[เปิดจอง] Bad Bro. คลั่งรัก [Yaoi : Incest]

ตอนที่ 12 : Chapter 11 :: รอยจูบ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,860
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    27 พ.ย. 60

Chapter 11

รอยจูบ



 

            [Special Part: Make]

            ระหว่างกินมื้อเช้าจนกระทั่งผมขับรถมาส่งวาที่บ้าน เราคุยกันแทบนับคำได้ สีหน้าของน้องดูเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา ส่วนผมเองก็ไม่ต่างกันนัก...ผมกำลังหงุดหงิดตัวเองในสิ่งที่ เผลอทำกับวา

 เมื่อคืนอาจจะยังอ้างเหตุผลที่ว่า ดื่มเยอะไปนิดหน่อย เลยขาดความยับยั้งชั่งใจแต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตอนเช้า มาจากการกระทำอย่างมีสติครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์

ผมจงใจโอบวาให้แน่นขึ้น...จงใจลูบฝ่ามือลงบนหน้าท้องแบนราบและสูดดมลำคอเรียวเล็กนั่นด้วยความลุ่มหลง

เคยคิดนะว่า...ถ้าตัวเองได้เห็นร่างกายขาวโพลนของน้องชายเปลือยเปล่าอยู่ต่อหน้า คงไม่มีทางเกิดอารมณ์ใดๆ ขึ้นมาได้ และภาพชวนวาบหวิวในหัวที่เคยจินตนาการไว้ทั้งหมดจะต้องพังทลาย เพราะต่อให้วาตัวเล็กผอมบางเหมือนผู้หญิงมากแค่ไหน ภายใต้เสื้อผ้าพวกนั้น...เรามีทุกอย่างเหมือนกัน

แต่ผมคิดผิด

ร่างกายผอมบางนั่นแตกต่างจากร่างกายกำยำล่ำสันของผมอย่างสิ้นเชิง...ผิวของน้องขาวเนียนละเอียดไปทั้งตัว แขนขาเรียวเล็ก จะจับหรือแตะต้องส่วนไหนก็อ่อนนุ่มไปหมด ไม่ได้แข็งกระด้าง หยาบกร้านเหมือนผู้ชายคนอื่น เอวคอด สะโพกกลมกลึงขาวอมชมพู แค่คิดก็ชวนให้ลมหายใจติดขัด

ภาพเรือนร่างขาวผุดผ่องที่ยังชัดเจนในหัว ตอกย้ำความผิดพลาดที่ว่า...เมื่อคืนผมไม่ควรเปลี่ยนเสื้อผ้าให้วาเลยจริงๆ แต่ถ้าจะบอกว่าใครผิด คงเป็นวาที่เริ่มจูบผมก่อน ทำให้ผมเผลอไผลไปกับรสจูบไร้เดียงสา จนต้องหาทางลบความรู้สึกที่เกิดขึ้นด้วยการเปลื้องผ้าอีกฝ่ายออก ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้กลับตรงกันข้าม...

ผมแตะเบรกเบาๆ เมื่อรถแล่นมาถึงหน้าบ้านของวา หันมองน้องชายตัวผอมที่นั่งอยู่ด้านข้างก็เผลอถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ต่อไปผมคงต้องระวังตัวให้มากขึ้น ถึงจะมั่นใจแค่ไหนว่าความรู้สึกที่มีให้วาคือความห่วงใยในฐานะพี่ชายคนหนึ่ง แต่เนื้ออยู่ใกล้ปากเสือ ยังไงก็ยากจะห้ามใจไม่ให้เผลอขย้ำ

“พี่เมฆ...” จู่ๆ ว่าก็เรียก แต่พอหันไปมองน้องกลับก้มหน้าหลบ พูดจาไม่เต็มเสียงผิดจากบุคลิกเด็กที่ดูมั่นใจและเอาแต่ใจตัวเองอย่างทุกที “พี่...ไม่ได้รังเกียจวาใช่ไหม”

“ทำไมพี่ต้องรังเกียจ” ผมงงกับคำถาม

“ก็ที่วา...จูบพี่เมื่อคืน” แก้มเนียนใสเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำทั้งที่คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน สีหน้ากังวลใจ “พี่ไม่ได้ชอบผู้ชายพี่อาจจะขยะแขยงกับสิ่งที่วาทำ”

วากำลังบอกว่า...ผมอาจจะรังเกียจเพราะผมไม่ได้ชอบเพศเดียวกัน แต่รสนิยมของวาแตกต่างจากผม เลยกล้าทำแบบนั้น?

ความจริงที่เพิ่งรับรู้ควรทำให้ผมตกใจและผิดหวังในตัวน้องชายคนเดียวที่มี แต่แปลก...ผมกลับรู้สึกดีอยู่ลึกๆ อย่างหาเหตุผลไม่ได้

“พี่ไม่ได้รังเกียจ” ผมตอบด้วยรอยยิ้มแล้วยื่นมือไปยีหัวน้องเหมือนที่ชอบทำ “พี่จะรังเกียจน้องตัวเองได้ยังไง”

“อืม...” คราวนี้วากล้าหันมาสบตาผมตรงๆ แต่สีหน้ากลับดูตึงเครียดกว่าเดิม “ถ้าพี่ไม่ได้รังเกียจหรือโกรธอะไรวา...วาขอถามพี่อีกเรื่องได้ไหม”

            “.....”

            “เมื่อคืนไม่รู้ว่าพี่ตอบวารึยัง วาเมามากเลยจำอะไรไม่ค่อยได้” น้องเม้มปาก เว้นช่วงครู่หนึ่งก็พูดขึ้นอีกครั้ง “พี่กับแม่มีความสัมพันธ์กันยังไง”

            “พี่กับแม่วาก็แค่คนรู้จักที่เคยมีปัญหากัน...” ผมยิ้ม ตอนแรกก็แอบกังวลกลัวน้องจะรู้ความจริง เร็วเกินไป แต่เมื่อคืนเจ้าตัวดันหลุดปากบอกทุกอย่างออกมาเอง “ไม่ใช่อย่างที่วาคิดหรอก”

            “ปัญหาอะไรครับ แล้วเท่าที่วาเห็น สิ่งที่พี่ทำกับแม่มันดูไม่เหมือนแค่คนรู้จักกันธรรมดา”

            “พี่ยังบอกวาตอนนี้ไม่ได้ แต่เชื่อพี่เถอะ...พี่ไม่ยุ่งกับผู้หญิงอายุรุ่นแม่ที่มีครอบครัวแล้วหรอก ถ้าเกิดว่าพี่กับแม่วาแอบคบชู้กัน คิดว่าพ่อวาจะดูไม่ออกเลยเหรอ” ผมกลั้วหัวเราะ “น้าอาทิตย์เป็นคนฉลาด เขาไม่มีทางถูกสวมเขาได้หรอก”

            “พี่จะให้วาเชื่อทุกอย่างที่พี่พูด?

            “ถ้าคิดว่าพี่โกหก ก็ลองไปถามน้าอาทิตย์ดูสิ เรื่องระหว่างพี่กับแม่วา น้าอาทิตย์รู้ดีทุกอย่าง”

            “ก็ได้...วาจะลองถามพ่อดู” น้องถอนหายใจ สีหน้าคลายกังวลลง

            “กลับเข้าบ้านไปพักผ่อนได้แล้ว” ผมเลื่อนมือที่วางอยู่บนหัวทุยๆ ลงมาสัมผัสใบหน้า ลูบผิวแก้มเนียนใสอย่างแผ่วเบา ก่อนจะไล้ต่ำลงมาบริเวณลำคอ แตะปลายนิ้วบนรอยจ้ำแดงสองรอยที่เด่นชัดตัดกับผิวขาวจัด...วาคงยังไม่สังเกตเห็นเพราะที่กระท่อมมีแค่กระจกบานเล็ก

            “ไว้เจอกันครับ” มือเรียวดึงรั้งมือผมออกจากลำคอ ก่อนจะเปิดประตูก้าวลงจากรถ กว่าที่ผมจะดึงสติกลับมาได้อีกครั้ง ประตูรถก็ถูกกระแทกปิดลงแล้ว แต่ผมยังคงจอดรอจนกระทั่งแผ่นหลังผอมบางหายลับไปหลังรั้วกั้น

            ก่อนจะเหยียบคันเร่งขับออกไป ภาพรอยจ้ำแดงบนลำคอเรียวยาวนั้นผุดขึ้นมาในหัวและทำให้ผมเกิดความคิดที่ว่า...มีเวลาว่างเมื่อไหร่คงต้องหาผู้หญิงสักคนมาปรนเปรอตัวเอง

[End Make’s Part]

 

            นาฬิกาตั้งพื้นหลังใหญ่ตีบอกเวลาเก้าโมงเช้าพอดีตอนที่ผมก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกอย่างดูเงียบสงัดตามปกติ แม่บ้านสองคนกำลังช่วยกันถูพื้นห้องโถง ผมเดินผ่านพวกเธอไปยังบันไดทางขึ้นชั้นสอง แต่ก็ต้องชะงักเท้า มองผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งท่าทางภูมิฐานในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ในห้องรับแขกด้วยความแปลกใจเล็กน้อย

            “วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอครับ”

ปกติมักเป็นแม่ที่คอยมานั่งรอผมกลับบ้าน ส่วนพ่อต้องไปดูงานที่ต่างประเทศบ่อยๆ ต่างจังหวัดบ้างบางครั้ง แต่ต่อให้อยู่บ้านก็หมกอยู่ในห้องทำงาน ห้องนอน จะเจอหน้าผมแค่ตอนทานข้าวหรือมีกิจกรรมที่ต้องทำร่วมกันเท่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่ย้ายมาบ้านหลังนี้แล้วเจอพอนั่งชิวจิบชาในห้องรับแขก

            พ่อวางแก้วชาในมือลงบนโต๊ะกระจก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้ผมพร้อมกับตบฝ่ามือลงบนโซฟาตัวยาวที่กำลังนั่งอยู่ “มานั่งนี่ก่อนสิ...ช่วงนี้พ่อทำงานหนักไปหน่อย ไม่ค่อยได้ใส่ใจลูกชายเท่าไหร่ เลยอยากพักอยู่บ้านคุยกับลูกชายบ้าง”

            “ทำตัวแปลกๆ นะครับ...พ่อมีอะไรรึเปล่าเนี่ย” ผมถามหลังจากนั่งลงข้างๆ พ่อ ในใจแอบกังวลเรื่องแม่กับพี่เมฆ คิดไปว่าพ่ออาจจะอยากถามผมเรื่องนั้น

            “ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากคุยด้วย”

            “.....”

            “ช่วงนี้ได้ยินแม่บอกว่าเราไม่ค่อยอยู่บ้าน เมื่อคืนไปนอนค้างที่ไหนมาเหรอ”

            “วาไปค้างบ้านพี่เมฆน่ะครับ อยู่บ้านตัวเองมันเบื่อๆ ที่นู่นนอนกลางป่าบรรยากาศดี” ผมพยายามตอบให้เป็นธรรมชาติที่สุด “แล้วนี่แม่ไปไหนครับ”

            “ออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าแล้ว เห็นว่าต้องไปงานแต่งเพื่อนที่ลอนดอน อีกสามสี่วันกว่าจะกลับ”

            “อ๋อ แม่ไม่อยู่ พ่อเลยมาเฝ้าธารแทน กลัวลูกชายนอกลูกนอกทางว่างั้น”

            “ใช่น่ะสิ ยิ่งอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อด้วย ต้องคุมเป็นพิเศษ” ฝ่ามืออุ่นวางลงบนหัวผม ออกแรงขยี้จนเส้นผมยุ่งเหยิงไปหมด “แล้วนี่เรากับพี่เมฆเป็นยังไงบ้าง เดี๋ยวนี้ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดนี่ พี่เขาใจดีกับเราไหม”

            “จะว่าดีก็ดี แต่...บางอย่างที่พี่เขาทำ มันดูแปลกๆ”

            “แปลกยังไง?

            “พ่อครับ...พ่อรู้เรื่องอะไรระหว่างแม่กับพี่เมฆบ้างไหม”

            สีหน้าของพ่อดูแปลกใจที่ผมพูดถึงเรื่องนี้ “ลูกไปรู้อะไรมา”

            “วาเห็น...แม่กับพี่เมฆ ทำตัวสนิทสนมกัน ดู...ไม่ค่อยปกติเท่าไหร่” ผมพยายามใช้คำให้กำกวมเข้าไว้ เพราะถ้าพ่อรู้พ่อก็จะนึกออกได้ทันทีว่าผมหมายถึงอะไร แต่ถ้าไม่รู้ก็จะได้ไม่เอาความลับบ้าๆ นั่นมาทำให้ครอบครัวแตกแยก

            “ก่อนที่แม่เราจะย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ แม่สนิทกับพี่เมฆมาก แล้วเคยทำเรื่องไม่ดีกับพี่เขาไว้ ตอนนี้เลยพยายามแก้ความผิดพลาดของตัวเองอยู่”

            เพราะสนิทกัน พี่เมฆเลยกล้าแตะต้องตัวแม่? ในเมื่อพ่อรู้เห็นทุกอย่างงั้นเรื่องไม่ดีที่ว่าคงไม่ใช่อย่างที่ผมคิด

            “บอกได้ไหมครับว่าเรื่องไม่ดีที่แม่ทำไว้คืออะไร”

            “รอให้วาโตกว่านี้อีกหน่อย พ่อกับแม่จะอธิบายทุกอย่างให้ลูกฟังนะครับ” ท่อนแขนแข็งแรงยกขึ้นพาดบนไหล่ผม แล้วล็อคคอดึงเข้าไปหอมแก้มแรงๆ หลายครั้ง ไรหนวดที่เพิ่งขึ้นครูดกับผิวทำให้รู้สึกทั้งคันทั้งจักจี้จนผมหลุดหัวเราะเสียงดัง

            “ฮ่าๆ พ่อ วาโตแล้วนะ เล่นอะไรเนี่ย” ผมพยายามผลักใบหน้าคมคายออกห่างด้วยฝ่ามือทั้งสองข้าง ผลักกันไปดันกันมาอยู่ครู่ใหญ่พ่อถึงยอมหยุด ดวงตาคมกริบที่ดุดันในบางครั้งจ้องเขม็งมายังลำคอของผม อะไรครับ”

            “นี่เราไปโดนอะไรมา” ฝ่ามือที่ทั้งใหญ่โตและอบอุ่น จับหลังคอของผมเอาไว้ ลูบปลายนิ้วโป้งลงบนผิวข้างลำคอ ก่อนจะใช้มืออีกข้างที่ว่างดึงคอเสื้อผมลงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “รอยแดงเต็มไปหมด ที่หน้าอกก็มีตั้งหลายรอย”

           ผมก้มมองลอดผ่านคอเสื้อลงไป เห็นรอยจ้ำแดงตามแผงอกและหน้าท้อง บางรอยเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวช้ำด้วยซ้ำ “โดนอะไรวะเนี่ย” สบถด้วยความตกใจแล้วรีบถอดเสื้อตัวเองออก พลิกตัวหันหลังให้พ่อดู “พ่อดูให้วาหน่อยสิ ข้างหลังมีเยอะไหม...โดนแมลงกัดอีกแล้วมั้ง”

            “.....คนด้านหลังนิ่งเงียบขณะที่ปลายนิ้วแตะไล้ไปเรื่อยจากหัวไหล่มายังแผ่นหลัง แล้วหยุดนิ่งบริเวณสะโพกเหนือขอบกางเกงขาสั้นเล็กน้อย

            “...พ่อ?” ผมเรียกเมื่อพ่อไม่ยอมตอบสักที ฝ่ามืออุ่นจับไหล่ผม ออกแรงหมุนตัวให้กลับไปเผชิญหน้า ก่อนที่สายตาคมกริบจะมองสำรวจตั้งแต่ลำคอลงมาหยุดตรงขาอ่อนที่โผล่พ้นขากางเกง ปลายนิ้วสากจากการออกกำลังกายแตะลงบนรอยช้ำที่เริ่มกลายเป็นสีเขียว

            “วา...ลูกมีแฟนแล้วเหรอ”

            “ฮะ?

            “ตรงนี้มีรอยฟัน”

            ผมมองตามสายตาพ่อ ถ้าลองสังเกตรอยจ้ำสีแดงช้ำอมเขียวดีๆ จะเห็นว่ามันคือรอยฟันจากกการถูกขบกัดและดูดเม้มแรงๆ ทำให้ผมนึกถึงภาพความทรงจำเลือนรางที่ไม่รู้ว่าแค่ฝันหรือความจริง...ภาพที่ผมกำลังนอนหอบกระเส่าอยู่ใต้ร่างกายกำยำ ถูกดูดดึงสัมผัสเรือนร่างแทบทุกส่วนด้วยริมฝีปากและฝ่ามือของอีกฝ่าย

            หรือว่าพี่เมฆ...ไม่จริงน่า...

            “ตรงนี้ไม่เจ็บเหรอ”

แรงสะกิดเบาๆ ที่ตุ่มไตบนหน้าอกทำเอาผมสะดุ้งโหยง รีบปัดมือพ่อออกด้วยความตกใจ “พ่อ! เล่นอะไรเนี่ย!

            “พ่อเห็นมันดูบวมๆ เลยเป็นห่วง”

            “พ่อ!” หน้าของผมเห่อร้อนแทบระเบิด “วาขึ้นห้องก่อนนะ”

            “เดี๋ยว...” พ่อคว้าข้อมือผมไว้ไม่ให้ลุกขึ้น น้ำเสียงที่เคยเรียบเรื่อยปนขี้เล่นมาตลอด เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “คุยกันก่อน”

            “.....

            “ตอนทำได้ป้องกันรึเปล่า?

            “ป...ป้องกันอะไรล่ะ” ผมขมุบขมิบปากตอบ ไม่กล้าสบตาพ่อที่จ้องเขม็งมองอยู่ “ยังไม่ได้มีอะไรกันสักหน่อย”

            คิดว่างั้นนะ...

            “แน่ใจ?

            กวาดตามองรอบด้านให้แน่ใจว่าไม่มีแม่บ้านมาทำความสะอาดบริเวณนี้ ค่อยอธิบายด้วยระดับเสียงเบาจนแทบกระซิบ “ก็แค่กอดจูบกันธรรมดา ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยหรอกครับ”

            จู่ๆ พ่อก็คว้าขาผมข้างหนึ่งไปวางบนตักตัวเองแล้วถลกชายกางเกงขึ้น ทำเอาผมที่ไม่ทันตั้งหลักเกือบหงายหลังฟุบกับเบาะ “นี่เรียกว่าธรรมดา?” เสียงถอนหายใจเฮือกดังมาจากคนตรงหน้าเมื่อเห็นรอยคิสมาร์กที่โคนขาของผม “ถ้าถึงขั้นถอดเสื้อผ้าล่อนจ้อนกันทั้งสองคน ยังไงก็ต้องป้องกัน”

            พ่อต้องหาความรู้เรื่องเพศศึกษามาอ่านเพิ่มแล้วครับผมเริ่มหัวร้อน ยิ่งเครียดๆ ด้วยว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะยังแยกแยะไม่ออกระหว่างเรื่องจริงกับความฝัน นี่ต้องมาโดนพ่อดุอีก แค่กอดจูบกันไม่ทำให้ท้องหรอก พ่อไม่มีทางได้อุ้มหลานก่อนวาเรียนจบแน่ วางใจได้

            วา...พ่อไม่ได้ห่วงเรื่องนั้น พ่อแค่กลัวลูกจะติดโรคจินตนาการไม่ออกเลยว่า ผู้ชายกับผู้หญิงกอดจูบกันจะติดโรคได้ยังไงหรือพ่อคิดไปถึงการ Oral Sex[1]? “พ่อไม่ห้ามหรอกนะถ้าวาจะทำเรื่องแบบนั้น พ่อเข้าใจว่าเรากำลังอยู่ในช่วงอยากรู้อยากลอง ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ แต่รักสนุกยังไงก็ต้องรู้จักป้องกัน

            “...ครับผมรับปากทั้งที่ยังไม่แน่ใจทั้งหมดว่าพ่อหมายถึงอะไร เพราะอยากหนีขึ้นห้องเต็มที

            หัดพกถุงยางติดตัว เผื่อไว้ทั้งของตัวเองกับของแฟน...พ่อไปซื้อให้ได้นะ บอกไซซ์ลูกกับแฟนมาสิ

ยิ่งพูดยิ่งแล้วใหญ่...เดี๋ยวนะ นี่แสดงว่าพ่อรู้เรื่องรสนิยมทางเพศของผมมาตลอดทั้งที่เราไม่เคยคุยกันเรื่องนี้ และที่พ่อพยายามบอกให้ผมป้องกัน ไม่ใช่แค่จากการทำ Oral Sex อย่างผู้หญิงผู้ชายทั่วไป แต่รวมถึงการมีเซ็กซ์แบบไม่สอดใส่ระหว่างผู้ชายกับผู้ชายด้วย

...ผมกับพ่อคุยกันมาไกลขนาดนี้ได้ยังไง

โอเคพ่อ…” ผมยกมือลูบหน้า ถึงจุดนี้มันเกินคำว่าอายไปมากแล้ว เราหยุดเรื่องนั้นเอาไว้ก่อน วารู้ว่าควรป้องกันตัวเองยังไง

แค่รู้ไม่พอ ต้องทำด้วยล่ะ

เฮ้อถอนใจแรงๆ ไปทีหนึ่งจึงพูดต่อ พ่อรู้ตั้งแต่ตอนไหน แล้วรู้ได้ยังไงว่าวาชอบผู้ชาย

ตอนวาเรียนม.สอง แม่มาฟ้องพ่อว่าเห็นเราจูบกับเพื่อนผู้ชายในห้องนอน

ย้อนกลับไปตอนมัธยมต้น ในห้องนอนผมวันนั้น เพื่อนสนิทที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่ประถม ดันมาสารภาพรักกับผม ผมเองก็รู้สึกชอบมัน แต่ยังสับสนว่าเป็นความชอบแบบไหน จนโดนมันจูบในห้องนอนวันนั้น...พอขึ้นมัธยมปลายเราก็ห่างกัน มันไปมีแฟนเป็นผู้หญิง ส่วนผมเองดันไม่มองเพศตรงข้ามอีกเลย

ถึงว่าสิ...ตอนนั้นแม่เลยทำตัวแปลกๆ ดูเงียบๆ ไม่ค่อยพูดค่อยจาอยู่เกือบอาทิตย์

พ่อกับแม่...ผิดหวังในตัววาไหม

ผิดหวังสิพ่อขมวดคิ้ว ทำเสียงดุ ผิดหวังที่ลูกปิดบังคนที่ลูกควรไว้ใจที่สุด รู้ไหมแม่เสียใจมากที่ลูกเก็บเรื่องนั้นไว้ ไม่ยอมบอกพวกเรา

วา...ขอโทษ

มานี่มาพ่อดึงผมเข้าไปกอด ลูบหัวลูบหลังปลอบอยู่พักใหญ่ก็จับต้นขาผม ก้มลงดูรอยช้ำบริเวณนั้นอีกหนด้วยสีหน้าไม่พอใจเอามากๆ และด้วยฝ่ามือของพ่อค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับขาผอมแห้ง จึงแทบจะกำรอบขาข้างนั้นไว้ พอเผลอบีบแรงๆ เลยทำให้ผมเจ็บอยู่บ้าง นี่เขากัดลูกแรงมาเลยนะ...เขาเป็นพวกซาดิสม์รึเปล่า

หยุดล้อวาสักทีน่า

ใบหน้าคาสันที่ก้มต่ำในตอนแรก เงยขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเปลี่ยนมาจ้องรอยจ้ำแดงที่หน้าอกแทน...จ้องในกระยะประชิดจนปากแทบจะแตะโดนตุ่มสีแดงอมชมพูข้างหนึ่งบนอกผมอยู่แล้ว

ตรงนี้ห้อเลือดด้วยพ่อขมวดคิ้วว่า ทั้งที่ยังจ้องไปตามร่องรอยตามหน้าอกผมไม่เลิก ระวังตัวไว้หน่อยนะลูก พ่อไม่ไว้ใจเขาเลย

อย่าห่วง…”

ว๊าย!พูดไม่ทันจบประโยค เสียงกรี๊ดของใครบางคนก็ดังขัดขึ้น หันไปมองถึงเห็นว่าเป็นพี่แม่บ้านที่กำลังเก็บไม้ถูพื้นที่ทำหลุดมือด้วยท่าทางลนลาน ขอโทษค่ะๆเธอก้มหน้าก้มตาไม่กล้ามองมาทางพวกเรา และหลังจากพูดซ้ำๆ คำเดิมก็เดินหลบออกจากห้องรับแขกไป

พี่เขาเข้าใจผิดอะไรรึเปล่า

ช่างเขาเถอะพ่อคว้าหลังคอผม แล้วเอียงหน้ามองที่ต้นคอ สีหน้าเครียดหนักกว่าเดิม ตรงนี้ก็มีรอยฟัน

คุณอาทิตย์ครับ มีพัสดุ…” กล่องพัสดุกับซองเอกสารในมือพี่ขุนร่วงตกพื้น ใบหน้าคมสันอึ้งงันไปเล็กน้อย แต่เพียงครู่เดียวก็กลับเป็นปกติ ก่อนที่เจ้าตัวจะหยิบของทั้งหมดบนพื้นหินอ่อนขึ้น เอามาวางไว้บนโต๊ะกระจกตรงหน้าพวกเรา ผมไม่ชอบยุ่งเรื่องภายในครอบครัวคนอื่น แต่เรื่องนี้ผมคงต้องรายงานคุณฝน

ฮ่าๆพ่อหลุดหัวเราะเสียงดังอย่างไม่หวงภาพลักษณ์ทั้งที่ยังมองไปตามร่างกายของผม สำรวจทุกซอกทุกมุมจนพอใจแล้วก็ยื่นมือมาขยี้หัวผมแรงๆ อีกที แล้วผละตัวลุกเดินขึ้นบันไดไปโดยไม่ยอมอธิบายอะไรสักคำ

คุณวา…” สีหน้าพี่ขุนดูกระอักกระอ่วนตอนที่ถามขึ้นว่า คุณอาทิตย์ไม่ได้ข่มเหงคุณวาใช่ไหมดวงตาคมกริบมองสำรวจรอยจ้ำแดงตามเนื้อตัวผมด้วยสาตาเป็นห่วง

ข่มเหงพ่อพี่ดิ!ผมกระแทกเสียงใส่หน้าอีกฝ่ายด้วยทั้งอายทั้งโกรธ รีบคว้าเสื้อยืดที่วางพาดอยู่บนพนักผิงโซฟามาสวม แล้วเดินผลุนผลันขึ้นห้องไป



[1] Oral Sex หมายถึง การร่วมเพศทางปาก ซึ่งโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สามารถติดต่อจากการทำ Oral Sex ได้  ไม่ว่าจะเป็นหนองในแท้, หนองในเทียม, เริม, หูด, ซิฟิลิส หรือแม้กระทั่งเชื้อไวรัสตับอักเสบ และยังเสี่ยงติดเชื้อ HIV หากผู้ทำ Oral Sex มีเลือดออกในช่องปากจากแผลหรือเหงือกอักเสบ โดยมีความเสี่ยงติดเชื้อทั้งสองฝ่าย


จบตอนนี้มีทีมเรือผีป่าว หึๆ

สปอยล์ตอนหน้าพี่เมฆเรามีหึง

ขอบคุณทุกคอมเม้นน้า

ปล.หายไปนาน ไปอยู่วัดมาอาทิตย์นึง ^o^

ชื่อเพจเขา Pie2Na ฝากไลท์ด้วยน้อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

271 ความคิดเห็น

  1. #140 Aunchiree (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 14:41
    เเล้วต่อมา ฉันก็อยากให้วาได้กับพ่อ ความบาปนี้
    #140
    0
  2. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 18:51
    โห จิ้นงี้ผิดไหมเนี่ยยย เรือผีก็มา555
    #89
    0
  3. #88 palmy3050 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 09:04
    ดราทีมพ่อเรือผีค่าาาา5555
    #88
    0
  4. #87 my_markbam9397 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 22:02
    คุณพ่อก็แซ่บไม่เบาเด้ออออ เอิ้ววว น้องวาจะโดนมั้ย งื้อ พี่เมฆซาดิสม์หรอคะ
    #87
    0
  5. #85 Popularpong (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 19:43
    คุณพ๊อออออออออ ดูดกลบรอยไปเลยค่ะ รออะไร!
    #85
    0
  6. #84 gronchawan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 19:58
    รอๆๆๆๆๆ
    #84
    0
  7. #83 Popularpong (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 16:26
    พ่อคะะะ
    #83
    0
  8. วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 11:21
    โอ้ะโอ เอาแล้ววว 55555
    #82
    0
  9. #76 palmy3050 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 10:16
    ความสัมพันคือเพื่อนงี้ใช่มั้ย นี้คืดไปไกลเลย5555
    #76
    0
  10. #75 song0 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 09:34
    รอบจ้ำอะไรคะที่หน้าอก งื้ออออออ -//-
    #75
    0