแม่กับซอกจิน เขารู้ดีว่าจินคือพี่ที่เก็บมาเลี้ยงไม่ใช่พี่ที่เกิดมาจากความสัมพันธ์แบบที่แม่และพ่อของวีทำ และตนก็ไม่มีทางจะยุ่งกับจินให้มากไปกว่านี้เพราะเขาไม่อยากดูกลายเป็นลูกคุณหนูเหมือนจินมากนัก ตัวตนข้างในของแทฮยองคือผู้ชายที่ชอบซื้อกินเช่นกัน และบุคคลที่เขาเลือกจะลองคนแรกในชีวิตเขาก็คือจีมินนั่นเอง



  


จอง โฮซอก


(ข้อมูลสมมุติ) อายุ 23 ปี

(ข้อมูลสมมุติ) ส่วนสูง 176.5 ซม.

(ข้อมูลสมมุติ) น้ำหนัก 63 กก.


   เจ้าของบล็อกลึกลับชื่อดังและมันก็ดูเป็นปริศนาซึ่งไม่มีใครทราบว่าเขาทำเกี่ยวกับอะไร และทำอยู่ในไหนด้วย เจโฮปเป็นคนที่จะดีก็ไม่และจะร้ายก็ไม่ถึงขนาดนั้น ภายนอกจะดูร่าเริงตลอดเวลา แต่ถ้าเขาถึงจุดที่คุมไม่ได้แล้วเขาจะกลายเป็นอีกคนทันที เจโฮปมีฐานะทางบ้านยากจนพอสมควร แต่เขากลับชอบทำตัวรวยจนเพื่อนต่างพากันไม่ชอบใจกันไปหมด



...............





[ หน้าปกฟิค ]


- - - - - - - - - - -

TALK TALK

รีไรท์เฉพาะบางเนื้อหานะคะ ไม่ได้จะเปลี่ยนอะไรมากมายขนาดนั้น


ปล.ส่วนตัวนี่ชอบมาอัปตอนตี1-2ไม่ว่ากันนะคะ



HASHTAG - #THEKINGJK

TWITTER - @Zzx3N



BY. OASIS




นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

82 ความคิดเห็น