เรื่องจริงเด็กเกรียน - นิยาย เรื่องจริงเด็กเกรียน : Dek-D.com - Writer
×

เรื่องจริงเด็กเกรียน

เป็นเรื่องจริงๆของเด็กเกรียนๆ ที่ผ่านอะไรมานักต่อนัก

ยอดวิวรวม

49

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


49

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนตอน : 0 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  5 มี.ค. 57 / 00:00 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


อะๆ ก่อนอื่นเลย เราต้องมาทำความเข้าใจกันนิสสนุง !! (ไทยวิบัติ) 

กฏของเรามี เเค่ 3 ข้อด้วยกันในการอ่านเรื่องจริงของเรา !! (ไม่ดังเเมร่งยังเสร่อตั้งกฏ)

โอเค         ข้อที่หนึ่ง  เราเป็นคนกันเอง เพราะฉะนั้นนิยาย หรือเรื่องที่เราจะเขียนมันมีคำหยาบ (รับได้ป่ะ)
                ข้อที่สอง   เราเป็นคนๆ หนึ่งที่รักความกวนทีน !! เเละเป็นคนตรงไปตรงมา
               ข้อที่สาม   ถ้ารับไม่ได้ให้กลับไปอ่านข้อที่หนึ่งเเละข้อที่สองใหม่ แล้วจึงมาอ่านนิยาย !! โอเค ??


คอนที่ (1) ชีวประวัติ?? (ใครอยากรู้ฟร่ะ)
                 
                   โอเค....งั้นมาเริ่มเข้าเรื่องกันเลย !!! เราเป็นคนๆ หนึ่งที่รักความสบาย (ในสมัยก่อน) ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 ปี >>> คนพอจะเดาถึงอายุผู้เขียนได้ !! เราเป็นเด็กคนหนึ่งที่อาศัยอยู่กับปู่ !! อื้มมพ่อเเม่เหรอ อย่าไปถามถึงเขา เขาเป็นคนที่รักเรามาก รักจน (ไม่) อยากจะเอาเราไปอยู่ด้วย เง้อ !! เเต่เราก็ไม่เเคร์นะ เมื่อก่อนเนี่ย (มั่นใจในตัวเองสูงสัสๆ) คิดว่าเออกุอยู่กับปู่ ปู่ดูเเลกุได้เเหละ กุไม่ง้อเมิงหรอก !! เชอะ ว่าเเล้วก็เดินเข้าบ้านไป อยู่กับปู่ตั้งเเต่อายุ 5 ขวบ ปู่เราเนี่ยเป็นคนที่รักหลานๆ ที่เรียนเก่ง เพราะฉะนั้น เราต้องโดนตื่นมาตั้งเเต่ ตี 5 เพื่อ?? มานั่งอ่านหนังสือ !! เเล้วยังไง ทำไมต้องทำ ขัดไม่ได้หรอกเพราะเราเลือกเองเเล้วหนิ ว่าจะอยู่กับปู่ โอเคงั้นกุผิด กุต้องยอมทำ !! อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ จนกระทั้ง 6 โมงเช้า !! เราก็ได้อาบน้ำ เเต่งตัวไป ร.ร. เราเรียนอยู่ ร.ร.เทศบาล อะไรไม่บอก !! เดี๋ยวรู้ยันบ้าน 5555+  ระหว่างเดินทางไปเรียน เราเดินทางด้วย เท้า ! ใช่เราเดินไป ร.ร. เเถมเงินไปร.ร. (ตอนเรียนอนุบาล) เรายังไม่ได้สักบาทนึง 50 สตางค์กุยังไม่เห็น !! (เศร้าเเป๊บ) แล้วทำไงเหรอ !! ใครๆที่เคยเรียนโรงเรียนเทศบาลพอจะรับรู้ได้ว่า !! เป็น โรงเรียนของรัฐบาล ใน นโยบาย เรียนดี เรียนฟรี 12 ปี (ปกติมันเขียน 15 ปี 15 พ่องงเดะ) เพราะฉะนั้นเขาก็มีข้าวเที่ยง มีน้ำใหดื่ม สรุปเเล้วชีวิตกุไม่ต้องการอะไรเเล้ว อยู่เเค่นี้พอ !! เเล้วก็เรียนไปเรื่อยๆ ผลสอบของอนุบาลออกมา อุ๊ต๊ะ !! ที่หนึ่งของห้อง !! ดีใจเเทบตาย  มันน่าดีใจนะ (คิดดูตอนคุณเด็กๆ คุณจะรู้สึกยังไง มันเป็นที่ 1 เเรกเลยนะ คนที่ไม่ดีใจสงสัยคุณคงไม่เคยได้) เเล้วก็เป็นอย่างนี้ ตลอดยัน อนุบาลสอง (อ่อลืมบอกไป ร.ร. มีเเค่ 2 อนุบาล) 

 


                 พอขึ้น ป.1  การเงิน หรือ อะไรก็เรื่มขยับขึ้นมานิดๆ หน่อยๆ จากอนุบาลไม่ได้เงินไปโรงเรียนเลย ก็ได้เพิ่ม มา 10 บาท สรุปเรียน ป.1 ได้เงินไป โรงเรียน 10 บาท การเดินทางเหรอ ยังคงเดิน!!! (เเล้วดันมารู้ที่หลังอีกเเม่เลิกกับพ่อ เเล้วไปมีพ่อเลี้ยง) โอเคนั่นมันไม่ใช่เรื่องของเรา มันกลายเป็นเรื่องของเขาเเล้ว เราต้องตั้งใจเรียนให้มากขึ้น (เพื่อเขาจะเห็นใจ) อัพค่าขนมเพิ่ม ตั้งใจเรียน !! จนกระทั้ง จบ ป.1 ด้วย อันดับที่ 1 ของห้อง !! เเล้ว เกิดไรขึ้นอะ ทำไม ที่บ้านทำหน้าตาเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ!! (เมิงต้องการอะไรจากกุเนี่ย) มันเป็นเเค่ความคิด อ่านะ!! เสร็จเเล้วก็ต้องนั่งอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ ทุกวัน วันละ 2 ชั่วโมง!! เห้ยกุ ป.1 นะนั่น อ่านออกไม่ออกก็งูๆ ปลาๆ ไป ทีเด็ดของเรื่องนี้อยู่ตรง สูตรคูณ !! ต้องจำให้ได้ภายในเวลา 1 เดือน !! เเม่ 1-12 ท่องชิบหาย จนจำใด้ ในป.1 เทอม 2 เป็นอะไรที่เเม่งโก้วะ กุท่องสูตรคูณได้ ในขณะที่เพื่อน เเม่งยังเป่ากบ ยังโดดหนังยางสามเหลี่ยม ยังเล่นการ์ด ปาดินน้ำมัน กุเท่มั๊ก เเล้วในขณะเดียวกัน ไอ้สิ่งที่เพื่อน เล่นเช่นโดดยางสามเหลี่ยม ยางจันทร์อังคาร ยางลอยลม ยางห่ายางเหวไรเนี่ย กุก็เล่นไม่เป็น เพื่อนบอก เห้ยๆ มึง มาเล่นโดนยางกับกุเดะ กุรีบตอบกลับเลย สัสกุโดดไม่เป็น เพื่อน เหี้ย !! เชยวะ นั่นไง ได้รางวัล ชม(เชย)เลยไงเมิง กุเลยย้อนกลับ สัส เมิงมาเเข่งท่องสูตรคูณกับกุปะ เมิงรีบเหรอ เดี๋ยว ป.3 อาจารย์ก็สอน เมิงโง่จริงๆ รึไม่รู้เนี่ย อ้าวสาส !! กุรีบไง กุเรียนเเซงครู จบปะ? เเละมันก็เป็นแบบนั้นมายัน ป.1 เทอม 2 สูตรคูณที่กูพร่ำท่องมา กุก็ยังไม่ได้ใช้.....เฮ้อออ!!

                   พอขึ้นชั้น ป.2 การเงิน อะไรกุก็ยังเท่าเดิม ทุกสิ่งไม่เคยเปลี่ยน !! เปลี่ยนอยู่หน่อย ชั้นการเรียน จากป.1 กุเรียนชั้น 2 กุได้ขยับเป็นชั้น 3 (อื้มม ฟินนาเล่!!) เเล้วไงมีอะไรดี ตอน ป.2 (กุตอบตามตรงเหอะ! ไม่มี) เเต่ก็จะเล่าให้ฟัง!! ในสมัยที่เรียน มันต้องมีการทำเวร เวรเราจะอยู่ทุกวันศุกร์ เเล้วเเมร่งก็ไม่รู้ใครเป็นคนตั้ง ต้องทำเวรตอนเย็นก่อนกลับบ้าน เเหมะ!! ความคิดเมิงเนอะ พอเลิกเรียนปุ๊บ ใครๆ ก็อยากกลับบ้าน กุอ๊ะ ต้องมานั่งทำเวร กวาด ถูก พื้นห้อง เช็ดกระดาน ทิ้งขยะ สัสเเล้วยังให้กุเขียนวันที่อีกนะ !! บอกตรงๆ ลายมือเหี้ยมากก !! เพื่อนหล่ะ !! (ทุกคนต้องคิดแบบนี้) สมัยเรียนอยู่ ป.2 มีเพื่อนในห้อง 20 คน เเล้วมันก็ไม่มาเรียนซะ 5 คน คือแบบหายสาปสูญไปเลยอ่ะ เหลือ 15 คน เลยเเบ่งเวรเป็น วันละ 3 คน เเล้ว เวรเรา ตรงกับบุคคลเด่นดังของห้อง คนนึงเป็นลิ้นหัวใจรั่ว อีกคนเป็นภูมิเเพ้ สรุปทำเหี้ยไรไม่ได้เลย !! เออกุลุยเดี่ยว (ดูเป็นเด็กมีความรับผิดชอบ) เสร็จเเล้ว ตอนปลายภาคมีสอบ เราก็สอบกันมา ด้วยความที่ ช่วยเพื่อนมาเยอะ ทำบุญในห้องเยอะ ส่งผลให้เราเรียน จบ ป.2 ด้วยอันดับ 1 ของห้อง !! เจ๊งจริงไรจริง ^^ พอเอาผลสอบกลับไปให้ที่บ้านดู ผลอ๊ะ....เเมร่งทำหน้าตา!!! ทำไมอ๊ะ ไม่เคยทิ้งเเชมป์ ให้ใครเลย ตั้งเเต่อนุบาล 1 ยัน ป.2 ดีใจกับกุหน่อยเซ่ เมิงๆ กุจะจำไว้ๆๆ

                   พอขึ้น ป.3  การเงิน อะไรกุก็ยังเท่าเดิม กุก็ยังคงได้ 10 บาท ยังไงยังงั้น ไม่เปลี่ยนเเปลง แล้วยังไง !! กุต้องต่อสู้ไง อ่อกุลืมบอก!! กุเล่นการ์ดยูกิเป็นเเล้วนะ (ตอนป.3) กุก็เล่นการ์ด กินเงิน กุเลยได้วันนึง 5 บาทกลับบ้านทุกวัน (เพราะกุได้ 10 บาทเเล้วกุเเพ้ 5 บาท กุเลยเหลือ 5 บาท) การพนันที่กุไม่รุ่งเลยนะ ไม่ว่าจะทำเหี้ยไรก็เเล้วเเต่ กุไม่เคยเลยที่จะได้แม้เเต่บาทเดียว เดา (เเค่)เดา กุยังเดาไม่ถูกเลย 5555+ หลังจากเรียนๆ เล่นๆ ไปเรื่อยๆ อันนี้ก็เริ่มที่จะ การเรียน หดหายลง (ยังไง) คือจากที่ 1 ด้วยเกรดเฉลี่ยที่ดี (ในตอนนู้น) ก็ยังคงได้ที่ 1 เเหละ เเต่เสมอ คือสรุปที่ 1 สองคน ทำให้ทางบ้านไม่พอใจเป็นอย่างมาก !! เเละมากที่สุด ในที่สุดเขาเลย ขังเราอยู่ในบ้าน เเล้วให้อ่านหนังสือ เเล้วเขาจะเอาข้าวเข้ามาให้ น้่ำเข้ามาให้ (ไม่มีขนม) งดค่าขนม 1 อาทิตย์ คือจะบอกว่า ไม่งดค่าขนมก็เหมือนเมิงฆ่ากุทั้งเป็นเเล้ว นี่เมิงงด เมิงอย่าให้กุมีชีวิตอยู่เลยดีกว่า มันก็เลยเก็บกดจนตอนนั้น หนังสือก็ไม่ยอมอ่าน อาหารก็ยังคงกิน กินเเล้วก็นอน !! นอนเเล้วก็กิน เป็นอย่างนี้อยู่ อาทิตย์นึงเต็มๆ เเล้วก็พร้อมกับการเรียนจบชั้น ป.3 ด้วยคะเเนนที่ 3 ของห้อง (ร่วงลงจากเดิม) เเล้วทางบ้านหล่ะ !! เเทบจะไม่นับญาติด้วย เพราะอะไร เพราะกุเรียนไม่เก่งเหรอ เพราะกุโง่ เพราะอะไร บลาๆ ฯ คำตอบที่พูดไปทั้งหมดมันผิด ที่ถูกคือ เมิงไม่ได้ที่ 1 (ลองย้อนกลับมาคิดดูที่ 1 ในตอนนั้น ทำอะไรกูในตอนนี้ได้บ้าง) ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดใจ

                 พอขึ้น ป.4  การเงินอะไรกุก็ยังคงเท่าเดิม แล้วยังไงหล่ะ กุก็ต้องทนอยู่ไง !! ในตอนนั้นมีร้านเกมส์ คอม ฯ มาเปิดข้างๆ โรงเรียน เห็นเด็กเยอะดีเลย ลองเข้าไปข้างในดู ตอนนั้นยังไม่รู้จัก หรือติด หรือสนใจจะเล่นหรอกนะ เพราะอะไรเหรอ เพราะตอนนั้นมัน ชั่วโมงละยี่สิบบาท ไงหล่ะ คือไม่มีเงินเล่น อะไรประมาณนั้น ตัดสินใจว่าเห้ยกุอยู่กับปู่กุไม่รุ่งแล้ววะๆ พอๆ จบๆ เลยตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาแม่ดีกว่า เพื่อแม่ จะสามารถช่วยเราได้ พอคิดได้เยี่ยงนั้นก็โทรหาแม่เลย แม่ๆ หนูอยู่กับปู่ไม่ได้แล้วหล่ะ !! ทำไมหละ หนูว่าปู่เค้ากฏเยอะเกินหนูอยู่กับเขาไม่ได้หรอก !! แม่ได้ฟังดังนั้น จึงตัดสินใจมารับ พร้อมกับพ่อใหม่!! (ที่พวกเราเรียกกันว่าพ่อเลี้ยง) ตอนแรกเราไปถึงบ้านแม่!! เรารู้สึกว่าบ้านแคบ เพราะตอนเราอยู่กับปู่ บ้านเรา สี่ชั้นครึ่ง (รวมดาดฟ้า) แล้วมาอยู่บ้านพ่อเลี้ยง เห้ย!! ชั้นเดียว แถมรกด้วย แมร่งเอ๊ย กุคิดถูกหรือคิดผิดวะเนี่ย!! โอเคไม่เป็นไรมันเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ครั้งที่สอง (ของกุอีกแล้ว) อะๆ ทนๆอยู่ต่อไปเพื่อจะมีดีอะไรขึ้นมา ในขณะนั้เราก็ยังเรียน ป.4 เทอมแรกด้วย พอมาอยู่กับพ่อเลี้ยง ทำให้เรามีเงินใช้มากขึ้น 40 บาท เราได้เงินไป โรงเรียน (ตั้ง) วันละ 50 บาท (ขอใช้คำนี้เถอะเพราะชีวิตเรา 10 บาทมาโดยตลอด) แต่เราก็ไปโรงเรียนเองโดยวิธีการเดินไม่ได้หรอกนะ เพราะแม่มไกลเป็น สิบโลเลย เราเลยต้องให้พ่อเลี้ยงไปส่ง ทุกวันๆ  จนกระทั้งวันหนึ่งพอเลี้ยงแม้มขี้เกียจมั๊ง (เขาไม่ยอมไปส่ง) บอกให้หยุด !! อ่อลืมบอก เมื่อก่อนเราไม่เคยหยุดเรียน คือต่อให้ไปสบายยังไง ถ้าไม่มีใบรับรองแพทย์ว่าหยุดได้แม้มไม่ให้หยุดอะ เอากับเขาดิ กลับจากโรงพยาบาล ก็ต้องไปโรงเรียน เพราะปู่บอกว่ากลัวเราจะเรียนไม่ทันเพื่อน !! กลับมาเรื่องเดิมของเราต่อ ^^ หลังจากพ่อ(เลี้ยง)บอกไม่ต้องไปโรงเรียนแล้ว แถมยังให้หยุดได้ และอีกอย่างหนึ่งยังให้เงินกุด้วยอ่า !! พระคุณจริงๆ ตอนนั้นกุยังตกใจกับเงินอยู่นะ นั่นคือเงินที่กุได้เยอะที่สุดเท่าที่กุเคยได้มา กุได้จับเงิน 50  บาทเป็นครั้งแรก เห้ย!! เชื่อป่ะมันเป็นความรู้สึกที่ว่าแม้มโคตรมีความสุขเลยอะ ในตอนนั้นเห้ย!! จะใช้อะไรดีวะ คงจะใช้ได้นานกว่าจะหมด !! แล้วความคิดๆ หนึ่งจึงผุดออกมาก !! ร้านเกมส์ไง เมื่อก่อนกุอยากเล่นหนิหว่า โอกาสทองอันดีของกุแล้ว ว่าแล้ว กุก็เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ปั่นจักรยานไปหาร้านเกมส์ พอหาเจอ (ตอนนั้นและร้านนั้นมันชั่วโมงละ 15 บาท) กุก็เล่นได้ 3 ชั่วโมง ที่เหลือไปนั่งดูเขาเล่น พอเย็นๆ สัก 6 โมงก็กลับบ้าน แม่เลยถามว่า!! ไปไหนมา กินข้าวแล้วยัง เราก็บอกว่าอ่อ!! ไปบ้านเพื่อนมา ทานแล้วแม่^^ ว่าแล้วแม่ก็ไม่ได้พูดอะไร เราลืมบอกไปว่า ห้องนอนของแม่และพ่อ(เลี้ยง)เนี่ย ห้องเดียวกัน เพราะบ้านเช่ามีห้องแค่ห้องเดียว แล้วกุหล่ะนอนไหน โซฟา !! ชีวิตกุรันทดแต่เด็ก พอนานๆ เข้าเขารู้ว่ากุอยู่ไม่ได้แน่ๆ เขาเลยย้ายบ้านใหม่!! บ้านใหม่ของเราเป็นบ้าน ชั้นครึ่ง (แม้งก็หนีไม่พ้นซักที) กุก็นอนข้างล่างตามเคย แต่ตอนนี้กุมีเตียงแล้ว กุมีแคร่อันนึง นึงภาพออกปะ??  โอเคนึกไม่ออกลองเซิส หาดู หลังจากนั้นชีวิตกุเหมือนตกนรกทั้งเป็นอีกแล้ว จากเดิมที่กุได้เงินวันละ 50 โดนลดเงินเหลือ 20 ภายในเวลาพริบตาเดียว  เห้ยแล้วอีก 30 ไปไหน??? หลังจากนั้นกุเลยเริ่มทำตัวแอนตี้ !! ในความคิดกุบอกว่า ตอนเอากุมาเลี้ยงแรกๆ แม้มโคตรดีเลย นานๆ ไปสิ แม้มหักเงินกุเอาๆ แล้วกุก็ต้องอยู่แบบนี้ กุเลยตัดสินใจไม่เรียนหนังสือ หันตัวเองมาเล่นเกมส์เต็มตัว อยู่ร้านเกมส์ทั้งวันทั้งคืน บางวันก็ไม่กลับบ้านกุแม้งงอนอย่างหนัก กุหนีไปเล่นร้านอื่นแม้งเลยกลับมาตอนกลางคืน (ขโมยตัง) แล้วกุก็ออกไป เป็นแบบนี้มาตลอดยันจบ ป.4 (การเรียน ปีสุดท้ายของเรา) แล้วไม่ได้ลาออก ไม่ได้โดนรีไทล์ ไม่ได้อะไรทั้งนั้นแค่ไม่ไป คือจบการเรียน

                หลังจากนั้นชีวิตของเราจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป !! และถึงยังไงถ้าไม่มีคนติดตามเราก็จะยังคงหน้าด้านเขียนขึ้นมา ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ยังไงก็ขอขอบคุณมากๆ เลยที่ยังอุสาห์มานั่งอ่านถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องมันอาจจะไม่เข้าตา หรือมันอาจจะไม่สมบูรณ์ เพรียบพร้อมยังไงก็แล้วแต่ แต่อยากให้ทุกท่านที่อ่านโปรดติดตามตอนต่อไป ท่านอาจจะได้รู้อะไรในสิ่งที่ท่านไม่เคยเจอ !! และสุดท้ายท้ายสุด ต้องขอกล่าวคำว่า

 

                                                                                                                                  ขอบคุณครับ !!
 


อีบุ๊กในซีรีย์เดียวกัน ดูทั้งหมด

loading
กำลังโหลด...

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น