นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

(Fanfic Hakuoki) Himeyasha ( Saito x oc )

โดย Chibi_Pirate

ท่ามกลางสงคราม 'ไซโต้ ฮาจิเมะ' กำลังแตกพ่าย ความสิ้นหวังใกล้มาเยือน แต่ทว่าท่ามกลางความสิ้นหวัง และชีวิตที่ใกล้จะดับสูญ เสียงโซ่ที่เปรียบดั่งความหวังได้ดังขึ้น พร้อมกับกรงเล็บของอีกาที่บินโฉบลงมาโจมตี

ยอดวิวรวม

243

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


243

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


21
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 มิ.ย. 63 / 21:42 น.
นิยาย (Fanfic Hakuoki) Himeyasha ( Saito x oc )

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


ปล. นี่เป็น SF ที่คิดได้ขึ้นมาเพียงชั่ววูบค่ะ ไม่มีไรมากเนอะ(^^)





          หลายคนๆคงรู้จักไรท์เนอะ แต่ก็ต้องขอแนะนำตัวกับคนที่เพิ่งเข้ามาอ่านเนอะ นามปากกาของไรท์คือ Chibi_Pirate หรือเรียงสั้นๆว่า'เตี้ย' ก็ได้ค่ะ เรื่องนี้เป็น OC นะเออ


           โดยที่พระเอกของเรื่องนี้ คือ ไซโต้ ฮาจิเมะ หนึ่งในตัวละครจากเรื่อง Hakuouki บุปผาซามุไร ค่ะ ยังไงก็ขอฝากไว้ในอ้อมแขนขาของรีดทุกคนด้วยนะเออ!!





ก่อนอื่น



เตี้ยขอแนะนำนางเอก OC ของเตี้ยก่อนนะคะ!




完成画像   完成画像


คุราอิ


เผ่า : ??





Best 54+ Hajime Saito Wallpaper on HipWallpaper | Hajime Saito ...


ไซโต้ ฮาจิเมะ

เผ่า : มนุษย์









 
 

 
ขอขอบคุณธีมสวยๆจาก 
 
 
 
 


B
E
R
L
I
N
 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 มิ.ย. 63 / 21:42


 

 

กองทัพไอสุกำลังแตกพ่าย ร่างสูงโซเซจนต้องปักดาบคมลงกับพื้นดิน ดวงตาที่ลุกโชนแรงกล้ามองศัตรูอย่างไม่ขลาดกลัว ทั่วร่างชุ่มโชกไปด้วยเลือด กลิ่นของมันกระตุ้นอสูรกายในร่าง ดวงตาคมกริบสีม่วงทอดมองเหล่าลูกน้องที่เหลือแต่ร่างไร้วิญญาณ ก่อนจะหลับตายอมรับชะตากรรม

 

พลังชีวิตของเขาใกล้จะดับสูญ

 

อย่างน้อยข้าก็ได้โบกธงด้วยเกียรติของนักรบอย่างถึงที่สุดแล้ว...

 

 

 

เกร็งงงง!!

 

 

เสียงโซ่ตรวนดังขึ้นผะแผ่ว แต่เขาไม่สนใจมัน...ทหารของกองทัพรัฐบาลใหม่ได้เงื้อมดาบขึ้น มัจจุราชยื่นมือหวังจะพาเขาไปยังปรภพ

 

เปรี้ยงงงงงง!!

 

เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดก่อนที่นายทหารตรงหน้าของเขาจะล้มลงพร้อมกับรูของกระสุนที่เจาะเข้ากลางกะโหลกอย่างแม่นยำ ไซโต้หันไปยังทิศทางของปืน ร่างของใครบางคนในชุดกิโมโนขาดสีพื้นยืนถือปืนอยู่ด้านหลังของเขา ดวงตาที่โผล่พ้นผ้าโพกที่ปิดบังใบหน้านั้นดุดันราวกับสัตว์ป่า

 

มือนั่นทิ้งปืนแล้วพุ่งตรงออกมาจากที่ซ่อน คว้าดาบของทหารที่ตายและพุ่งเข้าหาศัตรูอย่างไม่กลัวเกรง ยามที่ร่างนั้นออกมาจากเงาไม้ทำให้เขาได้เห็นชัดๆ

 

ร่างนั้นเล็กเหมือนกับร่างของเด็ก แต่ยามที่อีกฝ่ายถือดาบแล้วฟาดฟันศัตรูอย่างไม่ลังเล ทำให้เขาได้เห็นถึงความว่างเปล่า และหนาวเย็นในดวงตาคู่นั้น แผ่นหลังของอีกฝ่ายเล็กมากแต่ทว่า เขากลับเห็นภาพหลอนแขนเสื้อที่ยาวและขาดวิ่นมันพลิ้วไหว เหมือนกับปีกสีดำ

 

 

ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะเลือนลาง เขากลับได้เห็นอีกฝ่ายพลาดท่าผ้าคลุมนั้นหลุดออกเผยเห็นเครื่องหน้าของสตรีอย่างชัดเจน และดวงตาสีดำแดง

 

 

 

 

ที่ราวกับดวงตาของอสูร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จิ๊บๆๆๆ!

 

ไซโต้ ฮาจิเมะรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง แต่ทว่าทัศนียภาพกลับเปลี่ยนไป...เพดานไม้ ร่างของเขานอนอยู่บนฟูก เสื่อทาทามิที่มีกลิ่นของใบชาอ่อนๆ ทั่วทั้งร่างได้รับการรักษาและถูกพันผ้าพันแผลเอาไว้ ร่างกำยำค่อยๆลุกขึ้น ใบหน้าคมยับย่นเพราะความเจ็บปวด

 

ครืดดดดดดด

 

"โอ้ ฟื้นแล้วหรือขอรับ?" ชายคนหนึ่งเอ่ยทักเมื่อตนนั้นเปิดประตูเข้ามายังในห้อง ไซโต้มองร่างของชายตรงหน้านิ่งเรียบ แต่ดวงตาคมกริบยังมองด้วยความไม่ไว้วางใจ

 

"ที่นี่..."

 

"เป็นฐานที่มั่นของกองทัพไอสุขอรับ....ข้าชื่อคุโรดะ มาดาระ เป็นรองนายทัพของทัพนี้ที่ประจำอยู่ที่นี่" คุโรดะอธิบายก่อนจะรับถาดยามาให้อีกฝ่าย

 

"ขอบคุณท่านมาก ที่ช่วยข้า"

 

"คนที่ท่านควรขอบคุณ มิใช่ข้าหรอกขอรับ " คุโรดะออกคำสั่งก่อนที่เขาจะผายมือให้ไซโต้ออกไปข้างนอก ไซโต้คว้าเสื้อมาสวมก่อนจะเดินออกมา

 

เหล่าทหารที่กำลังเดินตรวจตราอย่างเข้มงวด ในกองทัพที่เหมือนจะมีความระวังเป็นพิเศษบางส่วนนั้นก็บาดเจ็บเล็กน้อย แต่ทว่าเขากลับเห็นบางอย่างที่แปลกไป...เมื่อไปยังที่คอกม้า เขากลับเห็นร่างเล็กของเด็กสาวคนหนึ่งในชุดกิโมโนลายตารางกำลังลูบแล้วให้อาหารม้าอยู่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะรับรู้ได้ถึงการมาของทั้งสอง

 

ดวงตาสีเขียวใบหญ้า ตัดกับเรือนผมสีดำสนิทเหมือนกับปีกกา ร่างกายบอบบาง และเล็กจิ๋วเพียงหน้าอกของเขาจนแทบจะก้มหน้ามองมีร่องรอยของแผลจากสงคราม

 

ดวงตาของไซโต้เบิกกว้างเมื่อเห็นตรวนที่ล่ามอยู่ตรงข้อมือเล็กทั้งสอง และดูเหมือนว่าคุโรดะจะรู้จึงได้อธิบายด้วยความลำบากใจไม่น้อย

 

"เหตุใดถึง..."

 

"บ้านของนางถูกเผาจนวอด ครอบครัวพี่น้องของนางตายหมด...เหลือเพียงแค่นางที่รอดชีวิตขอรับ แต่ทว่านางถูกศัตรูลักพาตัวไปเพื่อให้ลอบสังหาร หลังจากกองทัพนั้นแตกพ่ายไปจึงได้ทิ้งนางไป พวกข้าเลยช่วยเหลือนางแล้วให้สนับสนุนกองทัพ หลังจากนี้พวกเราจะอพยพแล้วก็จะให้นางอยู่ในความดูแลของข้าขอรับ" ไซโต้ฟังก่อนจะเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายใกล้ๆ

 

"แล้วทำไมถึงต้องล่ามนางด้วยตรวน?"

 

"นางขอร้องเองครับ บอกว่าถ้าไม่สมมันจะสงบจิตสงบใจไม่ได้"

 

ภาพที่เลือนรางในความทรงจำนั้นเขาได้เห็นฝีมือของหล่อนจริงๆ มันน่ากลัวมาก...ราวกับอสูร

 

"เจ้าชื่ออะไรล่ะ?" ไซโต้เอ่ยถาม แต่ดวงตาสีเขียวนั้นกลับมองเขาอย่างเฉยชาริมฝีปากเล็กนั้นปิดสนิทไม่ยอมขยับ

 

"..."

 

"นางไม่ค่อยพูดน่ะขอรับ นางชื่อ คุราอิ ขอรับ" คุโรดะอธิบายก่อนจะพยักหน้าให้เด็กสาวก้มหัวทักทายเขาอย่างสุภาพนอบน้อม

 

"แล้วเจ้ารู้เรื่องของนางได้อย่างไร"

 

"นางเล่าให้ข้าฟังขอรับ แต่จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาคงสร้างแผลใจให้นางมากจนนางนั้นไม่อยากจะนึกถึง และอาจจะเกี่ยวกับเรื่งอที่นางไม่ค่อยเอ่ยปากพูดก็เป็นได้...นางที่กำลังลาดตระเวนอยู่ได้ไปเจอกองกำลังของท่านกำลังแตกพ่ายเลยช่วยท่านไว้น่ะขอรับ" ไซโต้ฟังพร้อมกับก้มมองร่างเล็กที่ยังคงจ้องมองเขา ก่อนจะเอ่ยขอบคุณ

 

"ขอบใจมากเจ้า ที่ช่วยข้าไว้...ข้าไซโต้ ฮาจิเมะ"

 

ตึกๆๆ!

 

"ท่านแม่ทัพ! ศัตรูขอรับ! ทางเราเริ่มต้านไม่ได้แล้ว!" เสียงของทหารนายหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับวิ่งกระหืดกระหอบมาหา ร่างบางที่ได้ยินดังนั้นก็ได้ผละจากงานดูแลม้า กระตุกชายเสื้อของคุโรดะ

 

"เข้าใจแล้ว...ฝากเจ้าด้วยนะ มิยาฉะ" คุโรดะว่าก่อนจะปลดตรวนที่ข้อมืออกจนเผยเห็นรอยช้ำ ร่างบางพยักหน้าก่อนจะเดินตามนายทหารคนนั้นไป

 

"คุณไซโต้ อยากเห็นฝีมือของนางมั้ยขอรับ?" ไซโต้มองคุโรดะอย่างไม่ชอบใจนัก แต่เขาก็อยากจะเห็นเช่นกันว่าอีกฝ่ายมีความสามารถอย่างไร

 

 

 

ม้าพยศตัวหนึ่งกำลังคลั่งเพราะตกใจเสียงปืน เหล่าทหารไม่มีใครสามารถกล่อมมันได้ ก่อนที่ร่างบางจะคว้าปืนขวาน และดาบสั้นสองด้าม สวมรองเท้าและตรงดิ่งไปหาม้าตัวนั้นกระโดดขึ้นขี่แล้วฝ่าวงล้อมสวมทางกับเหล่าทหารไปเผชิญหน้ากับศัตรู

 

 

 

ทหารทัพรัฐบาลใหม่กว่าร้อยนายยกปืนขึ้นเล็กม้าที่ร่างบางกำลังขี่ เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องของม้าตัวนั้นก่อนที่มันจะล้มลง ร่างเล็กกระโดดลงจากอานตรงดิ่งไปหลบหลังหิน ก่อนที่เสียงใส่กระสุนนัดต่อไปจะดังขึ้น ร่างบางปราดเปรียวตรงดิ่งเงื้อมขวานจามตัดแขนของศัตรูตรงหน้า ตวัดขวานและมีดสั้นเฉือนเนื้อของศัตรูอย่างไร้ความปราณี ด้วยดวงตาเรียบเฉย สีแดงฉานของเลือดอาบไปทั่วทั้งมือและแขน ก่อนจะเก็บขวานและแย่งปืนจากศัตรู ยกยิงและหมุนควงปืนยาวฟาดแล้วทิ้งก่อนจะยกร่างของทหารที่บาดเจ็บกันห่ากระสุน

 

เสียงกระสุนเข้าเนื้อดังก้องจนเลือดกระเซ็นเปื้อนใบหน้าหมดจด ดวงตาสีเขียวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีประหลาด ตาขาวเปลี่ยนเป็นสีดำ นัยน์ตาสีแดง ริมฝีปากยกยิ้มอย่างนึกสนุกปล่อยร่างไร้วิญญาณนั้นลงราวกับเป็นเพียงสิ่งของ เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกับ มือเรียวชักดาบสั้นเขวี้ยงใส่แม่ทัพที่เปิดช่องว่าง ปลายดาบคมพุ่งเสียบเข้าที่ลิ้นปี่ ร่างเล็กกระโจนใส่แล้วดึงดาบนั้นออก โลหิตมากมายพวยพุ่งออกมา

 

ร่างบางลุกขึ้นชูดาบสะท้อนกับแสงอาทิตย์เพื่อส่งสัญญาณ ทหารไอสุจึงเข้าบุกต่ออีกครั้งทำให้พวกนั้นล่าถอยไปในที่สุด เสียงกู่ก้องร้องเฮดังขึ้นก่อนที่ทุกคนจะกลับฐาน และเคลื่อนย้ายต่อไป

 

 

ไซโต้แทบไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เขาได้เห็นถึงสองครั้ง ร่างเล็กกลับมาหาคุโรดะ ก่อนจะยื่นมือให้ใส่ตรวน คุโรดะถอนหายใจกำลังจะหยิบตรวนออกมา แต่ทว่ามือใหญ่ของไซโต้ได้คว้าข้อมือทั้งสองนั้นเข้าหา ถอดผ้าพันคอแล้วมัดข้อมือของนางแทน คุราอิมองผ้าที่พันมือด้วยความแปลกใจ แต่ยังไม่ทันได้พูดร่างเล็กก็ลอยหวือพาดบ่าเสียแล้ว

 

"ท ท่านจะพาคุราอิไปไหนขอรับ!"

 

"หามีเสื้อผ้าสำรองให้นางก็เอามาให้ข้า ข้าจะพานางไปอาบน้ำ" คุราอิหันขวับมองไซโต้ตาแทบถลน ก่อนจะหันไปหาคุโรดะหน้าซีดเซียว

 

"เอ่อ..เข้าใจแล้วขอรับ"

 

 

 

 

 

 

 

ไซโต้ได้ลัดเลาะตามป่าจนกระทั่งเห็นลำธาร และบ่อน้ำที่ผุดขึ้นตามธรรมชาติก่อนจะวางร่างของเด็กสาวที่เนื้อตัวเปื้อนคราบเลือด ฝุ่น และดินลงกับพื้น ก่อนจะสัมผัสเข้าสาบเสื้อเที่ดูเก่าเหมือนกับผ้าขี้ริ้ว แต่กลับถูกมือเล็กที่ถูกพันผ้าปัดออก แล้วจะถอยกรูดถ้าไซโต้ ไม่คว้าคอเสื้อของนางไว้ซะก่อน

 

"อย่าคิดที่จะหนีเชียว...อยู่เฉยๆเสีย ตัวเจ้าสกปรกไปหมด" ไซโต้ตำหนิเสียงดุก่อนที่มือจะคล้ายโอบิ แต่อีกฝ่ายเอาแต่ส่ายหน้ามองเขาตาลีตาเหลือก

 

"..." ไซโต้มอใบหน้าที่ถูกปกคลุมด้วยกลุ่มผมสีดำสนิท แต่ทว่าใบหูนั้นกลับแดงจัดจนน่าขัน

 

"รีบอาบน้ำซะ ข้าจะไปเอาชุดมาเปลี่ยนให้เจ้า"

 

"..." คุราอิส่ายหน้าหวือจนผมสะบัดมือกำคอเสื้อไว้แน่นแล้วก้มหน้าลง

 

"เพราะเหตุใด? เจ้าเป็นลูกคุณหนูตระกูลใหญ่ที่ต้องอาบน้ำร้อนหรือ?"

 

"..." ร่างเล็กส่ายหน้า ทำให้ไซโต้ที่นิ่งฟังก็ยอมปล่อยคอเสื้อของอีกฝ่ายถอดผ้าที่มัดข้อมือทั้งสองออก

 

"เจ้าทนได้หรือ?" คุราอิพยักหน้าทำให้ไซโต้ถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปใกล้ลำธารกวักมือเรียกร่างเล็กให้เข้าไปหาดึงแขนอีกฝ่ายให้นั่งลงข้างๆ

 

ก่อนจะวักน้ำเพื่อล้างหน้าให้กับเด็กสาวที่ดูเหมือนจะไม่ประสีประสา ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนถูกสายน้ำชะล้างออกจนหมด ดวงหน้ากลับมาสะอาดเกลี้ยงเกลาอีกครั้ง ก่อนที่ทั้งสองจะกลับไปยังกองทัพเพื่อเคลื่อนทัพไปตั้งถิ่นฐานใหม่ที่ห่างไกลจากสงคราม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นายทหารไอสุกว่าห้าสิบนาย ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากชาวบ้านที่เป็นคนท้องถิ่นเดิม ก่อนจะเริ่มสร้างหมู่บ้านขึ้นมาใหม่อีกครั้ง การเกษตรปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การประมง และสภาพทางภูมิศาสตร์นั้นถือว่าดีมาก ชาวบ้านที่นี่ยังได้ให้ความรู้ในการทำงานให้กับเหล่าทหาร และทหารก็ได้สัญญาว่าจะคอยคุ้มครองหมู่บ้านนี้

 

ไซโต้ ฮาจิเมะ ได้พักอยู่ที่บ้านหลังเดียวกันกับ คุโรดะ โดยที่คุโรดะได้นำเงินสำรองหมดไปกับการสร้างเรือนและกว้านซื้อที่ดิน และยังมีความรู้ในเรื่องของการทำเครื่องปั้น และศิลปะหลายแขนงทำให้มีเงินมากพอที่จะจับจ่ายซื้อของ และซื้อสิ่งต่างๆ จากเมืองที่ใกล้เคียงที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงคราม

 

ส่วนเด็กสาวคุราอินั้น คุโรดะรับอีกฝ่ายมาเป็นน้องสาวบุญธรรม แต่ทว่า...

 

"คุราอิ! อย่าหนีนะ!!" คุโรดะตะโกนไล่หลังเด็กสาวที่วิ่งหนีอีกฝ่ายจนทางเดินนั้นสั่นสะเทือน ไซโต้ที่กำลังเขียนบันทึกอยู่นั้นต้องผละจากโต๊ะแล้วเลื่อนบานประตู

 

เขาเห็นร่างบางกระโดดขึ้นบนต้นไม้สูงอย่างว่องไว จ้องคุโรดะเขม็งแล้วตะโกนกลับ โดยที่ร่างเล็กนั้นยังคงสวมชุดกิโมโนขาดวิ่นอยู่

 

หมับ!

 

"อย่าหัวแข็งให้มากนัก เจ้าเป็นผู้หญิงนะ...ไหนเจ้าบอกว่าหากบ้านมีบ้านเจ้าจะยอมอาบน้ำไง!!" คุโรดะว่าพร้อมกับถือใยบัวในมือชี้หน้าเด็กสาวที่เกาะต้นไม้ราวกับกับลูกลิง เธอส่ายหน้าหวือจนผมสะบัด

 

"คุราอิ!" เด็กสาวมุ่ยหน้าแล้วสะบัดหน้าหนีไม่สนใจ หันหลังมองออกไปยังหมู่บ้านที่อยู่พ้นขอบรั้วไม้ไผ่ คุโรดะถอนหายใจอย่างจนปัญหาก่อนจะกลับเข้าไปข้างในเรือนแล้วหาวิธีจับนางไปอาบน้ำให้ได้

 

 

 

 

 

ตกดึกร่างบางยอมลงจากต้นไม้เดินเข้าไปคว้าใยบวบขัดตัว และหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ย่องออกมาจากบ้านแล้วไปยังป่าที่อยู่ไม่ไกลนัก ปลายทางของน้ำนั้นมีบ่อน้ำธรรมชาติอยู่ ยามแสงจันทร์ส่องลงมาทำให้สถานที่แห่งนี้ดูสวยงาม น้ำใสที่มองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใต้ ดวงตากลมมองซ้ายขวาก่อนจะถอดเสื้อผ้าแล้วกระโดดลงน้ำเริ่มขัดถูตัว และทำความสะอาดเส้นผมจนร่างกายนั้นสะอาดหมดจด จึงขึ้นจากน้ำเปลี่ยนชุดใหม่แล้วเดินกลับมายังบ้าน

 

โครมมม!!

 

เสียงบางอย่างตกลงกับพื้น ทำให้คุราอิถึงกับชะงักด้วยความตกใจก่อนจะหันไปยังต้นเสียง แสงไฟในห้องส่องเข้ามาเห็นเงาของร่างสูงที่กำลังอาละวาด เสียงร้องอย่างทุกขทรมานนั้นทำให้เธอรีบไปดู

 

หากอาการแย่ เธอจะไปเรียกคุโรดะ

 

ครืดดดด หมับ! ตึงง!!

 

"อึ่ก!...!!" ร่างเล็กถูกกระชากเข้าไปในห้อง แผ่นหลังถูกกดลงตรึงกับพื้นเสื้อด้วยมือทั้งสองถูกกดไว้

 

เสียงหายใจหอบดวงตาที่ราวกับกำลังกระหายบางสิ่งมองร่างบางอย่างทุกขทรมาน และสั่นไหว คุราอินิ่งไปเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า ดวงตาสีแดงฉานและเส้นผมสีขาวพิสุทธิ์เหมือนกับหิมะ พละกำลังที่มหาศาลนั้นทำให้หล่อนขยับไม่ได้เลย

 

ใบหน้าคมโน้มเข้ามาใกล้ แม้ว่าคุราอิจะดิ้นสักแค่ไหนก็ตามริมฝีปากเล็กเริ่มแยกเขี้ยวขู่ และพยายามดิ้นให้หลุดเพื่อหนี แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขานั้นสะเทือนเลย ในตอนนั้นเองที่ในใจของเด็กสาวนั้นเริ่มหวาดหวั่นดวงตาเริ่มแปรเปลี่ยนแล้วตัดสินใจลุกขึ้นกระแทกหน้าผากตัวเองเสยปลายคางของไซโต้

 

 

ปึ่กก!!...

 

"อ อึ่ก...นี่เจ้า" ไซโต้ที่กำลังจะกลายเป็นราเว็ตสึได้สติกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะเห็นร่างบางตรงหน้ากำลังแยกเขี้ยวขู่มือและเท้าที่ค้ำพื้นเหมือนกับสัตว์จิกเสื่อทาทามิอย่างระวังภัย

 

ฮื่ออออออออ!!

 

เลือดสีแดงไหลอาบหน้าผากเนียน ทั่วทั้งตัวของอีกฝ่ายนั้นสั่นเทาเกินจะห้ามไซโต้ที่ได้สติกลับมาครบสมบูรณ์พยายามสะกดกลั้นปีศาจในร่างกาย จนทรุดลงนั่งตรงหน้ามือยกขึ้นขยุ้มหน้าอกดวงตาสีแดงยังคงจ้องมองร่างบางตรงหน้า

 

"ไม่เป็นไรแล้ว...ข้าไม่ทำอะไรเจ้าแล้ว แฮ่กๆๆ"

 

"...ราเซ็ตสึ" เสียงแรกที่เปล่งออกมาทำให้ไซโต้ถึงกับตกตะลึงไปไม่น้อย ก่อนจะเงยหน้าสบมองดวงตาที่ตอนนี้กลับมาเป็นสีเขียวใบหญ้าเหมือนเดิมอีกครั้ง

 

"!!"

 

"คุณดื่มน้ำนั่นเข้าไปเหรอ?"

 

"เจ้า..รู้ได้ยังไง?"

 

"ข้าเคยได้กลิ่นคนที่เหมือนกับคุณ มันเหมือนกัน...ไม่นึกเลย ว่าต้องมาเจออีก" ดวงตาสีเขียวนั้นสั่นไหว และจ้องมองเขาอย่างโกรธแค้น และเจ็บปวด

 

"เจ้ารู้เรื่องนี้จากใคร? เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าก่อนหน้า?"

 

"คนที่ชื่อซันนันพูด พวกมัน...พรากครอบครัวของข้าไป" เสียงนั้นสั่นสะท้านมือเล็กขยุ้มกิโนโมตัวใหม่จนยับย่น ดวงตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเพลิงแห่งความแค้นแปรเปลี่ยนดวงตาเป็นดวงตาของอสูร

 

"..."

 

"มันใช้พ่อ แม่ และพี่ของข้า เป็นเหยื่อเพื่อพัฒนาสิ่งนั้น..." หยดน้ำตกลงบนตัก ไหล่เล็กสะอื้นสั่นเทาจนน่าเวทนา ไซโต้พูดอะไรไม่ออกได้แต่นิ่งอึ้ง

 

"..."

 

"ข้าไม่หวังให้ท่านรู้สึกผิด หรือเห็นใจ...เพราะคนที่ข้าแค้นมีเพียงแค่ชายที่ชื่อซันนันเพียงคนเดียวเท่านั้น" เด็กสาวเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบนิ่งข่วนข้อมือของตัวเองจนเลือดอาบ

 

ฉัวะ!!

 

"นี่เจ้า!" ไซโต้ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ

 

กลิ่นเลือดหอมหวานเหมือนกลิ่นของลูกท้อลอยฟุ้งไปทั่วอากาศกระตุ้นเลือดราเซ็ตสึในร่างกายอีกครั้ง ดวงตาคมกริบมองร่างของเด็กสาวตรงหน้าที่มองเขาด้วยสีหน้าที่อ่านยาก หยิบถ้วยจอกมาปล่อยให้เลือดไหลจากข้อมือผ่านปลายนิ้วแล้วหยดลงในถ้วยจนเต็ม

 

"ราเซ็ตสึ คือปีศาจบ้าคลั่ง และกระหายเลือด...สิ่งที่จะระงับได้ นอกจากต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง การดื่มเลือดถือว่าเป็นอีกทางที่จะระงับมันไว้ได้ แต่โลหิตที่ระงับได้ผลที่สุดคือโลหิตของ โอนิ (ยักษ์)"

 

"หรือว่าเจ้า...ก็เป็นยักษ์"

 

"ไม่เลย ข้าแตกต่างกว่า...ดื่มซะแล้วข้าจะบอกท่าน" ก่อนจะเลื่อนถ้วยนั้นให้ไซโต้ ร่างสูงมองมันก่อนจะตัดสินใจหยิบถ้วยจอกยกขึ้นดื่ม ไม่นานนักทุกอย่างเริ่มทุเลาลง เรือนผมสีขาวได้กลับมาเป้นสีเข้มเช่นเดียวกับดวงตาที่เป็นสีม่วง

 

ไซโต้วางถ้วยนั้นลงแล้ว มองเด็กสาวตรงหน้าอีกครั้งอีกฝ่ายยังคงมีท่าทีมั่นคง และสง่างามไม่เปลี่ยนแปลง...และยังดูทรงอำนาจ เกรงขาม

 

ครืดดดดดด

 

"...คุโรดะ นี่ท่าน!!" คุโรดะที่เลื่อนประตูเข้ามามองไซโต้อย่างรู้สึกละอาย ก่อนจะก้มลงหน้าผากแนบกับพื้นบอกความจริงทุกอย่าง

 

"ต้องขออภัยที่เราต้องทำเช่นนี้...นี่ไม่ใช่กองทัพไอสุอย่างที่กล่าวไปตั้งแต่ต้น แต่ทว่าทว่าส่วนใหญ่นั้นคือทัพฝ่ายเดียวกันกับฝั่งไอสุที่ถูกตีแตกพ่ายเหล่าคนที่เหลือรอดก็เข้าร่วมเพื่อมาเริ่มต้นชีวิตใหม่--"

 

"มาดาระ กล่าวเพียงเท่านั้นพอที่เหลือข้าจะพูดเอง"

 

"ขอรับ..." เด็กสาวยกมือหยุดทำให้คุโรดะก้มหัวให้แล้วเคลื่อนตัวเข้ามาในห้องและเลื่อนบานประตูปิดลง ไซโต้มองทั้งสองสลับด้วยความสับสน

 

"แต่เรื่องที่ครอบครัวของข้าถูกราเซ็ตสึสังหารโดยฝีมือของชายที่ชื่อซันนันนั้นเป็นเรื่องจริง ทำให้ตอนนี้ตระกูลของข้าเหลือเพียงแค่ข้า และเหล่าทหารที่ภักดี 30 นายเพียงเท่านั้น"

 

"เหตุใดถึงทำเช่นนั้น..."

 

"เพราะข้าคือ 'ดาบ' ของตระกูลคาราสึมะ...ไซโต้ ฮาจิเมะ แห่งชินเซ็นกุมิ ข้าได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของท่านและเหล่าสหายของท่านมานาน รวมถึงเรื่องที่พวกท่านได้ช่วยเหลือยักษ์ที่เป็นสตรีของตระกูลยูคิมูระ"

 

คาราสึมะ...ตระกูลที่ถูกล้างบางไปเมื่อ 6 ก่อน แต่มีรายงานว่าพวกราเซ็ตสึกว่าสิบคนในตอนนั้นถูกจัดการ คอของพวกเขาหักผิดรูป บางตัวถูกบางอย่างทะลวงอกจนทะลุ คอขาดและตายอย่างโหดเหี้ยม

 

"ราเซ็ตสึในตอนนั้นถูกกำจัดได้อย่างไร...ข้านี่แหละคือผู้ที่กำจัดพวกมัน ด้วยมือของข้า และพลังของข้า" ร่างบางตอบก่อนจะรับผ้ามาพันข้อมือเพื่อห้ามเลือดที่ข้อมือแล้วหยิบพัดจีบมาคลี่ปิดครึ่งหน้ามองเห็นเพียงแค่ดวงตา

 

"พลัง..ของเจ้า"

 

"เราไม่ใช่เผ่ายักษ์เหมือนกับตระกูลยูคิมูระ หรือพวกคาซามะ...ไม่ใช่ โอนิ แต่เป็น ยาฉะ"

 

"ยาฉะ เจ้าก็คือ..."

 

"ถูกต้อง...นามของข้าคือ คาราสึมะ มิยาฉะ องค์หญิงของไดเมียวตระกูลคาราสึมะสายเลือดยาฉะตนสุดท้าย ในฐานะที่ข้าคือ ฮิเมยาฉะ จงฟังคำสั่งของข้า!!" พัดจีบในมือถูกรวบก่อนจะยกมือชี้มาตรงหน้าของชายหนุ่ม

 

 

 

 

 

 

 

 

"จากนี้ไป จงดิ้นรนที่จะมีชีวิตอยู่ตราบจนสิ้นอายุขัย...ในฐานะมนุษย์ซะ ไซโต้ ฮาจิเมะ!!"

 

 

 

เห่อๆ ไม่มีไรมาก

 

เม้น-กัน-หน่อย!!

 

 

ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน

 

 

ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ

 

 

 

รูปà¸à¸²à¸žà¸—ี่เกี่ยวข้อง

 

 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ Chibi_Pirate

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 BlackMoon14 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 15:12
    น่าสนใจมากค่ะ~
    #3
    0
  2. วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 01:59

    รอคะ น่าติดตาม
    #2
    0
  3. วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 22:11

    ชอบจังค่ะ สนุกดี
    #1
    1
    • 26 มิถุนายน 2563 / 22:21

      ขอบคุณที่เม้นนะคะ
      #1-1