[เปิดจอง] Bad Bro. คลั่งรัก [Yaoi : Incest]

ตอนที่ 13 : Chapter 12 :: หวงหรือ...หึง (100%) +เอาปกมาฝาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,679
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    1 ธ.ค. 60

Chapter 12

หวงหรือ...หึง

 

ก่อนอ่าน เราเอาปกมาฝาก

 

ปกเต็มหน้าหลัง

 



โปสการ์ด

 



ที่คั่น

 





200 คนแรกที่โอนก่อน แจกสมุดโน้ตลายปกขนาด A6 นะคร้าบ ^^


ในเว็บยังอัพให้อ่านกันเรื่อยๆจนจบน้อ

ขอบคุณจ้า

 


ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูติดกันหลายครั้งปลุกให้ผมงัวเงียตื่น เหลือบมองนาฬิกาดิจิตอลบนหัวเตียงบอกเวลาเกือบๆ ห้าโมงก็รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่โดนปลุกเร็วกว่าปกติ เลยนอนพลิกไปพลิกมาต่ออีกหน่อยแล้วค่อยลุกไปอาบน้ำ แต่แม่บ้านยังเคาะประตูไม่หยุด คราวนี้ตะโกนบอกด้วยว่ามีเพื่อนมาหา

หืม....

มองท้องฟ้านอกหน้าต่าง เมฆทะมึนอึมครึมบดบังแสงอาทิตย์ รอบด้านจึงมืดสลัวไม่ต่างจากช่วงเช้าตรู่ ต้องใช้เวลาชั่วครู่หนึ่งกว่าผมจะนึกได้ว่าตัวเองผล็อยหลับไปตอนบ่าย และเวลานี้คือห้าโมงเย็น

“เพื่อนคนไหนครับ พี่เมฆเหรอ” ผมตะโกนถามแม่บ้านแล้วยันตัวลุกขึ้นนั่ง

“ไม่ใช่ค่ะ ป้าไม่ได้ถามชื่อด้วยสิ แต่เห็นใส่ชุดยูนิฟอร์มโรงเรียนเดียวกับคุณวานะคะ”

นั่นสิ ถ้าเป็นพี่เมฆคงเดินขึ้นมาหาผมบนห้องเลย ไม่รอให้แม่บ้านมาตามหรอก

“บอกให้เขาขึ้นมาบนห้องเลยครับ” ผมบอกป้าแม่บ้านหลังจากคาดเดาอยู่เกือบนาทีว่าเพื่อนคนนั้นคือใคร ก่อนจะเหวี่ยงเท้าลงจากเตียงเดินไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ รอยจ้ำสีแดงช้ำตามลำคอที่สะท้อนอยู่บนกระจกเงาทำให้ผมย้อนคิดถึงเหตุการณ์เร่าร้อนในกระท่อม

พี่เมฆเป็นคนทำทั้งหมดนี่เลยเหรอ แต่ถ้าไม่ใช่แล้วจะเป็นใครไปได้อีก งั้นแสดงว่าพี่เขาชอบผู้ชายถึงได้เกิดอารมณ์ร่วมจนตอบสนองกลับมาซะเร่าร้อนขนาดนี้?

วูบหนึ่งที่เผลอคิดว่าพี่เมฆคงรู้สึกดีกับผมเหมือนที่ผมรู้สึกต่อเขา แต่ก็ต้องเตือนตัวเองด้วยความจริงที่ว่า...ต่อให้พี่เมฆเป็นเกย์และเคยกอดจูบผม มันไม่ได้หมายถึงเขาชอบหรืออยากคบผมในฐานะอื่น สำหรับผู้ชาย...เซ็กซ์กับรักคนละความหมาย และเมื่อคืนพี่เมฆก็อาจจะทำลงไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบที่ขาดความยับยั้งชั่งใจ

แต่จะเป็นไรไหมถ้าผมยังแอบหวัง...หวังให้พี่เมฆชอบผมจริงๆ ถึงพี่เขาจะย้ำบ่อยๆ ว่าเอ็นดูผมเหมือนน้องชายก็เถอะ

ผมเอามือรองน้ำจากก๊อก วักใส่หน้าแรงๆ หลายครั้งจนจิตใจที่ฟุ้งซ่านเริ่มสงบลงจึงเดินออกจากห้องน้ำ ถอดเสื้อเปียกชื้นโยนลงตะกร้า แล้วควานหาเสื้อยืดตัวใหม่ในตู้แบบบิลท์อิน แต่เพิ่งจะดึงเสื้อออกจากไม้แขวน ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดเข้ามาอย่างไร้มารยาท...ถ้าเป็นแม่บ้านคงโดนผมดุไปแล้ว เพราะทุกคนรู้ดีว่ากฎของบ้านนี้คือห้ามเข้ามาในห้องส่วนตัวของเจ้านายก่อนได้รับอนุญาต ยกเว้นมีเหตุจำเป็นจริงๆ

“มาบ้านคนอื่นช่วยรักษามารยาทหน่อย” บ่นอย่างไม่จริงจังใส่เพื่อนใหม่หนึ่งประโยค ก่อนจะรีบสวมเสื้อยืดที่ถือไว้ในมือให้เรียบร้อย

ไอ้ต้นทำตาโต สีหน้าตกใจ มันผลักประตูปิดเสียงดัง แล้วก้าวเร็วๆ มาทางผม ก่อนจะเลิกชายเสื้อที่ผมเพิ่งสวมลงบนตัวขึ้นจนถึงอก “มึงไปโดนใครดูดมาวะเนี่ย”

“เรื่องของกู” ผมปัดมือมันออก “แล้วนี่จู่ๆ ทำไมโผล่มา ยังไม่ได้นัดกันจริงจังสักหน่อย” ก่อนหน้านี้ผมเคยสัญญากับมันไว้ว่าจะช่วยติววิชาคณิตฯ กับอังกฤษให้ช่วงเย็นวันศุกร์กับเช้าวันเสาร์ วันนี้เป็นวันศุกร์ แต่เรายังไม่ได้โทรนัดกันว่ากี่โมงหรือที่ไหน และผมก็ไม่เคยบอกที่อยู่มันด้วย เลยไม่คิดว่าจู่ๆ จะโผล่หัวมา

“เห็นมึงไม่ไปโรงเรียนกูเลยเป็นห่วง พอเลิกเรียนเลยรีบบึ่งมาดูว่าตายรึยัง”

“เออ นี่ผียืนคุยกับมึงอยู่” ได้ยินคำพูดกวนๆ แทนที่จะโกรธ ผมกลับรู้สึกดี เพราะถึงจะเพิ่งเปลี่ยนจากศัตรูเป็นมิตรกันเมื่อวาน แต่ท่าทางมันดูกังวลห่วงใยผมจริงๆ “แล้วนี่มึงรู้จักบ้านกูได้ไง”

“ใครบ้างไม่รู้จักบ้านมึง สร้างซะใหญ่โตยังกับคฤหาสน์” ไอ้ต้นขมวดคิ้วทำหน้าเครียด “มึงอย่ามาเบี่ยงประเด็น มึงไปโดนอะไรมา ทำไมวันนี้ไม่ยอมไปโรงเรียน”

“เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นป่ะวะ กูไม่จำเป็นต้องตอบ”

“แม่ง...เจ็บ” ไอ้ต้นเอามือกุมอกทำท่ากระอักเลือด จากที่ผมเริ่มจะหงุดหงิดเลยหลุดหัวเราะขำ

“พูดมากอยู่นั่น จะติวไหมหนังสืออะ”

“เออ ติวดิ”

ได้ยินเพื่อนตอบท่าทางจริงจัง ผมเลยชวนมันไปนั่งที่โต๊ะทำการบ้าน ซึ่งเป็นโต๊ะกระจกติดผนังที่สามารถนั่งพร้อมกันได้ทั้งสองคน แล้วรื้อเอาหนังสือคณิตมาสอน ย้อนไปของมัธยมสี่เพื่อปูพื้นฐานให้ก่อน ดูต้นตั้งใจดีและหัวไวใช้ได้ แต่ไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่เพราะมัวแต่มองสำรวจห้องผมไปทั่ว

ติวได้พักใหญ่มันก็พูดขึ้นว่าห้องนอนผมกว้างดี ขลุกอยู่ทั้งวันก็ไม่เบื่อ เพราะนอกจากเตียงกับโต๊ะทำการบ้านแล้ว ยังมีมุมอ่านหนังสือที่จัดโต๊ะโซฟาเข้าชุดไว้ให้นั่งเล่น และมุมเล่นเกมที่มีชั้นวางโมเดลรถ เครื่องบินรุ่นต่างๆ เลโก้ และจิ๊กซอร์เอาไว้ต่อฝึกสมอง

“กูก็ชอบห้องนี้มากกว่าห้องนอนในบ้านที่กรุงเทพฯ” ผมบอกแล้วลุกไปรูดม่านหนาทึบที่ประตูระเบียงให้เปิดออก นอกกระจกบานใหญ่สูงจรดเพดานคือภาพผืนป่าและภูเขาเขียวขจีที่มองกี่ทีก็ไม่เบื่อ “...วิวสวยดี”

ไอ้ต้นลุกจากโต๊ะ สาวเท้ามาหยุดยืนข้างๆ ผม “เออสวยดี ขนาดกูอยู่ในป่าในเขามาตั้งแต่เกิดยังชอบเลย”

“จะติวคณิตต่อ หรืออังกฤษ?

“นั่งติวมาชั่วโมงกว่าแล้ว ให้สมองกูพักบ้างเหอะ” มันหัวเราะ “วันแรกขอเบาๆ ก่อน”

“ตามนั้น” ผมเดินมานั่งที่ปลายเตียง เหม่อมองผืนป่าผ่านบานกระจกเบื้องหน้า คิดนู่นนี่เรื่อยเปื่อย ไม่รู้ว่าผ่านไปนานกี่นาที คนที่ยืนหันหลังอยู่หน้าประตูระเบียงก็เดินกลับมานั่งข้างกัน ก่อนจะทิ้งลำตัวช่วงบนลงนอนหงาย กางแขนทั้งสองข้างออก ปล่อยเท้าห้อยแตะพื้น เห็นท่าทางผ่อนคลายของคนข้างๆ ผมเลยทำตามบ้าง แต่เพราะเราอยู่ใกล้กันมากหัวผมเลยหนุนบนแขนมันพอดี

“มึงกับพี่เมฆสนิทกันมากเหรอวะ” จู่ๆ มันก็ถามขึ้นมา

“มึงรู้จักพี่เมฆด้วยเหรอ”

“คนในหมู่บ้านรู้จักพี่เมฆทั้งนั้นแหละ”

“อ่อ” พี่เมฆก็เคยบอกว่าเพราะที่นี่เป็นแค่หมู่บ้านเล็กๆ ทุกคนเลยรู้จักกันเกือบหมด “จริงๆ ก็เพิ่งมารู้จักกันตอนย้ายมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ แต่พี่เขาช่วยเหลือกูไว้หลายเรื่องเลยสนิทกันมาเรื่อยๆ ทำไมจู่ๆ ถามวะ”

“มึงไม่แปลกใจเหรอว่าทำไมพวกกูถึงเลิกแกล้งมึง”

“เพราะพี่เมฆ?

“อืม...พี่เขาให้คนมาขู่พวกกูว่า ถ้ายังแกล้งมึงอีกจะจับพวกกูถ่วงน้ำ”

“ฮะ?

“เห็นงั้นนะ โคตรโหด สมัยวัยรุ่น พี่แม่งอันธพาลกว่าพวกกูอีก”

พี่เมฆเนี่ยนะจะทำแบบนั้น? ถึงบางมุมจะดูน่ากลัวอยู่บ้าง แต่บุคลิกให้ความน่าเกรงขามมากกว่า แถมยังเป็นคนอบอุ่นใส่ใจคนรอบข้าง ไม่ได้มีนิสัยโหดร้ายอย่างที่ไอ้ต้นบอกสักนิดบางทีคงเป็นเรื่องเข้าใจผิด

“ถามจริงนะ” ไอ้ต้นพลิกตัวตะแคงข้างหันมา กึ่งๆ จะคร่อมตัวผมเอาไว้แล้วถลกชายเสื้อยืดของผมขึ้นถึงอก ก่อนจะแตะนิ้วลงบนรอยจ้ำแดงตามท้อง ขณะที่ผมได้แต่ขมวดคิ้วมองตามมือข้างนั้นอย่างไม่เข้าใจว่าเจ้าของมันจะทำอะไร “คนที่ทำรอยบนตัวมึงคือพี่เมฆใช่ไหม...เมื่อวานกูเห็นพี่เขามารับมึงที่โรงเรียน”

“อย่าเสือก” ผมขมวดคิ้วจ้องหน้ามันอย่างโกรธๆ พร้อมกับผลักไหล่เพื่อนออกห่าง แต่มันไม่ยอมขยับแถมยังทาบฝ่ามือลงบนท้องของผม ออกแรงกดให้อยู่นิ่งๆ

“ตอบกูมาก่อน ไม่งั้นกูไม่ลุก”

“กูบอกให้...” พูดยังไม่ทันจบประโยค ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก

ผมกับไอ้ต้นชะงักกึก หันไปมองคนที่เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาข้างใน อีกฝ่ายยืนนิ่งงันอยู่หน้าบานประตูที่เพิ่งเหวี่ยงปิดลง ใบหน้าคมสันเฉยชาจนเดาอารมณ์ไม่ถูก สายตาคมกริบมองสำรวจพวกเราสองคนแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดสบตากับคนที่กำลังนอนคร่อมอยู่บนตัวผม ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่าที่รู้สึกเหมือนว่าบรรยากาศรอบตัวเขาอึมครึมน่าอึดอัด จนทำให้คนรอบข้างรู้สึกถูกกดดัน

“ทำอะไรกัน”

ไอ้ต้นเหมือนจะเพิ่งได้สติ รีบเด้งตัวลุกออกไปทันที “ก็แค่เล่นกัน” มันตอบด้วยท่าทางเกร็งๆ ทั้งยังหลบตาคนถาม

สภาพเราสองคนเมื่อกี้ดูล่อแหลมไปหน่อยก็จริง แต่ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลย แล้วทำไมเพื่อนผมมันต้องทำตัวส่อพิรุธด้วย? 

“วันนี้เลิกงานช้าเหรอครับ ทำไมเพิ่งมา” ผมขี้เกียจอธิบายจึงแค่ทักทายสั้นๆ พลางยันตัวลุกขึ้นนั่ง ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงถามว่า มาได้ไงหรืออะไรทำนองนั้น แต่เดี๋ยวนี้พี่เขาเข้าออกบ้านหลังนี้หรือแม้แต่ห้องนอนของผมบ่อยจนกลายเป็นเรื่องปกติ (ที่ค่อนข้างผิดปกติ) เพราะแค่ในช่วงเวลาสั้นๆ พ่อกับแม่กลับไว้วางใจพี่เมฆราวกับเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวเรา

“พี่มีนัดคุยงานกับลูกค้าช่วงบ่าย เพิ่งปลีกตัวออกมาได้”

ลูกค้า...คงหมายถึงลูกค้าที่รับซื้อสินค้าทางการเกษตร

“แล้วพี่จะอยู่กินข้าวเย็นที่นี่ไหมครับ”

“เอาสิ” ร่างสูงกำยำสาวเท้ามาที่เตียง บรรยากาศกดดันในตอนแรกเบาบางลง

“งั้นกูกลับก่อนนะวา” ไอ้ต้นที่ยืนเงียบอยู่นานพูดแทรกขึ้นก่อนจะเดินเร็วๆ ไปที่โต๊ะ คว้ากระเป๋าเป้ขึ้นสะพายบ่า

“อ้าว กินข้าวเย็นด้วยกันก่อนสิ”

“ไม่เป็นไร ไว้วันอื่นแล้วกัน...ขอบใจนะ” มันว่าแล้วรีบสาวเท้าออกจากห้อง ตอนเดินผ่านพี่เมฆนอกจากจะไม่ยกมือไหว้ลาแล้ว หน้าพี่เขามันยังไม่มอง ดูเหมือนจะเกรง แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ให้ความเคารพ

ความรู้สึกที่ได้เจอต้นครั้งแรกเมื่อเดือนก่อน คือมันเป็นคนกล้าได้กล้าเสียไม่กลัวใครและออกจะก้าวร้าวไปหน่อยด้วยซ้ำ แต่พอได้รู้จักกันถึงเข้าใจว่าจริงๆ แล้ว มันเป็นคนจิตใจอ่อนโยนคนหนึ่งที่พยายามแสดงออกตรงข้าม ใช้ความแข็งกร้าวปกปิดความอ่อนแอ...ไม่ต่างจากผมนักหรอก

มันเลยทำให้ผมคิดว่า...พี่เมฆคงเคยทำอะไรที่เลวร้ายมากพอจะให้ไอ้ต้นเกรงได้ขนาดนี้ เพราะถึงมันจะแสดงท่าทีต่อต้าน ไม่เคารพ แต่กลับดูเกร็งๆ และพยายามหลบหน้าพี่เขา เผยด้านอ่อนแอที่เคยปกปิดไว้มิดชิดให้ถูกจับได้

คิดอะไรอยู่เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมกับแรงยวบบนฟูกข้างตัว พอในห้องเหลือแค่เราสองคนผมก็รู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะในเวลานี้ที่พี่เมฆกำลังนั่งอยู่ข้างๆ ใช้มือลูบหัวผมเหมือนที่ชอบทำบ่อยๆ

หลายๆ เรื่องน่ะครับผมบอก แหงนมองใบหน้าคมสันที่อยู่สูงกว่า สายตาคมกริบจ้องอยู่ก่อนแล้ว ระยะที่ใกล้จนปลายจมูกแทบแตะกันโดยมีฉากหลังคือห้องนอนกับเตียงหลังใหญ่ มันทำให้ความคิดในหัวผมเตลิดจนหัวใจเต้นแรง

พี่เมฆทำรอยบนตัวผมจริงรึเปล่า เขาคิดยังไงกับผมกันแน่...ผมอยากพิสูจน์

เรื่องแม่กับพี่รึเปล่ามือหนาหยาบเลื่อนมาทาบบนใบหน้าของผม ไล้นิ้วโป้งบนผิวแก้ม เพียงแค่ไออุ่นบางเบาจากปลายนิ้วอีกฝ่ายกลับทำให้หน้าของผมเห่อร้อนแทบไหม้

เปล่า...ผมตอบเสียงเบาหวิว ในหัวคิดแต่ว่าต้องพิสูจน์ให้ได้ แล้วข้อพิสูจน์ที่วาคือการ

จูบ

สายตาหลุบมองริมฝีปากหยักได้รูปที่อยู่ใกล้เพียงฝ่ามือกั้น แค่ผมขยับเข้าไปอีกนิด...อีกนิดเดียว

“...หรือจะเป็นเรื่องเพื่อนวา?” พี่เมฆเลื่อนฝ่ามือต่ำลงมายังลำคอของผม กำเอาไว้หลวมๆ พร้อมกับแตะปลายนิ้วโป้งบนตำแหน่งที่น่าจะมีรอยจ้ำแดงอยู่ ที่บอกว่าเล่น...เล่นอะไรกัน มันบังคับวารึเปล่า

แววตาพี่เมฆดุดันขึ้นอย่างน่ากลัว ขณะเดียวกันฝ่ามือบนลำคอบีบแรงจนทำให้ผมหายใจลำบาก บรรยากาศกดดันจากอีกฝ่ายปัดความคิดบ้าๆ เมื่อกี้ออกจากหัวของผมทันที

เปล่าผมขมวดคิ้ว สับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็แค่เล่นกันปกติ ไม่ได้มีอะไรสักหน่อย

“.....” สายตาคมกริบจ้องมองราวกับกำลังไตร่ตรองว่าสิ่งที่ผมพูดเป็นความจริงหรือคำโกหก ขณะเดียวกันแรงบีบบนลำคอไม่ได้ผ่อนลงเลย

วาหายใจไม่ออกผมบอกด้วยสีหน้าอึดอัดแล้วพยายามแกะมือข้างนั้นออก อีกฝ่ายเหมือนเพิ่งได้สติว่ากำลังทำอะไรอยู่ รีบปล่อยมือจากลำคอของผมราวกับจู่ๆ มันร้อนขึ้นจนโดนลวก

เจ็บรึเปล่าคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน สายตาดุดันเปลี่ยนเป็นห่วงใย ดูอบอุ่นราวกับเป็นคนละคนกับเมื่อครู่

ไม่เจ็บหรอกครับ แค่แปลกใจผมลูบลำคอตัวเอง สับสนกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปมาของคนตรงหน้า

พี่เป็นคนหวงของจู่ๆ พี่เมฆก็เปลี่ยนเรื่องโดยไม่คิดจะขอโทษกับสิ่งที่ตัวเองทำ มือหยาบกร้านวางลงบนหัวผมแล้วลูบเบาๆ รอยยิ้มบนใบหน้าคมสันในเวลานี้เยือกเย็นจนน่าขนลุก ถ้าต้องแบ่งของชิ้นนั้นให้คนอื่น พี่ยอมทำให้มันพังดีกว่า จะได้ไม่ต้องมีใครมาอยากได้ของๆ พี่อีก


Pie2Na

ความจิตของพี่เมฆมันออกมาละครับ ><

มันจะเริ่มร้ายขึ้นเรื่อยๆ ฮ่าๆ แต่เรื่องนี้จบแบบเหม็นความรัก อบอุ่นจนร้อนรุ่มมิต้องกลัวดราม่ากันน้อ

ปล.หนังสือเปิดจองแล้วแต่ยังอัพให้อ่านกันเรื่อยๆจนจบนะจ้า

อยากอ่านกันไวๆ เม้นโลดดด เค้ารอกำลังใจอยู่

ขอบคุณครับ ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

271 ความคิดเห็น

  1. #141 Aunchiree (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 14:48
    โห้วววความโหด
    #141
    0
  2. #113 to-tree (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 16:29
    โดดลงเรือต้นวาอย่างเร็ว
    #113
    0
  3. #101 chicky lovely (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 06:02
    ชิปคู่นี้ #ทีมต้นวา ฮือ เรือผีสุดๆ น้องรักความเฟรนด์โซนนี้
    #101
    0
  4. #95 'นมชมพู' (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 15:55
    วรั้ย แซ่บบบ
    #95
    0
  5. #94 gronchawan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 12:13
    อื้อหืมอออ
    #94
    0
  6. #92 foreverkyungsoo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 01:11
    รอรอรอรอความจิตเลย
    #92
    0
  7. #91 kalapakr (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 13:23
    ถึงพี่เมฆจะน่ากลัวแต่เค้าก็ชอบน้าาาาา
    #91
    0
  8. #90 aumpika_boy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 12:22
    พี่เมฆน่ากลัวขึ้นทุกวันๆ 😂
    #90
    0