[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8 ศิษย์คนเล็กของตระกูลหลาน (แก้คำผิด)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,054
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 226 ครั้ง
    18 ส.ค. 62




   วันต่อมา




     ก๊อกๆๆ

     "ฟูหยาง...ฟูหยางเจ้าตื่นหรือยัง?" เสียงของใครสักคนกำลังเรียกฉันด้านนอก เสียงดังแว่วๆรู้สึกรำคาญหู ไม่อยากจะขยับตัวลุกไปไหน ไม่อยากลืมตาเลย...

     "อือ..."

     "พวกข้าเข้าไปแล้วนะ" เสียงนั้นพูดขึ้นก่อนประตูจะถูกเปิดออก ฉันฝืนเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวไปหมดจนต้องกระชับผ้าห่มไว้แน่น หัวมันปวดหน่วงเหมือนมีหินอยู่ข้างในแถมยังโคลงเคลงไปมาเหมือนคนที่น้ำในหูไม่เท่ากัน

     "ฟูหยาง ใกล้เวลาเรียนแล้วนะ..." ซือจุยเอ่ยเรียกข้างเตียง ฉันเองก็อยากจะตอบรับแต่ทำไมรู้สึกร่างกายเหมือนไม่มีแรงเอาซะเลย

     "พี่ซือจุย...พี่จิ่งอี๋" 

      จิ่งอี๋เห็นท่าทีเชื่องช้าของฉันก่อนจะเดินมาตรงหัวเตียงแล้วนั่งลงตรงหน้า มือหนายกขึ้นอังหน้าผากและลำคอ จนตัวเองได้แต่หลับตาพริ้มเพราะมือของเขามันเย็นสบาย แต่ตอนที่กำลังจะเคลิ้มหลับเสียงของเขาก็ดังจนฉันตกใจ

     "ฟูหยาง เจ้าป่วยหนัก ทำไมไม่บอกพวกข้า!"

     "อือ เบาๆสิ พี่จิ่งอี๋...หนวกหูนะ"

     "เกิดอะไรขึ้น จิ่งอี๋?"

     "ซือจุย นางตัวร้อนมาก พลังของนางก็อ่อนแอลง...เพราะโดนลงโทษเมื่อวานแน่ๆ" จิ่งอี๋หันไปพูดกับซือจุยก่อนที่เด็กหนุ่มอีกคนจะเดินมายกมืออังหน้าผากบ้างแล้วขมวดคิ้วหน้าเครียด

     "พลังเจ้าอ่อนมาก ข้าจะไปรายงานอาจารย์หลานกับท่านหานกวงและจะเอายามาให้" 

     "พี่ซือจุย พี่จิ่งอี๋...ข้าไม่เป็นอะไรมากหรอก"

     "สภาพเจ้าแทบจะลุกขึ้นมานั่งก็ยังไม่ได้ ยังจะมาบอกว่าไม่เป็นไรอีกอย่างนั้นเหรอ!" เสียงจิ่งอี๋ตะคอกใส่ด้วยใบหน้าเกรี้ยวกราดทำให้ฉันตกใจ 

     และอารมณ์มันก็ดันอ่อนไหวง่ายด้วย นี่ฉันอยู่ร่างนี้นานจนจิตใจเหมือนเด็กไปทุกทีแล้วเหรอเนี่ย!!

     "จิ่งอี๋ เจ้าพูดแรงเกินไป--"

     "ฮึก..." เสียงสะอื้นหลุดลอดออกมา ขอบตาที่ว่าร้อนอยู่แล้วดันร้อนผ่าวมากกว่าเดิม หนำซ้ำหยาดน้ำตายังไหลบ่าจนภาพตรงหน้ามันพร่ามัว จิ่งอี๋ผงะ ในขณะที่ซือจุยรีบปรี่เข้ามาปลอบฉันเหมือนเด็กๆ

     "ชู่ววว ไม่ร้องๆ เงียบซะนะ ฟูหยาง"

     "ฮึก ฮือออ ข้า..ฮึก ข้าไม่อยากเป็นภาระพวกพี่ๆ" ฉันเบะปากพูดน้ำเสียงสั่นปนสะอื้นยกแขนปิดตา ขนาดฟังเสียงตัวเองแล้วยังรู้สึกว่าน่าเกลียดเลย

     "เจ้าไม่เป็นภาระเสียหน่อย...ไม่ต้องร้องแล้ว เจ้าปวดหัวมากไหม?"

     "มาก ฮึก มากๆเลย"

     "ข้าจะไปรายงานผู้อาวุโสก่อน แล้วจะกลับมาหานะ หิวไหม?" น้ำเสียงของซือจุยทำให้ฉันหยุดร้องไห้เปลี่ยนมาสะอื้นแล้วพยักหน้าตอบ เด็กหนุ่มยิ้มบางแล้ววางมือลูบหัวฉันเบาๆ

     "ข้า..ฮึก ข้าอยากเจอพี่โม่"

     "ได้สิ ข้าจะพาเขามาหานะ...จิ่งอี๋ เจ้าดูแลนางให้ดี เดี๋ยวข้ากลับมา" จิ่งอี๋หันขวับมองเพื่อนของตัวเองหน้าเหวอ แต่ยังไม่ทันได้เถียงอีกฝ่ายก็เดินอกไปเสียแล้ว

      ในห้องนั้นเงียบสงบเหมือนอยุ่ท่ามกลางป่าดงดิบตอนกลางคืน จิ่งอี๋มองเลิ่กลั่กก่อนจะหันมามองฉันที่ยังคงตาแดงก่ำ เขาทำหน้าสลดก่อนจะเดินมานั่งที่ปลายเตียงแล้วพูดน้ำเสียงหงอยๆ

     "ข้าขอโทษ...เมื่อครู่ข้าพูดแรงเกินไป"

     "อือ ข้าเข้าใจ...ข้าแค่ไม่เคยชินกับการลงโทษเช่นนี้เท่านั้นเอง"

     "แต่พลังจินตานของเจ้าอ่อนลงมาก จนข้าตกใจเลยนะ...ไม่เป็นไรจริงหรือ?" ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่ยังอยู่อีกโลก เวลาเจอเรื่องแบบนี้ทีไรพวกคนเฒ่าคนแก่จะเรียกว่า'ขวัญหาย'เป็นประจำ เราก็เคยเข้าทำพิธีเรียกขวัญเหมือนกัน สงสัยพอโดนตีแบบนั้นแล้วขวัญเลยกระเจิงหมดล่ะมั้ง

     "จิตใจของข้ายังไม่แข็งพอ เลยให้ร่างกายป่วยตามเท่านั้นเอง"

     "...เจ้าอยากให้ข้าทำอะไรล่ะ?" ฉันเลิ่กคิ้วมองเด็กหนุ่มที่นั่งข้างเตียงมองเลิ่กลั่ก ทำหน้าอ้ำอึ้งแล้วยกมือนวดท้ายทอย ถ้าฉันไม่ป่วยจนเบลอหรือตาฝาด

    ปลายหูเขามันแดงๆแฮะ

     "อะไรล่ะ?"

     "ข้าทำให้เจ้าตกใจ...ข ข้าอยากไถ่โทษเจ้า"

     "...พรึด!" มันตลกจนต้องหลุดขำออกมา อีกฝ่ายหันขวับใบหน้าที่แดงระเรื่อนั้นเริ่มขึ้นสีจัด เมื่อฉันรีบยกมือปิดปากแล้วก้มหน้าหัวเราะ

     "ฟ ฟูหยาง อย่าหัวเราะข้านะ!"

     "คิกๆๆ พี่จิ่งอี๋ ข้าไม่โกรธพี่แล้ว...แต่ข้ามีเรื่องอยากจะขอพี่ได้ไหม?"

     "ได้สิ อะไรล่ะ?" เด็กหนุ่มหันมาตั้งใจฟังหูผึ่ง ตาเป็นประกายวาววับจนฉันอดยิ้มไม่ได้ก่อนจะก้มลงมองที่มือใหญ่กำลังดีของเขาแล้วก็นึกออก

     "ขอมือพี่วางที่หน้าผากข้าอีกทีสิ" จิ่งอี๋เลิ่กคิ้วก่อนจะเลื่อนฝ่ามือวางวาบทาบหน้าผาก ความเย็นแผ่ซ่านรู้สึกสบายจนต้องหลับตาเคลื้มแล้วขยับหัวให้มือเลือนมาปิดตา

     "ฮ้าาาา เย็นดีจัง"

     "เพราะข้าไปล้างมือมาก่อนจะมาหาเจ้าไง เจ้าชอบหรือ?" ฉันพยักหน้าแล้วหลับตาลงแต่หูก็ยังฟังเขาอยู่ เสียงที่อีกฝ่ายพูดนั้นเต็มไปด้วยความกังวล

     "ไข้เจ้าสูงมากเลยนะ ฟูหยาง จะหายทันวันชุมนุมรึเปล่า?" ฉันรู้สึกได้ว่านิ้วของเขากำลังนวดคลึงเปลือกตาของฉันเบาๆยิ่งทำให้รู้สึกสบายเข้าไปใหญ่

     "ไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้ก็คงดีขึ้น...คงเพราะร่างกายข้าปรับตัวไม่ทันก็ได้เลยป่วยในเวลาเหมาะเจาะแบบนี้" ใช่ ถ้าร่างกายของเฟยหงนั้นเหมือนกับเรา อาการป่วยแบบนี้พรุ่งนี้ก็หายแล้ว

     "...ก็จริงของเจ้า อากาศที่นี่เย็นสบาย แต่ภูมิอากาศบ้านของเจ้านั้นค่อนข้างแห้งและร้อนด้วย"

     ก๊อกๆ แอ๊ดดด

     "ซือจุย กลับมา---ท ท่านหานกวง!" มือใหญ่รีบผละออกจนฉันต้องลืมตาขึ้นมามอง ก็เห็นจิ่งอี๋กำลังคำนับร่างสูงในชุดขาวซึ่งก็ไม่ใช่ใครนอกจาก

     "หานกวงจวิน?" ฉันที่กำลังจะลุกขึ้นก็ถูกอีกฝ่ายยกมือขึ้นห้ามแล้วเดินเข้ามาใกล้ แต่ฉันก็เห็นบางอย่างแวบๆด้านหลังของเขาซึ่งคนที่อยู่ด้านหลังของเขาทำให้ฉันยิ้มกว้าง

     "หยางหยาง!"

     "พี่โม่..." ร่างโปร่งเดินออกมาแล้วมานั่งข้างๆเตียงฉันก่อนจะจับข้อมือฉันไปดูชีพจร ใบหน้างดงามของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความกังวลก่อนจะหันขวับไปมองค้อนคนตัวสูงด้านหลังอย่างคาดโทษ

     "หยางหยาง พลังเจ้าอ่อนถึงขนาดนี้เลยหรือ? คนอะไรใจร้ายใจดำ โบยเจ้าเสียจนล้มป่วย!"

     "แค่ปวดหัวกับเป็นไข้เองพี่โม่...พรุ่งนี้ข้าก็หายแล้ว" ชายหนุ่มมุ่ยหน้าก่อนจะเปลี่ยนมายิ้มแล้วหลีกทางให้กับซือจุยที่ถือชามดินเผามา กลิ่นหอมกรุ่นลอยมาแต่ไกลทำให้กระเพาะอาหารเริ่มทำงาน

     "เจ้าทานอะไรสักหน่อยเถอะ จะได้มีแรง ลุกไหวไหม?" ฉันพยักหน้าก่อนจะค่อยๆหยัดตัวลุกขึ้นโดยมีเว่ยอิงและจิ่งอี๋คอยประคองและหาหมอนมารองแผ่นหลังไว้

     "ข้าเอาโจ๊ก และยากินมาให้ด้วย...หลังทานหมดแล้วค่อยนอนพักต่อนะ" ของถูกวางลงบนโต๊ะตรงหน้า หม้อดินเผาถูกเปิดฝาทำให้ฉันได้กลิ่นของสมุนไพรหอมอบอวล 

    มันคือโจ๊กข้าวเหนียวนั่นเอง

     "ทานเองได้ไหมหยางหยาง"

     "ได้ๆ..." ฉันตอบก่อนจะค่อยๆหยิบช้อนแล้วตักโจ๊กร้อนเป่าสองสามครั้งแล้วกิน รสชาติจืดนิดๆ เค็มหน่อยๆ แต่ก็ยังมีกลิ่นของพวกเครื่องเทศที่ค่อนข้างจะเผ็ด

      เหมือนพริกไทยเลยแฮะ

     "อร่อยไหม?" หลังจากที่กินไปได้สองสามคำเว่ยอิงก็เอ่ยถามฉัน ฉันพยักหน้าแล้วเคี้ยวแก้มตุ่ย เพราะมีไข้เลยไม่รู้รสอะไรมากมาย แต่ก็กินจนหมด 

     ตามมาด้วยถ้วยชามที่เล็กกว่าหม้อดินเผานิดหน่อย พอเปิดฝาฉันถึงกับต้องเบ้หน้าเมื่อกลิ่นยาเตะจมูกจนต้องยกมือขึ้นปิดปากปิดจมูกส่ายหน้าหวือ

     "ไม่กินได้ไหม?" ฉันไม่ใช่คนกินยายากนะ แต่ว่ากลิ่นอันนี้ไม่ไหวจริงๆอ่ะ จะอ้วกแล้ว!

     "ไม่กินเจ้าก็ไม่หายสักทีน่ะสิ กินเถอะนะ" เว่ยอิงกล่อมให้ฉันกินยา แต่ฉันก็ส่ายหน้าแล้วพยายามดันถ้วยยาออกห่าง ดูสีก่อนสิ! น้ำตาลจนจะดำอยู่แล้ว 

     "มันต้องขมแน่ๆ"

     "เป็นยาก็ต้องขม...ดื่มให้หมดด้วย" เสียงเอ่ยเรียบนิ่งของหลานวั่งจีทำให้ฉันหันไปมองหน้าแหยๆน้ำตาตกใน ดวงตาคมกริบมองฉันเหมือนกดดัน พอมองสายตาคู่อื่นๆก็เหมือนจะกดดันให้ฉันกินยาให้ได้

     "..." 

     "ฟูหยาง นี่เป็นยาดี ถึงจะขมจนน่าอาเจียนแต่ว่ามันจะทำให้เจ้าหายไข้ แผลภายนอกก็จะดีขึ้นเร็ว" ทำไมต้องมาบังคับเด็ก(?)ตัวเล็กๆคนนี้ด้วย ไม่เข้าจ้ายยยยยย!!

     "ข้าต้องกินจริงๆเหรอ?" ทั้งสี่พร้อมใจกันพยักหน้า ฉันอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกพร้อมกับรับถ้วยยามาไว้ในมือ แค่เห็นสีกับได้กลิ่นฉันก็อยากจะเททิ้งแล้ว

     ก็ได้วะ...ฮึ่บ!


     อึ่กๆๆ!

     "แหวะ! ขมอ่าาาา" หลังจากที่อึกสุดท้ายไหลลงลำคอถึงกับต้องแลบลิ้นออกมาทั้งน้ำตาก่อนที่จิ่งอี๋จะยื่นน้ำมาให้ดื่มแล้วเอ่ยชม

     "เจ้าก็ทำได้นี่..."

     "แล้วคุณชายอี้ล่ะ?"

     "ถูกส่งกลับตระกูลไปแล้วล่ะ เพราะทางนั้นเป็นฝ่ายหาเรื่องเจ้าก่อน...เดี๋ยวพวกข้ากลับมานะ" ฉันพยักหน้าก่อนที่พวกเขาทั้งสี่จะเดินออกไป
     

    สักพักก็มีร่างสูงสง่าของประมุขหลานก็เดินเข้ามาในห้อง รอยยิ้มอ่อนโยนเป็นเอกลักษณ์ประดับก่อนจะ พอเห็นฉันจะลุกขึ้นนั่งก็ยกมือขึ้นห้าม


     "เจ๋ออู๋จวิน?" ฉันพูดพึมพำแล้วล้มตัวนอนดังเดิม อีกฝ่ายยิ้มบางมือไพล่หลังแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย

     "ข้าได้ยินมาว่าเจ้าป่วย...เป็นอย่างไรบ้าง?"

     "แค่ปวดศีรษะแล้วก็เจ็บแผลที่หลังเท่านั้นเจ้าค่ะ" หลานซีเฉินพยักหน้ารับ ก่อนจะพูดเรื่องหนึ่งขึ้นมา

     "ดีแล้ว พักผ่อนเสีย แล้วข้าจะให้คนมาทายาให้ ไว้เจ้าหายดีแล้วข้าจะให้คนนำเครื่องแบบของสกุลหลานมาให้เจ้า...เราคงทำได้เพียงเท่านี้" ฉันส่ายหน้าแล้วตอบกลับไป

     "เพียงเท่านี้ก็มากพอแล้ว ขอบคุณเจ๋ออู๋จวินอย่างยิ่งเจ้าค่ะ" ประมุขหลานไม่พูดอะไรต่อก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปอย่างเงียบเชียบ เมื่อคิดว่าไม่มีใครอยู่แล้วฉันจึงคว้ากระบี่แล้วเรียกหญิงสาวออกมาพูดคุย

     กริ๊ง~

     "ดา เจ้าเจ็บมากหรือไม่?"

     "เจ็บสิ  หลังฉันแทบหักตรงนั้นเลยนะ" ฉันมุ่ยหน้ามองดาบในมือก่อนจะค่อยๆเอนตัวลงนอนคุยกับอีกฝ่ายในกระบี่

     "ข้ารู้ เจ้าละเมอร้องไห้ตลอดทั้งคืน ข้าก็ไม่รู้จะปลอบเจ้าอย่างไรดี...ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าจะอายุ  24 ปีแล้ว แต่กลับร้องไห้เพราะถูกตีเช่นนี้"

     "ถ้าเป็นเธอคงสลบไปแล้ว ฉันก็คนนะ เจ็บเป็นเหมือนกัน อีกอย่างเพราะโดนตีตอนนั้นทำให้ฉันขวัญเสียก็เลยป่วยแบบนี้ด้วย ผิวเธอนี่บอบบางชะมัด โดนโบยครั้งที่ 5 ผิวก็แตกแล้ว"  ฉันว่าแล้วลูบไล้ตามลายของปลอกกระบี่

     "เจ้าพักเถอะ คงไม่มีใครเข้ามาแล้วจนกว่าจะถึงเวลาเย็น ข้าจะเฝ้าเจ้าเอง"

     "อืม" ฉันตอบรับก่อนจะค่อยๆหลับตาลงแล้วผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย








     เสียงฉินดังขึ้นทำให้ฉันรู้สึกตัวตื่น พร้อมกับหยดน้ำเย็นจัดที่ตกลงบนใบหน้า ดวงตาที่ปิดมานานเปิดขึ้นอย่างช้าๆและมองไปยังข้างเตียง ก็เห็นทั้งซือจุย และจิ่งอี๋คอยเฝ้าอยู่ โดยที่ทั้งสองนั้นคอยผลัดกันมาดู

     "ตื่นแล้วหรือ?"

     "พี่จิ่งอี๋?" ผ้าผืนบางชุบน้ำเย็นจัดวางลงบนหน้าผาก ตอนนี้ไม่รู้สึกปวดตามตัวเท่ากับเมื่อเช้าแล้ว และก็รู้สึกว่าหลังมันสบายๆยังไงก็ไม่รู้ ไม่ค่อยเจ็บแล้วด้วย

     "บทเพลงบรรเทาของท่านหานกวงได้ผลเสมอ ไข้เจ้าลดลงมาก เจ็บที่หลังอยู่หรือไม่?" หลังมือเย็นเฉียบยกอังหน้าผากฉันอีกครั้งแล้วพูดด้วยสีหน้าโล่งใจ

     "เจ็บ แต่น้อยกว่าเมื่อเช้ามากเลย" ฉันยิ้มอ่อนแรงแล้วตอบเสียงแผ่วปนงัวเงีย ทั้งสองยิ้มโล่งก่อนที่จะนำผ้าออกส่วนซือจุยก็เดินไปยกชามโจ๊กมาให้ส่วนจิ่งอี๋ก็พยุงฉันให้นั่งแล้วยกโต๊ะเล็กๆมาวางบนเตียง

     "กินข้าว กินยาก่อนนะ"

    ข้าวน่ะกินได้ แต่ยานี่ขอไม่กินได้มั้ย!!!







         ตั้งแต่เมื่อวานเช้า เที่ยง เย็น เด็กหนุ่มซือจุยและจิ่งอี๋จะผลัดกันมาดูแลฉัน พร้อมกับเว่ยอิง และจะมีศิษย์หญิงของสกุลหลานมาคอยอาบน้ำและทายาที่หลังให้จนแผลหายดีวันดีคืน


     เนื้อยาเหลวสีเขียวเข้มถูกทาลงบนแผ่นหลังเปลือยเปล่าในกับร่างที่กำลังนอนคว่ำหน้าตีขา มองตรงแม้จะยังนิ่วหน้าและกัดริมฝีปากอยู่นิดๆก็ตาม ความแสบร้อนแผ่ซ่านก่อนจะแปรเปลี่ยนมาเป็นเย็นลงเหมือนกับน้ำแข็ง
     
     "ยังเจ็บอยู่รึ?" หญิงสาวเอ่ยถามเสียงนุ่ม ฉันก็ส่ายหน้าแล้วพูดอธิบาย

     "ดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ...ยาของพี่ได้ผลดี แม้ข้ารู้สึกแสบเล็กน้อย แต่ก็ไม่ปวดระบมเหมือนเมื่อวาน" มือนุ่มค่อยๆแตะบริเวณแผลที่หลังของฉันแล้วหัวเราะ

     "ฮึๆ มิใช่ยาของข้าหรอก ของจิ่งอี๋ต่างหากล่ะ"

     "มิใช่ของศิษย์พี่หญิงหรอกหรือเจ้าคะ?" ฉันผุดลุกขึ้นพร้อมกับผ้าปิดท่อนบนด้านหน้าแล้วหันกลับไปคุยกับหญิงสาวที่กำลังหยิบของมาทำแผลบนใบหน้าต่อ

     "มิใช่หรอก ที่จริงแล้ว ข้าได้รับคำไหว้วานจากเจ๋ออู๋จวินว่าให้มาทายาและอาบน้ำให้เจ้า...ตอนนั้นทั้งสองก็อยู่ด้วย ก่อนที่ข้าจะออกมาหาเจ้า จิ่งอี๋ก็มอบตลับยานี้ให้ข้า ข้าก็เลยรับมาเท่านั้นเอง"

     "..." ฉันนั่งนิ่งเมื่อแผลบนใบหน้าถูกทายาเรียบร้อยแล้ว ร่างระหงเก็บของก่อนจะลุกขึ้นแล้วยิ้มให้พร้อมกับคำพูดทิ้งท้าย

     "คนที่เจ้าควรขอบคุณมิใช่ข้า แต่เป็นจิ่งอี๋นะ..."













    สองวันต่อมา





     ก๊อกๆๆ!


     "ฟูหยาง...เราจะไปกันแล้ว" เสียงซือจุยมาเคาะประตูห้องระหว่างที่ฉันกำลังแต่งตัวอยู่ หลังจากที่แต่งตัวเสร็จแล้วก็รวบผมแล้วถักเปียเป็นหางใหญ่หางเดียว บางทีก็ทึ่งนะว่าคนสมัยก่อนนี่ไว้ผมยาวสลวยดุจนางแบบโฆษณาได้ไงขนาดผมของเฟยหงนี่ยาวถึงสะโพกแน่ะ

     ไม่น่าเชื่อว่าอาการป่วยหนักในคืนแรกจนแทบจะตายนั่น จะหายได้ในเพียง 3 วันเท่านั้น ถึงแม้จะเจ็บที่หลังอยุ่ก็ตาม แต่มันก็แค่เจ็บแบบสะกิดนิดเดียว

     "ข้ามาแล้วๆ!" ฉันขานตอบก่อนจะคว้ากระบี่ออกมาจากห้องแล้วเปิดประตู ทั้งสองผงะมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า

     "พี่ซือจุย พี่จิ่งอี๋...ข้าเป็นอย่างไรบ้าง?" ว่าแล้วก็หมุนรอบตัวให้ทั้งสองได้เห็น พวกเขาพยักหน้ายิ้มๆ

     "เหมาะกับเจ้ามากเลย ฟูหยาง...แต่เหตุใดเจ้าถึงไม่ใส่เครื่องแบบสตรีล่ะ?"

     "ข้าว่ามันเคลื่อนไหวสะดวกกว่า ไปกันเถอะ ให้เหล่าผู้อาวุโสรอคงจะเสียมารยาทไม่น้อย" ฉันพูดขึ้นก่อนที่เราทั้งสามจะเดินออกมาจากตำหนัก


     ระหว่างที่เรากำลังเดินทางมาอาการเจ็บจิ๊ดๆที่แผ่นหลังทำให้ฉันนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงเอ่ยเรียกร่างสูงที่เดินอยู่ด้านหน้า
     
     "พี่จิ่งอี๋!" เจ้าของนามหันกลับมามองพร้อมกับซือจุย ใบหน้าคมสดใสเลิ่กคิ้วมองฉัน รอฟังว่าจะพูดอะไร ฉันยิ้มแล้วประสานมือโค้งคำนับอีกฝ่าย

     "ขอบคุณสำหรับยาที่พี่ฝากศิษย์พี่หญิงมา...แผลข้าจึงหายเร็วกว่าที่คาด" เด็กหนุ่มนิ่งงันก่อนที่ใบหน้าขาวเนียนจะแดงระเรื่อพยักหน้ารับเงอะงะ

     "อ อืม" มือยกถูใต้จมูกแก้เขินแล้วหันหลังเดินไปต่อ ซือจุยมองเพื่อนตรแล้วยิ้มขำๆก่อนจะหันกลับมามองฉันแล้วแอบบอกบางอย่างที่ทำเอาฉันยิ้มค้างแล้วพยักหน้าตอบรับงงๆ



     "จิ่งอี๋เขาห่วงเจ้ามากเลยนะ...คราวหลังอย่าทำอะไรผลีพลามอีกเล่า"

     "เจ้าค่ะ?"













     ย้อนกลับไปคืนแรกของวันที่ป่วย

     
     ฟิ้วววว 

    
    สายลมกลางดึกที่เคยสงัดพัดแผ่วมาตามลมกลับเคล้ามาด้วยเสียงสะอื้นไห้ของเด็กสาวคนหนึ่งออกมาจากหน้าต่าง ร่างบางนอนตะแคงออกนอก มือเรียวขยุ้มผ้าห่มไว้จนยับ ใบหน้าชุ่มเหงื่อบิดเบี้ยว แพขนตาเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำที่หลั่งออกมา ริมฝีปากกลั้นเสียงสะอื้น คิ้วเรียวขมวดมุ่น

     "ฮึก...ฮือ แม่ หนูเจ็บ...หนูเจ็บ" ร่างบางร้องไห้สะอื้นราวกับกำลังตกอยู่ในห้วงฝันร้าย ความเจ็บปวดที่แผ่นหลังแผ่ซ่านทำให้เธอรู้สึกทรมาน

    ตึกๆ

    เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบก่อนจะสะบัดผ้าคลุมเบาๆแล้วนั่งลงที่ข้างเตียง เด็กสาวก็ยังคงไม่รู้สึกตัวตื่นและจมอยู่กับฝันร้าย มือหนาเลื่อนขยับมาสัมผัสที่หน้าผากชุ่มเหงื่อ ก่อนจะผละออกแต่ก็ถูกมือบางคว้าเอาไว้เสียก่อน

    หมับ!

     "อาม่า...ฮึก อาม่า อย่าทิ้งหนู" 

     "นางคงฝันร้ายน่าดูเลย...มิน่าล่ะ ท่านหานกวงถึงได้สั่งให้พวกเรามาดูกลางดึก" เสียงนุ่มพูดเบาๆก่อนจะกระชับมือเด็กสาวที่นอนหลับสนิท แล้วรับผ้าชุบน้ำหมาดๆมาเช็ดใบหน้านวลเนียนแผ่วเบา

     "นางยังเด็ก โดนโบยตั้งขนาดนั้นแต่ก็ยังอดทนออกมาร้องไห้ลำพังได้ ก็ถือว่าเก่งมากแล้วนะ"

     "พลังของฟูหยางยังอ่อนอยู่เลย..."  มือหนาบีบคลึงหลังมือบางที่เกาะกุมก่อนจะตัดสินใจ ใช้มืออีกข้างยกนิ้วนางและนิ้วก้อยแตะที่กลางหน้าผาก ก่อนจะถอนออกแล้วหันมาชี้หน้าผากบาง

     วิ้งงงงงงงงงง

     "จิ่งอี๋ เจ้า..."

     "แค่นิดเดียว อย่างน้อยก็ทำให้นางไม่ฝันร้ายอีก" จิ่งอี๋แย้งเมื่อซือจุยกำลังจะห้ามไม่ให้ตนถ่ายพลังให้กับอีกฝ่ายที่กำลังนอนหลับอยู่

     ไม่นานนักคิ้วเรียวคลายปมขมวด เสียงสะอื้นมลายหายมีเสียงหายใจเข้าออกเสมอกันแทนที่ ดวงตาที่ปิดแน่นคลายลงพร้อมกับมือเรียวเล็กนิ่ม ไม่บีบกระชับมือของเขาอีก

     "อือ..."

     "เท่านี้ก็คงพอ ไปกันเถอะ" เด็กหนุ่มผุดลุกขึ้นเมื่ออีกฝ่ายหลับสนิทดีแล้ว มือที่เคยจับไว้แน่นค่อยๆคลายออก ก่อนที่จะเดินออกไป คำกระซิบทิ้งท้ายราวกับต้องการจะอวยพรให้คนป่วยไข้ให้หายดี


     "ขอให้เจ้าดีขึ้นในเร็ววันนะ..."












เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 226 ครั้ง

778 ความคิดเห็น

  1. #395 juiilann (@juiilann) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 13:31
    ได้เรือแล้วว
    #395
    0
  2. #230 Kim-Gr (@Kim-Gr) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 18:44
    จิ่งอี๋สู้ๆ555
    #230
    0
  3. #204 BeNPeary (@BeNPeary) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 20:55
    จิ่งอี๋เมนชั้นค่ะะะะะ... พระเอกก้ดีนะจะมโนว่านางเอกเป็นตัวเอง5555
    #204
    0
  4. #135 AKASHI. (@thanyameen) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 02:18
    ลาก่อนซือจุยลูกแม่ #ขึ้นเรือจิ่งอี๋
    #135
    0
  5. #134 Ning Nong (@ningnong321) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 00:33

    สนุกมากค่ะ อ่านรวดเดียวเลย
    #134
    0
  6. #131 KazukiRei (@benjarath) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 12:23
    จิ่งอี๋นี่พระเอกใช่มะ
    #131
    0
  7. #129 Kuizumi (@furnaunchanita) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 09:30

    กรี๊ดดดดดดดดด
    #129
    0
  8. #128 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 07:06

    จิ่งอี๋ของฉันมีโมเมนต์น่ารักอ่ะแก~~~
    แอบเชียร์เรือนี้
    #128
    0
  9. #127 ooodg (@chandapa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 23:16

    ชอบเรื่องนี้มากเลยมาอัพต่ออีกนะคะ เป็นกำลังใจให้
    #127
    0
  10. #126 Hyperion-kub (@Naiinuttych) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 23:06

    จิ่งอี้ยยยยยยยยยยย ลูกแม่~ ลูกมีแววเปงพระเอกกกก /แอบเชียร์ประมุขเจียงนะจ๊ะ..เอ๊ะ..รึจิ่งอี้ดี....ง่าาาา รอต่อน้าาาา
    #126
    0
  11. #124 Reconcile -. (@SunFox) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 22:40
    โอ้ยน่ารักกกก. จิ่งอี๋ลูกกกก. แม่เชียร์เรือนี้ //พุ่งเร็วมาก
    #124
    0
  12. #123 gcudjehsijdh (@gcudjehsijdh) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 22:33

    อร๊ายยยยยสู้ๆนะคะรออยู่่่่่่
    #123
    0
  13. #121 นัnอ่าnlงา_Bk (@099987606543) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 22:18
    จิ่งอี้มีแววเป็นพระเอก ห่วงเขามากเลยน้า~
    #121
    0
  14. #120 lin2254 (@linmei2209) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 21:55
    จิ่งอี๋ลูกกกกก
    #120
    0
  15. #119 Natacha_i-sen (@sroyson47) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 15:51
    ตอนแรกเหนไม่ขึ้นแจ้งเตือนนึกว่าๆม่อัพ เลยลองมาเปิดเช็คอีกรอบ
    #119
    3
    • #119-1 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 9)
      18 สิงหาคม 2562 / 17:36
      เดี๋ยวแก้ไขใหม่นะเออ
      #119-1
    • #119-3 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 9)
      18 สิงหาคม 2562 / 17:57
      อย่าเพิ่งลงงงงงงง
      #119-3
  16. #118 Natacha_i-sen (@sroyson47) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 15:50
    กรี้ดดดดโมเม้นพระเอก!
    #118
    0
  17. #117 Lilina konome (@Alice_magatroy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 14:34

    พี่จิงอี๋คนดี~
    #117
    0
  18. #116 chyanin (@chyanin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 13:17
    อุ้ย ออร่าพระเอกมากค่า
    #116
    0
  19. #115 NeEdM (@NeEdM) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 10:21
    ฮอลลล​ พี่จิ่งอี๋คนดีของน้องงง​ ละมุนมากกกกแม่จ๋า​ ;-;
    #115
    0
  20. #112 PhimpinTT (@Phimpin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 04:30

    จิ่งอี๋แห่งแก๊งค์ EDM เป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งพระเอกสินะ.ยิ้มกรุ้มกริ่ม
    ปล.มันไม่แจ้งเตือนอะ นี่เลื่อนผ่านในรีดอะไร้แล้วเห็นมี 9 ตอน แบบงง เอ้า อัพแล้วหรอ55555
    #112
    0
  21. วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 00:54

    เปิดตัวพระเอกอย่างเป็นทางการรรร... (ลองอ่านแบบขันทีประกาศเปิดตัวฮ่องเต้ดูนะคะ)​555

    #111
    0